Jump to content
Update
 
 
Gold
 
USD/THB
 
สมาคมฯ
 
Gold965%
 
Gold9999
 
CrudeOil
 
USDX
 
Dowjones
 
GLD10US
 
HUI
 
SPDR(ton)
 
Silver
 
Silver/Oz
 
Silver/Baht
 
tt2518

ขอเดา(ราคาทอง)กับเขาบ้าง

Recommended Posts

ข่าววิ่ง - ข่าววิ่ง(ไทย)

โดย : ดร.ศุภวุฒิ สายเชื้อ

 

ครั้งที่แล้วผมสรุปแนวคิดของบีไอเอสที่มองว่านโยบายผ่อนคลายทางการเงินอย่างสุดโต่ง

 

นำโดยธนาคารกลางสหรัฐนั้น แม้จะช่วยฟื้นฟูเศรษฐกิจระยะสั้น แต่ในระยะยาวเป็นการบิดเบือนกลไกตลาดทำให้ผู้ประกอบการและนักลงทุนไม่กลัวความเสี่ยง เพราะธนาคารกลางอุ้มราคาสินทรัพย์และทำให้ต้นทุนทางการเงินต่ำผิดปกติ ผลที่ตามมาคือ การฟื้นตัวที่ไม่ยั่งยืนเพราะกระตุ้นอุปสงค์ ทั้งๆ ที่จะต้องแก้ปัญหาโดยการปรับ โครงสร้างงบดุล (ลดหนี้ เพิ่มทุนและเพิ่มประสิทธิภาพในการผลิต) หรืออุปทาน บีไอเอสจึงแนะนำให้ถอนนโยบายการเงินที่ผ่อนคลายอย่างเร่งด่วน

 

 

 

แต่ในการประเมินสภาวะเศรษฐกิจและการเงินของนางเยลเลน ผู้ว่าการธนาคารกลางสหรัฐ ต่อวุฒิสภาของสหรัฐในวันที่ 15 กรกฎาคมที่ผ่านมานั้น ได้แสดงท่าทีชัดเจนว่า “ขณะนี้นโยบายการเงินที่ผ่อนคลายอย่างมากยังเป็นสิ่งที่เหมาะสม” (“a high degree of monetary policy accommodation remains appropriate”) เพราะเศรษฐกิจสหรัฐนั้นไม่ฟื้นตัวเต็มที่ อย่างไรก็ดี ตลาดหุ้นมิได้ตอบรับท่าทีของเยลเลนในทางบวกเช่นที่ผ่านมา กล่าวคือ ราคาหุ้นปรับตัวลงเล็กน้อย เพราะธนาคารกลางสหรัฐได้ทำรายงานซึ่งมีข้อสรุปว่าหุ้นบางประเภทนั้นราคาปรับสูงขึ้นเกินปัจจัยพื้นฐานไปแล้ว และยังยอมรับว่าการตรึงดอกเบี้ยที่ระดับต่ำตลอดจนการอัดฉีดสภาพคล่องเข้าไปในระบบอย่างต่อเนื่องได้ทำให้นักลงทุนบางกลุ่มพยายามหาผลตอบแทนที่ดีกว่า (reach for yield)โดยการยอมรับความเสี่ยงเพิ่มขึ้น ซึ่งอาจทำให้ระบบการเงินโดยรวมมีความเปราะบางมากขึ้น (could increase vulnerabilities in the financial system) กล่าวคือ เยลเลนรับรู้ว่าสิ่งที่ทำเพื่อกระตุ้นให้เศรษฐกิจฟื้นนั้นมีผลกระทบข้างเคียงในเชิงลบ แต่ก็ยังมองว่าสิ่งที่ทำอยู่ในขณะนี้นั้นยัง “ได้มากกว่าเสีย”

 

 

 

