ทองใหม่ 7,435 Report post Posted August 30, 2011 World Markets: สรุปภาวะตลาดหุ้น น้ำมัน ทองคำ และตลาดเงินต่างประเทศ ข่าวต่างประเทศ สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ) -- พุธที่ 31 สิงหาคม 2554 06:09:35 น. ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดบวกเมื่อคืนนี้ (30 ส.ค.) หลังจากรายงานการประชุมของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) บ่งชี้ว่า คณะกรรมการเฟดได้หารือกันเกี่ยวกับขอบข่ายการใช้มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ ซึ่งรวมถึงการเข้าซื้อพันธบัตรครั้งใหม่ ซึ่งข้อมูลดังกล่าวทำให้นักลงทุนคาดว่าเฟดอาจจะประกาศใช้มาตรการฟื้นฟูเศรษฐกิจครั้งใหม่ในการประชุมเดือนก.ย.นี้ อย่างไรก็ตาม ตลาดหุ้นนิวยอร์กปรับตัวขึ้นในกรอบจำกัด เพราะได้รับแรงกดดันจากข้อมูลเศรษฐกิจที่อ่อนแอของสหรัฐ รวมถึงดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคที่ลดลงมาอย่างมาก ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดบวก 20.70 จุดหรือ 0.18% แตะระดับ 11,559.95 จุด ดัชนี S&P 500 ปิดบวก 2.84 จุดหรือ 0.23% แตะที่ 1,212.92 จุด และดัชนี Nasdaq ปิดบวก 14.00 จุด หรือ 0.55% แตะที่ 2,576.11 จุด -- สัญญาน้ำมันดิบตลาดนิวยอร์กปิดบวกเมื่อคืนนี้ (30 ส.ค.) เพราะได้แรงหนุนจากข่าวที่ว่าพายุโซนร้อน "เคเทีย" ได้ก่อตัวขึ้นในมหาสมุทรแอตแลนติกและคาดว่าจะทวีความรุนแรงจนกลายเป็นพายุเฮอริเคนในช่วงเย็นวันพุธ ขณะเดียวกันมีการคาดการณ์ว่าพายุเคเทียอาจจะส่งผลกระทบต่อการผลิตน้ำมันของสหรัฐ นอกจากนี้ ตลาดยังได้แรงหนุนจากการคาดการณ์ที่ว่าธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) อาจจะประกาศใช้มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจครั้งใหม่ในการประชุมเดือนก.ย.นี้ สัญญาน้ำมันดิบ NYMEX (New York Mercantile Exchange) ส่งมอบเดือนต.ค.ปิดบวก 1.63 ดอลลาร์ หรือ 1.87% แตะที่ 88.90 ดอลลาร์/บาร์เรล -- สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดพุ่งขึ้นเมื่อคืนนี้ (30 ส.ค.) หลังจากสหรัฐและยุโรปเปิดเผยดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคที่ร่วงลงอย่างหนัก ซึ่งข้อมูลดังกล่าวได้กระตุ้นให้นักลงทุนแห่ซื้อทองเพื่อความปลอดภัย นอกจากนี้ ตลาดทองคำยังได้แรงหนุนจากการคาดการณ์ที่ว่าธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะใช้มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจรอบใหม่ในการประชุมเดือนก.ย. สัญญาทองคำตลาด COMEX (Commodity Exchange) ส่งมอบเดือนธ.ค.พุ่งขึ้น 38.20 ดอลลาร์ หรือ 2.1% ปิดที่ 1,829.80 ดอลลาร์/ออนซ์ -- ค่าเงินยูโรอ่อนตัวลงเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กเมื่อคืนนี้ (30 ส.