ไปที่เนื้อหา

Update Gold USD/THB สมาคมฯ Gold965% Gold9999 CrudeOil USDX Dowjones GLD10US HUI SPDR(ton) Silver Silver/Oz Silver/Baht
                             
 

* * * * - 81 โหวต

หุ้น+ข่าว+ทอง+บทความ+กองทุน


มี 35640 ความเห็นในกระทู้นี้

#25306 กระต่ายทอง

    Kemika Jang

  • ขาใหญ่
  • PipPipPip
  • 13,121 โพสต์
  • ที่อยู่ประเทศไทย

โพสต์ 02 มกราคม 2013 - 16:41

ดูโพสต์kunghdy, เมื่อ 02 มกราคม 2013 - 16:39, พูดว่า:

เจ้าเด็กคนนี้เยาะเย้ยเรา port นั้นเค้าไม่เล่นหรอกถ้าไม่ใช่หุ้นปั่น อิอิอิ ฮือๆๆๆๆ บวกตั้งบาทนึงแน่ะจากที่ขายไป แงๆๆๆๆ จะลากพรุ่งนี้ก็ไม่น่าได้นะแก ให้เวลาคนที่พึ่งขายทำใจหน่อยก็ไม่ได้ แสบจริง :0eeeff42:


เปิด บ/ช cash สิ ดีกว่าเยอะ ค่า trade ถูกกว่า ไม่ทำให้เราลืมตัว overtrade ด้วย เพราะ trade ได้เท่าที่ตังมี ซื้อหุ้นพวกที่ติด cash ได้ด้วย 555+++ :gd
:031 คะ ว่าอยู่เหมือนกัน.... :01 ขอบคุณนะคะ..โชคดีร่ำรวยมีความสุขนะคะ..เพื่อนๆ :32

<<ผู้ไม่รู้คุณค่าของผู้คนรอบข้าง จะได้รับการตอบโต้กลับด้วยการไร้ญาติขาดมิตร>>


#25307 Kenny_a

    ขาใหญ่

  • ขาใหญ่
  • PipPipPip
  • 3,181 โพสต์
  • ที่อยู่กรุงเทพมหานคร

โพสต์ 02 มกราคม 2013 - 16:50

ใครปล่อยข่าว takeover ML เนี่ย หุ้นถืออยู่ดีๆ
บริษัทออกมาปฏิเสธ ร่วงปุ๊เลย หลงดีใจนึกว่าขึ้นจริง 555
+11% ถือต่อปาย

#25308 doraeme

    ขาใหญ่

  • ขาใหญ่
  • PipPipPip
  • 2,414 โพสต์
  • ที่อยู่ประเทศไทย

โพสต์ 02 มกราคม 2013 - 16:51

ดูโพสต์Kenny_a, เมื่อ 02 มกราคม 2013 - 16:11, พูดว่า:

LPG ว่าไงเนี่ย
มาเร็วๆ หน่อย

เดี๋ยวแช่งให้ร่วงซะเลย อยากเยาะเย้ยเราดีนัก ดีละ ไปซื้อมันดีกว่า เพราะเวลาเราซื้อตัวไหนมักลงทุกตัว แกล้งคนที่เค้ามีของหน่อย :53 ตัวนี้ต้องผ่าน 14.2 ให้ได้ก่อน ถึงไปเจออีกด่านที่ 14.6 ถึงจะไปได้เร็ว

UV อิอิอิ เกือบเคาะขายไปซะแล้ว ตอนมันทุบมา 11.9 ดีที่ทนถือไว้ :17 รับกำไรต่อ ตัวนี้บวก 63% ไม่เคยถือหุ้นบวกเยอะขนาดนี้มาก่อนเลยในชีวิต :01 ขอบคุณค๊าบบบบบบบบบ :_ee

#25309 ngoodin

    ขาใหญ่

  • ขาใหญ่
  • PipPipPip
  • 7,242 โพสต์
  • ที่อยู่กรุงเทพมหานคร

โพสต์ 02 มกราคม 2013 - 17:48

Set เป็นขาขึิน macd ยืนเหนือเส้นสัญญาณ let profits run ดูกำไรวิ่งไปไม่คิดไรมากรวยๆๆ

รูปย่อ

  • แนบรูป: image.jpg

ต้องปลง

#25310 doraeme

    ขาใหญ่

  • ขาใหญ่
  • PipPipPip
  • 2,414 โพสต์
  • ที่อยู่ประเทศไทย

โพสต์ 02 มกราคม 2013 - 18:15

โห เว่อร์ไปป่าว US FUTURE!!! กระโดด 3.4% SET บ้านเราท่าทางจะลากยาว 1500-1600 อิอิอิ ใครไม่ซื้อหุ้น เอาเงินฝากแบงค์เสียโอกาสมากๆๆ เลย :gd
ว่าแล้วตัวเลขมั่ว บวก 1.6% เอง 555+++ หลงดีใจ

แก้ไขโดย kunghdy, 02 มกราคม 2013 - 18:18.