ทั้งนี้ นโยบายการเงินผ่อนคลายได้มีการปรับลดลงตามลำดับคือ การพิมพ์เงินใหม่มาซื้อพันธบัตรคุณภาพดี (คิวอี) ลดลงจาก 85,000 ล้านดอลลาร์ต่อเดือนเหลือ 35,000 ล้านดอลลาร์ต่อเดือนในปัจจุบันและจะหยุดพิมพ์เงินใหม่ตั้งแต่เดือนตุลาคมเป็นต้นไป หลังจากนั้นเป็นที่คาดว่าธนาคารกลางสหรัฐจะต้องเริ่มปรับดอกเบี้ยนโยบายขึ้นตั้งแต่กลางปีหน้า ซึ่งตามคาดการณ์ของคณะกรรมการนโยบายการเงินของสหรัฐ ดอกเบี้ยนโยบายซึ่งปัจจุบันต่ำใกล้ศูนย์นั้นจะปรับขึ้นไปอยู่ที่ 1% ในปลายปีหน้า นางเยลเลนแสดงจุดยืนที่ชัดเจนว่าจะระมัดระวังอย่างมากในการตัดสินใจปรับดอกเบี้ยขึ้น โดยจะต้องมั่นใจว่าเศรษฐกิจสหรัฐฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งเสียก่อน ดังนั้น หากไม่มั่นใจก็อาจจะชะลอการขึ้นดอกเบี้ยได้

 

 

 

ท่าทีของเยลเลนนั้นให้ความสำคัญกับการฟื้นตัวของเศรษฐกิจและเป็นประโยชน์กับนักลงทุน เพราะแสดงให้เห็นว่าสภาวะสภาพคล่อง “เหลือเฟือ” ในสหรัฐนั้นจะยังดำรงต่อไปอีกอย่างน้อย 12 เดือน แต่ก็ต้องยอมรับว่าภายในกลางปีหน้าก็จะเป็นการปิดฉากนโยบายการเงินผ่อนคลายอย่างสุดโต่งที่มีติดต่อกันนานถึง 6 ปีแม้เยลเลนมิได้พูดว่าหากเศรษฐกิจสหรัฐมีปัญหาก็อาจนำเอาคิวอีมาใช้อีก แต่เป็นไปได้ว่านักลงทุนมีความเชื่อว่าการออกมาตรการคิวอีอีกครั้งมิใช่สิ่งที่จะเป็นไปไม่ได้ หมายความว่านักลงทุนคงจะเกิดความ “เคยตัว” ขึ้นมาในระดับหนึ่งเสมือนว่านักพนันรู้ว่าบ่อนของกรีนสแปน เบอร์นันกี และเยลเลน นั้น หากนักพนันจะเสียเงินจนหมดตัว เจ้าของบ่อนจะปล่อยเงินกู้ให้เล่นต่อไปจนกระทั่งได้เงินคืน นั่นเอง

 

 

 

จึงได้มีการตั้งคำถามว่าการดำเนินนโยบายการเงินที่ผ่อนคลายสุดโต่งเช่นนี้ไม่กลัว “ฟองสบู่” หรือเพราะธนาคารกลางสหรัฐเองก็ยอมรับว่ามี “ฟองสบู่” ในราคาหุ้นบางประเภท และพันธบัตรประเภทเสี่ยงสูง (Junk bonds) ที่ให้ผลตอบแทนที่ไม่คุ้มความเสี่ยง (“valuation appear stretched”) เรื่องนี้เยลเลนตอบว่า นโยบายการเงินมีหน้าที่หลักในการฟื้นเศรษฐกิจ ส่วนเรื่องของการควบคุมความเสี่ยงนั้น ควรใช้มาตรการจำเพาะเจาะจงที่เหมาะสมเพื่อบริหารจัดการ หรือที่เรียกกันว่า Macro prudential measures นั่นเอง

 

 

 

คำตอบนี้อาจฟังดูดีและหากต้องการเข้าใจท่าทีของเยลเลนเกี่ยวกับเรื่องนี้แบบฉบับเต็มก็ควรอ่านสุนทรพจน์ของเยลเลนที่ไอเอ็มเอฟในวันที่ 2 กรกฎาคม ซึ่งพยายามตอบโต้ประเด็นที่บีไอเอสตำหนิธนาคารกลางสหรัฐ ที่สำคัญคือ ไอเอ็มเอฟเองก็เห็นดีเห็นงามกับการใช้คิวอีและพยายามโน้มน้าวให้ธนาคารกลางยุโรปนำเอาคิวอีมาใช้อย่างเร่งด่วน เพราะเศรษฐกิจยุโรปอาจขยายตัวไม่ถึง 0.5% ในไตรมาส 2 และอัตราเงินเฟ้อที่ 0.5% นั้นก็ต่ำกว่าเป้าเงินเฟ้อที่ 2% อย่างมาก

