Jump to content
Update
 
 
Gold
 
USD/THB
 
สมาคมฯ
 
Gold965%
 
Gold9999
 
CrudeOil
 
USDX
 
Dowjones
 
GLD10US
 
HUI
 
SPDR(ton)
 
Silver
 
Silver/Oz
 
Silver/Baht
 
Nexttonothing

โอกาส"ทอง" (จริงๆ) : Safe Heaven

Recommended Posts

แล้วแต่พิจารญาณของแต่ละบุคคลน่ะครับ ก้ออย่างที่ผมเคยได้บอกไปแล้วครับว่า "ถ้าคนเราคิดเหมือนกัน การซื้อขาย การแมทชิ่งก้อคงจะไม่เกิดขึ้นได้น่ะครับ นี่แหล่ะครับความคิดต่าง การซื้อขายจึงเกิดขึ้นครับ ใช้เวลาเป็นเครื่องพิสูจน์แล้วกันน่ะครับ"

ปล. ผมเคารพทุกความคิดเห็นของเพื่อนๆทุกคนน่ะครับ ความคิดเห็นเราต่างแต่คิดว่าเราคงจะไม่แตกแยกกันน่ะครับ

 

ขอแสดงความคิดเห็นบ้างครับ ผมฟังจากคลิปของคุณพิชัยแล้ว มีสิ่งที่ติดใจในหลายประเด็นครับ

 

1. คุณพิชัยบอกว่าตัวเองเป็นนักลงทุนผู้คิดต่าง และจากคำให้สัมภาษณ์คุณพิชัยเป็นนักลงทุนที่เน้นทางด้านเทคนิค หรือปัจจัยทางจิตวิทยามากกว่าปัจจัยทางพื้นฐาน

2. จากที่คุณพิชัยบอกว่าราคาเป็นตัวกำหนดสถานการณ์ อันนี้ยิ่งเน้นในประเด็นแรกมากขึ้นอีกครับ

3. ที่คุณพิชัยบอกว่าตลาดเงินตราและคอมมอดิตี้ มีการเก็งกำไรสูงจะทำให้การเคลื่อนไหวของราคาไม่เป็นไปตามความเป็นจริง อันนี้มีส่วนถูกถ้ามองในระยะสั้นครับ แต่ถ้ามองในระยะยาว ปัจจัยพื้นฐานจะเป็นตัวกำหนดราคา ไม่ใช่การเก็งกำไร

4. การให้เหตุผลในการซื้อดอลล่าร์ของคุณพิชัยมาจากความคิดที่ว่า ตอนนี้หาเหตุผลในการซื้อดอลล่าร์ไม่ได้ (ก็แหงละครับ เพราะพี่ Fed เล่นพิมพ์เงินออกมาซะขนาดนี้ ใครจะไปกล้าซื้อไหว) แต่มิได้ยกประเด็นว่าทำไมราคาดอลล่าร์ถึงจะกลับแข็งค่าขึ้นเลย

 

ในความเห็นของผม คุณพิชัยมองตลาดเงินตราและคอมมอดิตี้เป็นเครื่องมือในการเก็งกำไร ซึ่งราคาขึ้นลงตามปัจจัยทางจิตวิทยา มากกว่าปัจจัยทางพื้นฐาน จึงมองจากความรู้สึกเพียงด้านเดียว โดยเชื่อว่าเมื่อถึงเวลากลับตัว สถานการณ์ต่างๆจะมาสนับสนุนเอง แต่ผมมองตรงข้าม จริงอยู่ว่าราคาอาจจะเป็นตัวกำหนดข่าวที่จะมาสนับสนุน แต่ในระยะยาวราคาจะสะท้อนถึงปัจจัยพื้นฐานของมันเอง อาทิเช่น เมื่อเงินดอลล่าร์ในระบบมากเกินไป ก็เกิดเงินเฟ้อ มูลค่าของเงินดอลล่าร์ก็ต้องลด มิใช่ราคาดอลล่าร์ลดเนื่องจากคนกลัวดอลล่าร์

 

การที่คุณ ton เชื่อสิ่งที่คุณพิชัยพูด ผมเชื่อว่าเพราะคุณ ton เองก็เป็นนักลงทุนที่มีแนวคิดในแนวทางเดียวกับคุณพิชัย แต่ก็ไม่ได้เป็นเรื่องผิดครับ เพราะแต่ละคนก็มีสไตล์ของตัวเอง อย่างที่คุณว่าถ้าคนเราคิดเหมือนกัน การซื้อขาย ก็คงจะไม่เกิดขึ้น