#25311 Kenny_a

    ขาใหญ่

  • ขาใหญ่
  • PipPipPip
  • 3,181 โพสต์
  • ที่อยู่กรุงเทพมหานคร

โพสต์ 02 มกราคม 2013 - 18:57

ดูโพสต์kunghdy, เมื่อ 02 มกราคม 2013 - 12:05, พูดว่า:

:_ee :gd ติดลมบนแล้ว กระสวยอวกาศ ไม่มีแนวต้าน 555++++
aav อย่างนี้ได้เปล่า ลงมาถ้าไม่หลุดเส้นเหลือง day จัดเพิ่ม
แต่ตอนขาย ดู divergence เอา

(กราฟชั่วโมงปรับเป็นแท่งแล้วดูไม่สวยเลยตีเส้นก่อนแล้วปรับเป็นเส้นแทนนะ)

รูปย่อ

  • แนบรูป: aav-ihs-60min.gif
  • แนบรูป: aav-ihs-day.gif


#25312 กระต่ายทอง

    Kemika Jang

  • ขาใหญ่
  • PipPipPip
  • 13,121 โพสต์
  • ที่อยู่ประเทศไทย

โพสต์ 02 มกราคม 2013 - 21:03

หุ้นโค้งสุดท้าย...ลุ้นหุ้นไปต่อ แนะเล่นสั้นจับแนวรับ1,385 จุด
วันเผยแพร่ | |

โบรกมองแนวโน้มหุ้นไทยพรุ่งนี้เดินหน้าต่อ แรงหนุนเงินทุนไหลเข้ารับข่าวดี Fiscal Cliff แนะเล่นเก็งกำไรตามตลาด แต่ต้องไม่หลุดแนวรับสำคัญ 1,385 จุด
- นักลงทุนสถาบันซื้อสุทธิ +3.35 ล้านบาท
- บัญชีบริษัทหลักทรัพย์ซื้อสุทธิ + 376.43 ล้านบาท
- นักลงทุนต่างชาติซื้อสุทธิ +737.88 ล้านบาท
- นักลงทุนรายย่อยขายสุทธิ -1,117.66 ล้านบาท

นายธนเดช รังษีธนานนท์ ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราห์หลักทรัพย์บริษัทหลักทรัพย์กรุงศรีอยุธยา จำกัด ประเมินแนวโน้มตลาดหุ้นในวันพรุ่งนี้(3 ม.ค.) ว่า ดัชนียังมีโอกาสปรับตัวเพิ่มขึ้นจากสัญญานการไหลเข้าของเงินทุนต่างชาติที่จะเห็นได้จากค่าเงินบาทที่แข็งค่าขึ้น โดยให้กรอบลงทุนที่ 1,420-1,385 จุด

สำหรับการปรับตัวของตลาดหุ้นไทยและตลาดหุ้นทั่วโลกวันนี้ เป็นเพราะปัจจัยบวกเดียวกันคือการผ่านร่าง Fiscal Cliff ซึ่งอาจเหมือนเป็นการซื้อเวลาต่อไปอีก แต่ก็เร่มมีความชัดเจนขึ้นในด้านของการลดค่าใช้จ่ายและเพิ่มรายได้

รวมทั้งยังมีข่าวดีภายในประเทศส่งท้ายปีว่ากองทุนวายุภักษ์เจะแปรสภาพกองทุนวายุภักษ์เป็นกองทุนเปิด ขนาด 5 แสนล้านบาท จากปัจจุบันที่ 370,000 ล้านบาท

อย่างไรก็ตามการที่ดัชนีปรับตัวเพิ่มสูงขึ้นต่อเนื่องมีโอกาสที่จะถูกแรงขายทำกำไรออกมา โดยในช่วงเดือนธันวาคม 2556 ดัชนีปรับเพิ่มขึ้นโดยไม่มีการพักฐาน จึงทำให้ภาวะตลาดเข้าสู่เขตซื้อมากเกินไป (Overbought) แต่จากข่าวดีเรื่อง Fiscal Cliff วันนี้ ส่งผลให้ตลาดหุ้นทั่วโลกปรับตัวตอบรับข่าว

ดังนั้นจึงแนะกลยุทธ์ให้เก็งกำไรระยะสั้น และจับตาดูแนวรับสำคัญที่ 1,385 จุด ซึ่งหากหลุดแนวรับนี้แนะนำให้ขายหุ้นออกและทยอยลดหุ้นในพอร์ต

ดัชนีหุ้นไทยวันนี้(2ม.ค.) ปิดตลาดที่ 1,407.45 จุด เพิ่มขึ้น 15.52 จุด หรือ 1.11% โดยมีมูลค่าการซื้อขายรวม 38,703 ล้านบาท และในระหว่างวันขึ้นไปทำจุดสูงสุดที่ 1,411.58 จุด


กรอบการลงทุนวันที่ 3 มกราคม 2556

บริษัทหลักทรัพย์ซีไอเอ็มบีไทย จำกัด ให้กรอบการเคลื่อนไหวของดัชนีไว้ที่ 1,405-1,414 จุด โดยแนะนำหุ้น TOP และTMB
บริษัทหลักทรัพย์ ดีบีเอส วิคเคอร์ส (ประเทศไทย) ให้กรอบการเคลื่อนไหวของดัชนีไว้ที่1,390-1,420 จุด โดยแนะนำหุ้น AJ
บริษัทหลักทรัพย์คันทรี่กรุ๊ป จำกัด ให้กรอบการเคลื่อนไหวของดัชนีไว้ที่ 1,400-1,41 จุด โดยแนะนำหุ้น TRUBB
บริษัทหลักทรัพย์ (บล.)เมย์แบงก์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ให้กรอบการเคลื่อนไหวของดัชนีไว้ที่ 1,400-1,415 จุด โดยแนะนำหุ้น UNIQ
บริษัทหลักทรัพย์ ไอร่า จำกัด แนะนำหุ้น UNIQ , AMATA และ QH

