ไปที่เนื้อหา

Update Gold USD/THB สมาคมฯ Gold965% Gold9999 CrudeOil USDX Dowjones GLD10US HUI SPDR(ton) Silver Silver/Oz Silver/Baht
                             
 

โอกาส"ทอง" (จริงๆ) : Safe Heaven


มี 19223 ความเห็นในกระทู้นี้

#16 jijee

    ขาประจำ

  • ขาประจำ
  • PipPip
  • 53 โพสต์
  • ที่อยู่กรุงเทพมหานคร

โพสต์ 29 ตุลาคม 2010 - 15:04

ยินดีร่วมศึกษาด้วยคนคร้าาา

#17 น้ำหวาน

    ขาใหญ่

  • ขาใหญ่
  • PipPipPip
  • 212 โพสต์
  • ที่อยู่ประเทศไทย

โพสต์ 29 ตุลาคม 2010 - 15:31

ขอติดตามด้วยค่ะ !10 และ+ให้1พลัง !thk

#18 p@rinya

    ขาประจำ

  • ขาประจำ
  • PipPip
  • 88 โพสต์
  • ที่อยู่นครปฐม

โพสต์ 29 ตุลาคม 2010 - 15:37

ขอติดตามด้วยคนครับ !01

#19 Yai Carmungwed

    ขาใหญ่

  • ขาใหญ่
  • PipPipPip
  • 1,781 โพสต์
  • ที่อยู่นครปฐม

โพสต์ 29 ตุลาคม 2010 - 15:38

ขอตามไปดูด้วยคนครับ
Yai Carmungwed (Sapankwane) Nakhonpathom รูปที่โพสต์
คนจนเล่นหวย คนรวยเล่นหุ้น ส่วนผมชอบเล่นทองและปืนครับ

#20 Nexttonothing

    ขาใหญ่

  • ขาใหญ่
  • PipPipPip
  • 977 โพสต์
  • ที่อยู่กรุงเทพมหานคร

โพสต์ 29 ตุลาคม 2010 - 15:49

รูปที่โพสต์

QE2 กำลังจะมา

ก่อนจะพูดเรื่อง โอกาสทอง(จริงๆ) ขอตัดไปพูดเรื่อง QE2 กันก่อน เพราะกลัวเชยครับ เพื่อนๆนักลงทุนหากติดตามข่าวสาร
เรื่องการลงทุนตอนนี้ จะได้ยินแต่คนพูดถึง QE2 QE2 ของธนาคารกลางสหรัฐกันทั้งวัน ไม่พูดถึง ไม่รู้เรื่อง ไม่ได้ครับเดี๋ยวตกเทรนด์ :lol: :lol:

QE. คือ Quatitative easing :wacko:

แปลเป็นไทยได้ว่า "นโยบายผ่อนคลายเชิงปริมาณ"

ฟังแล้วมึนกว่าเดิม ผมขอแปลไทยเป็นไทยในความหมายของผมเองว่า นี่คือ "นโยบายพิมพ์เงินปริมาณมหาศาลออกจากอากาศ เพื่อ อัดฉีดเข้ากระตุ้นระบบศก."

QE2 จึงแปลว่า "นโยบายพิมพ์เงินปริมาณมหาศาลออกจากอากาศ เพื่อ อัดฉีดเข้ากระตุ้นระบบศก.ภาค2" นั่นเอง ภาค1 ผ่านมาแล้วตอน 2008 ครับ

จูนก่อนครับข้อเท็จจริง (Fact) (เผื่อว่าคุณยังไม่รู้ หรือ รู้มาบ้างแต่ยังไม่เคลียร์)

:excl: ประเทศสหรัฐอเมริกา เป็นประเทศที่มีสิทธิ์พิเศษกว่าชาติใดๆในโลก เพราะ เค้าสามารถ พิมพ์เงินออกจากอากาศ (Out of thin air)ได้ตามใจชอบ นี่คือ Fact

:excl: ดอลล่าห์ คือ เงินสกุลหลักของโลก "World reserved currency" นั่นทำให้ประเทศสหรัฐอเมริกาได้สิทธิ์พิเศษอันนี้ เงินทุกสกุลจะรู้ว่าแข็งค่าหรืออ่อนค่า ต้องเอาไปเทียบกับดอลล่าห์ เพื่อให้ได้สิ่งที่เรียกว่า "อัตราแลกเปลี่ยน" สิ่งนี้คือตัวบอกความแข็งหรืออ่อน เพิ่มค่าหรือลดค่าของเงินทุกสกุล นี่คือ Fact

ที่นี้ไม่ว่าคุณจะได้ยินคำพูดสวยหรู ขนาดไหน Quatitative easing, Stimulus package, Bail out ETC มาตราการทุกอย่างที่ประดิษฐ์ประดอยคำพูดกันขึ้นมาให้สวยหรู ขอให้เข้าใจไว้เลยว่า หลักสำคัญคือ "นโยบายพิมพ์เงินปริมาณมหาศาลออกจากอากาศ เพื่อ อัดฉีดเข้ากระตุ้นระบบศก." เหตุผลก็เพราะ

ธนาคารกลางของทุกประเทศ มี อาวุธคู่กายแค่สองอย่าง

1 อัตราดอกเบี้ย

2 พิมพ์เงิน

อัตราดอกเบี้ยของเมกานั้น ลดต่ำสุดหมอบติดพื้นไปแล้วที่ระดับ 0-0.25%
เพราะฉะนั้น เหลือทางเลือกเดียว คือ พิมพ์เงิน !

