ข้ามไปเนื้อหา
Update
 
 
Gold
 
USD/THB
 
สมาคมฯ
 
Gold965%
 
Gold9999
 
CrudeOil
 
USDX
 
Dowjones
 
GLD10US
 
HUI
 
SPDR(ton)
 
Silver
 
Silver/Oz
 
Silver/Baht
 
  • ประกาศ

    • kumponys

      ห้ามลงโฆษณา งาน Parttime / พวกลดน้ำหนัก / พวกรับจ้างมาโพสต์

      หลังๆ ดูเหมือนจะมีพวกรับจ้างโพสต์โฆษณา ประเภทที่โพสต์ทิ้งไว้ทุกเวป ซ้ำๆซากๆ จนกลายเป็นขยะ online ไปทั่วประเทศทั่วโลก ที่เห็นบ่อยๆ เห็นจะเป็นพวก ลดความอ้วน พวก Parttime ทั้งหลาย เพื่อความสงบเรียบร้อย ขออนุญาต ไม่รับโฆษณาประเภทนี้ และจะถูกกำจัดออกไปอย่างเร็ว รวมถึงจะพิจารณาแบนสมาชิก ที่สมัครเข้ามาโพสต์โฆษณาประเภทนี้ทันที

namchiang

ขาใหญ่
  • จำนวนเนื้อหา

    1,876
  • เข้าร่วม

  • เข้ามาล่าสุด

คะแนนนิยม

468 ดีขั้นเทพ

เกี่ยวกับ namchiang

  • คะแนนนิยม
    ขาใหญ่

Profile Information

  • เพศ
    ชาย
  • ที่อยู่
    กรุงเทพมหานคร
  1. บทวิเคราะห์ GTWM

    มีงานสัมมนาดีๆเกี่ยวกับทิศทางราคาทองคำมาฝากครับ
  2. ทองปิดบวก 40 เซนต์ เหตุดอลล์อ่อน,สถานการณ์ยูเครน ข่าวเศรษฐกิจ สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ) -- อังคารที่ 20 พฤษภาคม 2557 06:56:50 น. สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดเพิ่มขึ้นเมื่อคืนนี้ (19 พ.ค.) หลังจากที่ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลง ขณะที่ตลาดยังคงจับตาวิกฤตการเมืองในยูเครน สัญญาทองคำตลาด COMEX (Commodity Exchange) ส่งมอบเดือนมิ.ย.ปิดบวก 40 เซนต์ หรือ 0.03% ที่ 1,293.8 ดอลลาร์/ออนซ์ สัญญาโลหะเงินส่งมอบเดือนก.ค.ปิดปรับขึ้น 2.4 เซนต์ ที่ 19.353 ดอลลาร์ สัญญาพลาตินัมส่งมอบเดือนก.ค.ปิดดีดขึ้น 4.1 ดอลลาร์ ที่ 1,470.2 ดอลลาร์/ออนซ์ และสัญญาพัลลาเดียมส่งมอบเดือนมิ.ย.เพิ่มขึ้น 60 เซนต์ ปิดที่ 815.60 ดอลลาร์/ออนซ์ ความคิดเห็นจากเจ้าหน้าที่ระดับสูงของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ได้กลายเป็นปัจจัยสำคัญที่ผลักดันราคาทอง โดยนายริชาร์ด ฟิชเชอร์ ประธานเฟดสาขาดัลลัส และนายจอห์น วิลเลียมส์ ประธานเฟดสาขาซาน ฟรานซิสโก ได้กล่าววานนี้ว่า เฟดมีแนวโน้มจะปรับขึ้นดอกเบี้ยในปีหน้า ซึ่งได้ฉุดดอลลาร์ให้อ่อนแรงลง และหนุนราคาทองให้เพิ่มขึ้น นอกจากนี้ ตลาดยังจับตาถ้อยแถลงจากนางเจเน็ต เยลเลน ประธานเฟด ที่จะมีขึ้นในวันพุธนี้ที่มหาวิทยาลัยนิวยอร์ก รวมถึงรายงานการประชุมนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ประจำวันที่ 29-30 เม.ย. ซึ่งจะมีการเปิดเผยในเช้าวันพฤหัสบดี ตามเวลาไทย ทั้งนี้ สัญญาทองได้รับแรงหนุนจากสถานการณ์ในยูเครน แม้ว่าทางการรัสเซียออกมาเปิดเผยว่า ประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูตินของรัสเซียได้สั่งถอนกำลังทหารออกจากบริเวณชายแดนของยูเครน เพื่อกลับฐานประจำการ ก่อนการเลือกตั้งประธานาธิบดีคนใหม่ของยูเครนในวันอาทิตย์นี้ แต่นายแอนเดอร์ส ฟอกห์ ราสมุสเซน เลขาธิการองค์การสนธิสัญญาป้องกันแอตแลนติกเหนือ (นาโต) ระบุว่า นาโตไม่เห็นหลักฐานใดๆเกี่ยวกับการถอนทหารของรัสเซียออกจากยูเครน อินโฟเควสท์ แปลและเรียบเรียงโดย พันธุ์ทิพย์ คำเพิ่มพูล โทร.02-2535000 อีเมล์: pantip@infoquest.co.th--
  3. สรุปภาวะตลาดหุ้น น้ำมัน ทองคำ และตลาดเงินต่างประเทศ ข่าวหุ้น-การเงิน สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ) -- อังคารที่ 20 พฤษภาคม 2557 07:37:05 น. ดัชนีและภาวะตลาดหุ้น น้ำมัน ทองคำ และตลาดเงินต่างประเทศ ประจำวันที่ 19 พ.ค.2557 -- ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดเพิ่มขึ้นเมื่อคืนนี้ (19 พ.ค.) หลังจากปรับผันผวนในช่วงแคบๆในช่วงเริ่มต้นสัปดาห์ ขณะที่หุ้นกลุ่มเทคโนโลยีนำตลาดทะยานขึ้น ซึ่งเป็นผลจากแรงซื้อชดเชย ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์บวก 20.55 จุด หรือ 0.12% ปิดที่ 16,511.86 จุด ดัชนี S&P 500 ปรับขึ้น 7.22 จุด หรือ 0.38% ปิดที่ 1,885.08 จุด และดัชนี Nasdaq ดีดขึ้น 35.23 จุด หรือ 0.86% ปิดที่ 4,125.82 จุด -- สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดปรับตัวขึ้นเมื่อคืนนี้ (19 พ.ค.) เนื่องจากตลาดคาดว่าสต็อกน้ำมันที่เมืองคุชชิง รัฐโอกลาโฮมา ซึ่งเป็นจุดส่งมอบสัญญาน้ำมัน จะยังคงปรับลดลง สัญญาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนมิ.ย.ปิดบวก 59 เซนต์ แตะที่ 102.61 ดอลลาร์/บาร์เรล ส่วนสัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ (BRENT) ส่งมอบเดือนมิ.ย.ที่ตลาดลอนดอน ปิดลดลง 38 เซนต์ ที่ 109.37 ดอลลาร์/บาร์เรล -- สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดเพิ่มขึ้นเมื่อคืนนี้ (19 พ.ค.) หลังจากที่ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลง ขณะที่ตลาดยังคงจับตาวิกฤตการเมืองในยูเครน สัญญาทองคำตลาด COMEX (Commodity Exchange) ส่งมอบเดือนมิ.ย.ปิดบวก 40 เซนต์ หรือ 0.03% ที่ 1,293.8 ดอลลาร์/ออนซ์ สัญญาโลหะเงินส่งมอบเดือนก.ค.ปิดปรับขึ้น 2.4 เซนต์ ที่ 19.353 ดอลลาร์ สัญญาพลาตินัมส่งมอบเดือนก.ค.ปิดดีดขึ้น 4.1 ดอลลาร์ ที่ 1,470.2 ดอลลาร์/ออนซ์ และสัญญาพัลลาเดียมส่งมอบเดือนมิ.ย.เพิ่มขึ้น 60 เซนต์ ปิดที่ 815.60 ดอลลาร์/ออนซ์ -- ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับสกุลเงินเยนในการซื้อขายเมื่อวันจันทร์ (19 พ.ค.) เนื่องจากความไม่แน่นอนเกี่ยวกับแนวโน้มการขยายตัวของเศรษฐกิจสหรัฐและเศรษฐกิจโลก ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับเงินเยนที่ระดับ 101.32 เยน จากระดับ 101.52 เยน และอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับฟรังค์สวิสที่ระดับ 0.8918 ฟรังค์ จากระดับ 0.8920 ฟรังค์ แต่แข็งค่าขึ้นแตะ 1.0871 ดอลลาร์แคนาดา จาก 1.0866 ดอลลาร์แคนาดา ค่าเงินยูโรปรับตัวขึ้นเทียบกับดอลลาร์สหรัฐที่ระดับ 1.3717 ดอลลาร์สหรัฐ จากระดับ 1.3697 ดอลลาร์ ขณะที่เงินปอนด์ปรับตัวลงแตะที่ 1.6819 ดอลลาร์สหรัฐ จากระดับ 1.6821 ดอลลาร์สหรัฐ ค่าเงินดอลลาร์ออสเตรเลียอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐที่ระดับ 0.9329 ดอลลาร์สหรัฐ จากระดับ 0.9365 ดอลลาร์สหรัฐ -- ดัชนี FTSE 100 ที่ตลาดหุ้นลอนดอนปิดปรับตัวลงเมื่อคืนนี้ (19 พ.