<<ผู้ไม่รู้คุณค่าของผู้คนรอบข้าง จะได้รับการตอบโต้กลับด้วยการไร้ญาติขาดมิตร>>


#25313 กระต่ายทอง

    Kemika Jang

  • ขาใหญ่
  • PipPipPip
  • 13,121 โพสต์
  • ที่อยู่ประเทศไทย

โพสต์ 02 มกราคม 2013 - 21:04

สรุปสภาวะตลาดตอนเย็นประจำวันที่ 02/01/2013
ดัชนีหุ้นไทยปิดบวก 1.11% สำหรับวันเปิดทำการในวันแรกของปี 56 โดยมีแรงซื้อ
นำอย่างโดดเด่นในหุ้นกลุ่มอสังหาริมทรัพย์ ตามด้วยเทคโนโลยี พลังงาน และธนาคาร
นักวิเคราะห์หลักทรัพย์มองว่า ตลาดหุ้นไทยปรับขึ้นแรง หลังนักลงทุนคลายความ
กังวลเกี่ยวกับกรณี fiscal cliff ของสหรัฐฯ ทั้งนี้มองว่าการปรับขึ้นของตลาดหุ้นไทย
น่าจะต่อเนื่องถึงพรุ่งนี้ แต่หากดัชนีฯเข้าใกล้ระดับ 1,420 จุด ก็น่าจะมีแรงขายทำกำไร
จากกองทุนหุ้นระยะยาว(LTF) และพอร์ตโบรกเกอร์ ซึ่งจะทำให้ตลาดผันผวน
ดัชนีหุ้นไทยปิดบวก 15.52 จุด มาที่ 1,407.45 หลังขึ้นไปสูงสุดที่ 1,411.58
และต่ำสุดที่ 1,400.95 ด้วยมูลค่าซื้อขาย 38,703.29 ล้านบาท
ขณะที่ SET50 ปิดบวก 9.02 จุด หรือ 0.95% มาที่ 954.41 จุด และ SET100
ปิดบวก 23.43 จุด หรือ 1.13% มาที่ 2,102.10 จุด
ดัชนีกลุ่มอสังหาริมทรัพย์ บวก 2.12% มูลค่าซื้อขายสูงสุดที่ 21.92%,
เทคโนโลยี บวก 0.17% มูลค่าซื้อขาย 13.36%, พลังงาน บวก 1.57% มูลค่าซื้อขาย 13.35%
และธนาคารบวก 1.22% มูลค่าซื้อขาย 11.38%

"ตลาดขึ้นมากกว่าที่เราคาด เรามองแนวต้านหลักวันนี้ อยู่ที่ 1,404 แต่ก็ขึ้น
ไปมากกว่านั้น ประเด็นหลักก็คือทั้งสองสภา(ของสหรัฐฯ)ผ่านร่างแก้ปัญหา fiscal cliff"
นายเกียรติก้อง เดโช นักกลยุทธ์ บล.ซีไอเอ็มบี (ประเทศไทย) กล่าว
เขา กล่าวว่า สำหรับแนวโน้มตลาดหุ้นไทยพรุ่งนี้ มองว่าภาคเช้า ตลาดห้นน่า
จะดีดตัวขึ้นไปก่อน เพื่อไปทดสอบแนวต้านระดับ 1,420 จุด อย่างไรก็ตาม เชื่อว่าเมื่อ
เข้าใกล้ระดับดังกล่าว จะมีแรงขายออกมา
โดยมองว่า แรงขายที่จะเกิดขึ้นในวันพรุ่งนี้ จะมาจากกองทุน LTF และพอร์ต
โบรรกเกอร์ ซึ่งแรงขายที่อาจมีดังกล่าว จะทำให้ตลาดอ่อนตัวลงได้ในภาคบ่าย โดย
พรุ่งนี้แนวรับอยู่ที่ 1,405 และ 1,400 จุด

หลักทรัพย์ 5 อันดับแรก ที่มีมูลค่าซื้อขายสูงสุด
AAV บวก 0.51 บาท มาที่ 5.35 บาท
ITD บวก 0.36 บาท มาที่ 4.56 บาท
PTT บวก 5.00 บาท มาที่ 337.00 บาท
ADVANC ไม่เปลี่ยนแปลง อยู่ที่ 209.00 บาท
PTTEP บวก 2.50 บาท มาที่ 166.50 บาท--จบ--
ที่มา: bisnews

<<ผู้ไม่รู้คุณค่าของผู้คนรอบข้าง จะได้รับการตอบโต้กลับด้วยการไร้ญาติขาดมิตร>>


#25314 กระต่ายทอง

    Kemika Jang

  • ขาใหญ่
  • PipPipPip
  • 13,121 โพสต์
  • ที่อยู่ประเทศไทย

โพสต์ 02 มกราคม 2013 - 21:08

สรุปยอดซื้อขายสุทธิ วันที่ 2 ม.ค. 2556 เทรดรับปีใหม่วันนี้ด้วยปริมาณซื้อของ ต่างชาติ,สถาบันและบ.หลักทรัพย์,,,ส่วนรายย่อยขาย1,117.66ลบ.

