ข้ามไปเนื้อหา
Update
 
 
Gold
 
USD/THB
 
สมาคมฯ
 
Gold965%
 
Gold9999
 
CrudeOil
 
USDX
 
Dowjones
 
GLD10US
 
HUI
 
SPDR(ton)
 
Silver
 
Silver/Oz
 
Silver/Baht
 
  • ประกาศ

    • kumponys

      ห้ามลงโฆษณา งาน Parttime / พวกลดน้ำหนัก / พวกรับจ้างมาโพสต์

      หลังๆ ดูเหมือนจะมีพวกรับจ้างโพสต์โฆษณา ประเภทที่โพสต์ทิ้งไว้ทุกเวป ซ้ำๆซากๆ จนกลายเป็นขยะ online ไปทั่วประเทศทั่วโลก ที่เห็นบ่อยๆ เห็นจะเป็นพวก ลดความอ้วน พวก Parttime ทั้งหลาย เพื่อความสงบเรียบร้อย ขออนุญาต ไม่รับโฆษณาประเภทนี้ และจะถูกกำจัดออกไปอย่างเร็ว รวมถึงจะพิจารณาแบนสมาชิก ที่สมัครเข้ามาโพสต์โฆษณาประเภทนี้ทันที
ginger

ใบไม้ผลิบนดวงจันทร์

โพสต์แนะนำ

47019_594671277211038_1361405789_n.jpg

Avita Flit, Israe

ใบไม้ผลิบนดวงจันทร์.

 

เรื่องของ เจอรี่...ผู้มองโลกในแง่ดีตลอดเวลา

 

 

 

105049.jpg

 

105050.jpg

 

105051.jpg

 

 

105052.jpg

 

105053.jpg

 

105054.jpg

105055.jpg

 

105056.jpg

105057.jpg

 

 

105058.jpg

 

105059.jpg

ถูกแก้ไข โดย ginger
  • ถูกใจ 2

แชร์โพสต์นี้


ลิงก์ไปโพสต์
แชร์ไปเว็บไซต์อื่น

กำลังใจที่เก็บมาฝาก

 

 

"คุณรู้จักของขวัญชิ้นนี้บ้างมั้ย ???

ของขวัญที่ไม่ได้อยู่ในกล่อง

แล้วผูกโบว์สีสวย

ไม่จำเป็นต้องให้กันเฉพาะโอกาสพิเศษ

แต่สามารถมอบให้กันได้ทุก ๆ วัน

ของขวัญที่แสนจะเรียบง่าย

แต่เต็มไปด้วยความหมายที่ลึกซึ้ง

สามารถทำให้ผู้รับ เกิดพลังมากมาย

ของขวัญที่ใคร ๆ

ต่างรอคอยที่จะได้รับจากคนอื่น

ของขวัญชิ้นนี้

ชื่อ กำลังใจ

ของขวัญที่ยิ่งแจกจ่าย

ก็ยิ่งได้รับกลับคืน"

 

ขอบคุณผู้เขียน

ถูกแก้ไข โดย ginger
  • ถูกใจ 2

แชร์โพสต์นี้


ลิงก์ไปโพสต์
แชร์ไปเว็บไซต์อื่น

อ้าว...สวัสดีจ้ะ

 

จะย้ายบ้านแล้วหรือจ้ะ.. ก็แล้วแต่สะดวกนะ ยินดีนะคะ เพื่อนๆคงอ่านง่ายกัน

 

บางครั้งมดแดงก็เบื่อๆเหมือนกัน ดีนะที่ยังมีคุณ news เป็นเพื่อนคุย

 

วันนี้คลิ๊ก..ไปได้ใจ เลยเอามาฝาก

 

 

T130711_04C.gif

แชร์โพสต์นี้


ลิงก์ไปโพสต์
แชร์ไปเว็บไซต์อื่น

มดแดง ไม่ได้ย้ายยังอยู่มือใหม่นั่นล่ะ คุณปุยเฆฆเธอขอให้เปิดจะได้หาอ่านง่ายขึ้น

บอกnews กะ chez แล้วขอโทษที่ลืมบอกมดแดง ขอโทษนะ :)

กะว่าจะทำวันหยุดหรือวันที่ว่างๆ วันนี้มีคนช่วย

ถูกแก้ไข โดย ginger

แชร์โพสต์นี้


ลิงก์ไปโพสต์
แชร์ไปเว็บไซต์อื่น

!thk สวัสดีค่ะคุณ ginger คุณมดแดง คุณปุยเมฆ แวะมาสังสรรค์ด้วยคนนะค่ะ :D

 

 

เวลาที่สำคัญที่สุด

 

m113538.jpg

 

เวลาใดคือ เวลาที่สำคัญที่สุด

 

 

 

คำตอบก็คือ เวลาขณะปัจจุบัน

นั่นคือ เวลาที่เรากำลังนั่งหายใจอยู่ในขณะนี้

เพราะชั่วโมงที่แล้วมันก็จบไปแล้ว

ชั่วโมงหน้ามันยังมาไม่ถึง

ชั่วโมงนี้ชีวิตเป็นของเราทั้งหมด

ดังนั้น มันจึงสำคัญที่สุด

เพราะเวลาชั่วโมงนี้ นาทีนี้ วินาทีนี้

เราสามารถบริหารจัดการชีวิตของเราได้

 

 

 

พระพุทธศาสนาจึงให้ความสำคัญกับ "ปัจจุบันขณะ" มาก

คือ ถ้าเราทำปัจจุบันดี อดีตก็จะดี อนาคตก็จะดี

หลักการปฏิบัติธรรมของพุทธศาสนาคือ

"ให้ตื่นรู้ อยู่กับปัจจุบัน" แค่นี้เอง

พระพุทธเจ้าทรงตรัสว่า...

