Jump to content
Update
 
 
Gold
 
USD/THB
 
สมาคมฯ
 
Gold965%
 
Gold9999
 
CrudeOil
 
USDX
 
Dowjones
 
GLD10US
 
HUI
 
SPDR(ton)
 
Silver
 
Silver/Oz
 
Silver/Baht
 
Nexttonothing

โอกาส"ทอง" (จริงๆ) : Safe Heaven

Recommended Posts

Seam Arsenalการลงทุนด้วยระบบ

21 นาทีที่แล้ว

 

ทองคำ คาดว่าจะจบขาลงต้นเดือนหน้า

 

แปลว่าบางก้อนที่ผมซื้อไว้แล้วติดดอยนี่จะค่อยๆทยอยลงแล้วใช่เปล่าครับ

:32

Share this post


Link to post
Share on other sites

การพิมพ์เงินและปัญหาเงินเฟ้อ

คอลัมน์ ไขปัญหาเศรษฐกิจกับดร.กอบ

หนึ่งในบทเรียนสำคัญทางเศรษฐกิจ คือ เงินเฟ้อ (ในระยะยาว) เป็นผลจากการพิมพ์เงินของแบงก์ชาติเป็นสำคัญ

ในระยะสั้น ๆ ราคาสินค้า ราคาข้าวของอาจจะเพิ่มขึ้น ลดลงได้ตามฤดูกาล ตามความต้องการสินค้าในช่วงนั้น ๆ เช่น ช่วงตรุษจีน หมู ไก่ ไข่ จะแพงเป็นพิเศษ เพราะมีความต้องการมากเพื่อใช้ในเทศกาล ช่วงวาเลนไทน์ ราคาดอกกุหลาบสีแดงจะพุ่งขึ้นกว่าเท่าตัว

ยามเกิดน้ำท่วม ผัก ผลไม้ ก็จะแพงขึ้น หรือเมื่อเกิดไข้หวัดนก ราคาไก่อาจลดลงเพราะคนไม่กล้าบริโภคแต่ครั้นพ้นจากช่วงเทศกาล หรือพ้นช่วงปัญหาเฉพาะหน้าไปแล้ว ราคาสิ่งต่าง ๆ ก็จะกลับเป็นปกติอีกครั้ง

การที่ราคาสินค้าจะเพิ่มขึ้นได้ต่อเนื่อง และไม่ยอมลดลงมา จนกลายเป็นปัญหาเงินเฟ้อเรื้อรังใน ระบบ ประเภทเดือนแล้วเดือนเล่า ปีแล้วปีเล่า ไม่ยอมลดลง เป็นเรื่องไม่ง่าย เมื่อลองไปตรวจดูดี ๆ จะพบว่าเบื้องหลังของเงินเฟ้อ มีเพียงสาเหตุเดียวก็คือ แบงก์ชาติกำลังแอบพิมพ์เงินอยู่มากกว่าที่ควรจะเป็น (ส่วนที่ต้องแอบพิมพ์เงินนั้น เป็นอีกเรื่องที่ต้องตามไปดู โดยมักจะมีสาเหตุเบื้องหลังจากการใช้จ่ายเกินตัวของรัฐบาล ซึ่งรัฐบาลกู้ยืมใครไม่ได้ จึงต้องมาขอให้แบงก์ชาติพิมพ์เงินให้ ถ้าแบงก์ชาติเข้มแข็งก็จะปฏิเสธ แต่ถ้าแบงก์ชาติอ่อนแอ กุมกระเป๋าเงินไว้ไม่แน่นพอ ยอมพิมพ์ให้ตามนั้น ปัญหาก็จะตามมา)

การพิมพ์เงินเช่นนี้ จะส่งผลให้มีเงินไหลเวียนอยู่ล้นระบบ เข้าสู่ยุคทำมาค้าขึ้น เงินทองหาคล่อง หาได้ง่าย เงินในกระเป๋าทุกคนมากขึ้น นำไปสู่การใช้จ่ายอย่างไม่ระมัดระวัง แย่งกันซื้อสินค้า (ที่มีอยู่จำกัด) ทำให้ราคาสินค้าเพิ่มขึ้นในที่สุด ซึ่งเมื่อราคาสิ่งต่าง ๆ เฟ้อขึ้นเช่นนี้ ธนาคารกลางก็อาจต้องแอบพิมพ์เงินเพิ่มเติมอีก เพื่อให้มีเงินเพียงพอต่อการใช้จ่ายในระบบ รวมทั้ง เพื่อชดเชยการใช้จ่ายที่เกินตัวของรัฐบาล (ที่แอบมาขอเพิ่ม) วัฏจักรของเงินเฟ้อก็จะเริ่มก่อตัวขึ้นตัวอย่างในอดีต

