ข้ามไปเนื้อหา
Update
 
 
Gold
 
USD/THB
 
สมาคมฯ
 
Gold965%
 
Gold9999
 
CrudeOil
 
USDX
 
Dowjones
 
GLD10US
 
HUI
 
SPDR(ton)
 
Silver
 
Silver/Oz
 
Silver/Baht
 

dadavan

ขาประจำ
  • จำนวนเนื้อหา

    69
  • เข้าร่วม

  • เข้ามาล่าสุด

คะแนนนิยม

0 ปานกลาง

เกี่ยวกับ dadavan

  • คะแนนนิยม
    ขาประจำ

Profile Information

  • เพศ
    ไม่บอก
  1. ยิ่งแดดแรงมากเท่าไร หน้ายิ่งมัน เมคอัพบนหน้าก็ยิ่งละลายไหลเยิ้ม ซึ่งถ้ากันแดดไม่เริ่ดปุ๊บ พอทาไปก็ทำให้หน้าเรามันเข้าไปอีก แสงแดดร้องแรงแผดเผาผิวสาวไทยให้คล้ำเสียสุดๆยังมีเจ้า UVA และ UVB ก็ตามมาทำร้ายแม้หลบในที่ร่ม! ไหนจะแสงประเภทอื่นๆที่มากับจอต่างๆอีก เพราะฉะนั้นการทาครีมกันแดดเป็นสิ่งสำคัญเพื่อปกป้องผิวจากการถูกทำร้าย ไม่เพียงแค่หมองคล้ำ แต่ทำให้เกิดฝ้า ริ้วรอย ดังนั้นเราเลยต้องให้ความสำคัญกับการเลือกครีมกันแดดดี ๆ สักตัว แต่จะมีกี่ยี่ห้อที่สามารถคุมมันบนหน้าได้ดีที่สุด เพราะสมัยนี้ครีมกันแดดทุกตัวก็ต่างเคลมกันว่าคุมมันได้ก็มีเยอะแยะจนเลือกไม่ถูก วันนี้เราเลยจะมาพิสูจน์กันให้ดูกันไปเลยว่าครีมกันแดด ที่ดีที่สุดมันดีจริง ๆ ใช่มั้ย!?!จะคุมมันดีกันอย่างที่เค้าว่ามากแค่ไหนและสามารถปกป้องผิวจากการทำร้ายของรังสีได้หรือไม่ ไปดูกันเลย ZA True White Power Block UV SPF50+ PA++++ เนื้อสัมผัส : เนื้อลิขวิดบางเบา เกลี่ยง่าย แต่กลิ่นคือแอลกอฮอล์แรงเว่อร์ ใครที่เป็นสาวผิวแพ้ง่ายแนะนำให้เลี่ยงเลยค่ะซิส ควบคุมความมัน : สามารถคุมมันได้ในระดับปานกลาง เพราะระหว่างวันยังต้องซับหน้าอยู่ ความรู้สึกที่ได้ใช้ : ครีมกันแดดหน้าตัวนี้ใช้แล้วคือเนียนไปกับผิว ทาแล้วรู้สึกถึงความชุ่มชื้น แต่ไม่ได้ปรับสภาพผิวหน้าให้ขาวขึ้น สำหรับคนที่ชอบให้หน้าขาวขึ้น ปริมาณ 30 g. | ราคา 320.- KA UV White Magic Cover Protection SPF50 PA++++ เนื้อสัมผัส : ถือว่าเบาบาง แอบเกลี่ยยากนิดนึง แห้งช้า และมีกลิ่นหอมจากน้ำหอม ควบคุมความมัน : ถือว่าเป็นครีมกันแดดที่สามารถคุมมันได้ดี และช่วยเบลอผิว ทำให้ระหว่างวันหน้าของเราดูเงาแบบดิวอี้ อารมณ์สายเกาเล็ก ๆ ความรู้สึกที่ได้ใช้ : พอทาแล้วดูขาวขึ้น ช่วยเบลอพรางหลุมผิวได้จริง ปราศจากแอลกอฮอล์ แต่ยังมีกลิ่นหอมอยู่ ฉะนั้นสาวที่ผิวแพ้ง่ายก็ดูดี ๆ กันนะ ปริมาณ 30g. | ราคา 249.