ข้ามไปเนื้อหา
Update
 
 
Gold
 
USD/THB
 
สมาคมฯ
 
Gold965%
 
Gold9999
 
CrudeOil
 
USDX
 
Dowjones
 
GLD10US
 
HUI
 
SPDR(ton)
 
Silver
 
Silver/Oz
 
Silver/Baht
 
  • ประกาศ

    • kumponys

      ห้ามลงโฆษณา งาน Parttime / พวกลดน้ำหนัก / พวกรับจ้างมาโพสต์

      หลังๆ ดูเหมือนจะมีพวกรับจ้างโพสต์โฆษณา ประเภทที่โพสต์ทิ้งไว้ทุกเวป ซ้ำๆซากๆ จนกลายเป็นขยะ online ไปทั่วประเทศทั่วโลก ที่เห็นบ่อยๆ เห็นจะเป็นพวก ลดความอ้วน พวก Parttime ทั้งหลาย เพื่อความสงบเรียบร้อย ขออนุญาต ไม่รับโฆษณาประเภทนี้ และจะถูกกำจัดออกไปอย่างเร็ว รวมถึงจะพิจารณาแบนสมาชิก ที่สมัครเข้ามาโพสต์โฆษณาประเภทนี้ทันที

บล็อก

บล็อกชุมชนของเรา

  1. kumponys
    บันทึกล่าสุด

    ทองคำ ปรับฐานไม่เลิกสักที ก็เลยพาลไม่ได้ update elliott wave เลย เพราะขนาดผมยังเมาคลื่น คิดว่าสมาชิกบางท่าน อาจจะเมายิ่งกว่าผมเสียอีก เลยงดไปสักพัก รอให้คลื่นลมเริ่มสงบ แล้วค่อยมานับใหม่ ซึ่งตอนนี้ ผมว่า คลื่นลม น่าจะเริ่มสงบแล้วนะ

    ตามภาพ ยังคงความหวังเดิม ซึ่งจะลมๆแล้งๆหรือเปล่าก็ไม่รู้ได้ คงต้องใช้เวลาในการพิสูจน์นะครับ ใครดูไม่ออก ดูไม่เป็น ไม่อยากเดาเอง ก็สรุปตามที่ผมเห็นควร ชักจูงให้เชื่อไปด้วยกันว่า

    - นับยังไง ก็ต้องมีอีกคลื่น จะเป็น 5 หรือ (3) ย่อยของ 5 ก็ต้องตามรอยกันไป

    - ดูขนาดและทิศทางการปรับฐาน ไม่ใช่ก็ใกล้เคียงการสิ้นสุดการปรับฐานแล้ว

    - กรณีปรับฐานลงอีก แนว 61.8% (1447.36) + EMA150 (แดง) น่าจะเป็นแนวรับสำคัญ

    -เป้าหมายเบื้องต้น กรณีกลับตัวขึ้นได้จริง น่าจะอยู่แถว 2250-2300 เหรียญ และเล็งจากทิศทาง (เส้นตรงสีเทา) บอกเราว่า กว่าจะมา อาจเป็นครึ่งหลังปีหน้า (2013) โน่นเลย

     

    ใครอยาก load template ไปดูใน fxPro เองก็ทางนี้เลย

    http://www.thaigold....iottwave120711/

     

     

    goldelliottwave120711.gif

  2. KimltPro's Blog

    • 1
      เรื่อง
    • 1
      ความเห็น
    • 419
      เข้าชม

    บันทึกเมื่อเร็วๆนี้

    ในอดีตนั้นการลงทุน ผู้ที่จะลงทุนได้ ต้องมีเงินลงทุนจำนวนมาก ทำให้ตลาดจำกัดอยู่ในวงแคบ ทำให้อัตราการเคลื่อนที่ของราคาในแต่ละวันไม่สูงมากนัก เราจึงได้เห็นนักลงทุนรุ่นเก๋า ลายคราม ประสบความสำเร็จกันหลายต่อหลายท่าน ทำให้เป็นระดับตำนาน แต่ในปัจจุบันนี้ ตลาดเริ่มมีการเปลี่ยนแปลง ได้ทำการลดขนาดสัญญาในการซื้อขายลงมา เพื่อทำการตลาดกับลูกค้าทุกระดับ ดังจะเห็นได้ว่าในปัจจุบันนี้ จะมีโฆษณาชวนเทรด หุ้น ตลาดค้าเงินตรา หรือที่เรียกกันว่า โฟเรกซ์ ซึ่งคุณสามารถลงทุนได้ในระดับที่ต่ำมากๆ ใช้เงินเพียง 300 บาท ยังเริ่มเทรดกันได้แล้ว ส่งผลให้ตลาดมีการผันผวนรุนแรง ประกอบกับการที่สมาร์ทโฟน บูมถึงขีดสุด ยิ่งส่งผลให้ใครก็ได้ที่มีสมาร์ทโฟน และไม่ว่าจะทำอะไรอยู่ก็ตาม สามารถส่งคำสั่งซื้อขายได้ตลอดเวลา คุณเริ่มเห็นอะไรมั้ย ???

    ตลาดได้เปลี่ยนไปแล้ว ข้อมูลในอดีตต่างๆ เริ่มใช้ไม่ได้อีกต่อไป แล้วเราจะปรับตัวอย่างไร เพื่อรับมือกับสิ่งเหล่านี้?​

    ผมจะบอกความลับให้ครับ นักลงทุน หรือนักเก็งกำไรรุ่นเก๋า เหล่านั้น ส่วนใหญ่ได้หันมาใช้ ปัญญาประดิษฐ์ หรือที่เรียกกันว่า ระบบเทรดอัติโนมัติ อีเอช่วยในการทำกำไรกันทั่วโลก โดยมี Player หน้าใหม่ขนเงินอันน้อยนิดมาเติม หวังว่าจะมีรายได้เสริมที่เพิ่มมากขึ้น และโดยมาก เหล่า Newbie มักจะเชื่อตัวเองซะด้วยสิว่าเค้าจะเป็นสุดยอดเซียนได้ในสักวัน แต่คุณทราบมั้ยครับว่า มีเพียง 5% จากทั้งโลกเท่านั้นที่จะทำกำไรได้สม่ำเสมอ ในขณะที่คนอีก 95% กำลังขาดทุน และใน 5% นั้น คุณเชื่อหรือไม่ ว่าเป็น ระบบปัญญาประดิษฐ์ ไปสักกี่เปอร์เซ็นต์ ผมคิดว่า 1 ใน 5 ต้องถึงหล่ะน่ะ เพราะคุณรู้หรือไม่ ว่าระดับมืออาชีพ เค้าจะมีหลักการทำกำไรที่มีความเสถียรมากๆ และมีแนวโน้มว่าในปัจจุบัน ระบบเทรด ที่เรียกว่า อีเอนั้น ได้ถูกแพร่หลายไปทั่วโลก ต่อไปในอนาคต การทำกำไร จะไม่ใช่คนสู้กับคนอีกต่อไป แต่คนจะสร้างหุ่นยนต์ขึ้นมาสู้กัน คุณเตรียมพร้อมรับมือกันแล้วหรือยัง

     

     

    วันนี้แวะมาฝากวีดีโอแนะนำตัวด้วยอีเอที่ผมทำเอง ครั้งหน้าจะแวะมาวิเคราะห์กราฟ มั่วๆกับเขาบ้าง

  3. (ส่วนตัว) 1275 ราคาก้น กระทะ แม้เลือกให้มันต่ำที่สุดๆ ไม่ได้ ผมว่า เล่น ยาว ((ระยะยาว)) น่าวัด ถ้าลงยอมขาดทุนที่ 1260 กับ 1400 (ภายในไตรมาสสอง 2017)

     

    วัดเลย ปิดตา กด เลิกรับข้อมูลทุกชนิด เชื่อไอ้บอน L เลย

    15 จุด แลก125 จุด

     

    ใช้ตีม กรอบระยะยาว มาเป็นตัวยืนในการวิเคราะห์ บทความนี้

    วิเคราะห์ทองอาทิตย์ ที่ผ่านมาดีกว่า แนวประวัติศาสตร์ (แนวกรู)

     

    ทองคำตั้งแต่ต้นเดือน วิ่งจาก 1300 มา 2วัน ลง50จุด มาประมาณ 1250 โดยทำต่ำสุดที่1247-8 วันประกาศ นันฟาร์ม แล้วก็ วิ่งสูงสุดที่ 1262 (ก้าวเดินหน้า ครั้งที่ 1) แล้วมาทำ1251 -2 (ก้นกระดก ครั้งที่1) ทำสูงสุดราว 1275 (ก้าวเดินหน้า ครั้งที่ 2) ก้นกระดก ครั้งสองเมื่อวันพุธ1264 หรือ เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ต่ำสุด 1263 แล้ว ประมาณนี้ แต่วันศุกร์ น้องทองแสบ เด้งระโดด หลังเที่ยงคืนวันศุกร์มาที่ 1285 (ก้าวเดินหน้า ครั้งที่3)ปิดตี5 ที่ 1275

     

    ยังไงดีน้อ อาทิตย์หน้าที่จะถึง ต่ำสุดที่ก้นกระดกอยู่ที่ 1262 สูงสุดที่ก้าวเดินสูงสุด ที่ราว 1285 ง่ายๆ จะขึ้นต่อต้องมีราคาสูงกว่า 1285 หรือ ถ้าจะลง จะต้องเห็นราคา ต่ำกว่า 1263

     

    มาดูความคิด สมการแปลก บอนไซ

     

    ก้าวสูงสุด ลบ ก้นกระดก หาร 2 หาร2 บวก จุด ก้นกระดก เป็นจุดศูนย์กลาง คือ

     

    1285-1263 หาร 2 หาร 2 อีกครั้ง (+1263 ) จะได้ จุดศูนย์กลางที่ 1274

     

    สรุป ทำเป็นเปอร์เซนต์จะได้ (อย่าคิดมากสนุกๆและมันไม่ใข่เรื่องจริง )

     

    1263 โอกาศลง 100 เปอร์เซนต์ ถ้าลงทุนซื้อ(L)ถ้าได้ มีจะ กำไร สูงมาก / ถ้าขาย(S) ถ้าได้อาจจะมีกำไร น้อย

    1268.5 โอกาศลง 50 เปอร์เซนต์ -----------++++++

    1274 ไม่แน่ใจว่าจะไปทางไหน -----------++++++

    1279.5 โอกาศขึ้น 50 เปอร์เซนต์ -----------+++++++

    1285 โอกาศขึ้น 100 เปอร์เซนต์ ุถ้าลงทุนขาย(L)ถ้าได้จะมี กำไร น้อย ถ้าขาย (S) ถ้าได้อาจจะมีกำไรมาก

     

    5555 อะไรก็ไม่รู้ คิดแปลก มั่วๆ ไม่ต้องสนใจนะครับ ว่างมาก กินมากไปเน้อ คิดเรื่องไร้สะระ555

     

    หมายเหตุ

    ในชณะโพสวันเสาร์ ราคา 1274

    (ส่วนตัวผมว่า เดินหน้าครับ)

     

     

    ที่มา: ขอเดา(ราคาทอง)กับเขาบ้าง

  4. 30-Aug-2016

    สรุปปัจจัยเมื่อวาน – จับตาปัจจัยวันนี้

    - คาดส่งออกเยอรมนีจะขยายตัว 2.0% ลดลงจากเดิม (-ทอง)

    - ดัชนีราคาผู้ปริโภค (US) ผล0.4%/เพิ่มขึ้น (-ทอง)

    - รายจ่ายผู้บริโภค (ตัวเลขเงินเฟ้อที่เฟดจับตามอง) ผล0.1%/ เท่าเดิม แต่เพิ่มขึ้นจากมิ.ย.

    - SPDR ไม่เคลื่อนไหว นลท.รอปัจจัยใหม่เข้า

    - ตลาดหุ้นดาวโจนส์ 107.59 จุด, +0.58% (-ทอง)

    - ดอลล่าห์แข็ง ยูโรอ่อน บาทอ่อน (-ทอง)

    วันนี้

    21.00 ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค (US)

    Link รวมปัจจัยที่มีผลต่อราคาทองคำ

    -ปฏิทินเศษรฐกิจ

    http://bit.ly/1rg4QdL

    - บทวิเคราะห์ราคาทองวันนี้

    http://bit.ly/2bxAVuO

    - คลิปราคาทอง1นาที

    http://bit.ly/ausiris_youtube

    - เปิดบัญชี ออมทอง,ซื้อ-ขายทองแท่ง Online

    http://bit.ly/Ausiris_Open

    Hot Line02-613-0888ต่อ2

     

    14184530_1262546467109219_3904073245502650823_n.png?oh=46a1623a21ddf1db0746ee0778457a32&oe=58560C26

  5. ปกติแล้วน้ำมันเครื่องยนต์นั้นจะมีการลดระดับลงจากการใช้งานไปนานๆ ซึ่งจำเป็นต้องตรวจเช็คน้ำมันเครื่องเป็นประจำ เพื่อที่จะได้เติมน้ำมันเครื่องให้อยู่ในระดับปกติเพื่อป้องกันปัญหาที่อาจจะเกิดกับเครื่องยนต์ และเป็นการหล่อลื่นเครื่องยนต์ให้ทำงานได้อย่างปกติ ซึ่งถ้าเกิดอาการน้ำเครื่องหายบ่อยนั้น มีสาเหตุดังนี้

    1.เกิดอาการรั่วของน้ำมันเครื่องที่เครื่องยนต์ เมื่อเกิดอาการนี้สามารถตรวจเช็คได้ตาม ประเก็นฝาครอบวาล์ว ซีลยางต่างๆของเครื่องยนต์ ว่ามีคราบน้ำมันไหลออกมาหรือไม่ เพราะซีลยางพวกนี้จะมีการเสื่อมสภาพตามการใช้งาน เป็นเรื่องปกติและอีกจุดที่สามารถสังเกตุได้ ก็คือ ถ้าจอดรถอยู่แล้วมีน้ำมันหยดลงพื้น แสดงว่าเกิดการรั่วซึมควรรีบตรวจสอบหาจุดรั่วทันที่

    2.ลูกสูบ กระบอกสูบ หรือแหวนลูกสูบ มีปัญหา สาเหตุนี้เป็นอีกสาเหตุนึงที่ทำให้น้ำมันเครื่องหาย หากเครื่องยนต์มีการสึกหรอมาก โดยเฉพาะที่ ลูกสูบ กระบอกสูบ และแหวนลูกสูบ จะทำให้น้ำมันเครื่องเข้าไปเผาไหม้ที่กระบอกสูบจึงเป็น สาเหตุทำให้น้ำมันเครื่องหายอีก1สาเหตุด้วยเช่นกัน

    3.ร่องนำวาล์วสึกหรอ อาการนี้ก็จะเหมือนกันการสึกหรอของลูกสูบ คือจะทำให้น้ำมันเครื่องไหลผ่านร่องนำวาล์วแล้วเข้าไปเผาไหม้ในกระบอกสูบ เมื่อเกิดอาการนี้ควรทำการรีปเปลี่ยนร่องนำวาล์วโดยทันที

