ข้ามไปเนื้อหา
Update
 
 
Gold
 
USD/THB
 
สมาคมฯ
 
Gold965%
 
Gold9999
 
CrudeOil
 
USDX
 
Dowjones
 
GLD10US
 
HUI
 
SPDR(ton)
 
Silver
 
Silver/Oz
 
Silver/Baht
 

Sandee Jing

ขาประจำ
  • จำนวนเนื้อหา

    24
  • เข้าร่วม

  • เข้ามาล่าสุด

คะแนนนิยม

0 ปานกลาง

เกี่ยวกับ Sandee Jing

  • คะแนนนิยม
    น้องใหม่

Profile Information

  • เพศ
    ไม่บอก

ผู้เยี่ยมชมโปรไฟล์ล่าสุด

บล็อคผู้เยี่ยมชมเมื่อเร็วๆนี้ถูกปิดการใช้งานและไม่ถูกแสดงกับผู้ใช้งานอื่น

  1. นมโคแท้ 100% ที่มาจากฟาร์มที่มีการจัดการที่ดีจะมีจุลินทรีย์ปนเปื้อนต่ำ ในทุกช่วงวัยควรได้รับการดื่มนมอย่างสม่ำเสมอเพราะนมอุดมไปด้วยคุณประโยชน์ที่สำคัญต่อร่างกาย โดยเฉพาะน้ำนมโคเพราะมีส่วนช่วยเพิ่มสารอาหารให้แก่ร่างกายและเรายังต้องใส่ใจเลือกนมโค้แท้เท่านั้นซึ่งสามารถดูได้จากแม่วัวที่ต้องมีสุขภาพดี อารมณ์ดี และเป็นน้ำนมที่มีจุลินทรีย์ปนเปื้อนต่ำจึงจะได้คุณค่าทางสารอาหารสูง การมีการจัดการฟาร์มที่ดี จึงถือเป็นปัจจัยสำคัญในการดูแลโคนมให้ผลิตน้ำนมที่มีคุณภาพ ซึ่งในเรื่องนี้ ทาง โฟร์โมสต์ ได้ใส่ใจเป็นพิเศษด้วยการปฏิบัติตามหลัก 7 Diamonds ซึ่งเป็นกฎเหล็กด้านคุณภาพที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะของโฟร์โมสต์ ที่ให้ความสำคัญกับคุณภาพน้ำนมตั้งแต่อาหารเลี้ยงโค การออกแบบโรงเรือน ไปถึงการบันทึกข้อมูล มากไปกว่านั้นยังมีการควบคุมคุณภาพกว่า 100 ขั้นตอนในกระบวนการผลิต จึงสามารถผลิตน้ำนมโคดิบที่มีปริมาณโซมาติกเซลล์ในน้ำนม 5 หมื่นเซลล์ต่อลูกบาศก์เซนติเมตร (ค่าเฉลี่ยปริมาณโซมาติกเซลล์ในประเทศไทย 5 แสนเซลล์ต่อลูกบาศก์เซนติเมตร) เหมือนกับที่ ผศ.ดร.เกียรติศักดิ์ ดวงมาลย์ ภาควิชาเทคโนโลยีทางอาหาร คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า “น้ำนมโคที่มีคุณภาพสูง คือน้ำนมที่มีคุณค่าอาหาร โปรตีน แคลเซียม วิตามินและแร่ธาตุตามธรรมชาติครบถ้วน นอกจากนี้ยัง ต้องมีจุลินทรีย์ปนเปื้อนต่ำ ซึ่งปริมาณจุลินทรีย์ปนเปื้อนนี้จะมาก หรือน้อยขึ้นอยู่กับปริมาณของโซมาติกเซลล์ (Somatic cell) ที่เป็นเซลล์เม็ดเลือดขาว และเซลล์เยื่อบุผิวภายในเต้านมของแม่วัว จะเป็นตัวบ่งบอกภูมิต้านทานในร่างกายของวัว ถ้าวัวแข็งแรงก็จะมี โซมาติกเซลล์ต่ำให้น้ำนมคุณภาพดีมีจุลินทรีย์ปนเปื้อนต่ำนั่นเอง” ผศ.ดร.เกียรติศักดิ์ ดวงมาลย์ ทั้งนี้นอกจากการจัดการฟาร์มแล้ว การผลิตนมโคแท้ ที่ผลิตจากน้ำนมดิบคุณภาพดี มีจุลินทรีย์ปนเปื้อนต่ำก่อนเข้าสู่กระบวนการผลิตชั้นสูง ที่ได้มาตรฐาน จะช่วยกักเก็บคุณค่าสารอาหารจากธรรมชาติได้ครบถ้วน ทำให้น้ำนมยังมีสารอาหารต่างๆ คงอยู่ตามธรรมชาติสูง ด้วยการคัดสรรน้ำนมที่มีคุณภาพสูง สารปนเปื้อนต่ำ และกระบวนการผลิตที่พิถีพิถัน ทำให้โฟร์โมสต์นอกจากเป็นนมโคแท้ 100% แล้ว ยังมีคุณค่าทางโภชนาการสูงที่มีสารอาหารจากธรรมชาติไม่ผ่านการปรุงแต่ง เช่น โปรตีน แคลเซียม วิตามินบี1 วิตามินบี2 วิตามินบี5 วิตามินบี12 วิตามินเอ เหล็ก ฟอสฟอรัส ไอโอดีน วิตามินดี วิตามินอี วิตามินเค จึงมั่นใจได้ว่าโฟร์โมสต์ นมโค100% ผลิตด้วยความใส่ใจในทุกๆ ขั้นตอน เพื่อพัฒนานมที่มีคุณภาพน้ำนม มีจุลินทรีย์ปนเปื้อนต่ำ และคงคุณค่าสารอาหารธรรมชาติได้มากกว่านมทั่วไป โดยเฉพาะวิตามินที่จำเป็นต่อร่างกาย เห็นไหมคะไม่ว่าจะอยู่ในช่วงวัยไหนการดื่มนมก็ถือเป็นสิ่งสำคัญต่อร่างกายอย่างมากและที่สำคัญต้องเลือกให้เป็นเพราะร่างกายเราเราต้องเลือกสิ่งที่ดีให้กับตัวเองถ้าได้ความรู้จากบทความนี้แล้วก็อย่าลืมนำไปประกอบการตัดสินใจในการเลือกนมมาดื่มนะคะ เพื่อสุขภาพที่ดีแข็งแรงยกครอบครัว ขอบคุณข้อมูลจาก http://bit.ly/2NBSVnv
  2. คำตอบคือ “จริง” …ประเทศไทยมีน้ำมันน้อย จัดหาได้เพียง 15% จากปริมาณการใช้ในประเทศ แต่ยังมีบางส่วนที่ยังคงต้องมีการส่งออก น้ำมัน ทั้งรูปแบบน้ำมันสำเร็จรูปและน้ำมันดิบ ซึ่งกรณีดังกล่าวสร้างความสับสนให้ประชาชนที่รับข้อมูลบางกลุ่ม ถึงขนาดมีบางคนคิดว่าแท้จริงแล้วประเทศไทยเป็นประเทศที่มีน้ำมันมหาศาลติดอันดับโลก หรือไม่ก็มีการคอรัปชั่นในวงการพลังงาน “ประเทศไทยมีน้ำมันน้อย” คำว่าน้อย-มาก วัดกันที่ไหน? ส่วนตัวคิดว่าวัดกันที่จำนวนการใช้ ถ้าประเทศต้องพึ่งพาการนำเข้า น้ำมันอย่างนี้เรียกว่ามีน้อย แต่ถ้ามีพอใช้ในประเทศหรือมีเหลือจากการใช้ในประเทศแล้วสามารถส่งออก น้ำมันได้อย่างนี้ เรียกว่ามีมาก ซึ่งพอใช้หลักการนี้ในการวัด คนอาจสับสนได้เพราะมันดูย้อนแย้ง ประเทศไทยทั้งพึ่งพาการนำเข้า น้ำมันแต่ก็ยังมีการส่งออก น้ำมัน อย่างนี้เรียกว่ามีมากหรือมีน้อย คำตอบคือ “มีน้อย” เหตุผลของการนำเข้า-ส่งออก น้ำมัน ที่ถือว่าไทยมีน้ำมันน้อย คือ กรณีน้ำมันที่นำเข้าเพื่อการส่งออก คล้ายกับประเทศไทยเป็นพ่อค้าคนกลาง ซื้อน้ำมันจากต่างประเทศมาขึ้นท่าเรือที่เมืองไทย และส่งออก น้ำมัน ให้ประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งราคาที่ส่งขายจะเป็นราคาที่ถูกกว่า เพราะไม่ได้เก็บภาษีสินค้าในประเทศ ตามหลักสากลทั่วไป หรือการนำเข้า น้ำมัน มากลั่นเพื่อส่งออก อันนี้ต้องทำความเข้าใจว่าประเทศชาติไม่ได้เสียผลประโยชน์อะไร กลับกันการที่โรงกลั่นสามารถทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ กลั่นได้ทีละมาก ๆ ยิ่งทำให้ต้นทุนการกลั่นในประเทศลดลงด้วยจึงทำให้เป็นสาเหตุที่ว่าส่งออกถูกกว่า นอกจากนี้การกลั่นน้ำมันเราไม่สามารถเลือกได้ว่าอยากได้เบนซินกี่เปอร์เซ็นต์หรือดีเซลกี่เปอร์เซ็นต์ ดังนั้นน้ำมันที่ได้จากการกลั่นย่อมไม่ตรงหรือไม่บาลานซ์กับปริมาณการใช้ สมมติเรากลั่นน้ำมันดีเซลได้ 50% เบนซิน 35% ที่เหลือเป็นอื่น ๆ แต่ปริมาณการใช้น้ำมันดีเซลบ้านเราอยู่ที่ประมาณ 50 ล้านลิตรต่อวัน ในขณะที่เบนซิน 95 อยู่ที่ประมาณ 1ล้านลิตรต่อวัน แบบนี้ประเทศไทยจึงจำเป็นต้องนำเข้า น้ำมันมามาก ๆ เพื่อกลั่นดีเซลให้เพียงพอต่อความต้องการ กลับกันเบนซินที่เกิดจากความต้องการก็ส่งขายออกนอกประเทศ กรณีส่งออก น้ำมันดิบในประเทศ ซึ่งมาจาก 2 สาเหตุสำคัญคือ โรงกลั่นไม่สามารถกลั่นน้ำมันดิบได้ หรือน้ำมันดิบไม่เหมาะกับการใช้ของคนในประเทศ ในกรณีแรกน้ำมันจากบางแหล่ง มีสารปรอทมาก ซึ่งมีผลต่อวัสดุโรงกลั่น โรงกลั่นก็ไม่อยากรับซื้อ จึงส่งออก น้ำมันให้กับประเทศที่สามารถกลั่นน้ำมันดิบชนิดนั้นได้ บางคนอาจเถียงว่าทำไมโรงกลั่นไทยไม่สามารถกลั่นน้ำมันในไทยได้ทั้งหมด ตอบง่ายๆ ว่าเอกชนย่อมลงทุนสร้างโรงกลั่นที่สามารถกลั่นน้ำมันส่วนใหญ่ในประเทศ การที่จะสร้างโรงกลั่นที่สามารถกลั่นน้ำมันได้ทั้งหมด นั่นหมายความว่าต้นทุนโรงกลั่นจะสูงขึ้น มีผลให้ราคาน้ำมันสำเร็จรูปสูงขึ้นตามไปด้วย กรณีที่สองซึ่งถือว่าน้อยมากในปัจจุบัน คือการขุดเจาะพบน้ำมันดิบที่สามารถกลั่นเบนซินได้มาก ไม่บาลานซ์กับการใช้ของคนไทย ก็จะมีการส่งออกเพื่อนำเข้า น้ำมันดิบที่ต้องกับการใช้ของคนไทยคือกลั่นดีเซลได้มากเข้ามาแทน ทั้งนี้ปัจจุบันการส่งออก น้ำมันดิบไม่มีแล้ว หากแต่ปัญหาน้ำมันดิบยังคงอยู่ คงต้องรอดูกันต่อไปว่าจะมีมาตรการณ์แก้ปัญหาอย่างไรในอนาคต การจะเชื่อว่าพลังงานไทยมีมากมีน้อย จำเป็นต้องใช้เหตุผลและข้อเท็จจริงเป็นหลัก ซึ่งทุกคำถามมีคำตอบอยู่เสมอ สำคัญคือการไม่อคติมองข้อมูลอย่างเป็นกลาง จำไว้ว่าการโกหกตัวเองว่าเรามีน้ำมันเยอะ ไม่ได้ทำให้น้ำมันที่มีอยู่จริงเพิ่มขึ้น ดังนั้นการเชื่อในข้อเท็จจริงเพื่อเตรียมตัวรับสถานการณ์ย่อมเป็นเรื่องที่ดี ขอบคุณข้อมูลจาก : http://www.รู้จริงพลังงานไทย.com/นำเข้า-ส่งออกน้ำมันไทย/
  3. การทำเบเกอรี่หรือทำเค้กในปัจจุบันถือว่าแพร่ว่าออกไปอย่างรวดเร็วสำหรับกลุ่มคนที่รักในการทำอาหาร และแน่นอนว่าคนทำเบเกอรี่หน้าใหม่นั้นมีไม่น้อยเลยทีเดียว แต่ก็อย่างว่าไม่มีอะไรที่สำเร็จได้ง่ายการทำเบเกอรี่ก็เช่นกัน เพราะเชื่อเลยว่าต้องเจอปัญหาเนื้อเค้กอย่างแน่นอน ไม่ว่าจะเค้กยุบ เค้กเหนียว เค้กเป็นไต เค้กเป็นรู ซึ่งถือเป็นปัญหาสุดฮิตของการทำเค้กเลยก็ว่าได้ กว่าจะได้สูตรทําเบเกอรี่ที่ลงตัวเหมือนออกรบกันเลยทีเดียว วันนี้เรามีเทคนิคทำเค้กง่าย ๆ เอาใจมือใหม่มาฝากกัน ไปดูกันเลยค่ะ ปัญหาเนื้อเค้กที่นักเบเกอรี่ต้องเจอ หลักๆ แล้วเนื้อเค้กที่ใช้ทำเบเกอรี่มีอยู่ 3 ประเภท ได้แก่ เนื้อชิฟฟ่อน เนื้อสปันจ์ และเนื้อบัตเตอร์ ซึ่งปัญหาเนื้อเค้กเหล่านี้ สามารถแก้ปัญหาในทางเดียวกันได้ เพราะมีส่วนผสมและกรรมวิธีที่คล้ายคลึงกัน แต่จุดที่ต้องระวังคือ เนื้อเค้กมีความละเอียดอ่อนสูง ดังนั้นนักเบเกอรี่ต้องใส่ใจและรู้จักเทคนิคในการสังเกตเค้กให้ดี ดังนี้ค่ะ เค้กยุบ สาเหตุ : เกิดจากการตีไข่ขาวเบาเกินไป ทำให้ฟองอากาศน้อย เวลามาคนผสมกับเนยแล้วนำไปอบ จะทำให้เค้กไม่มีโครงสร้างฟองอากาศมากพอ ส่งผลให้เค้กยุบได้ วิธีแก้ปัญหา : ต้องตีไข่ขาวให้ ตั้งยอด สังเกตได้จากฟองอากาศ จะมีขนาดเล็กลงและละเอียดขึ้น ไข่ขาวส่วนที่เป็นของเหลวจะลดลงเรื่อยๆ และเริ่มเห็นความฟูของไข่ขาว สาเหตุ : เกิดจากการอบด้วยอุณหภูมิต่ำเกินไป ปกติการอบเค้กจะใช้ระดับอุณหภูมิสูงถึง 170 - 180 องศาเซลเซียส หากใช้ อุณหภูมิต่ำเกินไป ส่งผลให้เค้กไม่ขึ้นฟู สุกไม่เต็มที่ และทำให้เค้กยุบได้เช่นกัน วิธีแก้ปัญหา : ลองเช็คดูว่าเค้กสุกหรือยัง วิธีการเช็คว่าเค้กสุกหรือยัง เช็คได้โดยการเอานิ้วแตะหน้าเค้กแล้วกดเบาๆ ถ้าสุกแล้วเค้กจะสปริงตัวกลับมา เค้กเหนียว สาเหตุ : เกิดจากการตะล่อมส่วนผสมนานเกินไป ทำให้ฟองอากาศลดน้อยลงและพื้นที่ที่จะให้ฟองอากาศขยายตัวมีน้อย จึงเป็นสาเหตุให้เค้กเหนียว วิธีแก้ปัญหา : คนด้วยความเร็วต่อเนื่องและสม่ำเสมอ คนพอให้เข้ากันไม่ให้เห็นเม็ดแป้งถือว่าใช้ได้ และที่สำคัญ ต้องคนด้วยความเร็วต่อเนื่องและสม่ำเสมอ เค้กเป็นไต สาเหตุ : เกิดจากการคนส่วนผสมไม่เข้ากัน ทำให้ส่วนผสมที่หนักกว่านอนก้นบริเวณด้านล่างของพิมพ์ เวลาอบจึงทำให้ ด้านบนสุก แต่ด้านล่างยังเป็นไต วิธีแก้ปัญหา : เช็คว่ามีน้ำมันหรือเนยนอนก้นหรือไม่ เกิดจากการคนส่วนผสมที่เป็นน้ำมันไม่เข้ากัน ง่ายๆ แค่ใช้ไม้พายกวาดไปบริเวณก้นโถแล้วเช็คว่ามีน้ำมันหรือเนยนอนก้นหรือไม่ หากมี คนให้เข้ากันอีกครั้ง สาเหตุ : เกิดจากการอบด้วยอุณหภูมิสูงเกินไป เมื่อเค้กได้รับอุณหภูมิที่สูงมากๆ เค้กด้านบน และด้านข้าง จะได้รับความร้อนเร็วกว่า ทำให้เค้กสุกก่อน ส่วนด้านในยังเป็นของเหลวอยู่ เมื่ออบครบเวลา จะทำให้ส่วนในสุดยังไม่สุก มีลักษณะแฉะ หรือเป็นไตได้ วิธีแก้ปัญหา : ลองเช็คดูว่าเค้กสุกหรือยัง ควรลดอุณหภูมิในเตาอบลงให้พอดีประมาณ 175 องศาเซลเซียส หรือ เลือกอบไฟล่างก่อน แล้วค่อยมาอบไฟบนอีกประมาณ 10 นาที หรือถ้าหากไม่แน่ใจ ลองใช้เทอร์โมมิเตอร์วัดเตาอบก่อนได้ เค้กเป็นรู สาเหตุ : เกิดได้จากการตีไข่ขาวตั้งยอดแข็งเกินไป ทำให้เวลานำมาคนผสมกับส่วนประกอบอื่นๆ ได้แบทเทอร์ หรือส่วนผสมที่เป็นของเหลวข้นที่ออกมาไม่เนียน เวลาอบจึงส่งผลให้มีโพรงอากาศเล็กใหญ่ ไม่สม่ำเสมอกัน เนื้อเค้กร่วนและแข็งกระด้างขึ้น วิธีแก้ปัญหา : เพิ่มเวลาในการตีตัดฟองอากาศมากขึ้น หากรู้สึกว่าแบทเทอร์ยังไม่เนียน ให้เพิ่มเวลาในการตีตัดฟองอากาศมากขึ้น จนรู้สึกว่าแบทเทอร์เนียนเป็นเนื้อเดียวกันแล้ว กว่าจะได้เค้กออกมาสักก้อนไม่ใช่เรื่องง่ายเลยใช่ไหมล่ะคะ? แต่ถ้าเรามีความตั้งใจที่จะเรียนรู้และเอาใจใส่ในการทำเค้กอย่างพิถีพิถัน รับประกันเลยค่ะว่าเค้กของคุณจะต้องเป็นที่ถูกใจใครหลายคนแน่นอน และอีกหนึ่งส่วนสำคัญสำหรับคนทำเบเกอรี่คือต้องเลือกส่วนผสมอย่างดีและหมั่นหาเทคนิคมาปรับใช้ให้ออกมาเป็นเค้กที่บ่งบอกความเป็นคุณได้อย่างสมบูรณ์แบบที่สุด สำหรับมือใหม่ที่อยากเรียนรู้หรือหาสูตรมาลองฝึกทำกันเพิ่มเติม สามารถติดตามได้ที่ http://www.falconforprofessional.com/recipe/bakery
  4. การเลือกนมดี ๆ ให้กับลูกรัก เป็นอีกหนึ่งโจทย์ยากสำหรับคุณแม่ เรียกได้ว่าจะต้องทำการบ้านมาอย่างดี ทั้งหาข้อมูล ทั้งศึกษาอย่างดี วันนี้เราจะพาไปดูเคล็ดลับในการเลือกนมโดยเฉพาะนมโคแท้100% ว่าควรเลือกอย่างไรให้เปี่ยมไปด้วยคุณภาพ ไปดูกันเลยค่ะ ผศ.ดร.