 

 

 

ในความเห็นของผมนั้นการแบ่งแยกนโยบายการเงินออกจากการควบคุมเสถียรภาพของระบบการเงินนั้นเป็นเรื่องที่ไม่ถูกต้องในหลักการ เพราะดอกเบี้ยและการกำหนดสภาพคล่องในระบบย่อมเป็นการกำหนด “ราคา” และ “ความหายาก/ง่าย” ของเงิน ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อการตัดสินใจ พฤติกรรม ตลอดจน “นิสัย” ของนักลงทุนว่าจะลงทุนอย่างระมัดระวัง หรือจะลงทุนแบบไม่กลัวความเสี่ยง

 

 

 

กล่าวคือนโยบายการเงินนั้นเสมือนกับการกำหนด “ราคา” ของเงินและความเสี่ยง ในขณะที่มาตรการควบคุมความเสี่ยง (Macro prudential measures) นั้นเสมือนกับการควบคุมเชิง “ปริมาณ” หรือการกำหนดโควตา ซึ่งเป็นมาตรการที่ผู้ประกอบการมีแรงจูงใจที่จะหลีกเลี่ยง เช่น หากนโยบายดอกเบี้ยต่ำและให้กู้อย่างเต็มที่ กำลังทำให้ราคาบ้านสูงเกินความจริง ก็สั่งให้ธนาคารปล่อยกู้ได้ไม่เกิน 70% ของราคาบ้าน แต่หากผู้ที่เกี่ยวข้องทราบดีว่ามีสินเชื่อให้อย่างไม่จำกัดที่ราคาถูกอันจะทำให้ราคาบ้านมีแนวโน้มปรับเพิ่มขึ้นอย่างไม่สิ้นสุด (ซึ่งเป็นนิยามของ “ฟองสบู่”) ผู้ขายบ้านก็จะตั้งราคาบ้านให้สูงเกินจริง 30% (โดยบวกค่าเฟอร์นิเจอร์และอุปกรณ์ตกแต่งอื่นเข้าไปในราคาบ้านและลดราคาตรงนี้ทีหลัง ตลอดจนการจ่ายคืนเป็นค่าส่วนกลางหรือตั๋วเครื่องบินฟรี ฯลฯ) เพื่อให้ลูกค้าสามารถกู้ได้เต็ม 100% ซึ่งลูกค้าและธนาคารก็น่าจะรับเงื่อนไขดังกล่าวได้เพราะต่างเห็นพ้องต้องกันว่าความเสี่ยงต่ำเนื่องจากราคาบ้านนั้นมีแต่จะปรับตัวสูงขึ้น นั่นเอง

 

ที่มา : หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ (วันที่ 21 กรกฎาคม 2557)

Share this post


Link to post
Share on other sites

นักบริหารเงิน เปิดเผยว่า เงินบาทเปิดตลาดเช้านี้อยู่ที่ระดับ 32.12/14 บาท/ดอลลาร์ ใกล้เคียงกับช่วงเย็นวันศุกร์ที่ปิดตลาดที่ระดับ 32.13/15 บาท/ดอลลาร์

 

เปิดมาช่วงเช้าเงินบาทยังไม่ขยับไปมากจากระดับปิดตลาดช่วงเย็นวันศุกร์ โดยล่าสุดยังมี flow ขายดอลลาร์เข้ามา เพื่อพยายามจะให้ผ่านแนวรับแรกที่ระดับ 32.10 บาท/ดอลลาร์ แต่ก็ยังไม่ผ่าน ซึ่งแนวโน้มเงินบาทวันนี้ยังมีโอกาสที่จะแข็งค่าได้ เพราะหลายสกุลเงินในภูมิภาคเอเชียยังแข็งค่าต่อเมื่อเทียบกับดอลลาร์

 

"เช้านี้ยังเงียบๆ ไม่ค่อยขยับเท่าไรจากวันศุกร์ ตอนนี้ยังมี flow ขาย พยายามจะทะลุ low แถวระดับ 32.10 ซึ่งเป็นแนวรับแรก แต่ยังไม่ผ่าน" นักบริหารเงิน ระบุ