 

จริงๆผมอยากฟังเหตุผลของคุณton ที่คุณพิชัยไม่ได้บอกไว้ว่า เพราะอะไรดอลล่าร์ถึงจะแข็งค่าขึ้น ในเมื่อราคาที่แข็งค่าขึ้นจะกระทบโดยตรงต่อความสามารถในการแข่งขันของอเมริกา ถ้าผมเป็นผู้กำหนดนโยบายผมเองคงไม่อยากให้ค่าเงินแข็งค่าขึ้นเร็วหรอกครับ เพราะไม่งั้นคงไม่ออกมาด่าจีนปาวๆเรื่องปล่อยเงินหยวนอ่อนกว่าความเป็นจริงหรอก

  • Like 1

Share this post


Link to post
Share on other sites

ไม่รู้มีข่าวอะไรนะครับ ทอง กับ เงิน (โดยเฉพาะเงิน) กำลังติดจรวดอีกแล้วครับ !Announce !v@ !Announce

 

 

ผมว่าเงินยังไม่ติดนะครับ ยังไม่เท่าวันก่อนเลย (49 เหรียญ) T^T

Share this post


Link to post
Share on other sites

ถ้าจะคิดกันดีๆ คนในกระทู้นี้ก็มีการลงทุนเหมือนคุณWARREN BUFFET แต่เราเปลี่ยนจากหุ้นเป็นทองคำ เพราะทุกคนเชื่อว่าทองคำจะเติบโตขึ้น และทุกคนก็สามารถนั่งดูทองเวลาปรับตัวลงได้โดยไม่รู้สึกขวัญผวา และก็ถือทองต่อไปได้นานเท่าที่เราต้องการได้

ถ้าคุณ ton คิดว่าWARREN BUFFET คิดถูกคนที่ซื้อทองคำเก็บไว้ก็คิดถูกเหมือนกันค่ะ เพราะเราเปลี่ยนจากหุ้นเป็นทองคำค่ะ

  • Like 1

Share this post


Link to post
Share on other sites

ไปฟังสัมมนาของแบงค์ชาติเรื่อง โอกาสและความเสี่ยงในยุคเอเชียภิวัฒน์ ขนาดแบงค์ชาติยังมองว่าอัตราเิงินเฟ้อและดอกเบี้ยของไทยมีทิศทางขาขี้น เงินบาทน่าจะแข็งค่าขึ้นอีก (อันนี้คนละเรื่องกับกูรู) ตอนนี้ยังโปรให้เอสเอ็มอีทำ fx management และผู้ประกอบการบางท่านได้แนะนำเพิ่มเติมให้ settlement multicurrencies ไม่ผูกกับยูเอสสกุลเดียว

 

อนาคตเอเชียจะขับเคลื่อนเศรษฐกิจโลก โดยมีจีนจะเป็นหัวเรือใหญ่ เราคิดว่าหยวนจะกลายเป็นสกุลหลักที่ใช้แพร่หลายมากขึ้น น่าจะเป็นผลดีกับผู้ประกอบการมากกว่าเพราะรบ.จีนตรึงหยวน & ลดถือยูเอสที่ด้อยค่าลงได้

 

ปล ตามอ่านมานานเป็นหลายปี เพิ่งจะเข้ามาเม้น อยากบอกว่าชอบหนังสือและกระทู้ของคุณ next ที่สุดค่ะ ได้อัพเดทข้อมูลข่าวสารที่เพื่อนๆมาแชร์กัน

Share this post


Link to post
Share on other sites

สงสัยข่าวนี้ครับ

Fed Members Agree to Keep Stimulus Plan, Low Rates

http://www.cnbc.com/id/42782283

 

 

 

ยังไงต้องรอโป๊งเหน่งออกมาพูดอีกทีครับ

 

ปล. ฝากสารคดีเรื่อง Inside Job ให้ลองหามาชมกันครับ

มีตาโป๊งเหน่งเป็นตัวละครในเรื่องด้วยแหละ

http://www.youtube.com/watch?v=TqWHP7OuAj4&feature=player_detailpage

 

 

ปล. ดอกเบี้ยต่ำต่อไป หมายถึงดอลลาร์จะยังอ่อนค่าต่อไป

Edited by JohnCM

Share this post


Link to post
Share on other sites

ถ้าจะคิดกันดีๆ คนในกระทู้นี้ก็มีการลงทุนเหมือนคุณWARREN BUFFET แต่เราเปลี่ยนจากหุ้นเป็นทองคำ เพราะทุกคนเชื่อว่าทองคำจะเติบโตขึ้น และทุกคนก็สามารถนั่งดูทองเวลาปรับตัวลงได้โดยไม่รู้สึกขวัญผวา และก็ถือทองต่อไปได้นานเท่าที่เราต้องการได้