- Minus-sun Facial Sun Protection SPF40 PA+++ เนื้อสัมผัส : เนื้อมูสสีเบจ ลักษณะมูสมีความเบาตัว เกลี่ยค่อนข้างง่าย ไม่ทำให้เหนอะหนะผิวหน้า สบายผิวหน่อยนึงเนอะะะ ควบคุมความมัน : แม้ว่าเนื้อครีมจะมีความแมท แต่ยังไม่ค่อยคุมมันเท่าไร ระหว่างวันอาจจะต้องมีการซับหน้าเกิดขึ้น เพราะจากการทดสอบเป็นตัวที่แสดงความมันออกมาชัดที่สุด ความรู้สึกที่ได้ใช้ : มีความแมทสุดค่ะ พอทาแล้วจะแห้งไปกับผิว แต่ต้องระวังเรื่องหน้าลอยและเป็นคราบระหว่างวัน จึงต้องซับหน้าช่วงทีโซนนิดนึง แถมล้างออกยากอาจเพราะเป็นเนื้อซิลิโคนด้วย ปริมาณ 45 g. | ราคา 329.- Biore UV Perfect Face Milk SPF50 PA+++ เนื้อสัมผัส : เป็นเนื้อโลชั่นสีขาวบางเบา เกลี่ยง่าย แห้งเร็ว เพราะกลิ่นแอลกอฮอล์คือแรงพอกับ ZA เลยค่ะคุณ ควบคุมความมัน : คุมมันได้ปานกลาง แต่จากการทดลองที่เห็นว่ามีความมันออกเยอะ คิดว่าน่าจะเป็นเพราะเนื้อโลชั่นเหลว จึงทำให้มีน้ำออกมาเยอะ ความรู้สึกที่ได้ใช้ : ใช้แล้วสบายผิว แห้งเร็ว อาจเพราะมีแอลกอฮอล์อยู่เยอะ เพราะกลิ่นออกเลยค่ะ ซิส มีความมันอยู่เล็กน้อย ตอนแรกที่ทาจะหน้าลอยนิดนึง แต่สักพักก็จะเซตตัวโอเคขึ้น ปริมาณ 30ml. | ราคา 265.- Nivea Sun Protect & White Oil Control Serum SPF50+ PA +++ เนื้อสัมผัส : เนื้อเซรั่มเกลี่ยง่าย ซึมไว แห้งเร็ว แต่งหน้าต่อได้ทันที ควบคุมความมัน : เป็นครีมกันแดดที่สามารถควบคุมมันได้ดีถึงดีที่สุด จะเห็นได้ว่าความมันออกมาน้อยที่สุด จะสาวผิวมัน-ผิวผสมก็ใช้ได้ ความรู้สึกที่ได้ใช้ : ใช้แล้วไม่มัน หน้าไม่เยิ้มระหว่างวันจนลืมไปเลยว่าต้องซับมัน มีส่วนผสมอย่าง L-Carnitine ช่วยลดความมันตั้งแต่รูขุมขน และที่เริ่ดคือปราศจากพาราเบน ทำให้ไม่อุดตันรูขุมขน และไม่มีน้ำหอม ฉะนั้น สาวผิวแพ้ง่ายโล่งใจไปได้เลย ครีมกันแดด ที่ดีที่สุด ปริมาณ 30 ml. | ราคา 279. สำหรับสาว ๆ Beauty Hunter ที่ใครเป็นคนหน้ามัน เราแนะนำ Nivea Sun Protect & White Oil Control Serum SPF50+ PA +++ เพราะด้วยเนื้อเซรั่มบางเบา ทำให้เกลี่ยง่าย ช่วยให้แต่งหน้าง่ายขึ้น และ ยังมีส่วนผสมของ L-carnitine ที่ช่วยลดความมันจากรูขุมขน ทำให้หน้าไม่มันต่อเนื่องยาวนาน แม้อากาศจะร้อนชื้นสักแค่ไหน สามารถใช้ได้ทุกวัน แถมยังใช้เป็นเบสลงก่อนแต่งหน้าก็เริ่ด ไม่ทิ้งคราบให้เป็นปัญหากวนใจ เพราะทาแล้วก็ซึมไวเว่อร์จ้าาา ถูกใจกันใช่มั้ยเอ่ยกับ “กันแดดคุมมันที่ดีที่สุด” ที่เราเอาท้าพิสูจน์กัน แต่สุดท้ายก็ขึ้นอยู่กับผิวหน้าของแต่ละคนนะคะ ลองเลือกกันดูว่าจะเหมาะกับตัวไหน ขอบคุณข้อมูลดีๆจาก https://www.beautyhunter.co.th/5-sunscreen-oil-control/