ความสัมพันธ์ระหว่าง “เงินที่มาก” กับ “เงินเฟ้อ” มีให้เห็นอยู่อย่างสม่ำเสมอกรณีแรก ๆ ที่หลายคนจะพูดถึงกันคือ กรณีจักรวรรดิสเปนเมื่อ 500 ปีที่แล้ว หลังจากการค้นพบอเมริกา และค้นพบเหมืองเงินและทองในพื้นที่ดังกล่าว อาณานิคมของสเปนได้ส่งเงินและทองที่พบเข้าสู่ท้องพระคลังของสเปน ท้ายสุดได้แปลงเป็นเหรียญเงิน เหรียญทอง ที่รัฐบาลสเปนนำมาใช้จ่าย สั่งซื้อสินค้า จ่ายค่าแรงงาน ค่าวัตถุดิบ ค่าจ้างแก่ทหารในกองทัพ ซึ่งเหรียญเงิน เหรียญทองที่ออกมาเป็นจำนวนมาก ทำให้ราคาสินค้า ค่าจ้างเพิ่มขึ้น และเมื่อราคาของเพิ่มขึ้นเช่นนี้ ก็ต้องนำเงินทองเข้ามาจากอเมริกาเพิ่มเติม ราคาสินค้าจึงเพิ่มขึ้นไม่หยุด รวมกันแล้วในช่วง 100 ปีนั้น ราคาสินค้าต่าง ๆ เพิ่มขึ้นกว่า 3 เท่าตัว

ในปัจจุบัน เราเห็นตัวอย่างของเงินเฟ้อที่มาจากการแอบพิมพ์เงินของแบงก์ชาติ (ตามคำขอของรัฐบาล) ในหลายประเทศ เช่นกรณีอาร์เจนตินาระหว่างปี 2532 ที่เงินเฟ้อเพิ่มขึ้นทะลุ 3,000%/ปี ราคาสินค้าในห้าง ต้องปรับขึ้นทุกวัน วันละ 2 เวลา ถ้ามัวแต่ลังเล ติดธุระอยู่ ก็เรียกว่าต้องจ่ายแพงขึ้นในช่วงเวลาไม่กี่ ชั่วโมง ในบราซิลระหว่างปี 2553 เงินเฟ้อสูงถึง 30,000% ต่อปี กรณีล่าสุด ที่ซิมบับเว เงินเฟ้อสูงถึง 80 ล้าน%ต่อเดือน ทำให้เวลาไปทานข้าวก็ต้องขนธนบัตรไปเป็นหอบ ๆ และเวลาซื้อของก็ไม่ต้องนับเงินแต่ใช้การชั่งน้ำหนักเอาแถวบ้านเราก็มี ตัวอย่างให้เห็นเช่นกันเขมร ลาว พม่า เวียดนาม ที่มีปัญหาเรื่องเงินเฟ้อ ซึ่งสูงถึง 200% 140% 50% และ 25% ตามลำดับ ในบางปี ระหว่าง 25 ปีที่ผ่านมา

ที่เล่าให้ฟัง ก็เพื่อให้ทุกคนเห็นถึงความสัมพันธ์ของนโยบายต่าง ๆ ในระบบเศรษฐกิจ ยิ่งยุคนี้ เป็นยุคที่ธนาคารกลางของประเทศต่าง ๆ กำลังอัดฉีดเงิน (พิมพ์เงิน) จำนวนมากเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจ หลายคนจึงกังวลใจว่าจะนำไปสู่ปัญหาเงินเฟ้อในช่วงต่อไป แล้วครั้งหน้าผมจะกลับมาวิเคราะห์ให้ฟังว่า แบงก์ชาติอเมริกา ยุโรป ญี่ปุ่น และอังกฤษ กำลังพิมพ์เงินจำนวนมาก จริงหรือไม่ และจะมีนัยต่อเงินเฟ้อในช่วงต่อไปอย่างไร ก็ขอให้อดใจรอครับ

ที่มา : หนังสือพิมพ์เดลินิวส์ ประจำวันที่ 9 ส.ค. 55

คอลัมน์ ไขปัญหาเศรษฐกิจกับดร.กอบ

  • Like 1

Share this post


Link to post
Share on other sites

แปลว่าบางก้อนที่ผมซื้อไว้แล้วติดดอยนี่จะค่อยๆทยอยลงแล้วใช่เปล่าครับ

:32

555 มันไม่ได้ทะยอยลงครับ มันกระโดดลงเลย

  • Like 1

Share this post


Link to post
Share on other sites

555 มันไม่ได้ทะยอยลงครับ มันกระโดดลงเลย

 

