ข้ามไปเนื้อหา
Update
 
 
Gold
 
USD/THB
 
สมาคมฯ
 
Gold965%
 
Gold9999
 
CrudeOil
 
USDX
 
Dowjones
 
GLD10US
 
HUI
 
SPDR(ton)
 
Silver
 
Silver/Oz
 
Silver/Baht
 

magnataur

ขาประจำ
  • จำนวนเนื้อหา

    29
  • เข้าร่วม

  • เข้ามาล่าสุด

ทุกๆอย่างที่โพสต์โดย magnataur

  1. แปลกอย่างคุณ oasis ว่าไว้ แถมในเดือนที่ไม่ใช่เดือนใหญ่ที่มีการส่งมอบกันเยอะๆ คือเดือนเลขคี่ มักจะมีการส่งมอบกันแค่หลักร้อย แค่แค่สองวันของการยื่น notice รับของก็ยื่นกัน 4000 สัญญาล่ะครับ http://www.cmegroup.com/delivery_reports/MetalsIssuesAndStopsMTDReport.pdf จำนวนสัญญาคงค้าง open interest ก็พุ่งจาก ปกติอยู่ที่ระบบ 3 -4 แสน ตอนนี้ก็พุ่งไป 640000 สัญญา http://www.cmegroup.com/trading/metals/precious/gold_quotes_volume_voi.html
  2. ข้อสังเกตุ ดูเหมือน martin armstrong หยุดให้ความเห็นเกี่ยวกับทิศทางตลาดโลหะบน blog ของเขามาสักพักนึงนะครับ แต่ทำเป็นรายงานในส่วนที่สมาชิกเสียตัง ถึงมีสิทธิดูได้ ไม่รู้ว่าเขามีการเปลี่ยนมุมมองต่อตลาดทองคำหรือไม่นะครับ
  3. http://harveyorgan.blogspot.com/ อิอิ บทความคุณทนง เจอคุณฮาร์วี่ ไปพูดถึงแฮะ กลายเป็น gold bug อินเตอร์
  4. อันนี้ ไม่แน่ใจนะครับ ผมรู้สึกว่าตอนนี้ เกิด premium ในราคาทองเยาวราศชัดเจนนะครับ คือ ลงไม่ทันจาก gold future comex น่าจะประมาณ 100 บาทต่อ ทอง 1 บาท
  5. ตอลคุณ milo ครับ คือ ราคาพันธบัตรลดลง ก็คล้ายกะราคาหุ้นลดลงอะครับ ลองนึกภาพว่า ถ้าธนาคารเอาเงินฝากที่ต้องจ่ายดอก 0.5 % ให้ผู้ฝาก ไปซื้อหุ้นบ้านปูที่ 800 เพื่อกินปันผล 15 บาท ประมาณ 2 % สุดท้าย ราคาบ้านปูเหลือ 250 บาท ทางบัญชีแบงค์ก็คงดูไม่ได้ ถึงแม้ว่า บ้านปูยังจ่ายปันผล 15 บาทอยู่ดีใช้มั้ยครับ แถมถ้าเรื่องนี้ ถ้าใครรู้ว่า แบงค์เราเงินฝากไปซื้อของที่ราคา ตกลง 3 เท่า แบงค์นั้นคงได้มีประชาชนไปเยี่ยมมากมายแน่เลย สำหรับ ดอกเบี้ยนโยบาย คือ ดอกเบี้ยที่เป็น reference ของธนาคารกลาง ใช้ เพื่อส่งสัญญาณระดับอัตราดอกเบี้ย ประมาณว่า ดอกเบี้ยนโยบายขึ้น ดอกเบี้ยทั่วไปก็ควรจะขึ้น ในสถานการณ์ปกติ แต่ เวลา panic มันจะไม่มีผลอะไร เหมือนเสือกระดาษ เช่น กรีช ตอนเลวร้ายสุด ดอก 100 กว่า % แต่ดอกเบี้ยนดยบายของ ecb ยังแค่ 1 %
