ข้ามไปเนื้อหา
Update
 
 
Gold
 
USD/THB
 
สมาคมฯ
 
Gold965%
 
Gold9999
 
CrudeOil
 
USDX
 
Dowjones
 
GLD10US
 
HUI
 
SPDR(ton)
 
Silver
 
Silver/Oz
 
Silver/Baht
 
  • ประกาศ

    • kumponys

      ห้ามลงโฆษณา งาน Parttime / พวกลดน้ำหนัก / พวกรับจ้างมาโพสต์

      หลังๆ ดูเหมือนจะมีพวกรับจ้างโพสต์โฆษณา ประเภทที่โพสต์ทิ้งไว้ทุกเวป ซ้ำๆซากๆ จนกลายเป็นขยะ online ไปทั่วประเทศทั่วโลก ที่เห็นบ่อยๆ เห็นจะเป็นพวก ลดความอ้วน พวก Parttime ทั้งหลาย เพื่อความสงบเรียบร้อย ขออนุญาต ไม่รับโฆษณาประเภทนี้ และจะถูกกำจัดออกไปอย่างเร็ว รวมถึงจะพิจารณาแบนสมาชิก ที่สมัครเข้ามาโพสต์โฆษณาประเภทนี้ทันที

ทุกกิจกรรม

รายการนี้ อัปเดตอัตโนมัติ     

  1. ชั่วโมงที่ผ่านมา
  2. วิเคราะห์เศรษฐกิจโลก by Ylg 24-01-2561 YOUTUBE.COM
  3. สหรัฐรับรอง ‘พาวเวลล์’ ประธานเฟดคนใหม่ วุฒิสภาสหรัฐลงมติเมื่อวันอังคาร (23 ม.ค.) รับรองให้นายเจอโรม พาวเวลล์ ขึ้นดำรงตำแหน่งประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) คนใหม่ นายพาวเวลล์ วัย 64 ปี ซึ่งขณะนี้ดำรงตำแหน่งผู้ว่าการธนาคารกลางสหรัฐ ได้รับคะแนนเสียงสนับสนุนจากวุฒิสมาชิก 85 ต่อ 12 เสียง เปิดทางให้นายพาวเวลล์ ซึ่งได้รับการเสนอชื่อจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ก้าวดำรงตำหน่งผู้ทรงอิทธิพลทางเศรษฐกิจของสหรัฐ ต่อจากนางเจเน็ต เยลเลน ประธานเฟดคนปัจจุบัน ที่จะพ้นจากตำแหน่งในเดือนหน้า นายพาวเวลล์จะกลายเป็นประธานเฟดคนแรกในรอบ 40 ปีที่ไม่ใช่นักเศรษฐศาสตร์อาชีพ โดยเขาเป็นอดีตวาณิชธนากรวอลล์สตรีท ซึ่งจบการศึกษาด้านรัฐศาสตร์จากมหาวิทยาลัยพรินซ์ตันในรัฐนิวเจอร์ซีย์ และกฎหมายจากมหาวิทยาลัยจอร์จทาวน์ในกรุงวอชิงตัน ดีซี บรรดานักวิเคราะห์มองว่า การแต่งตั้งนายพาวเวลล์ดำรงตำแหน่งประธานเฟด จะช่วยขจัดบุคคลที่ได้รับแต่งตั้งในสมัยของประธานาธิบดีบารัก โอบามาแล้ว ยังเป็นการส่งสัญญาณให้ตลาดการเงินได้รับทราบว่า เขาเห็นด้วยที่จะดำเนินนโยบายเพิ่มอัตราดอกเบี้ยอย่างช้า ๆ และมีการพิจารณาเรื่องนี้อย่างรอบคอบ ซึ่งเป็นแนวทางเดียวกับนางเยลเลน ที่เธอได้รับคำชื่นชมในช่วงที่จะหมดวาระการดำรงตำแหน่ง Sources : bangkokbiznews World Today: สรุปข่าวน่าติดตามประจำวันที่ 24 มกราคม 2561 ข่าวเศรษฐกิจ สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ) -- พุธที่ 24 มกราคม 2561 09:36:30 น. ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์แห่งสหรัฐ ได้ลงนามบังคับใช้มาตรการเรียกเก็บภาษีนำเข้าเครื่องซักผ้าขนาดใหญ่สำหรับใช้ในที่พักอาศัยและแผงพลังงานแสงอาทิตย์ โดยมาตรการดังกล่าวจะช่วยปกป้องผู้ผลิตในสหรัฐ แต่จะส่งผลกระทบต่อผู้ผลิตจากจีนและเกาหลีใต้ ทรัมป์กล่าวในขณะลงนามบังคับใช้มาตรการดังกล่าวว่า "เรากำลังนำธุรกิจกลับคืนสู่สหรัฐเป็นครั้งแรกในรอบหลายปี" ขณะที่เจ้าหน้าที่การค้าสหรัฐระบุว่า มาตรการดังกล่าวจะเริ่มมีผลบังคับใช้ในวันที่ 7 ก.พ.นี้ -- กระทรวงพาณิชย์จีนแสดงความไม่พอใจเกี่ยวกับมาตรการเรียกเก็บภาษีนำเข้าเครื่องซักผ้าขนาดใหญ่สำหรับใช้ในที่พักอาศัยและแผงพลังงานแสงอาทิตย์ของนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ โดยระบุว่า ความเคลื่อนไหวดังกล่าวเป็นการใช้มาตรการเยียวยาการค้าในทางมิชอบ ทั้งนี้ จีนเป็นผู้ผลิตแผงพลังงานแสงอาทิตย์รายใหญ่ที่สุดในโลก และยังส่งออกเครื่องซักผ้าจำนวนกว่า 21 ล้านเครื่องในปีที่ผ่านมา ทำเงินเกือบ 3 พันล้านดอลลาร์ -- กระทรวงการคลังญี่ปุ่นเปิดเผยในวันนี้ว่า ยอดเกินดุลการค้าเดือนธ.ค.2560 อยู่ที่ระดับ 3.59 แสนล้านเยน ซึ่งเป็นการเกินดุลการค้าติดต่อกันเดือนที่ 7 อย่างไรก็ตาม ตัวเลขดังกล่าวปรับตัวลง 43.5% จากเดือนธ.ค.ปีก่อนหน้า เนื่องจากยอดนำเข้าขยายตัวมากกว่ายอดส่งออก ทั้งนี้ ยอดส่งออกเดือนธ.ค.เพิ่มขึ้น 9.3% เมื่อเทียบเป็นรายปี สู่ระดับ 7.30 ล้านล้านเยน ขณะที่ยอดนำเข้าเดือนธ.ค.พุ่งขึ้น 14.9% สู่ระดับ 6.94 ล้านล้านเยน -- นาย ฮารุฮิโกะ คุโรดะ ผู้ว่าธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) ออกมายืนยันว่า BOJ จะเดินหน้าใช้มาตรการผ่อนคลายทางการเงินแบบเชิงรุกต่อไป โดยระบุว่า อัตราเงินเฟ้อของญี่ปุ่นยังคงอยู่ในระดับต่ำเกินกว่าที่ BOJ จะตัดสินใจถอนมาตรการกระตุ้นทางการเงิน "เศรษฐกิจญี่ปุ่นกำลังขยายตัวในระดับปานกลาง แต่อัตราเงินเฟ้อยังคงอ่อนแอ ขณะที่ประเทศอื่นๆกำลังเผชิญกับสถานการณ์ที่คล้ายกัน อย่างไรก็ตาม อัตราเงินเฟ้อในประเทศเหล่านั้นเคลื่อนไหวอยู่ที่ประมาณ 1.5% แต่อัตราเงินเฟ้อพื้นฐานซึ่งไม่นับรวมพลังงานในญี่ปุ่นนั้น อยู่เหนือระดับ 0% เพียงเล็กน้อยเท่านั้น ซึ่งบ่งชี้ว่าอัตราเงินเฟ้อในญี่ปุ่นยังคงอยู่ห่างจากเป้าหมายที่ระดับ 2% และนี่จึงเป็นเหตุผลที่ BOJ ยังไม่มีการอภิปรายเรื่องการถอนนโยบายผ่อนคลายการเงินเชิงรุก" นายคุโรดะกล่าวในการแถลงข่าวต่อสื่อมวลชนเมื่อวานนี้ -- วุฒิสภาสหรัฐมีมติรับรองนายเจอโรม พาวเวล ให้ดำรงตำแหน่งประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) คนใหม่ แทนนางเจเน็ต เยลเลน ซึ่งจะสิ้นสุดวาระการดำรงตำแหน่งประธานเฟดในวันที่ 3 ก.พ.นี้ ทั้งนี้ วุฒิสภาสหรัฐได้ลงมติรับรองนายพาวเวลด้วยคะแนนเสียงท่วมท้น 85 ต่อ 12 เสียงเมื่อวานนี้ตามเวลาสหรัฐ -- รัฐบาลสิงคโปร์เปิดเผยว่า 11 ชาติสมาชิกข้อตกลงการค้าเสรีภาคพื้นแปซิฟิก (TPP) เห็นชอบให้รับข้อตกลงฉบับแก้ไขหลังการประชุมร่วมกันเป็นเวลา 2 วันที่กรุงโตเกียว และมีกำหนดลงนามภายในต้นเดือนมี.ค.