ถ้าตื่นอยู่รู้กับปัจจุบัน

ผิวพรรณจะผ่องใส

ทำไมผ่องใส

เพราะอดีตทำร้ายเราไม่ได้ อนาคตทำร้ายเราไม่ได้

แต่คนส่วนมากบางที่นั่งอยู่ที่นี่

แต่ใจไปอยู่ในอดีตบ้าง อยู่ในอนาคตบ้าง

ใครอยู่ในปัจจุบันขณะ ณ เวลานี้ได้ จะประเสริฐที่สุด

 

 

 

กวีคนหนึ่งเขาเคยเขียนคุณค่าของเวลาว่า

 

" วันไหน ๆ ไม่สำคัญเท่าวันนี้

เป็นวันที่สำคัญกว่าวันไหน

ถึงพรุ่งนี้มะรืนนี้ดีอย่างไร

ก็ยังไม่สำคัญเท่าวันนี้ "

 

ถ้าเราบริหารจัดการวันนี้ให้ดีที่สุด

มันก็เป็นวันวานที่ดีได้ เป็นรากฐานที่ดีของวันพรุ่งนี้

แต่ถ้าเราทำวันนี้ไม่ดี

เมื่อมันไปเป็นวันวาน แล้วเราหันกลับไปมอง

"ตายแล้ว..อดีตของฉัน กระดำกระด่างเหลือเกิน"

คงไม่ต้องถามถึงอนาคต

เพราะถ้าปัจจุบันไม่ดีแล้ว

มันจะเป็นรากฐานของอนาคตที่งดงามได้อย่างไร

ฉะนั้น เวลาที่สำคัญที่สุด คือ...

เวลาขณะปัจจุบันนี้

ตอนที่เรากำลังหายใจอยู่ ดูแลให้ดีที่สุด

มีคนถามท่านพุทธทาสว่า...

"จะใช้ชีวิตอย่างไรให้ดีที่สุด"

ท่านบอกว่า..."ใช้ชีวิตให้เหมือนกับวันนี้ให้เป็นวันสุดท้าย"

 

 

ถ้าเราคิดว่าวันนี้เป็นวันสุดท้ายของชีวิต

เราจะทำทุกอย่างที่มันเป็นคุณภาพ

อาตมาเคยถามลูกศิษย์ที่มหาวิทยาลัยเกษตรฯว่า

"ถ้าเหลือเวลาหนึ่งชั่วโมง เธอจะอยู่ในโลกนี้อีกหนึ่งชั่วโมง

ให้หลับตานึกดูสิ ในชีวิตเธอมีคนที่สำคัญในชีวิตกี่คน"

ลูกศิษย์หลับตาแล้วขอต่อเวลา เขาบอกว่า...

" ๕ นาทีนึกไม่ทันครับพระอาจารย์ คนสำคัญมีเยอะจริง ๆ "

 

 

 

ปกติเราจะไม่นึกว่าในชีวิตนี้ใครสำคัญบ้าง และจะทำดีต่อเขาอย่างไร

ต่อเมื่อถึงเวลานาทีเป็นนาทีตาย

เราจึงจะเริ่มนึกว่า...

"ใครบ้างสำคัญ ตายแล้ว เหลืออีกหนึ่งชั่วโมงฉันจะตาย

ฉันจะทำอะไรกับใครดี ตอนนี้พ่ออยู่ในรถ รถก็ติดอยู่โน้นบางนา

ตายแล้วไม่ทันแล้ว แม่ล่ะ ตายแล้วแม่อยู่ไหน "

ถามหาแม่ ถามหาสามี แต่กลับลืมลูก

"ลูกอยู่ไหน อ้าว..ลูกยังอยู่ที่โรงเรียน"

หนึ่งชั่วโมงอย่างไรมันก็ไม่พอ

ถ้าเราจะมาทำดีกับคนที่เรารักทั้งหมดในเวลาอันจำกัดแ บบนี้

คงเป็นไปไม่ได้

ดังนั้น ขอให้เราทำดีกับคนที่เรารักมาตั้งแต่ต้นอย่างสม่ำเสม อ

ในชั่วโมงสุดท้ายของชีวิตจะได้ไม่ต้องเร่งรีบเช่นนี้

  • ถูกใจ 3

แชร์โพสต์นี้


ลิงก์ไปโพสต์
แชร์ไปเว็บไซต์อื่น

อ้าว...สวัสดีจ้ะ

 

จะย้ายบ้านแล้วหรือจ้ะ.. ก็แล้วแต่สะดวกนะ ยินดีนะคะ เพื่อนๆคงอ่านง่ายกัน

 

บางครั้งมดแดงก็เบื่อๆเหมือนกัน ดีนะที่ยังมีคุณ news เป็นเพื่อนคุย

 

วันนี้คลิ๊ก..ไปได้ใจ เลยเอามาฝาก

 

 

T130711_04C.gif

 

ชอบจังเลยค่ะคุณมดแดง ได้ใจจริงๆ ค่ะ

แชร์โพสต์นี้


ลิงก์ไปโพสต์
แชร์ไปเว็บไซต์อื่น

113315.jpg

 

อย่าพ่ายแพ้.....เพราะใจตัวเอง

 

ถ้าหากชีวิตกำลังมีความรู้สึกท้อแท้เบื่อหน่าย หรือหมดกำลังใจสาเหตุมาจากความล้มเหลว ถูกตำหนิติเตียน หรือเกิดปัญหาต่างๆ แล้วละก้อ ขอจงอย่าปล่อยให้ความรู้สึกผิดหวังท้อแท้มาคอยกัดกร่อนทำลายความสุขในชีวิตให้ระบายความอัดอั้นตันใจออกมาบ้าง พยายามปลอบใจตนเองให้ได้

 

การปลอบใจตัวเองให้ได้นั้นจะทำให้เรียกกำลังใจกลับมา อีกครั้ง ผู้ที่สามารถสงบอารมณ์และปลอบใจตนเองได้แสดงว่าสามารถเอาชนะใจตนเองได้ระดับหนึ่งแม้จะเป็ นเพียงเล็กน้อยก็ยังดี จากนั้น ขอให้มองย้อนไปที่ความผิดพลาดหรือความล้มเหลวที่เกิดขึ้น วิเคราะห์ให้ได้ว่าเกิดจากสาเหตุอันใด พร้อมกับระมัดระวังหรือแก้ไขมิให้เกิดซ้ำขึ้นอีก และลุกขึ้นมาใหม่เพื่อต่อสู้กัปัญหาด้วยวิธีที่ฉลาดกว่าเดิม

