ข้ามไปเนื้อหา
Update
 
 
Gold
 
USD/THB
 
สมาคมฯ
 
Gold965%
 
Gold9999
 
CrudeOil
 
USDX
 
Dowjones
 
GLD10US
 
HUI
 
SPDR(ton)
 
Silver
 
Silver/Oz
 
Silver/Baht
 
  • ประกาศ

    • kumponys

      ห้ามลงโฆษณา งาน Parttime / พวกลดน้ำหนัก / พวกรับจ้างมาโพสต์

      หลังๆ ดูเหมือนจะมีพวกรับจ้างโพสต์โฆษณา ประเภทที่โพสต์ทิ้งไว้ทุกเวป ซ้ำๆซากๆ จนกลายเป็นขยะ online ไปทั่วประเทศทั่วโลก ที่เห็นบ่อยๆ เห็นจะเป็นพวก ลดความอ้วน พวก Parttime ทั้งหลาย เพื่อความสงบเรียบร้อย ขออนุญาต ไม่รับโฆษณาประเภทนี้ และจะถูกกำจัดออกไปอย่างเร็ว รวมถึงจะพิจารณาแบนสมาชิก ที่สมัครเข้ามาโพสต์โฆษณาประเภทนี้ทันที

kumponys

ผู้ดูแลระบบ
  • จำนวนเนื้อหา

    5,318
  • เข้าร่วม

  • เข้ามาล่าสุด

  • วันที่ชนะ

    246

ทุกๆอย่างที่โพสต์โดย kumponys

  1. ปกติ เรามี cbox ใช้อยู่ที่หน้าแรก แต่หลังๆโดน block จนแทบจะเข้ากันไม่ได้ ผมก็นานๆจะเข้าได้ที ขี้เกียจเปิดโปรแกรมทะลวง แต่หากใครสังเกต เรามี chat อีกตัวที่ปกติเป็นของแถมที่ติดมากับ Software ที่ใช้ทำเวปนะครับ ตามธรรมดา คือให้ใช้ 5 คนพร้อมกันได้เท่านั้น แต่ตอนนี้ผมซื้อสิทธิ์มาลองใช้ 1 ปี ให้เข้าได้ 20 ท่านพร้อมกัน ยังไงก็ลองเข้าไปใช้บริการกันดูนะครับ ถ้า work ก็จะซื้อสิทธิ์ใช้ยาว
  2. ร้านกาแฟ "มั่วทองกับน้องรี"