  2. กุ้งผัดซอสพริกขี้หนู อีกหนึ่งเมนูที่อยากแนะนำ เมนูนี้ถือว่าเป็นเมนูเด็ดมาก ๆ อีกหนึ่งเมนูเลยทีเดียว และที่สำคัญคุณสามารถมารับประทาน กุ้งผัดซอสพริกขี้หนู ได้ตั้งแต่วันนี้ – 31 ธ.ค. เท่านั้นค่ะ ที่ห้องอาหารริมรญา The Twin Towers Hotel ห้องอาหารริมรญาเป็นอีกหนึ่งห้องอาหารเลิศรสจาก โรงแรมเดอะทวินทาวเวอร์ เป็นห้องอาหารไทยสไตล์โมเดิร์น และอาหารที่ท่านจะได้ทานก็ปรุงรสโดยเชิญมากประสบการณ์ หากท่านสนใจลองทานกุ้งผัดซอสพริกขี้หนู และเมนูอื่น ๆ อีกมากมาย ก็ขอเรียนเชิญมาทานได้ที่ The Twin Towers Hotel ค่ะ การมาที่โรงแรมก็สามารถเดินทางมาได้โดยขึ้นรถไฟฟ้าบีทีเอสมาลงที่สถานี สนามกีฬาแห่งชาติค่ะ สำรองที่นั่งโทร 02-216-9555
  3. แดดเมืองไทยเป็นอะไรที่มองข้ามครีมกันแดดไม่ได้เลยล่ะค่ะ ไม่ใช่แค่ผิวหน้า เพราะผิวตัวก็ต้องดูแลให้ดีเหมือนกัน ที่สำคัญการเลือกผลิตภัณฑ์ให้เหมาะกับกิจกรรมที่ทำเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่ง แล้วแบบนี้ครีมกันแดดกันน้ำที่เลือกใช้ต้องเป็นแบบไหนกันนะ ? ก่อนที่จะเลือกครีมกันแดดกันน้ำสำหรับทาตัวในแต่ละครั้ง นอกจากที่เราจะมองเรื่องความเข้มข้น ความเหนียว เกลี่ยยากไหม ? ของเนื้อครีม เราก็ต้องทำความเข้าใจกับเจ้า UVA และ UVB กันให้ดีก่อนค่ะ สรุปสั้น ๆ ให้เข้าใจง่าย ๆ เลยค่ะว่า ... ✽ UVA : ก็คือ ultraviolet A ซึ่งในแสงแดดจะมีรังสี UVA มากถึง 90 % และสามารถผ่านเข้าสู่ผิวของเราได้ลึกถึงชั้นหนังแท้เลยล่ะค่ะ นอกจากนี้เจ้ารังสี UVA ยังทำให้ผิวของเราเสื่อมสภาพ เกิดรอยเหี่ยวหย่น ก่อนวัยอันควรอีกด้วยค่ะ UVB : ส่วน เจ้ารังสี UVB ในแสงแดดจะมีอยู่ประมาณ 10 % ค่ะ ซึ่งรังสีนี้จะทำลายผิวเราได้ก็ต่อเมื่อเราถูกแสงแดดโดยตรง และเมื่อเกิดการสัมผัสไปเยอะ ๆ นาน ๆ ก็จะทำให้ผิวของเราแสบ กร้าน และไหม้ได้ค่ะ ซึ่งสาว ๆ แต่ละคนก็มักจะมีกิจกรรม ไลฟ์สไตล์ที่แตกต่างกัน แต่จะเลือกใช้ครีมกันแดดแบบไหนที่เหมาะสมกับบุคลิกของตัวเองได้บ้างนั้น มาดูกันเลยค่ะ สำหรับสาว ๆ ที่ชื่นชอบกิจกรรมทางน้ำ สาวรักน้ำ ชอบทะเล ลำธาร น้ำตก หรือเหงื่อเยอะ ก็ต้องเลือกกันแดดที่สามารถตอบโจทย์ทั้งเรื่องความกันน้ำ และสามารถปกป้องรังสีจากแสงแดดได้แบบเต็มรูปแบบไปด้วยค่ะ ดังนั้นครีมกันแดดที่เลือกใช้ควรจะกันน้ำได้ดีด้วย และต้องมั่นใจว่าไม่หลุดเวลาโดนน้ำ ที่สำคัญครีมกันแดดกันน้ำต้องทำหน้าที่เป็นเสมือนเกราะในการปกป้องแดดที่ปกป้องได้ทั้ง UVA และ UVB เช่น นีเวีย ซัน โพรเท็คแอนด์รีเฟรช บอดี้ โลชั่น SPF50 PA++++ และสูตรนี้มี Menthol ที่ให้ความรู้สึกเย็นสบายบนผิว มีวิตามินอี 96% ช่วยคืนความชุ่มชื้นและความสมดุลย์ไม่แห้งกร้านด้วยค่ะ สำหรับสาว ๆ รักการเดินป่า ปีนภูเขา ผจญภัย เพื่อความสะดวกสบายในการใช้ชีวิตผจญภัย เราสามารถเลือกใช้เป็นสเปรย์กันแดด นีเวีย ซัน โพรเท็คแอนด์รีเฟรช คูลลิ่ง ซัน มิส SPF50 ได้ค่ะ เพราะเจ้าตัวนี้เป็นสเปรย์ป้องกันแสงแดด สูตรเย็นสดชื่น ที่จะปกป้องผิวจากรังสี UVA และ UVB มีความเย็นจากเมนทอล ใช้แล้วจะรู้สึกเบา สบายผิว ซึมทันที กันน้ำ ทาแล้วสามารถออกแดดได้เลยไม่ต้องรอ 20 นาทีอีกด้วยล่ะค่ะ ซึ่งทั้ง 2 สูตรที่เรานำมาแนะนำในวันนี้ บอกเลยว่าเป็นเกราะปกป้องผิวจากแสงแดดได้ดี ทั้งสะดวกสบายใช้ง่าย และกันน้ำ สำหรับสาว ๆ ที่ชอบเล่นน้ำก็อาจจะเลือกใช้เป็นสูตรโลชั่น แต่สาว ๆ ที่รักการผจญภัยเลือกใช้แบบสเปรย์ไปได้เลยค่าา สูตรโลชั่น สูตรสเปรย์ พิสูจน์ให้เห็นชัดเจนด้านล่างจากการเทียบให้เห็นระหว่างกันแดดที่มีเนื้อบางเบา กับ นีเวีย ซัน โพรเท็คแอนด์รีเฟรช บอดี้ โลชั่น SPF50 PA++++ ว่าเมื่อทาลงไปแล้วไปตากแดดแรง ตัวไหนทำให้สีผิวยังคงเดิม ไม่ไหม้แดด ทดสอบประสิทธิภาพด้วยการท้าแสงแดด 10 นาที ด้านซ้าย นีเวีย ซัน : เช็ดออกแล้วสีผิวคงสภาพเดิมไม่เปลี่ยนสีด้านขวา ยี่ห้ออื่น : สีผิวในบริเวณนั้นเปลี่ยนสีลง 1 -2 ระดับ เป็นยังไงกันบ้างค่ะ เริ่มเห็นความสำคัญของการเลือกครีมกันแดดกันน้ำมากขึ้นหรือยัง? โดยเฉพาะสาว ๆ ที่ชอบทำกิจกรรมอย่างเราต้องเลือกให้ถูก เลือกให้เหมาะกับกิจกรรมเพื่อการปกป้องผิวของเรานะคะ ไม่ใช่แค่ป้องกันให้ผิวขาว แต่เราต้องดูแลเพื่อให้ผิวคงสภาพอยู่กับเราไปได้อีกยาวนานค่ะ สำหรับครั้งต่อไปจะมีอะไรมาแนะนำอีก ฝากเพื่อน ๆ รอติดตามด้วยนะคะ สำหรับครั้งนี้ไปแล้วจ้า... ขอบคุณข้อมูลรีวิวดีๆจาก https://www.wongnai.com/beauty-products/review-nivea-sun-protect