ขอพูดอย่างไม่เกรงใจว่า คุณและผม หรือ แม้แต่เด็กประถม ในตอนนี้ก็สามารถเป็นที่ปรึกษาทางศก ให้ประธานธิบดีโอบาม่าได้ เพราะ
ไม่ว่า เมกาจะมีปัญหาเรื่องใด เมื่อ โอบาม่า มาปรึกษาคุณก็แค่บอกว่า "พิมพ์เงิน"

ปัญหาการว่างงาน 9.5% ----> พิมพ์เงิน :o
ปัญหาเศรษฐกิจตกต่ำ เงินฝืด -----> พิมพ์เงิน :o
ปัญหา สวัสดิการผู้สูงอายุ และ สวัสดิการรักษาพยาบาล -----> พิมพ์เงิน :o

เพราะที่ผ่านมา เค้าแก้ไขปัญหาด้วยวิธีนี้วิธีเดียวครับ เพียงแต่ปรับเปลี่ยนรูปแบบ พลิกแพลงไปมาเล็กน้อย นิดหน่อย...
(หากคุณกำลัง งง และ สงสัยว่า จะบ้าเหรอ อะไรมันจะพิมพ์กันได้ง่ายขนาดนี้ รบกวนย้อนกลับไปจูนข้อเท็จจริงข้างต้นใหม่ก่อนอ่านต่อนะครับ) :lol:
มีแม้แต่ คูปองอาหาร เช็คชดเชยการว่างงาน 99 สัปดาห์รวด ยันถึง จ่ายเช็คไปยังทุกบ้าน (แล้วเรียกมันว่า TAX refund) ก็เคยทำมาแล้ว

คำถามคือทำไม ต้องทำกันขนาดนี้ ???
คำตอบคือ ศก.เมกา กำลังจะล่มสลายครับ (หากดีๆ ก็คงไม่ต้องกระตุ้นและอัดฉีดเอาเป็นเอาตายแน่นอนครับ)

อะไรทำให้ประเทศมหาอำนาจ อย่างเมกาตกอยู่ในสภาพเช่นนี้ .... ตามมาเลยครับ ผมขอ แฉ !

ไม่มีใครอยากเป็น "จิ๋ว"

เหตุการณ์นี้ผมขอตั้งชื่อเรื่องว่าไม่มีใครอยากเป็น "จิ๋ว" คงจำกันได้นะครับเราเคยมีผู้นำประเทศคนนึงนักข่าวชอบเรียกว่า "จิ๋ว" เดี๋ยวนี้ เปลี่ยนsizeเป็น "พ่อใหญ่" แล้วครับ :lol:
ตอนเกิดวิกฤต ต้มยำกุ้งฟองสบู่แตกปี 2540 มีแต่คนโทษ "จิ๋ว" เพราะมันดันเกิดขึ้นในสมัยที่ "จิ๋ว" เป็น นายก !!! แค่นั้นเองครับ คนเราคิดได้แค่นั้น.... :(
ความจริงแล้ว เหตุการณ์มันเกิดตั้งแต่ "สมัยชาติชาย" ครับ เมื่อฟองสบู่มันพอง มันต้องตามด้วยการแตก !! นี่คือธรรมชาติของฟองสบู่ !!

ยกตัวอย่างหลักการทำงานของฟองสบู่ง่ายๆให้ฟังนะครับ

เราเปิดร้านขายข้าวแกง ก็ขายไปวันๆ จู่ๆวันนึงเกิดมีงานคอนเสริต์มาจัดแสดงใกล้ๆร้านข้าวแกงของเรา เท่านั้นแหละครับ กระหึ่มเลยครับ ข้าวแกงไม่พอขาย
แต่เราไม่เข้าใจว่า มันคืองานคอนเสิร์ตชั่วคราว เรากลับขยายร้านสั่งโต๊ะเก้าอี้เพิ่ม 3 เท่า จ้างคนงานเพิ่ม 3 เท่า ซื้อวัตุดิบทำข้าวแกงเพิ่ม 3 เท่า แล้วก็พบว่า มันขายหมดทุกวัน
เราดีใจ เราลงทุนเพิ่ม แบบนี้คือ "Bad Investment" ฟองสบู่มันเกิด เราคิดว่าศก ดี ... สุดท้ายพอ คอนเสริต์หมดรอบการแสดง ปิดตัวย้ายไปแสดงที่อื่น โพ๊ละ ...

ตามมาด้วยการตกงานของลูกจ้าง ยอดขายที่ลดฮวบ ความเศร้าเกิดขึ้น แต่ มันคือ สิ่งที่ดีและถูกต้องครับ นี่คือกลไกตลาด ที่ทำหน้าที่กวาด Bad investment ออกจากระบบให้เหลือไว้แต่ Good investment เพื่อความเข้มแข็งของระบบ ศก. โดยรวม.สิ่งนี้คือ ธรรมชาติของฟองสบู่และกลไกตลาดแต่ รบ.เมกากลับเข้าขวางและแทรกแซงอย่างถึงที่สุด !!