นี้ ข้อตกลงฉบับใหม่นี้มีชื่อว่า "ข้อตกลงการค้าเสรีภาคพื้นแปซิฟิกฉบับครอบคลุมและก้าวหน้า" เป็นข้อตกลงเขตการค้าเสรีที่แก้ไขจากข้อตกลงฉบับก่อนที่นายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐประกาศถอนตัวออกจากการเป็นสมาชิกเมื่อไม่นานมานี้ -- ทางการเกาหลีใต้ประกาศห้ามการใช้บัญชีธนาคารที่ไม่เปิดเผยชื่อเจ้าของบัญชีทำการซื้อขายสกุลเงินดิจิทัลเมื่อวานนี้ โดยมีเป้าหมายที่จะสกัดการฟอกเงิน ขณะที่ผู้ที่มีกระเป๋าเงินดิจิทัลแต่ไม่ระบุตัวตน จะต้องทำการผูกกระเป๋าเข้ากับบัญชีธนาคารที่ใช้ชื่อจริง และทำการยืนยันข้อมูลส่วนบุคคล ทั้งนี้ เกาหลีใต้นับเป็นตลาดซื้อขายบิตคอยน์ และสกุลเงินดิจิทัลอื่นๆ รายใหญ่อันดับ 3 ของโลก รองจากญี่ปุ่น และสหรัฐ โดยมีสัดส่วนการซื้อขายบิตคอยน์ 6-12% ของปริมาณการซื้อขายทั่วโลก ขณะที่มีการซื้อขายอีเธอเรียม 14% และริพเพิล 33% -- นางอดีนา ฟรีดแมน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (ซีอีโอ) ของตลาด Nasdaq กล่าวว่า Nasdaq กำลังพิจารณาการออกสัญญาฟิวเจอร์สของสกุลเงินดิจิทัล แต่ในรูปแบบที่แตกต่างออกไปจากที่ CBOE Global Markets Inc และ Chicago Mercantile Exchange (CME) ได้ทำการออกบิตคอยน์ฟิวเจอร์สก่อนหน้านี้ "เรากำลังพิจารณาแนวคิดในการออกสัญญาฟิวเจอร์สของสกุลเงินดิจิทัลกับพันธมิตรอีกรายหนึ่ง และเรากำลังพิจารณาการบริหารความเสี่ยง เพื่อให้มั่นใจว่าเรามีการจัดเตรียมโปรโตคอลที่ถูกต้อง และมั่นใจว่ามีความต้องการที่เพียงพอในตลาด และสัญญาฟิวเจอร์สของเราจะแตกต่างจากสิ่งที่คู่แข่งได้นำเสนออยู่ในขณะนี้" นางฟรีดแมนกล่าว - คาร์ฟูร์ บริษัทค้าปลีกยักษ์ใหญ่ของฝรั่งเศส ประกาศลดจำนวนพนักงาน 2,400 คนในฝรั่งเศส เพื่อลดค่าใช้จ่าย ขณะที่บริษัทจะหันไปเพิ่มการลงทุนในตลาดออนไลน์ คาร์ฟูร์แถลงว่า บริษัทจำเป็นที่จะต้องปรับปรุงประสิทธิภาพ และความสามารถในการแข่งขันในการให้บริการต่อลูกค้า ตามโครงการ"คาร์ฟูร์ 2022" ซึ่งทำให้บริษัทจำเป็นต้องลดต้นทุน และใช้นโยบายการลงทุนที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น -- เจพีมอร์แกน เชส ซึ่งเป็นธนาคารรายใหญ่ที่สุดของสหรัฐ เมื่อพิจารณาจากมูลค่าสินทรัพย์ เปิดเผยแผนการลงทุนวงเงิน 2 หมื่นล้านดอลลาร์จากการคาดการณ์ที่ว่า ธนาคารจะได้รับประโยชน์จากมาตรการปฏิรูปภาษีของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ทั้งนี้ เจพีมอร์แกน เชส ระบุว่า แผนการดังกล่าวมีระยะเวลา 5 ปี โดยธนาคารจะเพิ่มค่าจ้างเฉลี่ย 10% สำหรับพนักงานจำนวน 22,000 คน โดยอยู่ในช่วง 15-18 ดอลลาร์/ชั่วโมง นอกจากนี้ เจพีมอร์แกน เชสจะรับพนักงานเพิ่มอีก 4,000 คน ขณะที่จะเปิดสาขาในเมืองใหม่ๆ จำนวน 400 สาขา และเพิ่มการปล่อยสินเชื่อให้แก่ธุรกิจรายย่อยอีก 4 พันล้านดอลลาร์ รวมถึงเพิ่มวงเงินสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยอีก 25% สู่ระดับ 5 หมื่นล้านดอลลาร์ -- ธนาคารกลางยุโรป (ECB) มีกำหนดจัดการประชุมนโยบายการเงินและแถลงอัตราดอกเบี้ยในวันพรุ่งนี้ โดยก่อนหน้านี้ นายอาร์โด แฮนสัน กรรมการกำหนดนโยบายการเงินของ ECB ได้ออกมาส่งสัญญาณว่า ECB อาจประกาศยุติโครงการซื้อพันธบัตรตามมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ (QE) หลังจากเดือนก.ย.นี้ หากเศรษฐกิจ และเงินเฟ้อมีการปรับตัวตามที่ ECB คาดการณ์ไว้ -- นักลงทุนจับตาการเปิดเผยข้อมูลเศรษฐกิจของประเทศต่างๆในวันนี้ โดยทางการมาเลเซียจะเปิดเผยอัตราเงินเฟ้อเดือนธ.ค. ขณะที่มาร์กิตจะเปิดเผยดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคบริการเบื้องต้นเดือนม.ค. และดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิตเบื้องต้นเดือนม.ค.ของฝรั่งเศส เยอรมนี สหภาพยุโรป และสหรัฐ ขณะที่ทางการสหรัฐเองก็จะเปิดเผยดัชนีราคาบ้านเดือนพ.ย., ยอดขายบ้านมือสองเดือนธ.ค. และสต็อกน้ำมันรายสัปดาห์จากสำนักงานสารสนเทศด้านพลังงานสหรัฐ (EIA) ส่วนในวันพรุ่งนี้ เกาหลีใต้จะเปิดเผยผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ไตรมาส 4/2560 ขณะที่เยอรมนีจะเปิดเผยความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือนก.พ.จากสถาบัน GfK และสหรัฐจะเปิดเผยจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์, สต็อกสินค้าคงคลังภาคค้าส่งเดือนธ.ค. และยอดขายบ้านใหม่เดือนธ.ค. --อินโฟเควสท์ แปลและเรียบเรียงโดย ชาญวิทย์ เอี่ยมอุดม/รัตนา โทร.02-2535000 ต่อ 327 อีเมล์: ratana@infoquest.co.th-- อ่านต่อได้ที่ : http://www.ryt9.com/s/iq29/2771970 ภาวะตลาดเงินบาท: เปิด 31.75 แข็งค่าในรอบ 42 เดือนตามทิศทางภูมิภาคจากแรงขายดอลล์ มองกรอบวันนี้ 31.70-31.85 ข่าวเศรษฐกิจ สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ) -- พุธที่ 24 มกราคม 2561 09:21:17 น. นักบริหารเงินจากธนาคารกรุงศรีอยุธยา เปิดเผยว่า เงินบาทเปิดตลาดที่ระดับ 31.75 บาท/ดอลลาร์ แข็งค่าจากเย็น วานนี้ที่ปิดตลาดที่ระดับ 31.85 บาท/ดอลลาร์ "เงินบาทแข็งค่าเร็วแต่ก็เป็นไปในทิศทางเดียวกับสกุลอื่นๆ เนื่องจากเมื่อคืนดอลลาร์เผชิญแรงเทขายเมื่อเทียบกับทุก สกุลหลัก โดยเงินบาทที่ระดับ 31.75 นี้ถือเป็นการแข็งค่าสุดในรอบ 42 เดือนนับจากเดือน ก.ค.57 อย่างไรก็ตาม มองว่าหากดอลลาร์ยังคงถูกเทขายอย่างต่อเนื่องแบบนี้โอกาสที่เงินบาทจะลงไปถึงระดับ 31.50...และ ถ้าลงไปทดสอบระดับ 31.74 หรือ 31.73 ก็จะเป็นสถิติใหม่นับจากเดือนพ.ย.56 แต่เราเชื่อว่าทางการน่าจะเข้ามาดูแลไม่ให้เงิน บาทแข็งค่ามากเกินไป" นักบริหารเงิน กล่าว นักบริหารเงิน ประเมินกรอบการเคลื่อนไหวของเงินบาทวันนี้ระหว่าง 31.70-31.85 บาท/ดอลลาร์ THAI BAHT FIX 3M (23 ม.ค.) อยู่ที่ระดับ 1.13352% ส่วน THAI BAHT FIX 6M (23 ม.ค.) อยู่ที่ระดับ 1.13973% * ปัจจัยสำคัญ - เงินเยนอยู่ที่ระดับ 110.12 เยน/ดอลลาร์ จากเย็นวานนี้ที่อยู่ที่ระดับ 110.61 เยน/ดอลลาร์ - เงินยูโรอยู่ที่ระดับ 1.2307 ดอลลาร์/ยูโร จากเย็นวานนี้ที่อยู่ที่ระดับ 1.2247 ดอลลาร์/ยูโร - อัตราแลกเปลี่ยนเงินบาท/ดอลลาร์ ถัวเฉลี่ยถ่วงน้ำหนักระหว่างธนาคารของธปท.