เกียรติศักดิ์ ดวงมาลย์ ภาควิชาเทคโนโลยีทางอาหาร คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้กล่าวไว้ว่า “น้ำนมดิบที่มีคุณภาพสูงต้องอุดมไปด้วยสารอาหารที่มีประโยชน์ ทั้ง โปรตีน วิตามิน ไขมัน เกลือแร่ ที่สำคัญคือมี จุลินทรีย์ และโซมาติกเซลล์ ในปริมาณต่ำ” “โซมาติกเซลล์ คือเซลล์เม็ดเลือดขาวและเซลล์เยื่อบุผิวภายในเต้านมของแม่วัว อย่างที่เรารู้กันดีว่าถ้าร่างกายผลิตเซลล์เม็ดเลือดขาวในปริมาณมากเมื่อไร นั่นเป็นสัญญาณบ่งบอกว่าภูมิต้านทานของร่างกายเริ่มลดลงแล้ว ดังนั้น น้ำนมจากเต้าก็อาจมีเชื้อปนเปื้อนสูงด้วย” สาเหตุที่โซมาติกเซลล์มีปริมาณสูงเกิดได้หลายประการ เช่น เต้านมแม่วัวอักเสบ อุณหภูมิในฟาร์มร้อนเกินไป พื้นเฉอะแฉะ ไม่สะอาด อากาศไม่ปลอดโปร่ง ฯลฯ ดังนั้น ผู้ผลิตจะต้องให้ความสำคัญกับการจัดการภายในฟาร์ม เริ่มตั้งแต่การเลี้ยงดูแม่วัวให้มีสุขภาพแข็งแรง จัดสภาพแวดล้อมที่ดี เพื่อให้แม่วัวอารมณ์ดี ไม่เครียด ไม่เพียงแค่จัดการฟาร์มให้ดี การขนส่งน้ำนมดิบจากฟาร์ม ไปยังศูนย์รับน้ำนมเพื่อเข้าสู่กระบวนการผลิตขั้นสูงก็สำคัญไม่แพ้กัน หากย่นระยะเวลาได้เร็วมากขึ้นเท่าไร ก็ยิ่งลดการเติบโตของจุลินทรีย์ได้มากเท่านั้น หากนมโคแท้มีจุลินทรีย์ปนเปื้อนต่ำก็จะมีสารอาหาร กลิ่น รสชาติเฉพาะตัวของน้ำนม ที่ยังคงอยู่ตามธรรมชาติ โฟร์โมสต์ให้ความใส่ใจคุณภาพน้ำนมร่วมกับเกษตรกรไทยอย่างต่อเนื่อง เพื่อส่งเสริมเกษตรกรไทยให้พัฒนาน้ำนมดิบที่มีคุณภาพสูงยิ่งๆขึ้นไป อุดมไปด้วยสารอาหารจากธรรมชาติครบ ไม่ว่าจะเป็น โปรตีน แคลเซียม วิตามินบี 1 วิตามินบี 2 วิตามินบี 5 วิตามินบี 12 วิตามินเอ เหล็ก ฟอสฟอรัส ไอโอดีน วิตามินดี วิตามินเค ฯลฯ เพื่อให้ได้น้ำนมที่มีจุลินทรีย์ปนเปื้อนน้อยที่สุด ซึ่งโดยปกติน้ำนมดิบทั่วไปจะต้องมีค่าโซมาติกเซลล์ไม่เกิน 5 แสนเซลล์ต่อลูกบาศก์เซนติเมตร แต่เกษตรกรของโฟร์โมสต์ที่ผ่านการฝึกอบรมในโครงการพัฒนาคุณภาพน้ำนมที่เรียกว่า “DDP” (DAIRY DEVELOPMENT PROGRAM) สามารถผลิตน้ำนมที่มีปริมาณโซมาติกเซลล์ในน้ำนมที่ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยทั่วไปถึง 10 เท่า (เพียง 5 หมื่นเซลล์ต่อลูกบาศก์เซนติเมตรเท่านั้น) ภายใต้กฎเหล็กด้านคุณภาพ “7 Diamonds” ซึ่งให้ความสำคัญกับทุกขั้นตอนตั้งแต่อาหารเลี้ยงแม่วัว การออกแบบโรงเรือน และการบันทึกข้อมูลเพื่อควบคุมคุณภาพกว่า 100 ขั้นตอน! การใส่ใจดูแลลูกน้อยเป็นเรื่องสำคัญอย่างมากสำหรับคุณแม่ดังนั้นการเลือกนมโคแท้100% ให้กับลูก ถือเป็นอีกหนึ่งเรื่องที่ควรเอาใจใส่ให้มาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับการเลือกนมโคแท้จากผู้ผลิตที่มีกระบวนการผลิตที่ได้มาตรฐานและคุณภาพรอบด้านในทุกขั้นตอน เพื่อให้ลูกน้อยของคุณได้รับสารอาหารที่เหมาะสำหรับการเจริญเติบโตของร่างกายอย่างสมวัย ขอบคุณข้อมูลจาก http://bit.ly/2KeRkFj
  5. สวัสดีค่ะ หลายท่านคงเกิดข้อสงสัยว่าทำไมตั้งแต่วัยเด็กจนถึงเมื่อโตเป็นผู้ใหญ่เราถึงจำเป็นต้องดื่มนม เพราะตามความเข้าใจแล้วผู้ใหญ่คงมองว่าแค่เฉพาะกลุ่มเด็กเล็กเท่านั้นที่ควรดื่มนม วันนี้เราจะมาไขข้อสงสัยและชี้ให้เห็นประโยชน์ของนม ถ้าพร้อมแล้วไปดูกันค่ะ ก่อนอื่นต้องทราบก่อนว่าร่างกายที่แข็งแรงนั้นประกอบด้วย 3 ส่วนหลักได้แก่ กระดูกและกล้ามเนื้อที่แข็งแรง เพื่อพยุงโครงสร้างของร่างกายให้ตั้งตรง ระบบประสาทที่สั่งงานและสื่อสารกับทุกส่วนของร่างกาย พลังงานเพื่อขับเคลื่อนระบบประสาทและกล้ามเนื้อ นมวัว นั้นเถือเป็นนมที่ได้รับความนิยมที่สุดเนื่องจากมีโปรตีนและแคลเซียมจากธรรมชาติ ในขณะที่นมที่สกัดมาจากพืช เช่น นมถั่วเหลืองนั้นมีแคลเซียมในปริมาณที่ต่ำกว่านมวัวมาก ดังนั้นนมถั่วเหลืองชนิดแคลเซียมสูงจึงได้จากการเสริมแคลเซียมเข้าไปเท่านั้น ที่สำคัญนมวัวนั้นยังคงเป็นอีกส่วนสำคัญของมื้ออาหารในชีวิตประจำวันเสมอ แม้เราจะผ่านช่วงวัยเด็กมาแล้วก็ตาม เพราะนมนั้นอุดมไปด้วยสารอาหารจำเป็นที่หลากหลายเพื่อเสริมสร้างให้ร่างกายแข็งแรง เช่น โปรตีน เพื่อเสริมสร้างและบำรุงกล้ามเนื้อให้แข็งแรงอยู่เสมอ แคลเซียม เพื่อเสริมสร้างกระดูกอย่างต่อเนื่อง วิตามินบี2 และ บี12 เพื่อให้พลังงานและบำรุงระบบประสาทและสมอง นอกจากการบริโภคอาหารที่มีประโยชน์แล้วนั้น หลายคนเข้าใจและให้ความสำคัญกับการออกกำลังกายเพื่อให้กล้ามเนื้อและร่างกายแข็งแรง อย่างไรก็ตามบางคนไม่รู้ว่าการที่จะทำให้ร่างกายได้รับผลประโยชน์จากการออกกำลังกายอย่างเต็มที่ เราควรออกกำลังกายควบคู่กับการบริโภคโปรตีนเพื่อซ่อมแซมและฟื้นฟูกล้ามเนื้อภายใน 30 นาทีหลังจากการออกกำลังกาย ซึ่งนมนั้นได้รับการวิจัยมาแล้วว่าเป็นเครื่องดื่มที่ช่วยฟื้นฟูร่างกายหลังจากการออกกำลังกายได้ดี หลังจากทราบข้อมูลและคุณประโยชน์ของนมในระดับหนึ่งแล้วอย่ามองข้ามการดื่มนมนะคะ ไม่ว่าจะวัยไหนร่างกายก็ยังต้องการคุณค่าและสารอาหารจากนม ยิ่งดื่มก็ยิ่งได้ และที่สำคัญควรเลือกดื่มนมที่มีส่วนช่วยในการเสริมสร้างพัฒนาร่างกายอย่างเช่น นมที่มีแคลเซียมสูง เพื่อประโยชน์ที่ครบถ้วนต่อร่างกายคุณ ขอบคุณข้อมูลดีๆจาก http://bit.ly/2vHIs1F
  6. เมื่อมีลูกน้อยปัญหาที่คุณแม่หลายท่านจะต้องเผชิญก็คืออาการท้องเสียที่เกิดกับลูกโดยเฉพาะหลังการดื่มนม แต่อย่างไรก็ตามอาการท้องเสียจากการ “ดื่มนมวัว” อาจไม่ได้เกิดขึ้นกับเด็กทุกคน กรณีนี้ทำให้คุณแม่หลายท่านเกิดความกังวลในการเลือกนมมาให้ลูกน้อยดื่ม วันนี้เรามีคำแนะนำในการแก้ปัญหาหากลูกของคุณท้องเสียจะรับมืออย่างไรบ้าง ไปดูกันค่ะ การที่ลูกน้อยจะเติบโตแข็งแรงและมีพัฒนาการที่สมบูรณ์รอบด้านนั้น โภชนาการก็ถือเป็นปัจจัยสำคัญต่อพัฒนาการเด็ก เด็กที่ได้รับสารอาหารครบทั้ง 5 หมู่ในปริมาณที่พอเหมาะ จะมีการเติบโตที่ดี ร่างกายแข็งแรงสมบูรณ์ โดยแหล่งสารอาหารเสริมที่สำคัญสำหรับช่วงวัยเด็กก็คือ “นม” โดยเฉพาะนมวัว ‘นมวัว’ ตัวการทำให้เกิดอาการขับถ่ายไม่เป็นปกติ? คุณแม่ทุกคนล้วนทราบดีว่า นมวัวมีสารอาหารที่มีประโยชน์มากมายที่จำเป็นต่อการเจริญเติบโตของลูก แต่บางครั้งก็อาจเคยได้ยินหรือประสบปัญหากับตัวเอง เรื่องการขับถ่ายไม่ปกติจากการดื่มนมวัว เช่น ท้องเสีย ท้องอืด และท้องผูก เรามาทำความเข้าใจสาเหตุ ข้อเท็จจริงของปัญหาเหล่านี้กัน ท้องเสียหลังการดื่มนม เนื่องจากในนมมีน้ำตาลแลคโตส ที่จำเป็นต้องใช้เอ็นไซม์แลคเตส (Lactase)ในการย่อย และเอ็นไซม์นี้มีอยู่น้อยในคนเอเชีย และลดลงเวลาที่เราโตขึ้น เมื่อเอ็นไซม์มีไม่เพียงพอในการย่อยน้ำตาลแลคโตส น้ำตาลแลคโตสจะถูกย่อยโดยแบคทีเรียในลำไส้ใหญ่แทน และกระบวนการนี้จะก่อให้เกิด แก๊ส และปฏิกิริยาอินทรีย์จนก่อให้เกิดอาการท้องเสียได้ ท้องอืดหลังการดื่มนม แท้จริงแล้วเมื่อเด็กดื่มนมไม่ว่าชนิดใด หรือดื่มน้ำในปริมาณมาก หรือเร็วเกินไป เด็กก็สามารถที่จะกลืนลมเข้าไปในกระเพาะอาหารได้ และสิ่งเหล่านี้เป็นสาเหตุทำให้ลูกน้อยไม่สบายตัว จากแก๊สในกระเพาะและอาจก่อให้เกิดความเครียดได้ ท้องผูก ถ่ายแข็ง ท้องผูกในเด็กสามารถเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ เช่น การที่เด็กได้รับอาหารที่มีเส้นใยน้อยเกินไป (กินผัก ผลไม้ ในปริมาณน้อย) ดื่มน้ำน้อยเกินไป เกิดจากความผิดปกติของลำไส้ หรือจากการแพ้โปรตีนนม คุณแม่จำเป็นต้องสำรวจหาสาเหตุที่แท้จริง จากพฤติกรรมการกินของลูกก่อน และปรับอาหารลูกให้เหมาะสม การดื่มนมในปริมาณมากเกินไป