    4.ก้านวาล์วสึกหรอมาก ซึ่งผลของการที่ก้านวาล์วสึกหรอนั้นก็จะมีผลคล้ายๆกับอาการของร่องนำวาล์วสึกหรอ ควรทำการรีบเปลี่ยนด้วยเช่นกัน

    5.เครื่องยนต์ร้อนจัด การที่ใช้งานเครื่องยนต์เป็นเวลานานนั้นก็เป็นอีกสาเหตุที่ทำให้น้ำมันเครื่องที่ทำการหล่อลื่นเครื่องยนต์ หายได้ด้วยเช่นกัน ซึ่งควรรีบหาสาเหตุของอาการเครื่องยนต์ร้อนจัดโดยเร็ว นอกจากจะน้ำมันเครื่องหายแล้ว ยังเป็นสาเหตุของความเสี่ยงในการเปิดปัญหาเครื่องยนต์อีกด้วย

     

    ท่านสามารถติดตามเกร็ดความรู้รถยนต์อีกมากมายได้ที่ www.q4car.com ค่ะ

    หากสนใจทำ ประกันภัยรถยนต์ อยากดูรายละเอียดโปรโมชั่น ประกันรถยนต์ สามารถดูได้ที่ ทีคิวเอ็ม

    เบื่อซ่อม อยากขาย รถมือสอง กำลังมองหา ตลาดรถ เพื่อฝากขาย รถยนต์มือสอง สามารถดูรายละเอียดได้ที่ Q4car ค่ะ

  6. Sun Tsu's Blog

    • 1
      เรื่อง
    • 2
      ความเห็น]
    • 5729
      เข้าชม

    บันทึกเมื่อเร็วๆนี้

    Sun Tsu
    บันทึกล่าสุด

    ราคาทองคำทำท่าว่าใกล้จะจบเทรนแล้ว เพราะอะไรนั้นลองมาวิเคราะห์กัน

    Possibility ที่ 1

    tmey5V.png

    ทองคำลงมาทำเวฟ 5 เล็กของเวฟ C กลางของเวฟ 2 ใหญ่เรียบร้อยแล้ว เตรียมตัว Take off เวฟ 3 ใหญ่

    Possibility ที่ 2

    NisLyM.png

    ทองคำลงมาทำเวฟ 3 เล็กเตรียมตัวขึ้น (หรือ side way) เป็นเวฟ 4 เล็ก ก่อนลงต่อต่ำกว่าเวฟ 3 และมักเกิด Bullish Divergence (บางทีก็เป็นเวฟ 5 ที่สูงกว่า 3 ขึ้นอยู่กับความ Bullish ของเทรน) สรุปคือเป็นแค่การรีบาวน์

     

    โดยทั้งสอง Possibility ทองคำมีโอกาสขึ้นมากกว่าลงครับ โดยสังเกตได้จาก Chart Pattern ในตอนนี้ ที่มีโอกาส Bullish ไปอีกไกลถ้าหากราคาปิดไม่หลุด Low เดิมนะครับ

    Gu5MSH.png

    Pattern ที่เกิดขึ้นน่าจะเป็น Bullish Bat นะครับซึ่งถ้าราคาสามารถหยุดอยู่ที่บริเวณนี้มีโอกาสที่จะเกิดเป็น Possibility แรกสูงมากซึ่งจะเป็นเวฟ 3 ใหญ่ที่ขึ้นอย่างมโหฬารกันเลยทีเดียว ยังไงก็อย่าลืม STOP LOSS กันนะครับ

  7. kakaka's Blog

    • 2
      เรื่อง
    • 1
      ความเห็น
    • 12678
      เข้าชม

    บันทึกเมื่อเร็วๆนี้

    ปัจจุบันการลงทุนนิยมกันเป็นอย่างมาก การลงทุนมีหลายแบบ ทั้งลงทุนผลิตภัณฑ์การลงทุน ลงทุนหุ้น ลงทุนทองคำ ปัจจุบันมีหลายแบบให้เลือก เช่น ทองคำแท่ง ทองรูปพรรณ กองทุนทองคำ และ Gold Futures หรือหากไม่กล้าเสี่ยงนำเงินไปลงทุน ก็ยังมีการฝากเงินประจำกินดอกเบี้ย ซื้อสลากออมสิน หรืออื่น ๆ แต่อาจจะได้ไม่เท่ากับการลงทุนในรูปแบบที่มีความเสี่ยง หากใครสนใจอยากเพิ่มรายได้ ต้องศึกษาข้อมูลให้ละเอียด อย่าเพิ่งลงทุนกับตลาดไหน ถ้ายังไม่มั่นใจ

    วันนี้จะมาแนะนำ คำศัพท์ ภาษาอังกฤษ พื้นฐาน และข้อมูลเกี่ยวกับทองคำ ให้ทราบกันค่ะ ทำความรู้จักไว้ก่อน ค่อยลงทุนก็ยังทัน

    ทองคำ Gold

    คุณสมบัติพื้นฐานของทองคำ

    งดงามมันวาว Luster

    คงทน Durable

    การขึ้นรูป Reformable, Malleable, Ductable

    หายาก Rare

    นำกลับมาใช้ใหม่ Reusable

    หน่วยน้ำหนักของทองคำ

    กรัม Gram (เป็นหน่วยสากล ส่วนใหญ่ใช้กัน)

    ทรอยออนซ์ Troy Ounces (ใช้ในประเทศที่ใช้ภาษาอังกฤษ เช่น อังกฤษ สหรัฐอเมริกา ออสเตรเลีย)

    บาท Baht (ใช้ในประเทศไทย)

    มาตรฐานทองคำ

    ทองคำความบริสุทธิ์ 96.50% ทองคำไทย

    - ทองรูปพรรณ 1 บาท เท่ากับ 15.16 กรัม

    - ทองแท่ง 1 บาท เท่ากับ 15.244 กรัม

    ทองคำความบริสุทธิ์ 99.99% (หรือ 9,999/10,000) ทองโฟร์ไนน์, ทองเก้าสี่ตัว

    - 1 (ทรอย)ออนซ์ เท่ากับ 31.1040 กรัม

    - 1 กิโลกรัม เท่ากับ 32.148 (ทรอย)ออนซ์

    ทองคำความบริสุทธิ์ 99.50% ทองคำโลก, ทองคำ LBMA

    อย่าลืมนะคะ ก่อนการลงทุนทุกประเภทมีความเสี่ยง ควรศึกษาให้ดีก่อนตัดสินใจเสียเงินลงทุน แต่หากยังไม่มีเงินลงทุนในตลาดกองทุน งั้นขอแนะนำให้ลงทุนในด้าน ภาษาอังกฤษ เรียน กันให้ชำนาญก่อนก็ได้นะคะ มีความรู้แล้วสามารถนำความรู้ไปสร้างฐานะการเงินให้แข็งแรงขึ้นได้ค่ะ

  8. Dakdae's Blog

    • 3
      เรื่อง
    • 6
      ความเห็น]
    • 19719
      เข้าชม

    บันทึกเมื่อเร็วๆนี้

    หมื่นตากับปัจจุบันขณะ

    อันมีค่าดั่งทองคำ

     

     

    เรื่องและภาพโดย : ก๋า กรุ๊งกริ๊ง

     

     

     

     

     

     

    1239146650.jpg

     

     

     

    1239146661.jpg

     

     

     

    1239146679.jpg

     

     

     

    1239146698.jpg

     

     

     

    1239146718.jpg

     

     

     

    1239146736.jpg

     

     

     

    1239146756.jpg

  9. BitterSweet's Blog

    • 23
      เรื่อง
    • 1
      ความเห็น
    • 53110
      เข้าชม

    บันทึกเมื่อเร็วๆนี้

    santiagoz
    บันทึกล่าสุด

    ราคาทองและน้ำมันไหลลงมาชนสต็อปลอสระยะสั้นหมดแล้ว สุดท้ายไปไม่ถึงฝั่ง

     

    mgold.gif

    ราคาไหลลงมายาวนานถ้าช่วงกลางๆ เดือนพฤษจิกายนนี้ยังไม่เห็นสัญญาณกลับตัว รอรับได้เลยที่แถว 1200-1300

    แต่ไม่ต้องตกใจขายทองหนี ให้ดูว่าในแนวรับ 1660 1625 โดยให้แนวรีบลึกสุดรอบนี้ 1580 ว่ามีการเกิด สัญญาณกลับตัวมั้ย

    ความเห็นส่วนตัวมองว่าไม่ควรหลุด 1600

     

    zloil.gif

    ราคาน้ำมันไม่ควรหลุด 82 ถ้าหลุดงานนี้อาจลากยาวไปแถวๆ 6x

     

    set50.gif

    Set50 ถ้าจะซื้อรอแหกนิวไฮเท่านั้น

     

    ตลาด commodity หลายชนิด และตลาดหุ้นหลายตลาดปรับตัวลดลงตามผล poll การเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ ที่บอกว่า Obama จะกลับมาอีกครั้ง ซึ่งตลาดคาดว่า ถ้า Obama กลับมาเศรษฐกิจสหรัฐฯจะเลวร้ายกว่าเดิม แต่ของอย่างนี้ไม่ถึงวันเลือกตั้งทุกอย่างมีโอกาสพลิกผันได้เสมอ เหลืออีกไม่กี่วันก็จะถึงวันเลือกตั้งแล้ว รอดูผลการเลือกตั้งและการตอบสนองของคนในตลาดให้ดี

  10. touch.invest's Blog

    • 2
      เรื่อง
    • 1
      ความเห็น
    • 16855
      เข้าชม

    บันทึกเมื่อเร็วๆนี้

    touch.invest
    บันทึกล่าสุด

    blog-0885446001334819988.jpgปัจจัยวันนี้

     

    (+)SCB: มีกำไรสุทธิ 1Q55 ดีกว่าที่คาดไว้มาก เนื่องจากรายได้ที่ใช่ดอกเบี้ยเติบโตในระดับสูงถึง 15% QoQ และมีค่าใช้จ่ายดำเนินงานลดลงมากกว่าที่เราประเมินไว้ ในขณะที่คุณภาพสินทรัพย์ดีขึ้นจากงวดที่แล้ว เรายังแนะนำถือ SCB ด้วยราคาเหมาะสมปี 2555 เท่ากับ 154 บาท อิง PBV 2.56 เท่า อ่านเพิ่มเติม....> http://touchinvest1.blogspot.com

  11. การเลือกซื้อมุกนั้นผู้ซื้อต้องทราบก่อนว่าเราต้องการซื้อมุกชนิดอะไร เนื่องจากมุกแต่ละชนิดมีลักษณะเฉพาะที่แตกต่างกันไป การเลือกซื้อมุกควรดูมุกด้วยแสงธรรมชาติเพื่อให้เห็นความวาวตามความจริง และพื้นหลังของวัสดุที่รองมุกควรเป็นสีขาว โดยการเลือกมีหลักดังนี้

    IMG_3276.jpg

     

    1. ขนาด (Size)

    การวัดขนาดของมุกจะใช้การวัดเป็นมิลลิเมตร mm โดยวัดจากเส้นผ่าศูนย์กลาง ซึ่งถ้าเป็นสร้อยมุก จะวัดขนาดตั้งฉากกับรูที่เจาะ มุกที่ขนาดใหญ่จะมีผลกับราคา คือยิ่งใหญ่มากจะยิ่งราคาสูง ซึ่งจะขึ้นอยู่กับชนิดและคุณภาพของมุกนั้นด้วย การเลือกขนาดของมุกยังขึ้นอยู่กับบุคลิกและการแต่งกาย มุกขนาดไม่ใหญ่เหมาะกับการสวมใส่สไตล์น่ารัก เป็นต้น

     

    2. รูปร่าง (Shape)

    รูปร่างกลมสนิทเป็นรูปร่างที่หายากที่สุดและมีมูลค่าสูงกว่ารูปร่างแบบอื่นๆ โดยมุกมีรูปร่างต่างๆดังต่อไปนี้

    รูปร่างกลม (Round)

    รูปร่างเกือบกลม (Near-Round)

    รูปหยดน้ำ (Drop)

    รูปไข่ (Oval)

    รูปเหรียญ (Coin-shaped)

    รูปกระดุม (Button)

    รูปร่างกึ่งเบี้ยว (Semi-Baroque)

    รูปร่างบิดเบี้ยว (Baroque)

     

    เนื่องจากมุกเซาท์ซี South sea มีขนาดใหญ่จึงเป็นมุกที่ไม่กลมสนิท รวมถึงมุกน้ำจืดส่วนใหญ่นั้นไม่ได้ใช้ลูกปัดเป็นแกนมุก รูปร่างจึงไม่กลมสนิทเช่นเดียวกัน จึงมีหลักการประเมินอื่นๆเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย

     

    3. สี (Color)

    สีของมุกประกอบด้วย 3 ส่วนประกอบ คือ

    สีพื้นหรือสีหลัก (Body Color) ได้แก่ บริเวณที่เป็นสีอยู่ในพื้นหลังหรือในเนื้อมุก

    สีพื้นสามารถแบ่งออกได้เป็นอีก 3 ประเภท คือ

    1. สีเป็นกลาง (Neutral) – สีขาว สีดำ และ สีเทา

    2. สีเกือบกลาง (Near neutral) – สีเงิน สีครีม และ สีน้ำตาล

    3. สีแฟนซี (Fancy color) – สีอื่นๆ เช่น ชมพู เขียว ฟ้า ส้ม

    สีโอเวอร์โทน (Overtone) คือสีเหลือบหรือประกายที่เห็นอยู่เหนือสีพื้นของมุก สีที่พบได้บ่อยในสีเวอร์โทนคือ สีชมพู (rose) สีเขียว สีฟ้า

    สีโอเวอร์โทนนี้เพิ่มมูลค่าให้กับมุกบางชนิดได้ เช่น มุกอะโกย่า สีพื้นสีขาวกับโอเวอร์โทนสีชมพู จะราคาสูงกว่า มุกอะโกย่าสีขาวที่มีโอเวอร์โทนสีเขียว

    โอเรียนท์ (Orient) เป็นปรากฏการณืสีรุ้งที่พบได้ในมุกและเปลือกหอย

    มุกทุกเม็ดจำเป็นต้องมีสีพื้น แต่ไม่จำเป็นต้องมีโอเวอร์โทนและโอเรียนท์

    ปัจจุบันมีการปรับปรุงคุณภาพสีมุกที่มีคุณภาพต่ำเพื่อเพิ่มมูลค่าของมุกอยู่หลากหลายวิธี เช่น การย้อมสี การฉายรังสี การเผา หรือแม้แต่การฟอกสี การเลือกซื้อควรพิจารณาว่า เป็นสีธรรมชาติ หรือมาจากการปรับปรุงคุณภาพ ผู้ขายควรแจ้งให้ลูกค้าทราบเพื่อให้ลูกค้าเข้าใจถึงวิธีการดูแลรักษาและราคาที่เหมาะสม

