ข้ามไปเนื้อหา
Update
 
 
Gold
 
USD/THB
 
สมาคมฯ
 
Gold965%
 
Gold9999
 
CrudeOil
 
USDX
 
Dowjones
 
GLD10US
 
HUI
 
SPDR(ton)
 
Silver
 
Silver/Oz
 
Silver/Baht
 
  • ประกาศ

    • kumponys

      ห้ามลงโฆษณา งาน Parttime / พวกลดน้ำหนัก / พวกรับจ้างมาโพสต์

      หลังๆ ดูเหมือนจะมีพวกรับจ้างโพสต์โฆษณา ประเภทที่โพสต์ทิ้งไว้ทุกเวป ซ้ำๆซากๆ จนกลายเป็นขยะ online ไปทั่วประเทศทั่วโลก ที่เห็นบ่อยๆ เห็นจะเป็นพวก ลดความอ้วน พวก Parttime ทั้งหลาย เพื่อความสงบเรียบร้อย ขออนุญาต ไม่รับโฆษณาประเภทนี้ และจะถูกกำจัดออกไปอย่างเร็ว รวมถึงจะพิจารณาแบนสมาชิก ที่สมัครเข้ามาโพสต์โฆษณาประเภทนี้ทันที

yimmyimm

ขาประจำ
  • จำนวนเนื้อหา

    37
  • เข้าร่วม

  • เข้ามาล่าสุด

คะแนนนิยม

1 ปานกลาง

เกี่ยวกับ yimmyimm

  • คะแนนนิยม
    ขาประจำ

Profile Information

  • เพศ
    หญิง
  • ที่อยู่
    กรุงเทพมหานคร
  1. รูปภาพจาก www.manager.co.th นายเทวินทร์ วงศ์วานิช ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท.จำกัด (มหาชน) เปิดเผยกรณีบริษัท โรลส์-รอยซ์ เอ็นเนอร์จี ให้สินบนปตทแก่เจ้าหน้าที่ บมจ.ปตท. และ บมจ.ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม ว่าขณะนี้ได้ครบกำหนด 30 วันที่มีการตั้งกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงได้มีการเก็บรวบรวมข้อมูลเอกสารและสอบปากคำผู้ที่เกี่ยวข้องกับการจัดซื้อจัดจ้างเพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริง ซึ่งบุคคลที่เกี่ยวข้องส่วนใหญ่เกษียณอายุไปแล้ว โดยยอมรับว่ายังไม่มีความคืบหน้าถึงขั้นนำตัวคนผิดมาลงโทษได้ อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ ได้ทำหนังสือเพื่อขอรายชื่อคน ปตท.ที่รับสินบนจากกระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ และบริษัท โรลส์-รอยซ์ แต่ก็ยังไม่ได้รับคำตอบ รวมทั้งได้ประสานงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เพื่อขอรายชื่อหากทราบแน่นอน ก็ขอให้แจ้งมายัง ปตท.เพื่อดำเนินการทางวินัยสำหรับคนที่ยังทำงานอยู่ และหากไม่อยู่ในองค์กรก็จะฟ้องร้องคดีแพ่งและอาญาต่อไป ขณะเดียวกัน ทางคณะกรรมการบริษัทฯ ได้เห็นชอบแนวทางการปรับปรุงกระบวนการเพื่อป้องกันการทุจริต ได้แก่การขึ้นทะเบียนนายหน้า จัดระบบการบันทึกการติดต่อในโครงการก่อสร้างและจัดซื้อ เพิ่มการเก็บเอกสารเป็นเอกสารอิเล็กทรอนิคส์ (e-document) ทำให้เก็บเอกสารได้นานกว่า 10 ปี นำหลักเกณฑ์ข้อตกลงคุณธรรม (IP) และการบริหารต้นทุน (Cost) โดยเปิดเผยข้อมูลผ่านเว็บไซต์จะมาใช้ในโครงการท่อก๊าซฯ เส้น 5 มูลค่า 9.33 หมื่นล้านบาท และโครงการคลังรับแอลเอ็นจีแห่งที่ 2 มูลค่า 3.81 หมื่นล้านบาท ส่วนกรณีที่บริษัท Punj Lloyd ผู้รับเหมาอินเดีย ที่ได้รับเหมาในโครงการติดตั้งคอมเพรสเซอร์สถานีเพิ่มความดันก๊าซฯ ในทะเล (PCS) เมื่อปี 2554 ทำไปได้ 93% แต่ก็ล่าช้ามาก สุดท้ายยกเลิกสัญญาไปเมื่อปี 2556 ก่อนที่จะขึ้นบัญชีดำบริษัทดังกล่าวในปี 2557 หลังจากบริษัท Punj Lloyd ได้ทิ้งงานโครงการวางท่อก๊าซฯเส้น 4 ระยอง-แก่ง มูลค่า 3.9 หมื่นล้านบาท เนื่องจากไม่สามารถก่อสร้างได้ จนต้องให้ผู้รับเหมาช่วงมาดำเนินการต่อ ขอบคุณที่มาจาก http://www.รู้จริงพลังงานไทย.com/ปตท-ชี้สินบนโรลส์-รอยซ์/
  2. กรณี ปตท คืนท่อไม่ครบ จริงหรือไม่? เริ่มจากสิ่งหนึ่งที่กลุ่มทวงคืนพลังงานหรือ NGO มักนำมาเพื่อปลุกปั่นกระแสทวงคืนพลังงาน คือการที่พยายามบิดเบือนว่า หาก ปตท. กลับมาเป็นของรัฐแล้ว “ราคาพลังงานจะถูกลง” ซึ่งข้อมูลตรงนี้ไม่เป็นความจริงแต่อย่างใด เนื่องจากปัจจุบันโครงสร้างราคาพลังงานในประเทศมีสูตรการคิดราคาและอ้างอิงชัดเจน ไม่ว่า ปตท. จะอยู่ในตลาดหลักทรัพย์ หรือจะกลับเป็นของรัฐ สูตรการคิดราคาหรือการอ้างอิงราคา ก็ยังคงเป็นสูตรเดิม การจัดเก็บภาษีและกองทุนฯ ก็ยังเหมือนเดิม จึงไม่มีเหตุผลอะไรที่ จะทวงคืน ปตท. กลับมาเป็นของรัฐ เพราะนอกจากการจะสร้างความเสียหายให้กับเศรษฐกิจในประเทศ เพิ่มความเสี่ยงในการลงทุนและบริหารงานแล้ว ก็ไม่ได้สร้างผลประโยชน์ให้กับรัฐหรือประชาชนได้คุ้มค่ากับสิ่งที่รัฐหรือประเทศจะต้องเสียไป เรามาดู 9 เหตุผลคอนเฟิร์มว่า ปตท.คืนท่อครบถ้วนกันเลยดีกว่า 1. ศาลให้ ปตท.