 

ผู้ที่เคยล้มเหลวแล้วลุกขึ้นมาต่อสู้อีกครั้งจะเป็นผู้ที่มีความรอบคอบขึ้น แข็งแกร่ง และมีประสบกร์ในการแก้ปัญหามากขึ้น พร้อมที่จะเผชิญกับอุปสรรคขวากหนามได้อย่างไม่หวั่นเกรง เพราะครั้งหนึ่งได้เคยชนะมรสุมร้ายในชีวิตมาแล้วความผิพลาดในอดีตจะเป็นครูที่ดีที่สอนให้ระมัดระวังแ ละมองโลกได้อย่างเข้าใจยิ่งขึ้น

 

ดังนั้น จงปลอบใจตนเองในเรื่องความผิดพลาด รวมทั้งความล้มเหวในอดีตที่ผ่านมา จากนั้นทบทวนตนเองและความผิดพลาดนั้น พร้อมกับสร้างกำลังใจให้เกิดขึ้น อย่าพ่ายแพ้ใจตนเองโดยเด็ดขาด เพื่อที่จะไม่พบกับความพ่ายแพ้อีก ดังคำที่ว่า

 

 

"ในการพ่ายแพ้นั้น

บางคนแพ้เพราะฝีมือไม่ถึง

บางคนแพ้เพราะประมาท

แต่มีหลายคนที่แพ้เพราะใจของตนเอง"

  • ถูกใจ 2

แชร์โพสต์นี้


ลิงก์ไปโพสต์
แชร์ไปเว็บไซต์อื่น

!thk สวัสดีค่ะคุณginger คุณมดแดง มาทำให้บ้านเปื้อนรึป่าวค่ะ ^_^ บางครั้งคนเราก็ท้อแท้เหมือนกันนะค่ะ มีหนังสือ บทความไว้คอย

เป็นกำลังใจได้ดีเลยค่ะ :) ว่างๆ จะแวะมาบ่อยๆ นะค่ะ ขอบคุณค่ะ ฝันดีกันทุกคนนะค่ะ

แชร์โพสต์นี้


ลิงก์ไปโพสต์
แชร์ไปเว็บไซต์อื่น

!thk สวัสดีค่ะคุณginger คุณมดแดง มาทำให้บ้านเปื้อนรึป่าวค่ะ ^_^ บางครั้งคนเราก็ท้อแท้เหมือนกันนะค่ะ มีหนังสือ บทความไว้คอย

เป็นกำลังใจได้ดีเลยค่ะ :) ว่างๆ จะแวะมาบ่อยๆ นะค่ะ ขอบคุณค่ะ ฝันดีกันทุกคนนะค่ะ

 

เปล่าเลยค่ะ...ด้วยความยินดี และดีใจอย่างยิ่ง ที่มีเพื่อนเอามาแบ่งปันกัน เป็นกำลังใจซึ่งกันและกัน ขอบคุณมากๆค่ะ !uu

แชร์โพสต์นี้


ลิงก์ไปโพสต์
แชร์ไปเว็บไซต์อื่น

!thk สวัสดีค่ะคุณginger คุณมดแดง มาทำให้บ้านเปื้อนรึป่าวค่ะ ^_^ บางครั้งคนเราก็ท้อแท้เหมือนกันนะค่ะ มีหนังสือ บทความไว้คอย

เป็นกำลังใจได้ดีเลยค่ะ :) ว่างๆ จะแวะมาบ่อยๆ นะค่ะ ขอบคุณค่ะ ฝันดีกันทุกคนนะค่ะ

ขอบคุณ คุณEang มากๆจ้ะ :)

อยากบอกคำ ขอบคุณ สัก 1100 ครั้ง :)

แชร์โพสต์นี้


ลิงก์ไปโพสต์
แชร์ไปเว็บไซต์อื่น

249c8e99b564e26a2c3980eacafe1247_1220890256.gif

 

ขอบคุณ น้ำใจดีที่ทำให้โลกนี้งดงาม

 

 

"กำแพง กับ บันได "

 

 

ความรู้สึกที่มัวหม่นกับอารมณ์ที่ขุ่นเคือง

 

 

ทำให้หัวใจเกิดทิฐิ

 

 

ทิฐิ.....ที่บางทีก็ไม่มีคำอธิบาย ไม่มีเหตุผล

 

 

เมื่อคนคนหนึ่งสร้างกำแพงแห่งทิฐิไว้สูง

 

 

ก็เป็นเรื่องยากที่อีกคนจะปีนขึ้นไป

 

 

ขณะที่ใครคนหนึ่งกำลังหมุนคว้างด้วยแรงอารมณ์

 

 

อยู่บนหอคอยสูงที่กั้นกำแพงไว้อย่างแน่นหนา

 

 

ใครอีกคน...ก็พยายามที่จะสร้างบันได....เพื่อขึ้นไปหา

 

 

แต่การจะไปถึงอาจจะต้องใช้เวลา....

 

 

ถึงจะช้าไปบ้างก็ไม่ใช่ว่าไม่ต่อ ไม่ตาม....ไม่รัก

 

 

การต่อไม้ทีละขั้นๆ นั้นไม่ได้เป็นเรื่องที่ยากเลย

 

 

แต่กำลังใจในการหยิบไม้ขึ้นมาต่อต่างหากที่จะต้องเหนื่อย

 

 

หากแหงนมองกำแพงแล้วเห็นจุดหมายว่าสูงแค่ไหน...

 

 

ก็คงมีกำลังใจ..คงไม่ละทิ้งความพยายาม

 

 

เพราะรู้แล้ว....เห็นแล้วว่า....อีกไกลแค่ไหน

 

 

"แต่ขณะที่คนหนึ่งสร้าง......บั น ไ ด...