     

    4. ลักษณะความสะอาดที่ผิว (Surface characteristic)

    มุกควรมีผิวที่เรียบและมัน มีตำหนิน้อยที่สุด ไม่มีรอยขรุขระ หรือฟองอากาศ แต่ตำหนิของมุกก็เป็นตัวช่วยให้ทราบว่าเป็นมุกแท้หรือเทียมเนื่องจาก มุกแท้ (ทั้งมุกธรรมชาติและมุกเลี้ยง) ยากที่จะไม่มีตำหนิ การตรวจสอบมุกควรใช้พื้นหลังเป็นสีดำหรือเทา ใช้โคมไฟที่สว่างเพียงพอ และสังเกตขณะที่หมุน เพื่อตรวจหาดูตำหนิบนผิวของมุก

     

    5. ความวาว (Luster)

    มุกที่มีคุณภาพดีควรมีความวาวใสเท่ากันทั่วทั้งเม็ด วิธีการตรวจคุณภาพความวาว ให้เราใช้แสงฟลูออเรสเซนต์สะท้อนที่ผิวของมุก แล้วสังเกตบริเวณที่เงาสะท้อนว่ามีความคมชัดของเงาสะท้อนมากน้อยเพียงใด ถ้าหากมุกมีคุณภาพความวาวดีเงาสะท้อนที่ผิวจะมีขอบที่คมชัด ความวาวที่ดียังบ่งบอกถึงคุณภาพของผิวมุกและคุณภาพของชั้นเนเคอร์ที่ดีด้วย

    มุกที่เลี้ยงในแถบภูมิอากาศที่เย็นมักจะมีความวาวมากกว่ามุกที่เลี้ยงในแถบอากาศร้อน เพราะฉะนั้นส่วนใหญ่แล้ว มุกอะโกย่าจะเป็นชนิดที่มีความวาวสูงที่สุดเมื่อเทียบกับมุกชนิดอื่น

     

    6. คุณภาพและความหนาของชั้นเนเคอร์ (Nacre quality)

    มุกที่มีคุณภาพของชั้นเนเคอร์ดี คือเนื้อเนเคอร์ค่อนข้างใส อาจเป็นได้ตั้งแต่โปร่งแสงไปจนถึงกึ่งโปร่งใส และจะมีความมันวาวใสที่ผิว (Luster) ที่ดีด้วย คุณภาพของชั้นเนเคอร์นั้น ขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายอย่าง เช่น การเรียงตัวของชั้นเนเคอร์ ความสะอาดของสิ่งแวดล้อม ปริมาณอาหาร สสารต่างๆในน้ำ อุณหภูมิของน้ำ สภาพภูมิอากาศ หรือแม้แต่ความสามาถในการสร้างมุกของหอยแต่ละตัว

    อีกคุณสมบัติหนึ่งที่ควรพูดถึงคุณภาพของเนเคอร์คือความหนาของชั้นเนเคอร์ ควรจะมีความหนาที่ดีพอ ถ้าหากความหนาของเนเคอร์ไม่ดีพอจะทำให้ความวาวไม่ดีด้วย และยังมีผลต่อความคงทนของมุกด้วย สาเหตุสำคัญที่มีผลต่อความหนาของชั้นเนเคอร์คือ ระยะเวลาในการเลี้ยงมุก จะต้องไม่น้อยเกินไป โดยทั่วไปฟาร์มมุกจะใช้เวลาในการเลี้ยงมุกประมาณ 6 เดือน ถึง 2 ปึ แล้วแต่ชนิดของหอยมุก

    ส่วนวิธีการตรวจสอบว่ามุกมีความหนาเพียงพอหรือไม่ ให้เราดูที่รูเจาะ จะเห็นความหนาของเนเคอร์ หากมุกไม่มีรู ให้เราฉายไฟที่ค่อนข้างแรงจากด้านหลังของมุก เราก็จะเห็นความหนาของเนเคอร์ แต่วิธีนี้ใช้กับมุกที่มีสีเข้มอย่างมุกตาฮิติไม่ได้

     

    มีหลักในการเลือกมุกอีกข้อหนึ่งที่ควรคำนึงถึงคือ ความเหมือนกัน (Matching) ในการจับเป็นคู่หรือเข้าสร้อยเป็นชุด ให้เราใช้หลักหารทั้ง 6 ข้อข้างตันรวมกัน แล้วสังเกตุว่า มุกคู่ หรือชุดที่เราเลือกนั้นมีลักษณะเหมือนกันมากแค่ไหน หากความเหมือนกันของมุกในสร้อยมุกเดียวกันไม่ดี จะมีผลต่อความสวยงามของสร้อยมุกค่อนข้างมาก แต่หากเราใช้มุกเพียงเม็ดเดียว อย่างเช่นกรณีของ แหวน หรือ จี้ห้อยคอ ความเหมือนกันจะไม่มีผลต่อราคาของมุกแต่อย่างใด

     

    ข้อแนะนำในการดูแลมุก

    มุกเป็นอัญมณีอินทรีย์สารจึงควรพยายามหลีกเลี่ยงไม่ให้โดน น้ำหอม สบู่ ครีมทาผิว กรด หรือสเปรย์ใส่ผม เพราะอาจทำให้สีและความวาวของมุกเปลี่ยนไป

    โดย อาจารย์ สุรชาติ ปัญจธรรมวิทย์ @ http://www.ampornphan.com

  12. MOR LEK
    บันทึกล่าสุด

    ตอนเปิดกระทู้นี้ก็เปิดด้วยคลิปของเธอ มาคราวนี้ เธอทำให้ผมขนลุกแล้วก้น้ำตาซึมครับ

     

     

     

    ที่มา: ทำได้ไง

  13. ศุนย์ประสานการช่วยเหลือภัยผู้ประสบภัยภิบัติ

     

     

    รายละเอียดมีมากมาย เชิญคลิ๊กค่ะ

     

     

    http://www.thaiflood.com/

     

     

     

    banner1490.jpg

     

     

    banner1460.jpg

     

     

    bannerdms.jpg

     

     

    banner-place.jpg

     

     

     

    road_phone.jpg

     

     

    banner_05.jpg

     

     

     

     

     

     

    สำนักนายกรัฐมนตรี 1111

    สายด่วน ปภ. (กรมป้องกันและบรรเทา สาธารณภัย) 1784

    บริการแพทย์ฉุกเฉิน และนำส่งโรงพยาบาล ฟรี 1669

    ศูนย์ความปลอดภัย กรมทางหลวงชนบท 1146

    ตำรวจทางหลวง สอบถามเส้นทางน้ำท่วม ได้ตลอด 24 ชั่วโมง 1193

    การรถไฟแห่งประเทศไทย 1690

    ท่าอากาศยานไทย 02-535-1111

     

    ขอความช่วยเหลือ-พื้นที่น้ำท่วมกับไทยพีบีเอส

    02-790-2111 หรือ sms มาที่ 4268822

     

    ศูนย์ประสานและติดตามสถานการณ์น้ำ

    0-2243-6956

     

    สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย จ.ลพบุรี

    0-3641-4480-1 , 0-3641-1936

     

    สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย จ.พิษณุโลก

    0-5523-0537-8 , 0-5523-0394

     

    สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย จ.พระนครศรีอยุธยา

    0-3533-5798 , 0-3533-5803

     

    การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค จ.พระนครศรีอยุธยา

    035 – 241-612

     

    สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย จ.ตาก

    0-5551-5975

     

    สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย จ.สิงห์บุรี

    0-3652-0041

     

    สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย จ.อ่างทอง

    0-3564-0022

     

    สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย จ.นครสวรรค์

    0-5625-6015

     

    สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย จ.นนทบุรี

    0-2591-2471

     

    สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย จ.ปทุมธานี

    0-2581-7119-21

     

    สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย จ.พิจิตร

    0-5661-5932

     

    สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย จ.นครนายก

    0-3738-6209 , 0-3738-6484

     

    สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย จ.สุพรรณบุรี

    0-3553-6066-71

     

    สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย จ.สระบุรี

    0-3621-2238

     

    สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย จ.สุโขทัย

    0-5561-2415

     

     

    การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคจังหวัดอุทัยธานี

     

     

    0-5652-4461

     

    สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย จ.อุตรดิตถ์

     

     

    0-5544-4132

     

    สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย จ.ลำปาง

     

     

    0-5426-5072-4

     

    สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย จ.เชียงใหม่

     

     

    0-5321-2626

     

    สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย จ.ลำพูน

     

     

    0-5356-2963

     

    สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย จ.อุบลราชธานี

     

     

    0-4531-2692 , 0-4531-3003

     

    สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย จ.เลย

     

     

    0-4286-1579 , 0-4296-1581

     

    สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย จ.ชัยนาท

     

     

    0-5641-2083

     

    ผู้เดือดร้อนจากน้ำท่วม กทม ปริมณฑลและภาคกลาง ติดต่อ ศูนย์บรรเทาสาธารณภัยกองทัพภาคที่ 1

     

     

    02-281-5443

     

    ศูนย์อุทกวิทยาที่1จังหวัดเชียงใหม่

     

     

    053-248925, 053-262683

     

    ศูนย์บรรเทาสาธารณภัย กองบิน 41 จ.เชียงใหม่ พร้อมช่วยเหลือประชาชน

     

     

    053-202609

     

    ศูนย์เฉพาะกิจป้องกันสัตว์อันตราย สวนสัตว์เชียงใหม่ แจ้งจับ

     

     

    053-222-479 ( 24 ชั่วโมง )

     

    สนง.ชลประทานจังหวัดสมุทรสาคร

     

     

    034-881175, 034-839037 ต่อ 11

     

    เทศบาลนคร นครศรีธรรมราช 199,

    075-348-118, 075-342-880 ถึง 3

     

    ศูนย์ช่วยเหลือ ผู้ประสบภัย ไทยพีบีเอส 02-791-1113, 02-791-1385 ถึง 7

     

    ศูนย์ประสานงาน ช่วยเหลือ จ.สุราษฏร์ธานี 082-814-9381, 081-397-7442

     

    ศูนย์อำนวยการป้องกัน สาธารณภัย จ. ชุมพร 077- 502-257, 077-503-230

     

    ศูนย์อำนวยการป้องกัน สาธารณภัย จ.พัทลุง 074-620-300, 074-611-652

     

    สำนักงานป้องกันและ บรรเทาสาธารณภัย จ. สุราษฎร์ธานี 077-275-550-1

     

    สำนักงานป้องกันและ บรรเทาสาธารณภัย จ. กระบี่ 075-612- 639, 075-612-649, 075-612-735

     

    ศูนย์ช่วยเหลือผู้ประสบภัย ม.วลัยลักษณ์ 075-674-013 ต่อ 4013

     

    รพ. เทศบาลนคร นครศรีธรรมราช 075-356-438, 075-356-014

     

    ศูนย์อำนวยการป้องกัน สาธารณภัย นครศรีธรรมราช 075-358-440 ถึง 4

     

    โรงพยาบาลมหาราช นครศรีธรรมราช 075-340-250

     

    หน่วยแพทย์ฉุกเฉิน 1669

     

    สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย จ.น่าน 054-741061

     

    ศูนย์ช่วยเหลือผู้ประสบภัยของกองทัพไทยที่ ต.แงง อ.ปัว จ.น่าน 054-792433

     

     

     

     

     

     

    วิธีเตรียมน้ำดื่ม"ปลอดภัย" ในภาวะวิกฤตน้ำท่วม

     

    วันที่ 26 ตุลาคม พ.ศ. 2553 เวลา 14:48:23 น.

     

     

    คอลัมน์ ส่องโรคไขสุขภาพ

     

     

    สิ่งที่ต้องเตรียม

     

    1.ขวด น้ำพลาสติคใส ที่ดื่มน้ำหมดแล้วพร้อมฝาที่ปิดได้แน่นสนิท ขนาดไม่เกินสองลิตร เมื่อวางนอนแล้วความหนาที่แสงอาทิตย์ผ่านไม่เกิน 10 ซม. ขวดยิ่งชลูดยิ่งดี รังสีดวงอาทิตย์จะได้ทะลุทะลวงได้มาก พลาสติคไม่เก่าหรือมีรอยขีดข่วนมากเกินไป เพราะรังสีจะผ่านได้ไม่ดี ภายในขวดสะอาด แกะพลาสติคภายนอกออกหมด

     

    2. แหล่งน้ำสะอาดที่สุดเท่าที่จะหาได้ วิธีนี้ใช้ฆ่าเชื้อโรคได้ดี แต่ไม่สามารถแก้ปัญหาสารเคมีปนเปื้อนในภาวะปกติ ครัวเรือนที่ดื่มน้ำฝน ถ้าต้องการประหยัดพลังงานและทุกคนในบ้านแข็งแรงดี อาจจะใช้วิธีนี้แทนการต้มก็ได้

     

    3. ถ้าน้ำขุ่นควรมีผ้ากรองตะกอนดิน เช่น ผ้าขาวบาง หรือผ้าขาวม้าสะอาดหลายๆ ชั้น เมื่อกรองได้ที่บรรจุน้ำเต็มขวด เปิดฝาวางทับหนังสือพิมพ์รายวันหน้าแรก ควรจะสามารถมองลงไปก้นขวด อ่านพาดหัวข้อข่าวรองได้ (ตัวอักษรในแนวหลักขนาด 3.5 ซม.)