บินกลับข้ามไปยังฝั่งอเมริกาครับ

สมัย บิล คลินตัน มี Dot.com Bubble เกิดขึ้นครับ ฟองสบู่ยุคดอทคอม ธุรกิจใหม่เอี่ยมถอดด้าม เฟื่องฟูมากกกแม้แต่นักศึกษาจบใหม่ก็ไฟแรงจัดตั้งบริษัทออนไลน์ ทุกอย่างดูสวยงามสดใสไปหมด แต่มันคือฟองสบู่และภาพลวงตาทั้งนั้น สุดท้ายควรจบลงด้วยฟองสบู่แตก

พอ จอช บุช จูเนียร์ ขึ้นมา เค้าไม่อยากเป็น "จิ๋ว" ครับ สมัยก่อนหน้าเค้ายุคบิล ศกเฟื่องฟู อยู่ดีกินดี พอเค้าขึ้นมา ศก จะหดได้ยังไง?
จอช บุช ไม่ยอมครับ
การอัดฉีดเงินเข้าระบบเริ่มจากตอนนั้น เหมือนไม่ยอมให้ฟองสบู่ต้องแตกแต่อัดลมเข้าไปแทนที่ พยุงเอาไว้
มาตราการธนาคารกลางตอนนั้นคือ อัตราดอกเบี้ย ถูกหั่นเหลือ 1% และยังมีการอัดฉีดสภาพคล่องมากมาย

พอกล้อมแกล้มไปได้ครับ แต่กลายเป็นว่าการกระทำที่ขี้ขลาดไม่ยอมรับความจริง แบบนี้ก่อให้เกิด ฟองสบู่ลูกใหญ่กว่าเดิมที่ตลาด อสังหาริมทรัพย์ ศกบ้านและที่ดินคอนโดเฟื่องฟู

เหมือนเดิมครับ..............

พอ โอบาม่า ขึ้นมา ฟองสบู่ อสังหาริมทรัพย์ ควรแตกไปเมื่อปี 2008 แฮมเบอร์เกอร์ไครซิส แต่โอบาม่า เหมือนเดิมเค้าไม่อยากเป็น "จิ๋ว" ครับ ก่อนหน้านั้น ศกดีทำไมมาถึงสมัยเค้า ต้องแย่ด้วย สิ่งที่โอบาม่าทำ ไม่ได้มีอะไรใหม่ ไม่ได้ Change อย่างสโลแกน ตอนหาเสียงเลยครับ

เค้าหันไปมองดอกเบี้ยมันเหลือ 1% จะเหลือไว้ทำไม นาทีนี้แล้ว หั่นเหลือ 0% ไปเลยครับ!!! พร้อมกับอัดฉีดเหมือนเดิมตามสูตร ....

วิกฤตแฮมเบอร์เกอร์ที่เราเห็นว่าเลวร้ายส่งผลกระทบไปทั่วโลกนั้น มันยังไม่ได้แสดงอำนาจการทำลายเต็มศักยภาพนะครับ เพราะการเข้าขวางของอเมริกา..

ไม่ว่าเจ้าของร้านข้าวแกง หรือ ระดับประธานธิบดี หากไม่เข้าใจ พฐ ทางเศรษฐกิจหรือไม่ยอมรับความจริง พยายามจะเลือกหาทางออกอย่างสวยหรูที่สุด
เพื่อรักษาไว้เพื่อคะแนนเสียงแล้วล่ะก็ .... สุดท้าย อเมริกาจบไม่สวยแน่ครับ
ลองนึกภาพความเลวร้ายจากอัตราดอกเบี้ยเรี่ยติดดิน 1% ก่อให้เกิดวิกฤตแฮมเบอร์เกอร์
ลองคิดดู ว่า อัตราดอกเบี้ยตอนนี้ 0% และเตรียมจะอัด QE2 อีก ความโหดร้ายในวิกฤตรอบใหม่ที่กำลังจะมาจะขนาดไหน ?? :(

Dot.com Bubble ---> Subprime Crisis (Hamberger)----> ป้ายหน้า Currency crisis ครับ

ในรายละเอียดไว้ว่ากันต่อในคราวต่อๆไปนะครับ เดี๋ยวจะยาวเกินไป

...............

ย้อนกลับมาประเด็น QE2 และทองคำตอนนี้ตลาดกำลังเกิดข่าวลือ และ ความสงสัยอย่างมากว่า

1.จะอัด QE2 หรือเปล่า?

2.จะอัด QE2 น้อยกว่าที่คาดหรือเปล่า ?

3.จะอัด QE2 เท่าไหร่?