 

 

แต่อีกคนก็กำลังสร้าง....กำ แ พ ง .....ให้สูงขึ้น

 

 

ใครจะเอาเรี่ยวแรง......กำ ลัง ใจ .....ที่ไหนไปตามด่อ

 

 

เป็นเรื่องธรรมดาที่ความรักจะทำให้ใครซักคนขุ่นเคือง

 

แต่อารมณ์ที่ขุ่นเคืองก็ต้องมีขอบเขต

 

 

 

ง อ น น่ะ......ง อ น ได้....

 

 

แต่ต้อง......ง่าย....ที่จะ.....ง้อ!!!!!

 

จำเอาไว้นะจ๊ะ

 

 

[ ค้นหาเว็บบอร์ดทุกโรงเรียน แวะไปล่างสุดโฮมเพจ Dek-D ]

 

 

 

อ่านต่อ : http://writer.dek-d....2#ixzz1S8lonuOg

ถูกแก้ไข โดย ginger

แชร์โพสต์นี้


ลิงก์ไปโพสต์
แชร์ไปเว็บไซต์อื่น

วัน เวลา เปลี่ยน ความคิดเปลี่ยน สิ่งใหม่เกิดแทนที่ บางทีซ่อนสิ่งที่ทำให้สูญเสียไว้

รู้ให้เท่าทัน คิดให้ลึกซึ้งก่อนที่จะวิ่งตาม...กว่าจะรู้อาจสาย

วันเวลาที่แตกต่าง

โดย ณณ ณธี (thanaphong@msn.com)

แม่ว่าผมจะเลือกที่ไหนดีครับ” สุรชัยเปิดจดหมายตอบรับสมัครงานส่งให้แม่ดู

 

“ก็แล้วแต่แก แต่แม่อยากให้ทำงานราชการมากกว่า” แม่มองสุรชัย เธอใช้มือขวาสะบัดซองจดหมายสีน้ำตาลไปมา

 

สุรชัยเอื้อมไปหยิบจดหมายอีกฉบับที่แม่เปิดอ่านแล้ววางไว้บนโต๊ะ ขึ้นมาถือไว้

 

“แต่งานเอกชนให้เงินเดือนมากกว่าตั้งหลายเท่าน่ะครับ”

 

“ก็จริงอยู่ แต่ความมั่นคงจะสู้งานราชการได้หรือ ครอบครัวเรารับราชการกันทุกคน แต่ละคนอยู่อย่างสุขสบาย มีสวัสดิการมากมาย แถมยังเป็นงานที่มีเกียรติด้วยน่ะ ดูอย่างแม่สิ รับราชการมาสามสิบกว่าปีจนปลดเกษียณ แม่มีทุกอย่าง บ้านใหม่หลังนี้แม่ทำมากับมือ ถึงมันจะนานหน่อยแต่ก็เป็นของเรา พอแก่ตัวไปก็ยังมีเงินบำเหน็จบำนาญใช้อีก” แม่โยนซองจดหมายสีน้ำตาลลงบนโต๊ะ เอนหลังพิงโซฟา

 

สุรชัยเกิดอาการลังเล และตัดสินใจไม่ถูกจะเลือกทำงานที่ไหนดี ขณะที่เขาเป็นคนรุ่นใหม่ เงินเดือนของบริษัทเอกชนมันมากพอที่จะทำให้เขามีทุกอย่างได้ภายในเวลาไม่นาน นัก เขาหวนนึกถึงบ้านหลังเก่า ตอนนั้นอยู่ด้วยกัน 4 คนแม่ลูก พ่อเสียชีวิตไปตั้งแต่เขายังเด็ก ๆ บ้านไม้หลังไม่ใหญ่นัก เช่าอยู่บนที่ดินของเอกชน เป็นซอยเล็ก ๆ ค่อนข้างจะพลุกพล่านไปด้วยผู้คน บ้านส่วนใหญ่แถวนั้นใช้ไม้ปลูก อยู่ติด ๆ กัน มีถนนคอนกรีตกั้นกลางระหว่างบ้านไม้ที่ทอดตัวเป็นแนวยาวไปจนสุดซอย รถยนต์ไม่สามารถวิ่งเข้าออกได้ สภาพแวดล้อมและผู้คนจำนวนมากทำให้เบื่อกับความเป็นอยู่ที่นั่น และภาพของข้าราชการอย่างแม่ที่ต้องทำงานอย่างหนักในการเลี้ยงลูกทั้ง 3 คน เป็นเหตุให้เขาต้องตัดสินใจอะไรบางอย่างทันที

 

“ผมเลือกทำงานกับเอกชนดีกว่า เงินเดือนและโบนัสที่มากกว่างานราชการหลายเท่า โอกาสที่ผมจะเก็บเงินไว้สร้างฐานะตัวเอง คงใช้เวลาไม่กี่ปี”

 

“ตามใจแกแม่อายุมากแล้ว เหมือนไม้ใกล้ฝั่ง ต่อไปก็เป็นหน้าที่ของพวกเธอที่จะสร้างชีวิตและมีครอบครัวมีลูกมีหลานให้แม่ ได้อุ้มชูบ้างก็แล้วกัน”

 

“ครับ” เป็นคำตอบที่สั้น ๆ พร้อมรอยยิ้มอย่างมีความสุขของสุรชัย

 

พี่สาวสองคนแต่งงานเมื่อย้ายมาอยู่บ้านใหม่ได้สี่ปี คนหนึ่งแยกออกไป ส่วนคนรองแม่ให้อยู่เป็นเพื่อนแม่ สามีของเธอก็ไม่ขัดข้องและอาศัยอยู่ในบ้านหลังนั้นด้วย สุรชัยมีอนาคตก้าวหน้าขึ้นตามลำดับ เขาใช้เวลาเพียงปีเศษสามารถซื้อรถเก๋งขับได้แล้ว แม่ภูมิใจที่เห็นลูกชายสร้างอนาคตอย่างรวดเร็ว แถมตำแหน่งหน้าที่การงานขยับขึ้นเป็นหัวหน้าแผนก ความสำเร็จของลูกชายทำให้แม่พูดกับพี่สาวคนรองบ่อย ๆ ถึงอนาคตของสุรชัย