รูปที่โพสต์
รูปที่โพสต์

<<ผู้ไม่รู้คุณค่าของผู้คนรอบข้าง จะได้รับการตอบโต้กลับด้วยการไร้ญาติขาดมิตร>>


#25315 กระต่ายทอง

    Kemika Jang

  • ขาใหญ่
  • PipPipPip
  • 13,121 โพสต์
  • ที่อยู่ประเทศไทย

โพสต์ 02 มกราคม 2013 - 21:08

TOP 10 Most Active Value 02/01/2556 เริ่มต้นปี2556,อันดับ1เป็นของAAV ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 1,523,253 ลบ.

รูปที่โพสต์

<<ผู้ไม่รู้คุณค่าของผู้คนรอบข้าง จะได้รับการตอบโต้กลับด้วยการไร้ญาติขาดมิตร>>


#25316 กระต่ายทอง

    Kemika Jang

  • ขาใหญ่
  • PipPipPip
  • 13,121 โพสต์
  • ที่อยู่ประเทศไทย

โพสต์ 02 มกราคม 2013 - 21:12

7 เทคนิคการเลือกหุ้น

เอาเทคนิคการเลือกหุ้น 7 ข้อ ของ นพ.ประมุข วงศ์ธนะเกียรติ มาฝากกันครับ

1. หุ้นตัวนั้นต้องมีอัตรา ผลตอบแทนต่อส่วนผู้ถือหุ้น (ROE) สูง 15-20%ขึ้นไป ROE จะบ่งบอกความสามารถของผลตอบแทนต่อส่วนของผู้ถือหุ้น "ยิ่งสูง ยิ่งดี" แต่บางครั้งก็มีตัวหลอก เหมือนกัน หากบริษัทนั้นมีหนี้สินจำนวนมาก ฉะนั้นต้องดูดีๆ อย่ารีบเชื่อทันที!

2. หุ้นตัวนั้นต้องมีอัตราผลตอบแทนต่อสินทรัพย์ (ROA) สูงกว่า 10%

3. ต้องมี PEG ratio น้อยกว่า 1 เท่า คือการเทียบค่า P/E ratio กับการเจริญเติบโตของกำไรสุทธิ (Growth) หาโดยเอาค่า P/E ratio ตั้งหารด้วยเปอร์เซ็นต์การเจริญเติบโตนั้น บริษัทใดที่ราคาหุ้นต่ำจะน่าซื้อ ถ้าค่า PEG ratio เกิน 1 แสดงว่าราคาหุ้นสูงเกินไป

4. ต้องมีอัตราเงินปันผลตอบแทน (Dividend Yield) อยู่ในระดับ 3.5-4% ขึ้นไป ถามว่าทำไมต้องเป็นตัวเลขนี้ เพราะเป็นตัวเลขที่มากกว่าอัตราเงินเฟ้อที่ปกติจะอยู่ระดับ 3%

5. หุ้นตัวนั้นต้องมีกระแสเงินสดสูงๆ ยิ่งไม่ต้องจ่ายหนี้ "ผมจะชอบมากเป็นพิเศษ"

6. ผู้บริหารต้องไว้ใจได้ (โปร่งใส) พูดแล้วทำได้จริง ซึ่งเราต้องไปคุยกับผู้บริหารบ่อยๆ ยิ่งเขา ถือหุ้น 20-25% ผมยิ่งชอบเพราะมันจะบ่งบอกว่า เขาจะทุ่มเทในการทำงานมากขนาดไหน

7. จะดูปัจจัยทางกายภาพ ธุรกิจนี้มีความแข็งแรง มากน้อยแค่ไหน โอกาสเติบโตของรายได้และกำไรเป็นอย่างไร สินค้าหรือธุรกิจหลักจะเติบโตไปตาม ชีวิตประจำวันที่เปลี่ยนแปลงไปหรือไม่ และลูกค้านิยมชมชอบสินค้ามากหรือน้อยแค่ไหน ที่สำคัญจะดูว่า คู่แข่งของเขามีใครบ้าง หากจะมีคู่แข่งเกิดขึ้นใหม่จะเข้ามาในธุรกิจนี้ได้ง่ายหรือยาก
"ผมไม่นิยมดูเส้นเทคนิคและไม่เคยนำมาประยุกต์ใช้ เพราะไม่เข้าใจในหลักการ ส่วนใหญ่จะดูเพียงราคา ณ ปัจจุบัน เพื่อนำมาเปรียบเทียบกับมูลค่าที่ประเมินไว้ว่ามันมีส่วนลด (Margin of Safety) เป็นที่น่าพอใจหรือไม่ เช่น ถ้ามีส่วนลด 40-50% จากมูลค่าที่คิดไว้ ก็พอใจที่จะซื้อแล้ว"