  6. ตอนนี้ตลาดที่หน้าจับตามองการเปลี่ยนแปลง คือ ตลาด bond ของรัฐบาลต่างๆครับ เพราะ ราคา bond ลดลงไปมาก ใน 1 เดือนที่ผ่านมา ( คนถือขาดทุนเยอะมาก ไม่ต่างจากคนถือหุ้น ) http://www.bloomberg.com/markets/rates-bonds/ จะเห็นว่า yield เพิ่มขึ้น 0.4 -1.00 % กันทุกประเทศ คนอาจจะอธิบายว่า เพราะ ตลาดคาดการณ์ว่าจะลดขนาด qe ทำให้ yield เพิ่ม ก็อาจจะจริง แต่ อย่าลืมว่า ลุงเบนบอกว่า อาจลดปีหน้า และหยุด สิ้นปีหน้า ปีนี้ยังมีอีก 6 เดือนที่ยังจะไม่ลด qe ดังนั้น นี่อาจเป็นสัญญาณว่า เฟดกะลังคุมดอกเบี้ยไม่อยู่ ( หมายถึงดอกเบี้ยพันธบัตรอเมริกา ส่วนดอกเบี้ยอ้างอิงคุมสบาย 0 % โลด ) ถ้าคุมไม่อยู่ ดอกเบี้ยขึ้นเรื่อย ๆ จะเกิดความเสียหายกับ banking sector ทันที คือ bank ที่รับเงินฝากประชาชนในดอกเบี้ย 0-0.5 % ไปกินส่วนต่างกับ พันธบัตรรัฐบาล10 ปี ที่ 1.5-2.0 % ( ตอนนี้ 2.5 % ล่ะ ) ถ้า ราคาพันธบัตรลดลงจาก yield ที่เพิ้มขี้น เกิดทันที loss คครับ ยิ่งดอกขึ้นเยอะ ยิ่งขาดทุนเยอะครับ เหมือบ bank ต่างๆ ในยุโรปที่ขาดทุนจากาการถือ พันธบัตรประเทสกรีซ ประเทสที่ใหญ่ประมาณไทย แต่ทำเอาธนาคารยุโรป เกือบเจ้งระนาว ก็ต้องดูต่อไปครับ
  7. เท่าที่แกะได้นะครับ จากรายงานของ shanghai gold exchange ภาคภาษาจีน ส่วนรายงานตัวเลข delivery http://www.sge.sh/publish/sge/docs/20130524140633952078.pdf 行情周报 2013 年第 19期(总第500 期) 5月 13日-5 月17 日 交割品 上周交割 量 本周交割量 增减 本周交割 比 累计成交量 累计交割量 累计交割 比 种 黄金 55502.4 48430.7 -12.74% 34.42% 3844472.7 835307.2 21.73% ตรงส่วนเป็นรายงานประจำสัปดาห์ที่ 19 มีจำนวนทอง delivery 48.4307 ตัน ลดลงจากสัปดาห์ก่อนที่ 55.5024 ตัน ตัวเลขรวมของปีนี้อยู่ที่ 835.072 ตัน
  8. ขอแจ้งแก้ไข ข้อมูลจากเวบ http://www.goldminer...calDelivery.php ครับ ว่าการรวบรวม และตีความข้อมูลในรายงานจากเวบ shanghai gold exchange ภาคภาษาอังกฤษนั้น อาจจะมีการตีความ คำว่า delivery volume ผิดไป เพราะทางเวบ goldminerpulse คิดว่านีคือ physical delivery แต่จริงๆถ้าจะดูยอดส่งมอบทองคำ ต้องไปดูจากเวบ shanghai gold exchange ภาคภาษาจีนครับ http://www.sge.sh/pu.../xqyb/index.htm จากที่ผมดูคร่าวๆ แบบ งง ๆ เพราะเป็นภาษาจีน รู้สึกว่าทำได้ละเอียดดีพอควร ใครสนใจก็ตามแกะได้ครับ แต่จากที่สรุปกันใหม่ จะได้ข้อมูลดังนี้ ( เครดิต จาก @boscong ใน twitter นะครับ) @KoosJansen @goldminerpulse Yes. The previous 694tonnes YTD I said is only up to April end. @KoosJansen @goldminerpulse 37248.95 - last week delivery, 55502.4 - this week delivery. So far the Shanghai Gold Exchange delivered 173t of physical #gold in May 2013, and 867t YTD. No shortage. คุณ @boscong ดูเหมือนมาโพสใน twitter แค่ไม่กี่สิบข้อความ คนตามสิบกว่าคน แต่ข้อมูลปึ้กมากครับ ใครลองตามอ่านที่อธิบายดูสิครับ เพราะทั้งหมดที่เกิดความเข้าใจใหม่ เพราะ @boscong เค้าเป็นคนแนะนำพร้อมทั้งเอารายงานที่น่าจะถูกต้องกว่าให้รับทราบ
  9. ข่าวนี้เราวิเคราะห์ไม่ตรงกันครับ ผมมองว่าจีนมีทองเยอะเกินไปครับ
  10. Shanghai Gold Price (April 12, 2013) Variety Open High Low Close Up/Down(yuan) Weighted Average Price Volume(Kg) Amount(yuan) Open Interest Delivery Volume Au(T+D) 312.14 313.00 311.50 311.50 -1.52 311.96 24,502 7,643,789,740.00 200,904 26,224 สำหรับคนช้อนหักแน่อน ขอยกให้คนจีนที่เบิกทองกลับบ้านในตลาด shanghai exchange ที่ 26 ตัน ในวันศุกร์ครับ ซึ่งราคาเทรดกันในเวลานั้นอยู่ 1560 -1564 ดังนั้นตื่นมาเจอราคาหล่น 80 เหรียญ สำหรับใครอยากรู้ว่าตลาดทองคำที่ เซื้ยงไห้ เค้าเบิกทองกลับบ้านกันเท่าไร ในช่วงที่มา มีคนทำแผนภูมิแท่งให้ดูครับ http://www.goldminer...calDelivery.php จะเห็นว่าขึ้นปีใหม่ 2013 ดุเดือดกว่าปี 2012 พอควร และคนละเรื่องกะปี 2011 สำหรับคนฟิตอยากไปแกะดูปีเก่า ๆ เองของตลาดเซี่ยงไห้ เชิญได้ที่ http://www.sge.sh/pu...stics/index.htm มีให้ดูถึงปี 2002 แต่ดูยากหน่อยครับ เท่าที่ผมแกะดูมาบ้าง เห็นว่าห้าปีมานี้ ทั้งกระดาษ และเบิกของจริง โตเกิน 3 เท่า ครับ
  11. สำหรับ 6 วันทำการของตลาด comex มี delivery notice มากมายอย่างที่คาดไว้ ทั้ง gold and silver ครับ ตัวเลขยอดรวมรายเดือนของทั้งเงินและทองครับ silver TOTALS: | 3922| 724 | 454| 2526| 454| gold TOTALS: | 3253| 1063 | 13070| 4229| 9,401| ตัวเลขนี้คือ จำนวนสัญญาที่ยืนขอรับของจริงครับ 1 สัญญาทอง เท่ากับ ทอง 3 กก ( 100oz) เงิน 5000 oz ธรรมชาติของตลาด comet คือ สำหรับทอง เดือนที่ถือว่าเป็นเดือนส่งมอบใหญ่ คือ เดือนเลขคู้ ส่วนเงินคือ เดือนเลขคี่ ครับ จะสังเกตุว่า ตัวเลขขอรับของแต่ละเดือนจะ ตัวเลขเยอะสลับกะเลขน้อย ดังนั้น เราจะเปรียบเทียบกัน เป็นเดือนคู่เปรียบเทียบกะเดือนเลขคู่กอ่นหน้าครับ จะเห็นว่า แค่หกวันทำการ ตัวเลขเงินก็เท่ากับของเดือน กพ แล้ว และยังเหลือเวลาให้ยื่นรับของอีก 15 วันทำการ สำหรับทอง เดือน กพ เค้าถือกันว่า biggest delivey notice ครับ สงสัยเพราะมีตรษจีน แต่สงสัยเดือน เมย นี้มีโอกาสแซงแน่เลย ผมไปเช็คเดือน ตัวเลขปีก่อน ๆ มา จากเวบ http://harveyorgan.blogspot.com/ ที่เค้าเฝ้าจัดเก็บตัวเลขและสรุปให้คนเข้ามาดู ( ใครสนใจตามไปดูสนุกๆ ได้ครับ ) สำหรับตัวเลขปี 2555 เมย คือ เงิน 407 สัญญา ทอง 4967 สัญญา ครับ อันนี้ตัวเลขที่สิ้นสุดในเดือน เมย ส่วนปี 2554 คือ เงิน 312 ทอง 3884 ครับ ชัดเจนครับ ทองและเงิน physical คึกคักมาก ๆ เทียบกะสองปีก่อนครับ