ถ้าคุณ ton คิดว่าWARREN BUFFET คิดถูกคนที่ซื้อทองคำเก็บไว้ก็คิดถูกเหมือนกันค่ะ เพราะเราเปลี่ยนจากหุ้นเป็นทองคำค่ะ

+1 ครับ คิดตรงกันเลย

 

แม้ว่าแต่ละคนมอง หรือตีความปัจจัยพื้นฐานจากข้อมูลตรงหน้าไม่เหมือนกัน แต่ Buffet กับ เพื่อนๆส่วนใหญ่ในห้องนี้

ผมเชือว่า มองกันที่ปัจจัยพื้นฐาน มากกว่าการทำรอบเก็งกำไรครับ

 

นอกจากข้อมูลทางเทคนิคแล้ว อยากให้คุณ ton มา share มุมมองของคุณ ton เกี่ยวกับปัจจัยพื้นฐานของทอง

หุ้น และตลาดเงิน จะช่วยเปิดโลกให้ผมมากขึ้นทีเดียวครับ

Share this post


Link to post
Share on other sites

โป้งเหน่ง เค้าพูดอะไรนะครับ ทองและเงิน เด่งขึ้นเป็นจรวดเลยอะ

Share this post


Link to post
Share on other sites

รอเชียร์ฟุตบอล.... แต่ได้เห็นทองทำ New all time high อีกครั้ง :rolleyes:

ณ.ตอนนี้ยังไม่มีอะไรใหม่ครับ : Fed holds rates steady, QE2 to end on schedule

 

รอฟัง Economic forecasts for 2011 and 2012 the press conference จาก FED ต่อนะครับ

ต้องดูว่าจะพูดอะไรให้ ดอลล่าร์ ดูดีขึ้นมาได้บ้างหรือไม่?

Share this post


Link to post
Share on other sites

สวัสดีครับคุณ next เจอตอนทองทำนิวไฮพอดี

 

ก่อนฟังตาโป๊งเหน่ง ผมฝากบทสัมภาษณ์ Mr. Ron Paul (พรรค republican) ยำนโยบายของ Fed ครับ

มีตอนหนึ่งพูดถึงทองด้วย น่าสนใจมากครับ

 

http://video.cnbc.com/gallery/?video=3000018858

 

เขามี transcript บทสัมภาษณ์ด้วยครับ ที่เขาพูดเกี่ยวกับทองเป็นอย่างนี้ครับ

well, that's one thing somebody who believes in free markets don't like to venture out and say oh, i know gold's going to $3,000 an ounce. what i think about is how far will it devalue the currency. if they continue to do this, it'll be infinity, gold will go up to infinity. but the constant spending and the monetizing that is going to continue this process, it cannot be helpful. so anticipating is one thing and knowing the direction is another thing, but you don't know exactly the timing. you know, gold could go down $200 in the next week and nobody could prevent it, but it wouldn't change anything. but on long-term, it's going to go up. i mean, this was a dramatic event for me. the dramatic event for me was 1971, august 15th when they said no more restraint on monetary stories and go and look at the charts from 1971, spending, size of government, fighting wars, inflation, and the business cycle. and then waiting for the big one. and we're in the middle of the big one and they're lost because all they have left is printing money and it does not reassure the markets. it does not help unemployment. it doesn't encourage savings. you can't have capitalism without savings and growth. and where does capital go under these conditions? out. it goes out of the country. jobs go out, productivity goes out, and people can outcompete us and that's why we're losing the fight.

  • Like 1

Share this post


Link to post
Share on other sites

สวัสดีครับคุณ next เจอตอนทองทำนิวไฮพอดี

 

ก่อนฟังตาโป๊งเหน่ง ผมฝากบทสัมภาษณ์ Mr. Ron Paul (พรรค republican) ยำนโยบายของ Fed ครับ

มีตอนหนึ่งพูดถึงทองด้วย น่าสนใจมากครับ

 

http://video.cnbc.com/gallery/?video=3000018858

 