สาธุ สำหรับคำอวยพรที่กำลังจะมาถึงในต้นปีหน้า

Edited by ส้มโอมือ

Share this post


Link to post
Share on other sites

สาธุ สำหรับคำอวยพรที่กำลังจะมาถึงในต้นปีหน้า

อิอิ ไม่ได้กระโดลงดอยนะครับ ผมหมายถึงว่าราคามันกระโดดลงต่างหาก

  • Like 1

Share this post


Link to post
Share on other sites

ลงมาดีนัก เมื่อคืนจัดแท่งไป 5 บาท

คืนนี้ ถ้าลงอีกซื้ออีก

สงสัยคุณ oasis ได้ซื้อแล้วละครับ

Share this post


Link to post
Share on other sites

555 มันไม่ได้ทะยอยลงครับ มันกระโดดลงเลย

:53

สาธุ สำหรับคำอวยพรที่กำลังจะมาถึงในต้นปีหน้า

:01

อิอิ ไม่ได้กระโดลงดอยนะครับ ผมหมายถึงว่าราคามันกระโดดลงต่างหาก

:_10 :033 :_02 :023

Share this post


Link to post
Share on other sites

จบขาลงต้นเดือนหน้า

มิปาไป 21,xxx-22,xxx หรือครับ

ใครซื้อทองตั้งแต่ก.ย.ปี 52 เจ๊กอักซี่

 

Share this post


Link to post
Share on other sites

ขอบคุณทุกท่านที่ ช่วยคลายข้อสงสัยครับผม :01

คือไม่ใช่อะไรหรอกครับพอดีช่วงนี้ราคาทองลงเอา ลงเอา ดอยที่ว่าไม่สูงก็กลายไป ดอยอินทนน ไปล่ะ :_18

แต่ที่เจ็บใจก็คือ ค่าเงิน USD ช่วงนี้ก็ลงเอา ๆ ไปพร้อม ๆ ทอง เลยแอบเซ็ง :023

ความรู้สึกผมนะ ทองช่วงเดือนนี้ มีแต่ตลาด อเมกา ขอมาขาย ขายเอา ๆ เลยแอบคิดว่าพี่แกแอบเอาทองในคลังมาขายเพื่อเอาเงินไปใช้หนี้เหรอป่าวหว่า ?? :_09

และพอขายแล้วแกจะต้องซื้อกลับอ่ะป่าว :38 แล้วทำไม่ SPDR ถึงถือทองเยอะ แต่ก็ยัง ลงเอาๆ :_18d

เหรอว่าปีหน้าจะเด้งแรง :upweak: :_18

Edited by macut
  • Like 1

Share this post


Link to post
Share on other sites

.....

เหรอว่าปีหน้าจะเด้งแรง :upweak: :_18

 

ลงทีละสามสิบเหรียญแบบนี้ทำให้ใจหวิวๆ ว่ากระสุนอีกนัดที่เหลือ จะยิงพรุ่งนี้เช้าดี หรือเก็บไว้รอให้ขาใหญ่ทุบอีกนิด

 

.....

 

ฝันเฟื่อง...

 

วันก่อนวันโลกแตก (ตามเวลาอเมริกา) เจมส์ เทิร์ก ออกมาประกาศผ่านยูทูปว่าเขาปรับเป้าหมายราคาทองคำใหม่

จากที่เมื่อตอนปี ๒๐๐๓ ที่เขา ตั้งเป้าราคาทองคำไว้ที่ ๘๐๐๐ เหรียญ ในปี ๒๐๑๓-๒๐๑๕

วันนี้เขาปรับเป้าใหม่เป็น ๑๐,๐๐๐+ เหรียญในกรอบเวลาเดียวกัน อย่างไรก็ตาม ในช่วงหนึ่งของคลิป

เขาก็พูดป้องกันตัวเองไว้นิดๆว่า เขาไม่แน่ใจเรื่องเวลาหรอกนะ แต่ตัวเลขนั้นหน่ะ เขาว่ามาแน่ๆ

 

http://www.youtube.com/watch?v=lhLzT4-9p78

 

......

 

จดหมายจากลุงจิม

 

สิ่งที่กำลังเกิดขึ้นในตอนนี้คือการปล้นรถไฟดีๆนี่เอง โกล์ดแมน และวาณิชธนกิจทั้งหลายกำลังจะถือสถานะ "ลอง" ของทองคำเป็นจำนวนมาก จากการทุบครั้งนี้

 

หลังจากที่โจรพวกนี้ปล้นทองจากพวกหลานๆไปได้มากที่สุดเท่าที่มันจะเอาไปได้แล้ว ทองจะขึ้นไปที่ ๓๕๐๐ และสูงกว่านั้น

 

สิ่งที่ลุงพูดมา ไม่ใช่สิ่งที่ลุงคิด

แต่เป็นสิ่งที่ลุงรู้...