    ดูไม่ออก ว่าอันไหนซ้ำ มันคล้ายๆกัน ถ้าแก้ไขได้ทุกคน มันก็จะยุ่งไปอีกแบบน่ะครับ ของน้องรี ตอนนี้ น่าจะแก้ไขได้เองแล้ว ลองดูนะครับ
  3. “สมอ.” ประกาศปรับมาตรฐาน “ปลั๊กราง” ใหม่ โดยได้เริ่มบังคับใช้มาตรฐานใหม่ ตั้งแต่วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2561 ที่ผ่านมา พวกเราควรจะรับรู้ข้อมูลเบื้องต้นกันได้แล้วว่ามันมีการเปลี่ยนแปลงอะไรไปบ้างนะครับ https://www.overclockzone.com/article/10167-มอก-ปลั๊กพ่วง-มาตรฐานเพื่อความปลอดภัย-ราคาแพงขึ้น-/ https://www.beartai.com/feature/227052?utm_medium=push&utm_source=OneSignal&utm_campaign=MOneSignal
  4. ดัชนีเชื่อมั่นราคาทองคำเดือน มีนาคม ปรับลดลงแรง นักลงทุนกังวลเฟดขึ้นดอกเบี้ย ผู้ค้าแนะให้ติดตามข้อมูลใกล้ชิด กรุงเทพฯ - ดร.พิบูลย์ฤทธิ์ วิริยะผล ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยทองคำ แถลงดัชนีความเชื่อมั่นราคาทองคำประจำเดือน มีนาคม 2561 ปรับลดลงมาจากเมื่อเดือน กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา อยู่ที่ระดับ 45.28 จุด ลดลง 22.11 จุด หรือคิดเป็น 32.81% ทั้งนี้ นักลงทุนคาดว่าราคาทองคำที่ปรับลดลงมามีปัจจัยหลักจากความกังวลในนโยบายทางการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ (FED) http://www.goldresearchcenter.com/node/87
  5. พนง.สาวสนามบิน ถูกจับได้ว่าขโมยเงินผู้โดนสารขณะผ่านเครื่องตรวจเอ็กซเรย์ พอถูกจับได้ อ้างว่า ทำโดนอารมณ์ชั่ววูบ และยังยิ้ม ไม่สำนึกว่าทำผิด บอกทำครั้งแรก แต่น่าจะไม่ใช่ เพราะ กระเป๋าถือผู้โดนสารกำลังเข้าเครื่องตรวจเอ็กซเรย แต่คุณเธอดึงออกมายังกับมืออาชีพ และใช้จังหวะ ถุงขาวสูงที่เลื่อนมา อีกอันบัง ฉกเงิน แล้วใส่เงินในสูทตนเอง ใช้มุมกล้องบัง รู้มุมกล้องด้วย https://www.youtube.com/watch?v=eaxIUEDET-0&feature=youtu.be
  6. ในยุคสมัยที่ AI กำลังมาแรงสุดๆ แต่โลกกับขาดแคลนผู้มีทักษะความสามารถด้าน AI อย่างมาก ส่งผลให้กูเกิลตัดสินใจนำคอร์สวิชา Machine Learning ที่เดิมทีเปิดสอนเฉพาะพนักงานของตัวเอง มาเปิดให้คนทั่วไปเรียนกันฟรีๆ https://www.blognone.com/node/100247
  7. ธนาคารกลางรัสเซีย(ซีบีอาร์) เพิ่มการถือครองทองคำอีกเกือบ 20 ตันเมื่อเดือนที่แล้ว ทำให้ปริมาณทองคำสำรองแตะระดับ 1,857 ตัน ขยับขึ้นมาติด 1 ใน 5 ของชาติที่ถือครองทองคำมากที่สุดในโลก แซงหน้าธนาคารกลางจีนซึ่งมีทองคำสำรอง 1,843 ตัน โดยทั้งมอสโกและปักกิ่งเร่งยกระดับการสะสมทองคำ เพื่อลดการพึ่งพิงดอลลาร์สหรัฐฯ ส่วนสหรัฐฯที่อ้างว่าเป็นผู้ถือครองทองคำรายใหญ่ที่สุดในโลกด้วยจำนวน 8,134 ตัน ยังไม่เคยได้รับอนุญาตให้มีการตรวจสอบว่ายังเหลืออยู่หรือเปล่านานมาแล้ว https://mgronline.com/around/detail/9610000019792
  8. สูตรคำนวณราคาทองไทย และที่มา« เมื่อ: พฤษภาคม 22, 2008, 01:24:26 pm » หลายท่านสงสัยที่มาของสูตรคำนวณราคาทองคำที่ใช้กัน จริงๆก็เคยตอบไปแล้ว แต่ก็หล่นๆไปตามกาลเวลา วันนี้ลอกกลับมาปรับปรุงให้อ่านกันใหม่ และปักหมุดไว้เลย เผื่อท่านที่มาทีหลังจะได้ไม่ต้องไปหาขุดขึ้นมาอีก ราคาทองไทยเป็นทองชนิด 96.5% เปอร์เซนต์ และประกาศที่น้ำหนัก 1บาท ครับ ส่วนของ Newyork เป็นการประกาศทองชนิด 99.99% ที่น้ำหนัก 1 ออนซ์ การคำนวณจะใช้สูตรนี้ครับ ราคาทองไทย = (( Spot Gold + Premium ) x 32.148 x THB x .965 )/65.6 โดย Premium เป็นค่าธรรมเนียมอะไรนี่แหละครับ เท่ากับ 1 เหรียญ ( บางทีก็ 2 เหรียญ) อย่างตัวอย่างสดๆ (22.5.51 13.13 น.) ที่ ThaiGoldRealTime goldspot 932.7 USD/THB 31.95 คำนวณได้ 14107 บาท ลองเข้าสูตรเป็น ราคาทองไทย = (( 932.7 +1 ) x 32.148 x 31.95 x .965 )/65.6 ราคาทองไทย = 14107.68 บาท สมาคมประกาศ 14100-14000 (ขึ้นสดๆเลย หุหุ) ปล. รวบสูตรข้างบนง่ายๆเข้าก็เอา 32.148x .965 /65.6 มารวมกันได้เป็น 0.4729 หรือ 0.473 ได้สูตรนี้ครับ ราคาทองไทย = ( Spot Gold + 1 ) x THB x 0.473 ก็ได้เช่นกันครับ ส่วนตัวเลข ตัวเลข 32.148 และ 65.6 มาจากไหน เพราะว่าปกติ 1 ออนซ์ เท่ากับ 31.104 กรัม และ 15.244 กรัม ( 1 บาททองคำ ) เท่ากับ 0.49 ออนซ์ solve ออกมาได้ว่า SpotGold ของฝรั่งเป็นราคาทอง 9999 และเป็น USD ต่อออนซ์ครับ ราคา ทอง9999 ต่อ กก = (SpotGold +Premium) x นน ทอง9999เป็นออนซ์ ต่อ กก นน ทอง9999เป็นออนซ์ ต่อ กก = 32.1508 ออนซ์ แปลงไปเป็นทองชนิด 100% ก่อนครับ ดังนี้ นน ทอง100% เป็นออนซ์ ต่อ กก = 32.1508x0.9999 = 32.14758 = 32.148 .......... ที่มาของเลขที่สงสัยครับ ราคาทอง100% ต่อ กก = (SpotGold + Premium) x นน ทอง100% เป็นออนซ์ ต่อ กก = (SpotGold + Premium) x 32.148 ..................................(1) แปลง นน. จากออนซ์เป็นทองไทย 1 บาท หา นน ทอง100% ของทอง 1 บาทไทย ทอง965 1 บาท = 15.244g หรือ 0.015244 กก หรือ 1/65.6 กก ทอง100%1 บาท = 0.965/65.6 กก ............................................................(2) = 0.01471 กก ราคาทองไทย 96.5% 1บาท ได้จาก (1) x THB x (2) ก็คือสูตรนี้ = (SpotGold + Premium) x 32.148 x THB x 0.965/65.6 หรือก็คือสูตรที่ใช้กัน = (( Spot Gold + Premium ) x 32.148 x THB x .965 )/65.6