อยู่ที่ระดับ 31.8250 บาท/ ดอลลาร์ - สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) เปิดเผยว่า ในวันที่ 24 ม.ค.นี้ สศค.จะประชุมร่วมกับธนาคารแห่งประเทศ ไทย (ธปท.) สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) และสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอก เงิน (ปปง.) ที่ธนาคารแห่งประเทศไทย เพื่อวางกฎกติกากำกับดูแลสกุลเงินดิจิทัลในไทย อาทิ บิตคอยน์ อีเธอเรียมให้ชัดเจน เพราะขณะนี้ประเทศไทยยังไม่มีหน่วยงานเข้ามากำกับดูแลเรื่องนี้อย่างจริงจัง - ธนาคารซีไอเอ็มบี ไทย เปิดเผยว่า ต้นไตรมาส 2 นี้ ธนาคารเตรียมเปิดตัวบริการรองรับลูกค้าที่ต้องการนำเงินไป ลงทุนโดยตรงในต่างประเทศ หลังธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ประกาศผ่อนคลายให้นิติบุคคลไทยและบุคคลไทยที่มีเงินฝากหรือ เงินลงทุนในตราสารและอนุพันธ์ 50 ล้านบาทขึ้นไป แต่ไม่ถึง 100 ล้านบาท ลงทุนในตราสารต่างประเทศและอนุพันธ์ได้โดยไม่ผ่าน ตัวแทนการลงทุนในประเทศ - รมว.คลัง เชื่อว่าในระยะกลางเงินเฟ้อจะกลับเข้ามาอยู่ในกรอบที่มีการกำหนดไว้ได้ และปีนี้ก็เชื่อว่าเงินเฟ้อจะเข้า กรอบบวกลบ 1.5% หรือ 1-4% ได้ - นายแบงก์ส่งสัญญาณเริ่มวิตกกระแสเลื่อนการเลือกตั้ง เผยเป็นปัจจัยเพิ่มเสี่ยงต่อเป้าการขยายตัวเศรษฐกิจ ต่อจาก ปัญหาเงินบาทแข็งยังไม่จาง จับตากลางปีแข็งสุด 31.20 บาทต่อดอลล์ สวนทางเอกชนยังมองไม่กระทบความเชื่อมั่นการค้าและลงทุน - วุฒิสภาสหรัฐมีมติรับรองนายเจอโรม พาวเวล ให้ดำรงตำแหน่งประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) คนใหม่ แทน นางเจเน็ต เยลเลน ซึ่งจะสิ้นสุดวาระการดำรงตำแหน่งประธานเฟดในวันที่ 3 ก.พ.นี้ - สกุลเงินยูโรแข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กเมื่อคืนนี้ (23 ม. ค.) หลังจากคณะกรรมาธิการยุโรป (EC) ซึ่งเป็นองค์กรบริหารของสหภาพยุโรป (EU) ระบุว่า ดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคในยู โรโซนเพิ่มขึ้นเกินคาดในเดือนม.ค. สกุลเงินยูโรได้รับแรงหนุนหลังจากคณะกรรมาธิการยุโรปเปิดเผยผลการสำรวจเมื่อวานนี้ ซึ่งพบว่า ดัชนีความเชื่อมั่น ของผู้บริโภคในยูโรโซนพุ่งขึ้นสู่ระดับ 1.3 จุดในเดือนม.ค. จากระดับ 0.5 จุดในเดือนธ.ค. - สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดบวกเมื่อคืนนี้ (23 ม.ค.) โดยได้แรงหนุนจากสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐที่อ่อนค่าลงเมื่อ เทียบกับสกุลเงินหลักๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสกุลเงินยูโร หลังจากมีรายงานว่าดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคยูโรโซนพุ่งเกินคาดในเดือนม. ค. - นักลงทุนรอดูข้อมูลเศรษฐกิจที่สำคัญของสหรัฐในสัปดาห์นี้ ซึ่งได้แก่ ดัชนีราคาบ้านเดือนพ.ย., ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัด ซื้อ (PMI) ภาคบริการเบื้องต้นเดือนม.ค.จากมาร์กิต, ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิตเบื้องต้นเดือนม.ค.จากมา ร์กิต, ยอดขายบ้านมือสองเดือนธ.ค., จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์, สต็อกสินค้าคงคลังภาคค้าส่งเดือนธ.ค., ยอด ขายบ้านใหม่เดือนธ.ค., ยอดสั่งซื้อสินค้าคงทนเดือนธ.ค. และผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) ไตรมาส 4/2560 - นักลงทุนจับตาการประชุมของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ในวันที่ 30-31 ม.ค.นี้ เพื่อหาสัญญาณที่ชัดเจนเกี่ยวกับทิศ ทางอัตราดอกเบี้ยในปีนี้ --อินโฟเควสท์ โดย นิศารัตน์ วิเชียรศรี/รัชดา โทร.02-2535000 ต่อ 317 อีเมล์: rachada@infoquest.co.th-- อ่านต่อได้ที่ : http://www.ryt9.com/s/iq03/2771962
  4. Hua Seng Heng Morning News 24-01-2561HSHsocial เฮฮาภาษาทอง by Ylg 24-01-2561Ylg Bullion MTS GOLD was live. 1 hr · คลิป
  5. วันนี้
  6. แนวโน้มราคาทองคำช่วงนี้ ได้รับแรงหนุนจากUS Dollar ที่อ่อนตัวลงมา ทำให้ขึ้นไปทดสอบแนวต้านที่1340 แนะนำเข้าซื้อตามแนวโน้มขาขึ้นต่อไป แต่อาจไม่ต้องรีบมากนัก เนื่องจากราคาทองขึ้นแรงและเหวี่ยงออกจากเส้นค่าเฉลี่ยEMA200มากเกินไป จึงน่าจะมีจังหวะพักตัวลงมาได้บ้าง ให้เข้าซื้อเมื่อราคาอ่อนตัวลงมาที่แนวรับ1335 ที่เป็นแนวรับของกรอบขาขึ้น ซึ่งถ้าไม่หลุดตรงนี้ ราคาทองก็ยังสามารถขึ้นต่อได้ และไปลุ้นขายทำกำไรที่1345
  7. SCT Market Watch : บทวิเคราะห์ราคาทองคำและกลยุทธ์การลงทุนประจำวันที่ 24 มกราคม 2561 เมื่อคืนนี้ค่าเงิน USD อ่อนค่าทำ LOW ใหม่ในรอบ 3 ปีทำให้ราคาทองปิดบวก ( กองทุน SPDR ซื้อสองตันเศษ) แต่ไม่สามารถทำ HIGH ทะลุ 1345-1350 เหรียญได้ วันนี้จึงมองการเคลื่อนไหวในกรอบ 1330-1350 เหรียญหรือ SIDEWAYS ของทองคำเช่นเดิม แนะนำขายทำกำไรแถว 1340-1350 เหรียญ แล้วรอย่อตัวซื้อคืนตามกลยุทธ์ระยะกลาง และรอคืนพรุ่งนี้ที่ทาง ECB ที่จะแถลงนโยบายดอกเบี้ยซึ่งมีข่าวว่าอาจจะลดดอกเบี้ยและวงเงิน QE ทำให้นักลงทุนหันไปซื้อเงินยุโรจนทำ HIGH ใหม่ในรอบสามปี วันนี้มีตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯประกาศหลายตัวซึ่งมีทั้งบวกและลบจึงคาดการแกว่งตัว กลยุทธ์ให้ขายถ้าวันนี้ทองไม่ผ่าน 1345-1350 เหรียญ ส่วนค่าเงินบาทแข็งค่าเยอะพร้อมกลับตัวจึงอาจทำให้ทองไทยไม่ลงเยอะ การเทรดสั้นๆและซื้อสะสมเมื่อย่อจึงเหมาะสมกับสถานะการณ์นี้ http://www.sctgold.com https://www.facebook.com/SCTGOLD SCT GOLD OFFICIAL LINE : @sctgold บริษัท ซินเนอร์จี้ คอมโมดิตี้ส์ เทรด จำกัด 24-01-18.pdf
  8. SCT Market Watch : บทวิเคราะห์ราคาทองคำและกลยุทธ์การลงทุนประจำวันที่ 24 มกราคม 2561 https://t.co/vRTV3uBtbD