  12. ตอบคุณส้มโอครับ แหม คุณส้มโอไม่ดู pm ของผมเลย ผมส่งให้คุณส้มโอ หลังจากคุณส้มโอถามแป้บเดียว คือผมมีโควต้าโพส วันละ สองโพสเท่านั้น เลยโพสตอบในนี้ไม่ได้ แต่คุณส้มโอก็หัวไวพอ เอาคำว่า comex delivery notice ไปหาใน google จนเจอเอง สำหรับ report ของ comex ที่ผมติดตาม จริงๆก็พึ่งจะเจอ source นี้ ได้แค่เดือนเดียว ปกติจะตามเวบ http://harveyorgan.blogspot.com/ นี้ ซึ่ง อีตาฮาร์วีแก่ทำสรุปได้ดีอยู่แล้วไม่ต้องหาเอง แต่ เมื่อเดือนก่อน แก่ไป holiday หรือไงนี่แหละ แล้วหายไปไม่มา update ข้อมูล ผมเลยพยายามไปหาเองจนเจอแหล่งข้อมูลนี้ครับครับ คือ เพื่อที่จะตามข้อมูลจริง ๆ แบบอีตาฮาร์วี่ ต้องใช้ 2 report ครับ 1. cmegroup.com/trading/energy/nymex-daily-reports.html ที่คุณส้มโอโพส link ไว้ อันนี้จะอัทเดตทุกวัน ตอนประมาณ สิบโมงเช้าไทย 2. cmegroup.com/trading/energy/nymex-daily-reports.html อันนี้ไว้ดู open interrest ที่คงค้างในตลาด comex อันนี้อัทเดตประมาณ ตีหนึ่งเวลาไทย ด้วย 2 report นี้ คุณ harvey จะมาสรุปให้เรา ประมาณ 7-8 โมงเช้า เวลาไทย ครับ ตอบคุณโจโฉครับ คือที่คุณโจโฉถามว่า สมมติว่า ผู้เล่น long ในตลาด ต้องการการรับทองกลับบ้านเยอะๆ มากๆ ทองจะมาจากไหน ขอตอบแบบเข้าใจเองนะครับ และเป็นการตอบแบบสมมติว่า ตลาด comex เป็นตลาดที่ fair และไม่มี conspiracy theory ใดๆนะครับ ( ซึ่งผมว่าไม่จริง ) คำตอบที่คุณ wcg มา ผมว่าก็ถูกแล้วนะครับในความเห็นผม คือคน long มี us dollar คน short ต้องมี physical gold เอามา trade กัน แต่่คุณโจโฉคงจะถามสมมติว่า ถ้าคน short ไม่มี physical gold จะทำยังไง คำตอบคือ คนเล่น short มีทางเลือกคือ renew or close short ครับ ( ซึ่งมีต้นทุนในการทำแบบนี้ ) แต่ก็สมมติว่า ถ้าไม่ได้ close หรือ renew ล่ะ และไม่มีทองด้วย ตลาดทำไง อันนี้ ผมขอเดาว่า คือ จาก link ของคุณส้มโอนะครับ จะเห็นว่า จะมีอีก report นึงคือ warehouse & depository stock อันนี้คือ report ที่แสดงถึง activity ใน vault ต่างๆในตลาด comex ซึ่งมีแบ่งตามประเภทของ ผู้ฝากทองไว้ในระบบ คือ dealer and customer ผมเข้าใจว่า ผู้เล่นที่เป็นประเภท dealer นั้นคือ ตัวแทนขายจากเหมืองทองต่าง ๆ ที่เอาทองมาขายในตลาด เมื่อมาดูตัวเลขจำนวนทองของผู้เล่นประเภทนี้มี ทองถึง 2.9 million oz มากเหลือเฟือพอส่งมอบอยู่แล้ว ดังนั้น ถ้า report พวกนี้เป็นจริง ยังไง comex ไม่มีทาง เบี้ยวทองคนซื้อทองแน่นอน เพราะเค้าสามารถ swap หรือ lend ทองจากผู้เล่นหลายอื่นได้ เพราะมีคนเอาทองมา deposit กะตลาดไว้เยอะมาก