ค.) เนื่องจากความวิตกกังวลเกี่ยวกับเสถียรภาพทางเศรษฐกิจและการคลังของยุโรป หลังจากมีรายงานว่ารัฐบาลอิตาลีสามารถขายพันธบัตรได้น้อยกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ ขณะที่ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐปรับตัวผันผวนหลังจากสหรัฐเปิดเผยข้อมูลเศรษฐกิจที่อ่อนแอ และจากการคาดการณ์ที่ว่าธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะใช้มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจรอบใหม่ในการประชุมเดือนก.ย. ค่าเงินยูโรอ่อนตัวลง 0.31% เมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐที่ระดับ 1.4463 ดอลลาร์สหรัฐ จากระดับของวันจันทร์ที่ 1.4508 ดอลลาร์สหรัฐ ขณะที่ค่าเงินปอนด์ร่วงลง 0.55% เมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐที่ระดับ 1.6317 ดอลลาร์สหรัฐ จากระดับ 1.6408 ดอลลาร์สหรัฐ ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐร่วงลง 0.21% เมื่อเทียบกับเงินเยนที่ระดับ 76.670 เยน จากระดับ 76.830 เยน และพุ่งขึ้น 0.48% เมื่อเทียบกับฟรังค์สวิสที่ระดับ 0.8193 ฟรังค์ จากระดับ 0.8154 ฟรังค์ ค่าเงินดอลลาร์ออสเตรเลียพุ่งขึ้น 1.0716 ดอลลาร์สหรัฐ จากระดับ 1.0656 ดอลลาร์สหรัฐ และค่าเงินดอลลาร์นิวซีแลนด์พุ่งขึ้น 1.05% เมื่อเทียบกับดอลลาร์นิวซีแลนด์ที่ระดับ 0.8548 ดอลลาร์สหรัฐ จากระดับ 0.8459 ดอลลาร์สหรัฐ -- ดัชนี FTSE ตลาดหุ้นลอนดอนปิดพุ่งขึ้นแข็งแกร่งเมื่อคืนนี้ (30 ส.ค.) โดยดัชนีทะยานขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบเกือบ 2 สัปดาห์ เนื่องจากแรงซื้อที่ส่งเข้าหนุนหุ้นกลุ่มธนาคารและกลุ่มสินค้าโภคภัณฑ์ ดัชนี FTSE 100 ปิดที่ 5268.66 จุด พุ่งขึ้น 138.74 จุด --อินโฟเควสท์ แปลและเรียบเรียงโดย รัตนา พงศ์ทวิช โทร.02-2535000 ต่อ 327 อีเมล์: ratana@infoquest.co.th-- 1 Quote Share this post Link to post Share on other sites
ทองใหม่ 7,435 Report post Posted August 30, 2011 ภาวะตลาดหุ้นนิวยอร์ก: คาดเฟดใช้แผนกระตุ้นศก. หนุนดาวโจนส์บวก 20.70 จุด ข่าวหุ้น-การเงิน สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ) -- พุธที่ 31 สิงหาคม 2554 06:28:47 น. ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดบวกเมื่อคืนนี้ (30 ส.ค.) หลังจากรายงานการประชุมของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) บ่งชี้ว่า คณะกรรมการเฟดได้หารือกันเกี่ยวกับขอบข่ายการใช้มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ รวมถึงการเข้าซื้อพันธบัตรครั้งใหม่ ซึ่งข้อมูลดังกล่าวทำให้นักลงทุนคาดว่าเฟดอาจจะประกาศใช้มาตรการฟื้นฟูเศรษฐกิจครั้งใหม่ในการประชุมเดือนก.ย.