ข้ามไปเนื้อหา
Update
 
 
Gold
 
USD/THB
 
สมาคมฯ
 
Gold965%
 
Gold9999
 
CrudeOil
 
USDX
 
Dowjones
 
GLD10US
 
HUI
 
SPDR(ton)
 
Silver
 
Silver/Oz
 
Silver/Baht
 
  • ประกาศ

    • kumponys

      ห้ามลงโฆษณา งาน Parttime / พวกลดน้ำหนัก / พวกรับจ้างมาโพสต์

      หลังๆ ดูเหมือนจะมีพวกรับจ้างโพสต์โฆษณา ประเภทที่โพสต์ทิ้งไว้ทุกเวป ซ้ำๆซากๆ จนกลายเป็นขยะ online ไปทั่วประเทศทั่วโลก ที่เห็นบ่อยๆ เห็นจะเป็นพวก ลดความอ้วน พวก Parttime ทั้งหลาย เพื่อความสงบเรียบร้อย ขออนุญาต ไม่รับโฆษณาประเภทนี้ และจะถูกกำจัดออกไปอย่างเร็ว รวมถึงจะพิจารณาแบนสมาชิก ที่สมัครเข้ามาโพสต์โฆษณาประเภทนี้ทันที

Chicken Little

ขาใหญ่
  • จำนวนเนื้อหา

    545
  • เข้าร่วม

  • เข้ามาล่าสุด

คะแนนนิยม

32 ดีมาก

เกี่ยวกับ Chicken Little

  • คะแนนนิยม
    ขาใหญ่

Profile Information

  • เพศ
    ชาย
  • ที่อยู่
    ประเทศไทย
  1. รายย่อยหัวใจแกร่งร่วมกันซื้อ +13,264 ลบ. !ee ต่างชาติขาย -6,082 ลบ. !_10 กองทุนยังเทผสมออกมาอีก -5,424 ลบ. !19 โบรกเกอร์ขาย -1,756 ลบ.
  2. ปกติเดือน 8-9-10 มักทำฐานครับ แล้วจะเริ่มไต่แรงอีกครั้งก็เริ่ม 11-12-ต้นปีเดือน ม.ค-ก.พ แล้วก็ค่อยๆพุบลงอีก 2-3 เดือนแล้วก็ไต่ใหม่ ประมาณดูรายสัปดาห์ก็ ส่วนรอบนี้จะลงเท่าไร ก็ประมาณแนวรับรายสัปดาห์ (ยอด 114.8 เหรียญ กับต่ำสุดตอนเกิด subprime ที่ 35.65 เหรียญ) ที่ยอดลงมาแนวรับรายสัปดาห์ที่ 38.2% = 84.72 เหรียญ (น่าสนเป็นไม้แรกๆ) 50.0% = 75.22 เหรียญ (คงเป็นไม้สอง) 61.8% = 65.88 เหรียญ (ประมาณไม้สุดท้าย) ต่ำกว่านี่คงเกิดวิกฤติแรงๆ (อันนี้ขายทิ้งหนีตายอย่างเดียว)
  3. ภาวะตลาดน้ำมัน NYMEX: วิตกหนี้ยุโรป,ศก.สหรัฐฉุดน้ำมันดิบร่วง 5.30 จุด ข่าวต่างประเทศ สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ) -- ศุกร์ที่ 5 สิงหาคม 2554 06:46:53 น. สัญญาน้ำมัน ดิบตลาดนิวยอร์กปิดร่วงลงแตะระดับต่ำสุดในรอบ 6 เดือนเมื่อคืนนี้ (4 ส.ค.) เนื่องจากความวิตกกังวลที่ว่า วิกฤตหนี้ยุโรปและความเป็นไปได้ที่สหรัฐจะเผชิญกับภาวะเศรษฐกิจถดถอยรอบใหม่ นั้น จะส่งผลให้ความต้องการพลังงานหดตัวลงอย่างหนัก สัญญาน้ำมันดิบ NYMEX (New York Mercantile Exchange) ส่งมอบเดือนก.ย.ร่วงลง 5.30 ดอลลาร์ หรือ 5.77% ปิดที่ 86.63 ดอลลาร์/บาร์เรล ส่วนสัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ที่ตลาด ICE กรุงลอนดอนส่งมอบเดือนก.ย.ร่วงลง 5.98 ดอลลาร์ หรือ 5.28% ปิดที่ 107.25 ดอลลาร์/บาร์เรล สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า สัญญาน้ำมันดิบดิ่งลงเกือบ 6% และปิดที่ระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนก.พ.ปีนี้ เนื่องจากความวิตกกังวลเกี่ยวกับการชะลอตัวของเศรษฐกิจทั่วโลกทำให้นักลง ทุนกระหน่ำขาย ซึ่งส่งผลให้สัญญาน้ำมันดิบร่วงลงติดต่อกัน 5 วันทำการ และปรับตัวลงโดยรวม 10.81% หรือ 11% นับตั้งแต่วันที่ 28 ก.