  13. EXCHANGE: COMEX 02/27/2013 1,383 1,383 02/28/2013 14 1,397 03/01/2013 13 1,410 03/04/2013 39 1,449 03/05/2013 29 1,478 03/06/2013 58 1,536 03/07/2013 21 1,557 03/08/2013 33 1,590 03/11/2013 1,079 2,669 03/12/2013 133 2,802 03/13/2013 382 3,184 03/14/2013 125 3,309 03/18/2013 601 3,910 03/19/2013 181 4,091 03/20/2013 2 4,093 03/21/2013 7 4,100 03/22/2013 99 4,199 03/25/2013 25 4,224 03/26/2013 5 4,229 อันนี้เป็นตัวเลข delivery notice ของเดือน มีนาคม จะเห็นว่าวันแรกคนยื่นรับแค่ 1283 สัญญา แต่สุดท้ายคนขอยื่นเพิ่มไปเรื่อยๆ อยู่ที่ 4229 สัญญา เดือนเมย ปีนี้ผมว่าได้สนุกครับ
  14. สำหรับตัวเลขขอรับ gold physical ใน comex วันแรกของสัญญาเดือน april อยู่ที่ 5094 สัญญา หรือ 509400 ออน์ซ ซึ่งเป็นเลขที่เยอะมาก เพราะเมื่อเทียบกะปีที่แล้วเดือนเดี่ยวกัน วันแรกมีมาคนยื่นรับของแค่ 231 สัญญาเท่านั้น ( แต่ในเดือนเมษาปีที่แล้ว สรุปยอดสุดท้ายของเดือนที่ 4933 สัญญา ) แสดงว่า แค่วันแรกที่ให้ยื่นรับทอง เดือนเมย. ปีนี้ก็มีคนต้องการ มากกว่าทั้งเดือนของ เมย ปีที่แล้วครับ ปีนี้ ดูตัวเลข physical gold แล้วดุดันมาก ทั้งตลาด comex และ เหรียญ mint eagle หมายเหตุ สำหรับคนไม่รู้ คือตัวเลขขอรับทองกลับบ้าน ที่เรียกว่า comex delivery notice นั้นตัวเลขมีแต่เพิ่มคับ ไม่มีลดนะ ดังนั้นตัวเลข 509400 ออน์ซ มีแต่จะเพิ่มไปเรื่อยๆ ไม่มีลดครับ
  15. และก็อีกนิดนึงครับ หลายท่านคงเคยได้ยินว่า พันธบัตรกรีซ ได้ผลตอบแทน 100++ % มันหมายความว่่า มีคนยอมขายพันธบัตรกรีซในราคาน้อยกว่า ผลตอบแทนที่ได้รับต่อปี จากพันธบัตรเสียอีก สมมติว่ากรีซออกพันธบัตรดอกเบี้ย 10 % ก่อนวิกฤติกรีซ พัตรบัตรนี้ราคา 1000 euro จ่ายดอกให้คนถือ 100 euro ต่อปี แต่สุดท้ายคนถือรู้ตัวแน่ว่าจะโดนรัฐบาลกรีซเบี้ยว ( และก็เบี้ยวจริง ) ก็ต้องคิดว่าถือไปก็ 0 euro กำขี้ดีกว่ากำตด เอาออกขายดีกว่า แล้วมีคนนึงอาจคิดว่าไง ๆ รัฐบาลไม่เบี้ยวแน่ แล้วมายอมซื้อในราคา 80 euro ( คนขายขาดทุนทันที 920 euro ) คนซื้อไปในราคา 80 euro นั่งยิ้มบอกปีนึงได้ผลตอบแทน 100 euro ผลตอบแทน 100++ % เห็นๆ งงทำไมคนขายมันโงจัง