คุณหมอยังบอกด้วยว่า ตั้งแต่ใช้หลักการพวกนี้ ไม่เคยขาดทุนเลยครับ

ขอบคุณ : Thailand Investment Forum ^^

<<ผู้ไม่รู้คุณค่าของผู้คนรอบข้าง จะได้รับการตอบโต้กลับด้วยการไร้ญาติขาดมิตร>>


#25317 กระต่ายทอง

    Kemika Jang

  • ขาใหญ่
  • PipPipPip
  • 13,121 โพสต์
  • ที่อยู่ประเทศไทย

โพสต์ 02 มกราคม 2013 - 21:16

ปีมะเส็งหุ้นไทยกำไรน้อย
ในช่วง 4 ปีที่ผ่านมา (2552-2555) ตลาดหุ้นไทยถือเป็นตลาดที่ให้ผลตอบแทนสูงที่สุดตลาดหนึ่งของโลก โดยหากพิจารณาจากดัชนีปี 2552 ที่มีจุดเริ่มต้นที่ 449.96 จุด เทียบกับปัจจุบัน (20 ธ.ค. 2555) ที่ 1,377.40 จุด จะพบว่าตลาดหุ้นไทยให้ผลตอบแทนระยะยาวสูงถึง 206.11% และในปี 2555 หุ้นไทยได้สร้างสถิติสูงสุดหลายตัว

คำถามหลักที่นักลงทุนให้ความสำคัญ คือ จากนี้ไปดัชนีหุ้นไทยจะเป็นอย่างไร ปี 2556 จะยังเป็นยุคทองอยู่หรือไม่

ปี 2556 ดัชนีขึ้นน้อย

“สุกิจ อุดมศิริกุล” กรรมการผู้จัดการและหัวหน้าฝ่ายวิจัย บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) เมย์แบงก์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย) มีมุมมองว่า ดัชนีหุ้นในปี 2555 ทำสถิติสูงสุดในรอบกว่า 16 ปี และแนวโน้มตลาดหุ้นในปี 2556 ยังอยู่ในทิศทางที่ดี เนื่องจากยังมีสภาพคล่องจำนวนมากช่วยสนับสนุน

ขณะที่การลงทุนภาครัฐจะเป็นแรงผลักดันสำคัญของเศรษฐกิจไทย ซึ่งจะส่งผลไปถึงกำไรของบริษัทจดทะเบียน (บจ.) ที่คาดว่าจะเติบโตในระดับ 20% โดยหากผลประกอบการของ บจ.เป็นไปตามที่มองไว้ เชื่อว่าดัชนีจะมีจุดสูงสุดของปีที่ระดับ 1,450 จุด ซึ่งเป็นระดับที่เหมาะสมของตลาดหุ้นไทย ขณะที่มูลค่าซื้อขายเฉลี่ยต่อวัน (วอลุม) คาดว่าจะอยู่ในประมาณ 3 หมื่นล้านบาท

อย่างไรก็ตาม นักลงทุนต้องจับตาความเสี่ยงเรื่องการเมืองอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะการแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญ ซึ่งอาจกดดันบรรยากาศการลงทุนได้ รวมทั้งปัจจัยเสี่ยงเดิมๆ ที่เกิดขึ้นในปี 2555 เช่น ภาวะเศรษฐกิจโลกชะลอตัว ปัญหาวิกฤตหนี้สาธารณะยุโรปและสหรัฐ ซึ่งนักลงทุนส่วนใหญ่ประเมินว่าดีขึ้นมากแล้ว แต่หากสถานการณ์เปลี่ยนแปลงไป หรือไม่ดีอย่างที่คาดไว้ก็อาจจะกลับมาฉุดตลาดได้

นอกจากนี้ ยังมีความไม่แน่นอนในเรื่องการอนุมัติเงินลงทุนในโครงการภาครัฐ เช่น ระบบบริหารจัดการน้ำ 3.5 แสนล้านบาท และขนส่งระบบรางมูลค่า 2 ล้านล้านบาท หากไม่เป็นไปตามที่วางแผนไว้ก็จะเป็นผลลบต่อการลงทุน

“กลยุทธ์การลงทุนในปี 2556 นักลงทุนต้องใช้ความระมัดระวังในช่วงไตรมาสแรก เนื่องจากคาด ว่าดัชนียังมีความผันผวน เพราะหุ้นไทยปรับตัวเพิ่มขึ้นแรงช่วงปลายปี 2555 อาจทำให้มีแรงเทขายทำกำไรออกมาได้ ขณะเดียวกันยังมีความเสี่ยงจากการแก้ไขปัญหาวิกฤตหน้าผาการคลังของสหรัฐ”

ดังนั้น จึงควรเลือกลงทุนในหุ้นปันผลสูงไว้ก่อน หลังจากนั้นค่อยพิจารณาลงทุนในหุ้นที่เกี่ยวข้องกับเศรษฐกิจโลกในช่วงไตรมาส 2 เช่น กลุ่มพลังงาน ปิโตรเคมี เพราะเชื่อว่าตั้งแต่ไตรมาส 2 ปีหน้าเป็นต้นไป ภาวะเศรษฐกิจโลกจะฟื้นตัวดีขึ้น และดัชนีจะกลับมาอยู่ในแนวโน้มเชิงบวกอีกครั้ง