คืนท่อก๊าซบางส่วน ไม่ใช่ทั้งหมด 2. ปตท. คืนท่อก๊าซเฉพาะท่อบนที่ดินที่ใช้อำนาจมหาชนรอนสิทธิ 3. ท่อก๊าซในทะเล ไม่ได้รอนสิทธิใคร ขออนุญาติเหมือนเอกชนขอวางสาย Fibre Optic 4. ศาลได้รับข้อมูลทรัพย์สินท่อก๊าซของปตท.ทั้งหมด และรับทราบความเห็นสตง.ในการพิจารณาสั่งและยืนยันว่าปฏิบัติครบถ้วนแล้ว 5. สตง.ยืนยันในหนังสือถึงศาลเองว่าคำตัดสินศาลถือเป็นยุติ 6. สตง.รับรองงบ ปตท.ในฐานะผู้สอบบัญชีมาทุกปี โดยไม่เคยโต้แย้งหรือมีความเห็นเรื่องทรัพย์สินท่อก๊าซที่บันทึกในงบดุล 7. ครม.ยุคนายกฯอภิสิทธิ์ปี 2553 รับทราบรายงานจากกระทรวงการคลังว่าได้ดำเนินการตามมติครม.ที่ให้ปฎิบัติตามคำสั่งศาลครบถ้วนแล้ว 8. หากปตท.หรือหน่วยงานอื่นใดทำนอกเหนือคำสั่งศาล ก็ผิดกฎหมายเช่นกัน เพราะองค์กรเสียหาย ผู้ถือหุ้นสามารถฟ้องผู้เกี่ยวข้องได้ 9. มูลค่าหุ้นปตท.ที่ขายให้นักลงทุนใน IPO ได้รวมทรัพย์สินท่อทั้งหมดในขณะนั้น และรัฐได้รับเงินจากหุ้นที่ขายให้เอกชนนักลงทุนไปแล้ว ข้อมูลจาก: http://goo.gl/3mgCGs ติดตามอ่านบทความเพิ่มเติมได้ที่ http://www.รู้จริงพลังงานไทย.com/9-เหตุผล-ปตท-คืนท่อครบ/
  3. จากข้อมูลประกอบกรณี สตง ปตท กับมหากาพย์ทวงคืนท่อก๊าซ จากกลุ่มคนบางกลุ่มที่เป็นมหากาพย์ยืดยาวกับบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) ให้กระทรวงการคลัง ซึ่งเป็นมหากาพย์มาตั้งแต่ พ.ศ. 2549 เพิ่งจะมาเป็นที่ยุติเด็ดขาดเอาเมื่อ 16 ก.พ. 2558 ที่ผ่านมา รูปจาก : http://goo.gl/ddg7BX โดยผู้ฟ้องคือ มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค (เจ้าเก่า) ส่วนผู้ถูกฟ้องก็กราวรูดกันมาตั้งแต่ นายกรัฐมนตรี กระทรวงพลังงาน ปตท. และกระทรวงการคลัง เริ่มตั้งแต่ มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค ฟ้องร้องต่อศาลปกครองให้เพิกถอนการแปรรูปรัฐวิสาหกิจปตท. ศาลปกครองสูงสุดยกคำร้อง แต่ยังมีรายละเอียดในเรื่องของการแบ่งแยกทรัพย์สินคือท่อส่งก๊าซว่าอันไหนเป็นของรัฐ ต้องส่งมอบคืน และอันไหนยังคงเป็นของปตท. เกณฑ์ตัดสินของศาลฯ ท่านก็ยึดเอาว่า ทรัพย์สินที่ได้มาจากการใช้อำนาจเวนคืน รอนสิทธิเหนือที่ดินเอกชน และใช้เงินลงทุนของรัฐ สตง ปตท ต้องคืนให้เป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดิน การใช้ท่อจากนี้ไปจะต้องมีค่าเช่า ส่วนทรัพย์สินที่ บมจ.ปตท.เป็นผู้ลงทุนเองทั้งบนบกและใต้ทะเล ก็ให้ถือว่ายังคงเป็นสมบัติของ ปตท. ไม่ต้องส่งมอบทรัพย์สินคืนรัฐ มูลนิธิอันยิ่งใหญ่แห่งนี้ ยังติดใจคำสั่งศาลว่า ทำไมยังมีส่วนแบ่งแยกให้เป็นทรัพย์สินของ ปตท.อยู่อีก จึงยื่นคำร้องฟ้องต่อศาลกันใหม่อีก ฟ้องร้องเรื่องปตท.ส่งทรัพย์สินคืนไม่ครบ ฟ้องไปที่ศาลปกครองกลางบ้าง ศาลปกครองสูงสุดบ้าง ศาลท่านก็ยกคำฟ้องทุกครั้งไป ติดตามอ่านบทความฉบับเต็มเพิ่มเติมได้ที่ http://www.รู้จริงพลังงานไทย.com/สตง-ยอมรับ-ปตท-คืนท่อครบ/
  4. สรุปข้อกล่าวหาการ แปรรูป ปตท กับการผูกขาดธุรกิจโรงกลั่นน้ำมัน อีกข้อกล่าวหาหนึ่งเกี่ยวกับการผูกขาดธุรกิจพลังงานของปตท. ด้วยประเด็นการแปรรูป ปตท ที่มีการหยิบยกขึ้นมาพูดถึงตลอดเวลาก็คือรัฐบาลได้ให้ปตท.เข้าไปถือหุ้นในโรงกลั่นน้ำมันเกือบทุกแห่งในประเทศ(ห้าในหกแห่ง)ทำให้ปตท.มีอำนาจในการควบคุมการบริหารจัดการโรงกลั่นน้ำมันในประเทศเกือบทั้งหมด ก่อให้เกิดการผูกขาดในธุรกิจการกลั่นน้ำมันและการสั่งน้ำมันดิบจากต่างประเทศซึ่งเป็นสาเหตุประการหนึ่งที่ทำให้น้ำมันที่ขายในประเทศมีราคาแพงและทำให้หลายฝ่ายต่างออกมาเปิดโปง ปตทและหยิบยกอีกหลายๆ ประเด็นมาพูดถึงเพราะเนื่องจากมีการผูกขาดตัดตอนเรื่องการผูกขาดธุรกิจพลังงานของประเทศโดยปตท.นั้นเป็นเรื่องที่ติดพันกันมานานตั้งแต่ปตท.ยังมีฐานะเป็นรัฐวิสาหกิจเต็มตัวและเข้าไปทำธุรกิจพลังงานในฐานะตัวแทนของรัฐบาลดังนั้นจึงได้รับสิทธิพิเศษต่างๆในฐานะบริษัทน้ำมันแห่งชาติซึ่งก็เป็นเช่นนี้ในทุกประเทศที่มีการจัดตั้งบริษัทน้ำมันแห่งชาติขึ้นเพื่อมาดูแลผลประโยชน์ด้านพลังงานให้แก่รัฐ แต่อย่างไรก็ตามเมื่อมีการแปรรูป ปตท เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์และมีการขายหุ้นบางส่วนให้กับเอกชนทุกฝ่ายรวมทั้งปตท.ก็เห็นด้วยว่าควรจะลดการผูกขาดลงโดยเฉพาะในธุรกิจก๊าซธรรมชาติซึ่งคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงานก็กำลังพิจารณาที่จะให้มีเปิดเสรีมากขึ้นโดยอาจให้เริ่มในกิจการท่อส่งก๊าซและการนำเข้าก๊าซจากต่างประเทศก่อนแต่ในส่วนของธุรกิจการกลั่นน้ำมันซึ่งได้มีการกล่าวอ้างว่ามีการผูกขาดโดยปตท.