     

    4. บริเวณที่จะวางขวดตากแดดที่ร้อน โดยเฉพาะถ้ามีโลหะเช่นแผ่นสังกะสีลูกฟูก หรือ อะลูมิเนียมจะดีมาก

     

    วิธีการเตรียม

     

    1.กรองน้ำที่หาได้ กรอกลงขวดให้ได้ประมาณ 3 ใน 4 ขวด

     

    2.เขย่าแรงๆ อย่างน้ำ 20 ครั้ง ให้อากาศ (ออกซิเจน) ผสมกับน้ำให้ทั่ว

     

    3.เติมน้ำให้เต็มขวด ปิดฝาแน่นสนิท

     

    4.วางขวดในแนวนอน ตากแดดตามข้อ 4 ข้างบนทิ้งไว้ อย่าพยายามขยับขวดโดยไม่จำเป็น เพื่อให้ออกซิเจนไม่แยกตัวจากน้ำ ตากแดดโดยใช้เวลา

     

    - 2 ชั่วโมงถ้าแดดจัด พื้นที่วางเป็นโลหะและน้ำค่อนข้างใส

     

    - 6 ชั่วโมงบนพื้นกระเบื้องหรือซีเมนต์

     

    - 2 วันถ้ามีเมฆมาก

     

    ถ้าฝนตกตลอดแดดไม่ออกเลย ให้รองน้ำฝนดื่มแทน

     

    น้ำ ในขวดดังกล่าวนำไปดื่มได้เลย หรือจะเก็บไว้ดื่มในภายหลังก็ได้ แสงแดด ความร้อน และออกซิเจนจะทำปฏิกิริยากันฆ่าเชื้อโรคทั้งแบคทีเรีย ไวรัส และพยาธิ 99.9% แต่อาจจะมีสาหร่ายเซลเดียวซึ่งทนรังสียูวีและความร้อนซึ่งอาจจะจับตัวเป็น ตะไคร่น้ำในขวดได้ถ้าเก็บขวดไว้นาน แต่น้ำที่มีสาหร่ายเหล่าไม่มีอันตรายต่อผู้ดื่มทั่วไปที่มีภูมิคุ้มกันปกติ

     

    หมายเหตุ

     

    1.เทคโนโลยี ง่ายๆ ที่วิจัยและพัฒนาโดยองค์การนานาชาติ www.sodis.ch นี้ ฆ่าเชื้อโรคโดยพลังแสงแดด ซึ่งมี รังสียูวี + รังสีความร้อน + อนุมูลออกซิเจนและโอโซน ซึ่งเกิดจากการทำปฏิกิริยาระหว่างออกซิเจนที่เราผสมน้ำระหว่างเขย่าขวด เหมือนน้ำบรรจุขวดขายซึ่งผ่านรังยูวี หรือ โอโซน ในระดับที่เข้มข้น

     

    2.ขวด น้ำใส PET หรือ Poly Ethylene Terephthalate (โพลีเอทธิลีนเทเรฟทาเลต) ที่ตากแดดในระดับนี้ ปลดปล่อยสารเคมีน้อยมาก ได้รับการยอมรับจากองค์การอนามัยโลกว่าอยู่ในระดับที่ปลอดภัย ไม่เหมือนวัสดุประเภท PVC ทุกวันนี้เราก็ดื่มน้ำบรรจุขวด PET กันอยู่แล้ว

     

    เรียบ เรียงสำหรับชาวบ้านโดย ศ.นพ.ดร.วีระศักดิ์ จงสู่วิวัฒน์วงศ์ หัวหน้าหน่วยระบาดวิทยา และผู้อำนวยการสถาบันและพัฒนาสุขภาพภาคใต้ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์

     

    ------------------------------------------------

     

     

     

    มติชนรายวัน ฉบับวันที่ 26 ตุลาคม พ.ศ. 2553

     

     

     

     

     

    อ่านเพิ่มเติม

     

     

    http://www.thaigold.info/Board/index.php?/topic/804-%e0%b8%84%e0%b8%b9%e0%b9%88%e0%b8%a1%e0%b8%b7%e0%b8%ad-%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%aa%e0%b8%96%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%93%e0%b9%8c%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b3%e0%b8%97%e0%b9%88%e0%b8%a7%e0%b8%a1/page__pid__169072__st__15#entry169072

     

     

     

     

     

    http://dds.bangkok.go.th/Canal/PageStation.aspx

     

     

    b0zk4.jpg

     

     

     

     

    ระบบตรวจวัดน้ำในคลองหลัก

     

    http://dds.bangkok.go.th/Canal/PageGraph.aspx

     

    b0zk4.jpg

     

     

    ระบบตรวจวัดน้ำท่วมบนถนน

     

    http://dds.bangkok.go.th/Floodmon/

  14. little devil's Blog

    • 2
      เรื่อง
    • 9
      ความเห็น]
    • 15463
      เข้าชม

    บันทึกเมื่อเร็วๆนี้

    little devil
    บันทึกล่าสุด

    เย็นวันหนึ่ง หลังจากกลับจากประชุมศึกษาธรรมในหัวข้อ "นรก และสวรรค์" ชายผู้หนึ่งสงสัยเป็นอย่างยิ่งว่า นรก นั้นมีหน้าตาเป็นอย่างไร เขาครุ่นคิดจนกระทั่งเขาเผลอหลับไป

     

    ในความฝัน ชายหนุ่มผู้นี้เห็นตัวเองยืนอยู่หน้าประตูรั้วของสถานที่แห่งหนึ่ง ที่มีป้ายเขียนว่า "ยินดีต้อนรับสู่ "นรก"เขาจึงเดินเข้าไปในรั้ว เขาสังเกตเห็นว่าทางเดินสองข้างทางของ"นรก" ประดับประดาด้วยดอกไม้อันสวยสดงดงาม เมื่อเขาเดินไปจนสุดทาง เบื้องหน้าของเขาคือบ้านหลังใหญ่ที่สวยงาม เขาเห็นว่า ประตูเปิดแง้มอยู่ เขาจึงเปิดประตูและเดินเข้าไปในบ้านหลังนั้น เขาเดินผ่านห้องนั่งเล่นอันโอ่โถง ทุกสิ่งทุกอย่างที่เขาเห็น ทำให้เขารำพึงกับตัวเองว่า "นรกช่างน่าอยู่จริงๆ"

     

    เขาเดินต่อไปจนถึงห้องอาหาร บนโต๊ะอาหารมีอาหารชั้นเลิศมากมายวางอยู่ และเขาเห็นผู้คนมากมายอยู่ในห้องนั้น คนที่อยู่ในห้องนั้นผ่ายผอม เหมือนหนังหุ้มกระดูก ทุกคนพยายามกินอาหารโดยใช้ตะเกียบที่ยาวประมาณ 1 เมตร คีบอาหารเข้าปากตัวเอง ยิ่งพยายามคีบเข้าปากตัวเองเท่าไหร่ อาหารก็ตกลงพื้น และไม่มีคนใดในนั้นสามารถกินอาหารได้เลย

     

    ชายผู้นั้นก็ตกใจตื่นขึ้นมา และเขาก็รำพึงกับตัวเองว่า "นรกเป็นอย่างนี้นี่เอง และสวรรค์ล่ะ จะเป็นอย่างไร"

     

    คืนต่อมา เขาหลับและฝันเห็นตัวเองอยู่หน้าประตูรั้วของสถานที่แห่งที่ ที่เขียนว่า "ยินดีต้อนรับสู่ "สวรรค์"" เขาจึงเดินผ่านเข้าประตูรั้วไป เขาเห็นว่าสถานที่นี้สวยงามไม่ต่างไปจาก"นรก"ที่เขาเห็นเมื่อคืนก่อน และเขาก็เดินเข้าไปในบ้านหลังใหญ่ ผ่านห้องนั่งเล่น และเดินเลยไปที่ห้องอาหาร เช่นเดียวกัน บนโต๊ะอาหารของสวรรค์มี อาหารชั้นดีมากมายเช่นเดียวกับนรก

     

    แต่สิ่งที่แตกต่างจากนรกคือ คนที่อยู่ในสวรรค์ มีใบหน้าที่มีความสุข อ้วนท้วนสมบูรณ์ ร้องรำทำเพลง และแม้ว่าพวกเขาจะต้องใช้ตะเกียบยาว 1 เมตรเช่นเดียวกัน แต่พวกเขาสามารถลิ้มรสอาหารชั้นเลิศได้ เพราะพวกเขาใช้ตะเกียบ คีบอาหารป้อนให้กันและกัน

     

    Credit: David Kasahara

    From: SGI-USA Buddhist Meeting

  15. เช้านี้ตลาดหุ้นทั่วโลก แดงงงงงง

    set เมื่อวานชนแนวต้านไม่ผ่าน วันนี้จะตามเพื่อนบ้านไหม

    :ph34r:

    post-835-099572500%201300843251.png

     

     

    ความเข้าใจเดิมว่า GLD ETF ตัวนี้จะเคลื่อนไหวราคา NAV ในลักษณะเป็นราคากลางสากล link กันทั้งในตลาด ฮองกง ญี่ปุ่น และ นิวยอรค์ ซะอีก

     

     

    แต่เห็นมี Symbol อีกตัวก็รู้แล้วว่า มันเล่นคนละโต๊ะบ่อนกัน เซ็งแมวจริงๆวุ่ย

     

    GLD 10US$ (O87.SI) โต๊ะบ่อนของสิงคโปร์

    http://finance.yahoo...ource=undefined

     

    gldsgx.gif

     

     

    SPDR Gold Shares (GLD) โต๊ะบ่อนของอเมริกา

    http://finance.yahoo...ource=undefined

     

    rmgld.gif

     

     

    ที่ผ่านมาสังเกตว่าราคาแทบเป็นไปในทิศทางเดียวกัน ยกเว้นวันศุกร์ :excl:

     

    จุดสังเกตอีกข้อ โวลุ่มต่างกันราวกับฟ้ากับเหว ของสิงคโปรเบาบางมากๆเทียบอะไรไม่ได้เลยกับของฝั่งอเมริกา :45

     

    หมายความว่า ตลาดก็เล็กลงไปอีก เป็นไปตามขนาด mainboard ของประเทศนั้นๆ แบบนี้มีโอกาสโดนถล่มราคาหรือปั่นกันเล่นๆได้ โวลุ่มต่างกันฟ้ากะเหว น่ากลัวชะมัด :ph34r:

     

    Source: หุ้น+ข่าว+ทอง+บทความ+กองทุน

    (โพสเมื่อ 04 เมษายน 2011 )

     

     

     

     

    ผ่านไป 1 ปีกับปรากฏการณ์ถ่อยๆของกองทุนทองคำอีกแล้วขอรับ

     

    นี่เป็นข้อมูลล่าสุดเมื่่อปลายปี 2011 มันกลับมาอีกแย้ว

     

    gld-sgx-01.png

     

    เทียบกับโต๊ะบ่อนเพ่เมกาอีกรอบ

     

    gld-usa.png

     

     

    ดังนั้นคนที่มาถามว่าถึงกองทุนแบบนี้ ต้องถามตัวเองว่า

     

    ของแบบนี้ยังน่าลงทุนอยู่อีกหรือเปล่าหละ ซื้อถูกจังหวะแถว 1520 แต่โป๊ะเช๊ะซวยขนานแท้ ราคา nav ดันขยับขาซื้อในราคาเทียบเท่ากับ 1700 แบบนี้

     

    ต่อมีเงินมากแค่ไหน อย่าตาบอดเข้าไปเชียว เดี๋ยวหาว่าไม่เตือน เพราะเราเตือนคุณมาแล้วเมื่อ ต้นเดือนเมษายนปีที่แล้ว (ที่โพสเมื่อ 04 เมษายน 2011 )

     

     

     

    และข้อมูลล่าสุดโดย คุณเจ๊แด้

     

     

    นักลงทุนยื่นฟ้องค่าเสียหายกองทองเพี้ยน

    นสพ. โพสต์ทูเดย์ - 21 พฤษภาคม 2555 เวลา 13:18 น

     

    ศศินทร์ เผยนักลงทุน ยื่นฟ้องมูลนิธิเพื่อผู้บริโภค กรณีเสียหายราคาหน่วยกองทุนทองคำอ้างอิงตลาดสิงคโปร์ผิดปกติ

    http://www.posttoday...%B8%A2%E0%B8%99

     

    เอาหละ หมดเวลาสำหรับกองทุยทองคำทั้งหมดแล้ว สำหรับข้อแก้ตัวครั้งนี้ถือว่าจบแล้ว อิอิอิ

  16. Nexttonothing's Blog

    • 1
      เรื่อง
    • 86
      ความเห็น]
    • 21302
      เข้าชม

    บันทึกเมื่อเร็วๆนี้

    0poster.jpg

    หนังสือโอกาสทอง(จริงๆ)

    (Golden opportunity book)

     

     

    คุณเคยสงสัยหรือไม่ว่า

     

    ทุกวันนี้คนเราทำงานเพื่อแสวงหาเงิน แท้จริงแล้ว เงินคืออะไร ?

     

    :excl: ทำไมราคาสินค้า ถึงต้องแพงขึ้นทุกปี ?

     

    :excl: ทำไมไปธนาคารไม่ว่าสาขาไหน มีธนบัตรใหม่ ให้เราแลกได้ตลอด แล้วแบงค์เก่ามันหาย ไปไหน ?

     

    :excl: ทำไมคนเป็นนักการเมือง ถึงรวย และ รัฐบาล ดูเหมือนจะมีเงินใช้ได้อย่างไม่มีวันหมด

     

    :excl: ทิศทางราคาทองคำ จากนี้ไป จะเป็นอย่างไร ?

     

    :excl: ทำไมราคาทองคำถึงขึ้นราคา อะไรทำให้ทองขึ้น ? อะไรทำให้ลง ?

     

    :excl: คำแนะนำของผมคือทุกๆ คนควรซื้อทองคำครับ ... ทำไมล่ะ ?

     

    -?- จะหายไป เมื่อคุณอ่านหนังสือเล่มนี้จบ มุมมองต่อโลกการเงินของคุณจะเปลี่ยนไป

    และพบว่าแท้จริงแล้ว เรื่องพวกนี้ ไม่ได้ยากหรือซับซ้อนอะไรเลย ที่สำคัญ ไม่ใช่เรื่องไกลตัว :

    .........................................................................................