  16. ขอลองตอบบ้างครับ คือ พันธบัตรแท้จริง คือ คูปองตัวนึง ที่มูลค่า 1000$ แต่มีตัวเลขกำกับไว้ว่า จะจ่ายผลตอบแทน จำนวนนึง สมมติ 20 $ ก็หมายถึง 2 % ต่อปีครับ ถ้าเราไปซื้อ คูปองใบในราคา $1000 ไม่ว่า จะเกิดอะไรน้ำท่วม โดนนิวเคลียส ถ้ารัฐบาลไม่เบี้ยว คนถือก็ได้ผลตอบแทน 2 % เวลาผ่านไป เฮียเบอร์นันเก้ บอกว่า อยากลดดอกเบี้ยของตลาดโดย QE หรือ พิมพ์เงินซื้อพันธบัตร ก็หมายความว่า เค้าพยายามเข้ามาซื้อ พันธบัตรที่เราถือเนี่ย สมมติว่าเค้ามีเลขในใจ คือ 1.5 % แต่ในตลาดมีพันธบัตรแบบเรามากมาย ทุกคนก็มีต้นทุน $1000 และเก็บถ้าเก็บไว้ 1 ปีรัฐบาลต้องจ่าย 20 $ ทุกปี เฮียเบอร์นั้นเก้ต้องยินดีซื้อพันธบัตรของทุกคนให้หมดทุกใบในราคาไม่ต่ำกว่า $1333 ครับ แล้วปล่อยให้คนที่จะขายเกินกว่า $1334 เป็นต้นถึงจะอยู่ในตลาดได้ เพราะ คนอื่นที่ซื้อพันธบัตรใบนี้ที่ราคา 1334 แต่ก็ยังได้เงินจากรัฐบบาล แค่ 20$ เหมือนเดิมครับ เค้าจะได้ผลตอบแทนแค่ 20/1334*100 = 1.49 เท่านั้น จะเห็นว่า ตัวราคาพันธบัตร เพิ่มจาก 1000 ไป 1333 เลยที่เดียว คนซื้อที่ราคา 1000 ได้กำไร 333 เลยครับ ดังนั้น ที่กล่าวว่า พันธบัตรราคา และเป็นฟองสบู่ครับ เพราะ คนที่ถือพันธบัตรก่อนมี QE 1 2 3 จะกำไรมหาศาลครับ และจะกำไรต่อไปถ้าเฮียเบนเปลี่ยนเป้าดอกเบี้ยให้ลงไปอีก สมมติเป็น 1.25 ก็กำไรต่อครับ คำถามของคุณหมอเล็กถามว่า ใครจะไปซื้อของแพง ผลตอบแทนต่ำเนี่ย งง คนซื้อก็คงจะคิดว่า เฮียเบนจะพยายามพิมพ์เงินมาซื้อไงครับ ให้ดอกมันต่ำไปอีก เข้าก็กำไรแล้วครับ ขอแค่เฮียเบนทำดอกต่ำได้จริง ไม่มีขาดทุนครับ แต่ถ้าเฮียเบนทำไม่ได้ล่ะ แล้วเหตุการณืไปคล้ายกะ อิตาลี สเปน คือ ดอกเบี้ยพันธบัตรขึ้นไปเป็น 7 % ( จากการขายพันธบัตรชุดใหม่จากกว่าประมูล พันธบัตรชุดนี้ก็ใบ $ 1000 แต่ีตัวเลขกำกับผลตอบแทน 70$ ) เหตุการณ์นี้จะทำให้คนที่ถือ ผลตอบแทน 20 $ ไม่่ว่าจะซื้อราคามาเท่าไร 1000 เหมือนราคาคูปอง หรือ ราคาเท่าเฮียเบน (โดนเฮียเบนหลอก ) ชีวิตหนักทันที่เพราะ ถ้าเอาไปขาย ต้องขายถูกมาก ประมาณ 285 เท่านั้น เพราะ คนที่ซื้อไปยังไงก็ได้ผลตอบแทนแค่ 20$ คนซื้อจะต้องซื้อในแค่ราคาประมาณ 285$ ( 20/285 = 7% ) ใครที่ไปซื้อพันธบัตรใบที่ให้ผลตอบแทน 20 $ แล้วเวลาต่อมาเจอรัฐบาลออกพันธบัตรที่จ่าย 70 $ ก็จะขาดทุนไม่ต่ำกว่า 700$ ครับ จากต้นทุน 1000 $ เป็นหลักการคร่าวๆ นะครับ กระบวนการจริงๆของ พันธบัตรอเมริกายังมีอีกเยอะ สนใจเปิด wiki ครับ อธิบายละเอียดดีครับ
  17. ยังติดตามกระทู้นี้ตลอดครับ และยินดีที่คุณ next กลับมา
