ข้ามไปเนื้อหา
Update
 
 
Gold
 
USD/THB
 
สมาคมฯ
 
Gold965%
 
Gold9999
 
CrudeOil
 
USDX
 
Dowjones
 
GLD10US
 
HUI
 
SPDR(ton)
 
Silver
 
Silver/Oz
 
Silver/Baht
 
  • ประกาศ

    • kumponys

      ห้ามลงโฆษณา งาน Parttime / พวกลดน้ำหนัก / พวกรับจ้างมาโพสต์

      หลังๆ ดูเหมือนจะมีพวกรับจ้างโพสต์โฆษณา ประเภทที่โพสต์ทิ้งไว้ทุกเวป ซ้ำๆซากๆ จนกลายเป็นขยะ online ไปทั่วประเทศทั่วโลก ที่เห็นบ่อยๆ เห็นจะเป็นพวก ลดความอ้วน พวก Parttime ทั้งหลาย เพื่อความสงบเรียบร้อย ขออนุญาต ไม่รับโฆษณาประเภทนี้ และจะถูกกำจัดออกไปอย่างเร็ว รวมถึงจะพิจารณาแบนสมาชิก ที่สมัครเข้ามาโพสต์โฆษณาประเภทนี้ทันที
tt2518

ขอเดา(ราคาทอง)กับเขาบ้าง

โพสต์แนะนำ

สวัสดียามเช้าค่ะทุกคน

อากาศแจ่มใส เมฆหมอกขอให้หายไปซะที อิอิ

เมื่อวานเจอหวัดเล่นงาน เลยได้แต่ร้องเพลงบังอรเอาแต่นอนท้างวัน

เข้านี้ พร้อม!!!!!

  • ถูกใจ 1

แชร์โพสต์นี้


ลิงก์ไปโพสต์
แชร์ไปเว็บไซต์อื่น

หุ้นมะกันขึ้นคาดผลประกอบไตรมาสแรกดี น้ำมัน-ทองคำปิดสวนทาง blank.gif โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 9 เมษายน 2556 04:34 น.

 

blank.gif blank.gif 556000004440501.JPEG blank.gif เอเอฟพี - น้ำมันวานนี้(8) ขยับขึ้นพอสมควรจากแรงช้อนซื้อ หลังดิ่งลงหนักช่วงสัปดาห์ที่แล้ว ส่วนวอลล์สตรีทก็บวก คาดผลประกอบการบริษัทยักษ์ใหญ่สดใส ขณะที่ทองคำทรงตัว นักลงทุนจับตาทิศทางของตลาดอย่างระมัดระวัง

 

สัญญาล่วงหน้าน้ำมันดิบชนิดไลต์สวีตครูดของสหรัฐฯ งวดส่งมอบเดือนพฤษภาคม เพิ่มขึ้น 66 เซนต์ ปิดที่ 93.36 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ส่วนเบรนท์ทะเลเหนือลอนดอน งวดส่งมอบเดือนเดียวกัน เพิ่มขึ้น 54 เซนต์ ปิดที่ 104.66 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล

 

เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ราคาน้ำมันดิ่งลงต่อเนื่องตั้งแต่วันพุธ(3)จนถึงวันศุกร์(5) รวมแล้วกว่า 4 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล จากผลกระทบของรายงานการจ้างงานอันย่ำแย่ในสหรัฐฯ ชาติผู้บริโภครายใหญ่ที่สุดของโลก

 

ทั้งนี้แม้ในวันจันทร์(8) ราคาน้ำมันจะปรับขึ้นเล็กน้อย จากแรงเข้าซื้อของนักลงทุน แต่เหล่านักวิเคราะห์ก็เตือนว่าแนวโน้มตัวเลขสต็อกเชื้อเพลิงสำรองสหรัฐฯ ที่น่าจะสูงขึ้น ก็อาจกดดันให้ราคาน้ำมันขยับลงอีกก็เป็นได้

 

ด้านตลาดหุ้นสหรัฐฯวานนี้(8) ก็ปิดบวกเล็กน้อย หลังนักลงทุนคาดหวังในด้านดีต่อรายงานผลประกอบการของบริษัทยักษ์ใหญ่ ซึ่งจะเริ่มทยอยเผยแพร่ออกมาตั้งแต่ช่วงต้นสัปดาห์นี้เป็นต้นไป

 

ดัชนีหุ้นดาวโจนส์ เพิ่มขึ้น 47.31 จุด (0.32 เปอร์เซ็นต์) ปิดที่ 14,612.56 จุด แนสแดก เพิ่มขึ้น 18.39 จุด (0.57 เปอร์เซ็นต์) ปิดที่ 3,222.25 จุด เอสแอนด์พี เพิ่มขึ้น 9.66 จุด (0.62 เปอร์เซ็นต์) ปิดที่ 1,562.94 จุด