นี้ อย่างไรก็ตาม ตลาดหุ้นนิวยอร์กปรับตัวขึ้นในกรอบจำกัด เพราะได้รับแรงกดดันจากข้อมูลเศรษฐกิจที่อ่อนแอของสหรัฐ รวมถึงดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคที่ลดลงมาอย่างมาก ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดบวก 20.70 จุด หรือ 0.18% แตะระดับ 11,559.95 จุด ดัชนี S&P 500 ปิดบวก 2.84 จุด หรือ 0.23% แตะที่ 1,212.92 จุด และดัชนี Nasdaq ปิดบวก 14.00 จุด หรือ 0.55% แตะที่ 2,576.11 จุด สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า ในการซื้อขายช่วงเช้านั้น ตลาดหุ้นนิวยอร์กร่วงลงเนื่องจากนักลงทุนเข้ามาเทขายทำกำไรหลังจากดัชนีดาวโจนส์ทะยานขึ้นแข็งแกร่งเมื่อวันจันทร์ โดยหุ้นกลุ่มการเงินดิ่งลงหนักสุด แต่หลังจากที่คณะกรรมการเฟดเปิดเผยรายงานการประชุมซึ่งมีขึ้นเมื่อวันที่ 9 ส.ค.ที่ผ่านมานั้น ตลาดหุ้นนิวยอร์กก็ดีดตัวขึ้นทันที เนื่องจากเนื้อหาบางตอนของรายงานการประชุมระบุว่า คณะกรรมการเฟดได้หารือกันเกี่ยวกับการใช้มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ ซึ่งรวมถึงการซื้อพันธบัตรรัฐบาลเพิ่มขึ้น เพื่อกระตุ้นการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ ซึ่งข้อมูลดังกล่าวทำให้นักลงทุนคาดการณ์ว่า คณะกรรมการเฟดอาจจะประกาศใช้มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจในการประชุมเฟดครั้งต่อไปซึ่งจะมีขึ้นในวันที่ 20-21 ก.ย.นี้ นักวิเคราะห์จากเธมิส เทรดดิ้ง ซึ่งเป็นบริษัทโบรกเกอร์ในสหรัฐกล่าวว่า นักลงทุนมองว่า แม้เบน เบอร์นันเก้ ประธานเฟดไม่ได้ส่งสัญญาณการใช้นโยบายผ่อนคลายเชิงปริมาณรอบสาม (QE3) ในที่ประชุมธนาคารกลางโลกที่รัฐไวโอมิงเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา แต่ถ้อยแถลงของเบอร์นันเก้บ่งชี้ว่า เฟดอาจจะประกาศใช้มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจครั้งใหม่ในการประชุมในเดือนก.ย. ประกอบกับข้อมูลเศรษฐกิจที่อ่อนแอของสหรัฐที่มีการเปิดเผยออกมาเป็นระลอก ก็ยิ่งเพิ่มน้ำหนักให้กับการส่งสัญญาณดังกล่าวด้วย ซึ่งมุมมองดังกล่าวยังคงเป็นปัจจัยที่หนุนตลาดหุ้นนิวยอร์กดีดตัวขึ้นปิดในแดนบวกต่อเนื่องจากวันจันทร์ ส่วนในการประชุมเมื่อวันที่ 9 ส.ค.ที่ผ่านมานั้น คณะกรรมการกำหนดนโยบายของเฟดมีมติคงอัตราดอกเบี้ยระยะสั้น (fed funds rate) ที่ระดับ 0-0.25% พร้อมประกาศว่าจะใช้นโยบายอัตราดอกเบี้ยต่ำเป็นพิเศษต่อไปอีกอย่างน้อยจนถึงกลางปี 2556 นอกจากนี้ คณะกรรมการเฟดยังประกาศความพร้อมที่จะใช้เครื่องมือต่างๆ หากจำเป็น อย่างไรก็ตาม ภาวะการซื้อขายในตลาดหุ้นนิวยอร์กเป็นไปอย่างผันผวน หลังจากมีการเปิดเผยข้อมูลเศรษฐกิจที่อ่อนแอของสหัฐ โดยคอนเฟอเรนซ์ บอร์ด เปิดเผยว่าดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคของสหรัฐร่วงลงสู่ระดับ 44.5 จุดในเดือนส.ค. ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนเม.ย. 2552 เนื่องจากชาวอเมริกันวิตกกังวลเกี่ยวกับแนวโน้มรายได้และการจ้างงาน ขณะที่สแตนดาร์ด แอนด์ พัวร์/เคส ชิลเลอร์เปิดเผยว่า ราคาบ้านใน 20 เขตเมืองของสหรัฐประจำเดือนมิ.ย.