“แม่ครับ ตอนนี้ผมทำงานมาสามปีกว่าแล้ว” เขาหยุดพูดขณะที่หยิบกระเป๋าสตางค์ของตัวเอง เปิดออกค้นหาอะไรบางอย่างอยู่

 

“แล้วทำไมล่ะ” แม่มองตามขณะที่เขาดึงกระดาษแผ่นเล็ก ๆ ออกมา

 

“แฟนผมครับ” สุรชัยยื่นรูปผู้หญิงคนหนึ่งส่งให้แม่

 

แม่จ้องมองดูหญิงสาวคนนั้นเธอสวมชุดปริญญา หน้าตาสวยไว้ผมยาว

 

“เธอชื่อแก้ว ทำงานที่เดียวกับผม ผมอยากปรึกษากับแม่” เขาจ้องมองดูแม่ซึ่งกำลังอมยิ้ม สักพักรอยยิ้มของแม่ก็เปิดกว้างขึ้น เห็นฟันซี่เล็ก ๆ รอดออกมาจากริมฝีปากบาง ๆ

 

“แกอยากมีเมียแล้วสิ”

 

“โธ่…แม่ก็” สุรชัยพูดอย่างอาย ๆ

 

“เธอเป็นคนดี และเรารู้จักกันมานานเกือบปีแล้ว หล่อนเป็นเจ้าหน้าที่วิเคราะห์สินเชื่อ จบปริญญาตรี เธอกับผมว่าจะแต่งงานกัน”

 

“หนุ่มสาวสมัยนี้ รู้จักกันแค่ปีครึ่งปีก็จะแต่งงานกันแล้ว มันไม่เร็วไปหน่อยเหรอลูก”

 

“ไม่หรอกครับ” สุรชัยขยับเข้ามาใกล้แม่

 

“แม่กับพ่อของแกกว่าจะแต่งงานกันได้ ต้องดูใจกันหลายปี จะอยู่กินกันผู้ใหญ่ต้องขอดูตัวกันทั้งสองฝ่าย ต้องหมั้นกันก่อน และอีกปีถึงได้แต่งงานกัน” แม่หัวเราะส่ายหน้าไปมา

 

“สมัยนี้มันเปลี่ยนไปแล้วน่ะแม่น่ะ”

 

“มันเป็นอย่างไงสมัยนี้จ้องมองกันแล้วท้องเลยหรือ”

 

“แม่ก็พูดเป็นเล่นไป ผมและเธอพร้อมแล้ว ทั้งหน้าที่การงานมั่นคง อายุผมมากขึ้นทุกวัน” สุรชัยเอานิ้วมือทั้งสองข้างชี้มาที่ตัวเขา

 

“ตามใจแก ว่าแต่ว่าแกไม่พามาให้ฉันรู้จักเลยหรือ” แม่รู้ดีว่าวันนี้จะต้องเกิดขึ้นสักวัน สายเลือดเส้นสุดท้ายจะต้องออกจากอ้อมอกไป และครอบครัวใหม่กำลังจะเกิดขึ้น

ไม่กี่เดือนต่อมาสุรชัยก็แต่งงาน เขาพาแก้วเข้ามาอยู่ที่บ้าน บ้านดูคับแคบลงไป เพราะสมาชิกใหม่เพิ่มขึ้น อีกทั้งพี่สาวมีลูกอ่อนด้วย บ้านของแม่เป็นทาวเฮาส์สองชั้นอยู่ใจกลางเมืองเนื้อที่ไม่กี่ตารางวา

 

ตอนนี้ธุรกิจของบริษัทน้อยใหญ่เติบโตเต็มที่ สุรชัยและแก้วเงินเดือนรวมกันในแต่ละเดือนมีจำนวนไม่น้อยเลย อีกทั้งเงินโบนัสที่ทั้งสองคนได้รับในแต่ละปีก็มากจนทั้งคู่ดูผิดหูผิดตา หรูหราจนแม่สังเกตเห็นได้ชัด

“แม่ผมจะไปซื้อบ้านใหม่”

 

“หา…อะไรน่ะแกจะซื้อบ้านใหม่ แกจะไปเอาเงินที่ไหน”

 

“แม่” สุรชัยลากเสียงยาว

 

“ผมกับแก้วเงินเดือนรวมกันก็มากพอที่จะหาบ้านราคาสองสามล้านบาทอยู่ได้สบาย น่ะครับ อาชีพการงานผมมั่นคง บริษัทเรามีชื่อเสียงและปีนี้มีกำไรมาก เรื่องหาเงินซื้อบ้านเราใช้สวัสดิการของบริษัทได้ อีกทั้งบริษัทที่ผมทำงานอยู่มีบริษัทในเครือซึ่งประกอบธุรกิจบ้านจัดสรรอยู่ หลายแห่ง เขาเปิดให้พนักงานจองซื้อได้เป็นกรณีพิเศษ ใช้เวลาไม่กี่ปีผมก็ผ่อนหมด”

 

“แม่กว่าจะมีบ้านอยู่เป็นของตัวเอง แม่ต้องทำงานมากกว่ายี่สิบปี แกสองคนทำงานไม่กี่ปี ก็หาเงินซื้อบ้านได้แล้ว โอ๊ย…แม่จะเป็นลมตาย” แม่ควาญมือไปเอื้อมหยิบยาดม

 

“นี่แกเพิ่งจะออกรถป้ายแดงมาคันหนึ่งตั้งหลายแสนเมื่อไม่กี่เดือนเองน่ะ ตอนนี้จะซื้อบ้านอีกแล้ว ทำไมเงินมันหาง่ายนักเหรอ” แม่สูดหลอดยาดม ก่อนที่จะหลับตาแล้วหายใจเอาอากาศบริสุทธิ์เข้าไปเจือจางกลิ่นฉุน ๆ ของตัวยา