ค.ปีนี้ เรย์มอนด์ คาร์โบน ประธานบริษัท พาราเมาท์ ออพชันส์ ซึ่งเป็นบริษัทโบรกเกอร์ค้าน้ำมันของสหรัฐกล่าวว่า "สัญญาน้ำมันดิบร่วงลงสู่กรอบใหม่ที่ 64.25 - 87.15 ดอลลาร์ ซึ่งเป็นกรอบที่เรามองว่าเกิดขึ้นอันเนื่องมาจากแรงขายทางเทคนิค และสาเหตุที่ทำให้เกิดแรงเทขายก็คือกระแสความวิตกกังวลที่ว่าการชะลอตัวของ เศรษฐกิจจะทำให้อุปสงค์พลังงานหดตัวลง" นับตั้งแต่เกิดวิกฤตหนี้สินในสหรัฐ นักลงทุนในตลาดน้ำมัน NYMEX ก็จับตาดูความเคลื่อนไหวของเศรษฐกิจอย่างใกล้ชิด และพบว่ามีข้อมูลที่บ่งชี้มากมายว่าเศรษฐกิจสหรัฐมีโอกาสที่จะเข้าสู่ภาวะถด ถอยรอบใหม่ แม้กระทรวงแรงงานสหรัฐรายงานเมื่อคืนนี้ว่าจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการระหว่าง ว่างงานในรอบสัปดาห์ที่แล้วปรับตัวลดลง 1,000 ราย สู่ระดับ 400,000 รายก็ตาม นอกจากนี้ นักลงทุนยังจับตาดูสถานการณ์ในยุโรปอย่างใกล้ชิด หลังจากค่าสเปรดของพันธบัตรอิตาลีและสเปนสูงขึ้นจนทำให้ตลาดตื่นตระหนก และล่าสุดในช่วงค่ำวานนี้ ธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) ตัดสินใจตรึงอัตราดอกเบี้ยที่ 1.5% พร้อมประกาศโครงการซื้อพันธบัตรรัฐบาลในยูโรโซนอีกครั้ง หลังจากที่ยุติโครงการดังกล่าวไปเมื่อ 4 เดือนที่แล้ว โดยอีซีบีมีเป้าหมายที่จะยับยั้งการลุกลามของวิกฤตหนี้ยุโรป อย่างไรก็ตาม อีซีบีไม่ได้เปิดเผยแผนการเข้าซื้อพันธบัตรอิตาลีและสเปน ความวิตกกังวลเกี่ยวกับวิกฤตหนี้ยุโรปส่งผลให้ตลาดหุ้นยุโรปและสกุลเงิน ยูโรร่วงลงอย่างรุนแรง และยังทำให้นักลงทุนแห่เทขายสินทรัพย์เสี่ยงเพื่อถือเงินสดไว้ นอกเหนือจากวิกฤตหนี้ยุโรปและการชะลอตัวของเศรษฐกิจสหรัฐแล้ว สัญญาน้ำมันดิบยังได้รับแรงกดดันจากสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐที่แข็งค่าขึ้น อย่างมากเมื่อเทียบกับเงินเยน หลังจากทางการญี่ปุ่นประกาศแทรกแซงตลาดปริวรรตเงินตราด้วยการเทขายเงินเย นและซื้อดอลลาร์ และธนาคารกลางญี่ปุ่น (บีโอเจ) อัดฉีดสภาพคล่องเข้าสู่ตลาดการเงินภายในประเทศอีก 1 ล้านล้านเยนเมื่อวานี้ --อินโฟเควสท์
  4. น้ำมันรูดลงแรงปิด 86.44 เหรียญ ต่ำสุดในรอบ 6 เดือน จากกราฟ ขา 4 จึงหาจุดต่ำใหม่ โดย ขา 2 อยู่ที่ 83.85 เหรียญ ค่า RSI(5) = 5.59 MACD ลดต่ำกว่าเส้น 0 คงเหลือลุ้นจะหลุดต่ำกว่า 83.85 เหรียญ ได้หรือไม่ กองทุน DBO หลุดแนว 27.XX ปิดที่ระดับ 26.29 ไม่ได้เห็นค่า NAV. ระดับ 26 มานานหลายเดือน !_00 หลุดแนวรับลงมาทุกเส้น สถานการ์ณดูไม่ดีนัก แต่อินดิเคเตอร์ลดต่ำมาก คงพอจะลุ้นเด้ง สั้นๆรอบเล็กๆได้เล็กน้อย !023