ค.) เนื่องจากหุ้นแอสตร้าเซนเนก้าดิ่งหนักกว่า 10% หลังบริษัทปฏิเสธข้อเสนอเทคโอเวอร์ครั้งใหม่จากไฟเซอร์ อิงค์ ดัชนี FTSE 100 ปรับตัวลง 11.26 จุด หรือ 0.16% ปิดที่ 6,844.55 จุด -- ตลาดหุ้นยุโรปปิดขยับลงเล็กน้อยเมื่อคืนนี้ (19 พ.ค.) ขณะที่การทะยานขึ้นของหุ้นไรอันแอร์ โฮลดิงส์ ได้ช่วยชดเชยการร่วงลงของหุ้นแอสทราเซเนกาได้บ้าง ดัชนี Stoxx Europe 600 ลดลง 0.1% ปิดที่ 338.61 จุด ดัชนี DAX ตลาดหุ้นเยอรมันปิดวันทำการล่าสุดที่ 9,659.39 จุด เพิ่มขึ้น 30.29 จุด, +0.31% ดัชนี CAC-40 ตลาดหุ้นฝรั่งเศสปิดวันทำการล่าสุดที่ 4,469.76 จุด เพิ่มขึ้น 13.48 จุด, +0.30% ดัชนี FTSE 100 ตลาดหุ้นลอนดอนปิดวันทำการล่าสุดที่ 6,844.55 จุด ลดลง 11.26 จุด, -0.16% ดัชนี DJIA ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดที่ 16,511.86 จุด เพิ่มขึ้น 20.55 จุด +0.12% ดัชนี NASDAQ ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดที่ 4,125.82 จุด เพิ่มขึ้น 35.23 จุด +0.86% ดัชนี S&P500 ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดที่ 1,885.08 จุด เพิ่มขึ้น 7.22 จุด +0.38% ดัชนี FTSE 100 ตลาดหุ้นลอนดอนปิดที่ 6,844.55 จุด ลดลง 11.26 จุด -0.16% ดัชนี DAX ตลาดหุ้นเยอรมันปิดที่ 9,659.39 จุด เพิ่มขึ้น 30.29 จุด +0.31% ดัชนี CAC-40 ตลาดหุ้นฝรั่งเศสปิดที่ 4,469.76 จุด เพิ่มขึ้น 13.48 จุด +0.30% ดัชนี TAIEX ตลาดหุ้นไต้หวันปิดที่ 8,899.90 จุด เพิ่มขึ้น 11.45 จุด +0.13% ดัชนี NIKKEI 225 ตลาดหุ้นญี่ปุ่นปิดที่ 14,006.44 จุด ลดลง 90.15 จุด -0.64% ดัชนี KOSPI ตลาดหุ้นเกาหลีใต้ปิดที่ 2,015.14 จุด เพิ่มขึ้น 1.70 จุด +0.08% ดัชนี ALL ORDINARIES ตลาดหุ้นออสเตรเลียปิดที่ 5,390.30 จุด ลดลง 68.60 จุด -1.26% ดัชนี S&P/ASX 200 ตลาดหุ้นออสเตรเลียปิดที่ 5,409.00 จุด ลดลง 70.00 จุด -1.28% ดัชนี SSE Composite ตลาดหุ้นจีนปิดที่ 2,005.18 จุด ลดลง 21.32 จุด -1.05% ดัชนี PSE Composite ตลาดหุ้นฟิลิปปินส์ปิดที่ 6,870.90 จุด เพิ่มขึ้น 53.19 จุด +0.78% ดัชนี HSI ตลาดหุ้นฮ่องกงปิดที่ 22,704.50 จุด ลดลง 8.41 จุด -0.04% ดัชนี Jakarta Composite ตลาดหุ้นอินโดนีเซียปิดที่ 5,015.00 จุด ลดลง 16.57 จุด -0.33% ดัชนี FBMKLCI ตลาดหุ้นมาเลเซียปิดที่ 1,887.07 จุด เพิ่มขึ้น 3.73 จุด +0.20% ดัชนี FTSE STI ตลาดหุ้นสิงคโปร์ปิดที่ 3,262.43 จุด ลดลง 0.16 จุด 0.00% ดัชนี SENSEX ตลาดหุ้นอินเดียปิดที่ 24,363.05 จุด เพิ่มขึ้น 241.31 จุด +1.00% อินโฟเควสท์ แปลและเรียบเรียงโดย นรินรัตน์ พรหมพิทักษ์/พันธุ์ทิพย์ โทร.02-2535000 อีเมล์: pantip@infoquest.co.th-- http://www.ryt9.com/s/iq20/1900582
  4. ทองปิดลบ $1.8 หลังสหรัฐเผยข้อมูลศก.แข็งแกร่ง ข่าวเศรษฐกิจ สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ) -- อังคารที่ 29 เมษายน 2557 06:34:34 น. สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดลบเมื่อคืนนี้ (28 เม.ย.) โดยสัญญาปิดร่วงหลุดจากระดับ 1,300 ดอลลาร์/ออนซ์ เนื่องจากข้อมูลเศรษฐกิจที่แข็งแกร่งของสหรัฐทำให้นักลงทุนลดการถือครองทองคำซึ่งเป็นสินทรัพย์ที่ปลอดภัย นอกจากนี้ นักลงทุนยังได้เทขายทำกำไรหลังจากสัญญาพุ่งขึ้นติดต่อกัน 3 วันทำการที่ผ่านมา สัญญาทองคำตลาด COMEX (Commodity Exchange) ส่งมอบเดือนมิ.ย.ลดลง 1.8 ดอลลาร์ หรือ 0.14% ปิดที่ 1,299.0 ดอลลาร์/ออนซ์ สัญญาโลหะเงินส่งมอบเดือนพ.ค.ลดลง 10.3 เซนต์ ปิดที่ 19.588 ดอลลาร์/ออนซ์ สัญญาพลาตินัมส่งมอบเดือนก.ค.ร่วงลง 4.60 ดอลลาร์ ปิดที่ 1419.70 ดอลลาร์/ออนซ์ และสัญญาพัลลาเดียมส่งมอบเดือนมิ.ย.ร่วงลง 10.50 ดอลลาร์ ปิดที่ 800.70 ดอลลาร์/ออนซ์ ข้อมูลเศรษฐกิจที่แข็งแกร่งของสหรัฐทำให้นักลงทุนลดการถือครองทองคำซึ่งเป็นสินทรัพย์ที่ปลอดภัย โดยสมาคมนายหน้าอสังหาริมทรัพย์แห่งชาติ (NAR) เผย ดัชนีการทำสัญญาขายบ้านที่รอปิดการขาย (pending home sales) เดือนมี.ค.เพิ่มขึ้นเป็นครั้งแรกนับแต่เดือนมิ.ย.ปีที่แล้ว หรือในรอบ 9 เดือน ซึ่งส่งสัญญาณว่าตลาดที่อยู่อาศัยของสหรัฐกำลังกระเตื้องขึ้น หลังจากที่เผชิญกับภาวะซบเซาในช่วงต้นปี ขณะที่ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) สาขาดัลลัสเปิดเผยว่า ภาวะทางธุรกิจในภาคการผลิตของเท็กซัสในเดือนเม.ย.ทะยานขึ้นแตะ 11.7 จาก 4.9 ในเดือนมี.ค. หลังจากดัชนีย่อยหลายตัวได้พุ่งขึ้นทำสถิติสูงสุดในรอบ 4 ปี ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าภาคการผลิตมีการขยายตัวที่สดใสมากขึ้น นักลงทุนจับตาดูสถานการณ์ตึงเครียดระหว่างรัสเซียและชาติตะวันตกอย่างใกล้ชิด โดยมีรายงานว่าทำเนียบขาวประกาศมาตรการคว่ำบาตรครั้งใหม่ต่อรัสเซียเมื่อวานนี้ โดยพุ่งเป้าไปที่เจ้าหน้าที่รัฐบาล 7 รายและบริษัท 17 แห่งที่มีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูตินของรัสเซีย อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์มองว่าการคว่ำบาตรครั้งใหม่นี้อาจจะไม่ส่งผลกระทบรุนแรงมากนัก และคาดว่าสัญญาทองคำจะปรับฐานลงสู่กรอบ 1,287.50 - 1,282.99 ดอลลาร์/ออนซ์ อินโฟเควสท์ แปลและเรียบเรียงโดย รัตนา พงศ์ทวิช โทร.02-2535000 ต่อ 327 อีเมล์: ratana@infoquest.co.th-- http://www.ryt9.com/s/iq31/1886360
  5. 26 เมษายน 2557 21:33 เศรษฐกิจซบทำตลาดทองเงียบเหงา โดย : กรุงเทพธุรกิจออนไลน์ "จิตติ" เผย เศรษฐกิจซบเซา ทำตลาดทองเงียบเหงา คาด เปิดเทอมผู้ปกครองแห่จำนำแน่น นายจิตติ ตั้งสิทธิ์ภักดี นายกสมาคมค้าทองคำ กล่าวว่า บรรยากาศการซื้อขายทองคำในตลาดช่วงนี้ว่าถือว่าซบเซา เนื่องจากประชาชนไม่มีกำลังซื้อจากปัญหาเศรษฐกิจ ทั้งนี้คาดว่า ในช่วงใกล้เปิดเทอม เชื่อว่าจะมีผู้ปกครองนำทองมาจำนำที่ร้านทองมากกว่าปกติ เพื่อนำเงินไปใช้จ่าย ส่วนราคาทองในขณะนี้ขยับขึ้นเล็กน้อย แต่ถือว่าราคายังไม่สูงมากนัก โดยคาดว่า กรอบราคาทองจะเคลื่อนไหวอยู่ที่ 1,170 - 1,450 เหรียญสหรัฐต่อออนซ์ http://www.bangkokbiznews.com