  9. สังคมออนไลน์ นับเป็นแหล่งข้อมูลที่มีประโยชน์ต่อการพัฒนา ต่อยอดความรู้ของคนในสังคมอย่างมาก ความรู้-ข้อมูลในเวปของเรา ได้จากความช่วยเหลือ-สนับสนุนจากผู้มีน้ำใจแบ่งปันกันเข้ามา เวปเราค่อนข้างเปิดกว้าง ทำให้ได้รับความช่วยเหลือจากหลายๆฝ่าย ทำให้วันนี้ เวปเราค่อนข้างใหญ่ มีสมาชิกทั้งเก่าและใหม่ เข้ามาใช้บริการจำนวนมากขึ้นทุกวัน แต่การเปิดกว้างรับทุกอย่างเหมือนสังคมเปิด ก็ต้องแลกมาด้วยความเสี่ยงบางอย่าง สำหรับท่านที่ผ่านร้อนผ่านหนาวมานาน คงไม่มีปัญหาในการแยกแยะ แต่ที่ผมเป็นห่วงมาก คงเป็นพวกมือใหม่ ใจร้อน อยากเรียนลัด หรือใครที่เชื่อใจคนง่ายๆ ผมจึงอยากฝากข้อคิด ที่ถือเป็นเกราะคุ้มกันตัวท่าน ให้ห่างจากความเสี่ยงที่มากับสังคมออนไลน์ที่เปิดกว้างแบบนี้ 1. อย่าเชื่อข้อมูลบนเวปโดยไม่พิจารณาก่อน ข้อมูลทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นการวิเคราะห์ หรือข่าว หรือความเห็นต่างๆ ไม่ว่าจะมีที่มาชัดเจนแค่ไหน หรือแม้แต่ผมเป็นคนเขียนเองก็เหอะ ก็อย่าเชื่อโดยไม่วิเคราะห์ต่อ หลายข่าวในวงการ ถูกเขียนขึ้นเพื่อจุดประสงค์ในการโน้มน้าวตลาด ขนาดข่าวออกจากปากตาเบอนันเก ประธานธนาคารกลางสหรัฐเอง ยังต้องคิดเลย ว่าจะเชื่อแกดีมั๊ย ประสาอะไรกับข้อมูลปลายทางจากงานเขียนของนักเขียนสำนักต่างๆ รวมถึงผมและท่านอื่นๆที่ช่วยกันหามา 2. อย่าเชื่อใจใครบนเวป ไม่มีใครที่คุณวางใจได้ แม้กระทั่งตัวผมเอง สังคมไซเบอร์ใครๆก็เข้ามาได้ คนดีก็มี คนไม่ดีก็มี ครบหมด เหมือนสังคมจริงๆเรานี่แหละ ขนาดเห็นหน้ากัน ยังแยกแยะยากเลย ระวังการตกเป็นเหยื่อผู้ที่เข้ามาแฝงตัวหาผลประโยชน์ เหยื่อล่อคือความอยากรวย อยากรู้ อยากมีทางลัดของพวกเรานี่แหละ อย่าถามผมหรือถามใครว่า คนไหนเชื่อถือได้มั๊ย เพราะอาจเป็นพวกเดียวกันก็ได้ ให้พึงสังเกตุ-ระวัง พฤติกรรมซ่อนเร้นต่างๆที่ไม่แสดงบนเวปไซด์ การชักชวนลงทุนนอกระบบ ที่คุณอาจเสียเงินก้อนใหญ่โดยไม่ได้คืน เพราะไม่มีกฏหมายรองรับ การชักชวนให้ไปพบปะตัวต่อตัวหรือคนกลุ่มเล็กๆ ลักษณะพวกนี้ ทำให้คุณมีความเสี่ยงที่อาจตกอยู่ในภาวะจำยอมได้ง่ายๆ อะไรที่ทำให้คุณต้องควักเงินก้อนใหญ่ ขอให้คิดดีๆก่อน บางท่าน เงินพันก็ก้อนใหญ่แล้ว บางท่านเงินล้านยังก้อนเล็ก คนพวกนี้ เขามาแสวงหาเงินจำนวนมากที่สุดที่คุณพร้อมจ่าย เพราะคิดว่าไม่มากสำหรับคุณ คุณก็จะไม่รู้สึกว่า คุณกำลังถูกหลอกเลย 3. อย่าเชื่อการวิเคราะห์ทางเทคนิค อย่าเชื่อว่าใครจะรู้จริง โดยไม่พิจารณาความเสี่ยงด้วยตนเอง การวิเคราะห์เทคนิคคือการเอาอดีตมาทำนาย (เดา) อนาคต การพยายามเอาสูตรคณิตศาสตร์ มาวัดจิตวิทยาการลงทุน ผลลัพธ์คือสิ่งที่จะเกิดขึ้นในอนาคตที่ไม่แน่ว่าจะออกยังไง แต่มันก็จะถูกใช้ในการทำนายอนาคตต่อๆไป เทคนิค แค่ช่วยลดความเสี่ยงได้บ้างเท่านั้น แต่อย่าเชื่อเทคนิคโดยไม่ระวัง อย่าไปเชื่อว่ากูรูรู้จริง เพราะไม่มีใครรู้จริงหรอกครับ บางท่านอ่านกูรู แรกๆก็เล่นนิดหน่อย แต่เห็นแม่นบ่อยๆ สุดท้ายเลยใส่ซะเต็มแม็ก และสุดท้ายก็หมดพอร์ท ไม่รู้จะโทษใครดี 4. ตนเป็นที่พึ่งแห่งตน อย่าหวังพึ่งใคร ว่าจะทำให้คุณรวย อันนี้สำคัญ เพราะเวปเรา มีคนเข้ามาแสวงหา หลอกลวงคนในเวปเรา จากการหวังพึ่งคนอื่น หรือ หวังให้เขาสอนให้เราพึ่งตนเองเยอะมากๆ ผมคงไม่กล้าไปบอกว่า ใครที่มาหลอกลวงบ้าง เพราะไม่มีหลักฐานชัดเจน คนทำผิด ก็ยังคงดื้อตาใส บอกว่า ตัวเองทำในสิ่งที่ถูกต้อง สิ่งที่แนะนำได้ คือพยายามเรียนรู้ด้วยตนเองครับ การเรียนรู้อาจต้องใช้เวลาบ้าง อย่าใจร้อน การลงทุนทุกครั้ง มีความเสี่ยงทุกครั้ง หากไม่อยากเสียค่าเรียนแพง ขาดทุนจากการลงทุนที่ผิดพลาด หรือถูกหลอกให้ไปเสียค่าเล่าเรียนแพงๆ ค่อยๆศึกษาไปครับ การวิเคราะห์เทคนิครู้ไว้ก็ดี แต่ส่วนสำคัญที่จะพาคุณประสบความสำเร็จ การวางแผนการลงทุน บริหารพอร์ท บริหารความเสี่ยงที่ดี ประสบการณ์ในการลงทุน อันนี้ก็สำคัญ หลายคนหมดเงินไปกับการเสี่ยงลงทุน ทั้งที่ไม่มีประสบการณ์ เปรียบเหมือน เพิ่งเรียนทฤษฎีหัดขับรถ แล้วโดดขึ้นรถลงไปวิ่งบนถนนซุปเปอร์ไฮเวย์เลย ไม่รู้จะได้รอดกลับออกมารึเปล่า ผลตอบแทนที่คุ้มค่า มาจากการลงทุนที่มีการวางแผน หาไม่แล้ว ก็เป็นการลงทุนที่มีความเสี่ยงสูง ไม่ต่างอะไรจากการพนันเลยสักนิดนะครับ อ่านดีๆ ทำความเข้าใจ เข้าใจแล้ว ค่อยโดดเข้าไปหาความรู้นะครับ ผมคงช่วยได้เท่านี้
  10. ปี 2559 แล้ว เริ่มต้นการแข่งขันกันใหม่ กฏกติกาปีที่ผ่านมาเหมือนจะใช้ได้ เอากติกาเดิมเลยนะครับ ไม่ต้องคิดใหม่ให้ปวดหัว รางวัลใหญ่ของเราตอนสิ้นปี - ปีที่ผ่านมา คุณ dada ได้รางวัลที่ 1 ไป ผมเลือกแจกโทรศัพท์มือถือ Lenovo VIBE X3 ซึ่งออกมาแบบสดๆซิงๆ วางขายไปไม่กี่วัน ถือว่า สดใหม่ สมกับที่ผมอยากแจก รวมถึงราคา ก็ค่อนข้างพอดี ส่วนรางวัลพิเศษ ท่านเปาบุ้นจิ้นได้รางวัลไป ผมเลือกแจกเป็นโทรศัพท์มือถือ ASUS Zenfone 2 Laser รุ่น 4G หน้าจอ 5" ซึ่งเพิ่งเปิดตัวไปไม่นานเช่นกัน ราคาก็ถือว่าคุ้มค่า เมื่อเทียบกับสเปกที่ได้ ปีนี้ คงขอเงื่อนไขเดิม ไม่เลือกไว้ก่อนว่าจะแจกอะไร เผื่อไว้เปลี่ยนแปลงได้ตามความเหมาะสม จำนวน 2 รางวัล เช่นเดิม โดยจะพยายามหาอะไรที่ใหม่ที่สุด น่าสนใจ และราคาใกล้เคียงที่สุด ที่หาได้ในตลาดเมืองไทย ในช่วงปีใหม่ 2016 - มูลค่ารางวัลสำหรับผู้ชนะเลิศของปี ประมาณ 15000 บาท ส่วนผู้โชคดีอีกท่าน อยู่ที่ประมาณ 5000 บาท - รางวัลประจำเดือนเช่นเคย มอบให้ผู้ชนะเลิศอันดับ 1 ข้าวถุงปลอดสารพิษ ของเจ๊กุ้งแสนสวยและใจดีของเราเช่นเดิม กติกา 1. ทายราคาปิดตลาด Globlex NewYork ซึ่งตรงกับเวลาบ้านเราประมาณ ตี 5.15 น. 2. คำทาย ใช้ทศนิยมตำแหน่งเดียว กรณีทายมา 2 ตำแหน่ง จะถูกปัดเป็นทศนิยมตำแหน่งเดียว 3. ปิดรับคำทายไม่เกิน 18.00 น. (6 โมงเย็น) หากต้องการแก้ไขคำทาย สามารถทำได้ทุกเมื่อ แต่ต้องก่อน 18.00 น. โดยเวลาอนุโลมความคลาดเคลื่อนกันนิดหน่อย แต่ไม่ถึงนาทีที่ 6 นะครับ (18.06น ถือว่าเลยเวลา โดยใช้เวลาของ server ThaiGold เป็นหลักและถือเป็นที่สุด) 4. คะแนนเต็ม 10 คะแนน โดยใช้ส่วนต่างราคาปิดกับราคาทาย มาหักออกจาก 10 คะแนน หากส่วนต่างเกิน 10 คือ 0 คะแนน 5. โบนัสพิเศษ 10 คะแนน สำหรับผู้ที่ทายแล้วมีคะแนนทั้งสัปดาห์ และเพิ่มเติมเพื่อความสนุก สัปดาห์สุดท้ายของการทาย คะแนนจะ คูณ 2 ทั้งคะแนนปกติ และ โบนัส(ถ้ามี) 6. ตารางผล จะมีคะแนนสะสมรายเดือน และคะแนนสะสมสุทธิสำหรับสะสมคะแนนทั้งปี 7. แชมป์รายเดือน รางวัลเป็นข้าวถุงปลอดสารพิษ ใช้ผลทาย 4(หรือ 5) สัปดาห์ติดต่อกัน ใครได้คะแนนสะสมมากสุดเป็นผู้ชนะ กรณีคะแนนเท่ากัน