 

ความเคลื่อนไหวของตลาดหุ้นสหรัฐฯวานนี้(8) เป็นเพราะนักลงทุนคาดหมายด้านบวกต่อรายงานผลประกอบการไตรมาสแรก ของอัลโค อิงค์ บริษัทผู้ผลิตโลหะอลูมิเนียมรายใหญ่ ซึ่งมีกำหนดเผยแพร่ออกมาหลังปิดตลาด เช่นเดียวกับผลประกอบการของเหล่าธนาคารชั้นนำ ที่มีคิวเผยแพร่ตัวเลขในช่วงกลางสัปดาห์

 

ทั้งนี้หลังจากปิดตลาด ผลประกอบการของอัลโค ก็เป็นไปตามที่คาด โดยบริษัทแห่งนี้ระบุว่าในรช่วงไตรมาสแรกของปี 2013 มีรายได้เพิ่มขึ้นจากช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อนถึง 59 เปอร์เซ็นต์

 

ส่วนราคาทองคำวานนี้(8) ขยับลงในกรอบแคบๆ เหตุนักลงทุนชะลอการลงทุนเพื่อดูทิศทางของตลาด หลังจากขยับลงพอสมควรในสัปดาห์ที่แล้ว จากตัวเลขภาคแรงงานอันน่ากังวลของสหรัฐฯ โดยราคาทองคำตลาดโคเมกซ์ของสหรัฐฯ ลดลง 3.40 ดอลลาร์ ปิดที่ 1,572.50 ดอลลาร์ต่อออนซ์

แชร์โพสต์นี้


ลิงก์ไปโพสต์
แชร์ไปเว็บไซต์อื่น

หุ้นปิดบวก-น้ำมันขยับขึ้น,ทองดิ่งลงอีก

ข่าวเศรษฐกิจ วันอังคารที่ 9 เมษายน พ.ศ.2556 7:05น.

445541-01.jpg

หุ้นปิดบวกเล็กน้อย ผลประกอบการของบริษัทยักษ์ใหญ่ ทำนักลงทุนมีความหวัง น้ำมันเพิ่ม ทองคำลง

 

ปิด การซื้อขายตลาดหุ้นสหรัฐ ปิดบวกเล็กน้อย หลังนักลงทุนคาดหวังในด้านดีต่อรายงานผลประกอบการของบริษัทยักษ์ใหญ่ ซึ่งจะเริ่มทยอยเผยแพร่ออกมาตั้งแต่ช่วงต้นสัปดาห์นี้เป็นต้นไป โดย ดาวโจนส์ เพิ่มขึ้น 48.23 จุด หรือ +0.33 เปอร์เซ็นต์ ปิดที่ 14,613.48 จุด ดัชนีแนสแดค เพิ่มขึ้น 18.39 จุด หรือ +0.57 เปอร์เซ็นต์ ปิดที่ 3,222.25 จุด ดัชนีเอสแอนด์พี เพิ่มขึ้น 9.79 จุด หรือ +0.63 เปอร์เซ็นต์ ปิดที่ 1,563.07 จุด

ขณะที่ ราคาน้ำมันดิบตลาดไนเม็กซ์ สหรัฐ งวดส่งมอบเดือนพ.ค. บวก 0.66 เซนต์ หรือ+0.71เปอร์เซ็นต์ ปิดที่ 93.36 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ส่วนเบรนท์ทะเลเหนือลอนดอน งวดส่งมอบเดือนเดียวกัน เพิ่มขึ้น 54 เซนต์ ปิดที่ 104.66 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล

ด้าน ราคาทองคำตลาดนิวยอร์กสหรัฐ ลดลง 3.40 ดอลลาร์ หรือ 0.22 เปอร์เซ็นต์ ปิดที่ 1,572.50 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์

Monday’s Close:

Dow +48.23 14,613.48 +0.33%

Nasdaq +18.39 3,222.25 +0.57%

S&P +9.79 1,563.07 +0.63%

Oil (Light Crude)

May 2013 contract

$ / barrel Floor 93.36 +0.66 +0.71%

Gold

June 2013 contract

$ / troy ounce 1,572.50 -3.40 -0.22%

แชร์โพสต์นี้


ลิงก์ไปโพสต์
แชร์ไปเว็บไซต์อื่น

9 เมษายน 2556 07:50

ทองปิดลบ$3.4 หลังดอลลาร์กลับมาแข็งค่า

news_img_499422_1.jpg

โดย : กรุงเทพธุรกิจออนไลน์

 