  4. แดดบ้านเรานี่ร้อนซะเหลือเกิน “ครีมกันแดด” จึงเป็นไอเทมที่สาวๆ ขาดไม่ได้ และควรใช้ทั้ง ครีมกันแดดผิวหน้า และ ครีมกันแดดผิวกาย เป็นประจำทุกวันด้วยนะคะ เพราะใช้แค่หน้าคงไม่พอ ระวังจะเป็นสาวผิวสองสีหรือสีผิวไม่สม่ำเสมอไม่รู้ด้วยนะ ส่วนใครที่ต้องออกแดดบ่อยๆ วันนี้เรามีครีมกันแดดผิวกาย 3 แบรนด์ที่ใช้ได้ทุกวันมาแนะนำค่ะ ตัวไหนจะเริ่ดกว่ากันตามมาดูกันเลยค่า Biore UV Anti-Pollution Body Care Serum Intensive White SPF50+ PA+++ มาเริ่มที่ตัวแรกเลยค่ะ ตัวนี้เป็นกันแดดยอดฮิตของสาวๆ สูตร Intensive White หอมด้วยกลิ่นส้มยูซุ พร้อมทั้งปกป้องผิวจากมลภาวะได้เป็นอย่างดี ช่วยให้ผิวไม่แห้งเสีย ช่วยคงความแข็งแรงและยืดหยุ่นให้กับผิวชั้นนอกด้วย Anti-Pollution Shield เกราะปกป้องผิวจากมลภาวะ ฝุ่น ควัน และสิ่งสกปรกได้อย่างมีประสิทธิภาพ Nivea Daily Protect Whitening Sun Body Serum ต่อกันที่ตัวที่ 2 ตัวนี้เป็นเซรั่มครีมกันแดดผิวกาย ช่วยปกป้องแดดที่ทำร้ายผิวลึกถึงระดับคอลลาเจนด้วย SPF50 และ PA+++ ปกป้องผิวจากทั้งรังสี UVA, UVB สาเหตุหนึ่งของผิวคล้ำเสีย ฝ้าแดด กระ จุดด่างดำ และริ้วรอยก่อนวัย เป็นกันแดดที่ไม่ใช่เพียงแค่ช่วยปกป้องเพียง อย่างเดียว แต่ยังช่วยฟื้นฟูผิวคล้ำเสียให้กระจ่างใสทั่วเรือนร่างอย่างเป็นธรรมชาติ ด้วยวิตามินซี เข้มข้นถึง 50 เท่า ตัวนี้ขอบอกเลยค่ะว่าซึมซาบไว ผิวไม่เหนียวเหนอะหนะเลยค่ะ กลิ่นหอมอีก ด้วย ตัวนี้สามารถใช้ได้ทุกวันเลยค่ะ Banana Boat Ultra Protect Sunscreen ตัวสุดท้ายเป็นโลชั่นปกป้องแสงแดดที่มีส่วนผสมของว่านหางจระเข้ พร้อมช่วยปกป้องผิว จากการเผาไหม้ของแสงแดดถึง 50 เท่า เนื้อครีมบางเบา ช่วยปกป้องทั้งรังสียูวีเอและยูวีบี นอกจากนี้ยังมาพร้อมคุณสมบัติกันน้ำได้อีกด้วยค่ะตัวนี้ ใครจะไปเที่ยวทะเลตัวนี้เหมาะมากค่ะ และนี่ก็เป็นครีมกันแดดผิวกาย ทั้ง 3 แบรนด์ที่เราอยากแนะนำค่ะ แต่ส่วนตัวเราค่อนข้างชอบกันแดดของนีเวียมากที่สุด เพราะเนื้อบางเบา เกลี่ยง่าย ไม่ทิ้งคราบ สามารถใช้เป็นกันแดดและบำรุงผิวได้ทุกวันค่ะ ขอบคุณข้อมูลดีๆจาก https://www.cosmenet.in.th/cosme-intrend/34511/Cosme-Blind-Test-EP-13-ทดสอบครีมกันแดดทาตัวแบรนด์ไหน-เหมาะใช้เป็นกันแดด-Daily-ที่สุด