ปรับตัวลดลง 0.1% เมื่อเทียบเป็นเดือน และหากเทียบเป็นรายปีพบว่าราคาบ้านร่วงลง 4.5% ตรงข้ามกับที่นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่คาดว่าจะทรงตัวจากระดับของเดือนพ.ค. หุ้นกลุ่มการเงินร่วงลงหนักสุดเมื่อเทียบกับหุ้นกลุ่มอื่นๆที่คำนวณในดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ โดยหุ้นแบงก์ ออฟ อเมริกา ดิ่งลง 3.2% หุ้นเจพีมอร์แกน เชส แอนด์ โค ร่วงลง 1.5% หุ้นแคทเตอร์พิลลาร์ อิงค์ พุ่งขึ้น 1.9% ส่วนหุ้นโบอิ้ง โค ทะยานขึ้น 2.2% หลังจากมีรายงานว่าโบอิ้งได้รับอนุมัติจากคณะกรรมการบริหารของบริษัท ให้สร้างเครื่องบินเจ็ทรุ่น 737 เพื่อช่วยให้โบอิ้งสามารถแข่งขันกับคู่แข่งรายใหญ่อย่างแอร์บัสได้ นักลงทุนจับตาดูข้อมูลเศรษฐกิจที่สำคัญของสหรัฐในสัปดาห์นี้ โดยวันพุธ ADP Employer Services จะเปิดเผยตัวเลขการจ้างงานภาคเอกชนเดือนส.ค., สถาบันจัดการด้านอุปทานของสหรัฐ (ISM) จะเปิดเผยดัชนีภาวะธุรกิจรัฐนิวยอร์คเดือนส.ค., สมาคมผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อแห่งชาติ (NAPM) จะเปิดเผยดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) เขตชิคาโกเดือนส.ค. และกระทรวงพาณิชย์สหรัฐจะเปิดเผยยอดสั่งซื้อของโรงงานเดือนก.ค. วันพฤหัสบดี เฟดจะเปิดเผยประสิทธิภาพการผลิตไตรมาส, กระทรวงแรงงานสหรัฐจะเปิดเผยจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ และสถาบันจัดการด้านอุปทานของสหรัฐ (ISM) จะเปิดเผยดัชนีภาคการผลิตเดือนส.ค. ส่วนกระทรวงแรงงานสหรัฐจะเปิดเผยตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรเดือนส.ค. --อินโฟเควสท์ แปลและเรียบเรียงโดย รัตนา พงศ์ทวิช โทร.02-2535000 ต่อ 327 อีเมล์: ratana@infoquest.co.th-- Quote Share this post Link to post Share on other sites
ทองใหม่ 7,435 Report post Posted August 31, 2011 ภาวะตลาดทองคำนิวยอร์ก: ทองปิดพุ่ง $38.20 เหตุวิตกศก.สหรัฐ,ยุโรป ข่าวต่างประเทศ สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ) -- พุธที่ 31 สิงหาคม 2554 06:59:46 น. สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดพุ่งขึ้นเมื่อคืนนี้ (30 ส.ค.) หลังจากสหรัฐและยุโรปเปิดเผยดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคที่ร่วงลงอย่างหนัก ซึ่งข้อมูลดังกล่าวได้กระตุ้นให้นักลงทุนแห่ซื้อทองเพื่อความปลอดภัย นอกจากนี้ ตลาดทองคำยังได้แรงหนุนจากการคาดการณ์ที่ว่าธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะใช้มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจรอบใหม่ในการประชุมเดือนก.ย. สัญญาทองคำตลาด COMEX (Commodity Exchange) ส่งมอบเดือนธ.ค.พุ่งขึ้น 38.20 ดอลลาร์ หรือ 2.1% ปิดที่ 1,829.80 ดอลลาร์/ออนซ์ สัญญาโลหะเงินส่งมอบเดือนก.ย.เพิ่มขึ้น 85.2 เซนต์ ปิดที่ 41.398 ดอลลาร์/ออนซ์ และสัญญาโลหะทองแดงส่งมอบเดือนก.ย.