  6. สรุปภาวะตลาดหุ้น น้ำมัน ทองคำ และตลาดเงินต่างประเทศ ข่าวหุ้น-การเงิน สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ) -- จันทร์ที่ 28 เมษายน 2557 07:14:53 น. ดัชนีและภาวะตลาดหุ้น น้ำมัน ทองคำ และตลาดเงินต่างประเทศ ประจำวันที 25 เม.ย.2557 -- ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดลบเมื่อวันศุกร์ (25 เม.ย.) จากความวิตกกังวลเกี่ยวกับสถานการณ์ตึงเครียดระหว่างยูเครนและรัสเซียระลอกใหม่ ซึ่งกลบปัจจัยการรายงานผลประกอบการเอกชนสหรัฐซึ่งเปิดเผยอย่างคึกคักในสัปดาห์นี้ ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 16,361.46 จุด ลดลง 140.19 จุด หรือ -0.85% ดัชนี NASDAQ ปิดที่ 4,075.56 จุด ลดลง 72.78 จุด หรือ -1.75% ดัชนี S&P 500 ปิดที่ 1,863.40 จุด ลดลง 15.21 จุด หรือ -0.81% -- ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับสกุลเงินส่วนใหญ่เมื่อวันศุกร์ (25 เม.ย.) จากความวิตกกังวลต่อสถานการณ์ในยูเครน ค่าเงินยูโรแข็งค่าสู่ระดับ 1.3837 ดอลลาร์สหรัฐ จาก 1.3825 ดอลลาร์ ปอนด์แข็งค่าแตะ 1.6801 ดอลลาร์จาก 1.6798 ดอลลาร์ ดอลลาร์ออสเตรเลียแข็งค่าแตะ 0.9269 ดอลลาร์สหรัฐจากระดับ 0.9259 ดอลลาร์สหรัฐ ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าแตะ 102.13 เยนจากระดับ 102.34 เยน และอ่อนค่าลงแตะ 0.8809 ฟรังค์สวิสจากระดับ 0.8820 ฟรังค์สวิส ขณะที่แข็งค่าสู่ระดับ 1.1039 ดอลลาร์แคนาดา จากระดับ 1.1026 ดอลลาร์แคนาดา -- ดัชนี FTSE 100 ที่ตลาดหุ้นลอนดอนปิดปรับตัวลงเมื่อวันศุกร์ (25 เม.ย.) เนื่องจากการร่วงลงของหุ้นแอสทราเซเนกา และเอชเอสบีซีถ่วงดัชนี ดัชนี FTSE 100 ปิดลดลง 17.31 จุด หรือ 0.26 ที่ 6,685.69 จุด -- สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปรับตัวขึ้นเมื่อวันศุกร์ (25 เม.ย.) เนื่องจากความขัดแย้งระลอกใหม่ระหว่างยูเครนและรัสเซียช่วยหนุนความต้องการทองคำซึ่งเป็นสินทรัพย์ปลอดภัย และยังได้รับแรงหนุนจากการปิดปรับตัวลงของตลาดหุ้นนิวยอร์ก สัญญาทองคำตลาด COMEX (Commodity Exchange) ส่งมอบเดือนมิ.ย. เพิ่มขึ้น 10.2 ดอลลาร์ หรือ 0.79% ปิดที่ 1,300.8 ดอลลาร์/ออนซ์ สัญญาโลหะเงินส่งมอบเดือนพ.ค.ปรับตัวขึ้น 0.3 เซนต์ หรือ 0.02% ปิดที่ 19.691 ดอลลาร์/ออนซ์ สัญญาพลาตินัมส่งมอบเดือนก.ค.ปรับตัวขึ้น 14.7 ดอลลาร์ หรือ 1.04% ปิดที่ 1,424.3 ดอลลาร์/ออนซ์ และสัญญาพัลลาเดียมส่งมอบเดือนมิ.ย.ปรับตัวขึ้น 8.90 ดอลลาร์ หรือ 1.1% ปิดที่ 811.20 ดอลลาร์/ออนซ์ -- สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดร่วงเมื่อวันศุกร์ (25 เม.ย.) ภายหลังสต็อกน้ำมันดิบสหรัฐพุ่งขึ้นแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ สัญญาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนมิ.ย. ลดลง 1.34 ดอลลาร์ หรือ 1.3% ปิดที่ 100.60 ดอลลาร์/บาร์เรล ส่วนสัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ (BRENT) ส่งมอบเดือนมิ.ย. ปรับตัวลง 75 เซนต์ หรือ 0.7% ปิดที่ 109.58 ดอลลาร์/บาร์เรล -- ตลาดหุ้นยุโรปปิดร่วงลงเมื่อวันศุกร์ (25 เม.ย.) เนื่องจากนักลงทุนวิตกกังวลเกี่ยวกับผลประกอบการที่อ่อนแอของบริษัทเอกชน และสถานการณ์ตึงเครียดในยูเครน ดัชนี Stoxx Europe 600 ปรับตัวลง 0.8% ปิดที่ 333.5 จุด ดัชนี CAC-40 ตลาดหุ้นฝรั่งเศสปิดที่ 4,443.63 จุด ลดลง 35.91 จุด หรือ -0.80% ดัชนี DAX ตลาดหุ้นเยอรมันปิดที่ 9,401.55 จุด ลดลง 147.13 จุด หรือ -1.54% ดัชนี FTSE 100 ตลาดหุ้นลอนดอนปิดที่ 6,685.69 จุด ลดลง 17.31 จุด หรือ -0.26% ดัชนี DJIA ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดที่ 16,361.46 จุด ลดลง 140.19 จุด -0.85% ดัชนี S&P500 ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดที่ 1,863.40 จุด ลดลง 15.21 จุด -0.81% ดัชนี NASDAQ ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดที่ 4,075.56 จุด ลดลง 72.78 จุด -1.75% ดัชนี CAC-40 ตลาดหุ้นฝรั่งเศสปิดที่ 4,443.63 จุด ลดลง 35.91 จุด -0.80% ดัชนี DAX ตลาดหุ้นเยอรมันปิดที่ 9,401.55 จุด ลดลง 147.13 จุด -1.54% ดัชนี FTSE 100 ตลาดหุ้นลอนดอนปิดที่ 6,685.69 จุด ลดลง 17.31 จุด -0.26% ดัชนี TAIEX ตลาดหุ้นไต้หวันปิดที่ 8,774.12 จุด ลดลง 171.33 จุด -1.99% ดัชนี NIKKEI 225 ตลาดหุ้นญี่ปุ่นปิดที่ 14,429.26 จุด เพิ่มขึ้น 24.27 จุด +0.17% ดัชนี KOSPI ตลาดหุ้นเกาหลีใต้ปิดที่ 1,971.66 จุด ลดลง 26.68 จุด -1.34% ดัชนี SSE Composite ตลาดหุ้นจีนปิดที่ 2,036.52 จุด ลดลง 20.51 จุด -1.00% ดัชนี PSE Composite ตลาดหุ้นฟิลิปปินส์ปิดที่ 6,685.10 จุด ลดลง 46.23 จุด -0.69% ดัชนี HSI ตลาดหุ้นฮ่องกงปิดที่ 22,223.53 จุด ลดลง 339.27 จุด -1.50% ดัชนี Jakarta Composite ตลาดหุ้นอินโดนีเซียที่ 4,897.64 จุด เพิ่มขึ้น 6.56 จุด +0.13% ดัชนี FBMKLCI ตลาดหุ้นมาเลเซียปิดที่ 1,860.98 จุด ลดลง 4.30 จุด -0.23% ดัชนี FTSE STI ตลาดหุ้นสิงคโปร์ปิดที่ 3,267.57 จุด ลดลง 16.36 จุด -0.50% ดัชนี SENSEX ตลาดหุ้นอินเดียปิดที่ 22,688.07 จุด ลดลง 188.47 จุด -0.82% อินโฟเควสท์ แปลและเรียบเรียงโดย นรินรัตน์ พรหมพิทักษ์/รัตนา โทร.02-2535000 ต่อ 327 อีเมล์: ratana@infoquest.co.th-- http://www.ryt9.com/s/iq20/1885496
  7. สถานการณ์ยูเครนตึงเครียด หนุนทองปิดบวก 6 ดอลล์ ข่าวเศรษฐกิจ สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ) -- ศุกร์ที่ 25 เมษายน 2557 06:35:01 น. สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดบวกเมื่อคืนนี้ (24 เม.ย.) เนื่องจากสถานการณ์ที่ยังคงตึงเครียดในยูเครนทำให้นักลงทุนเข้าซื้อสัญญาทองคำซึ่งเป็นสินทรัพย์ที่ปลอดภัย และช่วยหนุนสัญญาทองคำพุ่งขึ้นแตะระดับสูงสุดนับตั้งแต่วันที่ 17 เม.ย.ปีนี้ สัญญาทองคำตลาด COMEX (Commodity Exchange) ส่งมอบเดือนมิ.ย.เพิ่มขึ้น 6 ดอลลาร์ หรือ 0.47% ปิดที่ 1,290.6 ดอลลาร์/ออนซ์ สัญญาโลหะเงินส่งมอบเดือนพ.ค.เพิ่มขึ้น 25 เซนต์ ปิดที่ 19.688 ดอลลาร์/ออนซ์ สัญญาพลาตินัมส่งมอบเดือนก.ค.เพิ่มขึ้น 5.7 ดอลลาร์ ปิดที่ 1,409.6 ดอลลาร์/ออนซ์ และสัญญาพัลลาเดียมส่งมอบเดือนมิ.ย.