  5. สมัยนี้การจะมีบ้านสักหลังถือเป็นเรื่องที่ง่ายมาก เนื่องจากมีบ้านจัดสรรเติบโตขึ้นกันเป็นดอกเห็ด แต่บางครอบครัวที่ต้องการความเป็นส่วนตัวหรือต้องการมีพื้นที่ใช้สอยก็อาจจะไม่ชอบแนวโครงการบ้านจัดสรรใช่ไหมล่ะคะ แต่คุณก็ยังติดภาพในหัวว่าการจะจ้างบริษัทรับสร้างบ้านนั้นสิ้นเปลืองเงิน ทั้งแพงทั้งเสียเวลา วันนี้เราจึงมีบริษัทรับสร้างบ้านราคาประหยัดมาแนะนำให้คุณค่ะ บริษัทที่เรากำลังพูดถึงนั่นก็คือ Householder ด้วยความมุ่งมั่น และประสบการณ์กว่า 20 ปี ที่บริษัท เฮ้าส์โฮลเดอร์ จำกัด ครำหวอดเกี่ยวกับงานด้านก่อสร้าง ออกแบบ รับสร้างบ้าน รวมทั้งให้คำปรึกษาเรื่องสร้างบ้านอย่างมืออาชีพ การทำงานของเราได้ตอกย้ำความจริงข้อหนึ่ง ที่เราเรียนรู้ตลอดมาว่า บริษัทสร้างบ้านที่ดีมิใช่บริษัทที่มุ่งหวังเพียงกำไรในธุรกิจเพียงอย่างเดียว หากแต่ต้องมีจิตสำนึก และจรรยาบรรณ ในการให้บริการรับสร้างบ้านที่แข็งแรง และปลอดภัยให้แก่ลูกค้าบนปรัชญาพื้นฐาน ของความเหมาะสม กับความพอดี ดังที่เรายึดมั่นตลอดมา บริษัทฯ ให้ความสำคัญในการจัดหาทีมงานมืออาชีพ และผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางในทุกระบบของส่วนต่าง ๆ เพื่อคอยดูแลทุกรายละเอียด ทุกตารางนิ้วทุกทิศทาง ซึ่งล้วนมีความหมายในการสร้างและตกแต่ง ตลอดจนคัดสรรเฉพาะวัสดุอุปกรณ์ที่เปี่ยมด้วยคุณภาพ เพื่อคงประสิทธิภาพการใช้งานระยะยาว บริษัทรับสร้างบ้านของเรายังให้บริการครบวงจร รับสร้างบ้านสำเร็จรูป และให้บริการตั้งแต่ขั้นตอน การวางแผนการผลิต จนถึงการรับประกันหลังการขาย ที่พร้อมดูแลคุณตลอดไป เป็นอย่างไรบ้างคะกับบริษัทรับสร้างบ้านที่เราเก็บมาแนะนำในวันนี้ หากใครกำลังต้องการสร้างบ้านก็ขอให้บริษัทเฮ้าส์โฮลเดอร์ได้เป็นส่วนหนึ่งในการตัดสินใจของคุณนะคะ
  6. คำว่า “ขายสมบัติชาติ” เป็นวาทะกรรมที่บางกลุ่มหยิบยกเพื่อโจมตีการแปรรูป ปตท.มาอย่างช้านานจนถึงปัจจุบัน โดยการแปรรูปในครั้งนี้ คุณบรรยง พงษ์พานิชหย่อนความคิดเห็นลงในบทความตอนหนึ่ง เรื่อง ตำนาน “การแปรรูปรัฐวิสาหกิจ” … ปตท. เข้าสู่ตลาดหลักทรัพย์ 2544 (ตอน 5) ว่า “คนจำนวนมากเข้าใจว่า เงื่อนไขการแปรรูปฯ นี้ถูกตั้งขึ้นเพื่อบังคับให้เรา “ขายสมบัติชาติ” เพื่อเอาเงินไปใช้หนี้ และมีไม่น้อยเลยที่คิดเลยไปว่าเป็นแผนการชั่วร้ายให้ขายให้ต่างชาติ” … ซึ่งถ้าอ่านจากบทความนี้จะพบว่าไม่ได้เป็นความจริงอย่างที่กล่าวกัน ทั้งนี้คุณบรรยง ได้อธิบายเพิ่มเติมเกี่ยวกับเรื่องราวการแปรรูป ปตท. ครั้งนี้ว่ามีที่มาที่ไปอย่างไร และสร้างประโยชน์อย่างไรต่อประทศบ้าง “ผมขอยืนยันว่า การขายหุ้น IPO ของ ปตท.