     

    เริ่มแรกนั้น ข้อมูลต่างๆเหล่านี้มัน “วิ่งวน” อยู่แต่ในหัวของผม

    ผมอยากจะบอกจะอธิบายให้ใครต่อใครได้ฟังและได้รับรู้ ถึงโอกาสที่กำลังจะมาถึง แต่เชื่อมั๊ยครับ “น้อยคนที่จะมีเวลาฟัง”

     

    ยิ่งนานวันไป หลายๆสิ่งหลายๆอย่างเริ่มชัดขึ้นและงวดเข้ามา ผมไม่อยากจะเก็บไว้คนเดียวครับ

    นานเป็นปีที่พูดคุยและแลกเปลี่ยนข้อมูลเรื่องทองคำกับ Mr. Bullish (กูรูทางเทคนิค)

    จนเค้าแนะนำว่า “คุณควรจะบอกให้คนอื่นได้รับรู้นะ”

     

    ข้อมูลต่างๆจึงค่อยๆ “วิ่งออก” มาเป็นตัวอักษรบน เวบบอร์ด แห่งนี้

    ผมค่อยๆอธิบายให้เพื่อนๆสมาชิกได้ฟังและรับรู้ถึงโอกาสที่กำลังจะมาถึง แต่เชื่อมั๊ยครับ คราวนี้ไม่เหมือนทุกครั้ง คราวนี้แตกต่าง

    เพราะคราวนี้ “มีคนฟัง”

     

    เมื่อสื่อสารออกไปแล้วมีการตอบสนอง เมื่อพูดแล้วมีคนฟัง มีการถกเถียงมีการแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างกัน

    มันเลยกลายเป็นคุยกันถูกคอ ข้อมูลทุกอย่างผมเปิดเผยออกมาให้ได้รับรู้กันแบบไม่มีกั๊ก

    พูดจากใจจริงมันสำเร็จออกมาเป็นหนังสือได้เพราะ “คุณ” ครับ

     

    หากผมนั่งเขียนคนเดียว เขียนสองสามหน้าก็เบื่อแล้วครับ เหมือนเราพูดอยู่กับตัวเอง

    แต่นี่ไม่ใช่แบบนั้น ขอบคุณทุกกำลังใจและทุกความคิดเห็นที่เป็นแรงผลักดันให้เกิดเป็นหนังสือเล่มนี้

    และที่ขาดไม่ได้เลย ขอขอบคุณ “เฮีย” ครับ

     

    เฮียกัมพลผู้เป็นเจ้าบ้านที่ใจดี ถือเป็นเกียรติอย่างสูงสุดจริงๆ ที่เฮียเขียน “คำนิยม” ให้

    “เฮียเขียนได้สุดยอดจริงๆ” หนังสือเล่มนี้จึงคุ้มค่าตั้งแต่หน้าแรกแล้วด้วยซ้ำเพราะมีคำนิยมของเฮีย “ขอขอบพระคุณ” อีกครั้งหนึ่งครับ

     

    เอาล่ะครับ ช่วยผมหน่อยนะครับ หากคุณเห็นว่ามันเป็นประโยชน์ ส่งต่อข้อมูลเหล่านี้ให้ได้รับรู้กันทั่วในวงกว้าง

    ให้คนที่ยังไม่เข้าใจได้เข้าใจ สำหรับแฟนประจำ ผมบอกได้เลยข้อมูลหลักๆ ก็ไม่ได้ต่างจากในเวบบอร์ดแห่งนี้ แต่ถ้าคุณเป็นแฟนประจำจริง

    คุณอาจจะอยากได้มันไว้ “เป็นที่ระลึก”

     

    หรือหากคุณมีปัญหา (ผมเห็นมีหลายคนเลย)

    ที่พยายามจะเล่าเรื่องราวเหล่านี้ให้คนใกล้ตัวฟัง แต่เค้าไม่ยอมเชื่อหรือไม่ยอมที่จะเปิดใจ

    "ให้ผมช่วยพูดให้นะครับ" มอบหนังสือเล่มนี้ให้เค้าอ่าน แนะนำกระทู้ในเวบนี้ให้เค้าลองเข้ามาดู

    น่าจะพอจะช่วยได้

     

    ขอบพระคุณสำหรับไมตรีจิตที่มีให้กันเสมอมา

    รอรับหนังสือนะครับ

    Nexttonothing

    • 1
      เรื่อง
    • 25
      ความเห็น]
    • 17102
      เข้าชม

    บันทึกเมื่อเร็วๆนี้

    malangpong
    บันทึกล่าสุด

    มรรค หรือ ทาง

    ยังมีคำเรียกอย่างอื่นได้อีก แต่ให้ความหมายอย่างเดียวกัน

    เช่น ตถตา ตถาตา จิตอิสระ จิตหลุดพ้น และ ดวงตาเห็นธรรม

    ซึ่งทั้งหมดเป็นสภาวะที่บุคคลสามารถพลิก หรือ หงาย หรือ ดัน

    หรือ เหวี่ยง สิ่งที่ครอบอยู่ให้กระเด็นหลุดออกไป

    ซึ่งในที่นี้ หมายถึง

    การที่ จิต สามารถหลุดพ้นเป็นอิสระออกไปจากการครอบงำของขันธ์ ๕ ที่มี ใจ เป็นหัวหน้า

    และ ได้พบ “ทาง” ที่เป็นเช่นนั้นเอง ไร้การปรุงแต่ง ไม่มีใครเป็นเจ้าของ

    ไม่ใช่ความ สะอาด สว่าง สงบ ว่าง หรือบริสุทธิ์

    ไม่มีโลภ โกรธ หลง ไม่อยู่ ภายใต้กฎแห่งธรรมชาติ หรือ สมมุติบัญญัติใดๆทั้งสิ้น

    เป็นสิ่งเหนือ สมมุติ เป็นวิมุตติ เป็นความหลุดพ้นที่ไม่มีอวิชชา

    จาก หนังสือ วิถีแห่งมรรค

    องค์ความรู้ของ พระอาจารย์รัตน์ รตนญาโณ

    เรียงร้อยถ้อยความโดย จีรพันธุ์ ประศาสน์วุฒิ

     

    สวัสดีคะ ชอบหนังสือเล่มนี้มาก เลยถือโอกาสเผยแพร่ เผื่อเพื่อนๆจะสนใจ

    เนื้อหาหนังสือเล่มนี้มีดังนี้

    ๑. บทนำ

    ๒. ศัพท์ที่ควรรู้

    ๓. การคลายอารมณ์

    ๔. สมถกรรมฐาน

    ๕. วิปัสสนากรรมฐาน

    ๖. มรณานุสสติ

    ๗. บทพิสูจน์การเข้าถึง วิถีแห่งมรรค

    ๘. บทส่งท้าย

     

    บทนำ

    สรรพสัตว์ทั้งหลายต่างตกอยู่ภายใต้อิทธิพลแรงดึงดูดของวงกลม และวงกลมที่มีศูนย์กลางที่ใหญ่กว่า

    จะส่งพลังงานเป็นแรงดึงดูด เพื่อดึงวงกลมที่เล็กกว่าเข้าหาศูนย์กลางอย่างสม่ำเสมอ และต่อเนื่องเป็นจังหวะๆ

    เรียกว่า แรงดึงเข้า หรือ แรงยืด เมื่ออิทธิพลของแรงดึงเข้าคลายลง จะเป็นจังหวะของ การผลักออก หรือ แรงหด

    และในทำนองเดียวกันจะทำให้เกิดแรงเหวี่ยงจาก วงกลมที่เล็กกว่า เคลื่อนที่หมุน เข้าหาศูนย์กลางของวงกลมที่ใหญ่กว่าได้เช่นกัน

    ดังตัวอย่างของกลุ่มดาวที่มี ขนาดใหญ่ เล็ก ส่งแรงดึงดูดถึงกัน ทำให้เกิดการหมุนโคจรเคลื่อนที่ ไปเป็นกลุ่ม เช่น

    กาแลคซี่ทางช้างเผือก สุริยจักรวาล โลก และ มนุษย์ สัตว์ในโลก

     

    ความรู้สึกของมนุษย์ปุถุชนส่วนใหญ่ มักจะติด หรือ ยึดอยู่ข้างหนึ่งข้างใดเสมอ เนื่องด้วยความไม่รู้(อวิชชา)

    จึงไม่มีโอกาสเห็นธรรมชาติของแรงที่ส่งออกมาจากศูนย์กลางของวงกลม และ โอบล้อมตนเองอยู่นั้น

    ว่าแท้ที่จริงแล้วมีการเคลื่อนที่ ไป-มา ตามธรรมชาติของพลังงาน เป็นแรงสืบต่อที่ไร้เจตนาจากการกระทบ

    มีเพียงจังหวะของการส่งออกมา กระทบและสะท้อนกลับเมื่อแรงคลายลงเท่านั้น

    เมื่อจิตเข้าไปยึดแรงที่ส่งมากระทบ ทุกข์จึงเกิดขึ้น

    มนุษย์ นอกจากได้รับการกระทบ หรือ ชน จากแรงสืบต่อตามธรรมชาติจากกาแลคซี่ทางช้างเผือก

    สุริยจักรวาล และ โลก ตามลำดับแล้ว มนุษย์ยังต้องตกอยู่ภายใต้อิทธิพลการครอบงำของวงกลมเล็กที่ค่อนข้าง บาง ใส

    ยืดหยุ่น แต่เหนียวทนทาน ด้วยยางกันกระแทก อีกวงกลมหนึ่ง ที่เรียกว่า ขันธ์ ๕

     

    ขันธ์ ๕ ประกอบด้วยสิ่งที่เป็นทั้ง รูป (สสาร) และ นาม (พลังงาน) ๕ อย่างด้วยกัน

    เป็นคุณสมบัติพิเศษเฉพาะสิ่งมีชีวิต ที่เรียกว่า “มนุษย์” เท่านั้น(หาความรู้เพิ่มเติมได้จาก หนังสือ แสงสว่างที่ปลายทางรอด)

    ได้แก่

     

    ๑. รูป เป็นการรวมตัวของสสาร ปรากฏให้เห็นเป็นรูปร่าง สูง ต่ำ ดำ ขาว ฯลฯ

     

    ๒. เวทนา เป็นนาม หรือ พลังงาน หมายถึง ความรู้สึกทั้งหลายที่เกิดขึ้น แยกย่อยออกได้ ๓ อย่าง

    คือความรู้สึก ทุกข์ สุข และเฉย (เนื่องด้วยธาตุรู้ หรือ วิญญาณธาตุ)

     

    ๓. สัญญา เป็นนาม หรือ พลังงาน หมายถึงความทรงจำนั่นเอง (เนื่องด้วยธาตุรู้ หรือวิญญาณธาตุ)

     

    ๔. สังขาร เป็นนามหรือพลังงาน หมายถึงอารมณ์ปรุงแต่ง (เนื่องด้วยธาตุรู้หรือวิญญาณธาตุ)

     

    ๕. วิญญาณ เป็นนาม หรือ พลังงาน หมายถึงตัวรู้ ธาตุรู้ ซึ่งมี ลักษณะเป็นพลังงานสีขาวนวล

    อยู่ในนิวเคลียส ซึ่งเป็นจุดศูนย์กลางของเซลล์ เป็นวงกลมที่เล็กที่สุด เรียงตัวผูกโยง ซึ่งกันและกันทั่วร่างกาย และ

    ธาตุรู้เล็กๆในนิวเคลียสเหล่านี้ จะตกอยู่ภายใต้อิทธิพลของแรงดึงดูดของธาตุรู้ที่ใหญ่กว่า ซึ่งมีอยู่ใน “ใจ”

    ดังนั้น จะเห็นว่าธาตุรู้หรือวิญญาณธาตุเป็นพลังงานขับเคลื่อนการทำงานของ ขันธ์ ๕ ทั้งหมด โดยมี “ใจ”

    เป็นศูนย์บัญชาการใหญ่ของการบริหารขันธ์ ๕ โดยการพยายามปรนเปรอความสุข สนุก สบาย ฯลฯ หว่านล้อม

    และ ค่อยๆฉาบทาวงกลมด้วยยางเหนียวของตัณหาตลอดเวลา

     

    ส่วนประกอบของรูปและนามที่รวมเข้าด้วยกันแล้วเรียกขาน ว่า “มนุษย์” นั้น นอกจากขันธ์ทั้ง ๕ แล้ว

    ยังมีอีก ๒ สิ่ง เป็นนามหรือ พลังงาน ได้แก่ จิต และ ตถตา

     

    จิต เป็นคำที่ไม่อาจแปลความหมายจำเพาะเจาะจงลงไปได้ มีการเกิดและดับ ภายใน ๑ วินาที และ

    สัมผัสได้ว่า เป็นความรู้สึก และสามารถนำมาฝึกได้ เช่น ฝึกการสร้างความรู้สึก ( จินตนาการ )

    ฝึกการสร้าง ความคุ้นเคย ความเคยชิน ฯลฯ

     

    ตถตา ตถาตา หมายถึงความเป็นเช่นนั้นเอง ซึ่งมี อยู่แล้วในสรรพสัตว์สิ่งทั้งหลายตามธรรมชาติ ยังมีชื่อเรียกได้

    อีกหลายอย่าง เช่น ทาง มรรค จิตอิสระ ซึ่งเป็นสภาวะเดิม ของจิตที่ไม่มีการปรุงแต่ง

    เป็นอิสระจากการครอบงำของ ขันธ์ทั้ง ๕ ฉะนั้น หากมนุษย์ต้องการพบกับความเป็น “ตถตา”

    จำเป็นต้องหาวิธีเปิด หรือพลิกฝาครอบของ ขันธ์ ๕ ให้ได้ก่อน

     

    แนวทางของพระพุทธศาสนา มีไว้เพื่อช่วยให้มนุษย์พ้นจาก ทุกข์ สามารถนำมาปรับใช้ให้เหมาะกับบุคคล

    และยุคสมัยได้อย่างไม่มีวันล้าหลัง เริ่มต้นจากการ ให้ทาน (บริจาค) รักษาศีล สมาธิ (สมถกรรมฐาน)

    ปัญญา (วิปัสสนากรรมฐาน) วิมุติ และ วิมุติญาณทัสนะ ไปตามลำดับ

     

    ติดตาม "ศัพท์ที่ควรรู้" ในโอกาสต่อไปนะคะ

  17. ไม่รู้เพื่อนๆเคยวางแผนหรือแนวความคิดกันไว้บ้างรึเปล่าครับว่า "เราจะจัด port กันยังไง"

     

    เพราะการจัด port ที่ดีผมว่า เราต้องปรับเปลี่ยนไปตามสภาพตลาด หรือ บางครั้งเราก็แค่วางแผนไว้

    ตั้งแต่ครั้งแรก แล้วหลังจากนั้นเราก็แค่มาปรับ port แค่เพียงเล็กน้อย

     

    เอาครับ เกริ่นมาพอสมควรแล้ว ก็แค่อยากจะบอกว่าผมจะปรับเปลี่ยนรูปแบบการลงทุนใหม่น่ะครับ

    ใครจะลองเอาไปปรับใช้กับ port ของตัวเองก็ลองดูนะครับ

     

    มาดูกันครับว่า ผมจะจัด port ของผมยังไงสำหรับหุ้นรายตัว (งานนี้ขอพูดเฉพาะหุ้นรายตัวก่อน)

     

     

    อย่างแรกเลยนะครับ ผมมอง(วาง)รูปแบบการลงทุนไว้แบบนี้ คือ

     

    ๑. เงินออม เพื่อเอาไว้ทานตอนหลังจากไม่มีงานประจำทำแล้ว

    ๒. เงินสะสม เพื่อขยาย port ให้มีขนาดที่ค่อยๆโตขึ้นไปเรื่อย

     

     

    เพราะฉะนั้น มาแบ่งกันง่ายๆแบบนี้เลยครับ

     

    ๑. เงินออม อันนี้จะจับหุ้นแนว VI

    ที่จับหุ้น VI มาเป็นเงินออมก็เนื่องจาก มันจะเป็นเงินออมที่เราค่อยๆเก็บเข้าไปเรื่อยๆ การถือหุ้น

    ชนิดนี้ระยะเวลาที่สั้นสุดก็ต้อง ๑ ปีขึ้นไปน่ะครับ แต่ผมตั้งใจจะถือประมาณ ๕ ปีขึ้นไป ทั้งนี้ทั้ง

    นั้นขึ้นอยู่กับสภาพของหุ้นตัวนั้นๆด้วยว่ายังเป็นขาขึ้นในระยะยาวหยู่รึเปล่าหรือว่าหุ้นตัวนั้นท่าจะไม่โอ

    แล้ว

     

    ๒. เงินสะสม อันนี้จะจับหุ้นรายตัวแบบเล่นรอบ วิธีการเล่นรอบก็จะเป็นไปในรูปแบบเดิม (ดูจาก

    กราฟเหมือนเดิม) แต่สิ่งที่เปลี่ยนไปก็คือ จะไม่มีการ Cut loss เด็จขาด แต่จะเป็นไปในรูปแบบของการซื้อเพิ่มในขณะที่คลื่นลูกใหม่เกิดขึ้นมา(ในกรณีที่จับผิดทางในตอนแรก)