ก็อาจเป็นสาเหตุให้เด็กรับประทานอาหารอื่นที่มีเส้นใยได้น้อยลง ป้องกันอย่างไร? ไม่ให้เจ้าตัวเล็กท้องอืด ท้องเสีย และท้องผูก เมื่อทราบสาเหตุของอาการ ขับถ่ายไม่ปกติแล้ว คุณแม่ก็สามารถจัดการปัญหาเหล่านี้ได้ ด้วยข้อปฏิบัติง่ายๆดังนี้ค่ะ Tip 1 สังเกตลูกอย่างใกล้ชิด เนื่องจากสุขภาพที่ดีและภูมิคุ้มกันของลูก เริ่มต้นที่ระบบขับถ่าย แม่จำเป็นต้องแน่ใจว่าลูกมีการขับถ่ายที่ดี ต้องมีการสังเกตอยู่เสมอว่าลูกมีการขับถ่ายที่ปกติหรือไม่ และหาสาเหตุที่แท้จริง Tip 2 ดูแลเรื่องโภชนาการ เน้นอาหารที่หลากหลาย ครบ 5 หมู่ และอาหารที่อุดมด้วยเส้นใย เช่น ผักใบเขียว ผลไม้ มะละกอ ลูกพรุน แก้วมังกร ข้าวกล้อง ซีเรียล ข้าวโอ๊ต และ ฝึกให้ลูกดื่มน้ำในปริมาณที่เหมาะสมในแต่ละวัน หรือ 4 - 6 แก้วต่อวัน Tip 3 รักษาความสะอาด ภาชนะต่างๆ ถือเป็นส่วนสำคัญ คุณแม่ควรดูแลเรื่องความสะอาดและสุขอนามัย เพื่อป้องกันเชื้อโรคต่างๆ เข้าสู่ร่างกายของเด็ก ฝึกนิสัยการล้างมือ ไม่เอามือเข้าปาก Tip 4 ปรับให้ลูกดื่มนมเป็นเวลาและในปริมาณที่เหมาะสม น้ำตาลแลคโตส เป็นน้ำตาลที่เป็นอาหารจุลินทรีย์ที่ดีในลำไส้ มีส่วนช่วยให้ระบบขับถ่ายทำงานได้ดี แม้ว่าเด็กเอเชียจะมีปริมาณเอ็นไซม์แลคเตส อยู่น้อย แต่ร่างกายสามารถสร้างเอ็นไซม์นี้ได้เมื่อลูกดื่มนมเป็นประจำ คุณแม่จำเป็นต้องให้ลูกดื่มนมอย่างต่อเนื่อง เริ่มจากที่ละน้อยเพื่อให้ร่างกายเด็กสามารถปรับตัว หลังจากได้เรียนรู้วิธีรับมืออาการท้องเสียของลูกน้อยแล้วลองนำไปปรับใช้กับลูกของคุณดูนะคะบางทีการใส่ใจและสังเกตอาการอยู่เป็นประจำอาจจะทำให้คุณแม่แก้ปัญหาได้ทัน และที่สำคัญอย่ามองข้ามพัฒนาการของลูกที่ควรให้เป็นไปตามวัยเพราะถึงอย่างไรการดื่มนมก็ส่งผลที่ดีและมีคุณประโยชน์กับเด็กอย่างมาก ถ้าทำได้ตามนี้มั่นใจได้เลยค่ะว่าลูกรักของคุณจะโตตามวัยไปพร้อมพัฒนาการที่ดีอย่างแน่นอน ขอบคุณข้อมูลดีๆจาก http://bit.ly/2zbsceg
  7. คุณแม่มือใหม่ที่กำลังหาข้อมูลสำหรับนมที่จะให้ลูกน้อยของคุณได้ดื่ม คงจะต้องคุ้นเคยกับคำว่ากรดอะมิโนจำเป็นกันอย่างดี เพราะในวัยที่ต้องการการเจริญเติบโตรวมถึงการพัฒนาของสมองที่ถือเป็นเรื่องสำคัญในเด็กช่วงวัย 1 – 3 ขวบ วันนี้เรามีเกร็ดความรู้เกี่ยวกับ กรดอะมิโนจำเป็น 9 ชนิด และ โอเมก้า 3,6,9 มาให้ดูกันว่าสำคัญต่อเด็กในช่วงวัยนี้อย่างไร ไปดูพร้อมกันเลยค่ะ คุณแม่ทุกคนล้วนอยากเห็นการเรียนรู้และพัฒนาการทางด้านต่างๆ ของลูก ทั้งด้านสมอง สติปัญญา อารมณ์ สังคม ร่างกาย สมองถือเป็นอวัยวะที่สำคัญ เพราะสมองเป็นตัวสั่งการและควบคุมพัฒนาการในทุกด้านของเด็ก ลูกน้อยตั้งแต่อยู่ในท้องคุณแม่ – 6 ขวบ สมองเติบโตถึง 90% คุณแม่ยุคใหม่จึงควรใส่ใจเรื่องพัฒนาการสมองและสารอาหารของลูกน้อยเพื่อเป็นรากฐานในการเติบโตที่สมบูรณ์ตามวัย ทุกพัฒนาการและการเรียนรู้ของลูกทำให้หัวใจของแม่พองโต ไม่ว่าจะเป็น การพลิกตัวครั้งแรก หัดคลาน การพูด นั่นหมายถึงพัฒนาการด้านร่างกายและสมองทำงานสอดประสานกัน ซึ่งมีผลต่อการเรียนรู้ของลูกน้อยให้เติบโตในระดับที่มากขั้น สมอง ทำหน้าที่ควบคุมการทำงานของอวัยวะต่างๆ เป็นตัวกระตุ้นการเติบโต ช่วยกระตุ้นให้ร่างกายฟื้นฟูจากอาการบาดเจ็บ และด้วยความมหัศจรรย์ของสมองที่ถูกออกแบบมาเพื่อให้เรียนรู้ตลอดเวลา เด็กจะมีการเรียนรู้ จดจำได้ดี ฉลาดขึ้น มีสติปัญญาดีขึ้น หากสมองได้รับสารอาหารที่เหมาะสม พร้อมกับการที่เด็กได้รับประสบการณ์เรียนรู้ใหม่ๆ อยู่ตลอด กรดอะมิโนจำเป็น และ โอเมก้า สารสำคัญพัฒนาสมอง สองสารอาหารพัฒนาสมอง เพื่อให้แน่ใจว่าสมองพัฒนาและทำงานอย่างเต็มประสิทธิภาพคือ กรดอะมิโน หรือ Amino Acid คือหน่วยเล็กๆ ของโปรตีน โดยร่างกายจะย่อยโปรตีนให้กลายเป็นกรดอะมิโนเพื่อดูดซึมสู่กระแสเลือดแล้วนำไปใช้ต่อกับทั้งร่างกายและสมอง กรดอะมิโนเป็นโครงสร้างหลักของร่างกาย ซึ่งเป็นส่วนประกอบของ DNA ช่วยให้เซลล์ร่างกายทำงานได้อย่างเต็มที่ กรดอะมิโนมีความสำคัญมากต่อการทำงานของสมองที่ขาดไม่ได้ เพราะกรดอะมิโนเป็นหนึ่งในองค์ประกอบสำคัญของสารสื่อประสาทที่ช่วยให้สมองส่งสัญญาณเพื่อสั่งการและควบคุมร่างกายได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งกรดอะมิโนมีทั้งที่ร่างกายสร้างเองได้และสร้างไม่ได้ กรดอะมิโนที่ร่างกายสร้างเองได้ที่รู้จักกันทั่วไปมีราว 20 ชนิด ส่วนกรดอะมิโนที่ร่างกายสร้างไม่ได้มีอยู่ 9 ชนิด ต้องได้รับจากการรับประทานอาหาร ได้แก่ ทริปโตเฟน (Tryptophan) มีส่วนเสริมสร้างคุณภาพในการนอนหลับ ทรีโอนีน (Threonine) ช่วยเพิ่มภูมิคุ้มกันแก่ร่างกาย สู้เชื้อโรคและช่วยเผาผลาญไขมัน ฟีนิลอะลานีน (Phenylalanine) เพิ่มความตื่นตัว และสร้างความทรงจำในสมอง เมไธโอนีน (Methionine) เป็นสารต่อต้านอนุมูลอิสระและช่วยสลายไขมัน ลิวซีน (Leucine) ช่วยกระตุ้นการทำงานของสมอง เพิ่มพลังกล้ามเนื้อ ช่วยให้เซลล์ประสาทแข็งแรง ไลซีน (Lysine) ช่วยเสริมสมาธิ ทำให้กระดูกแข็งแรง วาลีน (Valine) กระตุ้นการทำงานสมอง ทำให้กล้ามเนื้อประสานกันได้ดี ไอโซลิวซีน (Isoleucine) เสริมสร้างการเจริญเติบโตของระบบประสาท เตรียมพร้อมสมองต่อการเรียนรู้ อิสติคีน (Histidine) จำเป็นต่อการเจริญเติบโตในเด็ก ช่วยการทำงานของระบบประสาท ป้องกันภาวะพัฒนาการช้า โอเมก้า หรือกรดไขมันแบบไม่อิ่มตัว กระตุ้นให้สมองพัฒนาระบบประสาทส่วนกลาง ช่วยเรื่องของการมองเห็นให้สมบูรณ์และทำให้ลูกน้อยเกิดความจำที่แม่นยำ อีกทั้งมีส่วนให้ร่างกายปรับสมดุลของสารเคมีที่มีผลให้รู้สึกสบาย ไม่เครียด มีอารมณ์คงที่อีกด้วย โอเมก้านั้นแบ่งได้หลายประเภท แต่กลุ่มที่มีประโยชน์โดยตรงต่อลูกน้อยคือ กรดไขมันโอเมก้า 369 โอเมก้า-3 (omega-3) เป็นกรดไขมันจำเป็นแบบไม่อิ่มตัว มีบทบาทสำคัญต่อโครงสร้างและการทำงานของสมองและจอประสาทตา มีส่วนสำคัญมากทำให้เด็กมีการพัฒนาดีเยี่ยมต่อการรับรู้และการมองเห็น ช่วยให้สมองสร้างเครือข่ายใยประสาทได้ดียิ่งขึ้น ช่วยให้เกล็ดเลือดมีความสมดุลอยู่เสมอ ลดความเสี่ยงในการเป็นโรคทางเดินหายใจ และโรคหัวใจของลูกน้อยอีกด้วย โอเมก้า-6 (omega-6) เป็นกรดไขมันจำเป็น ที่ร่างกายสร้างเองไม่ได้ แต่สำคัญในสร้างความสมดุลให้ร่างกายและสมองทำงานได้อย่างเต็มที่ ลดอาการปวดและลดการอักเสบได้ ที่สำคัญคือช่วยให้สมองลูกน้อยทำงานได้อย่างเต็มที่ โอเมก้า-9 (omega-9) มีความสำคัญต่อการควบคุมระบบการแข็งตัวของเลือดซึ่งช่วยให้ระบบไหลเวียนเลือดทำงานได้ดี ทำให้ร่างกายของลูกน้อยทำงานได้อย่างสมบูรณ์ สำหรับคุณแม่ที่ยังเป็นกังวลกับพัฒนาการของลูกน้อยหลังจากที่ได้รับความรู้จากบทความนี้แล้วคงจะเป็นประโยชน์ไม่น้อยเลยนะคะ เพียงเลือกนมที่อุดมไปด้วยกรดอะมิโนจำเป็นทั้ง 9 ชนิดและยังมีโอเมก้า 3,6,9 เพื่อเสริมสร้างการทำงานของระบบประสาทและสมองให้เด็กเรียนรู้เร็วและพัฒนาได้อย่างเต็มที่ เพียงเท่านี้มั่นใจได้เลยว่าลูกน้อยของคุณจะมีพัฒนาการที่ดีและไม่มีอะไรให้คุณแม่ต้องกังวลค่ะ ขอบคุณขอบที่มาจาก : http://bit.ly/2Mn5EJ0