  9. RT @Diahdolah: แพนเค้กอินเซปชั่น https://t.co/UrdrGg1oxa

  10. RT @ThePowerfulPics: How to match your shoes with your suit https://t.co/hebSLSyAH9

  11. RT @ThePowerfulPics: How to match your shoes with your suit https://t.co/hebSLSyAH9

  12. เช้านี้ หลายคนอาจกังวลใจว่า เอสไปแล้ว ขายทองแท่งคืนอาแปะไปแล้ว ราคาทองกำลังจะขึ้นไป แนวโน้มเปลี่ยนเป็นบวกแล้ว ขอบ่นว่า ยังครับ แนวโน้มตาม MACD 5,35,9 ยังคงอยู่ในแนวโน้มลบ เส้นแดงยังอยู่เหนือเส้นดำ ความน่าจะเป็นด้านทองร่วง มีมากกว่า ทองขึ้น คนเล่นทองมักเล่นแบบวิ่งไล่จับราคาทอง พอตกก็วิ่งตาม แล้วเป็นไง พอราคาขึ้น วิ่งไล่จับอีก เทรนฟอลโล่ว วิ่งไล่จับ เหนื่อยนะครับ จับไม่ค่อยไหว หอบแห่กก
  13. สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระดำเนินไปในการพระราชทานปริญญาบัตร แก่ผู้สำเร็จการศึกษาจากมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ประจำปีการศึกษา ๒๕๖๐ ณ หอประชุมมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ วันอังคารที่ ๒๓ มกราคม ๒๕๖๑ ภาพจาก FB_WasantStudio ข่าวในพระราชสำนัก วันอังคารที่ 23 มกราคม พ.ศ.2561 สํานักข่าวไทย TNAMCOT ภาวะตลาดทองคำนิวยอร์ก: เงินดอลล์อ่อน หนุนทองคำปิดบวก 4.8 ดอลลาร์ สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (24 ม.ค. 61)--สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดบวกเมื่อคืนนี้ (23 ม.ค.) โดยได้แรงหนุนจากสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐที่อ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสกุลเงินยูโร หลังจากมีรายงานว่าดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคยูโรโซนพุ่งเกินคาดในเดือนม.ค. สัญญาทองคำตลาด COMEX (Commodity Exchange) ส่งมอบเดือนก.พ. เพิ่มขึ้น 4.8 ดอลลาร์ หรือ 0.36% ปิดที่ระดับ 1,336.70 ดอลลาร์/ออนซ์ สัญญาโลหะเงินส่งมอบเดือนมี.ค. ลดลง 7.6 เซนต์ หรือ 0.45% ปิดที่ 16.913 ดอลลาร์/ออนซ์ สัญญาพลาตินัมส่งมอบเดือนเม.ย. เพิ่มขึ้น 11 ดอลลาร์ หรือ 1.1% ปิดที่ 1007.8 ดอลลาร์/ออนซ์ สัญญาพัลลาเดียมส่งมอบเดือนมี.ค. ลดลง 8.05 ดอลลาร์ หรือ 0.7% ปิดที่ 1084.25 ดอลลาร์/ออนซ์ สัญญาทองคำดีดตัวขึ้น เนื่องจากการอ่อนค่าของดอลลาร์ช่วยให้สัญญาทองคำซึ่งซื้อขายในรูปสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐนั้น มีราคาที่น่าดึงดูดใจสำหรับนักลงทุนที่ถือครองสกุลเงินอื่นๆ ดัชนีดอลลาร์ ซึ่งเป็นดัชนีวัดความเคลื่อนไหวของดอลลาร์เมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก 6 สกุลในตะกร้าเงิน ปรับตัวลง 0.2% แตะที่ระดับ 90.206 เมื่อคืนนี้ ทั้งนี้ ดอลลาร์อ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเทียบกับยูโร หลังจากคณะกรรมาธิการยุโรป (EC) ซึ่งเป็นองค์กรบริหารของสหภาพยุโรป (EU) เปิดเผยว่า ผลการสำรวจพบว่า ความเชื่อมั่นของผู้บริโภคในยูโรโซนพุ่งขึ้นสู่ระดับ 1.3 จุดในเดือนม.ค. ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนส.ค.2543 และสูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ที่ระดับ 0.6 จุด --อินโฟเควสท์ แปลและเรียบเรียงโดย รัตนา พงศ์ทวิช โทร.02-2535000 ต่อ 327 อีเมล์: ratana@infoquest.co.th-- ภาวะตลาดเงินนิวยอร์ก: ยูโรแข็งค่าเทียบดอลล์ รับความเชื่อมั่นผู้บริโภคยูโรโซนพุ่งเกินคาด สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (24 ม.ค. 61)--สกุลเงินยูโรแข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กเมื่อคืนนี้ (23 ม.ค.) หลังจากคณะกรรมาธิการยุโรป (EC) ซึ่งเป็นองค์กรบริหารของสหภาพยุโรป (EU) ระบุว่า ดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคในยูโรโซนเพิ่มขึ้นเกินคาดในเดือนม.ค. ยูโรแข็งค่าขึ้นแตะระดับ 1.2294 ดอลลาร์ จากระดับ 1.2257 ดอลลาร์ ขณะที่เงินปอนด์แข็งค่าขึ้นแตะระดับ 1.4000 ดอลลาร์ จากระดับ 1.3982 ดอลลาร์ ส่วนดอลลาร์ออสเตรเลียอ่อนค่าลงแตะระดับ 0.7996 ดอลลาร์สหรัฐ จากระดับ 0.8012 ดอลลาร์สหรัฐ ดอลลาร์อ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับเงินเยนที่ระดับ 110.33 เยน จากระดับ 110.99 เยน และอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับฟรังก์สวิสที่ระดับ 0.9581 ฟรังก์ จากระดับ 0.9625 ฟรังก์ สกุลเงินยูโรได้รับแรงหนุนหลังจากคณะกรรมาธิการยุโรปเปิดเผยผลการสำรวจเมื่อวานนี้ ซึ่งพบว่า ดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคในยูโรโซนพุ่งขึ้นสู่ระดับ 1.3 จุดในเดือนม.ค. จากระดับ 0.5 จุดในเดือนธ.ค. ทั้งนี้ นักวิเคราะห์คาดการณ์ก่อนหน้านี้ว่า ความเชื่อมั่นของผู้บริโภคในยูโรโซนจะเพิ่มขึ้นสู่ระดับ 0.6 จุดในเดือนม.ค. ขณะเดียวกัน ความเชื่อมั่นของผู้บริโภคในสหภาพยุโรปดีดตัวขึ้น 1 จุด สู่ระดับ 0.4 จุดในเดือนม.ค. จากระดับ -0.6 จุดในเดือนธ.ค. นักลงทุนรอดูข้อมูลเศรษฐกิจที่สำคัญของสหรัฐในสัปดาห์นี้ ซึ่งได้แก่ ดัชนีราคาบ้านเดือนพ.ย., ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคบริการเบื้องต้นเดือนม.ค.จากมาร์กิต, ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิตเบื้องต้นเดือนม.ค.จากมาร์กิต, ยอดขายบ้านมือสองเดือนธ.ค., จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์, สต็อกสินค้าคงคลังภาคค้าส่งเดือนธ.ค., ยอดขายบ้านใหม่เดือนธ.ค., ยอดสั่งซื้อสินค้าคงทนเดือนธ.ค. และผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) ไตรมาส 4/2560 นอกจากนี้ นักลงทุนยังจับตาการประชุมของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ในวันที่ 30-31 ม.ค.นี้ เพื่อหาสัญญาณที่ชัดเจนเกี่ยวกับทิศทางอัตราดอกเบี้ยในปีนี้ ทั้งนี้ นักลงทุนยังคงติดตามการเลือกผู้ที่จะมาดำรงตำแหน่งรองประธานเฟด โดยขณะนี้ทำเนียบขาวกำลังพิจารณาแต่งตั้งนายจอห์น วิลเลียมส์ ประธานเฟดสาขาซานฟรานซิสโก ให้ดำรงตำแหน่งรองประธานเฟด ซึ่งเป็นตำแหน่งที่รองจากนายเจอโรม พาวเวล ประธานเฟดคนใหม่ หนังสือพิมพ์วอลล์สตรีท เจอร์นัลรายงานว่า นอกเหนือจากนายวิลเลียมส์แล้ว ทำเนียบขาวยังพิจารณาบุคคลอื่นๆด้วยเช่นกัน ซึ่งรวมถึงนายริชาร์ด คลาริดา ประธานบริษัทแปซิฟิก อินเวสเมนท์ แมเนจเมนท์ (PIMCO), นางลอว์เรนซ์ ลินเซย์ อดีตเจ้าหน้าที่เฟด และนายโมฮัมหมัด เอล-อีเรียน อดีตซีอีโอของ PIMCO --อินโฟเควสท์ แปลและเรียบเรียงโดย รัตนา พงศ์ทวิช โทร.02-2535000 ต่อ 327 อีเมล์: ratana@infoquest.co.th-- ภาวะตลาดหุ้นนิวยอร์ก: ดาวโจนส์ปิดขยับลง 3.79 จุด ขณะ Nasdaq,S&P500 ยังเดินหน้าทำนิวไฮ ข่าวหุ้น-การเงิน สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ) -- พุธที่ 24 มกราคม 2561 06:29:20 น. ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดขยับลงเมื่อคืนนี้ (23 ม.