ทองปิดลบ 3.4 ดอลลาร์ ที่ระดับ 1,572.5 ดอลลาร์/ออนซ์ ดอลลาร์แข็งกดดัน หลังบีโอเจประกาศเดินหน้าผ่อนคลายนโยบายการเงิน

 

สัญญาทองคำตลาด COMEX (Commodity Exchange) ส่งมอบเดือนมิ.ย.ร่วงลง 3.4 ดอลลาร์ หรือ 0.22% ปิดที่ 1,572.5 ดอลลาร์/ออนซ์ สัญญาทองคำได้รับแรงกดดันจากสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐที่แข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับเงินเยน หลังจากบีโอเจมีมติผ่อนคลายนโยบายการเงินต่อไป ในการประชุมครั้งล่าสุด โดยบีโอเจจะยังคงเดินหน้าผ่อนคลายนโยบายการเงินแบบเชิงรุก จนกว่าจะบรรลุเป้าหมายเงินเฟ้อที่ระดับ 2% เพื่อจัดการกับปัญหาเงินฝืด

 

นอกจากนี้ สัญญาทองคำยังได้รับปัจจัยลบจากข่าวที่ว่า ศาลโปรตุเกสได้ปฏิเสธมาตรการรัดเข็มขัดที่รัฐบาลตั้งใจจะนำมาบังคับใช้ในปี 2556 เพื่อแลกกับเงินช่วยเหลือจากต่างประเทศ และสัญญาทองคำยังร่วงลงหลังจากมีข่าวว่ากองทุน SPDR ซึ่งกองทุนทองคำรายใหญ่ที่สุดของโลก ได้ลดการถือครองทองคำ

 

http://www.bangkokbiznews.com

แชร์โพสต์นี้


ลิงก์ไปโพสต์
แชร์ไปเว็บไซต์อื่น

เศรษฐกิจต่างประเทศ

วันที่ 9 เมษายน 2556 04:32

วัฒนธรรมสะสมทองคำ ทำลายศก.อินเดีย

 

โดย : กรุงเทพธุรกิจออนไลน์

 

ความนิยมชมชอบในทองคำของอินเดีย กำลังกลายมาเป็นภัยคุกคามต่อการขยายตัวทางเศรษฐกิจของประเทศ

news_img_499413_1.jpg

ทั้งนี้ ความนิยมดังกล่าวจะส่งผลให้เป็นการดึงเงินทุนออกจากตลาด ที่กำลังอยู่ในสถานะตึงตัวด้านเงินสดอยู่แล้ว ในช่วงเวลาที่ประเทศกำลังมองหาทางเพิ่มการเติบโต ท่ามกลางการดิ้นรนอย่างหนักจากภาวะเศรษฐกิจโลกชะลอตัว และเงินเฟ้อพุ่งสูง

 

 

นอกจากจะมีบทบาทในฐานะของขวัญสำหรับงานแต่งงาน และเทศกาลต่างๆ แล้ว คุณค่าที่แท้จริงของทองคำยังทำให้โลหะมีค่าชนิดนี้เป็นเครื่องมือป้องกัน สำหรับเงินเฟ้อ และการลงทุน โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับบรรดาคนท้องถิ่น ที่เข้าถึงธนาคารได้เพียงเล็กน้อยเท่านั้น

 

การที่ผลตอบแทนจากการเข้าซื้อทองคำ พุ่งแซงหน้าการลงทุนประเภทอื่นๆ ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ทำให้บรรดาผู้ซื้อทองไม่อยากจะไปหาทางเลือกการลงทุนประเภทอื่นๆ ซึ่งความต้องการทองคำนี้ ทำให้อินเดียต้องเจอกับการขาดดุลบัญชีเดินสะพัด สูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 6.7% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) ในไตรมาสสุดท้ายของปีที่แล้ว

 

ที่ผ่านมา อินเดีย ประเทศผู้ซื้อทองคำรายใหญ่สุดของโลก พยายามที่จะควบคุมการนำเข้าทองคำ เพื่อยับยั้งการขาดดุลบัญชีเดินสะพัดดังกล่าว ด้วยการขึ้นภาษีนำเข้าทองคำ 6% เมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา ในความพยายามที่จะจำกัดการซื้อขาย

 

การที่ทองคำทั้งหมดซึ่งเป็นที่ต้องการในอินเดีย หามาได้จากการนำเข้า ยังทำให้การซื้อทองคำจากประเทศนี้ กลายเป็นปัจจัยสำคัญปัจจัยหนึ่ง ที่ส่งผลต่อราคาทองคำในตลาดโลกด้วย

 