  8. สวัสดีค่ะ ทุกคนคงเคยได้ยินกันมาตลอดว่าในนมโคอุดมไปด้วยสารอาหารมากมาย แต่ทราบหรือเปล่าว่าแม้จะเป็นนมโค 100% ไม่ได้แปลว่าสารอาหารที่มีนั้นจะเท่ากัน แล้วแบบนี้เราจะเลือกน้ำนมโคที่ให้สารอาหารที่ดีและเต็มไปด้วยคุณประโยชน์ได้อย่างไร ? ไปหาคำตอบพร้อมกันค่ะ สารอาหารในน้ำนมโคแท้ 100% จะมากหรือน้อย ขึ้นอยู่กับคุณภาพโคนมและการจัดการฟาร์ม ที่ดีเป็นหลัก น้ำนมโคแท้ที่ให้คุณค่าสูงต้องเริ่มต้นตั้งแต่การคัดเลือกสายพันธุ์แม่วัว การเลี้ยงดูให้มี สุขภาพแข็งแรง อารมณ์ดี ตลอดจนมีกระบวนการผลิตที่ได้มาตรฐาน มีจุลินทรีย์ปนเปื้อนปริมาณต่ำจึงจะ ให้คุณค่าอาหารธรรมชาติที่สูง ผศ.ดร.เกียรติศักดิ์ ดวงมาลย์ ภาควิชาเทคโนโลยีทางอาหาร คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า “น้ำนมดิบที่มีคุณภาพสูงต้องอุดมไปด้วยสารอาหารที่มีประโยชน์ ทั้ง โปรตีน วิตามิน ไขมัน เกลือแร่ ที่สำคัญคือมี จุลินทรีย์ และโซมาติกเซลล์ ในปริมาณต่ำ” โซมาติกเซลล์ คืออะไร ? “โซมาติกเซลล์ คือเซลล์เม็ดเลือดขาวและเซลล์เยื่อบุผิวภายในเต้านมของแม่วัว อย่างที่เรารู้กันดีว่าถ้าร่างกายผลิตเซลล์เม็ดเลือดขาวในปริมาณมากเมื่อไร นั่นเป็นสัญญาณบ่งบอกว่าภูมิต้านทานของร่างกายเริ่มลดลงแล้ว ดังนั้น น้ำนมจากเต้าก็อาจมีเชื้อปนเปื้อนสูงด้วย” สาเหตุที่โซมาติกเซลล์มีปริมาณสูงเกิดได้หลายประการ เช่น เต้านมแม่วัวอักเสบ อุณหภูมิในฟาร์มร้อนเกินไป พื้นเฉอะแฉะ ไม่สะอาด อากาศไม่ปลอดโปร่ง ฯลฯ ดังนั้น ผู้ผลิตจะต้องให้ความสำคัญกับการจัดการภายในฟาร์ม เริ่มตั้งแต่การเลี้ยงดูแม่วัวให้มีสุขภาพแข็งแรง จัดสภาพแวดล้อมที่ดีเพื่อให้แม่วัวอารมณ์ดี ไม่เพียงแค่จัดการฟาร์มให้ดี การขนส่งน้ำนมดิบจากฟาร์ม ไปยังศูนย์รับน้ำนมเพื่อเข้าสู่กระบวนการผลิตขั้นสูงก็สำคัญไม่แพ้กัน หากย่นระยะเวลาได้เร็วมากขึ้นเท่าไร ก็ยิ่งลดการเติบโตของจุลินทรีย์ได้มากเท่านั้น หากนมโคแท้มีจุลินทรีย์ปนเปื้อนต่ำก็จะมีสารอาหาร กลิ่น รสชาติเฉพาะตัวของน้ำนม ที่ยังคงอยู่ตามธรรมชาติ เมื่อทราบวิธีการคัดเลือกนมโคแบบนี้แล้วก็อย่าลืมที่จะต้องใส่ใจในการเลือกมาดื่มให้มากขึ้น เพราะใช่ว่านมโคแท้ 100% จะให้คุณประโยชน์และสารอาหารที่ครบถ้วน แต่เราต้องสังเกตและดูที่องค์ประกอบอื่นด้วยเพราะมันจะส่งผลต่อคุณค่าทางสารอาหารที่ร่างกายคุณจะได้รับเมื่อดื่มนมค่ะ ขอบคุณข้อมูลจาก http://bit.ly/2vHIs1F
  9. สวัสดีค่ะคุณแม่บ้านที่ชอบเข้าครัวและรักการทำเบเกอร์รี่สุด ๆ วันนี้เรามีเมนูยอดฮิตของสาว ๆ มาแนะนำ นั่นก็คือ ช็อคโกแลตเค้กนมสด อย่าพึ่งตกใจและคิดว่าจะทำไม่ได้เพราะว่ามันง่ายจนไม่น่าเชื่อ วันนี้เรามีเทคนิคง่าย ๆ ทำได้ที่บ้านมาแนะนำกัน ถ้าพร้อมแล้วไปเข้าครัวกันเลย ส่วนผสมช็อกโกแลตเค้ก - แป้งเค้ก 340 กรัม - ผงโกโก้ชนิดสีเข้ม 7 กรัม - โซดาไบคาร์บอเนต 2 ช้อนชา - เนยสดชนิดเค็มแช่เย็นจัดหั่นเป็นชิ้นเล็กๆ 500 กรัม - น้ำตาลทรายเม็ดเล็ก 400 กรัม - สารเสริมคุณภาพ (E.C.25K ) 30 กรัม - นมข้นจืด ตราฟอลคอน โพรเฟสชัลแนล 60 กรัม - ไข่ไก่แช่เย็นจัด 10 ฟอง ส่วนผสมครีมนมสด - นมข้นจืด ตราฟอลคอน โพรเฟสชัลแนล (1) 470 กรัม - ไวต์ช็อกโกแลตสับ 150 กรัม - น้ำตาลทราย 30 กรัม - เจลาตินชนิดแผ่น 9 แผ่น - วิปครีมชนิดจืด 400 กรัม - นมข้นจืด ตราฟอลคอน โพรเฟสชัลแนล (2) 50 กรัม หลังจากที่เตรียมส่วนผสมเสร็จเรียบร้อย เราก็ไปลุยวิธีทำกันเลยค่ะ ขั้นตอนการทำ เริ่มจากร่อนส่วนผสมแห้ง - ร่อนแป้งเค้ก ผงโกโก้ และโซดาไบคาร์บอเนตเข้าด้วยกันลงอ่างผสมเตรียมไว้ ตามด้วยการเตรียมแป้งเค้ก - นำเนยสดตีพอนุ่ม เติมส่วนผสมนมข้นจืด ตราฟอลคอน โพรเฟสชัลแนล น้ำตาลทรายเม็ดเล็ก E.C.25K ไข่ไก่แช่เย็นจัดลงในโถตี โดยใช้หัวตีใบไม้ ตีด้วยความเร็วต่ำจนส่วนผสมเข้า กันและความเร็วปานกลาง 8 นาที และลดเหลือความเร็วต่ำอีก 2 นาที จากนั้นอบแป้งเค้ก - เทส่วนผสมที่ได้ลงพิมพ์ที่ทาด้วยเนยขาวประมาณ 1/2 ของพิมพ์ นำเข้าอบที่อุณหภูมิ 350 องศาฟาเรนไฮต์ หรือ 180 องศาเซลเซียส ประมาณ 20-25 นาที หรือจนสุก พักไว้ สุดท้ายคือการทำครีมนมสด - แช่เจลาตินลงในน้ำเย็นจัดจนนุ่ม พักไว้ จากนั้น ต้มนมข้นจืด ตราฟอลคอน โพรเฟสชัลแนล (1) น้ำตาลทราย พอเดือดเทใส่ในไวท์ช็อกโกแลตคนพอละลายแล้วใส่ เจลาติน คนให้เข้ากันพักไว้ให้เย็น - ตีวิปครีมกับนมข้นจืด ตราฟอลคอน โพรเฟสชัลแนล (2) ด้วยหัวตีตะกร้อ ใช้ความเร็วสูงสุดของเครื่องจนขึ้นฟูตั้งยอดอ่อน นำลงผสมกับส่วนผสมในข้อที่ 2 โดยใช้ตะกร้อมือตะล่อมเบา ๆ จนส่วนผสมเข้ากันดีจึงนำไปใช้ เป็นอย่างไรกันบ้างคะสำหรับขั้นตอนการทำช็อกโกแลตเค้กนมสด ไม่ได้ยากอย่างที่คิดเลยใช่ไหมคะ แค่เรามีตัวช่วยที่ดีอย่าง นมข้นจืด ตราฟอลคอน โพรเฟสชัลแนล เพียงเท่านี้จากเค้กที่ดูเหมือนจะทำยากก็ง่ายขึ้นอย่างไม่น่าเชื่อ ไว้ลองทำทานกันนะคะ ขอขอบคุณข้อมูลจาก http://bit.ly/2B67gX9
  10. วันนี้ขอเอาใจคนที่เลิฟช็อกโกแลต ด้วยเค้กช็อกโกแลตนมสดกันค่ะ สูตรเบเกอรี่ เค้กช็อกโกแลตนมสดนี้ เป็นหนึ่งเมนูที่แสนอร่อยและถูกปากสาว ๆ หลายคน แถมวิธีในการทำก็ง่ายอีกด้วย บางคนอาจจะคิดว่าเมนูนี้ทำทานเองคงไม่รอดแน่ แต่ความจริงแล้วขั้นตอนการทำนั้นง่ายแสนง่ายและวัตถุดิบยังหาได้ไม่ยากอีกด้วย ที่สำคัญสิ่งที่จะขาดไม่ได้และช่วยเพิ่มความอร่อยให้กับเมนูนี้ก็คือ นมข้นจืด ตราฟอลคอน โพรเฟสชัลแนล อย่ามัวรอช้าไปดูสูตรเด็ดเคล็ดไม่ลับของเมนูนี้กันเลย ส่วนผสมช็อกโกแลตเค้ก - แป้งเค้ก 340 กรัม - ผงโกโก้ชนิดสีเข้ม 7 กรัม - โซดาไบคาร์บอเนต 2 ช้อนชา - เนยสดชนิดเค็มแช่เย็นจัดหั่นเป็นชิ้นเล็กๆ 500 กรัม - น้ำตาลทรายเม็ดเล็ก 400 กรัม - สารเสริมคุณภาพ (E.C.25K ) 30 กรัม - นมข้นจืด ตราฟอลคอน โพรเฟสชัลแนล 60 กรัม - ไข่ไก่แช่เย็นจัด 10 ฟอง ส่วนผสมครีมนมสด - นมข้นจืด ตราฟอลคอน โพรเฟสชัลแนล (1) 470 กรัม - ไวต์ช็อกโกแลตสับ 150 กรัม - น้ำตาลทราย 30 กรัม - เจลาตินชนิดแผ่น 9 แผ่น - วิปครีมชนิดจืด 400 กรัม - นมข้นจืด ตราฟอลคอน โพรเฟสชัลแนล (2) 50 กรัม