ให้ดูผลวันล่าสุด ของคู่ที่มีคะแนนเท่ากัน ถอยไปเรื่อยๆ ใครชนะวันล่าสุด เป็นผู้ชนะ 8. แชมป์ประจำปี ใช้คะแนนสะสมทั้งปี เป็นเกณฑ์ ใครได้สูงสุด เป็นผู้ชนะ กรณีคะแนนสะสมเท่ากัน ให้ดูผลเดือนล่าสุดของคู่ที่มีคะแนนเท่ากัน ใครชนะเดือนล่าสุด เป็นผู้ชนะ 9. รางวัลพิเศษ สำหรับผู้โชคดี จะมอบให้แก่ผู้ที่ร่วมสนุก และติดโผ 9 ท่านแรก ไม่รวมผู้ที่ได้รับรางวัลที่ 1 ไปแล้ว โดยผู้ที่จะได้รับรางวัล จะใช้วิธี - เรียงลำดับชื่อจาก 2-9 ด้วยคะแนนสะสมทั้งปีจากมากไปน้อย และจำนวนวันทายจากมากไปน้อย - นำผลราคาทองคำปิดตลาดของวันสุดท้ายของปี ที่เราทายกัน เฉพาะหลักหน่วยมาใช้ ตรงกับลำดับไหน คนนั้น ก็ได้รางวัลไปเลย ตัวอย่างเช่นราคาจบสิ้นปีที่ 1234.5 เหรียญ ผู้อยู่ในลำดับที่ 4 ก็ได้รางวัล เป็นต้น - กรณีหลักหน่วยเป็น 0 หรือ 1 รางวัลให้ตกเป็นของผู้ที่ได้คะแนนเป็นอันดับ 2 นั่นแหละ เพราะถือว่า ได้ลำดับดี ให้มีโอกาสมากกว่าคนอื่นหน่อย - และเช่นเคย ผมร่วมสนุกอยู่ด้วย ชื่อผม จะถูกนับอยู่ในลำดับเสมอ แต่หากบังเอิญ รางวัล มันมาตกลงที่ชื่อผมพอดี ก็ให้ลำดับต่อจากผมขยับขึ้นมารับรางวัลแทนเลย ไม่ว่าจะเป็นรายเดือน รายปี หรือ รางวัลพิเศษนะครับ - และหากบังเอิญผมดันไปได้ที่ 1 แล้วขยับคนที่ได้ที่ 2 ขึ้นมารับรางวัลแทนแล้ว และคนที่ 2 ดันได้รางวัลพิเศษพอดีอีก ก็ให้เลื่อนลำดับ 3 มารับรางวัลพิเศษแทนก็แล้วกัน ใครมาอ่านเจอทีหลัง มาทีหลัง อยากร่วมสนุก ก็ได้ทุกเมื่อ ยินดีต้อนรับ ไม่ต้องเกรงใจนะครับ แค่เสียเปรียบคนที่สะสมแต้มไปก่อนเท่านั้นเอง
  11. เก็บมาเล่าสักหน่อย หลังจากราคาทองคำออกแนวซบเซามาตลอดช่วงหลายปีที่ผ่านมา วันที่ 30 ธันวาคม 2017 ถือเป็นวันสุดท้ายสำหรับราคาทองคำในปี 2017 ราคาสามารถกลับมายืนเหนือ 1300 เหรียญได้ในที่สุด ทำให้รู้สึกประปรี้ประเปร่า อยากกลับมาเขียนอะไรบ้าง หลังจากห่อเหี่ยวไปกับมันมาหลายปี คำถามว่าทองคำจะขึ้นต่อไปได้อีกหรือเปล่า ส่วนตัว ผมให้ลองมองดูน้ำมันที่เคยรุ่งนำหน้าทองคำ วันนี้ยังคงไม่ไปไหน ขยับขึ้นมาได้นิดหน่อยคล้ายๆทองวันนี้ หรือ กระทั่งบิตคอยน์ที่เพิ่งร่วงเละลงมาสดๆ มันช่างคล้ายทองช่วงพีคเมื่อหลายปีก่อนซะจริงๆ ใครจะไปคิดว่าอยู่ดีดี จากรุ่งเป็นร่วงเละได้เพียงช่วงเวลาอันสั้น ร่ายซะยาว ไม่ได้บอกว่าผมรู้อะไรมาหรอกนะครับ แค่จะบอกว่าตลาดมันคาดการณ์ยาก อย่าไปคิดว่า มันจะนิ่งๆให้เราเก็บกินนิ่มๆ ใครคิดจะเก็งกำไรระยะสั้น ก็ต้องหูไวตาไว ตามเจ้ามือในตลาดให้ทัน ไม่งั้นจะเป็นสมันให้เขาเชือดเอาง่ายๆ ระยะยาว ให้ดูมุมมองเศรษฐกิจเป็นหลัก แบบไม่หลอกตัวเองและไม่ได้ถูกรัฐบาลประเทศไหนหลอกเอา เศรษฐกิจดีเมื่อไหร่ ทองก็ไปต่อเมื่อนั้นแหละ ส่วนตัวมองแนวโน้มน่าจะค่อยๆฟื้นหลังจากนี้ เพราะช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา หลายคนคงบ่นกับตัวเองอยู่ใช่มั๊ย ว่าคงไม่มีอะไรแย่ไปกว่านี้อีกแล้ว 55 นั่นแหละครับ สัญญาณสิ้นสุดขาลง แต่จะกลับเป็นขาขึ้นเมื่อไหร่ มันก็ต้องมาดูกัน ส่วนตัว ผมชอบดูมุมมองนักวิเคราะห์ระดับโลกเป็นสัญญาณ แต่ไม่ได้มองว่า เขาเก่ง เขาแม่นอะไรหรอก แต่เพราะเขาเสียงดัง เขาอาจมีธงใครให้มา ก็ว่ากันไป ซึ่งกรณีเช่นนี้ ผมถือเป็นจิตวิทยาหมู่ครับ ทำให้นักลงทุนคล้อยตาม เขาจะได้ทำราคาเข้าทางเขาได้ง่าย ซึ่งเราทำได้ คือแกล้งหลงเชื่อเขาไป แต่อย่าหัวปักหัวปำก็แล้วกัน เพราะวันดีคืนดี เขาก็เปลี่ยนมุมมองไปดื้อๆ ก็เจอกันมาแล้ว ระดับโลกช่วงนี้ มี Goldman Sachs ออกมาบอกครับ ว่ามองราคาทองคำยังเป็นขาลงถึงกลางปี 2018 ก่อนจะกลับเป็นขาขึ้นจนถึงปี 2020 โดยมองว่าราคามีโอกาสย่อตัวลงไปถึงระดับ 1200 เหรียญอีกครั้ง โดยให้เหตุผลความกลัวว่าตลาดจะทรุดตัว แต่หลังจากนั้นจะเริ่มขยับขึ้นมาได้ จากการเติบโตในประเทศที่เป็นตลาดเกิดใหม่ (มุมมองนี้ ส่วนตัว ผมเชื่อปัจจัยนี้ แต่ระยะเวลาจริงตามนี้หรือเปล่า อีกเรื่อง) เขามองว่า ราคาทองขาลงในช่วงที่ผ่านมาจากความกังวลลดลงในตลาด และเมื่อเร็วๆนี้ ก็เป็นเหตุจากนักเก็งกำไรมีการเทขายปิดสถานะตัวเองออกมา โดยนักวิเคราะห์มองว่า การอ่อนตัวของราคาทองคำ ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับการพุ่งขึ้นมาของ Bitcoin โดยมองว่า ทองคำ กับ เงินดิจิตอล เป็นสินทรัพย์ที่แตกต่างกันอย่างมาก (มุมมองนี้ ผมไม่เชื่อ ผมว่า ทั้งทอง ทั้งบิตคอยน์ ถูกทำราคาทั้งคู่ และรวมถึงหุ้น ค่าเงิน และทุกอย่างในตลาดการเงินการลงทุน) นักวิเคราะห์ยังบอกอีกว่า เขายังคาดว่าราคาทองคำ จะยังลดต่ำลงไปอีกในเดือนต่อๆไป จนแตะ $1,200 เหรียญ ภายในกลางปี2018 ปัจจัยภาวะขาลงนี้คือ การคาดการณ์ว่า ค่า GDP จะเติบโตขึ้นอย่างแข็งแกร่งในประเทศที่พัฒนาแล้ว, การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยจากเฟด (แหล่งข้อมูลอื่นคาดการณ์ว่า จะขึ้นได้อีก 2-3 ครั้ง) และ การชะลอตัวของความเสี่ยงด้านการเมืองและ ไม่มีภาวะเศรษฐกิจถดถอยระหว่างปี 2018-19 (หลังชนฝาแล้ว) เขาทำนายราคาว่าจะอยู่ที่ $1,225, $1,200 และ $1,225 ใน 3 เดือน 6 เดือน และ 12 เดือน ตามลำดับ ( อ้าว! อ่านไม่ผิด 1 ปีผ่านไป ยังย่ำอยู่แถว 1200 เหรียญ ) ระยะยาว เขาคาดหมายการเจริญเติบโตของตลาดเกิดใหม่จะขยายดีมานด์ความต้องการทองคำ โดยคาดว่า ราคาจะกลับไปถึง 1375 เหรียญเมื่อสิ้นปี 2020 สรุป Goldman Sachs มองลง ปี 2018 ว่างั้น ทีนี้ มาดูเทคนิคบ้าง เหล่ไปมองกราฟ เคาะสนิมซะหน่อย เมื่อก่อนผมนับคลื่นเล่นประจำ นับไปนับมา ไม่ไปไหนสักที เลยเลิกนับไปนาน ผ่านมา 5 ปี ยังอยู่แถวเก่าอยู่เลย 555 ดูแนวสะสมกำลังในกราฟประกอบครับ แต่มองดูแล้ว 5 ปีที่ผ่านมาจะเห็นว่า เป็นการสะสมกำลังเตรียมขยับขึ้น มากกว่าจะร่วงลงไปอีก ประมาณว่า น่าจะตั้งขา 1 ลงขา 2 ไปแล้ว เตรียมพุ่งว่างั้น 55 ใจเย็นครับ กราฟที่เห็นมันกินเวลาหลายปีครับ มันไม่ได้พุ่งปรี๊ดทันใจแบบที่เราคิดหรอก อาจตามที่ Goldman Sachs ขอร้องให้เราเชื่อ ก็เป็นไปได้ แต่ส่วนตัว ผมว่าน่าจะค่อยๆไต่ระดับขึ้นไปได้เช่นกัน อยู่ที่สถานการณ์ครับ สรุป ส่วนตัว ปีนี้ ลงต่ำใกล้ 1250+- เก็บ ขึ้นใกล้ 1350+- ขาย 55 ไม่คิดมาก ข้อมูลบางส่วนจาก: kitco http://www.kitco.com/news/2017-12-20/Goldman-Gold-Prices-To-Fall-Into-Mid-2018-Rally-Into-2020.html?utm_source=dlvr.it&utm_medium=twitter 22-12-17.pdf