ไชยะโมลี เจ้าของร้านอัญมณีแห่งหนึ่งทางตอนใต้ของกรุงนิวเดลี ระบุว่า การขาดทางเลือกที่มั่นคงในการจัดหาทองคำ และวัฒนธรรมในการซื้อโลหะมีค่าชนิดนี้ หมายความเงินออมทั้งชีวิตของผู้คนจะถูกเก็บเอาไว้เฉยๆ ในตู้ที่บ้าน แทนที่จะมีส่วนช่วยในการขยายตัวทางเศรษฐกิจของประเทศ

 

เจ้าของร้านรายนี้ อธิบายว่า ผู้หญิงในอินเดีย จะมีความรู้สึกมั่นคง ก็ต่อเมื่อพวกเธอมีทองเก็บไว้กับตัว แต่ทองเหล่านี้เป็นสินทรัพย์ ที่ไม่ใช้เงินออม หรือเงินลงทุน แถมยังเป็นเหมือนเอาเงินออกไปจากตลาด โดยที่ไม่ได้ใช้ทำอะไรเลย เป็นเงินที่เสียเปล่าไปอย่างแท้จริง

 

ทั้งนี้ มีการประเมินว่า เศรษฐกิจอินเดีย ที่ตกอยู่ในช่วงเวลายากลำบากจากการชะลอตัวของเศรษฐกิจโลก และเงินเฟ้อที่พุ่งสูงขึ้นนั้น อาจจะขยายตัวเพียง 5% เท่านั้น ในปีงบประมาณที่ผ่านมา ที่เพิ่งสิ้นสุดลงไปเมื่อวันที่ 31 มีนาคม ซึ่งเป็นอัตราการเติบโตช้าสุดในรอบทศวรรษ

 

ราคาทองคำที่ร่วงลงไปเมื่อเร็วๆ นี้ ยังบั่นทอนความพยายามของทางการในการที่จะจำกัดการซื้อทอง เพราะผู้คนส่วนใหญ่พากันฉวยโอกาสที่ราคาปรับตัวลง เข้าไปหาซื้อทองคำมาเป็นสินทรัพย์ส่วนตัว

ในระยะยาวนั้น รัฐบาลอินเดียหวังว่า เงินเฟ้อที่ลดต่ำลง และการนำเสนอทางเลือกที่มากขึ้นสำหรับการลงทุน จะช่วยลดความต้องการทองคำในประเทศลงมาได้

 

ขณะที่นักวิเคราะห์โภคภัณฑ์อย่าง ราจีฟ คาปูระ แสดงความเห็นว่า อัตราเงินเฟ้อที่ยังทรงตัวในระดับสูง พันธบัตรที่เกี่ยวข้องกับเงินเฟ้อ น่าจะเป็นทางเลือกที่น่าสนใจสำหรับเหล่าผู้นิยมทองคำ และอาจช่วยดึงเงินกลับเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจของประเทศด้วย

 

รัฐบาลอินเดีย ยังตัดสินใจที่จะดำเนินมาตรการเพิ่มขึ้นในการติดตาม และตรวจสอบการขายทองคำในประเทศ ในความพยายามที่จะทำรายได้จากตลาดค้าทองคำมากขึ้น

 

Tags : ทอง • อินเดีย

 

http://www.bangkokbiznews.com

แชร์โพสต์นี้


ลิงก์ไปโพสต์
แชร์ไปเว็บไซต์อื่น

“จอร์จ โซรอส” ออกโรงเตือนการลงทุนใน “ทองคำ” สุดเสี่ยง แม้แบงก์ชาติหลายประเทศยังกว้านซื้อไม่เลิก blank.gif โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 8 เมษายน 2556 16:47 น.

 

blank.gif 556000004421201.JPEG blank.gif

เอเจนซีส์/ASTV ผู้จัดการออนไลน์ - จอร์จ โซรอส พ่อมดการเงินชื่อดัง ชาวอเมริกันเชื้อสายฮังการี วัย 82 ปี เปิดใจให้สัมภาษณ์หนังสือพิมพ์เซาท์ไชนา มอร์นิงโพสต์ของฮ่องกงเมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยระบุทองคำได้สูญเสียความเป็น “ที่หลบภัยอันปลอดภัย” ในด้านการลงทุนไปแล้ว แม้ธนาคารกลางของหลายประเทศจะยังคงเดินหน้าซื้อทองคำมากักตุนไว้ต่อไป

 

โซรอสเปิดใจกับผู้สื่อข่าวของเซาท์ไชนา มอร์นิงโพสต์ โดยระบุว่า ในเวลานี้ทองคำกลายเป็นช่องทางการลงทุนที่ได้สร้างความผิดหวังแก่สาธารณชน ทั่วไป จากที่ผู้คนเคยให้ความสำคัญกับทองคำในฐานะของการลงทุนที่ปลอดภัยมาโดยตลอด

 