  5. น้ำมันลงมาทดสอบแนวรับ 91-92 เหรียญ ค่า RSI(5) = 12.16 ค่อนข้างลงต่ำ (เพื่อลุ้นเด้งเล็กๆจากแนวนี้) เมื่อคืน DBO ปิดที่ 27.74 (ปีนี้ฐานกองทุน DBO 27.XX ยังดูดีในแนวรับ) ภาวะตลาดน้ำมัน NYMEX: น้ำมันดิบร่วง $1.86 หลังสต็อกน้ำมันเพิ่มขึ้น ข่าวต่างประเทศ สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ) -- พฤหัสบดีที่ 4 สิงหาคม 2554 06:55:30 น. สัญญาน้ำมัน ดิบตลาดนิวยอร์กปิดร่วงลงเมื่อคืนนี้ (3 ส.ค.) หลังจากสำนักงานสารนิเทศด้านพลังงานของรัฐบาลสหรัฐเปิดเผยว่า สต็อกน้ำมันดิบในรอบสัปดาห์ที่แล้วปรับตัวเพิ่มขึ้น นอกจากนี้ ตลาดยังถูกกดดันจากข้อมูลเศรษฐกิจที่อ่อนแอ รวมถึงยอดสั่งซื้อในภาคโรงงานและดัชนีภาคบริการของสหรัฐ สัญญาน้ำมันดิบ NYMEX (New York Mercantile Exchange) ส่งมอบเดือนก.ย.ร่วงลง 1.86 ดอลลาร์ หรือ 1.98% ปิดที่ 91.93 ดอลลาร์/บาร์เรล ส่วนสัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ที่ตลาด ICE กรุงลอนดอนส่งมอบเดือนก.ย.ร่วงลง 3.23 ดอลลาร์ ปิดที่ 113.23 ดอลลาร์/บาร์เรล ซึ่งถือเป็นระดับปิดต่ำสุดนับตั้งแต่วันที่ 4 ก.ค.เป็นต้นมา สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า สัญญาน้ำมันดิบร่วงลงหลังจากสำนักงานสารสนเทศด้านการพลังงานของรัฐบาลสหรัฐ (EIA) รายงานว่า สต็อกน้ำมันดิบในรอบสัปดาห์ที่สิ้นสุดวันที่ 29 ก.ค.เพิ่มขึ้น 950,000 บาร์เรล สู่ระดับ 355.0 ล้านบาร์เรล แม้จะน้อยว่าที่นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่คาดว่าจะเพิ่มขึ้น 1.2 ล้านบาร์เรล แต่ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่าผู้บริโภคพยายามลดการใช้จ่ายด้านพลังงาน อันเนื่องมาจากภาวะเศรษฐกิจที่ซบเซา นอกจากนี้ EIA รายงานว่า สต็อกน้ำมันกลั่นเพิ่มขึ้น 400,000 บาร์เรล สู่ระดับ 152.3 ล้านบาร์เรล น้อยกว่าที่นักวิเคราะห์คาดว่าจะเพิ่มขึ้น 1.5 ล้านบาร์เรล และสต็อกน้ำมันเบนซินเพิ่มขึ้น 1.7 ล้านบาร์เรล สู่ระดับ 215.2 ล้านบาร์เรล สวนทางกับที่คาดว่าจะทรงตัว ส่วนอัตราการใช้กำลังการกลั่นน้ำมันเพิ่มขึ้น 1.0% สู่ระดับ 89.3% ตัวเลขสต็อกน้ำมันที่รายงานโดย EIA แตกต่างจากที่การปิโตรเลียมสหรัฐ (API) รายงานเมื่อวันอังคารว่า สต็อกน้ำมันดิบในรอบสัปดาห์ที่แล้วของสหรัฐ ร่วงลง 3.3 ล้านบาร์เรล ขณะที่สต็อกน้ำมันเบนซินเพิ่มขึ้น 2.5 ล้านบาร์เรล และสต็อกน้ำมันกลั่นเพิ่มขึ้น 1.4 ล้านบาร์เรล ส่วนอัตราการใช้กำลังการกลั่นน้ำมันเพิ่มขึ้น 0.9% นอกเหนือจากสต็อกน้ำมันดิบที่เพิ่มขึ้นแล้ว นักลงทุนในตลาดน้ำมันนิวยอร์กยังวิตกกังวลเกี่ยวกับการชะลอตัวของเศรษฐกิจ สหรัฐ หลังจากสถาบันจัดการด้านอุปทานของสหรัฐ (ISM) เปิดเผยว่า ดัชนีภาคบริการเดือนก.ค.ขยายที่ระดับ 52.7 จุด ซึ่งชะลอตัวลงจากเดือนมิ.ย.ที่ขยายตัว 53.3 จุด และน้อยกว่าที่นักวิเคราะห์คาดว่าจะขยายตัว 53.6 จุด ขณะที่กระทรวงพาณิชย์สหรัฐเปิดเผยว่า ยอดสั่งซื้อให้ในภาคโรงงานของสหรัฐหดตัวลง 0.8% ในเดือนมิ.ย. ซึ่งข้อมูลเหล่านี้สะท้อนให้เห็นว่าการฟื้นตัวของเศรษฐกิจสหรัฐเป็นไปอย่าง ล่าช้า นักลงทุนจับตาดูตัวเลขจ้างงานนอกภาคการเกษตรเดือนก.ค.ซึ่งกระทรวงแรงงาน สหรัฐจะเปิดเผยในคืนวันศุกร์ตามเวลาประเทศไทย โดยนักวิเคราะห์ส่วนใหญ่คาดว่าตัวเลขจ้างงานนอกภาคการเกษตรเดือนก.ค.จะเพิ่ม ขึ้น 85,000 - 90,000 ตำแหน่ง และคาดว่าอัตราว่างงานเดือนก.ค.จะทรงตัวอยู่ที่ 9.2% --อินโฟเควสท์ แปลและเรียบเรียงโดย รัตนา พงศ์ทวิช