  12. เดิมที เวปเราเล็กๆ สังคมเล็กๆ น่าอยู่ ระเบียบการอยู่ร่วมกันของผม จึงง่ายๆ คือ การให้เกียรติผู้อื่น แบ่งปันความรู้ให้กัน แต่วันนี้ สังคมเราใหญ่ขึ้น ปัญหาที่เห็นทุกวันนี้ เป็นเรื่องของการเข้ามาหาผลประโยชน์เป็นหลัก โดยเฉพาะผมพบว่า มีโบรกเกอร์เมืองนอกรายหนึ่ง ซึ่งเข้าข่ายผิดกฏหมาย กลต. เข้าไปอยู่เบื้องหลังกูรูหลายท่านในเวปไซด์เรา เป็นเหตุให้เกิดความวุ่นวายขึ้น เจตนารมณ์ของเวปเรา เพื่อเป็นชุมชนผู้สนใจทองคำ เป็นแหล่งรวบรวมความรู้ แบ่งปันความรู้ แลกเปลี่ยนความเห็น ระหว่างเพื่อนสมาชิก เกี่ยวกับทองคำ หรือเรื่องอื่นๆที่มีความสนใจร่วมกัน ความรู้ต่างๆที่ได้ในเวป มาจากสมาชิกช่วยกัน ถือเป็นของฟรี นโยบายเวปเราจึงฟรีเป็นหลัก โดยรายได้เพื่อนำมาดูแลเวป ได้จากสปอนเซอร์ผู้สนับสนุน ที่จริง ทุกอย่างอยู่ที่ความพอดี แต่ความพอดีของแต่ละท่านไม่เท่ากัน เอาเป็นว่า เมื่อผมเป็นผู้รับผิดชอบดูแล ขอใช้สิทธิ์ กำหนด กฏระเบียบ ตามความเชื่อส่วนตัวเป็นหลัก ดังนี้ กฏระเบียบการใช้งานเวปบอร์ดเรา 1. ห้ามชวน trade โบรกเกอร์ที่ไม่ได้รับการรับรองจาก กลต. ทั้งในเวป หรือ การนำทางไปชักชวนต่อนอกเวป การเทรดเมืองนอก แม้จะไม่ได้โกง แต่ไม่ถูกกฏหมายเมืองไทย หากมีการฟ้องร้องขึ้นศาล ถือว่าเรารับรู้ สมยอม ไม่สามารถเอาผิดใดๆได้ทั้งสิ้น ผมจึงไม่สนับสนุน อย่างที่สุด ที่ผ่านมาแล้ว ก็ผ่านไป ผมถือว่า ผมไม่ได้ตั้งกฏเกณฑ์ไว้ ที่ผ่านมา ผมจะถือหลักฐานที่ปรากฏบนเวปเป็นหลัก แต่จากนี้ไป หากผมได้รับรู้ ไม่ว่าจะมีหลักฐานปรากฏบนเวปหรือไม่ ผมจะขอใช้สิทธิ์ แบนสมาชิกท่านนั้นทันที 2. หากมีการชักชวนสมาชิกในเวป ไปทำอะไรก็ตาม ขอให้เป็นการประชาสัมพันธ์โดยเปิดเผยต่อสาธารณะชนเท่านั้น ไม่ว่าจะฟรี หรือมีผลประโยชน์ใดๆก็ตาม เพื่อให้สมาชิกทั่วไป รับทราบ และป้องกันการหลอกลวงสมาชิกบนเวป 3. เมื่อมีความขัดแย้ง สมาชิก ควรยอมรับความเห็นที่แตกต่าง ให้เกียรติกัน คุยกันด้วยความสุภาพ ถกเถียง เพื่อนำไปสู่ความปรองดอง ไม่ใช่ความแตกแยก 4. ... (รอเพื่อนสมาชิกแนะนำ) ...
  13. นักวิเคราะห์เยอะแล้ว ไว้ไปเจออะไรแปลกกว่าเขา ก็จะเอามานำเสนอนะครับ
  14. Google ใช้ Google Assistant นำขบวน แทรกเข้าไปใช้กับอุปกรณ์ Third Party ของผู้ผลิตรายอื่นๆ แบบนี้ ขยายฐานผู้ใช้งาน Smart Device ได้อีกโข https://www.beartai.com/news/itnews/215660?utm_medium=push&utm_source=OneSignal&utm_campaign=MOneSignal
  15. ลองโหวตกันเล่นๆดูนะครับ ว่าพวกเรามองกันยังไง ปิดโหวต 31 มค. 61 แล้วมาดูกัน
  16. บนธนบัตรหรือเหรียญเงินสกุลดอลลาร์สหรัฐจะมีประโยค IN GOD WE TRUST ให้เห็นเสมอ ประมาณว่า ดอลล่าร์นี่แหละประหนึ่งพระเจ้าที่เราเชื่อใจ พอมาเห็นบทความของคุณ ริก มิลส์ ใน GOLD-EAGLE จั่วหัวว่า IN GOLD WE TRUST ซึ่งแน่นอน แกคงแขวะสถานะเงินดอลล่าร์ในปัจจุบัน ว่าฉันไม่เชื่อแก ฉันเชื่อทองมากกว่า ผมก็เลยอดไม่ได้ที่จะเก็บมาเล่า เอามาฝากอีกเรื่อง ทองคำในฐานะเงินอีกสกุลหนึ่ง เพราะคุณสมบัติที่เป็นเอกลักษณ์ทำให้ทองเป็นหนึ่งในโลหะแรกๆที่ถูกพบโดยมนุษย์ ในยุคแรกทองสามารถได้ทั่วไปหรืออาจติดมาตามก้อนดินทำให้ชาวบ้านทั่วไปต่างก็เก็บเอา ร่อนเอาได้ง่ายๆ นักประวัติศาสตร์เห็นตรงกันว่าอียิปต์น่าจะเป็นชาติแรกที่เริ่มถลุงทองแล้วเอามาทำเป็นเครื่องประดับโดยใช้เทคนิคการละลายขี้ผึ้ง หน้ากากทองคำของฟาโรห์ตุตันคาเมนเป็นหนึ่งในงานฝีมือที่สวยงามและน่าทึ่งของช่างฝีมือในสมัยอียิปต์ คนอียิปต์ยังรู้จักการผสมทองกับโลหะชนิดอื่นเพื่อเพิ่มความแข็งและเปลี่ยนสีอีกด้วย เพราะทองหายากและมีค่า เลยมีไอเดียที่จะเอาทองมาอัดเป็นเหรียญ เพราะเหรียญทองพกพาสะดวกและมีความคงทน มันเลยถูกยอมรับเป็นเงินตราในยุคต้นๆ ทองถูกใช้เป็นสื่อกลางในการแลกเปลี่ยน เป็นหน่วยบัญชี และเป็นเครื่องมือในการเก็บรักษามูลค่าสินทรัพย์ให้เรา จีนในยุคโบราณ ชาวลิเดียน(ในตุรกี) กรีก และโรมัน ต่างก็ใช้ทองเป็นสกุลเงิน จักรวรรดิโรมันเป็นอารยธรรมแรกๆ ที่ยอมรับทองเป็นเงินตรา บันทึกทางประวัติศาสตร์แสดงให้เห็นว่าจักรพรรดิจูเลียส ซีซาร์ ขนทองกลับมาจำนวนมากหลังจากมีชัยเหนือพวกกอลในสงคราม เขาใช้ทองเหล่านั้นจ่ายหนี้ของโรมทั้งหมดแถมยังให้ทหารอีก ตกคนละ 200 เหรียญเลย เวลาผ่านไป หลายประเทศหันมาใช้เงินกระดาษกัน พวกเขาคิดว่าควรจะกำหนดหน่วยสกุลเงินเทียบกับน้ำหนักทองขึ้นมา ระบบนี้รู้จักกันในชื่อ มาตรฐานทองคำ อังกฤษเป็นประเทศแรกที่เริ่มใช้ระบบนี้แล้วประเทศอื่นก็เริ่มใช้ตาม พอถึงศตวรรษที่ 19 ทุกประเทศก็ใช้ระบบนี้ตามกันหมดยกเว้นจีน สกุลเงินของแต่ละประเทศสามารถแปลงค่าเป็นทองได้อย่างเสรีในราคาคงที่ค่าหนึ่ง และการนำเข้าหรือส่งออกทองดำเนินไปอย่างไม่มีขีดจำกัด ข้อตกลงที่เบรตตันวูดส์ กรกฎาคม 1944 ตัวแทนจาก 44 ชาติเข้าร่วมประชุมว่าด้วยเรื่องการเงินและการคลังแห่งสหประชาชาติที่เบรตตันวูดส์, นิวแฮมเชอร์ และตกลงจะ 'ตรึง' สกุลเงินของตัวเองเป็น ดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งเป็นเพียงเงินสกุลเดียวที่แข็งแกร่งพอรับมือกับความต้องการทำธุรกรรมการเงินของนานาชาติที่จะเพิ่มขึ้นอย่างมาก สิ่งที่ทำให้ดอลลาร์สหรัฐดึงดูดความสนใจให้ใช้เป็นสกุลเงินสากล, สกุลเงินสำรองของโลก คือทอง 1 ออนซ์มีค่าเท่ากับดอลลาร์ 35 ดอลล์ และทองจะถูกเก็บรักษาไว้ในคลังของสหรัฐ (เสร็จโจร 55) จากวิกฤตการณ์อ่าวตังเกี๋ยปลายปี 1964 และสงครามเวียดนามปี 1965 ค่าใช้จ่ายทางการทหารของสหรัฐก็พุ่งกระฉูด