เพิ่มขึ้น 3.4 เซนต์ ปิดที่ 4.123 ดอลลาร์/ปอนด์ นักลงทุนเข้าซื้อสัญญาทองคำเพื่อหลีกเลี่ยงความเสี่ยงในยามที่เศรษฐกิจและตลาดการเงินทั่วโลกยังคงผันผวน โดยเมื่อวานนี้คอนเฟอเรนซ์ บอร์ด เปิดเผยว่าดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคของสหรัฐร่วงลงสู่ระดับ 44.5 จุดในเดือนส.ค. ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนเม.ย. 2552 เนื่องจากชาวอเมริกันวิตกกังวลเกี่ยวกับแนวโน้มรายได้และการจ้างงาน ขณะเดียวกันมีรายงานว่า ดัชนีความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจของกลุ่มผู้บริโภคในยุโรป ร่วงลง 4.7 จุด มาอยู่ที่ระดับ 98.3 จุด ซึ่งเป็นการปรับตัวลงติดต่อกัน 6 เดือน โดยในบรรดา 7 ชาติเศรษฐกิจใหญ่ที่สุดในสหภาพยุโรปนั้น ดัชนีความเชื่อมั่นของเยอรมนีร่วงลงมากที่สุดถึง 5.7 จุด ตามมาด้วยอังกฤษ 5.6 จุด และสเปน 0.3 จุด สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า สัญญาทองคำได้แรงหนุนมากขึ้นเมื่อมีการคาดการณ์ว่า แม้เบน เบอร์นันเก้ ประธานเฟดไม่ได้ส่งสัญญาณการใช้นโยบายผ่อนคลายเชิงปริมาณรอบสาม (QE3) ในที่ประชุมธนาคารกลางโลกที่รัฐไวโอมิงเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา แต่ภาวะเศรษฐกิจที่อ่อนแอของหสรัฐอาจจะผลักดันให้เฟดใช้มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติมในการประชุมเฟดวันที่ 20-21 ก.ย.นี้ ซึ่งอาจจะรวมถึงการซื้อสินทรัพย์เพิ่มขึ้น --อินโฟเควสท์ แปลและเรียบเรียงโดย รัตนา พงศ์ทวิช โทร.02-2535000 ต่อ 327 อีเมล์: ratana@infoquest.co.th- 1 Quote Share this post Link to post Share on other sites
naja 6 Report post Posted August 31, 2011 ขอบคุณค่ะสำหรับข่าวและข้อมูลดีๆๆ Quote Share this post Link to post Share on other sites
ทองใหม่ 7,435 Report post Posted August 31, 2011 ภาวะตลาดเงินนิวยอร์ก: ยูโรร่วงหลังอิตาลีประมูลขายพันธบัตรน้อยเกินคาด ข่าวต่างประเทศ สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ) -- พุธที่ 31 สิงหาคม 2554 07:12:41 น. ค่าเงินยูโรอ่อนตัวลงเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กเมื่อคืนนี้ (30 ส.ค.) เนื่องจากความวิตกกังวลเกี่ยวกับเสถียรภาพทางเศรษฐกิจและการคลังของยุโรป หลังจากมีรายงานว่ารัฐบาลอิตาลีสามารถประมูลขายพันธบัตรได้น้อยกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ ขณะที่ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐปรับตัวผันผวนหลังจากสหรัฐเปิดเผยข้อมูลเศรษฐกิจที่อ่อนแอ และจากการคาดการณ์ที่ว่าธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะใช้มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจรอบใหม่ในการประชุมเดือนก.