 

ที่มา http://anonym.to/?http://www.silverdoctors.com/jim-sinclair-metals-action-is-great-train-robbery-in-which-goldmans-of-the-world-are-going-massively-long-gold/#more-19074

 

.....

 

เจสซี่ เทียบกับเมื่อปลายปีที่แล้วไว้ได้น่าสนใจ

เขาเชื่อว่าพอเดือนมกรา ราคาทองคำจะกลับขึ้นมาอยู่ในแนวเดิม

อย่างไรก็ตาม ปีหน้า จะมีเรื่อง "หน้าผาทางการเงิน/คลัง" เข้ามาอีก

ซึ่งอาจจะทำให้ผิดความคาดหมายได้

 

(ชมกราฟด้านล่าง)

 

ที่มา http://anonym.to/?ht...-same-time.html

post-2564-0-39647000-1356034437_thumb.png

Edited by wcg
  • Like 3

Share this post


Link to post
Share on other sites

ขอบคุณคุณส้มโอมือ คุณ wcg ที่ให้ข้อมูล

 

เท่ากับว่า เงินอี(อิเลคทรอนิค) เนี่ยมันยิ่งกว่าไม่ใช่เงินตราจริงๆ สินะครับ เป็นสมมติซ้อนเข้าไปอีก

 

พอเข้าใจล่ะว่า ทำไมถึงต้องรีบใช้ ถึงเวลาที่คนเริ่มไม่เชื่อถือ มันจะล้มแรงแค่ไหน

 

คงคล้ายๆ ตอนเริ่มมีคอมพิวเตอร์ อินเตอร์เนท ใหม่ๆ ใครๆก็คิดว่ากระดาษจะไม่จำเป็นต้องใช้อีกต่อไป

 

ทองลงช่วงนี้มันเกี่ยวกับการปิดชอร์ตอีกไหมครับเนี่ย

Edited by milo

Share this post


Link to post
Share on other sites

ขอบคุณคุณส้มโอมือ คุณ wcg ที่ให้ข้อมูล

 

เท่ากับว่า เงินอี(อิเลคทรอนิค) เนี่ยมันยิ่งกว่าไม่ใช่เงินตราจริงๆ สินะครับ เป็นสมมติซ้อนเข้าไปอีก

 

พอเข้าใจล่ะว่า ทำไมถึงต้องรีบใช้ ถึงเวลาที่คนเริ่มไม่เชื่อถือ มันจะล้มแรงแค่ไหน

 

คงคล้ายๆ ตอนเริ่มมีคอมพิวเตอร์ อินเตอร์เนท ใหม่ๆ ใครๆก็คิดว่ากระดาษจะไม่จำเป็นต้องใช้อีกต่อไป

 

ทองลงช่วงนี้มันเกี่ยวกับการปิดชอร์ตอีกไหมครับเนี่ย

 

 

Jimmy Siri ในระยะสั้นหรือช่วงนี้เป็นเวลาที่ต้องระวังครับ เพราะ

1.เดือน ธันวาคมเป็นเดือนที่มีการส่งมอบใหญ่ของทองคำจริงในตลาดหลักๆทั่วโลกโดยเฉพาะ Comex รวมถึงการปิดบัญชีในระบบธนาคารรวมทั้ง Bullion Bank

2.เป็นช่วงรอยต่อของหลายๆเทศกาลต่อเนื่อง เป็นวันหยุดยาวและ วันหยุดใหญ่ของฝรั่ง ทำให้วอลุ่มการเทรดเบาบาง แรงรับแรงหนุนไม่ค่อยมี ง่ายต่อการทุบทำราคาในช่วงเวลาอย่างนี้ หากโดนแล้วมักจะหนัก

3.รังสี อำมหิตรุนแรงต่อเนื่อง คุมแจเลย แม้แต่ไฮเดิมยังไม่ยอมให้กลับไป น่าคิดมากว่าอาจจะไม่ยอมเล่นบทเสี่ยงเลยหรือแม้แต่ลากทำกำไร เล่นเอากูรูหลายๆคนหน้าแตก แม้จะล่อไป QE4+ ดูแล้วแทบไม่ยอมปล่อยให้กลไกทำงานเลย

10 นาทีที่แล้ว

 

 

---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

27/12/2012ครับ

  • Like 2

Share this post


Link to post
Share on other sites

Join the conversation

You can post now and register later. If you have an account, sign in now to post with your account.

Guest
Reply to this topic...

×   Pasted as rich text.   Paste as plain text instead

  Only 75 emoji are allowed.

×   Your link has been automatically embedded.   Display as a link instead

×   Your previous content has been restored.   Clear editor

×   You cannot paste images directly. Upload or insert images from URL.

Loading...

  • Recently Browsing   0 members

    No registered users viewing this page.

×
×
  • Create New...