ค.) โดยได้รับแรงกดดันจากการร่วงลงของหุ้นบริษัทรายใหญ่อย่างจอห์นสัน แอนด์ จอห์นสัน และพรอคเตอร์ แอนด์ แกมเบิล (P&G) หลังจากทั้งสองบริษัทเปิดเผยผลประกอบการเมื่อวานนี้ อย่างไรก็ตาม ดัชนี S&P500 และ Nasdaq ยังคงเดินหน้าทำนิวไฮ หลังจากบริษัทเน็ตฟลิกซ์ ซึ่งเป็นผู้ให้บริการทีวีออนไลน์ยักษ์ใหญ่ของสหรัฐ เปิดเผยผลการดำเนินงานที่แข็งแกร่ง ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 26,210.81 จุด ลดลง 3.79 จุด หรือ -0.01% ดัชนี S&P500 ปิดที่ 2,839.13 จุด เพิ่มขึ้น 6.16 จุด หรือ +0.22% และดัชนี Nasdaq ปิดที่ 7,460.29 จุด เพิ่มขึ้น 52.26 จุด หรือ +0.71% ดัชนีดาวโจนส์พักฐานเมื่อคืนนี้ หลังจากพุ่งขึ้นทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา อันเนื่องมาจากการที่สหรัฐสามารถหลุดพ้นจากภาวะชัตดาวน์ หรือการปิดหน่วยงานของรัฐบาล หลังจากสภาคองเกรสได้ผ่านร่างกฎหมายงบประมาณชั่วคราว ซึ่งจะช่วยให้รัฐบาลสหรัฐมีงบประมาณในการบริหารประเทศจนถึงวันที่ 8 ก.พ. หุ้นจอห์นสัน แอนด์ จอห์นสัน และหุ้น P&G ร่วงลง ซึ่งเป็นหนึ่งในปัจจัยที่ฉุดดัชนีดาวโจนส์ปิดในแดนลบ โดยหุ้นจอห์นสัน แอนด์ จอห์นสัน ดิ่งลง 4.3% หลังจากบริษัทได้เปิดเผยถึงผลกระทบของค่าใช้จ่ายในการจัดทำบัญชีใหม่ อันเนื่องมาจากมาตรการปฏิรูปภาษีของรัฐบาลสหรัฐ ขณะที่หุ้น P&G ร่วงลง 3.1% หลังจากบริษัทเปิดเผยกำไรและรายได้ในไตรมาส 4/2560 เมื่อวานนี้ ซึ่งแม้ว่าสูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ แต่ตัวเลขดังกล่าวชะลอตัวลงจากระดับของไตรมาส 4/2559 อย่างไรก็ตาม ดัชนี Nasdaq และ S&P 500 ยังคงเดินหน้าทำนิวไฮ โดยได้แรงหนุนจากหุ้นเน็ตฟลิกซ์ที่พุ่งขึ้น 10% หลังจากบริษัทเปิดเผยว่ามีลูกค้าเพิ่มขึ้น 8.3 ล้านรายในไตรมาส 4/2560 โดยสูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 6.4 ล้านราย ทางด้านนักวิเคราะห์ได้ปรับเพิ่มราคาเป้าหมายของหุ้นเน็ตฟลิกซ์สู่ระดับ 300 ดอลลาร์ จากเดิมที่ 270 ดอลลาร์ ซึ่งเป็นการเพิ่มขึ้นถึง 32% จากระดับปิดตลาดเมื่อวันจันทร์ ส่วนหุ้นเทคโนโลยีตัวอื่นๆในกลุ่ม "FAANG" ซึ่งได้แก่ เฟซบุ๊ก, แอปเปิล, อเมซอน, และอัลฟาเบท ซึ่งเป็นบริษัทแม่ของกูเกิล ต่างก็ทะยานขึ้นเช่นกัน โดยหุ้นเฟซบุ๊ก พุ่งขึ้นกว่า 2% หุ้นแอปเปิล ดีดตัวขึ้น 0.02% หุ้นอเมซอน พุ่งขึ้น 2.6% และหุ้นอัลฟาเบท ปรับตัวขึ้นกว่า 1% หุ้นเวิร์ลพูล ผู้ผลิตเครื่องไฟฟ้าชั้นนำของสหรัฐ พุ่งขึ้น 3.2% หลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ได้อนุมัติมาตรการเรียกเก็บภาษีนำเข้าเครื่องซักผ้าสำหรับที่อยู่อาศัยขนาดใหญ่ โดยมาตรการดังกล่าวจะช่วยปกป้องผู้ผลิตในสหรัฐ แต่คาดว่าจะส่งผลกระทบต่อผู้ผลิตในจีนและเกาหลีใต้ นักลงทุนจับตาการประชุมของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ในวันที่ 30-31 ม.ค.นี้ เพื่อหาสัญญาณที่ชัดเจนเกี่ยวกับทิศทางอัตราดอกเบี้ยในปีนี้ นอกจากนี้ นักลงทุนยังรอดูข้อมูลเศรษฐกิจที่สำคัญของสหรัฐในสัปดาห์นี้ ซึ่งได้แก่ ดัชนีราคาบ้านเดือนพ.ย., ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคบริการเบื้องต้นเดือนม.ค.จากมาร์กิต, ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิตเบื้องต้นเดือนม.ค.จากมาร์กิต, ยอดขายบ้านมือสองเดือนธ.ค., จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์, สต็อกสินค้าคงคลังภาคค้าส่งเดือนธ.ค., ยอดขายบ้านใหม่เดือนธ.ค., ยอดสั่งซื้อสินค้าคงทนเดือนธ.ค. และผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) ไตรมาส 4/2560 --อินโฟเควสท์ แปลและเรียบเรียงโดย รัตนา พงศ์ทวิช โทร.02-2535000 ต่อ 327 อีเมล์: ratana@infoquest.co.th- อ่านต่อได้ที่ : http://www.ryt9.com/s/iq18/2771790 บิตคอยน์ดิ่งกว่า 7% หลุด 10,000 ดอลลาร์ ครั้งที่ 2 ในรอบ 1 สัปดาห์ กังวลเกาหลีคุมเข้มเงินดิจิทัล ข่าวหุ้น-การเงิน สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ) -- อังคารที่ 23 มกราคม 2561 22:57:53 น. บิตคอยน์ดิ่งกว่า 7% ต่ำกว่า 10,000 ดอลลาร์ในวันนี้ ซึ่งนับเป็นครั้งที่ 2 ในรอบ 1 สัปดาห์ จากความกังวลเกี่ยวกับการคุมเข้มการซื้อขายบิตคอยน์ในเกาหลีใต้ ทั้งนี้ บิตคอยน์ร่วงแตะ 9,972.29 ดอลลาร์ในวันนี้ หลังจากทรุดตัวลงกว่า 30% แตะ 9,199.59 ดอลลาร์ในสัปดาห์ที่แล้ว อย่างไรก็ดี บิตคอยน์ยังคงพุ่งขึ้น 955% เมื่อเทียบกับช่วงต้นปี 2560 ทางการเกาหลีใต้ประกาศห้ามการใช้บัญชีที่ไม่เปิดเผยชื่อจริงทำการซื้อขายสกุลเงินดิจิทัลในวันนี้ โดยมีเป้าหมายที่จะสกัดการฟอกเงิน มาตรการดังกล่าวจะเริ่มมีผลบังคับใช้ในวันที่ 30 ม.ค. ทั้งนี้ ผู้ที่มีกระเป๋าเงินดิจิทัลแต่ไม่ระบุตัวตน จะต้องทำการผูกกระเป๋าเข้ากับบัญชีธนาคารที่ใช้ชื่อจริง และทำการยืนยันข้อมูลส่วนบุคคล นอกจากนี้ ผู้ที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ และชาวต่างชาติ จะไม่ได้รับอนุญาตให้ทำการเปิดบัญชีสกุลเงินดิจิทัลในเกาหลีใต้ ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่เตรียมออกกฎหมายเพื่อให้มีการเรียกเก็บภาษีต่อตลาดซื้อขายสกุลเงินดิจิทัลในประเทศ เพื่อสกัดภาวะร้อนแรงของสกุลเงินดังกล่าว เกาหลีใต้นับเป็นตลาดซื้อขายบิตคอยน์ และสกุลเงินดิจิทัลอื่นๆ รายใหญ่อันดับ 3 ของโลก รองจากญี่ปุ่น และสหรัฐ โดยมีสัดส่วนการซื้อขายบิตคอยน์ 6-12% ของปริมาณการซื้อขายทั่วโลก ขณะที่มีการซื้อขายอีเธอเรียม 14% และริพเพิล 33% การซื้อขายบิตคอยน์ และสกุลเงินดิจิทัลอื่นๆ ได้รับความนิยมอย่างมากในเกาหลีใต้ ซึ่งนักลงทุนรายย่อยจำนวนมากได้ลาออกจากงานประจำที่ทำเพื่อมาซื้อขายสกุลเงินดิจิทัลอย่างเต็มตัว หลังจากที่สกุลเงินเหล่านี้ให้ผลตอบแทนอย่างมากในปีที่แล้ว --อินโฟเควสท์ แปลและเรียบเรียงโดย ก้องเกียรติ กอวีรกิติ โทร.02-2535000 อีเมล์: kongkiat.k@infoquest.co.th-- อ่านต่อได้ที่ : http://www.ryt9.com/s/iq21/2771780 ----- Government Shutdown! โดย สิริอัญญา วันพุธที่ 24 มกราคม 2561 ในสหรัฐอเมริกาช่วงนี้กำลังมีเหตุการณ์ที่เรียกว่า Government Shutdown และเป็นข่าวฮือฮาลือลั่นสนั่นโลก เพราะครั้งนี้ก็ไม่ใช่ครั้งแรก เนื่องจากเคยเกิดเหตุแบบนี้มาก่อนแล้วอย่างน้อยสามครั้ง แต่ในที่สุดเมื่อตกลงกันได้ก็ผ่านไปแบบไปตายเอาดาบหน้า มาถึงวันนี้ก็ตายจริง ๆ แต่ไม่รู้ว่าจะตายนานเท่าใด และเป็นเรื่องที่เกิดความอัปยศอดสูแก่สหรัฐอเมริกา ซึ่งถือตนว่าเป็นชาติมหาอำนาจลำดับหนึ่งของโลกและมีเศรษฐกิจขนาดใหญ่ที่สุดของโลก ทว่าเป็นความใหญ่โตบนหนี้สินล้นพ้นตัวของประเทศชาติที่ไม่มีทางที่จะชำระหนี้ได้เลย เพราะลำพังดอกเบี้ยก็ไม่สามารถหารายได้ไปชดใช้ได้ ทั้งหนี้สินภาคประชาชนก็ล้นพ้นตัวเช่นเดียวกัน ถึงขนาดต้องใช้หนี้ 120 ปีก็ยังไม่หมด ทำไมจึงต้องเป็น Government Shutdown? ก็ต้องทำความเข้าใจก่อนว่าสิ่งที่เรียกว่า Government Shutdown นั้นคือการปิดทำการของหน่วยงานของรัฐที่ไม่มีรายได้มาใช้จ่าย หรือนัยหนึ่งก็คือไม่มีเงินงบประมาณได้รับจัดสรรมาใช้จ่ายตามปกติ ดังนั้นเมื่อไม่มีเงินงบประมาณมาให้ใช้จ่ายก็ไม่สามารถดำเนินงานต่อไปได้ หน่วยงานของรัฐเหล่านั้นก็ต้องปิดตัวเองลง สภาพเช่นนี้เกิดขึ้นทั้งในระดับเมืองหรือระดับมลรัฐและระดับส่วนราชการ นั่นหมายความว่าเงินงบประมาณของหน่วยงานใดไม่ได้รับการจัดสรรมาใช้จ่าย หน่วยงานนั้นก็ทำงานต่อไปไม่ได้และต้องปิดตัวเองลง การที่หน่วยงานของรัฐต้องปิดตัวเองลงเช่นนี้เป็นเรื่องที่ไม่เกิดขึ้นในชาติใด ๆ ในโลก ดังนั้นจึงต้องมองให้เข้าใจว่าสถานการณ์ถังแตกถึงขั้นแตกดังโพละ และหนักหนาสาหัสสักเพียงไหน นี่คือสภาพของชาติมหาอำนาจของโลกที่คนบางจำพวกยังหลงใหลได้ปลื้มยึดเอาเป็นสรณะ และเชื่อฟังดุจดังเป็นทาสรับใช้ สภาพเช่นนี้เกิดขึ้นมาเป็นระยะ ๆ และมักจะถึงขั้น Government Shutdown ก็ในช่วงที่มีการอนุมัติงบประมาณในแต่ละปี ซึ่งหมายความว่าสถานการณ์ที่เรียกว่าไปตายเอาดาบหน้านั้นจะเกิดขึ้นทุกปี ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าภาวะขาดเงินงบประมาณหนักหนารุนแรงและในที่สุดสักวันหนึ่งที่ไม่อาจหางบประมาณมาใช้จ่ายได้ กิจการภาครัฐหรือส่วนราชการก็ต้องปิดกิจการกันเป็นทิวแถว แต่น่าแปลกใจว่าสื่อกระแสหลักกลับเห็นเรื่องนี้กระจอกงอกง่อย ทั้งๆที่ความจริงแล้วเป็นเรื่องใหญ่โตมโหฬารที่สุดของโลก เป็นเรื่องที่ใครก็ตามที่คิดจะทำมาค้าขายด้วยจะต้องใคร่ครวญให้จงหนัก มิฉะนั้นก็จะพากันฉิบหายวายวอดตามไปในสักวันหนึ่ง นั่นคือผลที่เกิดขึ้นแล้วและเห็นประจักษ์แล้ว ต้นเหตุอันเป็นที่มาของผลดังกล่าวนั้นก็คือการใช้จ่ายงบประมาณเกินตัว ซึ่งเกิดขึ้นต่อเนื่องมากว่า 30 ปีแล้ว และเกิดขึ้นทันทีที่มีการนำนโยบายประชานิยมมาใช้ในสหรัฐอเมริกา ประชานิยมแบบที่เกิดขึ้นในบ้านเมืองของเรานั่นแหละ และไม่ว่าจะตั้งชื่อให้แปลกใหม่ประการใด ถ้ายังมีเนื้อแท้เป็นนโยบายประชานิยมแล้วไซร้ มันก็อีหรอบเดียวกันและมีอนาคตที่ต้องหายนะอย่างเดียวกันทั้งสิ้น ที่เรียกว่านโยบายประชานิยมนั้นก็คือนโยบายซื้อเสียงในระบอบประชาธิปไตยแบบส่งออก โดยให้ทานบำเรอเปรอปรนเพื่อสร้างความนิยมในหมู่ประชาชน โดยใช้วิธีการลดแลกแจกแถม ยุยงส่งเสริมให้ประชาชนเป็นหนี้เป็นสิน หรือวันๆ คิดอ่านแต่จะแบมือขอเงินหรือรับเอาผลประโยชน์จากรัฐ กระทั่งคิดแต่จะกู้เงินมาจับจ่ายใช้สอย จนก่อเกิดเป็นสันดานขึ้น คือสันดานกู้ยืมเงินก่อหนี้สินผูกพันเพื่อเอามาใช้สอยโดยไม่สร้างรายได้ สันดานนี้เกิดขึ้นตั้งแต่ระดับประเทศและระดับประชาชน สันดานกู้เงินมาจับจ่ายใช้สอยโดยไม่สร้างรายได้นั้นเกิดขึ้นในประเทศไทยเพียงแค่ 14 ปีเท่านั้น ก็ทำให้ประเทศมีหนี้สินมากมายก่ายกอง และในช่วง 3 ปีเศษมานี้นโยบายประชานิยมที่ว่านี้ก็ยังสิงสู่สืบทอดต่อมา มีการก่อหนี้สินผูกพันประเทศชาติราว 2 ล้านล้านบาท ซึ่งนับว่าเป็นห้วงเวลาสั้นที่มีการก่อหนี้ผูกพันประเทศไทยและคนไทยไปจนถึงชั่วลูกหลาน โดยที่ยังไม่เห็นกิจการใดที่จะก่อให้เกิดรายได้ที่จะนำมาใช้หนี้ในอนาคต วัน ๆ ที่ยกหัวชูหางสรรเสริญกันนักหนาว่าปรีชาสามารถ เนื้อแท้ก็แค่กู้หนี้ยืมสินแล้วเอามาโปรยหว่านโดยที่ไม่มีอะไรงอกเงยขึ้นมา ซ้ำร้ายทำให้ประชาชนเพิ่มหนี้สินครัวเรือนขึ้นอย่างรวดเร็วและอย่างไม่หยุดยั้ง ถ้าเทียบกับรายได้ประชากรของประเทศและเพดานสูงสุดที่จะกู้หนี้ยืมสินมาใช้ได้ในระยะประมาณ 5 ปีจากนี้ไป ประเทศของเรามีขีดความสามารถที่จะกู้เงินได้อย่างสูงสุดประมาณ 2 ล้านล้านบาทเท่านั้น และในจำนวนวงเงินที่จะสามารถกู้มาใช้สอยได้นั้นก็มีการตั้งเรื่องเตรียมการที่จะกู้มาใช้กันแล้ว ดังที่มีการรายงานข่าวว่าจะมีการกู้ยืมเงินมาลงทุนในโครงการ EEC ในพื้นที่สามจังหวัดของภาคตะวันออกถึงประมาณ 1.8 ล้านล้านบาท ซึ่งหมายความว่าถ้ากู้เงินจำนวนนี้มาใช้แล้วประเทศไทยจะเหลือวงเงินกู้ยืมได้อีกเพียง 0.2 ล้านล้านบาทเท่านั้น หมายความว่าการพัฒนาและการลงทุนเกือบทั่วทั้งประเทศราว 74 จังหวัด ในระยะ 5 ปี จะเหลือวงเงินที่จะกู้ยืมมาลงทุนหรือพัฒนาได้เพียงประมาณ 200,000 ล้านบาทเท่านั้น เพียงเห็นตัวเลขเท่านี้ก็หดหู่อดสูใจและน่าห่วงใยประเทศชาติสักเพียงไหน ไม่ต้องพูดถึงหนี้สินภาคประชาชนที่กำลังเกิดขึ้นและเพิ่มจำนวนขึ้นอย่างรวดเร็ว ทั้งยังมีสารพัดเรื่องที่จะเชื้อเชิญจูงใจชักชวนให้ประชาชนก่อหนี้ยืมสินต่อไปอีก ดังเช่นแนวความคิดที่จะปลูกบ้านให้คนจนซื้อ ซึ่งมีวงเงินตั้งแต่ 300,000-2,000,000 บาท ซึ่งหากดูแต่ผิวเผินก็ร้องฮ้อว่ายอดดี แต่ในความเป็นจริงคืออะไร? ความเป็นจริงคือบรรดาเจ้าสัวนักจัดสรรก็จะสร้างบ้านอ้างว่าเพื่อให้คนจนซื้ออยู่อาศัย โดยมีการจัดการให้ธนาคารให้กู้ยืมเงินเพื่อนำมาซื้อบ้านดังกล่าวตามจำนวนเงินที่เป็นราคาค่าบ้าน รวมความก็คือมีการจัดวงเงินเพื่อซื้อบ้านให้กับคนจนโดยเจ้าสัวนักจัดสรรเป็นเจ้าของบ้านจัดสรร ดังนั้นเงินทั้งหมดที่คนจนกู้ไปซื้อจึงเลื่อนไหลไปอยู่ในมือของเจ้าสัวนักจัดสรรทั้งจำนวน วงเงินทั้งหมดที่จัดสรรให้คนจนกู้เท่าใด คนจนจะไม่มีสิทธิ์ได้รับเงินไปใช้แม้แต่บาทเดียว เพราะเงินค่าซื้อบ้านนั้นผู้รับคือเจ้าสัวนักจัดสรร ส่วนคนจนเมื่อกู้เงินไปซื้อบ้านแล้วก็มีหน้าที่ต้องชำระหนี้ทั้งเงินต้นและดอกเบี้ย รวมทั้งต้องชำระค่าเงินผ่อนข้าวของเครื่องใช้สารพัด และในที่สุดก็ผิดนัดชำระหนี้ คนจนก็จะถูกฟ้องคดียึดเอาบ้านที่ซื้อไปขายทอดตลาดซึ่งย่อมไม่พอชำระหนี้แน่นอน คนจนก็จะถูกฟ้องล้มละลาย เรียกว่าฉิบหายวายวอดตาม ๆ กัน ส่วนเจ้าสัวรับเงินค่าจัดสรรที่ดินไปแล้วก็สบายใจเฉิบ เพราะไม่ต้องกังวลที่คนจนจะถูกฟ้องล้มละลาย และไม่ต้องกังวลที่สถาบันการเงินที่ปล่อยสินเชื่อจะไม่ได้รับชำระหนี้และจะเกิดเป็นหนี้สูญขึ้นในระบบ ซึ่งจะต้องมีการขายหนี้สินหรือตัดหนี้สูญกันต่อไป โดยนักลงทุนในตลาดหุ้นหรือผู้ถือหุ้นต้องแบกรับความขาดทุนกันเอาเอง นี่คือนโยบายประชานิยมที่กำลังพัฒนามาถึงขั้นสูงอีกขั้นหนึ่งในประเทศไทยของเรา และเป็นเรื่องที่ปวงชนชาวไทยจะต้องรู้เท่าทันอย่าไปหลงคำชักชวนของใครให้กู้หนี้ยืมสิน หากต้องยึดมั่นอยู่ในหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงและศาสตร์พระราชาให้มั่นคง ก็จะรักษาตนให้รอดปลอดภัยได้ เมื่อประเทศชาติมีหนี้สินเพิ่มขึ้นอย่างไม่หยุดยั้ง ภาระดอกเบี้ยและภาระการชำระหนี้ก็จะผูกมัดรัดตัว ยิ่งถ้าก่อหนี้ยืมสินกับเจ้าหนี้รายได้จนมีหนี้สินมากเกินกว่าที่จะชำระหนี้ได้ ก็จะกลายเป็นประเทศราชทางการเงินที่จะต้องยอมรับเอาข้อกำหนดที่เบียดเบียนชาติบ้านเมืองและประชาชนหนักข้อขึ้นไปอีก ในวันนี้ประเทศไทยมีหนี้สินต่างชาติรายใหญ่รายเดียวและย่อมมีข้อกำหนดประการใด ใครเล่าจักรู้ แต่นั่นเป็นความเป็นความตายของชาติ จึงเป็นเรื่องที่ผู้รักชาติทั้งหลายจะต้องเร่งแสวงหาความจริงและคิดอ่านป้องกันแก้ไขเสียให้ทันท่วงทีก่อนที่จะมีเหตุการณ์ Government Shutdown. คุกร้อยกว่าปี! ศาลสั่งจำคุกมือวางระเบิดเสื้อแดง รวม 134 ปี 48 เดือน - สยามานุสสติ | Siammanussati.com วันนี้ (23 ม.ค.2561) ศาลอาญาพิพากษาจำคุก “ลุงวัฒนา” มือ … SIAMMANUSSATI.COM
  14. เมื่อวานนี้
  15. ทิศทางทอง--ตอน thaigold2