เขามี transcript บทสัมภาษณ์ด้วยครับ ที่เขาพูดเกี่ยวกับทองเป็นอย่างนี้ครับ

well, that's one thing somebody who believes in free markets don't like to venture out and say oh, i know gold's going to $3,000 an ounce. what i think about is how far will it devalue the currency. if they continue to do this, it'll be infinity, gold will go up to infinity. but the constant spending and the monetizing that is going to continue this process, it cannot be helpful. so anticipating is one thing and knowing the direction is another thing, but you don't know exactly the timing. you know, gold could go down $200 in the next week and nobody could prevent it, but it wouldn't change anything. but on long-term, it's going to go up. i mean, this was a dramatic event for me. the dramatic event for me was 1971, august 15th when they said no more restraint on monetary stories and go and look at the charts from 1971, spending, size of government, fighting wars, inflation, and the business cycle. and then waiting for the big one. and we're in the middle of the big one and they're lost because all they have left is printing money and it does not reassure the markets. it does not help unemployment. it doesn't encourage savings. you can't have capitalism without savings and growth. and where does capital go under these conditions? out. it goes out of the country. jobs go out, productivity goes out, and people can outcompete us and that's why we're losing the fight.

 

 

!01 !01 !01

  • Like 1

Share this post


Link to post
Share on other sites

ซิลเวอร์หมดแรงหรือโดนกดครับเนี่ย ทองไปไหนต่อไหนละ

Share this post


Link to post
Share on other sites

New high again and again

 

Next. 1600

 

 

 

ปล.ผมขอโทษคุณ johnCM. ด้วยนะครับ สำหรับคะแนนติดลบวันนี้

 

พอดีผมจะกดโหวตให้คะแนน แต่พอดีเล้นเน็ทผ่านไอแพด แล้วมันดัน

 

ใช้นิ้วจิ้มพลาดเพราะช่องมันติดกันมากระหว่างบวกกะลบ

 

เอาเป็นว่าใจจริงผมชอบที่คุณโจนส์มาโพสมากๆ

 

คุณโจนส์มาโพสบ่อย ๆนะครับเด๋วผมบวกคืนให้สิบคะแนนเลยคราบบบบบ

 

สงสัยทีหลังต้องโหวตผ่านคอมอย่างเดียวจะได้ไม่พลาดอีก

Edited by zagio
  • Like 1

Share this post


Link to post
Share on other sites

ขอถามอีกนะครับ

 

 

เศรษฐกิจ Japan กับ US ต่างกันอย่างไรครับ เพราะ japan ก็ทำ QE เช่นเดียวกันตั้งแต่ปี 2001

ทำไมค่าเงิน yen ไม่อ่อนค่าลงบ้าง อีกทั้งที่ japan พยายามทำคือพยายามสร้าง inflation แต่ดูเหมือนจะไม่ประสบความสำเร็จ

มีโอกาสเป็นไปได้มัี๊ยที่ QE2 อาจไม่เกิด hyperinflation อย่างที่หลายคนคาดไว้?

Share this post


Link to post
Share on other sites

ขอถามอีกนะครับ

 

 

เศรษฐกิจ Japan กับ US ต่างกันอย่างไรครับ เพราะ japan ก็ทำ QE เช่นเดียวกันตั้งแต่ปี 2001

ทำไมค่าเงิน yen ไม่อ่อนค่าลงบ้าง อีกทั้งที่ japan พยายามทำคือพยายามสร้าง inflation แต่ดูเหมือนจะไม่ประสบความสำเร็จ

มีโอกาสเป็นไปได้มัี๊ยที่ QE2 อาจไม่เกิด hyperinflation อย่างที่หลายคนคาดไว้?

 

เพราะ Jap กู้เงินจากเงินจากประชาชนในประเทศครับ ดอก 0.3%

 

ส่วน US กู้เงินจากทั่วโลกครับ

 

เบื้องต้นอะนะครับ

 

ที่ญี่ปุ่นเจอไม่ใช่เงินเฟ้อ แต่เป็นเงินฝืดครับ คนญี่ปุ่นเค้าประหยัดกันได้บ้าดีเดือดมาก

Edited by leo_attack

Share this post


Link to post
Share on other sites

Join the conversation

You can post now and register later. If you have an account, sign in now to post with your account.

Guest
Reply to this topic...

×   Pasted as rich text.   Paste as plain text instead

  Only 75 emoji are allowed.

×   Your link has been automatically embedded.   Display as a link instead

×   Your previous content has been restored.   Clear editor

×   You cannot paste images directly. Upload or insert images from URL.

Loading...

  • Recently Browsing   0 members

    No registered users viewing this page.

×
×
  • Create New...