ในปี 2544 กระทำอย่างโปร่งใส อย่างมืออาชีพ ไม่ได้มีเรื่องสกปรกตามที่ถูกกล่าวหาแต่อย่างใด ซึ่งผมและทีมงานได้เคยไปอธิบายในที่ต่างๆ มามากมาย รวมทั้งกรรมาธิการของสภา เพียงแต่ยังไม่เคยเขียนอธิบายด้วยตัวเอง (จะเขียนอธิบายในบทความครั้งหน้าภายในสุดสัปดาห์นี้ครับ…เพราะเมื่อก่อนยังไม่รู้ว่าตัวเองเขียนหนังสือเป็นมาก่อน) IPO ของ ปตท. โดยขายหุ้นทั้งหมด 920 ล้านหุ้น ราคาหุ้นละ 35 บาท รวมมูลค่า 32,200 ล้านบาทในครั้งนั้น มีความสำคัญมากต่อเศรษฐกิจไทย ในประเด็นดังต่อไปนี้ – ปตท. ได้รับเงินไปเสริมฐานะ สามารถปรับโครงสร้างหนี้บริษัทลูกต่างๆ ได้ แถมมีเงินพอที่จะเข้าซื้อกิจการเอกชนอื่นๆ ที่มีปัญหา เช่น โรงกลั่นน้ำมัน ปิโตรเคมี ทำให้ขยายตัวเป็นกิจการที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย เป็นกิจการระดับโลก มีขนาดใหญ่กว่าปูนซีเมนต์ไทย (SCG) ที่เคยใหญ่ที่สุดในไทยถึง 3 เท่าตัว – การเข้าตลาดหลักทรัพย์ทำให้ ปตท. มีการปรับปรุงระบบบริหาร เข้าสู่มาตรฐานสากล มีนักลงทุนทั่วโลกคอยติดตามตรวจสอบ รวมทั้งเป็นแรงกดดันให้พัฒนาก้าวหน้าตลอดเวลา – การขยายตัวของกลุ่ม ปตท. ทำให้ไทยมีความมั่นคงและเสถียรภาพด้านพลังงาน ต่อเลยไปจนถึงการพัฒนาอุตสาหกรรมปลายน้ำ (Downstream) ด้านปิโตรเคมี ซึ่งถือเป็นอุตสาหกรรมหลัก – ทำให้ตลาดทุนไทยพลิกฟื้นกลับมาได้รับความสนใจจากนักลงทุนทั่วโลกใหม่ ในฐานะที่ทำงานอยู่ในตลาดทุนไทยมากว่า 36 ปี ผมกล้าพูดเลยว่า ถ้าไม่มีการเข้าตลาดฯ ของ ปตท. ตลาดหุ้นไทยจะไม่มีวันนี้ จะไม่ได้กลับมาเป็นกลไกหลัก เป็นแกนในการรวบรวมจัดสรรทรัพยากรให้ระบบเศรษฐกิจเช่นทุกวันนี้ หลังวิกฤติตลาดหุ้นไทยซบเซาอย่างหนัก โดยเฉพาะเมื่อธนาคาร 4 แห่งเพิ่มทุนได้แล้ว นักลงทุนผิดหวังขาดทุนทั่วหน้า ตลาดไทยแทบนับได้ว่าตายจากไปจากวงจรตลาดทุนโลก ในปี 2544 ก่อนขายหุ้น SET Index ตกต่ำที่ 280 Market Cap มีแค่ 1.5 ล้านล้าน ปริมาณซื้อขายเฉลี่ยแค่วันละ 6,300 ล้านบาท เพราะ ปตท. เข้าตลาด จึงปลุกตลาดหุ้นขึ้นมาใหม่ จนปัจจุบัน SET Index 1,350 Merket Cap 12 ล้านล้าน ซื้อขายกันวันละกว่า 30,000 ล้านบาท” อ่านข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ http://www.รู้จริงพลังงานไทย.com/วาทะกรรมขายสมบัติชาติ
×