  6. กองทุนยังจัดหนักเทขายอีก -4,019 ลบ. โบรกเกอร์ขาย -473 ลบ. !59 ส่วนต่างชาติวันนี้แทบนั่งดูเฉยๆ ขายออกมานิดหน่อย -32 ลบ. !21 ที่แปลกใจ รายย่อยเริ่มทนถือเงินสดมากไม่ไหว เหมาซื้อ +4,525 ลบ. !023
  7. ที่มาจากบทความล่าสุดคุณลุงโฉลก http://www.chaloke.com/ ยังน่าสนใจกลุ่มยางพาราครับ
  8. กองทุนน้ำมันบ้านเราไปลงทุนในกองทุน DBO ปีนี้แนว DBO ระดับ 27.XX ค่อนข้างรับได้แข็งพอควรครับ !17
  9. หลังจากทดสอบด่าน 100 เหรียญ น้ำมันไปต่อไม่ไหว รูดลงมาหลุดแนว 96-95 เหรียญ ค่า RSI(5) = 15.87 อาจจะมีโอกาสไปทดสอบแนว 92 เหรียญ ต่อไป แล้วลุ้นเด้งกลับ ภาวะตลาดน้ำมัน NYMEX: น้ำมันดิบปิดลบ$1.10 เหตุวิตกเศรษฐกิจสหรัฐชะลอตัว ข่าวต่างประเทศ สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ) -- พุธที่ 3 สิงหาคม 2554 06:46:17 น. สัญญาน้ำมัน ดิบตลาดนิวยอร์กปิดลบเมื่อคืนนี้ (2 ส.ค.) หลังจากสหรัฐเปิดเผยว่าตัวเลขการใช้จ่ายผู้บริโภคหดตัวลงเป็นครั้งแรกในรอบ เกือบ 2 ปี ซึ่งข้อมูลดังกล่าวทำให้เกิดความวิตกกังวลเกี่ยวกับการชะลอตัวของเศรษฐกิจ สหรัฐ แม้วุฒิสภาสหรัฐมีมติผ่านร่างกฎหมายปรับเพิ่มเพดานหนี้แล้วก็ตาม สัญญาน้ำมันดิบ NYMEX (New York Mercantile Exchange) ส่งมอบเดือนก.ย.ลดลง 1.10 ดอลลาร์ หรือ 1.16% ปิดที่ 93.79 ดอลลาร์/บาร์เรล ส่วนสัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ที่ตลาด ICE กรุงลอนดอน ส่งมอบเดือนก.ย.ลดลง 35 เซนต์ หรือ 0.30% ปิดที่ 116.46 ดอลลาร์/บาร์เรล สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า แม้วุฒิสภาสหรัฐมีมติผ่านร่างกฎหมายปรับเพิ่มเพดานหนี้เมื่อคืนนี้ แต่นักลงทุนยังคงวิตกกังวลเกี่ยวกับการฟื้นตัวของเศรษฐกิจสหรัฐ ซึ่งเป็นประเทศที่มีระบบเศรษฐกิจใหญ่เป็นอันดับหนึ่งของโลก หลังจากกระทรวงพาณิชย์สหรัฐรายงานว่า ตัวเลขการใช้จ่ายด้านการอุปโภคบริโภคส่วนบุคคล (PCE) ปรับตัวลดลง 0.2% ในเดือนมิ.ย. ซึ่งเป็นการปรับตัวลงครั้งแรกในรอบเกือบ 2 ปี ขณะที่รายได้ส่วนบุคคลขยับขึ้นเพียง 0.1% ซึ่งเป็นการปรับตัวขึ้นน้อยที่สุดนับตั้งแต่เดือนก.ย.ปีที่แล้ว การหดตัวของตัวเลขการใช้จ่ายผู้บริโภคถือเป็นข้อมูลที่ตอกย้ำถึงความ อ่อนแอของเศรษฐกิจสหรัฐ ซึ่งก่อนหน้านี้มีรายงานว่า ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) ไตรมาสที่ 2 ของสหรัฐขยายตัวเพียง 1.3% ซึ่งน้อยกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ว่าจะขยายตัว 1.8% และดัชนีภาคการผลิตเดือนก.ค.ของสหรัฐขยายตัวเพียง 50.9 จุด ซึ่งชะลอตัวลงอย่างมากเมื่อเทียบกับเดือนมิ.ย.ที่ขยายตัว 55.3 จุด นอกเหนือจากข้อมูลเศรษฐกิจที่อ่อนแอของสหรัฐแล้ว ตลาดน้ำมันนิวยอร์กยังได้รับแรงกดดันจากความวิตกกังวลเกี่ยวกับการชะลอตัว ของเศรษฐกิจทั่วโลก รวมถึงจีนและยุโรป โดยเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา ทางการจีนเปิดเผยว่าดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิตเดือนก.ค.ขยายตัวที่ระดับ 50.7 จุด ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดในรอบ 29 เดือน ขณะที่ทางการยุโรปรายงานว่า ดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริหารและผู้บริโภคในยูโรโซน ร่วงลงมาอยู่ที่ระดับ 103.2 จุด จากระดับในเดือนมิ.ย.ที่ 105.4 จุด ซึ่งถือเป็นสถิติต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนส.ค. 2553 ตลาดน้ำมันนิวยอร์กได้รับแรงกดดันมากขึ้นเมื่อมาสเตอร์การ์ด สเปนดิงพัลส์เปิดเผยรายงานประจำสัปดาห์ว่า ยอดขายน้ำมันเบนซินที่สถานีบริการทั่วประเทศของสหรัฐ ปรับตัวลดลงติดต่อกันเป็นสัปดาห์ที่ 19 ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าชาวอเมริกันพยายามลดการใช้จ่ายที่ไม่จำเป็นในช่วงที่ เศรษฐกิจและตลาดแรงงานยังอยู่ในภาวะเปราะบาง นักวิเคราะห์จาก PFGBest กล่าวแสดงความเห็นว่า ราคาน้ำมันดิบมีแนวโน้มปรับตัวลดลงอีก นอกเสียจากว่าจะมีปัจจัยหนุนในระยะใกล้ รวมถึงผลกระทบของพายุเฮอร์ริเคน และการอ่อนค่าของสกุลเงินดอลลาร์ นักลงทุนจับตาดูรายงานสต็อกน้ำมันดิบรายสัปดาห์ ซึ่งสำนักงานสารสนเทศด้านการพลังงานของรัฐบาลสหรัฐ (EIA) จะเปิดเผยในวันพุธนี้ โดยนักวิเคราะห์ส่วนใหญ่คาดว่าสต็อกน้ำมันดิบจะเพิ่มขึ้น 1.2 ล้านบาร์เรล สต็อกน้ำมันกลั่นจะเพิ่มขึ้น1.5 ล้านบาร์เรล สต็อกน้ำมันเบนซินจะทรงตัว และคาดว่าอัตราการใช้กำลังการกลั่นน้ำมันจะทรงตัว การปิโตรเลียมสหรัฐ (API) รายงานหลังจากตลาดน้ำมันนิวยอร์กปิดทำการเมื่อคืนนี้ว่า สต็อกน้ำมันดิบในรอบสัปดาห์ที่แล้วของสหรัฐ ร่วงลง 3.3 ล้านบาร์เรล ขณะที่สต็อกน้ำมันเบนซินเพิ่มขึ้น 2.5 ล้านบาร์เรล และสต็อกน้ำมันกลั่นเพิ่มขึ้น 1.4 ล้านบาร์เรล นอกจากนี้ API ระบุว่าอัตราการใช้กำลังการกลั่นน้ำมันเพิ่มขึ้น 0.9% --อินโฟเควสท์ แปลและเรียบเรียงโดย รัตนา พงศ์ทวิช
  10. ต่างชาติซื้อเพิ่ม +3,712 ลบ. โดยมีกองทุนขายอีก -3,059 ลบ. และโบรกเกอร์ขาย -655 ลบ. รายย่อยของเริ่มของหมด(ที่เหลือก็ประเภท VI หรือ ติดยอดสูงเก่า หรือ หุ้นที่ต่างชาติไม่ค่อยเล่น) ต่อไปก็กองทุนจะขายหนักๆอีกมั้ย แนวโน้ม ต่างชาติ(ตัวจริงและนอมินีที่ได้กลับมา) รอบนี้น่าจะมีแรงรับอีกพอควร ปล. PTTCH การจ่ายเงินปันผลระหว่างการ 3.32 บ. XD 15 ส.ค.54(วันที่จ่ายปันผล 30 ส.ค.54) PTTAR การจ่ายเงินปันผลระหว่างการ 0.84 บ. XD 15 ส.ค.54(วันที่จ่ายปันผล 30 ส.ค.54)
  11. ต่างชาติยังซื้อสะสมอีก 4,254 ลบ. รอบนี้ต่างชาติคงลากให้ถึงเป้าแรก 1150-1160 จุด (กำไรหุ้น+ค่าเงินบาท แถวนี้คง 15%) หลังจากนี้คงต้องติดตามยอดซื้อ-ขาย ต่างชาติ ว่าจะเริ่มรินทำกำไร หรือลากไป 1200 จุดเลย !023 คุณ mai_pppp กองทุนทองETF GLD อันนี้ผมยังไม่รู้ข้อมูลครับ (เรื่องทองนี่ไม่ได้ดูมาเกือบปี) หุ้น PTL นี่สงสัยเจ้ามือคงลากมาแถวๆ 24.30-24.40 บ. แค่นี้ (เพราะด่าน 24.50 บ. ไม่ผ่านไปได้สักที) อาจเพื่อกดไปรับหลังจากปันผลในวันที่ 3 ส.