     

     

    สิ่งที่จะได้จากการลงทุนแนวนี้

     

    จากรูปแบบที่ ๑ (เงินออม) เราจะได้ปันผลทุกๆ สามเดือน หรือ ปีละ ๒ ครั้งสำหรับหุ้นบางตัว

    บวกกับ มูลค่าของหุ้นที่ค่อยๆเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ถ้าเราเปรียบเทียบกับเงินฝากประจำ เงินฝากประจำเรา

    จะได้แค่ดอกเบี้ยซึ่งก็เปรียบเสมือนปันผลของการเล่นหุ้นในรูปแบบนี้ ส่วนเงินต้น มูลค่าของหุ้นที่เรา

    ถืออยู่จะค่อยๆมีมูลค่าที่เพิ่มขึ้น แต่เงินฝากประจำเราจะมีเงินต้นที่เท่าเดิม(พูดถึงการที่เราถอนเอา

    ดอกเบี้ยมาใช้ เปรียบเสมือนเงินปันผลที่เราเอามาใช้เช่นเดียวกัน)

     

    จากรูปแบบที่ ๒ (เงินสะสม) ถ้าเราไม่มีการถอนเงินออกจาก port เลย รูปแบบการลงทุนแบบ

    นี้จะทำให้ port ของเราค่อยๆโตขึ้นเรื่อยๆ

     

     

    เวลาที่เราใช้ติดตามในการลงทุน

     

    รูปแบบที่ ๑ ประมาณ เดือนละครั้ง

     

    รูปแบบที่ ๒ ประมาณ วันละครั้ง

     

    ทั้งสองแบบไม่จำเป็นจะต้องดูกราฟในเวลาทำการ เราสามารถดูได้หลังจากที่ตลาดปิดไปแล้วซึ่งจะ

    ไม่ทำให้กระทบกับงานประจำ

     

     

    วันนี้แค่นี้ก่อนนะครับ ถ้าสนใจกันละก็เดี๋ยวผมจะค่อยๆอธิบายเพิ่มเติมให้ยังไงก็ comment ทิ้งกัน

    ไว้ซักนิดว่าคิดยังไงกันบ้าง

  18. russ' บล็อก

    • 3
      เรื่อง
    • 15
      ความเห็น]
    • 24193
      เข้าชม

    บันทึกเมื่อเร็วๆนี้

    ระยะนี้เพิ่งเริ่มทำความรู้จักกับ เครือข่ายสังคมออนไลด์เจ้าใหม่ (คนอื่นเขาเล่นกันไปนานแล้ว)

    นั่นคือ twitter เป็นการสื่อสารให้โลกรู้ว่าเราทำ คิด หรือสนใจอะไร และเราสนใจใคร ด้วยการส่งสารผ่านตัวอักษรที่จำกัดเพียง 140 ตัวอักษร

    เริ่มเล่นแรกๆหวั่นใจขนาดหนึ่ง เพราะอายุเกิน 30 มากว่าครึ่ง... เอิ๊กกก จะทำความเข้าใจกฎการทวิตต ได้ไหมนี่ ขอย้ำค่ะ twitter มีกฎ และเมื่อ serchดูพบว่าติดอันดับต้นของ serch engine คือ "twitter เล่นยังไง" โอ้โหแฮะ

    นั่งอ่านอยู่สองวันจึงสมัคร และยังหาหนังสือมาอ่านอีก (learning by doing จริงๆ) ทดลองไปเรื่อยๆ พบว่าการสมัคร การส่งข้อความ(ทั่วไป)ไม่ยาก

    ที่ยากคือ แล้วเราจะอยากรู้เรื่องใครกัน (ไปเป็น follower เขา) อาศัยหาใน tag ที่เราสนใจก่อน เช่น #weloveking love.png อ่านๆไป ก็ได้พบผู้ที่เราอยากติดตาม

    ทั่วไปแล้วคนที่เราตามเขาจะไม่รู้ว่ามีใครมาตามบ้าง ก็เป็นมารยาทว่าแนะนำตัวให้เขารู้ตัวเล็กน้อยว่าเราขอตามอ่าน

    เราก็แกมบังคับน้องมาเป็น following เรา ฮ่าๆbat.png ข้อความที่เราทวิตตโดยไม่ได้ใส่ชื่อใคร ก็จะมีเพียงผู้ที่ตามเราเท่านั้นที่จะมองเห็น เว้นแต่จะติด tag ที่ข้อความ จะทำให้ข้อความเราปรากฎแก่ผู้ที่สนใจใน tag นั้นด้วย

    มีข้อมูลที่เราค้นจากเน็ตบอกผู้ที่เล่น twitter ไม่ค่อยได้ฝึกสมอง confused.png

    ข้อนี้เราไม่เห็นด้วย แม้ดูไม่ต่างจากการส่ง sms เท่าไรนัก แต่การทวิตต ให้ได้ใจความและน่าสนใจ ในวงจำกัดของตัวอักษรเพียง 140 ตัว สำหรับเราเป็นเรื่องท้าทาย shade.png

    นอกจากนี้การตอบ หรือส่งข้อความไปถึงผู้ที่ติดตามเรา(following) และเราไปติดตามเขา(follower) นั้นเป็นการบริหารที่ท้าทายเช่นกัน เพราะ การส่งสารนั้นอยู่ระหว่างความหน้าสนใจ และความน่ารำคาญ (แหง่ววว) embarassed.png

    การเล่น twitter ทำให้เราคิดว่า มนุษย์ยังเป็นสัตว์สังคมเช่นเดิม เวลาผ่านไปวิธีการเลือกเข้าสังคมก็แปรไปเช่นกัน อย่างไรคนก็ยังต้องการการยอมรับและความสนใจ ทั้งยังต้องการแสดงความสนใจของตนด้วย ที่จะทำให้ชีวิตจริงและชีวิตออนไลด์สมดุลย์นั้นคือการบริหารเวลา อย่างไรเสียคนที่อยู่กับเรา ตรงหน้าเรานั้นยังสำคัญที่สุด หากเราบริหารความสัมพันธ์ในโลกความเป็นจริงได้อย่างเหมาะสม โอกาสที่จะซ่อนตัวในโลกออนไลด์(อย่างที่หลายคนเป็นห่วง)ก็จะน้อยลง

    และหากคุณ มีคนใกล้ตัวที่ใช้ชีวิตอยู่กับโลกออนไลด์ ไม่ว่าจะเป็น เกมส์ สังคมออนไลด์ต่างๆ จนคุณรู้สึกเป็นห่วง อยากให้แสดงให้เขาเห็นว่าคุณใส่ใจเขา(ไม่ใช่พร่ำบ่น) นใจและอยากเข้าใจในสิ่งที่เขาทำ อยากทำกิจกรรมร่วมกัน คิดหากิจกรรมที่สนใจร่วมกัน ช่วยกันคิด ชวนกันไป เขาอาจจะค่อยๆกระเถิบกลับเข้ามายังโลกแห่งความเป็นจริง เมื่อเขารู้ว่ายังมีคนสนใจฟังเสียงทวิตต ของเขาแม้ไม่ต้องออนไลด์ teeth.png rose.png

  19. 19_09_53.jpg

     

     

     

    ///////////////////// 19/09/53

     

    แท่งแดง ราย week ออก นะครับ ใน กราฟข้างบน

    มองได้ในสองทาง

    ทางแรก กลับลงในรายอาทิตย์ นั้นแท่งแดง จะยาวได้ถึง เท่าตัวจากแท่งที่แล้ว ลงได้ มากถึง

    1207 โดยปรมาณ ครับ หากแต่รับ สำคัญ อยู่ที่ 1218 ในรายอาทิตย์ที่เป็นไปได้ ครับ ว่าจะลงถึง

     

    ทางที่สอง ในรายอาทิตย์นั้น เขียว อาจะมี ขึ้นต่อ ถึงอีก 5 แท่ง ซึ่งสูงมากครับ

    1375 แค่คิดว่า มันคงไม่พรวดขนาดนั้น 1333-1341 น่าจะกำลังดี ถ้าหากเป็ยแบบนี้

    ต้องดูบาทไทย กันต่อไป 20000 ต่อบาท ไม่ได้เห็น ได้ง่ายๆ ขึ้นมา เจอบาทแข็ง อย่างมากก็ได้ลงดอยสูงสุด

    19300-19300 ในครั้งที่แล้ว

     

    ราคา ต่อออนส์ ที่จะคิด 1333 $

    ราคาบาทต่อ$ ที่จะคิด (THB/USD) 30.5 1$

    แปลงน้ำหนักจากทรอยออนซ์ (31.1035 กรัม) เป็นทอง 1 บาท (15.244/31.1035)

    ความบริสุทธิ์ของทองคำจาก 99.5% เป็น 96.5% (0.965/0.995)

     

    = 19325.19566

    ประมาณ 19400 ต่อบาท

     

     

    ในส่วนบาทไทยมี แนวโน้ม หยุดแข็งเพราะดู นักลงทุนดูท่าที เรื่อง 3 G

    ซึ่งรายรับของการประมูลครั้งนี้ มองคราวๆอาจะสูงถึงแสนล้านบาท 2 ใบ ก็ 2 แสนล้าน

    ถ้าสำเร็จ หรือได้ประมูล อาจะทำให้บาทแข็งแบบพรวดๆ 30-40 ตัง (ถึงจะทยอยชำระเป็นรายปี แต่เงินได้ของรัฐจะแน่นอน)

    ซึ่งมันไม่ทันทีก็จริงแต่การมองว่า เงินเข้าคลังมากเกิน ซึ่งไม่ดีต่อราคาของทองไทย เลยซักนิด

    ซึ่งบาท ครั้งที่แล้วที่ ยึดอะไรซักอย่าง (นึกกันเองนะครับไม่เอ๋ยถึงจะดีกว่า) ทำเงินเข้าคลัง 7หมื่นกว่าล้าน บาทแข็งขึ้นทันที 40-50 ตัง

    ทันทีในเวลา 1-2 วันถ้าจำไม่ผิด แต่ถ้าถามว่า 2 แสนล้านน่าจะมากกว่าถึงเท่า 3 ตัว ทำไมถึงแค่ 30-40 เอง เพราะมันแข็งมามากแล้ว

    ถ้าคิดเป็นเปอร์เซนนั้นมันสูง กว่าม๊ากมาก หรือพอๆกับ ขึ้นครั้งก่อน ครับผม

  20. mom-77.jpg

     

     

     

    ก่อนเราจะต้องจากกัน...

     

     

     

    แม่บอกว่า... แม่ไม่แน่ใจว่าจะมีชีวิตอยู่ได้อีกนานมั๊ย ซัก 5 ปี 10 ปีได้หรือเปล่าก็ไม่รู้ ถ้าแม่ไม่อยู่แล้ว เงินที่แม่ฝากไว้ที่เราส่วนนี้ อย่าลืมให้น้องนะ อันนี้ของน้อง เวลาเดือดร้อนน้องจะได้มีใช้ อ้อ..แล้วส่วนนี้เป็นของเรานะ ไม่ต้องคืนให้พ่อ เพราะมันเป็นส่วนของเรา จำไว้นะ

     

     

     

    แล้วผมก็บอกแม่ว่า... ก็ไม่รู้เหมือนกัน ว่าใครจะไปก่อนกัน คนเราจะตายวันนี้พรุ่งนี้ก็ไม่รู้ รู้แต่ว่าทำทุกวันนี้ดีที่สุด แม่เป็น 1 ใน 5 ชีวิตที่ผมรักมากที่สุดในโลก (ตอนได้ยินคำนี้แม่ทำเสียงมุบมิบเหมือนกำลังนับอะไรอยู่) แล้วก็พูดขึ้นมาว่า "ใครบ้าง" ฮา.. (แม่ตกเลข) อิอิ

     

     

     

    "ครับ ผมจะไม่ลืมทุกอย่างที่แม่ฝากไว้ แต่ให้แม่จดจำไว้อย่างหนึ่งนะ หากวันใด แม่จากผมไปไม่บอกกล่าว ผมจะไม่มีทางทิ้งพ่อ ไม่มีทางทิ้งพี่ ทิ้งน้อง ทุกคนที่แม่รัก ผมจะดูแลชีวิตเหล่านั้นด้วย แม่ดูนะ ผมกำลังเติบโต ถึงผมยังไม่เก่งเท่าที่แม่เก่ง ถึงจะไม่แกร่งอย่างแม่สู้ชีวิตมา ถึงผมเทียบไม่ได้เลย แต่ผมใจสู้ สู้เหมือนที่แม่เคยสู้ ผมจะไม่ยอมแพ้จนสิ้นลมหายใจ แม่จำไว้นะ ผมจะไม่มีวันทิ้งพวกเขา และในทางกลับกัน หากต้องสูญเสียพ่อไปก่อน ผมก็จะดูแลแม่เช่นกัน ผมจะไม่ทอดทิ้งทุกชีวิตที่ผมรัก ขอเพียงให้ผมยังอยู่ ผมจะไม่มีวันทิ้งชีวิตใดชีวิตหนึ่ง ตราบจนลมหายใจสุดท้ายของลูกผู้ชายคนนี้ แม่จำไว้นะ"

     

     

     

    อีกค่ำคืนหลังจากวันนั้น เราได้มีโอกาสโทรศัพท์พูดคุยกันอีกครั้ง...

     

     

     

    แม่กล่าวขอบคุณในสิ่งที่ผมตั้งใจ แม่บอกว่า "แม้จะยังไม่อยู่ในสถานะที่จะแบกรับพวกเขาได้ แต่ลูกก็ยังตั้งใจ และแม่เชื่อในความเชื่อมั่นและความตั้งใจของลูก"

     

     

     

    หลายครั้ง..ที่ผมรู้สึกว่า การสนทนาของเรา ช่างคล้ายถ้อยคำที่มันไม่อาจมีในชีวิตจริง มันเหมือนถ้อยคำที่ถูกเรียงร้อยเพื่อเพียงจะให้มันสละสลวย.. แต่เมื่อเขกมะเหงกใส่หัวตัวเอง ก็ระลึกได้ทุกทีว่าคือสิ่งที่เกิดขึ้นจริง

     

     

     

    หากอยู่บ้านเดียวกัน คงไม่มีคำสวยๆแบบนี้!

     

     

     

    ใช่.. สิ่งเหล่านี้เกิดจากความเหินห่าง เราห่างกัน และยิ่งห่าง เรายิ่งห่วงใย และรักกันมากขึ้น...

     

     

     

    ผมรักแม่มาก และจะรักตลอดไป

     

     

     

    แม่ไม่ต้องขอบคุณผม ผมต่างหากที่ต้องขอบคุณแม่ ที่ทำให้ผมเกิดมา...