โซรอสระบุว่า สถานะของทองคำที่เคยถูกมองว่าเป็น “ที่หลบภัยอันปลอดภัย” ในด้านการลงทุนนั้นได้ถูกทำลายลงไปจนหมดสิ้นแล้ว หลังเกิดวิกฤตกับเงินยูโร จนเงินสกุลดังกล่าวเกือบถึงคราวล่มสลายในปีที่ผ่านมา โดยสิ่งที่เกิดขึ้นในยุโรปทำให้ทองคำกลายเป็นช่องทางการลงทุนที่ไม่ปลอดภัย อีกต่อไป ส่งผลให้ผู้คนจำนวนมากลดสัดส่วนการถือครองทองคำของตนลง แม้จะมีข่าวว่าธนาคารกลางของหลายประเทศจะยังเดินหน้าซื้อทองคำมาถือครองไว้ ในช่วงที่ผ่านมา

 

พ่อมดการเงินชื่อดังระบุว่า การลงทุนในทองคำที่เคยถูกว่าเป็นช่องทางที่มั่นคง กลับกลายเป็นการลงทุนที่มิอาจคาดการณ์ได้และสุ่มเสี่ยงต่อการเปลี่ยนแปลงได้ ตลอดเวลา หาใช่เป็นการลงทุนที่ปลอดภัยในระยะยาวอีกต่อไปแล้ว

 

ในส่วนของบทบาทของสาธารณรัฐประชาชนจีนต่อวิกฤตหนี้สินในกลุ่มยูโรโซน นั้น จอร์จ โซรอสเผยกับผู้สื่อข่าวของสื่อดังของฮ่องกง โดยแสดงความเชื่อมั่นว่าการที่จีนมีส่วนร่วมให้ความช่วยเหลือทางการเงินแก่ ไซปรัสเมื่อไม่นานมานี้ ถือเป็นส่งสัญญาณจากรัฐบาลปักกิ่งว่า ในความเป็นจริงแล้ว จีนยังคงต้องการให้เงินยูโรดำรงอยู่ต่อไป ในฐานะทางเลือก นอกเหนือจากเงินดอลลาร์สหรัฐ

 

อย่างไรก็ดี โซรอสเตือนว่า ยุคสมัยแห่งการเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างร้อนแรงของจีนได้จบสิ้นไปแล้ว และไม่น่าจะมีความเป็นไปได้ที่เศรษฐกิจของจีนจะกลับไปเติบโตได้ในลักษณะเช่น เดียวกันนั้นอีก พร้อมเตือนว่าศักยภาพของเศรษฐกิจโลกในการรองรับสินค้าส่งออกของจีนอาจเหลือ ไม่มากนัก ซึ่งหมายความว่ามีความเสี่ยงที่จีนซึ่งยังคงต้องพึ่งพารายได้จากการส่งออก และการลงทุนในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของตน อาจประสบภาวะการเติบโตที่ชะงักงันและหนทางเดียวที่จีนจะหลีกเลี่ยงภาวะดัง กล่าวได้ คือ ต้องหันไปกระตุ้นการบริโภคจากกำลังซื้อมหาศาลภายในประเทศตัวเอง แทนการพึ่งผู้ซื้อจากนอกประเทศอย่างที่ผ่านมา

 

http://manager.co.th...D=9560000042512

ถูกแก้ไข โดย Namchiang
  • ถูกใจ 1

แชร์โพสต์นี้


ลิงก์ไปโพสต์
แชร์ไปเว็บไซต์อื่น

สวัสดีตอนเช้าครับ

 

ขอบคุณสำหรับข่าวสารในทุก ๆ วัน

 

เช้านี้บาทแข็งปั้ก ๆ

แชร์โพสต์นี้


ลิงก์ไปโพสต์
แชร์ไปเว็บไซต์อื่น

สวัสดีตอนเช้าครับ

 

ขอบคุณสำหรับข่าวสารในทุก ๆ วัน

 

เช้านี้บาทแข็งปั้ก ๆ

บาทแข็งโป๊กในรอบ16ปีแตะ28.95บาท

 

โดย : กรุงเทพธุรกิจออนไลน์

บาทแข็งโป๊กในรอบ 16 ปี ทะยานแตะ 28.95 บาท/ดอลลาร์ เงินทุนไหลเข้าหนุน

นักบริหารเงินจากธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) (BAY) เปิดเผยว่า ค่าเงินบาทในช่วงเช้าของวันนี้ปรับตัวแข็งค่าลงมาทำนิวโลว์ที่ระดับ 28.95 บาท/ดอลลาร์ สูงสุดนับตั้งแต่ปี 2540

 