สำหรับหุ้นที่ควรให้น้ำหนักการลงทุน ประกอบด้วย กลุ่มวัสดุก่อสร้าง รับเหมาก่อสร้าง กลุ่มไอซีที นิคมอุตสาหกรรม และบันเทิง โดยแนะนำให้นักลงทุนทยอยขายหุ้นเมื่อดัชนีขยับเข้าใกล้ระดับ 1,450 จุด ซึ่งอาจเป็นจุดกลับตัวสู่ขาลงของดัชนี

“อภิชาติ ผู้บรรเจิดกุล” ผู้อำนวยการสายงานวิเคราะห์เชิงกลยุทธ์ สำนักวิจัยทิสโก้ กล่าวว่า ตลาดหุ้นไทยในปีนี้ จะปรับตัวเพิ่มขึ้นในกรอบที่จำกัด ขึ้น เนื่องจากดัชนีเพิ่มขึ้นต่อเนื่องในช่วง 4 ปีที่ผ่านมา (2552-2555) ทำให้มีโอกาสถูกเทขายทำกำไร ขณะที่สถิติในอดีตก็ชี้ชัดว่าการปรับตัวขึ้น 1 รอบ จะมีระยะเวลา 4 ปี หลังจากนั้นดัชนีจะเริ่มทรงตัวหรือลดลง ทั้งนี้คาดว่าดัชนีปี 2556 มีโอกาสขึ้นไปแตะจุดสูงสุดที่ 1,450 จุด ก่อนที่จะเริ่มไหลลง และทำให้ผลตอบแทนทั้งปีทรงตัวหรือติดลบได้

“หุ้นไทยคงจะปรับตัวเพิ่มขึ้นไปก่อนโดยมีแรงส่งจากปี 2555 รวมถึงกำไร บจ.ที่มีโอกาสโตได้ถึง 15-20% แต่หลังจากนั้นคงจะอ่อนตัวลงจนทำให้ผลตอบแทนทั้งปีทรงตัวหรือลดลง ขณะที่นักลงทุนต้องจับตาปัญหาการเมือง ทิศทางดอกเบี้ยที่มีโอกาสสูงขึ้น รวมทั้งวิกฤตหนี้สาธารณะยุโรปที่อาจกลับมาถ่วงตลาดอีกครั้ง”

สำหรับหุ้นที่คาดว่าจะโดดเด่นในปี 2556 ประกอบด้วย กลุ่มธนาคารพาณิชย์ ไอซีที ค้าปลีก และรับเหมาก่อสร้าง ซึ่งพึ่งพิงการลงทุนและบริโภคในประเทศเป็นหลัก

ส่วนมูลค่าการซื้อขายของตลาดคาดว่าจะปรับตัวเพิ่มขึ้นจากปี 2555 เล็กน้อย โดยอยู่ที่ 3.2-|3.3 หมื่นล้านบาท เนื่องจากราคาหุ้นปัจจุบันค่อนข้างสูงทำให้นักลงทุนจำเป็นต้องใช้เงินมากขึ้นในการซื้อขายหุ้นแต่ละรอบ รวมทั้งการแข่งขันเรื่องค่าคอมมิชชันที่รุนแรงจะช่วยกระตุ้นให้เกิดการซื้อขายมากขึ้น

ระดมทุนคึกคัก

“ประเสริฐ ภัทรดิลก” กรรมการผู้อำนวยการ บริษัท แอดไวเซอรี่ พลัส ประเมินว่า ภาพรวมการระดมทุนในปี 2556 น่าจะยังดีต่อเนื่อง โดยเฉพาะการระดมทุนผ่านตลาดแรก (ไอพีโอ) ที่น่าจะคึกคักกว่าในปี 2555 ซึ่งเป็นปีที่ดีที่สุดของที่ปรึกษาทางการเงินทุกแห่ง ซึ่งจากการตรวจสอบพบว่าปัจจุบันมีบริษัทที่อยู่ระหว่างเตรียมตัวเข้าจดทะเบียนในปีหน้าจำนวนมาก เพราะภาวะตลาดเอื้ออำนวย สามารถเสนอขายหุ้นได้ในราคาดี

ขณะที่การผ่อนปรนหลักเกณฑ์ต่างๆ ของสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) และตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) เช่น หลักเกณฑ์เรื่องโฮลดิง คอมพาร์นี เกณฑ์เข้าจดทะเบียนด้วยขนาดมาร์เก็ตแคป 5,000 ล้านบาท กระตุ้นให้มีผู้สนใจเข้าจดทะเบียนจำนวนมาก ทำให้คาดว่าในปี 2556จะมีบริษัทที่เข้าจดทะเบียนด้วยเกณฑ์ดังกล่าวมีมากขึ้น นอกจากนี้คาดว่าในปีนี้จะมีการระดมทุนในรูปแบบใหม่ๆ มากขึ้น เช่น การตั้งกองทุนโครง สร้างพื้นฐาน และกองทุนอสังหาริมทรัพย์ เป็นต้น

ส่วนการระดมทุนในตลาดรองก็น่าจะเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง เพราะความจำเป็นในการออกไปลงทุนต่างประเทศ การปรับตัวเพื่อรองรับการเปิดเสรีประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC) จะกระตุ้นให้ บจ.ต้องระดมทุนเพื่อขยายธุรกิจหรือเพิ่มศักยภาพในการแข่งขัน ซึ่งขณะนี้ถือว่าอยู่ในช่วงเหมาะสมที่สุด เพราะในตลาดมีสภาพคล่องมาก และนักลงทุนยังมีความมั่นใจที่จะซื้อหุ้นเพิ่มทุน