 

“เศรษฐกิจบ้านเรามันดีมากน่ะตอนนี้ ผมกับแก้ว ปี ๆ หนึ่งก็หาเงินรวมกันได้มากกว่าล้านบาท เช่นปีนี้บริษัทกำไรดีโบนัสก็ปาเข้าไปหลายแสนบาท ไม่น่าจะเกินสามปีบ้านก็น่าจะส่งหมด”

 

“แม่เกิดมายังไม่เคยเห็นเลย ทำงานกันแป๊บเดียวมีรถมีบ้านกันแล้วคนสมัยนี้ สมัยของแม่กว่าจะหาเงินได้แต่ละเดือนเลี้ยงลูกตั้งสามคนลำบากลำบน กว่าจะมีบ้านสักหลังหนึ่งใช้เวลาร่วม ๆ ยี่สิบปี ฉันนี่อิจฉาพวกเธอจริง ๆ”

 

สุรชัยและแก้วพาแม่ไปดูบ้านตัวอย่าง เป็นของบริษัทในเครือที่เขาทำงานอยู่ และเขายังสามารถใช้สวัสดิการของพนักงานกู้ซื้อได้โดยไม่ยากนัก

 

“โอ้โห้…ทำไมมันใหญ่โตอย่างนี้” แม่อุทานออกมา มองบ้านในอนาคตของลูกชายอยู่ติดกับบ่อน้ำขนาดใหญ่ มีเรือลำเล็ก ๆ หลายลำจอดอยู่อีกริมฝั่งหนึ่ง สายตาของแม่กวาดมองไปรอบ ๆ บ้านแต่ละหลัง ทั้งหมดเป็นบ้านเดียวไม่มีรั้วล้อม สนามหญ้าและต้นไม้ใหญ่ขึ้นเขียวขจี ทำให้บรรยากาศน่าอยู่เป็นอย่างมาก ทั้ง ๆ ที่มันอยู่ในเมือง แต่เต็มไปดูกลิ่นอายของความสงบ และน่าอยู่เป็นยิ่งนัก

 

“แล้วมันราคาเท่าไรล่ะสุรชัย” แม่ถามด้วยเสียงเบา ไม่อยากจะเชื่อว่าลูกชายจะมีปัญญาซื้อได้

 

“เจ็ดล้านบาทครับ”

“หา…เจ็ดล้าน สุรชัยแกจะบ้าไปแล้วเหรอ ไหนบอกว่าจะหาบ้านอยู่ราคาแค่สองสามล้านบาท” คราวนี้เสียงของแม่ดังขึ้น แม่ทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้หินอ่อนรูปทรงประหลาดที่วางจัดไว้ตามหน้าบ้านแต่ ละหลัง

 

“แม่เกิดมายังไม่เคยจับเงินล้านเลย นี่แกทำงานไม่กี่ปี แกมีทุกสิ่งทุกอย่าง มันไม่เร็วไปหน่อยหรือ และอีกอย่างหนึ่งบ้านใหญ่โตขนาดนี้…” แม่ไม่ได้พูดอะไรต่อ เธอยังคงนั่งตะลึงมองบ้านอย่างไม่เชื่อสายตาตัวเอง

 

“ผมกับแก้วเผื่อไว้ครับ ถ้าเรามีลูกจะได้ไม่ต้องขยับขยายกันอีก และตอนนี้เราวางแผนที่จะทำธุรกิจเพิ่มเติม ผมลองคำนวณดูแล้วครับ ว่าไม่น่าจะเกินสามปีเราสามารถจะหาเงินส่งได้หมด” เขาเอามือโอบกอดแก้วมาไว้ข้าง ๆ ลำตัว

 

“ธุรกิจอะไรของแกถึงได้หาเงินง่ายขนาดนี้” แม่ละสายตาจากบ้านหลังใหญ่หันกลับมามองคนทั้งสองที่บัดนี้ยืนยิ้มกอดกันกลม เป็นภาพที่แม่เห็นแล้วสุขใจนัก แต่ก็อดเป็นห่วงจำนวนเงินที่มากมายไม่ได้

 

“คืออย่างนี้น่ะค่ะแม่ แก้วกับพี่เค้าจะกู้เงินบริษัทจำนวนหนึ่งเอามาเล่นหุ้น ตอนนี้บริษัทกำลังแยกบริษัทในเครือออกไปอีกหลายแห่ง และให้พนักงานจองหุ้นได้ไม่จำกัดจำนวน ซึ่งถ้าเรากู้เงินมาจำนวนหนึ่งแล้วจองหุ้นไว้ พอเวลาหุ้นเข้าสู่ตลาด ราคาหุ้นจะบวกขึ้นไปอีกมากเราก็จะเทขายหุ้นแล้วเอามาชำระค่าบ้าน ใช้เวลาไม่นานหรอกค่ะ” ลูกสะใภ้ผู้มีความรู้สูงถึงระดับปริญญาอธิบายให้แม่ฟัง แต่แม่เองยังลังเลภาพที่หล่อนอธิบาย

 

“มันจะไม่ง่ายไปหน่อยหรือ”

 

“ง่ายค่ะ ตอนนี้บริษัทคู่แข่ง หลาย ๆ บริษัทก็ทำในลักษณะนี้ และก็ได้กำไรกันเป็นกอบเป็นกำ เพื่อน ๆ หนูที่ทำอยู่อีกบริษัทหนึ่งในธุรกิจสายเดียวกัน ยังได้โบนัสตั้ง 24 เดือน” หล่อนพยายามอธิบายให้แม่เข้าใจ ขณะที่สุรชัยพยักหน้าให้แม่เหมือนกับบอกให้เชื่อใจเถอะ

 

“แม่ย้ายมาอยู่ด้วยกันน่ะค่ะที่นี่กว้างใหญ่ และอากาศดี”

 