มากถึง 83% ของกำลังการกลั่นทั้งหมด (โดยคิดง่ายๆว่าปตท.ถือหุ้น 5 ใน 6 โรงกลั่น = 83%) นั้น ผมคิดว่าเป็นการกล่าวอ้างที่ง่ายเกินไปและไม่มีเหตุผลรองรับอย่างเพียงพอ จากการเข้าไปปรับปรุงกิจการของโรงกลั่นเหล่านี้ ทำให้ปัจจุบันปตท.ถือหุ้นในโรงกลั่นต่างๆดังนี้ ไทยออยล์ 49.1% PTTGC 48.9% IRPC 38.5% SPRC 36.0% BCP 27.2% จะเห็นว่าโดยนิตินัยแล้ว ไม่มีโรงกลั่นใดเลยที่ปตท.ถือหุ้นเกิน 50% แต่แน่นอนว่าเราคงจะใช้จำนวนหุ้นเพียงอย่างเดียวมาเป็นตัววัดว่าปตท.มีอำนาจครอบงำการบริหารหรือไม่คงไม่ได้ คงต้องพิจารณาด้วยว่าปตท.เป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ที่สุดในบริษัทหรือไม่และมีอำนาจในการบริหารจัดการในบริษัทเด็ดขาดหรือไม่โดยเฉพาะในการกำหนดตัวหรือแต่งตั้งผู้บริหารระดับกรรมการผู้จัดการหรือประธานเจ้าหน้าที่ผู้บริหาร (CEO)ซึ่งถ้าเราใช้เกณฑ์นี้มาวัดการครอบงำการบริหารของปตท.ในโรงกลั่นต่างๆห้าแห่งที่ปตท.ถือหุ้นอยู่เราจะพบว่าปตท.มีอำนาจในการบริหารโรงกลั่นจริงๆเพียงสามแห่งเท่านั้นคือไทยออยล์ (TOP), PTTGC และ IRPC เพราะทั้งสามแห่งนี้ปตท.เป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ถึงแม้จะไม่ใช่เป็นผู้ถือหุ้นเสียงข้างมากแต่เป็นผู้มีอำนาจในการบริหารจัดการอย่างแท้จริงสามารถส่งคนของตนเข้ามาเป็นผู้บริหารระดับสูงสุด (CEO) ได้ส่วนอีกสองแห่งคือ SPRC และ BCP นั้นปตท.เป็นแต่เพียงผู้ถือหุ้นเสียงข้างน้อย โดยในกรณีของ SPRC นั้นชัดเจนว่า Chevron ซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ถึง 64% เป็นผู้มีอำนาจในการบริหารจัดการโรงกลั่นโดยการคัดเลือกและแต่งตั้งผู้บริหารก็ทำโดยคณะกรรมการบริษัท 9 คนซึ่งส่วนใหญ่เป็นคนของ Chevron (ปตท.มีตัวแทนอยู่ในคณะกรรมการบริษัทเพียง 2 คน) CEO ก็เป็นคนของ Chevronส่วนบางจากนั้นผู้ถือหุ้นใหญ่คือประชาชนซึ่งถือหุ้นบางจากมากถึง 62.8% จึงทำให้บางจากมีลักษณะพิเศษคือเป็นบริษัทมหาชนจริงๆและแม้ปตท.จะถือหุ้นบางจากในสัดส่วนสูงถึง 27.2% และถือว่าบางจากเป็นบริษัทในเครือปตท.แต่ปตท.ก็ไม่ได้มีอำนาจบริหารจัดการในบางจากแม้แต่การแต่งตั้งกรรมการผู้จัดการใหญ่ของบางจากก็มีการดำเนินการเป็นอิสระผ่านคณะกรรมการสรรหาและได้ลูกหม้อซึ่งเป็นพนักงานของบางจากมาเป็นกรรมการผู้จัดการใหญ่สองคนติดต่อกัน โดยปราศจากการแทรกแซงจากปตท.แต่อย่างใดอีกทั้งปตท.ยังมีตัวแทนนั่งอยู่ในคณะกรรมการบริษัทเพียงสองคนเท่านั้นจากจำนวนกรรมการทั้งหมด 14 คน และมีกรรมการอิสระถึง 6 คน จากที่กล่าวมาทั้งหมดจะเห็นได้ว่าการที่มีผู้ออกมาพูดว่าปตท.เข้าไปถือหุ้นในโรงกลั่นถึง 5 ใน 6 แห่ง แสดงว่ามีการผูกขาดธุรกิจและสามารถครอบงำกิจการโรงกลั่นน้ำมันของประเทศได้นั้นเป็นการตีความที่เกินจริงเพราะยังมีโรงกลั่นฯอีกสามแห่งที่ปตท.ไม่สามารถเข้าไปบริหารสั่งการอะไรได้นั่นคือโรงกลั่น Esso, SPRC และ BCP อ่านบทความเกี่ยวกับการแปรรูป ปตท กับการผูกขาดธุรกิจโรงกลั่นน้ำมัน เพิ่มเติมได้ที่ http://www.รู้จริงพลังงานไทย.com/เปิดโปง-ปตทการผูกขาดธุร/
  5. Standee Board อีกหนึ่งงานป้ายที่ได้รับความนิยมในการนำไปวางตั้งส่วนหน้าร้านค้า เราอาจจะพบเห็นและคุ้นตาไม่ว่าจะเป็นภายนอก ภายในห้างสรรพสินค้า ทั้งนี้เจ้าป้าย Standee Board (ป้ายสแตนดี้) ถูกจัดทำขึ้นเพื่อส่งเสริมการขาย รวมไปถึงการวางต้อนรับหน้างานอีเว้นท์ต่างๆมากมาย อีกหนึ่งช่องทางโปรโมทสินค้า หลายๆธุรกิจ เจ้าของ รวมไปถึงพ่อค้า แม่ค้าทั่วไป นิยมใช้ป้ายสแตนดี้กันมากขึ้น ด้วยความที่ราคาไม่แพง มีน้ำหนักเบา สามารถขนย้าย เคลื่อนย้ายได้สะดวก การใช้งานก็ง่ายไม่ต้องติดตั้งประกอบให้วุ่นวาย นอกจากนี้ป้ายสแตนดี้ ยังสามารถสร้างลูกเล่นต่างๆ ได้หลากหลาย เพียงแค่ใส่ไอเดียในการออกแบบ ยกตัวอย่างเช่น การเลือกทำไดคัทตามรูปสินค้าหรือตัวผลิตภัณฑ์นั้นๆ |ออกแบบสื่อสิ่งพิมพ์ให้เป็นรูปสินค้า | ทำภาพสินค้า Pop up แบบ 3D | ดึงดูดแท่นวางใบปลิวต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นกล่องรับชิงโชค และสามารถประยุกต์ใช้กับสิ่งต่างๆได้อย่างมากมาย การใส่ไอเดีย Standee Board กับงานต่างๆ หรือร้านค้า เพื่อใช้เป็นสื่อโปรโมท สามารถดีไซน์ ออกแบบได้ง่ายๆ สำหรับเจ้าของธุรกิจ ร้านค้า หรือผู้ที่กำลังมองหาแหล่งผลิตออกแบบสื่อสิ่งพิมพ์ ต้องการทราบงบประมาณ คำปรึกษา สามารถสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ https://www.facebook.com/4K-Group-1196767913706563/ หรือผ่านช่องทาง Line@ : http://bit.ly/2tI3ePU