ผมเชื่อเหลือเกินครับ ว่า อัด ! (จากผลโพลที่สำรวจมา คณะกรรมการ 16 คน โหวตอัด 12 คน ไม่อัด 3 ยังไม่ตัดสินใจ 1 นอนมาอยู่แล้วครับ)
อัดฉีด ต้องมากด้วยครับเท่าไหร่ ตัวเลขในใจผมคือ 1-5 Trillion (เงิน 1 Trillion อยากรู้ว่ามากขนาดไหน You Tube ดูนะครับ)

ทีนี้... เค้าอาจจะตุกติกประเด็นนี้ครับ

:excl: เงื่อนไขวันที่ 3 พย. เค้าอาจจะเลื่อน ให้ตลาดตกใจเทขายสินทรัพย์ออกมา เพราะผิดหวัง แต่มันสำคัญด้วยหรือ ?? หาก เค้าไม่อัดวันที่ 3 พย เค้าเลื่อนไปอัดเดือนหน้า ปีหน้า ยังไงเค้าก็อัด อย่าให้วันที่มามีอิทธิพล ต่อการลงทุนของเรา อารมณ์ของตลาดหวั่นไหวขึ้นลงได้ครับ แต่ปัจจัยพื้นฐานยังแกร่ง คนลงทุนทองคำด้วยปัจจัยพื้นฐาน ผมแนะนำกอดทองไว้แน่นๆ ครับอย่าขายเพราะต่อให้ไม่มี QE2 เพิ่ทซักเซนต์เดียว ราคาที่ระดับ 1340$ นี่ก็ยังถือว่าถูกมากครับหากเทียบกับมูลค่าที่แท้จริงของทองคำ

:excl: อัดน้อยกว่าที่คาดหรือทยอยอัด.... ตลาดก็ผิดหวังอีกเทขายสินทรัพย์เสี่ยง ให้ใช้โอกาสประเภทนี้หากมา ทยอยซื้อสะสมทองคำ

:excl: หากอัดฉีดเกินคาด ทองคำทะยานฟ้า แน่นอนครับ 1400-1500$/oz

ผมเชื่อเหลือเกินครับว่า QE2 จะมาและมาเยอะด้วย จะทยอยมาหรือมาทีเดียวก็ต้องมา เค้าไม่มีทางเลือกครับ จะยอมให้ ศกเมกาพังไปต่อหน้าต่อตาเดี๋ยวนี้ (นั่นคือไม่ออก QE2 ซึ่งเป็นทางเลือกที่ถูกต้อง แต่ รบเมกากี่สมัยๆ ไม่เคยเลือกทางนี้เลย น่าเศร้าใจครับ กลับเลือกที่จะเข้าแทรกแซงกลไกตลาด เป็นการ เลื่อนปัญหาออกไปให้พ้นสมัยตัวเองเพื่อไปเจอปัญหาที่หนักกว่านี้แต่อยู่ในวาระสมัยของ รบ อื่น !!)

ศก เมกาตอนนี้เหมือนคนติดเฮโรอีนครับ
ทางออกที่ดีที่สุดคือต้องบำบัดที่ถ้ำกระบอก ต้องอาเจียน ต้องทุกข์ทรมาน แต่ผลสุดท้าย สุขภาพที่ดีจะกลับมาได้
แต่ ธนาคารกลางและ รบ.เมกากลับเลือกไม่ยอมทุกข์ทรมาน แต่กำลังจะฉีดยาเข้าเส้น เพิ่มมากขึ้นๆ ทุกๆครั้ง เพื่อให้รู้สึกสบาย แต่สุดท้ายเมื่อถึงวันที่มัน Overdose
ศกเมกาและดอลล่าห์ จะล่มสลายในชั่วพริบตาครับ

ในทุกวิกฤตย่อมมีโอกาส วิกฤตลูกใหญ่ที่กำลังจะมาไม่มีอะไรต้องกลัวครับ เพราะมันจะมาพร้อมกับ โอกาสทอง(จริงๆ)ของพวกเราแล้วเราจะได้เจาะลึกลงไปเรื่อยๆครับ


โชคดีในการลงทุนทุกท่านครับ

แก้ไขโดย Nexttonothing, 29 ตุลาคม 2010 - 15:58.

รูปที่โพสต์

#21 goldgold

    ขาใหญ่

  • ขาใหญ่
  • PipPipPip
  • 1,362 โพสต์
  • ที่อยู่กรุงเทพมหานคร

โพสต์ 29 ตุลาคม 2010 - 15:50

รอติดตามด้วยเช่นกันค่ะ ขอบคุณที่มาแชร์ข้อมูลนะคะ

#22 Chiranan

    ขาใหญ่

  • ขาใหญ่
  • PipPipPip
  • 553 โพสต์
  • ที่อยู่กรุงเทพมหานคร

โพสต์ 29 ตุลาคม 2010 - 15:57

ดูโพสต์Nexttonothing, เมื่อ 29 ตุลาคม 2010 - 15:49, พูดว่า:

รูปที่โพสต์

QE2 กำลังจะมา

ก่อนจะพูดเรื่อง โอกาสทอง(จริงๆ) ขอตัดไปพูดเรื่อง QE2 กันก่อน เพราะกลัวเชยครับ เพื่อนๆนักลงทุนหากติดตามข่าวสาร
เรื่องการลงทุนตอนนี้ จะได้ยินแต่คนพูดถึง QE2 QE2 ของธนาคารกลางสหรัฐกันทั้งวัน ไม่พูดถึง ไม่รู้เรื่อง ไม่ได้ครับเดี๋ยวตกเทรนด์ :lol: :lol:

QE. คือ Quatitative easing :wacko:

แปลเป็นไทยได้ว่า "นโยบายผ่อนคลายเชิงปริมาณ"

ฟังแล้วมึนกว่าเดิม ผมขอแปลไทยเป็นไทยในความหมายของผมเองว่า นี่คือ "นโยบายพิมพ์เงินปริมาณมหาศาลออกจากอากาศ เพื่อ อัดฉีดเข้ากระตุ้นระบบศก."