พุ่งขึ้น 16.30 ดอลลาร์ ปิดที่ 802.30 ดอลลาร์/ออนซ์ นักลงทุนเข้าซื้อสัญญาทองคำซึ่งเป็นสินทรัพย์ที่ปลอดภัย เนื่องจากสถานการณ์ในยูเครนยังคงตึงเครียด โดยนายจอห์น แคร์รี่ รัฐมนตรีต่างประเทศของสหรัฐ ได้ออกมาแสดงความวิตกเป็นอย่างยิ่งที่ไม่มีความคืบหน้าที่เป็นบวกจากรัสเซีย พร้อมกับย้ำว่า มาตรการคว่ำบาตรรัสเซียจะถูกยกระดับขึ้น หากรัสเซียไม่ออกมาตรการใดๆตามที่ได้ตกลงไว้ในการประชุมระหว่างสหรัฐ อียู รัสเซีย และยูเครนที่เจนีวา เมื่อวันที่ 17 เม.ย. ทั้งนี้ ชาติตะวันตกและยูเครนต่างกล่าวโทษรัสเซียว่าเป็นผู้อยู่เบื้องหลังสถานการณ์ความไม่สงบและแยกดินแดนยูเครน แต่รัสเซียได้ออกมาปฏิเสธข้อกล่าวหาดังกล่าว นอกจากนี้ ข้อมูลเศรษฐกิจที่ผันผวนของสหรัฐยังเป็นอีกปัจจัยที่กระตุ้นให้นักลงทุนเข้าซื้อทองคำเพื่อหลีกเลี่ยงความเสี่ยง โดยสหรัฐรายงานเมื่อช่วงค่ำวานนี้ตามเวลาไทยว่า ยอดสั่งซื้อสินค้าคงทนปรับตัวเพิ่มขึ้น 2.6% ในเดือนมี.ค. ขณะที่จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานครั้งแรกรายสัปดาห์ ซึ่งเป็นมาตรวัดการปลดพนักงาน เพิ่มขึ้น 24,000 รายสู่ระดับ 329,000 รายในสัปดาห์ซึ่งสิ้นสุด ณ วันที่ 19 เม.ย. อินโฟเควสท์ แปลและเรียบเรียงโดย รัตนา พงศ์ทวิช โทร.02-2535000 ต่อ 327 อีเมล์: ratana@infoquest.co.th-- http://www.ryt9.com/s/iq31/1884152
  8. SGPMX launches first physical Gold and Silver accumulation programme in Singapore Singapore Precious Metals Exchange (SGPMX), the world’s first physical precious metals exchange with peer-to-peer bullion trading capabilities, has announced the launch of its global gold and silver bullion accu.. 24 Apr 2014 SINGAPORE (Commodity Online): Singapore Precious Metals Exchange (SGPMX), the world’s first physical precious metals exchange with peer-to-peer bullion trading capabilities, has announced the launch of its global gold and silver bullion accumulation programme. The first of its kind in Singapore, consumers can now accumulate gold and silver bullion in 1g and 10g respectively, without incurring high premiums. In other words, consumers are able to invest in bullion for as little as S$60 for 1g of gold and S$10 for 10g of silver. Unlike existing paper-backed gold and silver savings accounts, the SGPMX accumulation programme allows consumers to buy physical bullion instead of paper-backed futures, as well as store, trade and arrange for the delivery of the physical gold and silver. Victor Foo, CEO and founder of SGPMX, said, “We have seen consumer interest to accumulate bullion but there hasn’t been an end-to-end provider in the industry ranging from procurement to logistics and storage. By addressing this gap in the market, we envision that the SGPMX physical gold and silver accumulation programme will be a valuable platform that enables consumers from different income levels to own physical gold and silver.” In ensuring wider availability and increased convenience to Singaporeans, eNETS is now available as a payment option on the SGPMX platform, allowing Singapore bank account holders to pay by direct debit. In addition, Singapore consumers can make standing instructions for their bank accounts to deduct an allotted amount for the gold or silver each month through the General Interbank Recurring order (GIRO). Both services are available to DBS/POSB, OCBC, UOB and Citibank banking users. Ang Sok Hong, Senior Vice President, Sales, NETS, said, “NETS has always been about making payments easier for consumers and we are pleased to be partnering with SGPMX in providing Singapore consumers with the first direct debit payment option for bullion purchases via eNETS.” Foo adds, “We understand that not all consumers have the liquidity to purchase gold and silver in large quantities (above 50g) in each transaction, and purchasing small quantities continues to remain expensive due to the high premiums. Our accumulation programme provides the consumer on the street with the option to purchase 1g gold and 10g silver quantities without having to pay high premiums through the Valcambi CombiBar™.” The Valcambi CombiBar™ is a multifunctional bar designed to be easily broken off by hand into detachable one gram pieces without no loss of the metal during separation. Consumers who are not able to afford a 50g bar of gold upfront can pay for the gold bullion in 1g each time without accumulating high premiums. Michael Mesaric, CEO of Valcambi, said, “We are happy to partner with SGPMX in offering our high quality precious metals via the Valcambi CombiBar™, which offers exceptional investment value to investors who are interested to purchase at smaller quantities. We are especially pleased that these will be made available to a wider audience because of the SGPMX gold and silver accumulation programme.” http://www.commodityonline.com/news/sgpmx-launches-first-physical-gold-and-silver-accumulation-programme-in-singapore-58602-3-58603.html
  9. เผยจีนต้องการซื้อทองคำเพิ่มอีกเพียบ ในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า เหตุประชากรร่ำรวยขึ้น วันที่ 20 เมษายน พ.ศ. 2557 เวลา 17:22:45 น. สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเมื่อวันที่ 20 เม.ย.ว่า สภาทองคำโลกได้ประเมินว่า ความต้องการทองคำของจีนจะเพิ่มขึ้นเป็นอีก 20 เปอร์เซนต์ในช่วงไม่กี่ปีข้างหน้า เนื่องจากประชากรจีนร่ำรวยขึ้น โดยสภาทองคำโลกระบุว่า คาดว่าก่อนปี 2017 ความต้องการทองคำของภาคเอกชนจีนจะเพิ่มขึ้นเป็นกว่า 1,350 ตัน โดยเมื่อปีที่แล้ว มีชาวจีนซื้อทองคำเป็นจำนวน 1,132 ตัน เช่นเดียวกับการซื้อทองคำแท่ง และเหรียญทองคำเพื่อลงทุนเก็งกำไร โดยเมื่อปีที่แล้ว จีนเพิ่งแซงหน้าอินเดีย กลายเป็นผู้บริโภคซื้อทองคำรายใหญ่อันดับหนึ่งของโลก โดยนักวิเคราะห์ชี้ว่า วัฒนธรรมในการสั่งสมทองคำของจีนกำลังเป็นไปอย่างเข้มข้น จากปัจจัยที่ประชากรจีนร่ำรวยเพิ่มขึ้น และการสนับสนุนของภาครัฐ ซึ่งเป็นเหตุให้ทิศทางการลงทุนซื้อทองคำในจีนจะขยายตัวมากยิ่งขึ้นในอนาคต http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1397983097&grpid=&catid=06&subcatid=0600