อย่างไรก็ตาม มองว่าในปีหน้าการเมืองไทยอาจจะไม่นิ่งเหมือนช่วง 2 ปีที่ผ่านมา เพราะเริ่มมีความเคลื่อนไหวเกี่ยวกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ซึ่งอาจก่อให้เกิดความขัดแย้ง โดยหากสถานการณ์รุนแรงก็จะส่งผลกระทบต่อตลาดและการระดมทุนโดยรวมได้

มะโรงปีทองหุ้นไทย

สำหรับภาพรวมของตลาดหุ้นไทยในปี 2555ที่ผ่านมา ถือเป็นปีทองของการลงทุนในหุ้นก็ว่าได้ เนื่องจากดัชนีปรับตัวเพิ่มขึ้นต่อเนื่องจนกลายเป็นตลาดที่ให้ผลตอบแทนสูงที่สุดในเอเชีย และสูงเป็นอันดับ 2 ของโลก โดยดัชนีหุ้นไทยปรับตัวเพิ่มขึ้นจากสิ้นปี 2554 ขึ้นไปปิดที่ระดับ 1,391.93 จุด หรือให้ผลตอบแทนสูงถึง 36% ดัชนีได้ทำ|สถิติสูงสุดในรอบ 16 ปี 10 เดือน อีกด้วย

นอกจากนี้ ในปี 2555 ยังเป็นปีแห่งการทำสถิติใหม่ๆ ของตลาดหุ้นไทย เริ่มจากมูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันสถิติมากสุดในอาเซียนเป็นครั้งแรกเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 3.2 หมื่นล้านบาท มากกว่าค่าเฉลี่ยของตลาดหุ้นสิงคโปร์ ซึ่งเป็นศูนย์กลางการลงทุนในภูมิภาคนี้ ขณะที่มูลค่าตลาดรวม (มาร์เก็ตแคป) แตะ 11.83 ล้านล้านบาท สูงสุดเป็นประวัติการณ์เพิ่มขึ้น 41% จากปี 2554 และคิดเป็นสัดส่วน 84% ของมูลค่าผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี) ซึ่งอยู่ที่ประมาณ 13 ล้านล้านบาท

ด้านนักลงทุนต่างชาติให้ความสนใจลงทุนในตลาดหุ้นไทยค่อนข้างมาก โดยมียอดซื้อสุทธิสะสมตลอดทั้งปีเกือบ 7.6 หมื่นล้านบาท ซึ่งเป็นผลจากการเติบโตของเศรษฐกิจไทยและอาเซียนที่โดดเด่นกว่าภูมิภาคอื่นทั่วโลก รวมทั้งการอัดสภาพคล่องเข้ามาในระบบเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจของธนาคารกลางยุโรป สหรัฐ ญี่ปุ่น และจีน ทำให้มีกระแสเงินทุนไหลเข้ามาลงทุนในสินค้าโภคภัณฑ์และสินทรัพย์เสี่ยงจำนวนมาก

สำหรับหุ้นที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นโดดเด่น เป็นหุ้นที่พึ่งพิงการบริโภคในประเทศเป็นหลัก เช่น กลุ่มค้าปลีก โรงพยาบาล ไอซีที อาหาร ธนาคารพาณิชย์ กลุ่มยานยนต์ที่ได้ประโยชน์จากโครงการคืนภาษีรถยนต์คันแรก และกลุ่มอสังหาริมทรัพย์ ที่ได้รับผลดีจากโครงการบ้านหลังแรกและความต้องการที่อยู่อาศัยที่ยังสูง รวมถึงอัตราดอกเบี้ยต่ำช่วยกระตุ้นให้เกิดการซื้อบ้านมากขึ้น โดยในจำนวนนี้มีหุ้นหลายตัวที่ราคาทำจุดสูงสุดใหม่

หุ้นที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นน้อยกว่าตลาดเป็นหุ้นที่ได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจโลกชะลอตัว เช่น กลุ่มพลังงาน ปิโตรเคมี อิเล็กทรอนิกส์ และกลุ่มเหล็ก
ภาพรวมการระดมทุนของบริษัทจดทะเบียน (บจ.) ในปี 2555 ถือว่าคึกคักอย่างยิ่ง โดยพบว่ามีมูลค่ารวมทั้งสิ้น 2.6 แสนล้านบาท สูงสุดในรอบ 10 ปี จากบริษัทจดทะเบียน (บจ.) ทั้งหมด 154 แห่ง เป็น บจ.ในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) 119 บริษัท มูลค่า 2.4 แสนล้านบาท ตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ 35 บริษัท มูลค่า 1 หมื่นล้านบาท และกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ 5 กองทุน มูลค่า 1.5 หมื่นล้านบาท

กลุ่มที่ระดมทุนสูงสุดคือกลุ่มทรัพยากรมูลค่า 9.4 หมื่นล้านบาท โดยเฉพาะบริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม (PTTEP) 9.2 หมื่นล้านบาท สูงสุดเป็นประวัติการณ์ ตามด้วยกลุ่มธุรกิจการเงิน 5.6 หมื่นล้านบาท จากธนาคารกรุงไทย (KTB) 3.5 หมื่นล้านบาท และกลุ่มบริการ 3.2 หมื่นล้านบาท