  18. ไม่ใช่ครับ อันนั้นมันคือฐานะการเงินของธนาคารครับ คือได้ เงินฝากมา 100 ปล่อยกู้ไป 90 เฟลือเงิน 10 money supply คือ เงินที่มีในระบบครับ ในที่นี้หมายถึง เงินสดบวกเงินในธนาคารที่เป็นบัญชีเงินฝาก ครับ ลองคิดว่าไปธนาคารรับเงินฝากและไปปล่อยกู้ให้คนที่ 10 แล้วสิครับ คนที่ฝากเงินก็จะมี บัญชีเงืนฝากอยู่นะครับ ตัวอย่างนะครับ รอบแรก ฝาก 100 ปล่อย 90 รอบสอง ฝาก 90 ปล่อย 81 รอบสาม ฝาก 81 ปล่แย 73 รอบสี่ ฝาก 73 ปล่อย 67 รอบฟ้า ฝาก 67 ปล่อย 61 จะเห็นว่า ยิ่งทำหลายรอบ บัญชีเงินฝากก็ยิ่งเยอะขึ้นครับ 100 + 90 + 81 + 73 + 67 + .... ทั้งๆ ที่เริ่มต้นมี มีนาย a มีเงินสดแค่ 100 เดียวครับ
  19. เขียนเอง อ่านเอง ยังงงครับ ผมอธิบายได้ห่วยมากเลยครับ สรุปในความเห็นผมนะครับ คล้าย MA คือ ความเสียหายจากการเบี้ยวหนี้มีจริง มีผลต่อปริมาณเงินในระบบครับ วิธีการแก้ของเค้าคือพิมพ์เงินครับ โดย ma ให้ความเห็นว่าพิมพ์ไงก็ไม่พอ ต่อการลดลงของเงินที่เกิดจากความเสียหายของการเบี้ยวหนี้ครับ ดังนั้นเค้าเลยบอกว่าจะเกิด deflation ครับ แต่สำหรับผม ผมว่าจะพิมพ์ทันหรือไม่ ผมไม่สนล่ะครับ ผมก็ถือทองแหละครับ คือไม่เอาด้วยกะพวกพี่แก่นะครับ ง่ายนี่ครับ รายได้ไม่พอจ่ายก็เบี้ยวหนี้ แล้วก็ต่อด้วยพิมพ์เงินใหม่ คือ ผมปฏิเสธการบริหารการเงินแบบนี้ครับ โดยกลับไปหาเงินที่พิมพ์ไม่ได้ดีกว่าครับ
  20. วงจรที่ดีทางเศรษฐกิจคือ นาย bank ต้องเป็นคนดูว่าควรปล่อยกู้ให้ใคร แล้วไม่ถูกเบี้ยว อันนี้เข้าใจกันหมดนะครับ ดังนั้นเวลาเกิดช่วง เศรษฐกิจตกต่ำ bank ก็ไม่ปล่อยกู้ครับ เพราะกลัวคนเบี้ยวครับ ทุกสิ่งก็จะแย่ลง วิธีการแก้แบบพวก เคนเซียส เลยเสนอว่าให้รัฐบาลเป็นผู้กู้สิ เครดิตดี และทำหน้าที่แทนผู้กู้เอกชนชั่วคราว multiply money ก็ทำงานปกติครับ แต่ นะครับ วันนี้เกิดขึ้นแล้วคือรัฐบาลก็เบียวหนี้ซะแล้วครับ พอรัฐบาลเบี้ยวมันก็เกิดความเสียหายเหมือน เอกชนเบี้ยวแหละครับ เพราะรัฐบาลมาทำหน้าที่แทนเอกชน ครับ ยังไงก็เกิดผลเสียกะmoney supple แน่นอนครับ วิธีการแก้ของ ยุโรปคือไงครับ พิมพ์เงินสิครับ แต่ยิงตรงไปที่ธนาคารในรูป คล้ายๆ soft loan คือใครเสียหายจากการเบี้ยวของรัฐบาลกรีซ ก็มากู้เงินถูก ๆ ที่พึ่งพิมพ์มานี่ซะ ดังนั้น คล้ายๆ ecb ทำหน้าที่คล้าย ผู้ให้กู้รายสุดท้ายครับ
  21. จริง ๆ แล้ว การเบี้ยวหนี้มันมีผลกะ money supply ที่เกิดจาก multiply ของเงินครับ สมมติ มีคนสิบ แบ่งเป็นคนฝากเงิน 5 คนคือ นาย a b c d e กะ คนอยากกู้ 5 คน ก ข ค ง จ และมี 1 แบงค์ bank เริ่มต้นเงิน 100 บาท อยู่ที่นาย a ทั้งหมด ดังนั้นนายเลยไปฝาก bank ทั้งหมด money supply = 100 bank ให้ นาย ก กู้ 90 บาท นาย ก ก็เอาไปซื้อของ นาย b พอนาย b ได้เงินมาจากการขายของให้นาย ก ก็เอาเงินฝาก bank now money supply เพิ่มเป็น 100+ 90 = 190 