  6. (ซ้ายมือ) โปสเตอร์ชวนเชื่อในเหตุการณ์ Bolivian Gas War ในประเทศโบลีเวียในช่วงปี 2005 และ (ขวามือ) โลโก้กลุ่มทวงคืนพลังงานไทย จากเรื่องราว “ ทวงคืน พลังงานไทย ยึดคืน ปตท ” จุดเริ่มของเหล่านักทวงคืนพลังงานนั้นอ่างอิงมาจาก Role Model โดยประธานาธิบดี เอโบ โมราเลส แห่งโบลีเวียได้ออกมาประกาศว่า “el gas es nuestro” หรือ “ก๊าซเป็นของพวกเรา” เมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม 2006 พร้อมทั้งออกกฎหมายแปรรูปบริษัทน้ำมันแห่งชาติ YPFB กลับมาเป็นรัฐวิสาหกิจ 100% (Nationalization) ยึดสัมปทานปิโตรเลียมทั้งหมดกลับมาเป็นของรัฐ โดยมีการส่งกองกำลังไปยึดบ่อก๊าซและน้ำมันทุกแห่งจำนวน 56 แห่ง บังคับให้บริษัทน้ำมันต่างชาติทำสัญญาสัมปทานปิโตรเลียมฉบับใหม่ภาย ใน 180 วัน ถ้าไม่ตกลงก็ต้องออกจากโบลีเวีย โดยสัญญาใหม่จะเรียกเก็บผลประโยชน์ตอบแทนของรัฐเพิ่มขึ้นจาก 50% เป็น 82% สำหรับแหล่งก๊าซธรรมชาติขนาดใหญ่ 2 แหล่ง San Alberto และ San Antonio รัฐจึงได้ผลประโยชน์ได้เพิ่มขึ้นจากเดิม 320 ล้านดอลล่าร์สหรัฐฯ ไปเป็น 780 พันล้านดอลล่าร์สหรัฐฯ ในปี 2007 และนำรายได้ที่เพิ่มเติมมาเป็นงบประมาณในการสร้างระบบสาธารณูปโภค โรงเรียน และโรงพยาบาล รวมถึงการให้เงินอุดหนุนแก่เด็กนักเรียน ผู้สูงอายุและคุณแม่คนใหม่ด้วย และทำการอุดหนุนราคาน้ำมันเบนซินและดีเซล คำประกาศดังกล่าวนี้เองจึงทำให้เกิดกระแสทวงคืนก๊าซธรรมชาติของชาวโบลีเวีย “สงครามก๊าซของโบลีเวีย (Bolivian gas war)” มีการจุดติดทางความคิดและมีการชุมนุมประท้วงต่อต้านรัฐบาลของอดีต ประธานาธิบดีโลซาดาอย่างรุนแรง จนมีผู้เสียชีวิตมากถึง 80 คน เมื่อล้มรัฐบาลเก่าจึงทำให้ เอโบ โมราเลส ได้รับเลือกตั้งเป็นประธานาธิบดีคนใหม่จากการวางนโยบายยึดแหล่งก๊าซธรรมชาติ กลับมาสู่รัฐ จึงทำให้มีคนไทยกลุ่มๆหนึ่งนำเหตุการณ์ดังกล่าว พร้อมอ้างตัวเองว่าเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านพลังงานจัดตั้งทวงคืน พลังงานไทย ยึดคืน ปตท ในรูปแบบต่างๆ เช่น สื่อออนโลน์ โซเชียลเน็ตเวิร์ค ออกรายการทีวีต่างๆ สร้างกระแสทวงคืนขึ้นมา โดยมีการกล่าวหาว่ารัฐได้ผลประโยชน์ตอบแทนสัมปทานปิโตรเลียมน้อยที่สุดในโลกแค่ 34% โดยเทียบกับประเทศโบลีเวียที่ได้ถึง 82% พร้อมกล่าวอ้างว่าประเทศไทยผลิตก๊าซธรรมชาติมหาศาลติดถึงอันดับที่ 24 ของโลก ผลิตน้ำมันมหาศาลเหลือถึงขั้นส่งออก แต่ไทย น้ำมันแพงที่สุดในโลกทำให้ปตท กำไรแสนล้าน เป็นต้น ถ้าหากเรื่องนี้ถูกจุดติดขึ้นมาเป็นกระแสขั้นรุนแรงเหมือนอย่างประเทศโบลี เวีย ก็จะกลายว่าจะมีผู้ที่ได้ประโยชน์จากการเล่นเรื่องนี้ เป็นพล็อตเรื่องเหมือน “ โบลีเวียโมเดล ” อ่านบทความเพิ่มเติมได้ที่ : https://www.facebook.com/notes/siriwat-whin-vitoonkijvanich/พลังงานไทย-เพื่อคนไทย-จริงๆ-ตอนที่-9-โบลีเวียโมเดล-กับ-ทวงคืนพลังงานไทย/10151755058034124 ที่มา : http://www.รู้จริงพลังงานไทย.com/tag/ทวงคืน-ปตท/
  7. ปตท น้ำมันแพง เปรียบเทียบราคาน้ำมันไทย – อเมริกา ปตท ขูดรีดคนไทยจริงหรือ? ด้วยประเด็นที่ว่า ปตท น้ำมันแพง เกิดเป็นคำถามที่ว่า ทำไมราคาน้ำมันบ้านเราแพงกว่าราคาน้ำมันเพื่อนบ้าน ซึ่งทางปตท.เองก็ถูกโจมตีอย่างหนักจากกลุ่มทวงคืน ปตท โดยได้นำภาพนี้ออกมาเผยแพร่ เมื่อเปรียบเทียบกับอเมริกาแล้ว เราไม่สามารถเอาราคาขายปลีกหน้าปั๊มมาเทียบกันได้ เพราะโครงสร้างภาษีและเงินเพิ่มอื่นๆไม่เท่ากัน ดังนั้นราคาที่ต้องเอามาใช้คือราคาน้ำมันสำเร็จหน้าโรงกลั่นที่ยังไม่ได้บวก เงินอื่นๆ เข้าไปอีก ราคาของไทย อ้างอิงจาก http://www.eppo.go.th/petro/price/index.html ราคาของอเมริกา อ้างอิงจาก http://www.eia.gov/petroleum/gasdiesel/ จึงสามารถสรุปได้ว่าไทยขายน้ำมันแพงกว่าอเมริกา 16.70% แต่ทั้งนี้ไทยมีต้นทุนราคาน้ำมันดิบที่แพงกว่าอเมริกา 15.73% ซึ่ง 16.70 กับ 15.73 เป็นตัวเลขที่ต่างกันเพียง 1% เท่านั้น จากข้อมูลนี้บอกอะไรกับเราได้บ้าง มันก็บอกว่าราคาขายปลีกน้ำมันระหว่างไทยกับอเมริกาที่พวก “ทวงคืน ปตท” ชอบยกมาอ้างนั้นโดยแท้จริงแล้วแทบจะไม่ต่างอะไรกันเลย ตัวเลขความแตกต่าง 1% ถ้าเอาต้นทุนขนส่งมาร่วมด้วยความต่างอาจกลายเป็น 0% หรือกลายเป็นว่าอเมริกาขายน้ำมันแพงกว่าไทยก็เป็นได้ เพราะฉันนั้นประเด็น ปตท น้ำมันแพง ที่หลายๆคนพูดถึงอาจจะเป็นในเรื่องของความรู้สึก หนึ่ง-ราคาขายปลีกเราโดนเพิ่มภาษีและเงินกองทุนเข้าไปมาก สอง-ไทยเราต้องนำเข้าน้ำมันดิบมาก และมีต้นทุนการนำเข้าแพงกว่าบางประเทศ สำหรับใครอยากเปรียบเทียบน้ำมันไทยกับประเทศไหนอีกก็เอาวิธีนี้ไปใช้ได้เลย แต่ถ้าจะเปรียบก็ต้องรู้โครงสร้างราคาประเทศนั้นและให้แน่ใจก่อนนะว่าประเทศนั้นๆไม่ได้อุดหนุน (Subsidize) ราคาให้ประชาชนของเค้าอยู่ ขอบคุณที่มาจาก: https://www.facebook.com/notes/faris-phar-yothasamuth/myth-buster-เปรียบเทียบราคาน้ำมันไทย-อเมริกา-คนไทยถูกปตทขูดรีดจริงหรือ/10151497007372090 อ่านบทความฉบับเต็มได้ที่ http://www.รู้จริงพลังงานไทย.com/tag/ปตท-น้ำมันแพง/
  8. “ ขายสมบัติชาติ ” อีกหนึ่งความเข้าใจผิดที่ต้องชี้แจง “ ขายสมบัติชาติ ” อีกหนึ่งความเข้าใจผิดที่ต้องชี้แจง จากข่าว “ซาอุดิอาระเบียเตรียมขายหุ้น IPO ของ Aramco” กลับมามองย้อนถึงสถานการณ์ในประเทศไทย ตั้งแต่มีการแปรรูป ปตท. เข้าตลาดหลักทรัพย์ ก็มักถูกกลุ่มคนที่พยายามปลุกระดมความคิดทางการเมือง เชื่อมเรื่องราวให้เข้าใจผิดว่าเป็นการ “ขายสมบัติชาติ” อยู่เสมอ โดยไม่มองว่าหลังการแปรรูป รัฐหรือประชาชนได้ประโยชน์อะไรบ้างจากการแปรรูปในครั้งนั้น พาย้อนกลับไปในปี 2544 ได้มีการจัดจำหน่ายหุ้น บมจ. ปตท. ซึ่งแปรสภาพมาจาก การปิโตรเลียมแห่งประเทศไทย จำนวน 920,000,000 หุ้น ในราคาหุ้นละ 35 บาท รวมมูลค่า 32,200,000,000 บาท เพื่อระดมทุนด้วยเหตุผล สำคัญ 3 ข้อ คือ 1.ปตท. ต้องการเงินทุน เพื่อไปแก้ไขปรับสถานการณ์การเงินบริษัทในเครือทั้งหลาย การที่ ปตท. ระดมทุนในครั้งนี้ถือเป็นผลดีต่อรัฐ เพราะผลกำไรที่เกิดจากบริษัทในเครือก็มีผลต่อบริษัทแม่ และปันผลเป็นรายได้สู่รัฐ โดยที่รัฐไม่ต้องควักเงินลงทุนและถือความเสี่ยงเพิ่ม ซึ่งในเวลานั้นเป็นช่วงเศรษฐกิจในยุค IMF รัฐยังขาดสภาพคล่องทางการเงิน 2.ปตท. มีโอกาสที่จะได้ลงทุนในอุตสาหกรรมการกลั่น และปิโตรเคมีที่บอบช้ำหนักหลังวิกฤติ ทำให้ราคาถูก อีกทั้งรัฐบาลไม่สามารถจัดสรรงบประมาณมาให้ได้ ปตท. จึงจำเป็นที่จะต้องระดมทุนเพื่อนำเงินไปซื้อโรงกลั่น นั่นหมายความว่ารัฐที่ถือหุ้นใหญ่ใน ปตท. สามารถเป็นผู้กำหนดนโยบายของโรงกลั่น และควบคุมราคาพลังงาน ให้สอดคล้องกับต้นทุนและราคาที่เป็นธรรมกับประชาชน (คำว่าราคาที่เป็นธรรมไม่ได้แปลว่าราคาถูกแบบไม่ลืมหูลืมตา) โดยที่รัฐก็ไม่ต้องลงทุนอะไรเลย 3.รัฐบาลหวังว่า การจำหน่ายหุ้น IPO ปตท. ที่มีขนาดใหญ่ จะปลุกความสนใจในตลาดหุ้นไทยให้กลับมาได้ เรื่องนี้อาจจะเป็นเรื่องไกลตัว แต่สำหรับใครที่มีความเข้าใจเรื่องเศรษฐกิจจะเข้าใจว่า การที่ตลาดหุ้นตกต่ำนั้นกระทบต่อเศรษฐกิจของประเทศ นักลงทุนให้ความสนใจน้อยลง เงินเข้าประเทศน้อยลง รัฐเก็บภาษีจากการทำธุรกิจต่างๆ ได้น้อย ทั้งยังมีผลต่อการเติบโตของเศรษฐกิจในประเทศด้วย จากผลดังกล่าวจะเห็นว่า การที่ ปตท. แปรรูปเข้าสู่ตลาดหลักทรัพย์นั้นมีผลต่อรายได้รัฐและเศรษฐกิจของประเทศโดยตรง โดยที่รัฐไม่ต่างจากเสือนอนกิน ที่ไม่ต้องหาเม็ดเงินมาลงทุนในช่วงที่ประเทศรัดเข็มขัด หรือถือความเสี่ยงต่อการลงทุนใดๆ เพิ่มเติม โดยผลจากการแปรรูปในครั้งนั้น จะเห็นว่ารัฐสามารถเก็บรายได้หลังจากการแปรรูปมากขึ้น ทั้งในรูป ภาษีเงินได้และเงินปันผล แล้วมันคือการขายสมบัติชาติหรือไม่? ติดตามอ่านเรื่องราวฉบับเต็มได้ที่ http://www.รู้จริงพลังงานไทย.com/tag/ขายสมบัติชาติ/