ย. ค่าเงินยูโรอ่อนตัวลง 0.31% เมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐที่ระดับ 1.4463 ดอลลาร์สหรัฐ จากระดับของวันจันทร์ที่ 1.4508 ดอลลาร์สหรัฐ ขณะที่ค่าเงินปอนด์ร่วงลง 0.55% เมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐที่ระดับ 1.6317 ดอลลาร์สหรัฐ จากระดับ 1.6408 ดอลลาร์สหรัฐ ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐร่วงลง 0.21% เมื่อเทียบกับเงินเยนที่ระดับ 76.670 เยน จากระดับ 76.830 เยน และพุ่งขึ้น 0.48% เมื่อเทียบกับฟรังค์สวิสที่ระดับ 0.8193 ฟรังค์ จากระดับ 0.8154 ฟรังค์ ค่าเงินดอลลาร์ออสเตรเลียพุ่งขึ้น 1.0716 ดอลลาร์สหรัฐ จากระดับ 1.0656 ดอลลาร์สหรัฐ และค่าเงินดอลลาร์นิวซีแลนด์พุ่งขึ้น 1.05% เมื่อเทียบกับดอลลาร์นิวซีแลนด์ที่ระดับ 0.8548 ดอลลาร์สหรัฐ จากระดับ 0.8459 ดอลลาร์สหรัฐ สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า ค่าเงินยูโรอ่อนตัวลงเมื่อเทียบกับดอลลาร์ หลังจากมีรายงานว่ารัฐบาลอิตาลีสามารถประมูลขายพันธบัตรได้เพียง 7.7 พันล้านยูโร ด้วยอัตราผลตอบแทนเฉลี่ย 5.22% ซึ่งนักวิเคราะห์มองว่าผลการประมูลพันธบัตรเป็นที่น่าผิดหวัง เพราะมูลค่าการประมูลครั้งล่าสุดอยู่ในระดับสูงกว่าการประมูลครั้งก่อนเพียง 1.27 เท่า ซึ่งน้อยกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ นอกจากนี้ สกุลเงินยูโรยังถูกกดดันจากรายงานที่ว่า ดัชนีความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจของกลุ่มผู้บริโภคในยุโรป ร่วงลง 4.7 จุด มาอยู่ที่ระดับ 98.3 จุด ซึ่งเป็นการปรับตัวลงติดต่อกัน 6 เดือน และในบรรดา 7 ชาติเศรษฐกิจใหญ่ที่สุดในสหภาพยุโรปนั้น ดัชนีความเชื่อมั่นของเยอรมนีร่วงลงมากที่สุดถึง 5.7 จุด สกุลเงินดอลลสาร์สหรัฐปรับตัวผันผวนเนื่องจากมีการคาดการณ์เพิ่มขึ้นว่า คณะกรรมการเฟดอาจจะประกาศใช้มาตรการผ่อนคลายทางการเงิน ซึ่งรวมถึงการเข้าซื้อพันธบัตรเพิ่มขึ้น ซึ่งการดำเนินการดังกล่าวจะทำให้สภาพคล่องสกุลเงินดอลลาร์ในระบบปรับตัวสูงขึ้น และจะทำให้มูลค่าสกุลเงินดอลลาร์อ่อนแอลง ซึ่งจะทำให้ความต้องการถือครองเงินดอลลาร์ลดน้อยลงด้วย นอกจากนี้ สกุลเงินดอลลาร์สหรัฐยังได้รับปัจจัยลบจากรายงานของคอนเฟอเรนซ์ บอร์ดที่ระบุว่า ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคของสหรัฐร่วงลงสู่ระดับ 44.5 จุดในเดือนส.ค. ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนเม.ย. 2552 นักลงทุนจับตาดูการรายงานตัวเลขจ้างงานนอกภาคการเกษตรเดือนส.ค.ของสหรัฐในคืนวันศุกร์นี้ตามเวลาไทย โดยนักวิเคราะห์ส่วนใหญ่คาดว่าตัวเลขจ้างงานจะปรับตัวเพิ่มขึ้นเพียง 75,000 ตำแหน่ง หลังจากที่เพิ่มขึ้นแข็งแกร่งถึง 117,000 ตำแหน่งในเดือนก.ค. และคาดว่าอัตราว่างงานเดือนส.ค.จะทรงตัวอยู่ที่ระดับ 9.1% นอกจากนี้ สหรัฐจะเปิดเผยข้อมูลเศรษฐกิจด้านอื่นๆในสัปดาห์นี้ รวมถึงดัชนีภาวะธุรกิจรัฐนิวยอร์คเดือนส.ค., ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) เขตชิคาโกเดือนส.ค., ยอดสั่งซื้อของโรงงานเดือนก.ค., จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ และดัชนีภาคการผลิตเดือนส.ค. --อินโฟเควสท์ แปลและเรียบเรียงโดย รัตนา พงศ์ทวิช โทร.02-2535000 ต่อ 327 อีเมล์: ratana@infoquest.co.th- Quote Share this post Link to post Share on other sites