"เงินบาทมาทำนิวโลว์ที่ 28.95 บาท/ดอลลาร์ นับตั้งแต่ปี 97(2540) ตอน 10.00 น.หลังเปิดตลาดก็ทยอยปรับตัวลดลงมาเรื่อยๆ"

 

  • ถูกใจ 1

แชร์โพสต์นี้


ลิงก์ไปโพสต์
แชร์ไปเว็บไซต์อื่น

เงินบาทเปิด 29.14/16 แนวโน้มแข็งค่า มองกรอบวันนี้ 29.10-29.50 (09/04/2556)

นักบริหารเงินจากธนาคารซีไอเอ็มบี ไทย เปิดเผยว่า เงินบาทเปิดตลาดเช้านี้อยู่ที่ระดับ 29.14/16 บาท/ดอลลาร์ จากเย็นวันศุกร์ที่ระดับ 29.32/34 บาท/ดอลลาร์ เคลื่อนไหวในทิศทางเดียวกับค่าเงินยูโรและแรงเทขายเงินบาทของนักลงทุน โดยเมื่อเวลา 08.45 น.เงินบาทอยู่ที่ระดับ 29.12/14 บาท/ดอลลาร์

 

"เงินบาทเช้านี้ปรับตัวแข็งค่าจากแรงเทขายบาทซื้อดอลลาร์ของ Invester" นักบริหารเงิน กล่าว

 

นักบริหารเงิน ประเมินกรอบการเคลื่อนไหวของเงินบาทในวันนี้ไว้ที่ 29.10-29.50 บาท/ดอลลาร์

 

* ปัจจัยสำคัญ

 

- อัตราแลกเปลี่ยนบาท/ดอลลาร์ ถัวเฉลี่ยถ่วงน้ำหนักระหว่างธนาคาร ธปท.วันนี้อยู่ที่ 29.3010 บาท/ดอลลาร์

 

- เปิดตลาดเช้านี้เงินเยนอยู่ที่ระดับ 99.35/40 เยน/ดอลลาร์ จากเย็นวันศุกร์ที่ระดับ 96.16/19 เยน/ดอลลาร์

 

- ส่วนเงินยูโรอยู่ที่ระดับ 1.3062/3064 ดอลลาร์/ยูโร จากเย็นวันศุกร์ที่ระดับ 1.2934/2935 ดอลลาร์/ยูโร

 

- ราคาทองคำฮ่องกงเปิดตลาดวันนี้ลดลง 58 ดอลลาร์ฮ่องกง เปิดที่ระดับ 14,610 ดอลลาร์ฮ่องกง/ตำลึง หรือเทียบเท่ากับ 1,579.58 ดอลลาร์สหรัฐ/ทรอยออนซ์ ลดลง 6.07 ดอลลาร์สหรัฐ

 

- ตลาดหุ้นยุโรปปิดบวกเมื่อคืนนี้ขานรับผลผลิตภาคอุตสาหกรรมของเยอรมนีที่ปรับตัวสูงขึ้นเกินคาด ขณะที่นักลงทุนจับตาดูการรายงานผลประกอบการของบริษัทเอกชนสหรัฐ

 

- สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส(WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดบวกเมื่อคืนนี้ เนื่องจากนักลงทุนเข้าซื้อสัญญาน้ำมันก่อนที่บริษัทเอกชนของสหรัฐจะเริ่มเปิดเผยผลประกอบการ โดยสัญญาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือน พ.ค.เพิ่มขึ้น 66 เซนต์ หรือ 0.71% ปิดที่ 93.36 ดอลลาร์/บาร์เรล ส่วนสัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ส่งมอบเดือน พ.ค.ที่ตลาดลอนดอน เพิ่มขึ้น 54 เซนต์ หรือ 0.52% ปิดที่ 104.66 ดอลลาร์/บาร์เรล

 

- สกุลเงินดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กเมื่อคืนนี้ โดยดอลลาร์แข็งค่าอย่างมากเมื่อเทียบกับเงินเยน หลังจากธนาคารกลางญี่ปุ่น(บีโอเจ) ประกาศใช้มาตรการผ่อนคลายทางการเงินเชิงรุกในการประชุมครั้งล่าสุด

 

- สำนักงานสถิติแห่งชาติของจีน(NBS) รายงานดัชนีราคาผู้บริโภค(CPI) เดือน มี.ค.ขยายตัว 2.1% จากเดือนเดียวกันของปีก่อน แต่ลดลง 3.2% จากเดือน ก.พ. ส่วนดัชนีราคาผู้ผลิต(PPI) ลดลง 1.9% จากเดือนเดียวกันของปีก่อน

 

- คณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) จะเข้าหารือกับกระทรวงพาณิชย์ เพื่อหารือถึงผลกระทบค่าเงินบาทแข็งค่า ซึ่งขณะนี้ กกร.มีความกังวลว่าจะส่งผลกระทบต่อการส่งออกตลอดทั้งปี 2556 โดยหากเงินบาทยังคงแข็งค่าต่อเนื่องเมื่อเทียบกับค่าเงินสกุลต่างๆในอาเซียนเหมือนในปัจจุบัน และยังทรงตัวในระดับนี้จะส่งผลให้การส่งออกตลอดทั้งปีมีโอกาสเติบโตไม่ถึง 5% ซึ่งจะกระทบต่อเศรษฐกิจของประเทศไทย

 

- รายงานข่าวจากธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า ภายในสัปดาห์นี้ สายนโยบายสถาบันการเงินของธปท. เตรียมนัดหารือเป็นการภายในร่วมกับฝ่ายที่เกี่ยวข้องถึงสถานการณ์ความร้อนแรงตลาดอสังหาริมทรัพย์ในไทย โดยเฉพาะอสังหาริมทรัพย์ที่ขยายตัวออกไปตามต่างจังหวัดในหัวเมืองใหญ่ อาทิ เชียงใหม่ พัทยา หัวหิน ที่มีแนวโน้มปรับตัวเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง

 

ที่มา : สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (วันที่ 9 เมษายน 2556)

 

แชร์โพสต์นี้


ลิงก์ไปโพสต์
แชร์ไปเว็บไซต์อื่น

"เบอร์นันเก้" เผยภาคธนาคารสหรัฐแข็งแกร่งขึ้นหลังเศรษฐกิจฟื้นตัว (09/04/56)

นายเบน เบอร์นันเก้ ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) เปิดเผยว่า ภาคธนาคารของสหรัฐขยายตัวแข็งแกร่งขึ้นมากนับตั้งแต่เกิดวิกฤตการเงิน เพราะได้แรงหนุนจากเศรษฐกิจโดยรวมที่ฟื้นตัวขึ้น

 

"เศรษฐกิจในปัจจุบันมีความแข็งแกร่งขึ้นมากกว่าในช่วง 4 ปีที่ผ่านมา แม้ว่าสภาวะโดยทั่วไปจะยังคงห่างไกลจากที่เราคาดหวังไว้ก็ตาม" นายเบอร์นันเก้กล่าวสุนทรพจน์ในการประชุมด้านตลาดการเงินซึ่งจัดขึ้นโดยเฟดสาขาแอตแลนต้า

 

"เพราะสินเชื่อธนาคารที่อนุมัติให้กับภาคครัวเรือนและภาคธุรกิจมีความสำคัญต่อการผลักดันเศรษฐกิจให้ขยายตัวอย่างต่อเนื่อง จึงนับเป็นปัจจัยบวกที่ช่วยให้ภาคธนาคารมีความแข็งแกร่งมากขึ้นอย่างชัดเจนเมื่อเทียบกับในช่วงหลายปีที่ผ่านมา" นายเบอร์นันเก้กล่าว

 

นอกจากนี้ นายเบอร์นันเก้กล่าวว่า ผลการทดสอบภาวะวิกฤต (stress test) และการประเมินแผนการด้านเงินทุนของธนาคารพาณิชย์ล่าสุด ยังคงสะท้อนถึงการปรับตัวดีขึ้นของสภาวะในภาคการธนาคาร

 

อย่างไรก็ตาม นายเบอร์นันเก้กล่าวว่า การฟื้นฟูสภาพคล่องและการระดมทุนนั้น จำเป็นต้องดำเนินการต่อไปในบางด้าน และเฟดจะยังคงเพิ่มความโปร่งใสในกระบวนการทดสอบภาวะวิกฤตและการประเมินผลการวางแผนด้านเงินทุนของธนาคาร สำนักข่าวซินหัวรายงาน

 

ที่มา สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (09/04/56)

 

 

 

แชร์โพสต์นี้


ลิงก์ไปโพสต์
แชร์ไปเว็บไซต์อื่น

ราคาทอง Spot ลงนิดเดียว แต่เจอค่าเงินบาท แข็งแรงเอามากๆๆ ก็เตือนไว้แล้ว โปรดระวังความแข็ง จะบาดมือ

แชร์โพสต์นี้


ลิงก์ไปโพสต์
แชร์ไปเว็บไซต์อื่น

**ตลาดหุ้นเอเชียปรับตัวขึ้นบ่ายนี้ ขานรับเงินเฟ้อจีนชะลอตัวลงมากกว่าคาดการณ์

 

 

ตลาดหุ้นเอเชียปรับตัวสูงขึ้นบ่ายนี้ เนื่องจากเงินเฟ้อของจีนชะลอตัวลงมากกว่าที่ได้มีการคาดการณ์ไว้ ส่งผลให้หุ้นกลุ่มผู้ผลิตสินค้าโภคภัณฑ์ปรับตัวสุงขึ้น