    กราฟตาแป๊ะรายวัน กราฟตาแป๊ะซ้ายบน เส้นสีแดง-----ขึ้น เส้นขาว----หาทิศทาง เส้นสีเขียว------ลง ขวาบน เส้นสีแดง---เสนอซื้อมากกว่าเสนอขาย เส้นสีเขียว---เสนอขายมากกว่าเสนอซื้อ ส่วนช่วงกลางที่มีแท่งสีแดงกับเขียวนั้น แท่งแดง---แรงซื้อขึ้น แท่งเขียว---แรงขายลง ขวาช่องสอง แท่งเหลืองคู่เส้นแดง---ขาขึ้น แท่งฟ้าคู่เส้นเขียว---ขาลง โดยปกติ ช่องนี้จะเปลี่ยนแนวโน้มช้ากว่าเพื่อน หากเปลี่ยนแนวโน้มเมื่อไหร่ เขาให้ขายออกหรือซื้อเข้าได้ทันที่ ยกเว้นมีปัจจัยพื้นฐานแรงๆแทรกเข้ามา จึงจะทำให้แนวโน้มกลับเปลี่ยนได้โดยกะทันหัน ซ้ายช่องสอง หน้าเหลืองแป๊ะยิ้ม---ขาขึ้น หน้าแดงแป๊ะร้องไห้---ขาลง แท่งสีเขียว---เพดาน แท่งสีแดง---พื้นดินโดยปกติ ช่องนี้จะส่งสัญญาณว่า กำลังจะเปลี่ยนแนวทางแล้วนะ แต่ยังไม่เต็มร้อย อาจมีการเปลี่ยนแปลงโดยกะทันหันก็ได้ ต้องดูซ้ายบนและขวาช่อง๒ประกอบด้วย จึงจะให้ความมั่นใจได้
  16. ทิศทางทอง--ตอน thaigold2