QE2 จึงแปลว่า "นโยบายพิมพ์เงินปริมาณมหาศาลออกจากอากาศ เพื่อ อัดฉีดเข้ากระตุ้นระบบศก.ภาค2" นั่นเอง ภาค1 ผ่านมาแล้วตอน 2008 ครับ

จูนก่อนครับข้อเท็จจริง (Fact) (เผื่อว่าคุณยังไม่รู้ หรือ รู้มาบ้างแต่ยังไม่เคลียร์)

:excl: ประเทศสหรัฐอเมริกา เป็นประเทศที่มีสิทธิ์พิเศษกว่าชาติใดๆในโลก เพราะ เค้าสามารถ พิมพ์เงินออกจากอากาศ (Out of thin air)ได้ตามใจชอบ นี่คือ Fact

:excl: ดอลล่าห์ คือ เงินสกุลหลักของโลก "World reserved currency" นั่นทำให้ประเทศสหรัฐอเมริกาได้สิทธิ์พิเศษอันนี้ เงินทุกสกุลจะรู้ว่าแข็งค่าหรืออ่อนค่า ต้องเอาไปเทียบกับดอลล่าห์ เพื่อให้ได้สิ่งที่เรียกว่า "อัตราแลกเปลี่ยน" สิ่งนี้คือตัวบอกความแข็งหรืออ่อน เพิ่มค่าหรือลดค่าของเงินทุกสกุล นี่คือ Fact

ที่นี้ไม่ว่าคุณจะได้ยินคำพูดสวยหรู ขนาดไหน Quatitative easing, Stimulus package, Bail out ETC มาตราการทุกอย่างที่ประดิษฐ์ประดอยคำพูดกันขึ้นมาให้สวยหรู ขอให้เข้าใจไว้เลยว่า หลักสำคัญคือ "นโยบายพิมพ์เงินปริมาณมหาศาลออกจากอากาศ เพื่อ อัดฉีดเข้ากระตุ้นระบบศก." เหตุผลก็เพราะ

ธนาคารกลางของทุกประเทศ มี อาวุธคู่กายแค่สองอย่าง

1 อัตราดอกเบี้ย

2 พิมพ์เงิน

อัตราดอกเบี้ยของเมกานั้น ลดต่ำสุดหมอบติดพื้นไปแล้วที่ระดับ 0-0.25%
เพราะฉะนั้น เหลือทางเลือกเดียว คือ พิมพ์เงิน !

ขอพูดอย่างไม่เกรงใจว่า คุณและผม หรือ แม้แต่เด็กประถม ในตอนนี้ก็สามารถเป็นที่ปรึกษาทางศก ให้ประธานธิบดีโอบาม่าได้ เพราะ
ไม่ว่า เมกาจะมีปัญหาเรื่องใด เมื่อ โอบาม่า มาปรึกษาคุณก็แค่บอกว่า "พิมพ์เงิน"

ปัญหาการว่างงาน 9.5% ----> พิมพ์เงิน :o
ปัญหาเศรษฐกิจตกต่ำ เงินฝืด -----> พิมพ์เงิน :o
ปัญหา สวัสดิการผู้สูงอายุ และ สวัสดิการรักษาพยาบาล -----> พิมพ์เงิน :o

เพราะที่ผ่านมา เค้าแก้ไขปัญหาด้วยวิธีนี้วิธีเดียวครับ เพียงแต่ปรับเปลี่ยนรูปแบบ พลิกแพลงไปมาเล็กน้อย นิดหน่อย...
(หากคุณกำลัง งง และ สงสัยว่า จะบ้าเหรอ อะไรมันจะพิมพ์กันได้ง่ายขนาดนี้ รบกวนย้อนกลับไปจูนข้อเท็จจริงข้างต้นใหม่ก่อนอ่านต่อนะครับ) :lol:
มีแม้แต่ คูปองอาหาร เช็คชดเชยการว่างงาน 99 สัปดาห์รวด ยันถึง จ่ายเช็คไปยังทุกบ้าน (แล้วเรียกมันว่า TAX refund) ก็เคยทำมาแล้ว

คำถามคือทำไม ต้องทำกันขนาดนี้ ???
คำตอบคือ ศก.เมกา กำลังจะล่มสลายครับ (หากดีๆ ก็คงไม่ต้องกระตุ้นและอัดฉีดเอาเป็นเอาตายแน่นอนครับ)

อะไรทำให้ประเทศมหาอำนาจ อย่างเมกาตกอยู่ในสภาพเช่นนี้ .... ตามมาเลยครับ ผมขอ แฉ !