เห็นมั้ยครับเงินเพิ่มจากเหตุการณ์นี้ ทั้งๆ ที่มีเริ่มมีเงินแค่ 100 เหตุการณ์จากเกิดขึ้นไปเรื่อย ๆ ไม่มีหยุดครับ money supply ก็จะเพิ่มไปเรื่อย ๆ ครับ เงินเลยเล็กลงเรื่อย ๆ โดยที่ยังไม่มีการพิมพ์จากรัฐบาลด้วยครัย แต่นะครับ ในวงจรแบบนี้มันยังไม่ใครเบี้ยวใครนะครับ ( เพราะมันจำลองเหตุการณ์ตามอุดมคติ) ถ้าเบี้ยวกันเมื่อไร วงจรจะเกิดขาดทำให้ money supply ไม่ multiply ตามอุดมคติแบบนี้ครับ เงินหายแน่ครับ อาจอธิบายไม่ดีครับ แต่ค่อนข้างมั่นใจว่า การเบี้ยวทำเงินหายแน่ครับ
  22. พึ่งรู้นะครับว่า มีเทคนิิกนี้ด้วยนะครับ ไว้คัดกรอง ไอเดียดีจัง อย่างนี้แสดงว่าต้องไปเอาตั่วมาก่อนแสดงความตั้งใจจริง ถึงได้ของจริงกลับบ้านวันหลัง
  23. ช่วงนี้ อยากเสนอว่า ใครพอจะทราบว่าที่ไหนมี ทองแท่ง ขายแล้วโดยไม่ต้องเอาตั่วกลับบ้านก่อน ช่วยบอกหน่อยครับ เมื่อวานเข้าไปเดินที่เยาวราชมาครับ กินแห้วตามที่คิดไว้ครับ
  24. โดยส่วนตัวนะครับ ถ้าสิ่งต่างๆ ที่พูดถึงในกระทู้คุณ next นี้เป็นจริงขึ้นมา เช่น hyperinflation ในสหรัฐ คนที่ไม่ควรจะลำบากเลย (แต่คงลำบาก)คือ คนที ทำงานหนัก ทำงานดี ประหยัด อดออม แต่ทั้งหมดออมในรูปเงินฝาก หรือพันธบัตรต่างๆ คนกลุ่มนี้จะโดยทำลายอำนาจการซื้อไปอย่างรุนแรง และไม่รู้ตัว ผ
  25. ผมเชื่อว่าคุณต้นและคุณพิชัย พูดถูกอยู่อย่างหนึ่งและเป็นเรื่องสำคัญมากๆ ด้วย คือ การลงทุนต่าง ๆ คนส่วนมาก 90 % up ผิด มีเพียงน้อยคนที่ลงทุนได้ถูกต้อง เมื่อผมเอาเรื่องนี้มาใช้วิเคราะห์ร่วมกับเรื่องราวเกี่ยวกับทองคำที่อยู่ในเวบนี้ จึงขอคิดว่า 1. คนส่วนมากในที่นี้ ( เดินผิดทาง )คือ คนที่ยังใช้เงินกระดาษ เป็นที่รักษาความมั่งคั้ง ไม่เว้นแม้แต่เป็น อาซิ่ม อาม่า อาเจ็ก ที่ทำงาน ออมเงิน (ในรูปกระดาษ) ที่ยังไม่ทราบจุดจบของเงินกระดาษ เนื่องจากมาตรการพิมพ์ๆๆๆๆเงินของ fed รวมทั้งการพยายามตรึงค่าเงินท้องถิ่นกับ us dollas ของธนาคารกลางบางประเทศ 2. คนส่วนน้อยในที่นี้ คือ คนที่ทราบว่า ประชาชน สถาบันการเงิน รัฐบาลท้องถิ่นในชาติพี่เบิ้มเจ้าโลกของเรา ก่อหนี้มากมาย จนไม่มีเงินจ่าย ๆ ต้องขอให้รัฐบาลกลางธนาคารกลาง อุ้มหนี้ต่างๆ ที่ไม่มีวันชดใช้ได้ ถ้าไม่พิมพ์เงินออกมา ได้สร้างปัญหาใหญ่ในระบบการเงินโลก โดยการพิมพ์เงินจำนวนมหาศาล มาเจือจางเงินเก่าที่ประชาชนชาติ ที่ทำงานและออมเงินอย่างอยากลำบาก เพื่อแก้ปัญหาหนี้ของชาติพี่เบิ้มเอง เมื่อรู้เช่นนี้ ผู้ที่ออมเงินในใลกนี้ไม่มีทางเลือกที่มากนะ ที่จะรักษาการออมของตัวเองนอกจาก ซื้อสินทรัพย์ที่จับต้องได้อย่าง ทองคำ
×
×
  • สร้างใหม่...