ค.54 (1.35บ.) เล่นแถว 22 บ. กันอีกรอบ ยังไงดูลุ้นพรุ่งนี้กันอีกวันครับ ส่วนตัวอื่นๆ STA เองทะลุ 30.50 บ. มาได้ ดูดีทีเดียว วันนี้มีดันท้ายตลาด งบไตรมาสนี่น่าจะดีทีเดียว PTTAR วันที่ 3 ส.ค.54 มีหุ้นเพิ่มทุนที่จะเข้ามาอีกแล้ว 2 ล้านหุ้น (แจกให้พนักงานในราคาถูกอีกแล้ว) http://www.set.or.th/set/newsdetails.do;jsessionid=795D3636BD6E9F5A9C1297E8E5AF524F?type=R&time=1312193738000&filename=dat%2Fprsnews%2Fnews%2F0968NWS010820111715380236T.txt&source=SET&headline=%CB%D8%E9%B9%E0%BE%D4%E8%C1%B7%D8%B9%A2%CD%A7+PTTAR+%E0%C3%D4%E8%C1%AB%D7%E9%CD%A2%D2%C2%C7%D1%B9%B7%D5%E8+3+%CA%D4%A7%CB%D2%A4%C1+2554&symbol=PTTAR&localeoverriding=yes&country=TH&language=th ราคาคงถูกกดลงมาบ้าง น้อง IVL 43.75-43.50 บ. ยังเหนียวแน่นในเส้น EMA200 รับได้น่าจะมีเด้งบ้าง
  12. หลักทรัพย์ PTL แหล่งข่าว PTL หัวข้อข่าว การจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลและการลงทุนในโครงการใหม่ 2 แห่ง วันที่/เวลา 26 ก.ค. 2554 19:03:08 การพิจารณาปันผล เรื่อง : จ่ายปันผลเป็นเงินสด วันที่คณะกรรมการมีมติ : 26 ก.ค. 2554 ชนิดการปันผล : จ่ายปันผลเป็นเงินสด วันกำหนดรายชื่อผู้มีสิทธิได้รับปันผล (Record date) : 15 ส.ค. 2554 วันปิดสมุดทะเบียนเพื่อรวบรวมรายชื่อผู้มีสิทธิได้รั : 16 ส.ค. 2554 บปันผล ตามมาตรา 225 ของพระราชบัญญัติหลักทรัพย์ และตลาดหลักทรัพย์ วันที่ไม่ได้รับสิทธิปันผล(XD) : 10 ส.ค. 2554 จ่ายให้กับ : ผู้ถือหุ้นสามัญ อัตราการจ่ายปันผลเป็นเงินสด (บาทต่อหุ้น) : 0.35 จ่ายจากกำไรสุทธิ : 0.00 ส่วนที่ไม่ได้รับการส่งเสริมการลงทุน (NON-BOI)(บาท/หุ้น) จ่ายจากกำไรสุทธิ ส่วนที่ได้รับการส่งเสริมการลงทุน : 0.35 (BOI)(บาท/หุ้น) มูลค่าที่ตราไว้ (Par)(บาท) : 1.00 วันที่จ่ายปันผล : 24 ส.ค. 2554 จ่ายปันผลจาก : งวดดำเนินงานวันที่ 01 เม.ย. 2554 ถึงวันที่ 30 มิ.ย. 2554 ______________________________________________________________________ รายการได้มาและจำหน่ายไปซึ่งสินทรัพย์ มีมติอนุมัติการลงทุนโครงการเม็ดพลาสติก PET ในประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งมูลค่าการลงทุนทั้งหมดของโครงการคาดว่าประมาณ 26 ล้านเหรียญสหรัฐ (หรือประมาณ 780 ล้านบาท โดยใช้อัตราแลกเปลี่ยน 29.9874 บาท ต่อ 1 เหรียญสหรัฐ เมื่อวันที่ 22 กรกฎาคม 2554) ซึ่งขนาดของรายการเท่ากับร้อยละ 6.22 โดยมูลค่าของการลงทุนทั้งหมด (780 ล้านบาท) หารด้วยมูลค่าของสินทรัพย์ทั้งหมด ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2554 (12,550 ล้านบาท) มีมติอนุมัติการลงทุนโครงการ Blown PP ในประเทศไทย ซึ่งมูลค่าการลงทุนทั้งหมดของโครงการคาดว่าประมาณ 6 ล้านเหรียญสหรัฐ (หรือประมาณ 180 ล้านบาท โดยใช้อัตราแลกเปลี่ยน 29.9874 บาท ต่อ 1 เหรียญสหรัฐ เมื่อวันที่ 22 กรกฎาคม 2554) ซึ่งขนาดของรายการเท่ากับร้อยละ 1.43 