ประกอบกับค่าใช้จ่ายโครงการสวัสดิการสังคมของประธานาธิบดี ลินดอน เบนส์ จอห์นสัน และการไม่เพิ่มภาษีเลย เมื่อสงครามเวียดนามทวีความรุนแรงขึ้นในปี 1968 ทำให้เกิดความกดดันใหม่ต่อดอลลาร์สหรัฐ สหรัฐอเมริกา เป็นหนี้มหาศาลกับทั้งโลก การเก็งกำไรในค่าเงินดอลล่าร์สหรัฐทวีความรุนแรง ธนาคารกลางประเทศอื่นเริ่มไม่อยากจะยอมรับค่าเงินดอลลาร์ในเวลานั้นแล้ว และระบบดอลลาร์ก็เลยพังลง ปี 1971 ประธานาธิบดีนิกสันหยุดการรับเปลี่ยนดอลลาร์เป็นทองให้กับธนาคารกลาง (ภาษาบ้านเราเรียก ชักดาบ) ซึ่งเป็นการเริ่มถอนตัวเองจากมาตรฐานทองคำ ระบบเบรตตันวูดล่มสลาย ทองคำจึงถูกเทรดได้อย่างเสรีโดยไม่ต้องตรึงค่ากับดอลล่าร์สหรัฐอีกต่อไป ค่าของทองถูกแบ่งเป็นสองค่า ราคาอย่างเป็นทางการคือ 35.20 ดอลสำหรับธนาคารกลาง ส่วนตลาดเสรีก็ราคาตามที่เห็นว่าสมควร ทองคำในฐานะคงมูลค่า และ ป้องกันความเสี่ยงเงินเฟ้อ นักลงทุนชอบทองเพราะถึงเวลาผ่านไปมันก็ยังมีค่าในตัวอยู่ พวกเขาเห็นทองเป็นเครื่องมือสะสมความมั่งคั่ง ไม่เหมือนเงินกระดาษ ที่ค่าจะขึ้นอยู่กับแรงกดดันเงินเฟ้อ ที่พอเวลาผ่านไปก็สูญเสียมูลค่าในตัวมัน ในสหรัฐฯ มีการเพิ่มขึ้นของอัตราเงินเฟ้อเพิ่มขึ้นทุกทศวรรษยกเว้นภาวะเงินฝืดที่ราคาร่วงลงไปถึง 20% ดัชนีราคาผู้บริโภคของสำนักงานสถิติแรงงานบ่งชี้ว่าระหว่างปี 1860 ถึง 2015, ดอลลาร์มันเฟ้อขึ้นทุกปี ปีละ 2.6% หมายความว่าค่าเงิน 1 ดอลลาร์ในปี 1860 มีค่าเท่ากับ 27.8 ดอลล์ ปี 2015 หรือราคาในปี 2016 แพงกว่า 1860 ถึง 2828% เลยทีเดียว เมื่อดอลลาร์ร่วง นักลงทุนก็แห่ไปซื้อทองแทน ความสัมพันธ์ระหว่างดอลลาร์กับทองเลยผกผันกัน ตอนที่ดอลลาร์ตกต่ำ ระหว่างปี 1998-2008 ราคาทองพุ่งกระฉูดขึ้นไปสามเท่า จนแตะ1000 ดอลลาร์ต่อออนซ์ต้นปี 2008 ระหว่างปี 2008 กับ 2011 ก็พุ่งขึ้นไปอีกเกือบสองเท่า สูงสุดแตะระดับ 1903 ดอลลาร์ บนความเสี่ยงที่อเมริกาจะผิดนัดชำระหนี้ (เตรียมชักดาบอีกรอบ) แต่ทองคำร่วงเละในเวลาต่อมาจาก(แค่)ความเข้าใจว่าเศรษฐกิจอเมริกาจะกลับมาดีขึ้น ส่วนหนึ่งตัดสินมาจากตลาดหุ้นของเมกาเหนือที่แข็งแกร่ง (เกือบ10 ปีแล้ว ยังไม่ไปไหนเลย) ทองถูกมองเป็นเครื่องมือป้องกันความเสี่ยงของภาวะเงินเฟ้อ เพราะถ้าค่าครองชีพสูงขึ้นราคามันก็เขยิบขึ้นตามด้วย ตามที่เว็บ Investopedia ชี้ให้เห็น "นักลงทุนเห็นว่า50ปีที่ผ่านมาราคาทองจะทะยานขึ้นฟ้า ส่วนตลาดหุ้นดิ่งจะลงเหวในช่วงปีที่อัตราเงินเฟ้อสูง" ทองคำในฐานะหลุมหลบภัย นักเล่นทองจะชอบสงคราม วิกฤตเศรษฐกิจ และความไม่แน่นอนทางการเมืองมากกว่าสิ่งอื่นใด เพราะจะได้เห็นราคาทองเติบโต ปัญหาความตึงเครียดเช่นการก่อการร้าย การสู้รบที่ชายแดน หรือสงครามกลางเมือง ทำให้นักลงทุนกลัวและนำทุนของพวกเขาเข้ามาในหลุมหลบภัยอย่างทองคำ, ตราสารหนี้รัฐที่มั่นคงและผลตอบแทนสูง ความตึงเครียดทางการเมืองยังผลักดันการใช้จ่ายของรัฐบาลเพิ่มมากขึ้น (เช่นเอาไปซื้ออาวุธ) ทำให้ปัญหาอัตราเงินเฟ้อตามมา เป็นผลทำให้นักลงทุนหันไปใช้ "ทอง" เพื่อใช้เก็บ "เงิน" แทนในระยะสั้น ตัวอย่างเช่นในปี 1970-1979 ที่มีเหตุการณ์ความไม่สงบเกิดขึ้นอย่างบ่อยในตะวันออกกลาง ไหนจะการปฏิวัติอิหร่าน สงครามอิรัก และการรุกรานอัฟกานิสถานของสหภาพโซเวียต (ใครกันแน่หว่า) ราคาทองพุ่งขึ้นสูง 23 เปอร์เซนต์ในปี 1977 37 เปอร์เซนต์ในปี 1978 และ 126 เปอร์เซนต์ในปี 1979 ปีแห่งวิกฤตการณ์ตัวประกันอิหร่าน ราคาทองก็สูงขึ้นเหมือนกันตอนสหรัฐบอมพ์ใส่ลิเบียในปี 1986 สงครามอ่าวเปอร์เซียปี 1990 และสูงขึ้นยิ่งกว่าเดิมเมื่อไม่นานมานี้ ตอนมีข่าวการโจมตีของ ISIS ทำให้เกิดความเสี่ยงต่อแหล่งน้ำมันในตะวันออกกลาง อย่างไรก็ตาม เป็นสิ่งที่น่าสนใจที่่น่ารับรู้เอาไว้ว่าราคาทอง "มีแนวโน้มจะเพิ่มสูงขึ้นถ้ามีการคาดการณ์ว่าจะเกิดปัญหาความขัดแย้ง" อย่างเช่นความตึงเครียดในปัจจุบันระหว่างสหรัฐกับเกาหลีเหนือ "แต่ราคาก็จะทรุดต่ำลงถ้าความขัดแย้งนั้นมันเกิดเป็นสงครามเต็มรูปแบบ" จริงๆ ซิโมน่า แกมบาริน่า นักวิเคราะห์จาก Capital Economics กล่าวว่า สำหรับนักลงทุนทองคำ จังหวะสำคัญในการเทรดทอง เป็นช่วงก่อนจะเกิดสงครามต่างหาก การอยู่นานๆ อาจหมายถึงความสูญเสียมูลค่าในสินทรัพย์แทน ทองยังถูกซื้อเป็นเครื่องป้องกันความเสี่ยง หากนักลงทุนมองว่า นโยบายของรัฐจะลากเงินดอลลาร์ลงและก่อให้เกิดเงินเฟ้อขึ้น กล่าวอีกนัยหนึ่งก็คือ ทองคำเป็นที่หลบภัยทางเศรษฐกิจ ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดที่สุดคือ มาตรการ QE (มาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ ภาษาบ้านๆคือพิมพ์เงินแจกเอาดื้อๆนั่นแหละ) ที่ถูกกำหนดโดยสหรัฐ ธนาคารยุโรป และญี่ปุ่น ในช่วง QE ธนาคารกลาง "พิมพ์เงิน" โดยการเพิ่มเครดิตให้กับเงินฝากของธนาคารที่เป็นสมาชิก ซึ่งมีผลต่อการเพิ่มปริมาณเงิน ซึ่งจะก่อให้เกิดภาพเงินเฟ้อ ระหว่างเดือนธันวาคมปี 2008 ถึง ตุลาคมปี 2014 ธนาคารกลางสหรัฐอัดเงินเข้าไปถึง 4ล้านล้านดอลล่าร์ผ่านการซื้อพันธบัตรจากธนาคารสมาชิก อีกหนึ่งความวิตกกังวลที่ผลักดันให้นักลงทุนหันไปหาทองช่วงนี้คือการใช้จ่ายที่มากเกินไปของรัฐบาลสหรัฐฯ ทำให้หนี้สัดส่วน GDP ไต่ระดับสูงกว่ากว่า 77 เปอร์เซนต์ หนี้ที่ก่อตัวสูงขึ้นไม่เพียงแต่ก่อให้เกิดภาวะเงินเฟ้อเท่านั้นแต่ยังทำให้ดอลลาร์จมดิ่งลงไปด้วย อย่างที่พูดไปข้างต้นนี่แหละ พอดอลลาร์ตกทองก็พุ่ง ทองและหุ้นยังเคลื่อนไหวไปในทิศทางตรงกันข้ามเนื่องจากหุ้นมักจะมีการจ่ายเงินปันผลและเติบโตในช่วงเวลาที่ตลาดหุ้นขยายตัว เหมือนตลาดกระทิงของดาวน์โจนส์ และดัชนีคอมโพสิต S&P/TSX ในทางตรงกันข้าม ทองคำไม่มีการจ่ายเงินปันผลให้นักลงทุนที่ถือมัน แต่ทองใช้เป็นเครื่องมือป้องกันความเสี่ยงที่ดีที่สุดต่อความล้มเหลวของตลาดหุ้น ดังเช่นที่เคยเกิดขึ้นในปี 1929 1987 และ 2008 อีกหนึ่งเหตุผลที่ควรถือทองคือ ยามเกิดภัยพิบัติ การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ บางคนอาจแย้งว่า ไอ้ที่โลกเรามันร้อนขึ้นหรืออุณหภูมิเปลี่ยน เป็นผลมาจากฝีมือมนุษย์ทั้งนั้นแหละ พายุใหญ่ๆที่เกิดบ่อยขึ้นในสหรัฐและที่อื่นๆ ทำให้ประเทศต้องเสียเงินเป็นพันๆล้านดอลลาร์โดยไม่ได้คาดหมายไว้ ดูความหายนะรอบล่าสุดนี้ ที่เกิดจากเฮอริเคยฮาร์วีย์ในเท็กซัส และเฮอริเคนมาเรียในเปอร์โตริโกเป็นตัวอย่าง ภัยพิบัติทางธรรมชาติไม่เพียงแต่ดูดเงินงบประมาณที่สมควรถูกใช้ด้านอื่นอย่างโรงเรียนหรือโรงพยาบาล มันยังถูกโยกมาเป็นหนี้สาธารณะด้วย และเป็นภัยคุกคามต่อการเคลื่อนย้ายของสังคมครั้งใหญ่ ลองคิดดูว่าการสูงขึ้นของระดับน้ำทะเลไม่กี่นิ้วจะสร้างความเสียหายต่อพื้นที่ชายฝั่งทั่วโลกมากขนาดไหน ทรัพย์สินกว่าพันล้านดอลลาร์ที่มลายหายไป และจำนวนผู้ลี้ภัยมหาศาลที่อยากอพยพขึ้นที่สูงขึ้นเป็นอีกหนึ่งเหตุผลที่ดีที่คุณควรถือทองอยู่ในมือบ้าง ให้เปรียบทองคำเป็นเครื่องมือประกันภัยพิบัติทางธรรมชาติละกัน ไม่ว่าภัยพิบัตินั้นจะเกิดจากการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศหรือไม่ก็เถอะ จุดสูงสุดของผลผลิตทองคำ? แม้ว่าส่วนมากที่เขียนๆไปจะเป็นเรื่องเกี่ยวกับความต้องการทองคำ แต่ก็มีเกี่ยวกับอุปทานเหมืองที่ส่งผลกระทบต่อราคาห้อยติดมาด้วยนิดหน่อย แน่นอนว่า ถ้าเราผลิตมันออกมาไม่ทันความต้องการราคาก็พุ่งสูง แต่ตราบใดที่แนวคิดเรื่อง "จุดสูงสุดของผลผลิตทองคำ" ยังมีผู้ค้านอยู่ สำนักข่าว ทอมสัน รอยเตอร์กล่าวว่า 2016 เป็นปีแรกตั้งแต่ปี 2008 เป็นต้นมา ที่ผลิตผลจากเหมืองทอง ตกต่ำลง 22 ตันหรือ 3 เปอร์เซ็นต์ "ในปีนี้ปีโครงการใหม่และการขยายโครงการเดิมเกิดขึ้นน้อยมาก ฉะนั้นมองว่าปริมาณทองที่ขุดได้จากเหมืองมีแนวโน้มจะเป็นขาลงต่อเนื่องอีกในปี 2017 " ผู้เขียน GFMS Gold Survey กล่าว เมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา ทองที่ขุดได้ในแอฟฟริกาลดลงเหลือ 250 ตันเทียบกับปี 1970 ที่มีตั้ง 1000 ตัน ส่วนจีน ที่เป็นผู้นำการผลิตทอง เป็นเพียงประเทศเดียวที่เพิ่มอัตราการผลิตในปีที่ผ่านๆมา สำหรับเหมืองทองใหม่ๆแล้ว เพราะตลาดหมีในช่วงปี 2012 จนถึง 2016 ทำให้บริษัททองคำรายใหญ่ส่วนมากตัดงบประมาณการสำรวจแหล่งทอง และ นักสำรวจแหล่งทองรายเล็กๆ ก็หาเงินยาก ผู้เชี่ยวชาญเห็นพ้องว่าอุตสาหกรรมกำลังประสบกับการชะลอการค้นพบแหล่งขนาดใหญ่ Frank Holmes อ้างอิง Franco-Nevada cofounder Pierre Lassonde กล่าวไว้เมื่อเร็วๆนี้ว่า เขาไม่รู้ว่า เราจะทำลายสถิติการพบเหมืองขนาดใหญ่สุดใน 130 ปีที่ผ่านมาได้อีกหรือเปล่า "ถ้าคุณมองย้อนกลับไปในยุค 70 80 และ 90 แต่ละทศวรรษ อุตสาหกรรมจะค้นพบอย่างน้อยหนึ่งเหมืองที่ผลิตทองได้ 50+ ล้านออนซ์ อย่างน้อย 10 เหมืองที่ผลิตทองได้ 30+ ล้านออนซ์ และที่ผลิตได้ 5-10 ล้านออนซ์อีกเพียบ แต่ลองมองย้อนกลับไปดูเมื่อ 15 ปีที่ผ่านมา เราหาเหมืองที่ผลิตในระดับ 30+ หรือ 50+ ล้านไม่ได้อีกเลย แล้วก็หาอันที่ 15 ล้าน ได้ก็น้อยมาก" Lassonde กล่าว ดังนั้น แม้การผลิตทองคำลดลงทุกหนทุกแห่ง ยกเว้นที่จีนที่สถิติมักจะสูงโอเวอร์จนไม่สามารถเชื่อถือได้ อีกทั้งไม่สามารถหาเหมืองทองขนาดใหญ่ที่จะทำให้ตลาดเคลื่อนตัวไปได้ คุณจึงคาดได้ว่าราคาทองจะสูงขึ้นๆได้เรื่อยๆ โดยไม่ต้องไปมองดีมานด์ความต้องการทองคำเลย ทองคำจริงๆ ดีกว่ากระดาษแน่นอน สมัยก่อน วิธีเดียวที่นักลงทุนทองจะได้ครอบครองทองก็คือไปซื้อเหรียญทองหรือทองแท่ง แต่ตั้งแต่ปี 2004 การซื้อ ทอง เงิน แพลตตินัม พาราเดียม กองทุนเปิด (ETF-Exchange Traded) ได้เสนอวิธีที่ง่ายขึ้นในการลงทุนในโลหะมีค่า อ้างอิงจากบทความปี 2016 โดย Kitco GLD เป็นกองทุนเปิดทองคำ ทองคำแท่ง โลหะมีค่า และอื่นๆที่ใหญ่ที่สุด การซื้อทองกระดาษผ่านกองทุนอย่าง ETF มีความสะดวก แต่ก็มีข้อบกพร่องร้ายแรง โดยเฉพาะกรณีของการล่มสลายทางการเงินอย่างในปี 2008 หรือเหตุการณ์ร้ายแรงอื่นๆเช่นสงครามนิวเคลียร์ อาวุธแม่เหล็กไฟฟ้าอย่าง EMP หรือพายุสุริยะ ข้อเสียที่ใหญ่ที่สุดคือถ้าคุณมีหุ้น GLD ไม่ถึง 1 แสน คุณจะไม่สามารถขอรับทองคำจริงได้ (แต้มบุญไม่ถึงก็เอาทองเป็นก้อนมาไม่ได้) แต่จะได้เป็นเงินแทน ราคา GLD ในปัจจุบัน คนที่สามารถขอรับทองก้อนได้จะถูกจำกัดให้กับผู้ที่มีหุ้น 12 ล้านดอลล่าร์ขึ้นไปเท่านั้น อีกหนึ่งปัญหาคือ ETF จะไม่สามารถรับประกันได้ว่าหุ้น GLD ของคุณจะปลอดภัยถ้าธนาคารถูกปิดตัว "ทองคำแท่งของจริงสามารถพุ่งราคาขึ้นได้สูงสุดๆทั้งด้านราคาและมูลค่า ส่วน ETF นั้นอาจถูกยุบหรือล้มละลาย นักลงทุนระยะยาวทุกคนพิจาณาถึงความเสี่ยงเหล่านี้ให้ดี" Kitco บอก หุ้นเหมืองทอง เปรียบเหมือนติดสปริง นักลงทุนทองคำจำนวนมาก เลือกทองคำแท่งด้วยเหตุผลด้านบน ไม่ว่าจะป้องกันความเสี่ยงเงินเฟ้อ การรักษามูลค่าในระยะยาว เป็นหลุมหลบภัย แต่หากเป็นการลงทุนระยะสั้นในทองคำแล้ว ตลาดเหมืองทองคำขนาดเล็กจะให้ผลตอบแทนในสัดส่วนที่ดีที่สุดเมื่อเทียบกับทองคำ เนื่องจากศักยภาพในการรับผลกำไรแม้ว่าจะมีความเสี่ยงมากกว่า โชคไม่ดีเอาเสียเลย ปี 2017 นี่ ไม่ใช่ปีที่ดีที่สุดในการทำเงินจากเหมืองทองคำขนาดเล็ก ซึ่งเหตุจากหลายปัจจัย ทั้งดาวน์โจนส์ และ S&P 500 ที่ขยับขึ้นสูง และแม้ตลาดหุ้นสหรัฐจะขึ้น, มีการขึ้นอัตราดอกเบี้ยไปเมื่อวันที่ 13 ธันวาคม และความบ้าคลั่งในการซื้อบิตคอยน์ ทองคำ ก็ยังสามารถเพิ่มขึ้นมาได้ถึง 10% ในปีนี้จนได้ แต่ผู้บรรยายตลาดทองคำระยะยาวอย่าง Adam Hamilton ชี้ว่า ความสนใจในทองคำอยู่ระหว่างความกล้าและความกลัว ครั้งล่าสุดที่หุ้นทองคำไม่เป็นที่ชื่นชอบคือครึ่งหลังของปี 2015 แต่ก็พลิกกลับมา จากที่ HUI ซึ่งเป็นดัชนีหุ้นเหมืองทองคำ พุ่งขึ้นมาได้ถึง 182% ในช่วงเวลา 6 เดือนครึ่ง เขาคิดว่า น่าจะถึงเวลาของหุ้นทองคำอีกครั้ง "ปี 2017 ช่วงเวลารอคอยสะสมกำลังที่เจ็บปวด ถือเป็นฐานที่สมบูรณ์สำหรับขาขึ้นของปีศาจหุ้นทองคำในปี 2018 หลังจากใช้เวลาเป็นปีอยู่ระดับลึกต่ำกว่ามูลค่าเมื่อเทียบกับราคาทองคำในวันนี้ มันคงไม่ใช้เวลามากนักในการเปลี่ยนความเชื่อมั่นเพื่อดีดหุ้นทองให้สูงขึ้น" เขาบอก "ในมุมมองที่ไม่ได้ชื่นชอบทางเทคนิคค่อนข้างจะเป็นภาวะกระทิงในวันนี้ หุ้นเหมืองทองคำน่าจะดีดอย่างกับติดสปริงเลย" บทสรุป แม้ผู้นำระดับโลกจะรับรอง ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมาโลกเราอันตรายกว่าเดิม ไม่ได้ปลอดภัยแล้ว ภัยคุกคามจากสงครามนิวเคลียร์กับเกาหลีเหนือ การก่อการร้ายผ่านช่องทางไซเบอร์ที่บานปลายขยายตัวแย่งพื้นที่พาดหัวข่าวมากขึ้น สภาพอากาศที่สร้างความเสียหายต่อพืชผล ทรัพย์สิน รวมถึงชีวิต แนวโน้มการพังทลายของระบบการเงินโลกอย่างที่เคยเกิดในปี 2008 ยังไม่เคยลบเลือนไปจากนักลงทุน ผมมีทองคำแท่งไว้ คติลูกเสือ "จงเตรียมพร้อม" ยังดังก้องในความคิดของผมเสมอ ขณะที่ นักลงทุนจำนวนมากยังคิดว่าหุ้นเป็นที่ที่ควรจะไป และยังมองไม่เห็นจุดสิ้นสุด (11 ส่วนของ S&P มี 6 ส่วนขึ้นเป็นตัวเลข 2 หลัก และมีแค่ พลังงานและการสื่อสาร ที่ลงในปี 2017) สภาพความจริงคือเรากำลังรอการปรับฐาน และเมื่อมันเกิด ทองคำก็จะพุ่งขึ้น ผมมีหุ้นทองคำสำหรับระยะสั้นๆ ผมคิดว่าราคาทองคำกำลังจะขึ้น หุ้นทองคำจำนวนมากที่เน้นบริษัทสำรวจและพัฒนาจะให้ผลตอบแทนที่สูงเมื่อราคาทองคำขึ้น ที่มา: http://www.gold-eagle.com/authors/rick-mills
  17. สวัสดีปีใหม่ทุกท่านครับ พยายามเข้ามาเสริมคนอื่นมากกว่านะครับ เดี๋ยวนี้ นักวิเคราะห์เยอะ จนผมก็สบาย อ่านเอาอย่างเดียวเหมือนกัน
  18. ขอแจ้งให้ทราบว่า ตั้งแต่วันที่ 4 ธค. เป็นต้นไป ทางเว็บ จะเริ่มปรับปรุงอัปเกรดเว็บบอร์ดเป็น version ใหม่ เพราะเวอร์ชั่นเก่า ทางผู้พัฒนาประกาศหยุดการ support แล้ว เร็วๆนี้ และเวอร์ชั่นใหม่นั้น จะมีรูปแบบการสื่อสารระหว่างผู้โพสต์,ผู้ใช้งาน ทันยุคทันสมัยมากขึ้น ใช้งานกับอุปกรณ์ได้หลากหลายมากขึ้นด้วย ซึ่งการทำงานอัปเกรด คงใช้เวลาปรับปรุงหลายวัน ทำให้อาจเข้าใช้งานไม่ได้ในบางช่วง หากเป็นการอัปเกรดส่วนสำคัญ และบางส่วนที่เปิดใช้ อาจอยู่ระหว่างปรับปรุงไป ใช้ไป ทำให้การทำงานอาจยังไม่สมบูรณ์นัก จึงขอแจ้งให้ทราบ และขออภัยมา ณ โอกาสนี้
  19. วันก่อน อ่านเจอข่าวอดีตผู้บริหาร facebook ไม่ใช้ facebook เพราะเห็นถึงผลกระทบทางลบต่อสังคม ทำให้นึกถึงข่าว TV ที่เดี๋ยวนี้ต้องเกาะกระแสใน facebook youtube เป็นกระแสหลักไปแล้ว ไม่เกาะได้งัยครับ ใครๆก็เข้า facebook กัน TV ก็ต้องไปลากผู้ชมออกมาจาก facebook กับเขาด้วยเหมือนกัน นักโฆษณา นักขาย นักสารพัด ต่างก็เข้ามาหากินกันบน facebook สนุกเชียว ทำไมเหล่าอดีตผู้บริหารเฟสบุ๊ค เลิกใช้สื่อที่เคยสร้างเอง-หดหู่กับผลกระทบต่อสังคม https://gmlive.com/former-Facebook-CEO-that-stop-using-social-media แต่ที่อยากจะเตือนกัน ลองดูหัวข้อข่าวแบบนี้ 22 เม.ย. 2560 สาวแสบเฟซตุ๋นทอง ลงประมูลถูกๆ ล่อ '60 แมงเม่า' สูญเงิน 90 ล้าน - thairath https://www.thairath.co.th/content/919861 24 เม.ย. 2560 ตุ๋นประมูลทองคำผ่านเฟซบุ๊ก สูญนับ 100 ล้าน - Manager Online https://mgronline.com/crime/detail/9600000041426 30 ส.ค. 2560 ตุ๋นขุดทอง!! ผ่านออนไลน์7เดือนกว่า300คน - คมชัดลึก http://www.komchadluek.net/news/regional/293858 20 ต.ค. 2560 เหยื่อแชร์ออนไลน์ออมทองร้องทุกข์ให้จับโจ๋18ปี ลวง 200 รายลงทุนเสียหาย 4 ล้าน https://www.matichon.co.th/news/701717 ไม่เจอกับตัวคงไม่รู้ ทำไมหลงเชื่อกันง่ายจัง ผมก็เจอครับ แต่เป็นเจอเอาทองมาถามว่าของจริงมั๊ย ซึ่งก็จริง สอบถามได้ความว่าซื้อมาถูกมาก ซึ่งเราก็เตือนให้ระวัง แต่คำตอบคือ ไม่ต้องระวังครับ เพราะเป็นเพื่อนสนิท เชื่อถือได้ ถามว่า เพื่อนเอาของมาจากไหน จากในอินเตอร์เนตงัย ตอนหลังปิดฉาก เพื่อนโดนโกงไปเรียบร้อย มีหลายกลุ่มที่ผมสอบถาม บางรายโดนนิดหน่อย บางรายก็เยอะเอาเรื่อง เพราะรับมาขายต่อเพื่อน ที่อยากจะเตือน คือเรื่องการแชร์และการชวนของเรา ไม่ว่าจะผ่าน facebook หรือจะคุยกัน และเพราะเพื่อนไว้ใจเรา จึงคล้อยตามได้ง่ายกว่าคนอื่นมาพูดมาบอกเป็นร้อยๆเท่า เหมือนการโฆษณาแบบบอกต่อนั่นแหละ ทรงประสิทธิภาพที่สุด การแชร์ผ่านทาง facebook ไม่ว่าจะแนะนำเองหรือมีใครมาแปะหน้าเพจเราให้เพื่อนเราอ่าน มันก็ไม่ต่างจากการชวนเพื่อนเล่นแชร์นั่นแหละครับ อาจมีบางคนไม่ร่วมวง อาจมีบางคนร่วมวง สุดท้ายวงมันจะขยายเพราะเรานั่นแหละ เหมือนแชร์ลูกโซ่ดีดีนี่เอง ดังนั้น ไม่อยากชวนเพื่อนเล่นแชร์โดยไม่รู้ตัว อย่าแชร์ตามคำขอของสื่อใด ตามคำขอของใคร แชร์อย่างมีสติทุกครั้งครับ facebook เป็นเหมือนดาบสองคม ใช้ด้านดีคือใช้อย่างมีสติ หากเล่นไปเรื่อย แชร์ไปเรื่อยๆ ก็เหมือนเล่นแบบขาดสติ เราอาจไม่พลาด แต่เพื่อนเราอาจพลาดเป็นเหยื่อก็ได้ครับ
  20. เจอก็เอามาแปะไว้อีก แนวเดียวกันครับ 6 โรคร้ายแรง! หายได้ใน 4 เดือน! ไม่ต้องใช้ยา! ความดัน เบาหวาน มะเร็ง คอเรสเตอรอล โรคอ้วน ตับอักเสบเรื้อรัง! http://lifecumentary.com/archives/2422
  21. เบาหวาน ความดัน ไขมัน ยันมะเร็ง เรื่องเดียวกัน ส่วนน้อย ร่างกายอาจมีความผิดปกติบางอย่าง แต่ส่วนมากเลย จะเกิดจากพฤติกรรม ทั้งทางกาย ทางใจ ที่ผิดปกตินานๆ ฟังแนวคิด วิธีปฏิบัติ ของแม่ชีศันสนีย์ดูครับ เป็นอีกตัวอย่าง เคยได้ยิน ได้ฟัง คนที่รักษาตัวเองหายด้วยวิธีธรรมชาติได้มาหลายราย ไม่ได้รอแต่หมอช่วยอย่างเดียว https://youtu.be/Aw6kPk0iOoU
  22. ทิศทางทอง--ตอน thaigold2

    ตัวนี้มันก็ใช้จอเล็กได้อยู่แล้วครับ รูปแบบเว็บใหม่ๆ เขาทำให้มันปรับขนาดอัตโนมัติตามหน้าจอที่เราใช้ แต่ถ้าอยากได้แบบ หน้าที่มีข้อมูลน้อยๆเท่าที่จำเป็น เดี๋ยวจะทำให้อีกทีนะครับ กำลังค่อยๆแก้อยู่
  23. ทิศทางทอง--ตอน thaigold2

    เดี๋ยวก็ชิน แบบใหม่ จะใช้กับหน้าจอได้หลายขนาด หลักๆที่เห็นเรื่องรูป มันจะปรับขนาดรูปตามหน้าจอที่ใช้นะครับ
  24. SeminarThaiGOLD4

×