ไม่มีใครอยากเป็น "จิ๋ว"

เหตุการณ์นี้ผมขอตั้งชื่อเรื่องว่าไม่มีใครอยากเป็น "จิ๋ว" คงจำกันได้นะครับเราเคยมีผู้นำประเทศคนนึงนักข่าวชอบเรียกว่า "จิ๋ว" เดี๋ยวนี้ เปลี่ยนsizeเป็น "พ่อใหญ่" แล้วครับ :lol:
ตอนเกิดวิกฤต ต้มยำกุ้งฟองสบู่แตกปี 2540 มีแต่คนโทษ "จิ๋ว" เพราะมันดันเกิดขึ้นในสมัยที่ "จิ๋ว" เป็น นายก !!! แค่นั้นเองครับ คนเราคิดได้แค่นั้น.... :(
ความจริงแล้ว เหตุการณ์มันเกิดตั้งแต่ "สมัยชาติชาย" ครับ เมื่อฟองสบู่มันพอง มันต้องตามด้วยการแตก !! นี่คือธรรมชาติของฟองสบู่ !!

ยกตัวอย่างหลักการทำงานของฟองสบู่ง่ายๆให้ฟังนะครับ

เราเปิดร้านขายข้าวแกง ก็ขายไปวันๆ จู่ๆวันนึงเกิดมีงานคอนเสริต์มาจัดแสดงใกล้ๆร้านข้าวแกงของเรา เท่านั้นแหละครับ กระหึ่มเลยครับ ข้าวแกงไม่พอขาย
แต่เราไม่เข้าใจว่า มันคือว่ามันงานคอนเสิร์ตชั่วคราว เรากลับขยายร้านสั่งโต๊ะเก้าอี้เพิ่ม 3 เท่า จ้างคนงานเพิ่ม 3 เท่า ซื้อวัตุดิบทำข้าวแกงเพิ่ม 3 เท่า แล้วก็พบว่า มันขายหมดทุกวัน
เราดีใจ เราลงทุนเพิ่ม แบบนี้คือ "Bad Investment" ฟองสบู่มันเกิด เราคิดว่าศก ดี ... สุดท้ายพอ คอนเสริต์หมดรอบการแสดง ปิดตัวย้ายไปแสดงที่อื่น โพ๊ละ ...

ตามมาด้วยการตกงานของลูกจ้าง ยอดขายที่ลดฮวบ ความเศร้าเกิดขึ้น แต่ มันคือ สิ่งที่ดีและถูกต้องครับ นี่คือกลไกตลาด ที่ทำหน้าที่กวาด Bad investment ออกจากระบบให้เหลือไว้แต่ Good investment เพื่อความเข้มแข็งของระบบ ศก. โดยรวม.สิ่งนี้คือ ธรรมชาติของฟองสบู่และกลไกตลาดแต่ รบ.เมกากลับเข้าขวางและแทรกแซงอย่างถึงที่สุด !!

บินกลับข้ามไปยังฝั่งอเมริกาครับ

สมัย บิล คลินตัน มี Dot.com Bubble เกิดขึ้นครับ ฟองสบู่ยุคดอทคอม ธุรกิจใหม่เอี่ยมถอดด้าม เฟื่องฟูมากกกแม้แต่นักศึกษาจบใหม่ก็ไฟแรงจัดตั้งบริษัทออนไลน์ ทุกอย่างดูสวยงามสดใสไปหมด แต่มันคือฟองสบู่และภาพลวงตาทั้งนั้น สุดท้ายควรจบลงด้วยฟองสบู่แตก

พอ จอช บุช จูเนียร์ ขึ้นมา เค้าไม่อยากเป็น "จิ๋ว" ครับ สมัยก่อนหน้าเค้ายุคบิล ศกเฟื่องฟู อยู่ดีกินดี พอเค้าขึ้นมา ศก จะหดได้ยังไง?
จอช บุช ไม่ยอมครับ
การอัดฉีดเงินเข้าระบบเริ่มจากตอนนั้น เหมือนไม่ยอมให้ฟองสบู่ต้องแตกแต่อัดลมเข้าไปแทนที่ พยุงเอาไว้
มาตราการธนาคารกลางตอนนั้นคือ อัตราดอกเบี้ย ถูกหั่นเหลือ 1% และยังมีการอัดฉีดสภาพคล่องมากมาย

พอกล้อมแกล้มไปได้ครับ แต่กลายเป็นว่าการกระทำที่ขี้ขลาดไม่ยอมรับความจริง แบบนี้ก่อให้เกิด ฟองสบู่ลูกใหญ่กว่าเดิมที่ตลาด อสังหาริมทรัพย์ ศกบ้านและที่ดินคอนโดเฟื่องฟู

เหมือนเดิมครับ..............

พอ โอบาม่า ขึ้นมา ฟองสบู่ อสังหาริมทรัพย์ ควรแตกไปเมื่อปี 2008 แฮมเบอร์เกอร์ไครซิส แต่โอบาม่า เหมือนเดิมเค้าไม่อยากเป็น "จิ๋ว" ครับ ก่อนหน้านั้น ศกดีทำไมมาถึงสมัยเค้า ต้องแย่ด้วย สิ่งที่โอบาม่าทำ ไม่ได้มีอะไรใหม่ ไม่ได้ Change อย่างสโลแกน ตอนหาเสียงเลยครับ

เค้าหันไปมองดอกเบี้ยมันเหลือ 1% จะเหลือไว้ทำไม นาทีนี้แล้ว หั่นเหลือ 0% ไปเลยครับ!!! พร้อมกับอัดฉีดเหมือนเดิมตามสูตร ....