 

นักบริหารเงิน คาดว่า วันนี้เงินบาทจะเคลื่อนไหวในกรอบ 32.00-32.20 บาท/ดอลลาร์ และแนวโน้มสัปดาห์นี้มีโอกาสแข็งค่าไปแตะที่ระดับ 32.00 บาท/ดอลลาร์ได้

Share this post


Link to post
Share on other sites

สวัสดีและขอบคุณ คุณป๋าขายของมากค่ะ

โชคดี มีความสุขทุกๆคนนะคะ

Share this post


Link to post
Share on other sites

Data from the Commodities Futures Trading Commission released Friday showed that hedge funds and money managers decreased their bullish bets in gold futures in the week ending July 15.

Net longs totaled 131,971 contracts, down 8.5% from net longs of 144,272 in the preceding week. รายงานจากบ่อนฯ กองทุนฯ ขาใหญ่ ลดการแทงขาขึ้น ของทองคำ จากที่เคยแทงขาขึ้น 144,272 สัญญาฯ ลดลงมาที่ 131,971 สัญญาฯ หรือลดลง 8.5%

  • Like 1

Share this post


Link to post
Share on other sites

เริ่มสัปดาห์ใหม่ วันอังคาร รหัส 5,35,9 แบบส่งสัญญานนำทาง ยังไม่ยอมให้เข้าซื้อทองแท่งตัวเป็นๆ เส้นดำเส้นแดงมยังถ่างออกจากกัน ยังมิได้ตัดกันรอบใหม่ ใครยึดตามรหัสฯ นี้ ก็ต้อง ทนรอ เส้นมันตัดกัน ต่อไป จะได้ไม่เสียวมาก

Share this post


Link to post
Share on other sites

รหัส 7,5,2 แบบไวไว ลุ้นไปต่อได้ เพราะเส้นแดงอยู่บนเส้นดำ แต่ แต่ แต่ อนึ่ง บัดนี้ เกิดเหตุของ " บาทแข็ง " ค่าขึ้นมา ทำให้องค์ประกอบของการแปลงร่างราคาทองเป็นเงินบาท กลายเป็นปรับตัวลดลง ย่อลง จาก 32.18-32.20 มาที่ 31.85-31.90 ประมาณ 30 สตางค์ จึงถือว่า บาดใจนักลงทุนทองคำอย่างมาก ราคาตลาดโลกขึ้น แต่ราคาไทย ลดลง เหอะ เหอะ มีแข็งก็ย่อมมีอ่อนนะ แต่จะอ่อนเมื่อไหร่ คำตอบไม่มีกำหนด

  • Like 1

Share this post


Link to post
Share on other sites

บาทแข็งเอาแข็งเอา บ่ายนี้ ธรรมนูญการปกครองชั่วคราว ประเทศไทย ก็จะมีแล้ว ยิ่งสร้างความเชื่อมั่นของไทยเพิ่มขึ้น

  • Like 1

Share this post


Link to post
Share on other sites

รายงานยุโรปไม่ค่อยมีวันนี้ หนักไปทางสหรัฐ มีหลายตัว ถ้าผลออกมามีดีและไม่ดี ราคาทองก็ Sideway วนเวียนไม่ไปไหน แต่จากโพลและตัวเลขที่ผ่านมา ไม่ได้ดีขึ้นมาเลย มีแต่แย่ลง เด็กขายของจึงให้น้ำหนักทาง ผลักดันราคาทองขึ้น โดยมีจังหวะที่จะขึ้นปิดรายวันมากกว่า วันนี้ 1312 แต่ห่วงที่ บาทแข็งนะ

  • Like 1

Share this post


Link to post
Share on other sites

น้ำมันพุ่ง หุ้นสหรัฐฯ-ทองคำปิดสวนทางกังวลวิกฤตยูเครนและกาซา

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 22 กรกฎาคม 2557 04:30 น.