  9. ชี้แจงรายละเอียด เงินเดือนผู้บริหาร ปตทและค่าตอบแทนต่างๆ ในกรณีที่มีข่าวลือตั้งเป้าโจมตีทางสังคมในเรื่อง เงินเดือนผู้บริหารของบริษัทพลังงานเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ราคาพลังงานแพงขึ้น โดยอ้างอิงข้อมูลจากตลาดหลักทรัพย์ ( รายงานประจำปี ) จากข้อมูลที่อ้างอิงนั้นจะไม่ระบุเป็นรายบุคคล ทั้งนี้เพราะเงินเดือนถือเป็นความลับระหว่างนายจ้างกับลูกจ้าง คิดง่ายๆโดยการนำตัวเลขเงินเดือนรวมมาหารค่าเฉลี่ยเป็นเงินเดือน ซึ่งยังไม่รวมโบนัส ค่าเบี้ยประชุมต่างๆ ซึ่งเป็นตัวเลขเงินเดือนค่อนข้างสูงมาก จึงมีกลุ่มคนเข้าใจผิดนำไปเปรียบเทียบกับตำแหน่งงานระดับสูงๆ สำหรับคำถามที่กล่าวในโลกโซเชียลเกี่ยวกับระบบเงินเดือนผู้บริหาร ปตท. สูงตามที่กล่าวหาจริงหรือไม่? คำตอบคือไม่ได้สูงตามที่มีข่าวลือ เพราะตัวเลขที่เห็นดังกล่าว เป็นยอดเงินรวมทั้งปี ซึ่งรวมทั้งโบนัส และเบี้ยประชุม เข้าไปด้วย อย่างไรก็ตาม เงินเดือนกลุ่มผู้บริหารในบริษัทต่างๆ ที่อยู่ในตลาดหลักทรัพย์ โดยเฉพาะบริษัทชั้นนำต่างๆ ได้มีการกำหนดรายละเอียดค่าตอบแทนเงินเดือนตามความสามารถและความรับผิดชอบ และไม่ใช่เพียงเงินเดือนผู้บริหาร ปตท เท่านั้น แต่ธุรกิจด้านอื่นๆ เช่น ธุรกิจการบิน โทรคมนาคม โรงพยาบาล การเงิน ความงาม ล้วนมีรายได้ระดับสูงทั้งสิ้น จึงไม่น่าแปลกใจว่า สาเหตุใดเงินเดือนผู้บริหาร ปตท จึงได้มีเงินเดือนสูงตามที่กล่าวอ้างถึง อย่างไรก็ตามสำหรับใครที่อยากรู้ว่าระบบเงินเดือนผู้บริหาร ปตท. คิดอย่างไร เราได้นำข้อมูลมาเสนอให้ได้อ่านกันดังนี้ “ ปตท. ได้กำหนดนโยบายค่าตอบแทนกรรมการที่เป็นธรรมและสมเหตุสมผล มีคณะกรรมการกำหนดค่าตอบแทนทำหน้าที่ทบทวน โดยพิจารณาถึงความเหมาะสมและสอดคล้องกับภาระความรับผิดชอบของกรรมการ สถานะทางการเงินของบริษัทและเปรียบเทียบกับบริษัทในกลุ่มธุรกิจระดับเดียวกัน โดยกำหนดค่าตอบแทนเป็นเบี้ยประชุมและโบนัส อนึ่ง กรรมการที่ได้รับมอบหมายให้เป็นกรรมการในคณะกรรมการเฉพาะเรื่องชุดอื่นๆ ก็ให้ได้รับค่าตอบแทนเพิ่มตามความรับผิดชอบที่เพิ่มขึ้น ทั้งนี้ ค่าตอบแทนกรรมการได้รับการขออนุมัติจากที่ประชุมผู้ถือหุ้นแล้ว ” เครดิตข้อมูล : “ รายงานประจำปี 2557 ปตท. ” น้องปอสาม https://www.facebook.com/nongposamm สามารถติดตามอ่านบทความฉบับเต็ม http://www.รู้จริงพลังงานไทย.com/เงินเดือนผู้บริหาร-ปตท/
  10. สรุปข้อเท็จจริง คดี ปตท กรณีส่งคืนท่อก๊าซ บทสรุปสำหรับใครที่ยังสงสัยข้อเท็จจริงในเรื่องกรณีปตท.ส่งคืนท่อก๊าซครบจริงหรือไม่นั้น ขออนุญาตหยิบยกคำสั่งศาลมาให้อ่านพิจารณาให้เข้าใจ “คำสั่งของศาลปกครองสูงสุดที่ 800/2557” เมื่อวันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2558 ศาลชั้นต้นได้ออกนั่งบัลลังก์เพื่ออ่านคำสั่งของศาลปกครองสูงสุดที่ 800/2557 ที่มาจากการอุทธรณ์ของมูลนิธิเพื่อผู้บริโภคกับพวกรวม 1,455 คน ตั้งแต่วันที่ 2 พฤศจิกายน 2555 สามารถสรุปได้ดังนี้ 1. ศาลปกครองสูงสุดมีคำสั่งยืนยันตามคำสั่งของศาลปกครองกลาง คือ ไม่รับคำฟ้องอุทธรณ์ไว้พิจารณา และให้จำหน่ายคดีนี้ออกจากสารบบความ เนื่องจาก ปตท. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ดำเนินการตามคำพิพากษาในคดีแปรรูป ปตท. เป็นที่เรียบร้อยแล้ว 2. การที่มูลนิธิเพื่อผู้บริโภคกับพวกรวม 1,455 คน ขอให้ศาลมีคำสั่งให้ ปตท. ส่งคืนท่อส่งก๊าซธรรมชาติทั้งในทะเลและบนบก จึงเป็นการขอให้ศาลมีคำพิพากษาหรือคำสั่งชี้ขาดในประเด็นที่ศาลปกครองสูงสุดได้วินิจฉัยชี้ขาดไปแล้ว จึงเป็นกรณีที่ต้องห้าม 3. สำหรับประเด็นข้อกล่าวอ้างที่ว่า หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติให้เป็นไปตามคำพิพากษาไม่ได้ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ของมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 18 ธันวาคม 2550 กำหนด (เรื่องที่ให้ สตง. รับรอง) ไม่ใช่เหตุที่จะกล่าวอ้างว่าการดำเนินการตามคำพิพากษายังไม่ถูกต้องสมบูรณ์ตามกฎหมาย สรุป จะเห็นได้ว่าจากคำสั่งของศาลปกครองสูงสุด คดี ปตท คืนท่อก๊าซ เป็นการวินิจฉัยที่ยุติประเด็นข้อพิพาทเกี่ยวกับเรื่องการส่งคืนท่อส่งก๊าซธรรมชาติของ ปตท. ทั้งหมด โดยศาลปกครองสูงสุดเห็นว่า ปตท. ได้ส่งคืนท่อส่งก๊าซธรรมชาติให้แก่กระทรวงการคลังครบถ้วนตามคำพิพากษาแล้วตั้งแต่ปี 2551 การขอให้ศาลปกครองสูงสุดมีคำสั่งให้ ปตท. ส่งคืนท่อส่งก๊าซธรรมชาติทั้งหมดอีกนั้น จึงเป็นการดำเนินคดีซ้ำ ศาลไม่อาจรับฟ้องไว้พิจารณาได้อีก อ่านต่อที่ http://www.รู้จริงพลังงานไทย.com/ทวงคืน-ท่อก๊าซ/ เครดิต : ฉกาจนิตย์ จุณณะภาต นักกฎหมายพลังงาน www.http://thaipublica.org/