    ขอบคุณครับอาจารย์
  17. RT @koji_seto0518: 改めまして『海月姫』第2話ご視聴ありがとうございました! 本日も張り切って撮影しておりますぞ〜 積雪による事故や怪我には注意して下さい。 https://t.co/VQOWHDmqDx

  18. Wealthstation

    ทองเคลื่อนไหวแบบไม่สนใจเรื่องชัตดาวน์ไม่ว่าจะบวกหรือลบ เข้าทำนองไก่เห็นตีนงู งูเห็นนมไก่ คือมันเป็นระบบการเมืองของเค้า แต่สุดท้ายก็ผ่านไปอยู่ดี มีประเด็นอยู่เพียงสองเรื่องคือ 1. ทรงกราฟ เบรกเทรนด์ย่อยมาให้ได้ลุ้นว่าจะเข้ากรอบ setup ไหม ถ้าเข้าก็มีลุ้นไปต่อเป้าใกล้ๆ 1358 1365 ซึ่งมีชุดแรงส่งจาก 1330 ทำให้ถ้าลงต่ำกว่า 1330 นี้จะมองเสียทรงและน่าต้องมาลุ้นจะหลุด support ที่ 1320 ลงไปไหม ถ้าลงต่ำกว่า 1320 จะเป็นลักษณะกลับตัวในกรอบย่อยและจะพักตัวในกรอบใหญ่ มีแนวพักตัวกรอบหลักอยู่ที่บริเวณ 1280 1290 1300 2. สัปดาห์หน้าประชุมเฟด ทองมักจะลง จึงมองเป็น Story ที่ทำให้เราได้เปรียบโดยเฉพาะหากว่าทองเลือกขึ้นไป 1258 1265 ก่อน จะทำให้เราได้เอสในราคาที่สูงขึ้น กลยุทธ์ฝั่งซื้อ ซื้อตามหากว่าเบรก 1340 ขึ้นมาเพื่อลุ้นเบรก 1345 โดยมีแนวต้าน 1355 1358 1365 เป็นเป้าทำกำไร หลุด 1330 หรือ 1340 คัตหากว่าซื้อตามไป สำหรับท่านที่ซื้อมาตั้งแต่กลางธันวาคม ยังถือ แนะนำขายเมื่อลงต่ำกว่า 1320 เพื่อจับจังหวะซื้อในช่วงย่อตัวใกล้แนวรับสำคัญ 1280 1300 โดยเป็นจุดเดียวกับท่านที่รอซื้อ กลยุทธ์ฝั่งเอส ด้วยลักษณะทรงกราฟยังไม่น่าเอส ไม่ว่าจะตอนนี้หรือเข้าใกล้ 1345 ถ้าเห็นมาแถว 1340 - 1345 มีโอกาสเบรกไป 1360 ซึ่งถ้าเปิดไว้หรือไปเปิดไว้ แนะนำคัตเมื่อเบรก 1346 ขึ้นไปเพื่อรอดูจังหวะกันใหม่ ถ้าไม่อยากคัต จะเหลือสองทางเลือกคือถือทนไปกับไปถัวที่แนวต้านถัดไปแถว 1358 1365 ในกรณีที่ลงต่ำกว่า 1320 หรือ 1330 ถือว่าเสียทรงน่าจับจังหวะเอสเพื่อลุ้นระดับพักตัวของกรอบหลักอย่างน้อยที่ 1305 เป็นเป้าทำกำไร 23 Jan, 2018 Wealthstation
  19. Forex analysis by Instaforex

    ในเอเชียญี่ปุ่นจะปล่อยกิจกรรมในอุตสาหกรรมทั้งหมด m / m อัตรานโยบายของ BOJ รายงานแนวโน้มของ BOJ ข้อมูลงบการเงินนโยบายการเงินและสหรัฐฯจะเปิดเผยข้อมูลเศรษฐกิจเช่น Richmond Manufacturing Index ดังนั้นมีความเป็นไปได้ที่ค่าเงิน USD / JPY จะเคลื่อนไหวในช่วงที่มีค่าความผันผวนต่ำถึงปานกลาง TODAY'S TECHNICAL LEVEL: Resistance. 3: 111.49. Resistance. 2: 111.27. Resistance. 1: 111.05. Support. 1: 110.79. Support. 2: 110.57. Support. 3: 110.35.
  20. พีท เก่งและเฮงๆ ดวงชนะเลิศทองคำตลอด มีเวลาก็แวะมาเม้าท์เน้อ กิจการรุ่งเรืองไปถึงไหนแล้ว
  21. Gold spot Intraday: further advance. Pivot: 1332.00 Most Likely Scenario: long positions above 1332.00 with targets at 1340.50 & 1345.00 in extension. Alternative scenario: below 1332.00 look for further downside with 1328.00 & 1325.00 as targets. Comment: the RSI is bullish and calls for further upside.
  22. สีแต้มรถ...ให้สีเฉดตามตัวรถ รหัสสี/โค๊ดสีตรงตามโรงงานผู้ผลิตรถยนต์ แต้มได้ทั้งพื้นผิวที่เป็นโลหะและพลาสติก ช่วยซ่อมแซมสีรถจากรอยขีดข่วน รอยสีถลอก รอยสะเก็ดหิน คุณสมบัติเป็นสีแห้งเร็วคุณภาพสูงจากผู้ผลิตสีชั้นนำสำหรับสีพ่นรถยนต์โดยเฉพาะ ติดทนนาน สามารถเคลือบปกป้องโลหะไม่ให้เกิดสนิม สีแต้มรถ imixpaint แตกต่างปากกาแต้มสีรถยนต์ทั่วไป เนื่องจากเป็นสีสำหรับรถยนต์โดยเฉพาะ สามารถนำทินเนอร์มาผสมนำใส่กาพ่นสีได้
  23. ขึ้นมาอย่างแข็งแกร่ง เพราะมาทั้งกองทัพ อื้ม อย่าให้ใครมาทำลายบรรยากาศเลยนะ A/D line https://t.co/4sEDEz4Z7c https://t.co/sW3Uf5MMJN

  24. ขึ้นมาอย่างแข็งแกร่ง เพราะมาทั้งกองทัพ อื้ม อย่าให้ใครมาทำลายบรรยากาศเลยนะ A/D line https://t.co/4sEDEz4Z7c https://t.co/sW3Uf5MMJN

  25. RT @Eng_afternoonz: มีคนถามเยอะมากว่า ever = เคย? เราว่าจริงๆ มันคือการเน้นย้ำนะ เช่นแบบ “Have you loved me?” เคยรักชั้นมั้ย “Have you ever…

  26. SCT Market Watch : บทวิเคราะห์ราคาทองคำและกลยุทธ์การลงทุนประจำวันที่ 23 มกราคม 2561 เมื่อคืนนี้สภาสูงสหรัฐฯผ่านร่างกฎหมายงบประมาณชั่วคราวเพื่อป้องกันความวุ่นวายในปัจจุบัน โดยในเดือนหน้าจะมาถกร่างงบประมาณของจริงอีกที ซึ่งยังเป็นอุปสรรคที่รออยู่ หลังการต่ออายุชั่วคราวก็นำพาตลาดหุ้นสหรัฐฯทำ ALL TIME HIGH อีกรอบ แต่ทองยังเหนียวไม่ตกเทรนขาขึ้น ในวันนี้ตลาดจับตาการแถลงการณ์ของธนาคารกลางญี่ปุ่นว่าจะยังอัดฉีดวงเงิน QE ต่อหรือเริ่มกลับมาตาม EURO ที่ลด QE และพยายามขึ้นดอกเบี้ยตามสหรัฐฯ เห็นได้จากค่าเงินยุโรแข็งค่ามาตลอดช่วงปลายปีที่ผ่านมา หากญี่ปุ่นเลือกจะให้เยนอ่อนค่าเพื่อรักษาการขึ้นของตลาดหุ้นนิเคอิและการส่งออกก็ต้องทำ QE ต่อ ในคืนนี้ไม่มีตัวสำคัญจากฝั่งสหรัฐฯ จะมีตื่นเต้นก็คืนพฤหัสที่ ECB จะแถลงการณ์สำคัญ จึงมองวันนี้ราคาทองแกว่ง SIDEWAYS ไปก่อนในกรอบ 1328-1342 เหรียญ แนะนำเล่นสั้น ขายทำกำไรเมื่อราคาดีดตัว และรอซื้อคืนเมื่อย่อตัว ส่วนคนมือเปล่าและนักลงทุนระยะกลางยาวให้ทยอยซื้อเมื่อราคาย่อตัวทุกครั้ง เพราะค่าเงินบาทช่วงนี้แข็งค่า ประกอบกับใกล้เทศกาลตรุษจีนและทองมักจะขึ้นช่วงไตรมาสแรกทุกปี จึงแนะนำแค่เล่นสั้นและซื้อ ซื้อ ซื้อ สะสมช่วงย่อตัว http://www.sctgold.com https://www.facebook.com/SCTGOLD SCT GOLD OFFICIAL LINE : @sctgold บริษัท ซินเนอร์จี้ คอมโมดิตี้ส์ เทรด จำกัด 23-1-18.pdf
  1. ดูกิจกรรมเพิ่มอีก
×