วิกฤตแฮมเบอร์เกอร์ที่เราเห็นว่าเลวร้ายส่งผลกระทบไปทั่วโลกนั้น มันยังไม่ได้แสดงอำนาจการทำลายเต็มศักยภาพนะครับ เพราะการเข้าขวางของอเมริกา..

ไม่ว่าเจ้าของร้านข้าวแกง หรือ ระดับประธานธิบดี หากไม่เข้าใจ พฐ ทางเศรษฐกิจหรือไม่ยอมรับความจริง พยายามจะเลือกหาทางออกอย่างสวยหรูที่สุด
เพื่อรักษาไว้เพื่อคะแนนเสียงแล้วล่ะก็ .... สุดท้าย อเมริกาจบไม่สวยแน่ครับ
ลองนึกภาพความเลวร้ายจากอัตราดอกเบี้ยเรี่ยติดดิน 1% ก่อให้เกิดวิกฤตแฮมเบอร์เกอร์
ลองคิดดู ว่า อัตราดอกเบี้ยตอนนี้ 0% และเตรียมจะอัด QE2 อีก ความโหดร้ายในวิกฤตรอบใหม่ที่กำลังจะมาจะขนาดไหน ?? :(

Dot.com Bubble ---> Subprime Crisis (Hamberger)----> ป้ายหน้า Currency crisis ครับ

ในรายละเอียดไว้ว่ากันต่อในคราวต่อๆไปนะครับ เดี๋ยวจะยาวเกินไป

...............

ย้อนกลับมาประเด็น QE2 และทองคำตอนนี้ตลาดกำลังเกิดข่าวลือ และ ความสงสัยอย่างมากว่า

1.จะอัด QE2 หรือเปล่า?

2.จะอัด QE2 น้อยกว่าที่คาดหรือเปล่า ?

3.จะอัด QE2 เท่าไหร่?

ผมเชื่อเหลือเกินครับ ว่า อัด ! (จากผลโพลที่สำรวจมา คณะกรรมการ 16 คน โหวตอัด 12 คน ไม่อัด 3 ยังไม่ตัดสินใจ 1 นอนมาอยู่แล้วครับ)
อัดฉีด ต้องมากด้วยครับเท่าไหร่ ตัวเลขในใจผมคือ 1-5 Trillion (เงิน 1 Trillion อยากรู้ว่ามากขนาดไหน You Tube ดูนะครับ)

ทีนี้... เค้าอาจจะตุกติกประเด็นนี้ครับ

:excl: เงื่อนไขวันที่ 3 พย. เค้าอาจจะเลื่อน ให้ตลาดตกใจเทขายสินทรัพย์ออกมา เพราะผิดหวัง แต่มันสำคัญด้วยหรือ ?? หาก เค้าไม่อัดวันที่ 3 พย เค้าเลื่อนไปอัดเดือนหน้า ปีหน้า ยังไงเค้าก็อัด อย่าให้วันที่มามีอิทธิพล ต่อการลงทุนของเรา อารมณ์ของตลาดหวั่นไหวขึ้นลงได้ครับ แต่ปัจจัยพื้นฐานยังแกร่ง คนลงทุนทองคำด้วยปัจจัยพื้นฐาน ผมแนะนำกอดทองไว้แน่นๆ ครับอย่าขายเพราะต่อให้ไม่มี QE2 เพิ่ทซักเซนต์เดียว ราคาที่ระดับ 1340$ นี่ก็ยังถือว่าถูกมากครับหากเทียบกับมูลค่าที่แท้จริงของทองคำ

:excl: อัดน้อยกว่าที่คาดหรือทยอยอัด.... ตลาดก็ผิดหวังอีกเทขายสินทรัพย์เสี่ยง ให้ใช้โอกาสประเภทนี้หากมา ทยอยซื้อสะสมทองคำ

:excl: หากอัดฉีดเกินคาด ทองคำทะยานฟ้า แน่นอนครับ 1400-1500$/oz

ผมเชื่อเหลือเกินครับว่า QE2 จะมาและมาเยอะด้วย จะทยอยมาหรือมาทีเดียวก็ต้องมา เค้าไม่มีทางเลือกครับ จะยอมให้ ศกเมกาพังไปต่อหน้าต่อตาเดี๋ยวนี้ (นั่นคือไม่ออก QE2 ซึ่งเป็นทางเลือกที่ถูกต้อง แต่ รบเมกากี่สมัยๆ ไม่เคยเลือกทางนี้เลย น่าเศร้าใจครับ กลับเลือกที่จะเข้าแทรกแซงกลไกตลาด เป็นการ เลื่อนปัญหาออกไปให้พ้นสมัยตัวเองเพื่อไปเจอปัญหาที่หนักกว่านี้แต่อยู่ในวาระสมัยของ รบ อื่น !!)