     

     

     

     

     

    เขียนโดย... สิขเรศ เอี่ยมประชา (HyPeR MonKeY)

    เขียน ณ โต๊ะทำงานมอมแมม ดึกสงัดวันอาทิตย์ที่ 19 กันยายน 2010 เวลา 03.18 น.

    http://hypermonkey.multiply.com

  21. หลายคนอาจจะสงสัยว่าการขับถ่ายปัสสาวะทำไมถึงต้องมาเรียนรู้เพราะว่าทุกคนก็ขับถ่ายมาตั้งแต่เกิด จริงๆ แล้วปัสสาวะสามารถแสดงถึงความผิดปกติของร่างกายที่สำคัญ ดังนั้นในวันนี้เรามาเรียนรู้การขับถ่ายปัสสาวะอย่างถูกวิธีกันเถอะ

     

    1. อย่ากลั้นปัสสาวะโดยเด็ดขาด เมื่อรู้สึกปวดต้องไปปัสสาวะทันที

     

    2. เวลาปัสสาวะไม่ควรรีบร้อนเบ่งมาก เพราะอาจทำให้หูรูดชำรุดได้

     

    3. ควรถ่ายปัสสาวะให้หมดหรือให้เหลือน้อยที่สุดคือ เมื่อรู้สึกถ่ายหมดแล้วให้เบ่งต่ออีกนิดหน่อย ปัสสาวะที่เหลือจะไหลออกมา

     

    4. ไม่ควรบังคับให้ตนเองถ่ายปัสสาวะบ่อย เพราะจะติดเป็นนิสัยหรือจะรู้สึกว่าปวดปัสสาวะตลอดเวลา ช่วงเวลาที่เหมาะสมคือประมาณ 2-4 ชั่วโมงควรถ่ายปัสสาวะหนึ่งครั้ง

     

    5. ให้สังเกตการถ่ายปัสสาวะและน้ำปัสสาวะของตนเองทุกครั้ง เช่น ต้องเบ่งมากผิดปกติหรือไม่ น้ำปัสสาวะพุ่งดีหรือไม่ น้ำปัสสาวะมีสีเช่นไร เป็นต้น เพราะสิ่งเหล่านี้อาจเป็นอาการผิดปกติที่สามารถบ่งบอกความผิดปกติของร่างกายได้

     

    6. หลังปัสสาวะควรใช้กระดาษชำระซับอวัยวะเพศให้แห้งทุกครั้ง หรืออาจจะล้างทำความสะอาดได้ แต่อย่าให้เปียกชื้น เพราะอาจเกิดเชื้อราได้

     

    7. ถ้าปัสสาวะไม่ออก ต้องไปพบแพทย์ อย่าซื้อยารับประทานเพราะจะเกิดอันตรายได้

     

    8. การบริหารอุ้งเชิงกรานโดยการขมิบ (ฝ่ายหญิงขมิบช่องคลอด ฝ่ายชายขมิบทวารหนัก) วันละ 100 ครั้ง จะช่วยป้องกันอาการปัสสาวะเล็ด

     

    9. ควรดื่มน้ำสะอาด อย่างน้อยวันละ 10 แก้ว หรือหนึ่งลิตร จะช่วยให้น้ำปัสสาวะใส มีจำนวนพอดีและป้องกันภาวะปัสสาวะอักเสบ

     

    10. ก่อนและหลังมีเพศสัมพันธ์ ผู้หญิงควรถ่ายปัสสาวะทิ้งจะช่วยป้องกันการเกิดกระเพาะปัสสาวะอักเสบ

     

    11. น้ำปัสสาวะจะต้องเป็นน้ำเท่านั้น ไม่ควรมีสิ่งอื่นเจือปน เช่น มูก หนอง น้ำเหลือง หรือเลือดถ้ามีถือว่าผิดปกติต้องไปพบแพทย์ทันที

     

    12. การขับถ่ายปัสสาวะ ต้องไม่มีอาการเจ็บปวด ถ้าปัสสาวะแสบขัดลำบากต้องไปพบแพทย์ทันที

     

    13. เราทุกคนควรต้องปัสสาวะอย่างน้อยวันละ 4-6 ครั้ง ถ้าไม่ปัสสาวะใน 1 วัน ถือว่าตกอยู่ในภาวะอันตราย ต้องไปพบแพทย์โดยด่วน

     

    ลองพิจารณาดูว่าตนเองมีพฤติกรรมการขับถ่ายปัสสาวะเช่นไร และปรับให้เหมาะสมเพื่อสุขภาพที่ดีของเราค่ะ

     

     

     

    ขอขอบคุณข้อมูลจาก : สำนักบริการวิชาการ มหาวิทยาลัยบูรพา

  22. พรุ่งนี้วันอาสาฬหบูชาและวันต่อมาวันเข้าพรรษา

    (วันหยุดธนาคารและร้านทองเฉพาะวันจันทร์นะครับ)

    ให้เหล่าชาวพุทธไปเข้าวัดทำบุญกัน ผมมีเทคนิคกันรองเท้าหายมาเล่าให้ฟัง

    เพื่อให้ได้ใช้เป็นประโยชน์กันเวลาต้องถอดรองเท้าก่อนเข้าในพระอุโบสถกันนะครับ

    ซึ่งเป็นปัญหาปวดหัวให้กับทุกคน ต้องเสียสมาธิในการไหว้พระกัน

    ต้องขอบคุณ คุณมานพ(คุณอั้งม้อ) ซึ่งเป็นผู้แนะนำเทคนิคนี้ให้ผมกล่าวคือ

    ผมเคยไปไหว้พระกับคุณมานพและเพื่อนผม ซึ่งใส่รองเท้ากีฬาแพงมาก

    เขาไม่ยอมถอดรองเท้า เลยไม่เข้าไปไหว้พระประธานในพระอุโบสถ

    คุณมานพจึงแนะนำให้ถอดรองเท้าข้างแรก วางไว้ตรงไหนก็ได้ แล้วหาทำเลเหมาะๆ

    เอารองเท้าอีกข้างไปวาง ข้อสำคัญคือคุณต้องจำให้ได้ว่าวางทั้งสองข้างไว้ตรงไหนบ้าง

    และสอดสายตาดูว่า มีคนร้ายจ้องมองรองเท้าคุณหรือเปล่า

    ถ้าเขาจ้องดูอยู่ เขาก็จะตามว่าคุณถอดรองเท้า วางไว้ตรงไหนบ้าง

    วิธีนี้ก็จะไม่ได้ผลนะครับ คงต้องขอบคุณ คุณมานพ(คุณอั้งม้อ) ที่ทำให้การไหว้พระสบายใจมากขึ้นนะครับ

     

    วันนี้ขอแนะนำวัดบางพลีใหญ่ใน ที่ผมเคยไปสองอาทิตย์ก่อน

    เป็นทางเลือกในการไหว้พระ ทำบุญเนื่องในวันสำคัญทางพุทธศาสนานะครับ

    พรุ่งนี้ถ้าจะไปกันผมว่าคงหาที่จอดรถยากหน่อยนะครับ

    เพราะทางเข้าวัดถนนแคบรถจะติดมาก และที่จอดรถก็มีน้อย

    คงไม่ค่อยสะดวกนักถ้าไปวันพระใหญ่แบบนี้

    ส่วนตัวผมพรุ่งนี้ผมจะไปทำบุญสังฆทานที่พุทธมณฑล กับครอบครัวครับ

    ทางพุทธมณฑลจะ Random วัดต่างๆมาที่พุทธมณฑลให้พวกเราทำบุญกันไม่ซ้ำวัด

    ในแต่ละสัปดาห์ และมีการทำบุญสังฆทานเป็นรอบๆจนถึงเที่ยงวัน

    คือไปเวลาไหนก็ได้ครับ แต่อย่าให้เลยเทียงวัน

    (ถ้าเป็นไปได้อยากให้หาวัดที่จนๆ อยู่ต่างจังหวัดไกลๆทำบุญก็ดีนะครับ

    พี่สาวผมก็ไปทำบุญไกลถึงขอนแก่นเลยนะครับ)

     

    0.jpg

     

    1.jpg

     

    เจดีย์หน้าวัดบางพลีใหญ่ใน

     

    2.jpg

     

    20.jpg

     

    23.jpg

     

    ผู้เลื่อมใสศรัทธากำลังปิดทององค์หลวงพ่อโต วัดบางพลีใหญ่ใน

     

    28.jpg

     

    กระดาษทองคำเปลวที่ปิดหลวงพ่อโตจำนวนมากในถังขยะสูงขนาดเมตรครึ่งเกือบเต็มถัง โดยมีจนท.คอยกวาดเศษกระดาษปิดทองหลวงพ่อตลอดเวลา

     

    24.jpg

     

    ผู้ที่จะปิดทองหลวงพ่อโตต้องปีนขั้นบันไดไม้ขึ้นไป ผู้สูงอายุไม่แนะนำให้ปีนขึ้นไปนะครับอันตรายได้ไปไหว้หลวงพ่อโตท่านก็ทราบแล้วว่าท่านมีจิตศรัทธา

     

    31.jpg

     

    มีผู้มาแก้บนหลวงพ่อโตด้วยไข่ต้ม ตอนนี้ไข่ราคาแพงเสียด้วย

     

    22.jpg

     

    โคมไฟ Chandelier Crystal 4 ช่อ ในพระอุโบสถ

     

    27.jpg

     

    กระดาษปิดทองคำเปลวที่ตกเกลื่อนข้างๆองค์หลวงพ่อโต แสดงถึงความศรัทธาของผู้คนจำนวนมากขนาดมี จนท.เก็บกวาดตลอดเวลา

     

    26.jpg

     

    คุณกบ เพื่อนผมผู้ปิดทองหลังพระ(แอบเห็น เลยขอแอบถ่าย)

     

    29.jpg

     

    มีผู้มาแก้บนหลวงพ่อโตด้วยไข่ต้ม หลายคนเลยครับ

     

    32.jpg

     

    โอ่งน้ำมนต์ของวัด

     

    5.jpg

     

    รองเท้าเกลื่อนกลาดตรงทางเข้าและภายใน อย่าลืมใช้เทคนิคของคุณมานพกันนะครับ

     

    34.jpg

     

    วัดนี้มีจุดเด่นคือ สุขาไฮเทค มีป้ายบอกทางไปสุขาเลิศ หรู ราคาแพง

     

    37.jpg

     

    ดูภายนอกเหมือนเหมือนทางเข้าสนามบินเลยนะครับ

     

    42.jpg

     

    ห้องน้ำสวยหรู ถูกใจสาวๆ มีแต่รอยยิ้ม

     

    44.jpg

     

    อย่างหรู แต่มีกลิ่นชื้นหน่อยเพราะอยู่ในห้องแอร์ครับ

     

    40.jpg

     

    หรูแบบนี้ นานแค่ไหนก็จะรอ

     

    41.jpg

     

    กลายเป็นสถานที่มีการถ่ายภาพมากที่สุดในวัด

     

    39.jpg

     

    กลายเป็นแม่เหล็กดึงคนให้มาเที่ยวและมาทำบุญในวัด

     

    45.jpg

     

    ประตูประตูห้องน้ำชาย

     

    46.jpg

     

    โถปัสสาวะชายแบบมี Sensor

     

    47.jpg

     

    ไหว้พระเสร็จต่อด้วยเที่ยวตลาดโบราณ 150 ปี

     

    48.jpg

     

    สมาชิกที่ไปด้วยกันวันนั้น คุณมานพกำลังหันข้าง

     

    49.jpg

     

    ประชาชนแห่กันมาเยี่ยมชมบรรยากาศตลาด 150 ปี จำนวนมาก ทางเดินแคบและแออัด

     

    50.jpg

     

    ตรงทางเข้ามีป้ายบอกว่าถังดับเพลิงโบราณ งงอยู่ตั้งนาน เพราะก็คือถังน้ำพลาสติกนั่นเอง

     

    58.jpg

     

    ร้านขายยาสมัยใหม่ แต่ตู้โบราณ

     

    54.jpg

     

    กิจกรรมของตลาดโบราณบางพลี

     

    55.jpg

     

    บรรยากาศร้านค้าแบบโบราณ

     

    62.jpg

     

    สะพานไม้ มี Step ยกสูง

     

    63.jpg

     

    ภาพจากบนสะพานไม้

     

    59.jpg

     

    ร้านตัดผมแบบโบราณจริงๆ Open Air (แอร์ธรรมชาติ)

     

    56.jpg

     

    ร้านก๋วยเตี๋ยวหมูชื่อดังคนทานจนแน่นร้าน รอทานไม่ไหว ไปทำมาหาที่กิน ตามConcept ของผมดีกว่า

     

    71.jpg

     

    ชื่อร้าน"ระเบียงทะเล" สาขาบางปู สมุทรปราการป้ายชื่อร้านอ่านยากหน่อย ออกแนว Art มากๆ

     

    72.jpg

     

    ทุกช่องชวนชิม

     

    85.jpg

     

    ป้ายอาหารแนะนำ(ให้เสียตังค์)

     

    88.jpg

     

    บรรยากาศและการตบแต่งสวย มีระบบ Computer จัดคิวหาที่นั่งให้ และ WIFI Free

     

    96.jpg

     

    เข้าห้องน้ำสำรวจพบว่า ART มากๆ อ่างล้างมือสงสัยเอากระทะที่รั่วมาทำ....555

     

    95.jpg

     

    โถฉี่ก็ไม่เว้น สงสัยเอาถังที่รั่วมาทำ 555 แต่ห้องน้ำหญิงไม่ได้เข้าไปสำรวจนะครับ เลยไม่รู้มีอะไร Art หรือเปล่า

     

    91.jpg

     

    มุมมองจากภายในร้านเห็นวิวทะเลสดชื่นสบายตา ชอบมากๆเลยครับ

     

    92.jpg

     

    ผ้าใบ ART อีกแล้วครับท่าน เจาะรูเป็นรูปดอกไม้ หลังคาโปร่งใสดูโล่งโปร่งตา

     

    89.jpg

     

    หลังคาทรงอะไรก็ไม่รู้ แต่ดูสวยดีครับ สานเป็นระเบียบ

     

    90.jpg

     

    ร้านทาด้วยสีขาวสะอาดตา ขอให้สังเกตุโคมไฟซ้ายมือบนเอาหม้อซึ้งนึ่งอาหารมาทำ Art อีกแล้วครับท่าน

     

    93.jpg

     

    สมาชิกที่ไปด้วยกันครับ คุณมานพคือคนใส่แว่นตากำลังหันข้าง

     

    97.jpg

     

    ไม่ทราบชื่อพันธุ์กล้วยครับ ไม่รู้ชื่อพันธุ์กล้วยแสนหวีหรือเปล่า ใครทราบช่วยบอกหน่อยครับ

     

    99.jpg

     

    คุณกบช่วยยกให้ดูขนาด

     

    1041-attachment.jpg

     

    แผนที่ร้านระเบียงทะเล

     

    ถ้าอยากไปทานร้านระเบียงทะเลดูรายละเอียดจากเว็บเขาได้ครับ http://www.rabiengta-le.com/