  11. ทวงคืน ปตท ที่มาและสาเหตุการแปรรูป ปตท จากที่เคยเล่าไว้ถึง สาเหตุของการแปรรูป และประโยชน์ที่ประเทศชาติได้รับ ซึ่งจะขอย้อนความ ถึงประโยชน์ที่ชาติจะได้รับจากการแปรรูป 3 ข้อหลัก คือ 1.เป็นการระดมทุนเพื่อไปแก้ไขปรับสถานการณ์การเงินบริษัทในเครือทั้งหลาย ของ ปตท. ซึ่งเป็นผลดีต่อรัฐ เพราะรัฐจะได้ปันผลเป็นรายได้ ในรูปแบบต่างๆ กลับเข้าสู่รัฐมากขึ้น 2.เป็นการระดมทุนเพื่อนำเงินไปซื้อโรงกลั่น ทำให้โรงกลั่นเป็นของคนไทย เงินทองไม่รั่วไหลออกนอกประเทศ 3.เป็นการกระตุ้นตลาดหลักทรัพย์ ดึงดูดนักลงทุนให้เข้ามาลงทุนมากขึ้น โดยจะเห็นว่าการแปรรูปในครั้งนี้สร้างผลประโยชน์มากมายให้กับประเทศ ในรูปแบบของเม็ดเงินเข้ารัฐและเม็ดเงินลงทุน จากที่มีกระแสทวงคืน ปตท. ให้กลับมาเป็นของรัฐ ทั้งที่ตอนนี้ ปตท. กลายเป็นบริษัทมหาชนอยู่ในตลาดหลักทรัพย์ จะเกิดผลเสียอย่างไรต่อประเทศบ้าง 1.หากใช้วิธียึดคืน นั่นคือการทำลายความน่าเชื่อถือในการลงทุนของประเทศ ซึ่งมีผลโดยตรงกับนักลงทุนที่จะนำเงินมาลงทุนทั้งในตลาดหลักทรัพย์และนอกตลาดหลักทรัพย์ ทำให้ประเทศชาติเสียเม็ดเงินจำนวนมหาศาลจากนักลงทุนและมีผลต่อเศรษฐกิจภายในประเทศ 2.หากใช้วิธีซื้อคืน รัฐต้องระดมทุนมหาศาลเพื่อซื้อหุ้นจำนวน 2.8 พันล้านหุ้น คิดมูลค่าหุ้นทั่วไป รัฐจะต้องใช้เงินประมาณ 1 ล้านล้านบาท (คิดมูลค่าต่อหุ้น 380 บาท) ในการซื้อหุ้นคืน เพื่อให้ ปตท. กลับเป็นของรัฐ นอกจากจะเป็นเรื่องยากและเกิดความเสียหายมากมายในการนำหุ้นกลับมาเป็นของรัฐแล้ว รัฐยังต้องลงแรงในการเข้ามาบริหารงานในส่วนนี้ด้วย ซึ่งไม่มีอะไรการันตีเลยว่าการลงทุนมหาศาลอย่างนี้จะสร้างความคุ้มค่าให้กับรัฐ กลับกันจะเพิ่มความเสี่ยงในการบริหารอีกด้วย ติดตามอ่านต่อได้ที่ http://www.รู้จริงพลังงานไทย.com/tag/ทวงคืน-ปตท/
  12. เคยสงสัยไหมว่า ทำไม ปตท น้ำมันแพง กว่าประเทศเพื่อนบ้าน ???? พอดีไปอ่านเจอบทความดีๆ ในกระทู้ของพันทิป “ทำไมมาเลเซียราคาน้ำมันถูกกว่าบ้านเรา?” เลยนำเอามาแบ่งปันให้เพื่อนได้อ่านและทำความเข้าใจมากขึ้นเกี่ยวกับราคาน้ำมันเพื่อนบ้านและราคาน้ำมันบ้านเรา ที่มีข้อโต้แย้งกันมาโดยตลอดและไม่สามรถหาข้อสรุปได้อย่างชัดเจน แต่ถึงอย่างไรการที่เราจะทราบข้อมูลเกี่ยวกับสิ่งนั้นๆ เราก็ต้องมีข้อมูลที่แน่นพอเพื่อที่จะนำมาศึกษาข้อมูลที่แท้จริง ไม่ใช่ฟังข้อมูลจากคนอื่นแล้วคิดเองเออเองโดยที่ไม่ทราบข้อมูลอะไรเลย หวังว่าข้อมูลจากกระทู้นี้จะให้สาระที่เป็นประโยชน์กับทุกคนที่สนใจในเรื่องนี้เป็นอย่างยิ่ง ทำไม…??? ปิโตรนาสมีกำไรมากกว่า ปตท.กว่า 4 เท่า แต่คนมาเลเซียจ่ายค่าน้ำมัน ถูกกว่าคนไทยเกินครึ่ง ตามภาพนี้มันง่ายที่จะเชื้อชวนให้เชื่อนะครับว่ามันมีการทุจริตหรือเอารัด เอาเปรียบคนไทยอย่างมโหฬารในเรื่องของพลังงานในบ้านเรา เพราะหากไม่คิดอะไรลึกซึ้ง เอาแค่ว่าประเทศมาเลเซียรั้วติดกันกับเราทำไมราคาน้ำมันถึงได้ต่างกันราวฟ้ากับเหวขนาดนี้ ทำไมคนไทยใช้น้ำมันแพงแถมบริษัทน้ำมันบ้านเขา -เปโตรนาส- ขายน้ำมันราคาถูกกว่าบริษัทน้ำมันบ้านเรา -ปตท- น่าแปลกใจว่าทำไมบริษัทน้ำมันบ้านเขาได้กำไรมากกว่าบริษัทน้ำมันบ้านเราร่วม 4 เท่าเลย ข้อแย้งที่ผมจะนำมาใช้ทั้งหมดในกระทู้นี้คงไม่อาจหักล้างความเชื่อของคนที่คิด (หรืออยากจะเชื่อ) สิ่งที่เจ้าของภาพอยากจะโน้มน้าวได้ทั้งหมด แต่ผมขอเอาข้อแย้งบางข้อ (ไม่ใช่เพื่อให้คุณเชื่อ หรือมาเพื่อถกเถียงกับผมเพื่อเอาชนะคะคานกัน เพราะคุณเถียงชนะผมไปก็ไม่ได้อะไร) เพียงเพื่อสะกิดหรือรั้งคุณให้คิดเอ็งให้เป็น ไม่ใช่เห็นอะไรก็เชื่อไปเสียทั้งหมด คุณลองดูข้อแย้งของผมเป็นแนวทางหรือไอเดีย หลังจากนั้นเป็นหน้าที่ของคุณไปขบคิดเอาเองครับว่าจะหาบทสรุปให้กับตัวเองในเรื่องนี้อย่างไร? ติดตามตอนต่อไปที่นี่
  13. แปรรูป ปตท ย้อนรอยปั๊มน้ำมันและสถานีบริการน้ำมันในอดีต ปัจจุบัน ‘ปั๊มน้ำมัน’ เป็นมากกว่าการให้บริการน้ำมัน เพียงอย่างเดียว เรียกได้ว่า ปั๊มน้ำมันคือเพื่อนเดินทางอย่างแท้จริง นอกจากจะให้บริการ ห้องน้ำสะอาด หรือแม้กระทั่งห้องอาบน้ำ ร้านสะดวกซื้อที่เปิดตลอด 24 ชั่วโมง ร้านอาหารทั้งไทย และเทศ ที่เปิดบริการ 24 ชั่วโมง กาแฟสดยี่ห้อเดียวกัน แต่รสชาติไม่เหมือนกันเลยสักร้าน หรือ แม้กระทั่ง ร้านขายเสื้อผ้า และของโอทอป ก็มีบริการที่ปั๊มน้ำมัน ปั๊มน้ำมัน ‘ตราสามทหาร’ ปั๊มน้ำมันสามทหารในจังหวัดลำพูน เปิดให้บริการในปี พ.ศ. 2503 ปัจจุบันได้เปิดเป็นพิพิธภัณฑ์ปั๊มน้ำมันสามทหาร เพื่อให้ประชาชนทั่วไปที่สนใจเข้ามาศึกษา และเยี่ยมชมได้ ในปี พ.