Eakamin 3 Report post Posted August 31, 2011 ขอบคุณครับ 1 Quote Share this post Link to post Share on other sites
ทองใหม่ 7,435 Report post Posted August 31, 2011 สวัสดีคะ อ.ทองใหม่ สบายดีนะคะ ไม่ได้เข้าเวปมาเพราะหยุดเล่นไประยะหนึ่ง (มีภาระกิจมากมาย) ขอบคุณนะคะที่มีบทวิเคราะห์ให้ได้อ่านประกอบการพิจารณาสำหรับน้องทอง บายบ้างไม่บายบ้างจ้า ตาม๓าษาของกฏเกิดแก่เจ็บตายจ้า Quote Share this post Link to post Share on other sites
put42 92 Report post Posted August 31, 2011 บายบ้างไม่บายบ้างจ้า ตาม๓าษาของกฏเกิดแก่เจ็บตายจ้า อย่างไรก็ขอให้ อ.ทองใหม่มีสุขภาพแข็งแรงนะค่ะ Quote Share this post Link to post Share on other sites
kanya 0 Report post Posted August 31, 2011 ขอบคุณมากค่ะ ขอให้มีสุขภาพแข็งแรง Quote Share this post Link to post Share on other sites
ทองใหม่ 7,435 Report post Posted August 31, 2011 World Today: สรุปข่าวต่างประเทศประจำวันที่ 31 สิงหาคม 2554 ข่าวต่างประเทศ สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ) -- พุธที่ 31 สิงหาคม 2554 17:00:00 น. คอนเฟอเรนซ์ บอร์ด ซึ่งเป็นองค์กรวิจัยอิสระชั้นนำระดับโลกเปิดเผยว่า ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคของสหรัฐร่วงลงสู่ระดับ 44.5 จุดในเดือนส.ค. ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนเม.ย. 2552 จากเดือนก.ค.ที่ระดับ 59.2 จุด เนื่องจากชาวอเมริกันวิตกกังวลเกี่ยวกับแนวโน้มรายได้และการจ้างงาน -- สแตนดาร์ด แอนด์ พัวร์/เคส ชิลเลอร์เปิดเผยว่า ราคาบ้านใน 20 เขตเมืองของสหรัฐ ซึ่งรวมถึงนิวยอร์ก ไมอามี และบอสตัน ปรับตัวลดลง 0.1% เมื่อเทียบเป็นเดือน ในเดือนมิ.ย. ตรงข้ามกับที่นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่คาดว่าจะทรงตัวจากระดับของเดือนพ.ค. และหากเทียบเป็นรายปีพบว่า ราคาบ้านร่วงลง 4.5% -- กระทรวงเศรษฐกิจ การค้า และอุตสาหกรรมของญี่ปุ่นเปิดเผยว่า ผลผลิตภาคอุตสาหกรรมเดือนก.ค.ปรับตัวเพิ่มขึ้น 0.6% จากเดือนมิ.ย. ซึ่งเป็นการปรับตัวขึ้นติดต่อกันเป็นเดือนที่ 4 และนับเป็นสัญญาณบ่งชี้ล่าสุดว่า เศรษฐกิจญี่ปุ่นกำลังฟื้นตัวขึ้นจากผลกระทบของแผ่นดินไหวและสึนามิซึ่งเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 11 มี.ค. -- ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) เปิดเผยรายงานการประชุมประจำวันที่ 9 ส.ค.