ศก เมกาตอนนี้เหมือนคนติดเฮโรอีนครับ
ทางออกที่ดีที่สุดคือต้องบำบัดที่ถ้ำกระบอก ต้องอาเจียน ต้องทุกข์ทรมาน แต่ผลสุดท้าย สุขภาพที่ดีจะกลับมาได้
แต่ ธนาคารกลางและ รบ.เมกากลับเลือกไม่ยอมทุกข์ทรมาน แต่กำลังจะฉีดยาเข้าเส้น เพิ่มมากขึ้นๆ ทุกๆครั้ง เพื่อให้รู้สึกสบาย แต่สุดท้ายเมื่อถึงวันที่มัน Overdose
ศกเมกาและดอลล่าห์ จะล่มสลายในชั่วพริบตาครับ

ในทุกวิกฤตย่อมมีโอกาส วิกฤตลูกใหญ่ที่กำลังจะมาไม่มีอะไรต้องกลัวครับ เพราะมันจะมาพร้อมกับ โอกาสทอง(จริงๆ)ของพวกเราแล้วเราจะได้เจาะลึกลงไปเรื่อยๆครับ


โชคดีในการลงทุนทุกท่านครับ

แล้วผลกระทบต่อบ้านเราละค๊ะ ปล.สำนวนของคุณNEXTฯ อ่านสนุกเห็นภาพและได้ความรู้ดีค่ะ ขอชื่นชม
อยู่คนเดียวระวังความคิด อยู่ท่ามกลางหมู่มิตรระวังคำพูด

#23 MOR LEK

    ขาใหญ่

  • ขาใหญ่
  • PipPipPip
  • 3,785 โพสต์
  • ที่อยู่นครราชสีมา

โพสต์ 29 ตุลาคม 2010 - 16:07

สนุกสนานเร้าใจจริงๆครับ รูปที่โพสต์รูปที่โพสต์ Two Thumbs Up

When you really want it , there will be none to be had...Jim Rickards


At bottoms the charts will always say the market is going lower.

And at tops the charts will always say the market is going higher.


#24 mai

    ขาใหญ่

  • ขาใหญ่
  • PipPipPip
  • 1,418 โพสต์
  • ที่อยู่นครศรีธรรมราช

โพสต์ 29 ตุลาคม 2010 - 16:20

!gd !gd !gd ยกให้สามนิ้วเลยค่ะกับสิ่งที่นำเสนอ ทั้งหลักงานและเหตุผลน่าสนใจมากค่ะ ขอเป็นแฟนคลับกระทู้ด้วยค่ะ !thk !thk !thk

#25 keng09

    ขาใหญ่

  • ขาใหญ่
  • PipPipPip
  • 625 โพสต์
  • ที่อยู่กรุงเทพมหานคร

โพสต์ 29 ตุลาคม 2010 - 16:24

ขอบคุณค่ะคุณNexttonothing
:lol:

#26 Moo Moo

    น้องใหม่

  • ขาอ่อน
  • Pip
  • 9 โพสต์
  • ที่อยู่กรุงเทพมหานคร

โพสต์ 29 ตุลาคม 2010 - 16:29

ปลาบปลื้ม แนบรูป: AddEmoticons04262.gif

#27 JANG GEUM

    ขาใหญ่

  • ขาใหญ่
  • PipPipPip
  • 647 โพสต์
  • ที่อยู่กรุงเทพมหานคร

โพสต์ 29 ตุลาคม 2010 - 16:55

คุณชอบแฉ เราก็ชอบอ่านจ้า !57 เหมือนนั่งอยู่ในสภาคองเกรสเลย :P
จงระลึกไว้เสมอว่าคุณกำลังเดินเข้าหาความเสี่ยง
ความเสี่ยงคือความไม่มั่นคงหรือความไม่แน่นอนนั่นเอง

#28 jeab-99

    น้องใหม่

  • ขาอ่อน
  • Pip
  • 22 โพสต์
  • ที่อยู่กรุงเทพมหานคร

โพสต์ 29 ตุลาคม 2010 - 16:57

:wub: สุดยอดคะ

#29 araya41

    ขาใหญ่

  • ขาใหญ่
  • PipPipPip
  • 418 โพสต์
  • ที่อยู่สุพรรณบุรี

โพสต์ 29 ตุลาคม 2010 - 17:32

ดูโพสต์mai, เมื่อ 29 ตุลาคม 2010 - 16:20, พูดว่า:

!gd !gd !gd ยกให้สามนิ้วเลยค่ะกับสิ่งที่นำเสนอ ทั้งหลักงานและเหตุผลน่าสนใจมากค่ะ ขอเป็นแฟนคลับกระทู้ด้วยค่ะ !thk !thk !thk
ปายเอามาจากไหนอีกนิ้วนึงน๊อ คุงไมค์... :blink: :blink: :blink:

#30 alvin08

    ขาใหญ่

  • ขาใหญ่
  • PipPipPip
  • 150 โพสต์
  • ที่อยู่กรุงเทพมหานคร

โพสต์ 29 ตุลาคม 2010 - 18:18

!gd !01 อ่านแล้วมันส์มาก :D :P :)
แลกเปลี่ยนเรียนรู้ ปรับทุกข์ ผูกมิตร





มีผู้ใช้งาน 1 ท่าน กำลังอ่านกระทู้นี้

0 สมาชิก, 1 ผู้เยี่ยมชม, 0 ผู้ใช้ที่ไม่ระบุชื่อ