    และนี่ครับรายละเอียดการเดินทาง http://travel.mthai.com/view/38290.travel

     

     

     

     

     

    Source: ขอเดา(ราคาทอง)กับเขาบ้าง

  23. Mushroom's Blog

    • 1
      เรื่อง
    • 13
      ความเห็น]
    • 12766
      เข้าชม

    บันทึกเมื่อเร็วๆนี้

    kikkapu
    บันทึกล่าสุด

    guruai.jpg

     

    สวัสดีครับ...ผมชื่อ "น้องอัยก์" ต่อไปนี้จะเป็นเนื้อหาการลงทุนที่ผมกะป๋ารวบรวมไว้เอามาเก็บไว้ที่นี่

     

    เพื่อใช้ในการศึกษาและกันลืม เพราะป๋าเคยบอกไว้ว่าจะสร้างปิรามิดถ้าฐานไม่ดี มันจะถล่มลงมาง่าย ๆ

     

    ฝากเนื้อฝากตัวกับลุง ๆ ป้า ๆ ปู่ ย่า ตา ยาย ทุกท่านด้วยนะครับ...เอิ๊ก ๆ ๆ !01

     

    เอาเรื่องแรกก่อนเลยจะได้ไม่เปลืองเนื่อที่ พื้นฐานเลยก็ต้องเรื่องรู้เทรน b'coz "Trend is your best friend"

     

    Forex Course ขั้นที่ 1 มองแนวโน้มให้ออกก่อน

     

    ขั้นที่ 1 มองแนวโน้มให้ออกก่อน

    บทความนี้เขียนโดย the_greenday

     

    หลัก การมองแนวโน้ม เริ่มจากการมองเทรนให้ออกก่อนเสมอ เทรนในตลาด จะมีแค่ 3 แบบ

    Up Trend แบบขาขึ้น จะวิ่งขึ้นอย่างเดียว (เหมาะกับการเข้าเทรด)

    Down Trend แบบขาลงจะวิ่งลงอย่างเดียว (เหมาะกับการเข้าเทรด)

    Sideway Trend แบบขนาน เคลื่อนตัวไปทางด้านข้าง แบบฟันปลา ขึ้นๆลงๆ พูดง่ายๆกราฟวิ่งไม่สวย ไม่มีแนวโน้ม (ตลาดช่วงนี้ นักลงทุนมักจะขาดทุนเสมอๆ)

    Sideway แยกออกได้เป็น sidewayในช่วง(พักตัว)เทรนขาขึ้น sidewayในช่วง(พักตัว)เทรนขาลง

     

    0001_up%20trend.gif

     

    0002_down%20trend.gif

     

    0003_side%20way.gif

     

    0003_Side%20Way%20%E0%B9%81%E0%B8%99%E0%B8%A7%E0%B9%82%E0%B8%99%E0%B9%89%E0%B8%A1%E0%B8%82%E0%B8%B2%E0%B8%A5%E0%B8%87.gif

     

    0004_Side%20Way%20%E0%B9%81%E0%B8%99%E0%B8%A7%E0%B9%82%E0%B8%99%E0%B9%89%E0%B8%A1%E0%B8%82%E0%B8%B2%E0%B8%82%E0%B8%B6%E0%B9%89%E0%B8%99.gif

     

    เมื่อมองแนวโน้มแล้วรู้ว่าแบบนี้คือ ขึ้น ลง ด้านข้างแล้ว ต่อมาก็มาเรียนรู้ การเริ่มสร้างแน้วโน้ม

    แนวโน้มขาขึ้น Up Trend --->จะขึ้นแบบค่อยๆขึ้นไปก่อนแล้วพักตัว(เราเรียกว่า HL) แล้วขึ้นไปต่อทำแนวโน้มสูงขึ้น (เราเรียกว่า HH )

    แนวโน้มขาลง Down Trend ----->จะลงแบบค่อยๆลงไปก่อนแล้ว พักตัว(เราเรียกว่า LH) แล้วลงไปต่อทำแนวโน้มต่ำลง (เราเรียกว่า LL )

     

    H = High

    L = Low

     

    0005_%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%80%E0%B8%A3%E0%B8%B4%E0%B9%88%E0%B8%A1%E0%B8%AA%E0%B8%A3%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B9%81%E0%B8%99%E0%B9%89%E0%B8%A7%E0%B9%82%E0%B8%99%E0%B9%89%E0%B8%A1%20%E0%B8%82%E0%B8%B2%E0%B8%82%E0%B8%B6%E0%B9%89%E0%B8%99.gif

     

     

    0006_%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%80%E0%B8%A3%E0%B8%B4%E0%B9%88%E0%B8%A1%E0%B8%AA%E0%B8%A3%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B9%81%E0%B8%99%E0%B9%89%E0%B8%A7%E0%B9%82%E0%B8%99%E0%B9%89%E0%B8%A1%20%E0%B8%82%E0%B8%B2%E0%B8%A5%E0%B8%87.gif

     

    0008_%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%80%E0%B8%A3%E0%B8%B4%E0%B9%88%E0%B8%A1%E0%B8%AA%E0%B8%A3%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B9%81%E0%B8%99%E0%B9%89%E0%B8%A7%E0%B9%82%E0%B8%99%E0%B9%89%E0%B8%A1%20%E0%B8%82%E0%B8%B2%E0%B8%A5%E0%B8%87.gif

     

    ต่อมาก็มาถึง การฝึกหัด ลากๆ ขีดๆ ยิ่งฝึกลากบ่อยๆยิ่งมองภาพรวมตลาดง่ายขึ้น

     

    ในเทรนขาขึ้น จะเริ่มจาก ต่ำสุดไปสูงใหม่ได้สูงใหม่แล้วก็จะมีการ(พักตัว)ลงมาทำฐาน(เรียกว่า HL)เมื่อรู้แล้วว่าพักตัวก็จะเริ่มลากเทรนขาขึ้นได้

    ในเทรนขาลง จะเริ่มจาก สูงสุดไปต่ำใหม่ได้ต่ำใหม่แล้วก็จะมีการ(พักตัว)ขึ้นไปทำฐาน(เรียกว่า LH)เมื่อรู้แล้วว่าพักตัวก็จะเริ่มลากเทรนขาลงได้

     

    ส่วนการลากในกรอบ sideway นั่น จะมีหลายแบบด้วยกัน แบบ ขนาน แบบสามเหลี่ยม แบบกว้างไปแคบ บีบตัว ฟันปลา มีหลายรูปแบบ

     

    0009_%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%98%E0%B8%B5%E0%B8%A5%E0%B8%B2%E0%B8%81%E0%B9%80%E0%B8%AA%E0%B9%89%E0%B8%99%E0%B9%81%E0%B8%99%E0%B8%A7%E0%B9%82%E0%B8%99%E0%B9%89%E0%B8%A1%E0%B8%82%E0%B8%B2%E0%B8%82%E0%B8%B6%E0%B8%99.gif

     

    0010_%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%98%E0%B8%B5%E0%B8%A5%E0%B8%B2%E0%B8%81%E0%B9%80%E0%B8%AA%E0%B9%89%E0%B8%99%E0%B9%81%E0%B8%99%E0%B8%A7%E0%B9%82%E0%B8%99%E0%B9%89%E0%B8%A1%E0%B8%82%E0%B8%B2%E0%B8%A5%E0%B8%87.gif

     

    0011_%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%98%E0%B8%B5%E0%B8%A5%E0%B8%B2%E0%B8%81%E0%B9%80%E0%B8%AA%E0%B9%89%E0%B8%99%E0%B9%81%E0%B8%99%E0%B8%A7%E0%B9%82%E0%B8%99%E0%B9%89%E0%B8%A1%20Side%20Way.gif

     

    เทรนขาขึ้นสามารถลากเทรน ได้สามช่วงเวลาคือ เทรนขาขึ้นระยะสั้น เทรนขาขึ้นระยะกลาง เทรนขาขึ้นระยะยาว

    เทรนขาลง สามารถลากเทรน ได้สามช่วงเวลาคือ เทรนขาลงระยะสั้น เทรนขาลงระยะกลาง เทรนขาลงระยะยาว

     

    ส่วนกรอบ sideway ไม่ควรเข้าเทรด เสียเวลานานกว่าจะหลุดกรอบส่วนใหญ่แล้วมักจะคืนกำไร(ขาดทุน)เป็นส่วนใหญ่

    วิธีมองกรอบรอการทะลุกรอบได้แล้วมีแนวโน้มขึ้นหรือลง ค่อยพิจารณาซื้อ ขาย

     

    0012_%E0%B9%80%E0%B8%97%E0%B8%A3%E0%B8%99%E0%B8%82%E0%B8%B2%E0%B8%A5%E0%B8%87%203%20%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%A2%E0%B8%B0%E0%B9%80%E0%B8%A7%E0%B8%A5%E0%B8%B2.gif

     

    0013_%E0%B9%80%E0%B8%97%E0%B8%A3%E0%B8%99%E0%B8%82%E0%B8%B2%E0%B8%82%E0%B8%B6%E0%B9%89%E0%B8%99%203%20%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%A2%E0%B8%B0%E0%B9%80%E0%B8%A7%E0%B8%A5%E0%B8%B2.gif

     

    ในเทรนขาขึ้นขาลงนั่นจะมีแนวรับและแนวต้าน เสมอๆ

    อะไรคือแนวรับแนวต้าน แนวรับ = Support = S แนวต้าน = Resistance = R

    แนวรับ คือกราฟราคาวิ่งลงมาทำฐานแล้วลงต่อไปไม่ได้ เรียกว่า แนวรับ

    แนวต้าน คือกราฟราคาวิ่งขึ้นไปชนทำฐานแล้ววิ่งขึ้นไปต่อไม่ได้ เรียกว่า แนวต้าน

     

    ใน เทรนขาขึ้นนั่นกราฟจะวิ่งขึ้นไปจนสุดจนกว่าจะลง รู้ได้ไงว่าลง เมื่อลากเทรนขาขึ้นแล้วหลุดเทรนขาขึ้นนั่นแล้วก็จะลง(เปลื่ยนทิศทาง)

    ใน เทรนขาลงนั่นกราฟจะวิ่งลงไปจนสุดจนกว่าจะขึ้น รู้ได้ไงว่าขึ้น เมื่อลากเทรนขาลงแล้วหลุดเทรนขาลงนั่นแล้วก็จะขึ้น(เปลื่ยนทิศทาง)

     

    ส่วน ใหญ่แล้ว เมื่อมีเทรน จนหมดเทรน มักจะเกิด Sideway ก่อนเสมอๆเปรียบเสมือนการวิ่งมานานๆแล้วเหนื่อยก็เลยต้อง หยุดพัก(เกิดsideway)เมื่อลากกรอบsidewayได้หลุดกรอบไปแล้วก็จะวิ่งไป ต่อ(แสดงว่าหายเหนื่อยแล้ว)

     

    0014_%E0%B9%81%E0%B8%99%E0%B8%A7%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%9A-%E0%B9%81%E0%B8%99%E0%B8%A7%E0%B8%95%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%99%20%E0%B8%82%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B9%80%E0%B8%97%E0%B8%A3%E0%B8%99%E0%B8%82%E0%B8%B2%E0%B8%82%E0%B8%B6%E0%B9%89%E0%B8%88.gif

     

    0015_%E0%B9%81%E0%B8%99%E0%B8%A7%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%9A-%E0%B9%81%E0%B8%99%E0%B8%A7%E0%B8%95%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%99%20%E0%B8%82%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B9%80%E0%B8%97%E0%B8%A3%E0%B8%99%E0%B8%82%E0%B8%B2%E0%B8%A5%E0%B8%87.gif

     

    0016_%E0%B9%81%E0%B8%99%E0%B8%A7%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%9A-%E0%B9%81%E0%B8%99%E0%B8%A7%E0%B8%95%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%99%20%E0%B8%82%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B9%80%E0%B8%97%E0%B8%A3%E0%B8%99%20Side%20Way.gif

     

    0017_Side%20Way%20%E0%B8%AB%E0%B8%A5%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B8%88%E0%B8%B2%E0%B8%81%E0%B9%80%E0%B8%97%E0%B8%A3%E0%B8%99%E0%B8%82%E0%B8%B2%E0%B8%82%E0%B8%B6%E0%B9%89%E0%B8%99.gif

     

    0018_%20Side%20Way%20%E0%B8%AB%E0%B8%A5%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B8%88%E0%B8%B2%E0%B8%81%E0%B9%80%E0%B8%97%E0%B8%A3%E0%B8%99%E0%B8%82%E0%B8%B2%E0%B8%A5%E0%B8%87.gif

     

    ตอนนี้ มีความรู้เรื่องเส้น TREND LINE แล้วก็ แนวรับ แนวต้าน เทรนขาขึ้น ขาลง

     

    ต่อไปก็ ลองวิชากันครับ

    เมื่อเกิดเทรนขาขึ้น แล้วลงมารับที่เส้น(แนวรับ)ลากเทรนขาขึ้นได้แล้ว สามารถเป็นจังหวะเข้า ซื้อ

    เมื่อเกิดเทรนขาลง แล้วขึ้นมาต้านที่เส้น(แนวต้าน)ลากเทรนขาลงได้แล้ว สามารถเป็นจังหวะเข้า ขาย

     

    ไม่ว่าจะเทรดช่วงเวลาไหนก็ตาม 1m 5m 15m 30m 1h 4h 1d ทุกช่วงเวลามีเทรนเสมอ อยู่ที่เราแล้วว่ามองแนวโน้มออกหรือยัง...

    และทุกช่วงเวลาไม่ว่าจะเกิดเท รนขาขึ้น เทรนขาลงเมื่อขึ้นแล้วก็จะขึ้นเป็นรอบจนหมดรอบ เมื่อเกิดเทรนขาลงก็จะลงจนหมดรอบคือควรเทรดเป็นรอบๆไปครับ

     

    เทรน สามารถบอกจังหวะเข้า ซื้อ ขายได้ ตามระดับ แนวรับ แนวต้าน

    เทรนสามารถ บอกจังหวะหมดเทรนของขาขึ้นขาลง ของรอบนั่นๆ

    แล้วช่วยให้มองภาพรวมได้ ง่ายขึ้น

    เทรนยังช่วยให้ขาดทุนได้น้อยลง เมื่อรู้ว่าเข้าเทรดผิดทาง(สำคัญต้องมองแนวโน้มให้ออก รู้ว่าผิดทางก็มีวินัยโดยการกล้า stop loss)

     

    0019_%E0%B8%AB%E0%B8%A5%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%8B%E0%B8%B7%E0%B9%89%E0%B8%AD.gif

     

    0020_%E0%B8%AB%E0%B8%A5%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%82%E0%B8%B2%E0%B8%A2.gif

     

    0021.gif

     

    0022_%E0%B8%A3%E0%B8%AD%E0%B8%9A%E0%B9%83%E0%B8%99%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%82%E0%B8%B6%E0%B9%89%E0%B8%99-%E0%B8%A5%E0%B8%87-Sideway.gif

     

×