โดยมูลค่าของการลงทุนทั้งหมด (180 ล้านบาท) หารด้วยมูลค่าของสินทรัพย์ทั้งหมด ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2554 (12,550 ล้านบาท) หลังจากที่รวมการลงทุนโครงการใหม่ทั้ง 2 โครงการที่กล่าวมาแล้วข้างต้น ขนาดของรายการเท่ากับร้อยละ 7.65 และหลังจากที่ได้รวมโครงการข้างต้นกับโครงการที่เกิดขึ้นในช่วง 6 เดือนที่ผ่านมา ได้แก่ โครงการผลิตฟิล์ม PET ชนิดหนาในประเทศไทย (จำนวน 2,302 ล้านบาท หรือขนาดของรายการเท่ากับร้อยละ 21.81) และโครงการผลิตแผ่นฟิล์ม PET ชนิดบางในประเทศสหรัฐอเมริกา (จำนวน 2,270 ล้านบาทหรือขนาดของรายการเท่ากับร้อยละ 19.02) ตามที่คณะกรรมการบริษัทอนุมัติเมื่อวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2554 และวันที่ 25 พฤษภาคม 2554 ตามลำดับ ทั้งนี้มีขนาดของรายการทั้งหมดเท่ากับร้อยละ 48.48 อย่างไรก็ตาม บริษัทได้จัดทำสารสนเทศเกี่ยวกับการได้มาซึ่งสินทรัพย์ในโครงการผลิตฟิล์ม PET ชนิดหนาในประเทศไทย และ โครงการผลิตแผ่นฟิล์ม PET ชนิดบางในประเทศสหรัฐอเมริกา แก่ผู้ถือหุ้นแล้ว _________________ ที่มา http://www.set.or.th/set/newsdetails.do;jsessionid=12AED26E0653104DE5F9B6F6D0D1C3BC?type=R&time=1311681788000&filename=dat%2Fprsnews%2Fnews%2F0815NWS260720111903080996T.txt&source=PTL&headline=%A1%D2%C3%A8%E8%D2%C2%E0%A7%D4%B9%BB%D1%B9%BC%C5%C3%D0%CB%C7%E8%D2%A7%A1%D2%C5%E1%C5%D0%A1%D2%C3%C5%A7%B7%D8%B9%E3%B9%E2%A4%C3%A7%A1%D2%C3%E3%CB%C1%E8+2+%E1%CB%E8%A7&symbol=PTL&language=th&country=TH รับเพิ่มกันอีก XD ปันผลระหว่างกาล 10 ส.ค 54 ปันผล 0.35 บ. (เดิมให้รับ XD 3 ส.ค.54 รับ 1.35 บ.) รวม 1.70 บ. ^ ^
  13. วันนี้เซต กองทุนเทกระหน่ำตามคาด คล้ายๆต้องการกดดัชนีปิด S พี่ต่างชาติยังรับสบายๆ รอบนี้ท่าทางยังเหลืองบรับไว้อีกเพียบ 5-6 วันที่ผ่านมารับไม่อั้น ^ ^
  14. 5 วัน ที่ผ่านมา ต่างชาติซื้อไปแล้ว 17,387.86 ลบ. สรุปการซื้อขาย ณ วันที่ 21 ก.ค. 2554 ต่างชาติซื้อสุทธิ 3,418.30 ลบ. สรุปการซื้อขาย ณ วันที่ 20 ก.ค. 2554 ต่างชาติซื้อสุทธิ 4,590.42 ลบ. สรุปการซื้อขาย ณ วันที่ 19 ก.ค. 2554 ต่างชาติซื้อสุทธิ 2,892.64 ลบ. สรุปการซื้อขาย ณ วันที่ 22 ก.ค. 2554 ต่างชาติซื้อสุทธิ 4,670.68 ลบ. สรุปการซื้อขาย ณ วันที่ 25 ก.ค. 2554 ต่างชาติซื้อสุทธิ 1,815.82 ลบ. ช่วงนี้หุ้นที่กลับมาหนักไปทางกลุ่มแบงค์ กลุ่มสื่อสาร + พลังงานที่เริ่มไต่กลับ ส่วนหุ้นกลุ่มอื่นๆยังดูทรงๆ คงรอผลประกอบการไตรมาส 2 ที่จะเริ่มทะยอยประกาศออกมา แรงขายจากรายย่อยเริ่มแผ่วลง(ขายมาตลอด 5วัน) ต่อไปคงเป็นการสู้กันระหว่าง พี่กองทุน กับ นักลงทุนต่างประเทศ ถ้าต่างชาติยังรับซื้ออยู่ก็ยังได้ลุ้นต่อไปเรื่อยๆครับ (เซตจะย่อก็คงเมื่อต่างชาติหันกลับมาขายใหม่) คุณ mai_pppp ไม่ลองคบกลุ่มพลังงานบ้างหรือครับช่วงนี้ ^ ^