  10. น้ำมันลง-หุ้นสหรัฐฯขึ้น ทองคำดิ่งแรงหลังดอลล์แข็งค่า โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 16 เมษายน 2557 05:23 น. เอเอฟพี/มาร์เก็ตวอชต์ - ราคาน้ำมันดิบวานนี้(15) ขยับลงเล็กน้อย ภายใต้แรงกดดันจากลิเบียที่ส่งสัญญาณว่าจะคืนสู่การส่งออกเร็ววันนี้ ส่วนวอลล์สตรีท แกว่งตัวปิดในแดนบวก จากรายงานผลประกอบการของบริษัท ขณะที่ทองคำลงแรง หลังดอลลาร์แข็งค่าขึ้น สัญญาล่วงหน้าน้ำมันดิบชนิดไลต์สวีตครูดของสหรัฐฯ งวดส่งมอบเดือนพฤษภาคม ลดลง 30 เซนต์ ปิดที่ 103.75 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ส่วนเบรนท์ทะเลเหนือลอนดอน งวดส่งมอบเดือนเดียวกัน ลดลง 33 เซนต์ ปิดที่ 108.74 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล นักลงทุนจับตาไปที่สถานการณ์ลิเบีย ที่ใกล้กลับมาส่งออกน้ำมันสู่ตลาดโลกอีกครั้ง หลังฝ่ายกบฏบรรลุข้อตกลงกับรัฐบาล ยอมให้มีการส่งออกน้ำมันดิบจากคลังเชื้อเพลิง 2 แห่งเป็นครั้งแรกในรอบ 8 เดือน โดยในวันอังคาร(15) บริษัทน้ำมันแห่งชาติบอกว่ารถบรรทุกเชื้อเพลิงใกล้จะเริ่มลำเลียงน้ำมันดิบ เพื่อการส่งออก ออกจากคลังอัล-ฮาริกาแล้ว นับเป็นคลังน้ำมัน 1 จาก 2 แห่งที่ฝ่ายกบฏยอมเปิดทางให้กลับมาปฏิบัติการได้ดังเดิม หลังจากดำเนินการปิดกั้นมาตั้งแต่เดือนกรกฎาคมปีก่อน อย่างไรก็ตามนอกเหนือจากนั้น ฝ่ายกบฏยังคงปิดกั้นคลังเชื้อเพลิงอื่นๆอีก 2 แห่ง ด้านตลาดหุ้นสหรัฐฯวานนี้(15) ซื้อขายผัวผวน จากแรงฉุดของกลุ่มเทคโนโลยี ทว่าก็ยังสามารถปิดบวก หลังได้ผลประกอบการของบริษัทยักษ์ใหญ่อย่างจอห์นสัน แอนด์ จอห์นสัน เป็นปัจจัยหนุน ดาวโจนส์ เพิ่มขึ้น 89.20 จุด (0.55 เปอร์เซ็นต์) ปิดที่ 16,262.44 จุด เอสแอนด์พี เพิ่มขึ้น 12.36 จุด (0.68 เปอร์เซ็นต์) ปิดที่ 1,842.97 จุด แนสแดค เพิ่มขึ้น 11.47 จุด (0.29 เปอร์เซ็นต์) ปิดที่ 4,034.16 จุด ตลาดเปิดซื้อขายในแดนบวกอย่างแข็งแกร่ง หลังได้ปัจจัยหนุนจากรายงานผลประกอบการของบริษัทดังอย่างจอห์นสัน แอนด์ จอห์นสัน และโคคา-โคลา อย่างไรก็ตามถูกฉุดรั้งโดยความกังวลต่อสถานการณ์ตึงเครียดในยูเครน แต่ก็ยังดีที่ฟื้นตัวกลับมาปิดบวกได้สำเร็จ ส่วนราคาทองคำวานนี้(15) ดิ่งลงกว่าร้อยละ 2 เหตุดอลลาร์แข็งค่าขึ้น ประกอบกับนักลงทุนขายทำกำไร หลังหนึ่งวันก่อนหน้านี้พุ่งขึ้นพอสมควร โดยราคาทองคำตลาดโคเม็กซ์ ลดลง 27.20 ดอลลาร์ ปิดที่ 1,300.30 ดอลาร์ต่อออนซ์
  11. แรงขายทำกำไรเขย่าราคาทองคำผันผวน โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 15 เมษายน 2557 11:57 น. แรงขายทำกำไรเขย่าราคาทองคำผันผวน ในช่วงครึ่งเดือนที่ผ่านมา ราคาทองคำในประเทศไทย และในตลาดต่างประเทศยังทรงตัวอยู่ได้ โดยราคาทองคำในประเทศมีระดับราคาต่ำสุดที่ 19,600-19,700 บาทต่อน้ำหนักทอง 1 บาท และสูงสุดที่ 19,500-20,000 บาทต่อน้ำหนักทอง 1 บาท สาเหตุที่ทำให้ราคาทองคำกลับมาสูงขึ้น มาจากความตึงเครียดในยูเครนตะวันออก เพราะประชาชนเชื้อสายรัสเซียประท้วงต้องการแยกตัวเป็นอิสระจากยูเครน เช่นเดียวกับไครเมีย ที่ไปขึ้นตรงกับรัสเซีย ทำให้นักลงทุนกลับมากังวลว่าจะเกิดวิกฤตการเมืองระหว่างประเทศอีกครั้ง อย่างไรก็ตาม เมื่อราคาทองคำขยับสูงขึ้นก็เผชิญกับการขายทำกำไรทำให้ราคาอ่อนตัวลงมาเล็กน้อย ทั้งนี้ คาดว่าราคาทองคำในตลาดต่างประเทศน่าจะทรงตัวอยู่ที่ระดับ 1,280-1,310 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ และในระยะสั้นอาจแตะที่ระดับ 1,275.52 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ และสูงสุดที่ 1,312.52 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ ส่วนราคาทองคำในประเทศจะอยู่ที่ระดับ 19,400-19,500 บาทต่อน้ำหนักทอง 1 บาท และสูงสุดที่ 20,200-20,300 บาทต่อน้ำหนักทอง 1 บาท โดยนักลงทุนต้องคำนึงด้วยว่าช่วงเวลา 1-2 สัปดาห์นี้จะเป็นวันหยุดยาดทั้งในประเทศคือ เทศกาลสงกรานต์ และในต่างประเทศคือ เทศกาลอีสเตอร์ ธนาคาร ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ตลาดทองคำ และตลาดฟิวเจอร์ปิดทำการ ดังนั้น จึงแนะนำให้นักลงทุน “ปิดสถานะ” ของตนเองป้องกันความเสี่ยง ในช่วงระยะเวลาที่การค้าทองคำแท่ง และทองรูปพรรณลดลง ร้านค้าทองขนาดเล็กโดยเฉพาะย่านฝั่งธนฯ ที่เปิดเป็นห้องแถวมักอ้างว่าเป็นร้านค้าส่งทองรูปพรรณ ทั้งที่จริงแล้วเป็นร้านค้าปลีก โดยพฤติกรรมจะให้ลูกค้าที่สั่งทองโอนเงินเข้าบัญชีก่อนส่งทองไปให้ ซึ่งช่วงแรกก็ส่งทองไปให้ตามปกติ แต่เมื่อทำธุรกรรมไประยะหนึ่งจะปิดกิจการหายไปทำให้มีผู้เสียหายหลายราย เช่นเดียวกับผู้ประกอบการที่โฆษณาว่าทำธุรกรรม On Line 24 ชั่วโมง นักลงทุนต้องสังเกตุว่าราคาทองที่เข้าลงทุนเป็นราคาที่สามารถอ้างอิงได้ตามราคาตลาดหรือไม่ เพราะส่วนใหญ่จะหลอกลวงว่า “เป็นราคาในตลาดต่างประเทศ” ระยะแรกของการลงทุนก็ดูเหมือนจะได้กำไร แต่พอลงทุนไประยะหนึ่งก็จะต้อง “ตัดขาดทุน” จนถึงปิดกิจการหนี้ไป สร้างความเสียหายรวมถึงเสียชื่อเสียงด้วย มีตัวเลขดัชนีภาคการผลิตของสหรัฐฯ หรือ ISM ปรับตัวสูงขึ้นมา 0.5 จุดอยู่ที่ 53.7 จุดในเดือนมีนาคม จากเดือนกุมภาพันธ์อยู่ที่ 53.2 ซึงปรับตัวขึ้นจากการเติบโตของภาคการผลิตและยอดสั่งซื้อสินค้า ประกอบกับตัวเลขการจ้างงานในสหรัฐฯ เดือนมีนาคมทรงตัวอยู่ที่ 6.7% เนื่องจากการจ้างงานที่เกิดขึ้นส่วนใหญ่เป็นการจ้างงานแบบชั่วคราวไม่ใช่งานประจำ แสดงให้เห็นว่าภาคเอกชนสหรัฐฯ ยังไม่มีความมั่นใจในการขยายกิจการอย่างเต็มที่ จึงพยายามตัดค่าใช้จ่ายลง ส่งผลให้ธนาคารกลางสหรัฐฯ หรือเฟด ยังคงเข้าซื้อพันธบัตรรัฐบาลอย่างต่อเนื่อง และคงอัตราดอกเบี้ยที่ระดับต่ำ 0-0.25% ไว้ต่อไปอีกระยะเวลาหนึ่ง หันมาดูกลุ่มยูโรโซน ซึ่งมีสมาชิกถึง 17 ประเทศ ในปี 2013 GDP ติดลบอยู่ที่ 0.3% และคาดว่าในปี 2014 GDP จะขยายตัวได้ถึง 1% แต่หากพิจารณาจากอัตราเงินเฟ้อเดือนมีนาคมที่เพิ่มขึ้นเพียง 0.5% ห่างไกลจากที่คาดการณ์ไว้ที่ 2% เป็นอย่างมาก สะท้อนให้เห็นว่าเศรษฐกิจยังคงชะลอตัวลง และเมื่อหันมาดูตัวเลขคนว่างงานที่ยังสูงถึง 19 ล้านคน คิดเป็นประมาณ 11.9% ในเดือนกุมภาพันธ์ ส่งผลให้ธนาคารกลางยุโรปตัดสินใจคงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ระดับต่ำ 0.25% และตลาดทุนเริ่มกังวลต่อสภาพวะเงินฝืด ทำให้ต้องมีการดำเนินมาตราการผ่อนคลายทางการเงินมากขึ้นเพื่อซื้อสินทรัพย์ตามแบบสหรัฐฯ และญี่ปุ่น ทั้งนี้ กองทุนการเงินระหว่างประเทศ หรือ IMF เตือนธนาคารกลางยุโรปให้เร่งจัดการปัญหาเงินฝืดโดยเร็ว เพราะจะกระทบต่อการบริโภคสินค้า การผลิต และกระทบต่อการจ้างงาน โดยแนะนำให้ธนาคารกลางยุโรปใช้มาตรการผ่อนคลายทางการรเงิน หรือมาตราการ QE ในขณะที่รัสเซีย กำลังเผชิญกับการต่อต้านจากนานาประเทศในการรับไครเมียเข้าเป็นส่วนหนึ่ง จนส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจโดยรวมของรัสเซีย รัฐบาลรัสเซียออกกฎหมายด้านภาษีฉบับใหม่ กำหนดให้ผู้ประกอบธุรกิจขนาดกลางถึงขนาดเล็ก หรือ SME ที่มีลูกจ้างน้อยกว่า 15 คนมีผลประกอบการรายปีอยู่ที่ 60 ล้านรูเบิล และมีสินทรัพย์ที่ต่ำกว่า 100 ล้านรูเบิล ต้องเสียภาษี เช่น ภาษีเงินได้ ภาษีอสังหาริมทรัพย์ ตลอดจนภาษีมูลค่าเพิ่ม เมื่อใดที่ประธานาธิบดีปูติน ลงนามอนุมัติร่างกฎหมายภาษีฉบับดังกล่าว ผู้ประกอบการ SME จะมีต้นทุนเพิ่มถึง 2 เท่า โดยเฉพาะภาษีอสังหาริมทรัพย์ ในกรุงมอสโกที่สูงถึง 50% ทำให้ผู้ประกอบการ SME ในพื้นที่ดังกล่าวต้องแบกรับภาระเพิ่มถึง 3 เท่าทันที หลังจากที่จีนเผชิญกับ “หนีเสีย” พุ่งสูงที่สุดในรอบ 2 ปี รัฐบาลจีนโดยธนาคารกลางเตรียมทดสอบฐานะการเงินภาคธนาคาร ตลอดจนส่งสัญญาณให้ธนาคารระงับการปล่อยกู้ให้แก่รัฐบาลท้องถิ่น ภาคอุตสาหกรรมที่มีการผลิตมากเกินไป ภาคอสังหาริมทรัพย์ และบริษัทค้าเหล็ก ด้วยการตั้งคณะกรรมการกฎระเบียบภาคธนาคาร ทำการทดสอบฐานะทางการเงินของธนาคาร เพื่อให้สถาบันธนาคารมีฐานะทางการเงินที่เหมาะสมที่จะเผชิญความเสี่ยงด้านต่างๆ ขณะเดียวกัน รัฐบาลจีนต้องเดินหน้าแผนกระตุ้นเศรษฐกิจ ด้วยการออกพันธบัตรมูลค่า150,000 ล้านหยวน เป็นการระดมเงินไปใช้ในการปรับปรุงเส้นทางรถไฟ ตลอดจนเตรียมจัดตั้งกองทุนเพื่อการพัฒนามูลค่า 2-3 แสนล้านหยวน เป็นช่องทางเพิ่มปริมาณเงินที่จะใช้เป็นทุนในการสร้างระบบรถไฟระยะทาง 6,600 กิโลเมตร ให้เชื่อมภาคกลาง และภาคตะวันตกของจีนเข้าด้วยกัน ตามแนวทางการพัฒนาความเป็นเมืองของรัฐบาลจีน โดยจัดตั้งเป็นหน่วยงานพิเศษขึ้นมาดูแลการออกพันธบัตรโดยเฉพาะ ตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 57 เป็นต้นมา ประเทศญี่ปุ่น ปรับขึ้นภาษีมูลค่าเพิ่ม หรือ VAT จาก 5% เป็น 8% ส่งผลให้ราคาสินค้าในประเทศปรับสูงขึ้นทุกชนิด ผู้บริโภคเริ่มจับจ่ายใช้สอยลดลง ทำให้ดัชนีความเชื่อมั่นภาคธุรกิจญี่ปุ่นเพิ่มสูงขึ้นในรอบ 6 ปี และดัชนีความเชื่อมั่นภาคธุรกิจเพิ่มขึ้นจากระดับ +16 เป็น +17 เพราะเริ่มมีความหวังในสถานะธุรกิจ และการขยายตัวทางเศรษฐกิจ แต่สถานการณ์ทางเศรษฐกิจในญี่ปุ่นยังไม่สามารถวางใจได้เพราะสถานการณ์เงินเฟ้อยังอยู่ในระดับต่ำ เงินเยนยังคงอ่อนค่าลงจนฉุดกำลังการบริโภคในประเทศไม่ขยับ เกิดการขาดดุลทางการค้า และผลผลิตภาคอุตสาหกรรมเดือนกุมภาพันธ์ลดลง 2.3% จากเดือนก่อนหน้า ในขณะที่ปัจจุบัน รัฐบาลญี่ปุ่น มีหนี้สาธารณะสูงถึง 245% ของ GDP ซึ่งถ้าไม่มีการหารายได้เพิ่มนอกเหนือจากการเก็บภาษี คาดว่าฐานะการคลังของญี่ปุ่นจะเข้าสู่ภาวะวิกฤต เพราะรัฐบาลญี่ปุ่นมีภาระสูงมากในการเลี้ยงผู้สูงอายุในประเทศญี่ปุ่น http://manager.co.th/iBizchannel/ViewNews.aspx?NewsID=9570000042022
  12. แรงขายทำกำไรเขย่าราคาทองคำผันผวน โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 15 เมษายน 2557 11:57 น. แรงขายทำกำไรเขย่าราคาทองคำผันผวน ในช่วงครึ่งเดือนที่ผ่านมา ราคาทองคำในประเทศไทย และในตลาดต่างประเทศยังทรงตัวอยู่ได้ โดยราคาทองคำในประเทศมีระดับราคาต่ำสุดที่ 19,600-19,700 บาทต่อน้ำหนักทอง 1 บาท และสูงสุดที่ 19,500-20,000 บาทต่อน้ำหนักทอง 1 บาท สาเหตุที่ทำให้ราคาทองคำกลับมาสูงขึ้น มาจากความตึงเครียดในยูเครนตะวันออก เพราะประชาชนเชื้อสายรัสเซียประท้วงต้องการแยกตัวเป็นอิสระจากยูเครน เช่นเดียวกับไครเมีย ที่ไปขึ้นตรงกับรัสเซีย ทำให้นักลงทุนกลับมากังวลว่าจะเกิดวิกฤตการเมืองระหว่างประเทศอีกครั้ง อย่างไรก็ตาม เมื่อราคาทองคำขยับสูงขึ้นก็เผชิญกับการขายทำกำไรทำให้ราคาอ่อนตัวลงมาเล็กน้อย ทั้งนี้ คาดว่าราคาทองคำในตลาดต่างประเทศน่าจะทรงตัวอยู่ที่ระดับ 1,280-1,310 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ และในระยะสั้นอาจแตะที่ระดับ 1,275.52 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ และสูงสุดที่ 1,312.52 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ ส่วนราคาทองคำในประเทศจะอยู่ที่ระดับ 19,400-19,500 บาทต่อน้ำหนักทอง 1 บาท และสูงสุดที่ 20,200-20,300 บาทต่อน้ำหนักทอง 1 บาท โดยนักลงทุนต้องคำนึงด้วยว่าช่วงเวลา 1-2 สัปดาห์นี้จะเป็นวันหยุดยาดทั้งในประเทศคือ เทศกาลสงกรานต์ และในต่างประเทศคือ เทศกาลอีสเตอร์ ธนาคาร ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ตลาดทองคำ และตลาดฟิวเจอร์ปิดทำการ ดังนั้น จึงแนะนำให้นักลงทุน “ปิดสถานะ” ของตนเองป้องกันความเสี่ยง ในช่วงระยะเวลาที่การค้าทองคำแท่ง และทองรูปพรรณลดลง ร้านค้าทองขนาดเล็กโดยเฉพาะย่านฝั่งธนฯ ที่เปิดเป็นห้องแถวมักอ้างว่าเป็นร้านค้าส่งทองรูปพรรณ ทั้งที่จริงแล้วเป็นร้านค้าปลีก โดยพฤติกรรมจะให้ลูกค้าที่สั่งทองโอนเงินเข้าบัญชีก่อนส่งทองไปให้ ซึ่งช่วงแรกก็ส่งทองไปให้ตามปกติ แต่เมื่อทำธุรกรรมไประยะหนึ่งจะปิดกิจการหายไปทำให้มีผู้เสียหายหลายราย เช่นเดียวกับผู้ประกอบการที่โฆษณาว่าทำธุรกรรม On Line 24 ชั่วโมง นักลงทุนต้องสังเกตุว่าราคาทองที่เข้าลงทุนเป็นราคาที่สามารถอ้างอิงได้ตามราคาตลาดหรือไม่ เพราะส่วนใหญ่จะหลอกลวงว่า “เป็นราคาในตลาดต่างประเทศ” ระยะแรกของการลงทุนก็ดูเหมือนจะได้กำไร แต่พอลงทุนไประยะหนึ่งก็จะต้อง “ตัดขาดทุน” จนถึงปิดกิจการหนี้ไป สร้างความเสียหายรวมถึงเสียชื่อเสียงด้วย มีตัวเลขดัชนีภาคการผลิตของสหรัฐฯ หรือ ISM ปรับตัวสูงขึ้นมา 0.5 จุดอยู่ที่ 53.7 จุดในเดือนมีนาคม จากเดือนกุมภาพันธ์อยู่ที่ 53.2 ซึงปรับตัวขึ้นจากการเติบโตของภาคการผลิตและยอดสั่งซื้อสินค้า ประกอบกับตัวเลขการจ้างงานในสหรัฐฯ เดือนมีนาคมทรงตัวอยู่ที่ 6.7% เนื่องจากการจ้างงานที่เกิดขึ้นส่วนใหญ่เป็นการจ้างงานแบบชั่วคราวไม่ใช่งานประจำ แสดงให้เห็นว่าภาคเอกชนสหรัฐฯ ยังไม่มีความมั่นใจในการขยายกิจการอย่างเต็มที่ จึงพยายามตัดค่าใช้จ่ายลง ส่งผลให้ธนาคารกลางสหรัฐฯ หรือเฟด ยังคงเข้าซื้อพันธบัตรรัฐบาลอย่างต่อเนื่อง และคงอัตราดอกเบี้ยที่ระดับต่ำ 0-0.25% ไว้ต่อไปอีกระยะเวลาหนึ่ง หันมาดูกลุ่มยูโรโซน ซึ่งมีสมาชิกถึง 17 ประเทศ ในปี 2013 GDP ติดลบอยู่ที่ 0.3% และคาดว่าในปี 2014 GDP จะขยายตัวได้ถึง 1% แต่หากพิจารณาจากอัตราเงินเฟ้อเดือนมีนาคมที่เพิ่มขึ้นเพียง 0.5% ห่างไกลจากที่คาดการณ์ไว้ที่ 2% เป็นอย่างมาก สะท้อนให้เห็นว่าเศรษฐกิจยังคงชะลอตัวลง และเมื่อหันมาดูตัวเลขคนว่างงานที่ยังสูงถึง 19 ล้านคน คิดเป็นประมาณ 11.9% ในเดือนกุมภาพันธ์ ส่งผลให้ธนาคารกลางยุโรปตัดสินใจคงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ระดับต่ำ 0.25% และตลาดทุนเริ่มกังวลต่อสภาพวะเงินฝืด ทำให้ต้องมีการดำเนินมาตราการผ่อนคลายทางการเงินมากขึ้นเพื่อซื้อสินทรัพย์ตามแบบสหรัฐฯ และญี่ปุ่น ทั้งนี้ กองทุนการเงินระหว่างประเทศ หรือ IMF เตือนธนาคารกลางยุโรปให้เร่งจัดการปัญหาเงินฝืดโดยเร็ว เพราะจะกระทบต่อการบริโภคสินค้า การผลิต และกระทบต่อการจ้างงาน โดยแนะนำให้ธนาคารกลางยุโรปใช้มาตรการผ่อนคลายทางการรเงิน หรือมาตราการ QE ในขณะที่รัสเซีย กำลังเผชิญกับการต่อต้านจากนานาประเทศในการรับไครเมียเข้าเป็นส่วนหนึ่ง จนส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจโดยรวมของรัสเซีย รัฐบาลรัสเซียออกกฎหมายด้านภาษีฉบับใหม่ กำหนดให้ผู้ประกอบธุรกิจขนาดกลางถึงขนาดเล็ก หรือ SME ที่มีลูกจ้างน้อยกว่า 15 คนมีผลประกอบการรายปีอยู่ที่ 60 ล้านรูเบิล และมีสินทรัพย์ที่ต่ำกว่า 100 ล้านรูเบิล ต้องเสียภาษี เช่น ภาษีเงินได้ ภาษีอสังหาริมทรัพย์ ตลอดจนภาษีมูลค่าเพิ่ม เมื่อใดที่ประธานาธิบดีปูติน ลงนามอนุมัติร่างกฎหมายภาษีฉบับดังกล่าว ผู้ประกอบการ SME จะมีต้นทุนเพิ่มถึง 2 เท่า โดยเฉพาะภาษีอสังหาริมทรัพย์ ในกรุงมอสโกที่สูงถึง 50% ทำให้ผู้ประกอบการ SME ในพื้นที่ดังกล่าวต้องแบกรับภาระเพิ่มถึง 3 เท่าทันที หลังจากที่จีนเผชิญกับ “หนีเสีย” พุ่งสูงที่สุดในรอบ 2 ปี รัฐบาลจีนโดยธนาคารกลางเตรียมทดสอบฐานะการเงินภาคธนาคาร ตลอดจนส่งสัญญาณให้ธนาคารระงับการปล่อยกู้ให้แก่รัฐบาลท้องถิ่น ภาคอุตสาหกรรมที่มีการผลิตมากเกินไป ภาคอสังหาริมทรัพย์ และบริษัทค้าเหล็ก ด้วยการตั้งคณะกรรมการกฎระเบียบภาคธนาคาร ทำการทดสอบฐานะทางการเงินของธนาคาร เพื่อให้สถาบันธนาคารมีฐานะทางการเงินที่เหมาะสมที่จะเผชิญความเสี่ยงด้านต่างๆ ขณะเดียวกัน รัฐบาลจีนต้องเดินหน้าแผนกระตุ้นเศรษฐกิจ ด้วยการออกพันธบัตรมูลค่า150,000 ล้านหยวน เป็นการระดมเงินไปใช้ในการปรับปรุงเส้นทางรถไฟ ตลอดจนเตรียมจัดตั้งกองทุนเพื่อการพัฒนามูลค่า 2-3 แสนล้านหยวน เป็นช่องทางเพิ่มปริมาณเงินที่จะใช้เป็นทุนในการสร้างระบบรถไฟระยะทาง 6,600 กิโลเมตร ให้เชื่อมภาคกลาง และภาคตะวันตกของจีนเข้าด้วยกัน ตามแนวทางการพัฒนาความเป็นเมืองของรัฐบาลจีน โดยจัดตั้งเป็นหน่วยงานพิเศษขึ้นมาดูแลการออกพันธบัตรโดยเฉพาะ ตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 57 เป็นต้นมา ประเทศญี่ปุ่น ปรับขึ้นภาษีมูลค่าเพิ่ม หรือ VAT จาก 5% เป็น 8% ส่งผลให้ราคาสินค้าในประเทศปรับสูงขึ้นทุกชนิด ผู้บริโภคเริ่มจับจ่ายใช้สอยลดลง ทำให้ดัชนีความเชื่อมั่นภาคธุรกิจญี่ปุ่นเพิ่มสูงขึ้นในรอบ 6 ปี และดัชนีความเชื่อมั่นภาคธุรกิจเพิ่มขึ้นจากระดับ +16 เป็น +17 เพราะเริ่มมีความหวังในสถานะธุรกิจ และการขยายตัวทางเศรษฐกิจ แต่สถานการณ์ทางเศรษฐกิจในญี่ปุ่นยังไม่สามารถวางใจได้เพราะสถานการณ์เงินเฟ้อยังอยู่ในระดับต่ำ เงินเยนยังคงอ่อนค่าลงจนฉุดกำลังการบริโภคในประเทศไม่ขยับ เกิดการขาดดุลทางการค้า และผลผลิตภาคอุตสาหกรรมเดือนกุมภาพันธ์ลดลง 2.3% จากเดือนก่อนหน้า ในขณะที่ปัจจุบัน รัฐบาลญี่ปุ่น มีหนี้สาธารณะสูงถึง 245% ของ GDP ซึ่งถ้าไม่มีการหารายได้เพิ่มนอกเหนือจากการเก็บภาษี คาดว่าฐานะการคลังของญี่ปุ่นจะเข้าสู่ภาวะวิกฤต เพราะรัฐบาลญี่ปุ่นมีภาระสูงมากในการเลี้ยงผู้สูงอายุในประเทศญี่ปุ่น http://manager.co.th/iBizchannel/ViewNews.aspx?NewsID=9570000042022
  13. สภาทองคำโลกชี้อุปสงค์ทองคำใน “จีน” จะเพิ่มขึ้น 20% ภายในปี 2017 โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 15 เมษายน 2557 12:11 น. สภาทองคำโลกชี้อุปสงค์ทองคำใน “จีน” จะเพิ่มขึ้น 20% ภายในปี 2017 เอเอฟพี – สภาทองคำโลก (World Gold Council – WGC) ชี้ความต้องการซื้อทองคำในจีนต่อปีอาจเพิ่มขึ้นถึง 20% ภายในปี 2017 เนื่องจากบรรดาเศรษฐีแดนมังกรแสวงหาช่องทางใหม่ๆ ที่จะทำกำไรมากยิ่งขึ้น ตัวเลขคาดการณ์จาก WGC มีขึ้น หลังจากที่จีนกลายเป็นผู้บริโภคทองคำอันดับ 1 ของโลกในปี 2013 โค่นบัลลังก์แชมป์เก่าอย่างอินเดีย อุปสงค์ทองคำในรูปเครื่องเพชร, เหรียญ และทองคำแท่งในจีน มีแนวโน้มจะเพิ่มเป็น “1,350 ตันเป็นอย่างน้อย “ในปี 2017 หรือเพิ่มขึ้นเกือบ 1 ใน 5 จากสถิติการบริโภคทองคำสูงสุด 1,132 ตันเมื่อปีที่แล้ว “วัฒนธรรมของชาวจีนที่ชื่นชอบทองคำ ประกอบกับผู้บริโภคมีมุมมองเชิงบวกเกี่ยวกับราคาทองคำ อาจทำให้อุปสงค์จากภาคเอกชนเพิ่มขึ้นเป็น 1,350 ตันในปี 2017” WGC ซึ่งมีฐานที่กรุงลอนดอน แถลงในรายงานวันนี้(15) การที่นักลงทุนส่วนใหญ่หันไปซื้อหลักทรัพย์หรือสินทรัพย์อื่นๆที่มีความเสี่ยงสูงกว่า ส่งผลให้ราคาทองคำปีที่แล้วดิ่งลงเกือบ 1 ใน 3 ขณะที่อุปสงค์เครื่องทองรูปพรรณกลับพุ่งสูงสุดในรอบ 16 ปี เนื่องจากผู้บริโภคในเอเชียและตะวันออกกลางต่างฉวยโอกาสทุ่มซื้อในช่วงที่ราคาทองตกต่ำ ในส่วนของจีน