ศ.2521 มีการเปลี่ยนแปลงจากสถานีบริการน้ำมัน ตราสามทหาร แปรรูป ปตท. โดยวัตถุประสงค์หลักก็เพื่อดำเนินกิจการด้านพลังงานด้วยการพึ่งพาตนเอง เพราะในช่วงนั้นประเทศไทยประสบวิกฤติขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิงเพื่อการอุปโภค-บริโภค ภาพนี้คือ สถานีบริการน้ำมัน ปตท. ที่ปรับเปลี่ยนจากตราสามทหาร ตั้งอยู่บริเวณพระบรมมหาราชวังแต่ปัจจุบันได้ยกเลิกไปแล้ว สำหรับ สถานีบริการน้ำมัน ปตท. ในยุคแรก มีความโดดเด่นอยู่ที่คานสีแดงสดใสตัดกับหลังคาสีน้ำเงิน นอกจากนี้ในช่วงปี พ.ศ.2531 ยังเป็นช่วงปีที่ ปตท. ได้เปิดตัวน้ำมันเบนซินปริมาณสารตะกั่วต่ำที่สุดและค่าออกเทนสูงที่สุดอีกด้วย นอกจากนี้ยังมีภาพในอดีตที่น่าสนใจสามารถติดตามอ่านต่อได้ที่ http://www.รู้จริงพลังงานไทย.com/ย้อนดูการแปรรูปปั๊ม-ปตท/
  14. แนะนำโครงการบ้านเปี่ยมสุข Tuscany MRT ทาวน์โฮม รัตนาธิเบศร์ ทำเลดี สไตล์อิตาลี บ้านเปี่ยมสุข ทัสคานี เอ็มอาร์ที รัตนาธิเบศร์ โรแมนติกทาวน์โฮม สไตล์อิตาลี กับนิยาม “ รื่นรมย์กับบรรยากาศสุดโรแมนติกตั้งแต่ก้าวแรก จำลองรูปแบบสถาปัตยกรรมสไตล์ทัสคานีทั่วทั้งโครงการ พร้อมน้ำพุสวนสวย ท่ามกลางหมู่อาคารทาวน์โฮมสีเอิร์ธโทน แวดล้อมด้วยสังคมคุณภาพ กับรอยยิ้มและมิตรภาพของเพื่อนบ้าน ปลอดภัยกับระบบรักษาความปลอดภัยตลอด 24 ชั่วโมง ทั้งทางเข้าด้านหน้าและทั่วทั้งโครงการ ” โดยลักษณะโครงการบ้านดีไซน์ออกแบบให้เป็นทาวน์โฮมสไตล์อิตาลี มีกลิ่นอายการตกแต่งตามคาแรคเตอร์ของแคว้นทัสคานี ประเทศอิตาลี บรรยากาศโรแมนติก ภายนอกตกแต่งโดดเด่นด้วยลูกเล่นสีหินผนังเอิร์ธโทนผสมสานการจัดสวนสไตล์อังกฤษ บนพื้นที่โครงการ 6 – 0 – 74 ไร่ 80 ยูนิต ส่วนพื้นที่ใช้สอย 120 ตารางเมตร โซนบ้าน ถนนรัตนาธิเบศร์ ซึ่งอยู่ติดระบบขนส่งสาธารณะ ห่างจากรถไฟฟ้าสายสีม่วง MRT รัตนาธิเบศร์ 700 ม. ใกล้จุดขึ้น/ลงทางด่วนงามวงศ์วาน 5 กม. ติดท่าเรือด่วยเจ้าพระยา 3.6 กม. โครงการบ้านเปี่ยมสุข Tuscany MRT หนึ่งในโครงการบ้านใกล้รถไฟฟ้าสายสีม่วง ทาวน์โฮม ดีไซน์ทุกรายละเอียดสวยคลาสสิค ลงตัวกับทุกฟังก์ชั่นการใช้งาน สำหรับรายละเอียดโครงการบ้านเพิ่มเติมสามารถติดตามอ่านได้ที่ http://www.pieamsuk.co.th/
  15. รีวิว ฟุหมานเหลา ฉลองครบรอบ 26 ปี จ่าย 26 บาทเท่านั้น!! โปรโมชั่นบุฟเฟ่ต์ติ่มซำราคางามๆแบบนี้จากห้องอาหารฟุหมานเหลา หนึ่งในห้องอาหารของทางโรงแรมเดอะทวินทาวน์เวอร์ โรงแรมเดอะทวินทาวน์เวอร์ หนึ่งในโรงแรมชื่อดังย่านปทุมวัน บริการที่พักรองรับนักท่องเที่ยว ไม่ว่าจะชาวไทย ชาวต่างชาติ อีกทั้งห้องสำหรับจัดประชุม สัมมนา แถมห้องอาหารยังเป็นที่ขึ้นชื่ออีกด้วย ลูกค้าชาวไทยและชาวต่างชาติที่ต่างแวะเวียนมาชิมอาหารรสเลิศกันอยู่สม่ำเสมอ แถมยังมีโปรโมชั่นห้องอาหารต่างๆออกมาทุกๆเดือน สำหรับเดือนนี้พิเศษสุดๆ เอาใจคนที่ชื่นชอบคลั่งไคล้การทานติ่มซำแบบบุฟเฟ่ต์ในราคาสุดว้าว ห้ามพลาดกันเลยทีเดียวเชียว พูดถึง “ ห้องอาหารฟุหมานเหลา ” ห้องอาหารจีนชื่อดังระดับตำนาน อีกหนึ่งห้องอาหารของโรงแรม ตกแต่งภายในด้วยศิลปะจีนร่วมสมัย แต่ยังคงผสมผสานความโมเดิร์น สำหรับใครที่ชื่นชอบอาหารบุฟเฟ่ต์ติ่มซํา โรงแรม การันตีคุณภาพมาตรฐาน เนื้อแน่นๆเน้นๆ แถมยังเป็นแบบบุฟเฟ่ต์ ไลน์เมนูอาหารไม่ว่าจะเป็น อาหารประเภทออเดิร์ฟ ขาหมูเย็น อกเป็ดรมควัน ไก่แช่เหล้า ผัดถั่วจีน อาหารประเภทผัด ข้าวผัด ปลาแซลมอนราดพริก เต้าหู้ทรงเครื่อง ไก่ผัดเม็ดมะม่วง โซนซุปและก๋วยเตี๋ยว มีกระเพาะปลาน้ำแดง ซุปเยื่อไผ่ โซนของหวานมีหลากหลายมาก ทั้งเค้ก คัสตาร์ด ผลไม้ เฉาก๊วย ลอดช่อง ฟรุตสลัด ทับทิบกรอบ ไอศกรีมกะทิและอื่นๆ เป็นไลน์เมนูอาหารที่เรียกได้ว่า ทานไม่อิ่มไม่คุ้มห้ามกลับเด็ดขาด!! ฉลองเข้าสู่ปีที่ 26 ด้วยโปรโมชั่นบุฟเฟ่ต์โรงแรม ( เฉพาะห้องอาหารจีนฟุหมานเหลา ) สามารถเลือกทานได้สุดคุ้มตามช่วงเวลา >>มื้อเที่ยง พบกับบุฟเฟ่ต์ Dim Sum All You Can Eat Lunch ในราคา 426 บาท / ท่าน (จากราคาปกติ 500 บาท) พิเศษสุด เมื่อมา 6 ท่าน ท่านที่ 6 จ่ายเพียง 26 บาท เท่านั้น!! >>มื้อเย็น อย่าพลาดกับโปรโมชั่น Dinner Buy 1 Get 1 Free พร้อมรับฟรี Mango Pudding เพียงกด Like & Share & Add Line@ : TheTwinTowersHotel (https://line.me/R/ti/p/%40twintowers) หรือใครที่สนใจสอบถามรายละเอียดโปรโมชั่นเพิ่มเติม สามารถพูดคุยสอบถามได้ที่เพจ Facebook : https://www.facebook.com/TheTwinTowersHotelBangkok/?fref=ts
×