หลังจากที่เตรียมส่วนผสมเสร็จเรียบร้อย เราก็ไปลุยวิธีทำกันเลยค่ะ ขั้นตอนการทำ เริ่มจากร่อนส่วนผสมแห้ง - ร่อนแป้งเค้ก ผงโกโก้ และโซดาไบคาร์บอเนตเข้าด้วยกันลงอ่างผสมเตรียมไว้ ตามด้วยการเตรียมแป้งเค้ก - นำเนยสดตีพอนุ่ม เติมส่วนผสมนมข้นจืด ตราฟอลคอน โพรเฟสชัลแนล น้ำตาลทรายเม็ดเล็ก E.C.25K ไข่ไก่แช่เย็นจัดลงในโถตี โดยใช้หัวตีใบไม้ ตีด้วยความเร็วต่ำจนส่วนผสมเข้า กันและความเร็วปานกลาง 8 นาที และลดเหลือความเร็วต่ำอีก 2 นาที จากนั้นอบแป้งเค้ก - เทส่วนผสมที่ได้ลงพิมพ์ที่ทาด้วยเนยขาวประมาณ 1/2 ของพิมพ์ นำเข้าอบที่อุณหภูมิ 350 องศาฟาเรนไฮต์ หรือ 180 องศาเซลเซียส ประมาณ 20-25 นาที หรือจนสุก พักไว้ สุดท้ายคือการทำครีมนมสด - แช่เจลาตินลงในน้ำเย็นจัดจนนุ่ม พักไว้ จากนั้น ต้มนมข้นจืด ตราฟอลคอน โพรเฟสชัลแนล (1) น้ำตาลทราย พอเดือดเทใส่ในไวท์ช็อกโกแลตคนพอละลายแล้วใส่ เจลาติน คนให้เข้ากันพักไว้ให้เย็น - ตีวิปครีมกับนมข้นจืด ตราฟอลคอน โพรเฟสชัลแนล (2) ด้วยหัวตีตะกร้อ ใช้ความเร็วสูงสุดของเครื่องจนขึ้นฟูตั้งยอดอ่อน นำลงผสมกับส่วนผสมในข้อที่ 2 โดยใช้ตะกร้อมือตะล่อมเบา ๆ จนส่วนผสมเข้ากันดีจึงนำไปใช้ เป็นยังไงบ้างคะกับสูตรเบเกอรี่ที่เรานำมาสอนกันในวันนี้ ง่ายมาก ๆ เลยใช่ไหมล่ะคะ สามารถทำตามกันได้ง่าย ๆ ที่บ้านรับรองเลยค่ะว่าทั้งหน้าตาและรสชาติอร่อยถูกใจไม่แพ้ซื้อมาทานเลย วันหยุดอยู่บ้านถ้าอยากหาเมนูของหวานไว้ทานเล่นก็สามารถนำเมนูช็อกโกแลตเค้กนมสดนี้ไปลองทำกันได้นะคะ ขอขอบคุณข้อมูลจาก http://bit.ly/2B67gX9
  11. นมจากแม่นั้นถือเป็นสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับลูกน้อย เนื่องจากในน้ำนมแม่มีสารอาหารที่ครบถ้วนตามความต้องการของเด็กที่จะนำไปใช้ในการเจริญเติบโต สร้างภูมิคุ้มกัน เพราะอย่างนั้นนมผงจึงถูกนำมาพัฒนาสูตรเพื่อให้ใกล้เคียงกับสารอาหารที่มีในนมแม่เพื่อใช้ทดแทน หรือช่วยเสริมสำหรับคุณแม่ที่ไม่สามารถให้นมลูกได้อย่างเพียงพอ ทีนี้เราจะพาคุณแม่มาดูวิธีการเลือกนมกล่องสำหรับลูกน้อยเพื่อให้ได้รับสารอาหารได้อย่างเต็มที่กันค่ะ ประเภทของนมที่คุณแม่ควรรู้ นมกล่องสําหรับเด็กแต่ละชนิดที่คุณแม่รู้จัก รู้ไหมว่ามีคุณสมบัติที่แตกต่างกัน หลักๆ แล้ว นมพร้อมดื่มมี 3 ประเภท ดังนี้ค่ะ นมพาสเจอร์ไรซ์ (Pasteurized Milk) นมสดที่ผ่านกรรมวิธีฆ่าเชื้อด้วยความร้อนไม่ต่ำกว่า 63 องศาเซลเซียสไม่น้อยกว่า 30 นาที นมชนิดนี้อร่อย มีคุณค่าทางอาหารสูง แต่ต้องเก็บไว้ในตู้เย็นและเก็บได้นานเพียงไม่เกิน สองสัปดาห์ นมสเตอรีไลซ์ (Sterilization Milk) นมสดที่ผ่านกรรมวิธีฆ่าเชื้อด้วยความร้อนไม่ต่ำกว่า 100 องศาเซลเซียส นมชนิดนี้เก็บได้นานมากกว่า 1 ปีโดยไม่ต้องแช่เย็น เพราะเชื้อจุลินทรีย์ถูกทำลายหมดด้วยความร้อนของระบบสเตอริไลซ์ โดยที่ไม่ทำให้คุณภาพของน้ำนมเปลี่ยนแปลงมากนัก นมยูเอชที (Ultra Heat Treatment) นมสดที่ผ่านกรรมวิธีฆ่าเชื้อด้วยความร้อนไม่ต่ำกว่า 133 องศาเซลเซียส กรรมวิธีนี้จะทำให้นมสดเป็นเนื้อเดียวกันก่อน จากนั้นบรรจุลงภาชนะในสภาวะที่ปราศจากเชื้อ ยังคงรักษากลิ่น สี และรสไว้ได้ดี คุณค่าของอาหารก็สูญเสียน้อย สามารถเก็บไว้ในอุณหภูมิห้องได้นานกว่าหกถึงแปดเดือน ข้อสังเกตในการเลือกนมกล่อง UHT ให้ลูกรัก อายุของลูก เมื่อลูกน้อยอายุได้ 1 ขวบ สิ่งที่คุณพ่อคุณแม่ควรทราบคืออาหารหลักของเด็กวัยนี้ไม่ใช่นม หากแต่เป็นอาหาร 3 มื้อที่มีสารอาหารครบถ้วนทั้ง 5 หมู่ ในส่วนของการดื่มนม จึงเป็นส่วนเพิ่มเติมจากสารอาหารหลัก เพื่อให้ลูกน้อยได้รับสารอาหารที่ครบถ้วนที่ไม่ได้จากอาหาร รสชาติ คุณพ่อคุณแม่ควรเลือกนมกล่อง UHT ในรสชาติที่ลูกชอบและดื่มได้หมด เพื่อให้เจ้าตัวน้อยได้รับสารอาหารจากนมอย่างเต็มที่เพื่อพัฒนาการทางร่างกายและสมองที่สมวัย และแข็งแรงสมบูรณ์ โดยส่วนมาก คุณแม่ควรเลือกจากยี่ห้อที่ได้รับความนิยม หรือเป็นที่รู้จักก่อน ข้อความที่ระบุข้างกล่อง ว่าเป็นนมที่เหมาะสำหรับเด็ก โดยทั่วไปเด็กอายุประมาณ 1 ขวบ คุณพ่อคุณแม่สามารถให้ลูกดื่มนมกล่อง UHT ได้แล้ว แต่ส่วนมากเจ้าตัวน้อยมักไม่ยอมดื่ม เพราะติดดูดนมจากขวดนมมากกว่า คุณพ่อคุณแม่ต้องค่อยๆหัดให้ลูกดื่ม อย่าบังคับหรือดุโดยเด็ดขาด ไม่เช่นนั้นลูกน้อยต่อต้านและจะไม่ยอมดื่มนมจากกล่องอีกเลย สารอาหาร คุณพ่อคุณแม่ควรดูสารอาหารต่างๆที่ระบุข้างกล่อง ของนมก่อนที่จะตัดสินใจซื้อ เช่น แคลเซียม โอเมก้า 3,6,9 วิตามินต่างๆ เป็นต้น โดยปริมาณสารอาหารต่างๆจะระบุชัดเจนอยู่ในตารางสารอาหารข้างกล่อง ตามกฎหมายที่ทางอย. ระบุ โดยสารอาหารส่วนใหญ่ๆจะระบุปริมาณเป็น % ซึ่งจะหมายถึง จำนวนที่แนะนำในแต่ละวัน เช่น วิตามิน B12 50% จะหมายถึงในนมกล่องนี้มี B12 ถึง 50% จากปริมาณที่แนะนำต่อวัน (ดื่ม 2 กล่องก็จะได้ครบถ้วน) ข้อมูลจากด้านบนนี้ถือเป็นสิ่งที่สำคัญที่จะช่วยให้ลูกน้อยของคุณได้ดื่มนมกล่องที่อุดมไปด้วยสารอาหารที่ครบถ้วน แต่ถึงอย่างไรก็ตาม คุณพ่อคุณแม่ก็ยังควรให้ลูกของคุณได้รับประทานอาหารต่าง ๆ ตามโภชนาการ 5 หมู่ เพื่อให้เด็กได้รับสารอาหารอย่างครบถ้วนและเพียงพอต่อการเจริญเติบโตที่ดีค่ะ ขอบคุณข้อมูลดีๆจาก http://bit.ly/2LH4cRL
  12. เรื่องดื่มนมของคุณลูก เป็นเรื่องใหญ่ที่คุณแม่หลายๆคนให้ความใส่ใจเป็นพิเศษ เมื่อลูกถึงเวลาต้องเปลี่ยนมาดื่มนมกล่อง แม่ๆทั้งหลายถึงขั้นต้องจับเข่าคุยกับเพื่อน หมอ หรือ เสิร์ชหาข้อมูลต่างๆ เพื่อให้มั่นใจได้ว่านมที่คุณแม่เลือกนั้นดีต่อลูกน้อยจริง ๆ วันนี้เราก็เลยรวบรวมข้อมูลจากผู้รู้ทั้งหลายมาแนะนำข้อควรพิจารณาที่สำคัญในการเลือกนมกล่องสำหรับลูกน้อย คุณแม่ทั้งหลายส่วนใหญ่จะเลือกเป็นนมโคให้ลูกดื่ม แม้ว่านมโคก็ไม่ได้มีอะไรมาการันตีว่าจะดีทั้งหมด แต่อย่างน้อยก็อุดมด้วยสารอาหารจากธรรมชาติ ทีนี้ ขึ้นอยู่กับเราจะเลือกนมโคแท้ที่ดีและเหมาะกับลูกน้อยอย่างแท้จริงได้อย่างไรต้องมาดูกันค่ะ อ้างอิงจากบทความของ ผศ.ดร.เกียรติศักดิ์ ดวงมาลย์ ภาควิชาเทคโนโลยีทางอาหาร คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยที่ได้กล่าวไว้ว่า “น้ำนมดิบที่มีคุณภาพสูงต้องอุดมไปด้วยสารอาหารที่มีประโยชน์ ทั้ง โปรตีน วิตามิน ไขมัน เกลือแร่ ที่สำคัญคือมี จุลินทรีย์ และโซมาติกเซลล์ ในปริมาณต่ำ” นั่นหมายความว่า นมที่มีสารอาหารสูงจะต้องมีเชื้อจุลินทรีย์ปนเปื้อนหรือโซมาติกเซลล์ในปริมาณต่ำ หมายเหตุ “โซมาติกเซลล์ คือเซลล์เม็ดเลือดขาวและเซลล์เยื่อบุผิวภายในเต้านมของแม่วัว อย่างที่เรารู้กันดีว่าถ้าร่างกายผลิตเซลล์เม็ดเลือดขาวในปริมาณมากเมื่อไร นั่นเป็นสัญญาณบ่งบอกว่าภูมิต้านทานของร่างกายเริ่มลดลงแล้ว ดังนั้น น้ำนมจากเต้าก็อาจมีเชื้อปนเปื้อนสูงด้วย” สาเหตุที่โซมาติกเซลล์มีปริมาณสูงเกิดได้หลายประการ เช่น เต้านมแม่วัวอักเสบ อุณหภูมิในฟาร์มร้อนเกินไป พื้นเฉอะแฉะ ไม่สะอาด อากาศไม่ปลอดโปร่ง ฯลฯ ดังนั้น ผู้ผลิตจะต้องให้ความสำคัญกับการจัดการภายในฟาร์ม เริ่มตั้งแต่การเลี้ยงดูแม่วัวให้มีสุขภาพแข็งแรง จัดสภาพแวดล้อมที่ดี เพื่อให้แม่วัวอารมณ์ดี ไม่เครียด ไม่เพียงแค่จัดการฟาร์มให้ดี การขนส่งน้ำนมดิบจากฟาร์ม ไปยังศูนย์รับน้ำนมเพื่อเข้าสู่กระบวนการผลิตขั้นสูงก็สำคัญไม่แพ้กัน หากย่นระยะเวลาได้เร็วมากขึ้นเท่าไร ก็ยิ่งลดการเติบโตของจุลินทรีย์ได้มากเท่านั้น หากนมโคแท้มีจุลินทรีย์ปนเปื้อนต่ำก็จะมีสารอาหาร กลิ่น รสชาติเฉพาะตัวของน้ำนม ที่ยังคงอยู่ตามธรรมชาติ เลือกนมให้เจ้าตัวน้อยไม่ใช่เรื่องที่ยากเกินไป เพียงแค่คุณมีความรู้และลองหาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับนมโคแท้100% คุณก็จะสามารถเลือกนมโคกล่องโปรดให้ลูกน้อยคุณได้แล้วล่ะค่ะ เพื่อคุณประโยชน์สูงสุดสำหรับพัฒนาการที่ดีสมวัยของลูกน้อย สนับสนุนข้อมูลโดยโฟร์โมสต์ โฟร์โมสต์พัฒนาคุณภาพน้ำนมร่วมกับเกษตรกรไทยอย่างต่อเนื่อง เพราะไม่เพียงแต่ช่วยให้ได้น้ำนมที่มีคุณภาพระดับสากล แต่ยังช่วยส่งเสริมคุณภาพชีวิตของเกษตรกรไทยให้ดียิ่งขึ้นไป โดยให้ความสำคัญกับคุณค่าอาหารธรรมชาติในทุกขั้นตอนการผลิต เพื่อให้แน่ใจได้ว่ามีสารอาหารครบถ้วนตามธรรมชาติ ไม่ว่าจะเป็น โปรตีน แคลเซียม วิตามินบี 1 วิตามินบี 2 วิตามินบี 5 วิตามินบี 12 วิตามินเอ เหล็ก ฟอสฟอรัส ไอโอดีน วิตามินดี วิตามินเค ฯลฯ และเพื่อให้ได้น้ำนมที่มีจุลินทรีย์ปนเปื้อนน้อยที่สุด โฟร์โมสต์จึงเน้นการฝึกอบรมเกษตรกรในโครงการพัฒนาคุณภาพน้ำนมที่เรียกว่า “DDP” (DAIRY DEVELOPMENT PROGRAM) ที่มีผู้เข้าร่วมมากกว่า 7,000 ฟาร์มทำให้สามารถผลิตน้ำนมที่มีปริมาณโซมาติกเซลล์ในน้ำนมที่ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยทั่วไปถึง 10 เท่า (เพียง 5 หมื่นเซลล์ต่อลูกบาศก์เซนติเมตรเท่านั้น) ภายใต้กฎเหล็กด้านคุณภาพ “7 Diamonds” ซึ่งให้ความสำคัญกับทุกขั้นตอนตั้งแต่อาหารเลี้ยงแม่วัว การออกแบบโรงเรือน และการบันทึกข้อมูลเพื่อควบคุมคุณภาพกว่า 100 ขั้นตอน! ขอบคุณข้อมูลจาก http://bit.ly/2KeRkFj
  13. น้ำนมแม่ถือเป็นแหล่งรวมสารอาหารที่ดีที่สุดและอุดมไปด้วยคุณประโยชน์ที่ครบถ้วน แต่คุณแม่บางท่านที่กำลังประสบปัญหามีน้ำนมไม่มากพอก็ไม่ต้องกังวลใจไปค่ะ เพราะวันนี้เราจะมาแนะนำสารอาหารที่ช่วยเสริมจากนมแม่ นอกจากนี้คุณแม่ที่มีน้ำนมเพียงพอต่อความต้องการของลูกก็สามารถเสริมสารอาหารสมองและร่างกาย ด้วยโอเมก้า 3,6,9 และกรดอะมิโนจำเป็น 9 ชนิดให้ลูกเพิ่มได้อีกนะคะ เพื่อการเจริญเติบโตที่ดีที่สุดของลูกน้อย คุณแม่ทุกคนล้วนอยากเห็นการเรียนรู้และพัฒนาการทางด้านต่างๆ ของลูก ทั้งด้านสมอง สติปัญญา อารมณ์ สังคม ร่างกาย สมองถือเป็นอวัยวะที่สำคัญ เพราะสมองเป็นตัวสั่งการและควบคุมพัฒนาการในทุกด้านของเด็ก ลูกน้อยตั้งแต่อยู่ในท้องคุณแม่ – 6 ขวบ สมองเติบโตถึง 90% คุณแม่ยุคใหม่จึงควรใส่ใจเรื่องพัฒนาการสมองและสารอาหารของลูกน้อยเพื่อเป็นรากฐานในการเติบโตที่สมบูรณ์ตามวัย ทุกพัฒนาการและการเรียนรู้ของลูกทำให้หัวใจของแม่พองโต ไม่ว่าจะเป็น การพลิกตัวครั้งแรก หัดคลาน การพูด นั่นหมายถึงพัฒนาการด้านร่างกายและสมองทำงานสอดประสานกัน ซึ่งมีผลต่อการเรียนรู้ของลูกน้อยให้เติบโตในระดับที่มากขั้น สมอง ทำหน้าที่ควบคุมการทำงานของอวัยวะต่างๆ เป็นตัวกระตุ้นการเติบโต ช่วยกระตุ้นให้ร่างกายฟื้นฟูจากอาการบาดเจ็บ และด้วยความมหัศจรรย์ของสมองที่ถูกออกแบบมาเพื่อให้เรียนรู้ตลอดเวลา เด็กจะมีการเรียนรู้ จดจำได้ดี ฉลาดขึ้น มีสติปัญญาดีขึ้น หากสมองได้รับสารอาหารที่เหมาะสม พร้อมกับการที่เด็กได้รับประสบการณ์เรียนรู้ใหม่ๆ อยู่ตลอด กรดอะมิโนจำเป็น และ โอเมก้า สารสำคัญพัฒนาสมอง สองสารอาหารพัฒนาสมอง เพื่อให้แน่ใจว่าสมองพัฒนาและทำงานอย่างเต็มประสิทธิภาพคือ กรดอะมิโน หรือ Amino Acid คือหน่วยเล็กๆ ของโปรตีน โดยร่างกายจะย่อยโปรตีนให้กลายเป็นกรดอะมิโนเพื่อดูดซึมสู่กระแสเลือดแล้วนำไปใช้ต่อกับทั้งร่างกายและสมอง กรดอะมิโนเป็นโครงสร้างหลักของร่างกาย ซึ่งเป็นส่วนประกอบของ DNA ช่วยให้เซลล์ร่างกายทำงานได้อย่างเต็มที่ กรดอะมิโนมีความสำคัญมากต่อการทำงานของสมองที่ขาดไม่ได้ เพราะกรดอะมิโนเป็นหนึ่งในองค์ประกอบสำคัญของสารสื่อประสาทที่ช่วยให้สมองส่งสัญญาณเพื่อสั่งการและควบคุมร่างกายได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งกรดอะมิโนมีทั้งที่ร่างกายสร้างเองได้และสร้างไม่ได้ กรดอะมิโนที่ร่างกายสร้างเองได้ที่รู้จักกันทั่วไปมีราว 20 ชนิด ส่วนกรดอะมิโนที่ร่างกายสร้างไม่ได้มีอยู่ 9 ชนิด ต้องได้รับจากการรับประทานอาหาร ได้แก่ ทริปโตเฟน (Tryptophan) มีส่วนเสริมสร้างคุณภาพในการนอนหลับ ทรีโอนีน (Threonine) ช่วยเพิ่มภูมิคุ้มกันแก่ร่างกาย สู้เชื้อโรคและช่วยเผาผลาญไขมัน ฟีนิลอะลานีน (Phenylalanine) เพิ่มความตื่นตัว และสร้างความทรงจำในสมอง เมไธโอนีน (Methionine) เป็นสารต่อต้านอนุมูลอิสระและช่วยสลายไขมัน ลิวซีน (Leucine) ช่วยกระตุ้นการทำงานของสมอง เพิ่มพลังกล้ามเนื้อ ช่วยให้เซลล์ประสาทแข็งแรง ไลซีน (Lysine) ช่วยเสริมสมาธิ ทำให้กระดูกแข็งแรง วาลีน (Valine) กระตุ้นการทำงานสมอง ทำให้กล้ามเนื้อประสานกันได้ดี ไอโซลิวซีน (Isoleucine) เสริมสร้างการเจริญเติบโตของระบบประสาท เตรียมพร้อมสมองต่อการเรียนรู้ อิสติคีน (Histidine) จำเป็นต่อการเจริญเติบโตในเด็ก ช่วยการทำงานของระบบประสาท ป้องกันภาวะพัฒนาการช้า โอเมก้า หรือกรดไขมันแบบไม่อิ่มตัว กระตุ้นให้สมองพัฒนาระบบประสาทส่วนกลาง ช่วยเรื่องของการมองเห็นให้สมบูรณ์และทำให้ลูกน้อยเกิดความจำที่แม่นยำ อีกทั้งมีส่วนให้ร่างกายปรับสมดุลของสารเคมีที่มีผลให้รู้สึกสบาย ไม่เครียด มีอารมณ์คงที่อีกด้วย โอเมก้านั้นแบ่งได้หลายประเภท แต่กลุ่มที่มีประโยชน์โดยตรงต่อลูกน้อยคือ กรดไขมันโอเมก้า 369 โอเมก้า-3 (omega-3) เป็นกรดไขมันจำเป็นแบบไม่อิ่มตัว มีบทบาทสำคัญต่อโครงสร้างและการทำงานของสมองและจอประสาทตา มีส่วนสำคัญมากทำให้เด็กมีการพัฒนาดีเยี่ยมต่อการรับรู้และการมองเห็น ช่วยให้สมองสร้างเครือข่ายใยประสาทได้ดียิ่งขึ้น