 

เอเอฟพี - ราคาน้ำมันพุ่งแรงวานนี้(21) จากความกังวลต่ออุปทานที่เบาบางในสหรัฐฯ เช่นเดียวกับข้อวิตกเกี่ยวกับสถานการณ์ในยูเครนและฉนวนกาซา ซึ่งปัจจัยหลังนี้ก็ฉุดให้วอลล์สตรีทปิดลบและทองคำขยับขึ้นแรง

 

สัญญาล่วงหน้าน้ำมันดิบชนิดไลต์สวีตครูด ของสหรัฐฯ งวดส่งมอบเดือนสิงหาคม เพิ่มขึ้น 1.46 ดอลลาร์ ปิดที่ 104.59 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ส่วนเบรนท์ทะเลเหนือลอนดอน งวดส่งมอบเดือนกันยายน เพิ่มขึ้น 44 เซนต์ ปิดที่ 107.68 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล

 

นักวิเคราะห์มองว่าปัจจัยที่อยู่เบื้องหลังราคาน้ำมันในวันจันทร์ คือรายงานสต๊อกเชื้อเพลิงสำรองของสหรัฐฯเมื่อเร็วๆนี้ ซึ่งเผยให้เห็นว่าคลังน้ำมันดิบสำรองลดลง ขณะที่โรงกลั่นต่างๆก็จำเป็นต้องซื้อน้ำมันดิบเพิ่มขึ้น เพื่อผลิตเบนซินให้เพียงพอกับความต้องการระดับสูงในช่วงฤดูกาลขับขี่

 

ด้านตลาดหุ้นสหรัฐฯในวันจันทร์(21) ขยับลงเล็กน้อย หลังความกังวลทางภมูิรัฐศาสตร์ในยูเครนและฉนวนกาซา เบี่ยงเบนความสนใจของนักลงทุนไปจากรายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ของบริษัทต่างๆ

 

ดาวโจนส์ ลดลง 47.07 จุด (0.28 เปอร์เซ็นต์) ปิดที่ 17,053.11 จุด เอสแอนด์พี ลดลง 4.49 จุด (0.23 เปอร์เซ็นต์) ปิดที่ 1,973.73 จุด แนสแดค ลดลง 7.44 จุด (0.17 เปอร์เซ็นต์) ปิดที่ 4,424.70 จุด

 

ชาติมหาอำนาจตะวันตกเพิ่มแรงกดดันต่อรัสเซีย เกี่ยวกับเหตุเครื่องบินของสายการบินมาเลเซีย แอร์ไลน์ส ถูกยิงตกทางภาคตะวันออกของยูเครน ดินแดนที่ยึดครองโดยฝ่ายกบฏ ด้วยสหรัฐฯยืนกรานว่ารัสเซียต้องบีบให้กบฏนิยมมอสโกร่วมมือกับนานาชาติในการพิสูจน์โศกนาฏกรรมดังกล่าว ขณะเดียวกันยอดผู้เสียชีวิตในกาซาก็สูงขึ้นเรื่อยๆ หลังจากอิสราเอล ปฏิบัติการโจมตีทางภาคพื้นต่อพวกฮามาส

 

สองปัจจัยข้างต้น ผลักให้นักลงทุนหันมาถือครองสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงต่ำเพื่อความปลอดภัย และเป็นผลให้ราคาทองคำวานนี้(21) ปิดในแดนบวก โดยราคาทองคำตลาดโคเม็กซ์ เพิ่มขึ้น 4.50 ดอลลาร์ ปิดที่ 1,313.90 ดอลลาร์ต่อออนซ์

http://www.manager.co.th/Around/ViewNews.aspx?NewsID=9570000082520

 

Share this post


Link to post
Share on other sites

จุดต่างๆ ของแนวต้าน และแนวรับ ถ้าชนไปแล้ว ก็ต้องมีถอยมีขึ้น จริงหรือเปล่า

Share this post


Link to post
Share on other sites

Join the conversation

You can post now and register later. If you have an account, sign in now to post with your account.

Guest
Reply to this topic...

×   Pasted as rich text.   Paste as plain text instead

  Only 75 emoji are allowed.

×   Your link has been automatically embedded.   Display as a link instead

×   Your previous content has been restored.   Clear editor

×   You cannot paste images directly. Upload or insert images from URL.

Loading...

  • Recently Browsing   0 members

    No registered users viewing this page.

×
×
  • Create New...