ตลาดทองคำยังได้ปัจจัยหนุนจากสัดส่วนชนชั้นกลางที่เพิ่มขึ้น รวมไปถึงปริมาณเงินออม และข้อจำกัดในการลงทุนด้านอื่นๆ สภาทองคำโลกชี้อุปสงค์ทองคำใน “จีน” จะเพิ่มขึ้น 20% ภายในปี 2017 กระนั้นก็ดี WGC เตือนว่า นโยบายเศรษฐกิจของจีนซึ่งจะลดพึ่งพาการส่งออก อาจส่งผลกระทบต่อความต้องการซื้อทองคำ “จีนกำลังเผชิญความท้าทายครั้งใหญ่ในการปรับนโยบายเศรษฐกิจซึ่งเน้นการลงทุนและส่งออกไปสู่เศรษฐกิจที่มีความสมดุล ซึ่งการบริโภคภาคเอกชนจะมีส่วนสำคัญมากยิ่งขึ้น” “แม้เราไม่ควรมองข้ามความสุ่มเสี่ยง แต่กระบวนการสร้างสมดุลทางเศรษฐกิจก็อาจกระตุ้นให้ผู้บริโภคใช้จ่ายมากขึ้น ซึ่งน่าจะเป็นผลดีต่ออุตสาหกรรมเครื่องประดับและทองรูปพรรณ” อลิสแตร์ ฮิววิตต์ หนึ่งในผู้เขียนรายงานฉบับนี้ชี้ว่า อุปสงค์ทองคำในจีนเพิ่มขึ้นถึง 3 เท่าตัวในช่วง 1 ทศวรรษจนถึงปี 2013 และคาดว่าตลาดทองคำแดนมังกรจะยังเติบโตต่อเนื่องในอีก 2-3 ปีข้างหน้า โดยมีปัจจัยหนุนจากวัฒนธรรมจีนที่เชิดชูคุณค่าของทองคำ, รายได้ที่เพิ่มขึ้นของประชากรจีน ตลอดจนการสนับสนุนจากรัฐบาล ราคาทองคำพุ่งสูงสุดในรอบ 2 สัปดาห์ครึ่งมาอยู่ที่ 1,330.59 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อออนซ์ในวันจันทร์(13) เนื่องจากนักลงทุนพากันหลีกเลี่ยงความเสี่ยงจากวิกฤตการเมืองยูเครน http://manager.co.th/Around/ViewNews.aspx?NewsID=9570000042027
  14. หุ้นมะกันร่วงหนักจากแรงฉุดกลุ่มเทคโนโลยี น้ำมันลง-ทองคำขยับขึ้น โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 11 เมษายน 2557 06:15 น. รอยเตอร์/เอเอฟพี - ตลาดหุ้นสหรัฐฯวานนี้(10) ร่วงหนัก โดยเฉพาะแนสแดคที่ดิ่งลงวันเดียวรุนแรงสุดนับตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2012 จากแรงฉุดกลุ่มเทคโนโลยีและไบโอเทค ส่วนน้ำมันก็ปิดลบ นักลงทุนกังวลอุปสงค์ในจีน ยกเว้นเพียงทองคำที่ขยับขึ้นพอสมควร ด้วยเชื่อว่าเฟดจะยังคงเดินหน้ากระตุ้นเศรษฐกิจต่อไป ดาวโจนส์ ลดลง 267.61 จุด (1.63 เปอร์เซ็นต์) ปิดที่ 16,169.57 จุด เอสแอนด์พี ลดลง 39.09 จุด (2.09 เปอร์เซ็นต์) ปิดที่ 1,833.09 จุด แนสแดค ลดลง 129.79 จุด (3.10 เปอร์เซ็นต์) ปิดที่ 4,054.11 จุด แนสแดค เกือบปิดในระดับต่ำกว่าค่าเฉลี่ยความเคลื่อนไหวในรอบ 50 วัน เป็นครั้งแรกในรอบกว่า 2 เดือน ด้วยนักวิเคราะห์กังวลว่าหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีอย่างเฟซบุ๊กและไพซ์ไลน์ บางทีอาจมีมูลค่าสูงเกินจริง ขณะเดียวกันหุ้นกลุ่มไบโอเทคโนโลยี ก็แกว่งไปแกว่งมาตลอดทั้งวันของการซื้อขาย ด้านราคาน้ำมันวานนี้(10) ขยับลงในกรอบแคบๆ หลังลิเบีย ส่งสัญญาณจะคืนการส่งออกเร็วๆนี้และข้อมูลการค้าอันอ่อนแอของจีน ชาติผู้บริโภครายใหญ่สุดอันดับ 2 ของโลก สัญญาล่วงหน้าน้ำมันดิบชนิดไลต์สวีตครูดของสหรัฐฯ งวดส่งมอบเดือนพฤษภาคม ลดลง 20 เซนต์ ปิดที่ 103.40 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ส่วนเบรนท์ทะเลเหนือลอนดอน งวดส่งมอบเดือนเดียวกัน ลดลง 52 เซนต์ ปิดที่ 107.46 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ตัวเลขการค้าของจีนที่เผยแพร่ในวันพฤหัสบดี(10) ออกมาเลวร้ายกว่าที่นักวิเคราะห์คาดหมายไว้และก่อแรงกดันต่อตลาดน้ำมัน หลังจากพบว่ายอดนำเข้าของปักกิ่งลงลดลงจากหนึ่งปีก่อนหน้านี้ร้อยละ 11.3 และการส่งออกก็ลดลงร้อยละ 6.6 ข้อมูลดังกล่าวเพิ่มเติมความกังวลต่อสาธารณะเศรษฐกิจแดนมังกร หลังตัวเลขต่างๆที่เผยแพร่ออกมาก่อนหน้านี้ทางด้านการค้า ผลผลิตทางอุตสาหกรรมและการใช้จ่ายผู้บริโภค ล้วนแล้วแต่อ่อนแอทั้งสิ้น ส่วนราคาทองคำวานนี้(10) ดีดขึ้นกว่าร้อยละ 1 แตะระดับสูงสุดในรอบเกือบ 3 สัปดาห์ ยังอยู่ภายใต้อิทธิพลของรายงาน minutes จากธนาคารกลางสหรัฐฯ ที่บ่งชี้ว่าจะไม่ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเร็วกว่ากรอบเวลาที่กำหนดไว้เดิม โดยราคาทองคำตลาดโคเม็กซ์ เพิ่มขึ้น 14.60 ดอลลาร์ ปิดที่ 1,320.50 ดอลาร์ต่อออนซ์
  15. ทองปิดพุ่ง $14.6 หลังเฟดส่งสัญญาณยังไม่ขึ้นดบ.เร็วๆนี้ ข่าวเศรษฐกิจ สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ) -- ศุกร์ที่ 11 เมษายน 2557 06:39:06 น. สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดพุ่งขึ้นเมื่อคืนนี้ (10 เม.ย.) หลังจากรายงานการประชุมของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ส่งสัญญาณว่า เฟดอาจจะยังไม่ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในเร็วๆนี้ ซึ่งข่าวดังกล่าวช่วยหนุนสัญญาทองคำทะยานขึ้นปิดที่ระดับสูงสุดนับตั้งแต่ วันที่ 21 มี.ค.ปีนี้ สัญญาทองคำตลาด COMEX (Commodity Exchange) ส่งมอบเดือนมิ.ย.พุ่งขึ้น 14.6 ดอลลาร์ หรือ 1.12% ปิดที่ 1,320.5 ดอลลาร์/ออนซ์ สัญญาโลหะเงินส่งมอบเดือนพ.ค.เพิ่มขึ้น 32.1 เซนต์ ปิดที่ 20.091 ดอลลาร์/ออนซ์ สัญญาพลาตินัมส่งมอบเดือนก.ค.พุ่งขึ้น 21.2 ดอลลาร์ ปิดที่ 1,460.1 ดอลลาร์/ออนซ์ และสัญญาพัลลาเดียมส่งมอบเดือนมิ.ย.เพิ่มขึ้น 9.75 ดอลลาร์ ปิดที่ 792.30 ดอลลาร์/ออนซ์ สัญญาทองคำพุ่งขึ้นอย่างแข็งแกร่ง รายงานการประชุมนโยบายของเฟดประจำวันที่ 18-19 มี.ค.แสดงให้เห็นว่าเฟดจะไม่เร่งรีบในการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย โดยเจ้าหน้าที่เฟดหลายรายเห็นพ้องกันที่จะพิจารณาการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย โดยประเมินจากสถานการณ์ด้านการจ้างงาน ไม่ใช่ระบุเป้าหมายที่เป็นตัวเลข ก่อนหน้านี้ นักลงทุนต่างวิตกกังวลกับถ้อยแถลงของนางเจเน็ต เยลเลน ประธานเฟดที่กล่าวหลังการประชุมในเดือนมี.ค.ว่าเฟดอาจจะเริ่มปรับขึ้นอัตรา ดอกเบี้ยหลังจากเฟดยุติโครงการซื้อพันธบัตรไปแล้วราว 6 เดือน ซึ่งเร็วกว่าที่บรรดานักวิเคราะห์เคยคาดการณ์ไว้ นอกจากนี้ การร่วงลงของตลาดหุ้นนิวยอร์กยังเป็นแรงกระตุ้นให้นักลงทุนเข้าซื้อสัญญา ทองคำซึ่งเป็นสินทรัพย์ที่ปลอดภัย โดยดัชนีดาวโจนส์ดิ่งลงกว่า 260 จุดเมื่อคืนนี้ เนื่องจากนักลงทุนกระหน่ำขายหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี อันเป็นผลมาจากความวิตกกังวลที่ว่าราคาในกลุ่มดังกล่าวอาจมีมูลค่าสูงเกินไป อินโฟเควสท์ แปลและเรียบเรียงโดย รัตนา พงศ์ทวิช โทร.02-2535000 ต่อ 327 อีเมล์: ratana@infoquest.co.th--
×