ประจักษ์พยานที่ผ่านมาไม่กี่ปีของทั้งคู่ทำให้แม่พอเบาใจได้บ้าง แต่ในใจของแม่ความกังวลที่แฝงอยู่และประสบการณ์จากอดีตของแม่ที่ผ่านมา ยังเคลือบแคลงสงสัย

 

“แม่อยากเลี้ยงหลานให้โตกว่านี้หน่อยแล้วแม่จะย้ายมาอยู่ด้วย แม่ชอบอากาศที่นี่มันโปร่งโล่ง แต่หนูแก้วเมื่อไหร่จะมีน้องซะทีล่ะแม่จะได้มาช่วยเลี้ยง”

 

แก้วยิ้มอย่างอาย ๆ

 

แม่ยังคงอาศัยอยู่ที่บ้านของแม่ช่วยเลี้ยงหลาน พี่สาวคนรองและสามีของเธอรับราชการครู ทั้งคู่มีเงินเดือนเลี้ยงชีพพอมีความสุข ซึ่งแตกต่างกันกับสุรชัยและแก้ว ทั้งคู่ร่ำรวยขึ้นอย่างรวดเร็วในเวลาไม่กี่ปี ทำให้ทั้งสองเหินห่างจากแม่ใช้ชีวิตอย่างสุขสบาย นาน ๆ ครั้งถึงจะแวะมาเยี่ยม

 

“แม่ตอนนี้ได้ข่าวไม่ค่อยดีเลย” พี่สาวคนโตวางกระเป๋าลงบนโต๊ะหลังจากที่เธอกลับจากการสอนที่วิทยาลัย

 

“เรื่องอะไรหรือ” แม่เงยหน้าขึ้นถามขณะป้อนข้าวหลานอยู่

“บริษัทใหญ่ ๆ ของบ้านเราถูกปิดกิจการเต็มไปหมด คนที่มีหนี้สิน และพวกที่เอาเงินไปเล่นในตลาดหุ้นพากันหมดเนื้อหมดตัวกันถ้วนหน้า บางคนถึงกับล้มละลายและมีเป็นจำนวนมากด้วย” หล่อนจับลูกของเธอเข้ามาโอบกอดไว้

 

“มันเกิดอะไรขึ้นล่ะ”

 

“เมื่อวานนี้ทางวิทยาลัยจัดการสัมมนากันในเรื่องนี้ มีนักวิชาการมาให้ความรู้แก่ครูอาจารย์ที่หนูทำงานอยู่ เขาเล่าว่ามีการลงทุนกันมากเกินไป และการลงทุนที่ว่า เป็นแบบเก็งกำไร ไม่มีการผลิตที่เกิดขึ้นจริง เช่นเอาไปปั่นราคาที่ดิน ราคาหุ้นให้สูง ๆ ขึ้น เงินที่ปล่อยกู้กันเป็นว่าเล่นนั้น ส่วนใหญ่เอาไปใช้ผิดวัตถุประสงค์แทบทั้งสิ้น บางบริษัทที่กู้เงินในรูปเงินตราต่างประเทศ หมดปัญญาใช้คืนแกสถาบันการเงิน ตอนนี้ความเสียหายลุกลามไปทั่วทั้งประเทศ” พี่สาวของสุรชัยหยุดพูดขณะที่สามีของเธอเข้ามานั่งข้าง ๆ

 

“แล้วสุรชัยกับแก้วล่ะ แม่โทรศัพท์ไปหาติดต่อไม่ได้เลย” แม่มองหน้าทั้งสองพยายามหาคำตอบจากดวงตาของทั้งคู่

 

“แม่ต้องทำใจแล้วล่ะ ความรุนแรงที่มันเกิดขึ้นมากเหลือเกิน และไม่เคยเกิดขึ้นกับประเทศของเรามาก่อน อาจจะมีคนล้มละลาย และถูกฟ้องร้องกันเต็มบ้านเต็มเมือง ผู้คนจะตกงานเป็นจำนวนมาก ความเลวร้ายต่าง ๆ จะตามมาอีกมากมาย และจะใช้เวลาในการแก้ไขอีกหลายปี อนาคตของลูกหลานอาจมีหนี้สินเพิ่มขึ้นหลายเท่า ขณะนี้ยังมองไม่เห็นทางแก้ไขในระยะสั้น ไม่มีใครคาดเดาได้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นในอนาคตข้างหน้า ต่อไปนี้ทุกคนจะอยู่ด้วยความอยากลำบาก ที่เป็นห่วงมากก็คือพวกที่ทำงานตามบริษัทต่าง ๆ จะต้องตกงานกันเป็นล้านคน ส่วนตัวหนูเองก็ยังไม่รู้ว่ารัฐบาลจะกำหนดนโยบายออกมาอย่างไร หนูต้องเตรียมตัวเตรียมใจเพื่อปรับตัวเองอยู่เหมือนกัน” เธอพูดเหมือนจะสะกดให้โลกของแม่หยุดลงตรงนั้น

 

“สุรชัยกับแก้วคงจะหนีไม่พ้น หน้าที่การงานของทั้งคู่เกี่ยวกับเรื่องนี้อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ อาชีพของเขาต้องเติบโตอย่างรวดเร็ว และก็จบอย่างรวดเร็ว มันเป็นภาพลวงตาที่ผู้คนมักจะติดอยู่กับมัน และก็ถอนตัวออกมาไม่ได้เมื่อก้าวเข้าไปแล้ว ความสุขจอมปลอมพาให้พวกเค้าจมอยู่ตรงนั้น ทั้ง ๆ ที่เห็นว่ามันได้เงินจริง ๆ แต่…” พี่สาวคนโตเงียบไป ขณะที่แม่ของเธอโบกมือเหมือนกับห้ามปรามไม่ให้เธอพูดต่อ

 