ช่วยให้เกล็ดเลือดมีความสมดุลอยู่เสมอ ลดความเสี่ยงในการเป็นโรคทางเดินหายใจ และโรคหัวใจของลูกน้อยอีกด้วย โอเมก้า-6 (omega-6) เป็นกรดไขมันจำเป็น ที่ร่างกายสร้างเองไม่ได้ แต่สำคัญในสร้างความสมดุลให้ร่างกายและสมองทำงานได้อย่างเต็มที่ ลดอาการปวดและลดการอักเสบได้ ที่สำคัญคือช่วยให้สมองลูกน้อยทำงานได้อย่างเต็มที่ โอเมก้า-9 (omega-9) มีความสำคัญต่อการควบคุมระบบการแข็งตัวของเลือดซึ่งช่วยให้ระบบไหลเวียนเลือดทำงานได้ดี ทำให้ร่างกายของลูกน้อยทำงานได้อย่างสมบูรณ์ อยากให้ลูกน้อยของคุณมีสุขภาพร่างกายแข็งแรงและสมองที่ดี ลูกของคุณจะต้องรับกรดอะมิโนจำเป็นทั้ง 9 ชนิด และโอเมก้า3,6,9 อย่างเพียงพอ การจะได้รับสารอาหารเหล่านี้คุณแม่เพียงให้ลูกทาน เนื้อ นม ไข่ พืชผัก เป็นประจำแต่หากลูกทานยาก หรือทานผักหรือปลาได้น้อย คุณสามารถเสริมสารอาหารสมองให้ลูกได้ด้วยนมโฟร์โมสต์โอเมก้า 369 ที่มีสารอาหารสมองครบถ้วน พร้อมกรดอะมิโนช่วยซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ นอกจากนี้การทำกิจกรรมต่าง ๆ ร่วมกับลูกจะช่วยให้เขามีพัฒนาการที่ดีขึ้นได้อีกด้วยค่ะ ขอบคุณขอบที่มาจาก : http://bit.ly/2Mn5EJ0
  14. เนื่องจากร่างกายของคนเรานั้นต้องการแคลเซียมเพื่อมาบำรุงกระดูกและฟันไม่ว่าจะวัยใดก็ตาม จึงปฏิเสธไม่ได้เลยว่านมวัวนั้น ถือเป็นนมแคลเซียมสูงชนิดหนึ่งเลย นอกเหนือจากแคลเซียมที่เราจะได้จากนมวัวแล้ว คุณทราบหรือไม่คะว่าเรายังจะได้ประโยชน์อื่น ๆ อีกด้วย วันนี้เราจะมาบอกเล่ากันว่าคุณจะได้ประโยชน์อะไรจากนมวัวอีกบ้าง ก่อนอื่นต้องทราบก่อนว่าร่างกายที่แข็งแรงนั้นประกอบด้วย 3 ส่วนหลักได้แก่ กระดูกและกล้ามเนื้อที่แข็งแรง เพื่อพยุงโครงสร้างของร่างกายให้ตั้งตรง ระบบประสาทที่สั่งงานและสื่อสารกับทุกส่วนของร่างกาย พลังงานเพื่อขับเคลื่อนระบบประสาทและกล้ามเนื้อ นมวัว นั้นเถือเป็นนมที่ได้รับความนิยมที่สุดเนื่องจากมีโปรตีนและแคลเซียมจากธรรมชาติ ในขณะที่นมที่สกัดมาจากพืช เช่น นมถั่วเหลืองนั้นมีแคลเซียมในปริมาณที่ต่ำกว่านมวัวมาก ดังนั้นนมถั่วเหลืองชนิดแคลเซียมสูงจึงได้จากการเสริมแคลเซียมเข้าไปเท่านั้น ที่สำคัญนมวัวนั้นยังคงเป็นอีกส่วนสำคัญของมื้ออาหารในชีวิตประจำวันเสมอ แม้เราจะผ่านช่วงวัยเด็กมาแล้วก็ตาม เพราะนมนั้นอุดมไปด้วยสารอาหารจำเป็นที่หลากหลายเพื่อเสริมสร้างให้ร่างกายแข็งแรง เช่น โปรตีน เพื่อเสริมสร้างและบำรุงกล้ามเนื้อให้แข็งแรงอยู่เสมอ แคลเซียม เพื่อเสริมสร้างกระดูกอย่างต่อเนื่อง วิตามินบี2 และ บี12 เพื่อให้พลังงานและบำรุงระบบประสาทและสมอง นอกจากการบริโภคอาหารที่มีประโยชน์แล้วนั้น หลายคนเข้าใจและให้ความสำคัญกับการออกกำลังกายเพื่อให้กล้ามเนื้อและร่างกายแข็งแรง อย่างไรก็ตามบางคนไม่รู้ว่าการที่จะทำให้ร่างกายได้รับผลประโยชน์จากการออกกำลังกายอย่างเต็มที่ เราควรออกกำลังกายควบคู่กับการบริโภคโปรตีนเพื่อซ่อมแซมและฟื้นฟูกล้ามเนื้อภายใน 30 นาทีหลังจากการออกกำลังกาย ซึ่งนมนั้นได้รับการวิจัยมาแล้วว่าเป็นเครื่องดื่มที่ช่วยฟื้นฟูร่างกายหลังจากการออกกำลังกายได้ดี เห็นหรือไม่คะว่าประโยชน์ของนมนั้นมากมายจริง ๆ และนมที่เราควรจะเลือกก็ควรเป็นนมที่มีแคลเซียมสูง เพื่อช่วยในการเสริมสร้างพัฒนาการของร่างกายให้เจริญเติบโตไปตามวัย ขอบคุณข้อมูลดีๆจาก http://bit.ly/2vHIs1F
  15. เชื่อว่าคุณแม่ทุกคนย่อมอยากเลือกสิ่งที่ดีที่สุดให้ลูกรักของคุณ สิ่งสำคัญที่คุณแม่ควรรู้คือสารอาหารในนมชนิดใดให้ประโยชน์ในด้านใดบ้าง นมสำหรับเด็กในท้องตลาดมีหลากหลายมาก แล้วนมโคแท้ 100% ที่เต็มเปี่ยมไปด้วยคุณภาพนั้นเลือกอย่างไร วันนี้เราจะไปหาคำตอบพร้อมๆกันเลยค่ะ ผศ.ดร.เกียรติศักดิ์ ดวงมาลย์ ภาควิชาเทคโนโลยีทางอาหาร คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้กล่าวไว้ว่า “น้ำนมดิบที่มีคุณภาพสูงต้องอุดมไปด้วยสารอาหารที่มีประโยชน์ ทั้ง โปรตีน วิตามิน ไขมัน เกลือแร่ ที่สำคัญคือมี จุลินทรีย์ และโซมาติกเซลล์ ในปริมาณต่ำ” “โซมาติกเซลล์ คือเซลล์เม็ดเลือดขาวและเซลล์เยื่อบุผิวภายในเต้านมของแม่วัว อย่างที่เรารู้กันดีว่าถ้าร่างกายผลิตเซลล์เม็ดเลือดขาวในปริมาณมากเมื่อไร นั่นเป็นสัญญาณบ่งบอกว่าภูมิต้านทานของร่างกายเริ่มลดลงแล้ว ดังนั้น น้ำนมจากเต้าก็อาจมีเชื้อปนเปื้อนสูงด้วย” สาเหตุที่โซมาติกเซลล์มีปริมาณสูงเกิดได้หลายประการ เช่น เต้านมแม่วัวอักเสบ อุณหภูมิในฟาร์มร้อนเกินไป พื้นเฉอะแฉะ ไม่สะอาด อากาศไม่ปลอดโปร่ง ฯลฯ ดังนั้น ผู้ผลิตจะต้องให้ความสำคัญกับการจัดการภายในฟาร์ม เริ่มตั้งแต่การเลี้ยงดูแม่วัวให้มีสุขภาพแข็งแรง จัดสภาพแวดล้อมที่ดี เพื่อให้แม่วัวอารมณ์ดี ไม่เครียด ไม่เพียงแค่จัดการฟาร์มให้ดี การขนส่งน้ำนมดิบจากฟาร์ม ไปยังศูนย์รับน้ำนมเพื่อเข้าสู่กระบวนการผลิตขั้นสูงก็สำคัญไม่แพ้กัน หากย่นระยะเวลาได้เร็วมากขึ้นเท่าไร ก็ยิ่งลดการเติบโตของจุลินทรีย์ได้มากเท่านั้น หากนมโคแท้มีจุลินทรีย์ปนเปื้อนต่ำก็จะมีสารอาหาร กลิ่น รสชาติเฉพาะตัวของน้ำนม ที่ยังคงอยู่ตามธรรมชาติ โฟร์โมสต์ให้ความใส่ใจคุณภาพน้ำนมร่วมกับเกษตรกรไทยอย่างต่อเนื่อง เพื่อส่งเสริมเกษตรกรไทยให้พัฒนาน้ำนมดิบที่มีคุณภาพสูงยิ่งๆขึ้นไป อุดมไปด้วยสารอาหารจากธรรมชาติครบ ไม่ว่าจะเป็น โปรตีน แคลเซียม วิตามินบี 1 วิตามินบี 2 วิตามินบี 5 วิตามินบี 12 วิตามินเอ เหล็ก ฟอสฟอรัส ไอโอดีน วิตามินดี วิตามินเค ฯลฯ เพื่อให้ได้น้ำนมที่มีจุลินทรีย์ปนเปื้อนน้อยที่สุด ซึ่งโดยปกติน้ำนมดิบทั่วไปจะต้องมีค่าโซมาติกเซลล์ไม่เกิน 5 แสนเซลล์ต่อลูกบาศก์เซนติเมตร แต่เกษตรกรของโฟร์โมสต์ที่ผ่านการฝึกอบรมในโครงการพัฒนาคุณภาพน้ำนมที่เรียกว่า “DDP” (DAIRY DEVELOPMENT PROGRAM) สามารถผลิตน้ำนมที่มีปริมาณโซมาติกเซลล์ในน้ำนมที่ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยทั่วไปถึง 10 เท่า (เพียง 5 หมื่นเซลล์ต่อลูกบาศก์เซนติเมตรเท่านั้น) ภายใต้กฎเหล็กด้านคุณภาพ “7 Diamonds” ซึ่งให้ความสำคัญกับทุกขั้นตอนตั้งแต่อาหารเลี้ยงแม่วัว การออกแบบโรงเรือน และการบันทึกข้อมูลเพื่อควบคุมคุณภาพกว่า 100 ขั้นตอน! เรื่องอาหารและสุขภาพของลูกน้อย เป็นสิ่งสำคัญที่คุณแม่ไม่ควรมองข้าม ฉะนั้นคุณแม่ควรจะใส่ใจในการเลือกนมที่เป็นนมโคแท้ 100% เท่านั้น จากผู้ผลิตที่มีกระบวนการผลิตที่ได้มาตรฐานและคุณภาพรอบด้านในทุกขั้นตอน เพื่อให้ลูกได้รับสารอาหารที่เหมาะสำหรับการเจริญเติบโตของร่างกายอย่างสมวัย ขอบคุณข้อมูลจาก http://bit.ly/2KeRkFj
×