เฉพาะ 3 อุตสาหกรรมนี้มียอดระดมทุน 70% ของมูลค่าทั้งหมด นอกจากนี้ยังมี บจ.ที่เป็นรัฐวิสาหกิจรวมถึงบริษัทลูกของรัฐวิสาหกิจในที่ระดมทุนปีนี้มีมูลค่า 1.3 แสนล้านบาท หรือ 49% ของมูลค่าทั้งหมด

นอกจากนี้ ยังเป็นปีที่การเสนอขายหุ้นต่อประชาชนครั้งแรก (ไอพีโอ) ได้รับการตอบรับจากนักลงทุนอย่างล้นหลาม โดยมีหุ้นไอพีโอที่เข้าจดทะเบียนใหม่จำนวน 16 บริษัท สามารถสร้างผลตอบแทนให้กับนักลงทุนที่จองซื้อหุ้นตั้งแต่วันแรกที่เข้าซื้อขายเฉลี่ยสูงถึง 83.42% โดยมีเพียงบริษัท อนันดา ดีเวลลอปเม้นท์ (ANAN) รายเดียวเท่านั้นที่ราคาหลุดจอง 9.52% ตั้งแต่วันแรกที่เข้าซื้อขาย ทั้งนี้มีหุ้นให้ผลตอบแทนสูงถึง 200% จำนวน 2 บริษัท ประกอบด้วย บริษัท เจ เอ็ม ที เน็ทเวอร์ค เซอร์วิสเซ็ส (JMT) และบริษัท โปรเจค แพลนนิ่ง เซอร์วิส (PPS)

นอกจากนั้น ยังมีหุ้นที่ให้ผลตอบแทนเกิน 100% ในวันแรกถึง 5 บริษัท คือ บริษัท ศรีวิชัยเวชวิวัฒน์ (VIH) บริษัท บิวตี้ คอมมูนิตี้ (BEAUTY) บริษัท ทีวี ไดเร็ค (TVD) บริษัท ฟอร์จูน พาร์ท อินดัสตรี้ (FPI) และบริษัท ที.เอ็ม.ซี.อุตสาหกรรม (TMC)

ที่มา: Post Today by อนุรักษ์ ลีประเสริฐสุนทร

<<ผู้ไม่รู้คุณค่าของผู้คนรอบข้าง จะได้รับการตอบโต้กลับด้วยการไร้ญาติขาดมิตร>>


#25318 ngoodin

    ขาใหญ่

  • ขาใหญ่
  • PipPipPip
  • 7,242 โพสต์
  • ที่อยู่กรุงเทพมหานคร

โพสต์ 02 มกราคม 2013 - 22:52

คืนนี้เขียวทั้งโลก

รูปย่อ

  • แนบรูป: image.jpg

ต้องปลง

#25319 w_novice

    ขาใหญ่

  • ขาใหญ่
  • PipPipPip
  • 3,072 โพสต์
  • ที่อยู่กรุงเทพมหานคร

โพสต์ 03 มกราคม 2013 - 03:18

...

รูปย่อ

  • แนบรูป: 3-1-2556 3-15-39.gif

Dow Theory : Market action discounts everything , Prices move in trends , History repeat itself รูปที่โพสต์
wikmc : ไม่หน้า ไม่หลัง เอาปัจจุบันพอ

ก่อนตาย 1 นาที กำหนด : เกิด แก่ เจ็บ ตาย เป็นธรรมชาติ , พรากของรัก เป็นธรรมดา , กรรม เป็นธรรมเสมอ


#25320 ส้มโอมือ

    ขาใหญ่

  • ขาใหญ่
  • PipPipPip
  • 4,970 โพสต์
  • ที่อยู่กรุงเทพมหานคร

โพสต์ 03 มกราคม 2013 - 05:43

ดูโพสต์wcg, เมื่อ 02 มกราคม 2013 - 22:54, พูดว่า:

รัฐบาลอินเดียตอนนี้กำลังกังวลเรื่องการขาดดุลของอินเดียที่เกิดขึ้นจากการนำเข้าทองคำแท่ง
(อินเดียเพิ่มภาษีนำเข้าจากร้อยละ ๒ เป็นร้อยละ ๔ เมื่อปีที่ผ่านมา)

รมต.คลังของอินเดียออกมาบอกว่า
อุปสงค์ทองคำจะต้องอยู่ในระดับที่พอดีๆ เราอาจจะไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากทำให้การนำเข้าทองคำมีต้นทุนสูงกว่านี้

ที่มา : http://www.zerohedge...st-be-moderated

สารบัญส้มโอมือไฟล์PDF.pdf(น่าจะทำให้เพื่อนๆหาข้อมูลเอกสารที่ผมทำไว้ง่ายขึ้นครับ)






เรื่องในบล็อกบนหัวข้อนี้

มีผู้ใช้งาน 1 ท่าน กำลังอ่านกระทู้นี้

0 สมาชิก, 1 ผู้เยี่ยมชม, 0 ผู้ใช้ที่ไม่ระบุชื่อ