เมื่อช่วงค่ำวานนี้ตามเวลาไทย โดยรายงานระบุว่า คณะกรรมการกำหนดนโยบายบางคนของเฟดได้ระบุถึงความเป็นไปได้ที่จะมีการใช้มาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณรอบสาม (QE3) ซึ่งรวมถึงการเข้าซื้อพันธบัตรของรัฐบาลสหรัฐอีก -- นายโยชิฮิโกะ โนดะ นายกรัฐมนตรีคนใหม่ของญี่ปุ่น ได้โทรศัพท์พูดคุยกับนายทิโมธี ไกธ์เนอร์ รัฐมนตรีกระทรวงคลังของสหรัฐ หลังจากที่นายโนดะได้รับการรับรองจากรัฐสภาญี่ปุ่นให้ดำรงตำแหน่งนายกฯไปเมื่อวานนี้ -- ประธานาธิบดีบารัค โอบามาของสหรัฐ กล่าวแสดงความยินดีต่อนายโยชิฮิโกะ โนดะ นายกรัฐมนตรีคนใหม่ของญี่ปุ่น พร้อมให้คำมั่นว่า สหรัฐจะร่วมมือกับผู้นำและประชาชนชาวญี่ปุ่นในการดำเนินนโยบายที่จะก่อให้เกิดประโยชน์กับทั้ง 2 ประเทศ ภูมิภาคเอเชีย แปซิฟิก และทั่วโลก -- กระทรวงสาธารณสุข สวัสดิการสังคม และ แรงงาน ของญี่ปุ่นเปิดเผยว่า อัตราค่าจ้างเฉลี่ยในญี่ปุ่นปรับตัวลดลง 0.1% ในเดือนกรกฎาคม จากปีก่อน สู่ระดับ 367,738 เยน ซึ่งเป็นการลดลงเป็นเดือนที่ 4 ติดต่อกัน เนื่องจากฐานเงินเดือนที่ลดลงเพราะจำนวนวันทำงานต่อสัปดาห์ลดลงเมื่อเทียบกับปีก่อน -- สำนักงานสถิติเกาหลีใต้เปิดเผยว่า ผลผลิตภาคอุตสาหกรรมของเกาหลีใต้ขยายตัวน้อยที่สุดในรอบ 10 เดือน เนื่องจากการชะลอตัวของเศรษฐกิจโลกส่งผลกระทบต่อแนวโน้มการส่งออกของเกาหลีใต้ -- รัฐมนตรีคลังและผู้ว่าการธนาคารกลางจากกลุ่มประเทศเศรษฐกิจชั้นนำ (G20) จะจัดการประชุมกันในวันที่ 22 ก.ย.นี้ที่กรุงวอชิงตัน เพื่อหารือกันเกี่ยวกับแรงตึงเครียดที่เพิ่มมากขึ้น อันเนื่องมาจากหนี้สาธารณะและแนวโน้มเศรษฐกิจโลก -- ยอดการผลิตรถยนต์เดือนก.ค.ของญี่ปุ่นหดตัวลง 8.9% จากปีที่แล้ว มาอยู่ที่ระดับ 790,325 คัน ซึ่งเป็นสถิติที่ปรับตัวลงติดต่อกันเป็นเดือนที่ 10 อย่างไรก็ตาม ยอดการผลิตปรับตัวลงไม่มากนัก เนื่องจากอุตสาหกรรมการผลิตรถยนต์เริ่มฟื้นตัวขึ้นจากผลกระทบของภัยพิบัติในญี่ปุ่นซึ่งเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 11 มี.ค.ที่ผ่านมา -- กัมพูชาถอนทหารเป็นครั้งที่ 6 ออกจากบริเวณพรมแดนที่เป็นข้อพิพาทกับไทยแล้วในวันนี้ ขณะที่ความตึงเครียดด้านการทหารระหว่าง 2 ประเทศเริ่มคลี่คลายลงตั้งแต่ช่วงเดือนก.ค. --อินโฟเควสท์ แปลและเรียบเรียงโดย สุนิตา พรรณรักษา โทร.02-2535000 ต่อ 315 อีเมล์: sunita@infoquest.co.th- Quote Share this post Link to post Share on other sites
ทองใหม่ 7,435 Report post Posted August 31, 2011 Quote Share this post Link to post Share on other sites
kiat 0 Report post Posted August 31, 2011 ขอบคุณครับ อ.ทองใหม่ ครับ !_087 !_087 !_087 !_087 !_087 Quote Share this post Link to post Share on other sites
นัย 232 Report post Posted August 31, 2011 สวัสดี/ขอบคุณค่ะ อ.ทองใหม่ Quote Share this post Link to post Share on other sites
vachira purivarangkakoonch 55 Report post Posted August 31, 2011 thx ka 1 Quote Share this post Link to post Share on other sites