“แกไม่ต้องเล่าแล้วล่ะ ฉันไม่อยากฟัง แม่กว่าจะสร้างครอบครัวได้โดยที่ไม่มีพ่อ แม่ใช้เวลาหลายสิบปี ถึงมีจะบ้าน มีครอบครัวที่อบอุ่น สุรชัยใช้เวลาไม่ถึงห้าปีกลายเป็นเศรษฐีในชั่วพริบตา แม่ยังสงสัยอยู่เลยตอนนั้น ทำไมชีวิตของสุรชัย ถึงได้เจริญเติบโตเร็วนัก ประสบการณ์ชีวิตและการงานนิดเดียว ฐานะดีขึ้นได้อย่างไม่น่าเชื่อ” สองสามีภรรยามองหน้าหญิงชรา ใบหน้าเปื้อนริ้วรอยหยาบกร้านผ่านร้อนผ่านหนาวมานาน บัดนี้บ่งบอกถึงความทุกข์ใจยิ่งนัก

 

ในที่สุด…วันเวลาแค่นั้น ไม่น่าพอที่จะสร้างชีวิตให้แข็งแรงได้จริง ๆ คนในรุ่นเดียวกับแม่ต้องผ่านชีวิตมาด้วยความยากลำบาก ค่อยเป็นค่อยไป แต่มั่นคง เก็บออมทีละนิดทีละหน่อยกว่าจะได้บ้านหลังนี้ก็ใช้เวลานานโขทีเดียว ถ้าวันนั้นสุรชัยตัดสินใจเลือกทำงานราชการชีวิตก็คงไม่เป็นอย่างนี้” ดวงตาขุ่น ๆ เริ่มมีน้ำใส ๆ คลออยู่รอบดวงตา

 

“แล้วสุรชัยกับหนูแก้วจะเป็นอย่างไร” เสียงแหบพล่าแทบจะไม่ได้ยินหลุดออกมาเบา ๆ พร้อมกับเปลือกตาที่ปิดลงอย่างช้า ๆ

 

“หนูไม่รู้ แต่ถ้าเป็นอย่างนักวิชาการเขาบอกไว้ มันน่ากลัวมาก…”

 

 

ที่มา http://www.yingthai-mag.com/webboard/Questionv.asp?GID=661

 

 

ถูกแก้ไข โดย ginger

แชร์โพสต์นี้


ลิงก์ไปโพสต์
แชร์ไปเว็บไซต์อื่น

ภาพ 3 มติ

 

 

ครูกำลังสอนวิชาศิลปให้นักเรียนห้องหนึ่ง

 

โดยบอกให้นักเรียนทุกคนวาดรูปอะไรก็ได้ส่งครู

 

เมื่อนักเรียนทุกวาดรูปเสร็จก็ส่งครู ยกเว้น

 

นายนักเรียนคนหนึ่งส่งกระดาษเปล่า

 

ครู : ทำส่งกระดาษเปล่า

 

นร. : ผมไม่ส่งกระดาษเปล่านะครับ

 

ผมวาดรูปวัวกินหญ้า ครับ

 

ครู : ไหนล่ะวัวของเธอ

 

นร. : คือวัวมันกินหญ้าอิ่มไปแล้วครับ

 

ครู : แล้วไหนล่ะหญ้าของเธอ

 

นร.: วัวมันกินหญ้าหมดไปแล้วครับ

 

ครู: เริ่มปวดหัว เลยส่งกระดาษเปล่ากับคืนนักเรียน

 

แล้วบอกว่า งั้นเธอไปตามวัวกลับมาส่งครูเดี๋ยวนี้

 

นร.: รับกระดาษกลับมา แล้วเอาดินสอวาดวนไป

 

วนมาหลายๆรอบ แล้วส่งคืนครู

 

ครู : สงสัยถามว่าก็ไม่เห็นมีวัวเลย

 

นร.: มันเป็นภาพ สามมิติครับ

ขอบคุณผู้เขียน

  • ถูกใจ 1

แชร์โพสต์นี้


ลิงก์ไปโพสต์
แชร์ไปเว็บไซต์อื่น

ป่วย

 

แฟน: เป็นไรมากมั้ย? กิน ยายังคับ ห่มผ้าด้วยนะ

 

เพื่อน: เป็นห่าไรอีกวะ สำออยอะดิมึง…

 

ออกมาให้ไวเลย แดกเหล้ากัน

 

------------------------- - --------------------------

 

กลับบ้านดึก

 

แฟน: เดี๋ยวผมนั่งรถไปส่งดีกว่านะ กลับคนเดียว อันตราย

 

เพื่อน: กลับยังไงวะมึง มีค่ารถป่าว แต่กูไม่มีให้ยืมนะ เว้ย

แชร์โพสต์นี้


ลิงก์ไปโพสต์
แชร์ไปเว็บไซต์อื่น

FW.จาก เพื่อน .....

 

ไม่มีที่จะรีดผ้าา

 

คนเรารี่ก็น่าแปลก หาอะไรทำได้ขนาดนี้....

 

 

post-2581-010629300 1310782042.jpg

post-2581-070443200 1310782069.jpg

post-2581-013938400 1310782085.jpg

post-2581-018168300 1310782099.jpg

แชร์โพสต์นี้


ลิงก์ไปโพสต์
แชร์ไปเว็บไซต์อื่น

สร้างบัญชีผู้ใช้ใหม่หรือลงชื่อเข้าใช้เพื่อแสดงความคิดเห็น

คุณต้องเป็นสมาชิกก่อน ถึงจะแสดงความคิดเห็นได้

สร้างบัญชีผู้ใช้ใหม่

ลงทะเบียนเพื่อสร้างบัญชีผู้ใช้ใหม่ในชุมชนของเรา มันง่ายมาก!

ลงทะเบียนบัญชีผู้ใช้ใหม่

ลงชื่อเข้าใช้งาน

มีบัญชีผู้ใช้แล้ว? ลงชื่อเข้าใช้ที่นี่

ลงชื่อเข้าใช้เลย


  • เข้ามาดูเมื่อเร็วๆนี้   0 สมาชิก

    ไม่มีผู้ใช้งานที่ลงทะเบียนกำลังดูหน้านี้

×