  15. ราคาค่อยๆไต่กลับมา แนวต้านถัดไป 100-101 เหรียญ ถ้ากลับไปยืนเหนือได้จะเริ่มเป็นเทรนขึ้นได้อีกครั้ง (กรณีถ้ากลับไปหลุด 95 เหรียญ คงกลับไปทำฐานที่แถวๆ 90 เหรียญอีกรอบ) ภาวะตลาดน้ำมัน NYMEX: น้ำมันดิบปิดบวก 73 เซนต์หลัง IEA ยืนยันไม่ระบายน้ำมัน ข่าวต่างประเทศ สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ) -- ศุกร์ที่ 22 กรกฎาคม 2554 06:42:58 น. สัญญาน้ำมัน ดิบตลาดนิวยอร์กปิดบวกเมื่อคืนนี้ (21 ก.ค.) ขานรับข้อมูลเศรษฐกิจที่สดใสของสหรัฐ รวมถึงดัชนีผลผลิตภาคอุตสาหกรรมในเขตมิดแอตแลนติก นอกจากนี้ ตลาดยังได้ปัจจัยบวกหลังจากการอ่อนค่าของสกุลเงินดอลลาร์ และจสำนักงานพลังงานสากล (IEA) ยืนยันว่า 28 ชาติสมาชิกของ IEA จะไม่ระบายน้ำมันออกจากคลังสำรองฉุกเฉินเป็นรอบที่ 2 สัญญน้ำมันดิบ NYMEX (New York Mercantile Exchange) ส่งมอบเดือนก.ย.ปิดบวก 73 เซนต์ หรือ 0.74% แตะที่ 99.13 ดอลลาร์/บาร์เรล ส่วนสัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ที่ตลาด ICE กรุงลอนดอนร่วงลง 64 เซนต์ หรือ 0.54% ปิดที่ 117.51 ดอลลาร์/บาร์เรล สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า สัญญาน้ำมันดิบดีดตัวขึ้นทันทีที่ IEA ยืนยันว่า 28 ชาติสมาชิกของ IEA จะไม่ระบายน้ำมันออกจากคลังยุทธภัณฑ์สำรองเป็นรอบที่ 2 หลังจากที่ IEA ได้ตัดสินใจระบายน้ำมัน 60 ล้านบาร์เรลออกจากคลังสำรองรอบ 2 เมื่อวันที่ 23 มิ.ย.เพื่อบรรเทาภาวะอุปทานพลังงานตึงตัว อันเป็นผลมาจากสถานการณ์รุนแรงในลิเบีย นอกจากนี้ การที่ญี่ปุ่นมีความต้องการน้ำมันเพิ่มขึ้นเพื่อใช้ในการบูรณะฟื้นฟูประเทศ หลังจากเกิดแผ่นดินไหวครั้งใหญ่เมื่อวันที่ 11 มี.ค.ที่ผ่านมานั้น นับเป็นอีกสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ IEA ระบายน้ำมันออกจากคลังในครั้งนี้ การระบายน้ำมันเมื่อวันวันที่ 23 มิ.ย.นับเป็นครั้งที่ 3 ในประวัติศาสตร์การก่อตั้ง IEA ที่ 28 ชาติสมาชิกของ IEA ตัดสินใจระบายน้ำมันออกจากคลังยุทธภัณฑ์สำรอง โดยการตัดสินใจครั้งแรกมีขึ้นในปี 2534 เมื่อเกิดวิกฤตการณ์พลังงานทั่วโลกหลังจากกองกำลังของรัฐบาลอิรักภายใต้การ นำของซัดดัม ฮุสเซน ได้บุกโจมตีคูเวต และครั้งที่สองเกิดขึ้นในปี 2548 เมื่อพายุเฮอริเคนแคทรินาได้สร้างความเสียหายต่อโรงกลั่นน้ำมันหลายแห่งใน อ่าวเม็กซิโกของสหรัฐ นอกจากนี้ ตลาดน้ำมันนิวยอร์กยังได้แรงหนุนจากข้อมูลเศรษฐกิจที่สดใสของสหรัฐ โดยธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) สาขาฟิลาเดลเฟียเปิดเผยว่า ดัชนีภาคการผลิตในเขตมิดเวสต์เพิ่มขึ้นสู่ระดับ +3.2 จุดในเดือนก.ค. จากระดับ -7.7 จุดในเดือนมิ.ย. ขณะที่คอนเฟอเรนซ์ บอร์ดรายงานว่า ดัชนีชี้นำเศรษฐกิจเดือนมิ.ย.เพิ่มขึ้น 0.3% ซึ่งบ่งชี้ว่าเศรษฐกิจสหรัฐมีแนวโน้มที่จะไม่ถดถอยในช่วง นอกจากนี้ ตลาดน้ำมันนิวยอร์กยังขานรับข่าวที่ประชุมฉุกเฉินของผู้นำยุโรปมีมติให้ความ ช่วยเหลือด้านการเงินรอบที่ 2 สำหรับกรีซ ด้วยวงเงินรวม 1.09 แสนล้านยูโร หรือประมาณ 1.55 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ
×