 

ดัชนี MSCI Asia Pacific บวก 0.3% แตะ 134.40 เมื่อเวลา 13.20 น.ตามเวลากรุงโตเกียว

 

หุ้นบีเอชพี บิลลิตัน ปรับตัวสูงขึ้นในตลาดหุ้นออสเตรเลีย เนื่องจากราคาโลหะที่ปรับตัวสูงขึ้น ส่วนหุ้นแคนนอน บวก 1.9% หุ้นซันแดนซ์ รีซอร์สเซส ร่วง 48% หลังจากที่บริษัทได้ยกเลิกข้อตกลงกับบริษัท เสฉวน ฮันหลง กรุ๊ป

 

สำนักงานสถิติแห่งชาติของจีน (NBS) รายงานในวันนี้ว่า ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ของจีน ซึ่งเป็นมาตรวัดเงินเฟ้อที่สำคัญ ขยายตัว 2.1% ในเดือนมี.ค. เมื่อเทียบรายปี ซึ่งลดลงจาก 3.2% ในเดือนก.พ.

 

การขยายตัวของ CPI เมื่อเทียบรายปีในเดือนมี.ค.นับว่าต่ำกว่าการคาดการณ์ของตลาดที่ว่าจะเพิ่มขึ้น 2.5%

เมื่อเทียบรายเดือน ดัชนี CPI เดือนมี.ค.ปรับลง 0.9% อันเนื่องมาจากราคาอาหารที่ลดลง

แชร์โพสต์นี้


ลิงก์ไปโพสต์
แชร์ไปเว็บไซต์อื่น

หุ้นแบงก์ร่วง โบรกฯมองช่วงสั้น กังวลเกณฑ์ตั้งสำรองหนี้สูญใหม่

 

 

หุ้นกลุ่มแบงก์ปรับลงแรง ขณะที่โบรกเกอร์มอง ระยะสั้นมีความกังวล เรื่องเกณฑ์การตั้งสำรองหนี้สูญใหม่ แต่เชื่อว่าแบงก์จะปรับตัวได้

 

ราคาหุ้น ธ.กรุงเทพ(BBL)ลบ 2.2% มาที่ 222 บาท, ธ.กสิกรไทย(KBANK) ลบ 1.5% มาที่ 197 บาท และธ.กรุงไทย(KTB)ลบ 1.22% มาที่ 24.30 บาท ส่วนดัชนีหุ้นไทย ลบ 0.73%

 

 

บล.ฟินันเซีย ไซรัส ระบุว่า ในระยะสั้นกลุ่มแบงก์ ยังมีความกังวล เรื่องกฏเกณฑ์การตั้งสำรองหนี้สูญใหม่จากธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.)เพื่อรองรับเศรษฐกิจขาลง ซึ่งทำให่คาดว่า KBANK ต้องตั้งสำรองเพิ่ม จากปกติ แต่แบงก์อื่นจะไม่ตั้งเพิ่มเติมอย่างรวดเร็ว และบางแห่งมีพอแล้ว ทั้งนี้ เชื่อว่าแบงก์จะปรับตัวได้ในที่สุด

 

ดังนั้น ยังคงแนะนำ Overweight หุ้นแบงก์ โดยคาดว่ากำไร กลุ่มแบงก์สร้างจุดสูงสุดใหม่อีกครั้งที่ราว 4.86 หมื่นล้านบาท ในไตรมาส 1/56 โดยเพิ่มขึ้น 54% จากไตรมาสก่อนหน้า และเพิ่มขึ้น 19% จากงวด เดียวกันปีก่อน

 

 

แชร์โพสต์นี้


ลิงก์ไปโพสต์
แชร์ไปเว็บไซต์อื่น

สร้างบัญชีผู้ใช้ใหม่หรือลงชื่อเข้าใช้เพื่อแสดงความคิดเห็น

คุณต้องเป็นสมาชิกก่อน ถึงจะแสดงความคิดเห็นได้

สร้างบัญชีผู้ใช้ใหม่

ลงทะเบียนเพื่อสร้างบัญชีผู้ใช้ใหม่ในชุมชนของเรา มันง่ายมาก!

ลงทะเบียนบัญชีผู้ใช้ใหม่

ลงชื่อเข้าใช้งาน

มีบัญชีผู้ใช้แล้ว? ลงชื่อเข้าใช้ที่นี่

ลงชื่อเข้าใช้เลย


  • เข้ามาดูเมื่อเร็วๆนี้   0 สมาชิก

    ไม่มีผู้ใช้งานที่ลงทะเบียนกำลังดูหน้านี้

×