ข้ามไปเนื้อหา
Update
 
 
Gold
 
USD/THB
 
สมาคมฯ
 
Gold965%
 
Gold9999
 
CrudeOil
 
USDX
 
Dowjones
 
GLD10US
 
HUI
 
SPDR(ton)
 
Silver
 
Silver/Oz
 
Silver/Baht
 

บอร์ดผู้ได้รับความนิยม

  1. penguin

    penguin

    ขาใหญ่


    • คะแนน

      26

    • จำนวนเนื้อหา

      1,377


  2. ทองใหม่

    ทองใหม่

    ผู้นำชุมชน


    • คะแนน

      11

    • จำนวนเนื้อหา

      8,585


  3. NongRee

    NongRee

    ขาใหญ่


    • คะแนน

      10

    • จำนวนเนื้อหา

      5,219


  4. ginger

    ginger

    ขาใหญ่


    • คะแนน

      5

    • จำนวนเนื้อหา

      76,448



เนื้อหายอดนิยม

แสดงเนื้อหาที่มียอดถูกใจมากที่สุดนับตั้งแต่ 18/11/2560 ในทุกพื้นที่

  1. 2 คะแนน
  2. 2 คะแนน
    กราฟตาแป๊ะรายวัน กราฟตาแป๊ะซ้ายบน เส้นสีแดง-----ขึ้น เส้นขาว----หาทิศทาง เส้นสีเขียว------ลง ขวาบน เส้นสีแดง---เสนอซื้อมากกว่าเสนอขาย เส้นสีเขียว---เสนอขายมากกว่าเสนอซื้อ ส่วนช่วงกลางที่มีแท่งสีแดงกับเขียวนั้น แท่งแดง---แรงซื้อขึ้น แท่งเขียว---แรงขายลง ขวาช่องสอง แท่งเหลืองคู่เส้นแดง---ขาขึ้น แท่งฟ้าคู่เส้นเขียว---ขาลง โดยปกติ ช่องนี้จะเปลี่ยนแนวโน้มช้ากว่าเพื่อน หากเปลี่ยนแนวโน้มเมื่อไหร่ เขาให้ขายออกหรือซื้อเข้าได้ทันที่ ยกเว้นมีปัจจัยพื้นฐานแรงๆแทรกเข้ามา จึงจะทำให้แนวโน้มกลับเปลี่ยนได้โดยกะทันหัน ซ้ายช่องสอง หน้าเหลืองแป๊ะยิ้ม---ขาขึ้น หน้าแดงแป๊ะร้องไห้---ขาลง แท่งสีเขียว---เพดาน แท่งสีแดง---พื้นดินโดยปกติ ช่องนี้จะส่งสัญญาณว่า กำลังจะเปลี่ยนแนวทางแล้วนะ แต่ยังไม่เต็มร้อย อาจมีการเปลี่ยนแปลงโดยกะทันหันก็ได้ ต้องดูซ้ายบนและขวาช่อง๒ประกอบด้วย จึงจะให้ความมั่นใจได้
  3. 2 คะแนน
  4. 1 คะแนน
    SCT Market Watch : บทวิเคราะห์ราคาทองคำและกลยุทธ์การลงทุนประจำวันที่ 18 ธันวาคม 2560 สัปดาห์ที่ผ่านมาราคาทองคำฟื้นตัวจากการรับข่าวเรื่องเฟดแต่ก็ยังไม่สามารถทะลุหรือยืนระดับเหนือโซนแนวต้าน 1263-1270 เหรียญจึงถือว่ายังเป็นมุมมองเดิม SIDEWAY DOWN หรือดีดเพื่อลงต่อ ทั้งนี้เนื่องจากความแข็งแกร่งของ USD และภาวะกระทิงในตลาดหุ้นที่รอรับข่าวกฎหมายปฎิรูปภาษีสหรัฐฯที่ลดภาษีที่มีกำหนดโหวตครั้งสุดทั้งในสภาสูงและล่างในสัปดาห์นี้ นอกจากนี้ตลาดยังรอตัวเลข GDP สหรัฐฯและนโยบายการคลังของญี่ปุ่นที่จะประกาศวันพฤหัส ก่อนจะหยุดยาวเทศกาลคริสมาสต์ต่อปีใหม่ กลยุทธ์การลงทุนยังแนะนำเล่นสั้น เปิดขายเมื่อดีดตัวและรอซื้อปิด (คืนนี้ตัวเลขไม่สำคัญยังมองการแกว่งตัวไปมา แนวรับ 1249/1243 เหรียญต้องห้ามหลุดและจะต้องทะลุ 1265 เหรียญจึงถือว่าเป็นบวก) และวางแผนซื้อสะสมเมื่อราคาย่อตัว เพราะหลังเทศกาลปีใหม่ทองมักจะดีดตัวจนวันตรุษจีน ร้านทองจึงอาจทยอยซื้อทองเข้า STOCK ร้านเพื่อวางแผนทางบัญชีปิดงบสิ้นปีและวางแผนเพิ่มทุนด้วยทองต่อในปีหน้าต่อไป การซื้อทอง สต็อกทองรูปพรรณ และการวางแผนทำบัญชีที่ถูกต้องคือหัวใจสำคัญของร้านทองยุค 4.0 ห้ามประมาทเด็ดขาด หากต้องการแนวทางสามารถสอบถามที่ LINE แค่พิมพ์ @SCTSOFT http://www.sctgold.com https://www.facebook.com/SCTGOLD SCT GOLD OFFICIAL LINE : @sctgold บริษัท ซินเนอร์จี้ คอมโมดิตี้ส์ เทรด จำกัด 18-12-17.pdf
  5. 1 คะแนน
    สวัสดีค่ะ ตามอ่านมานานมาก ขอขอบคุณคุณทองใหม่มากๆนะคะ กราฟตาแป๊ะช่วยได้มากจริงๆ
  6. 1 คะแนน
    MACD แก้ไขตั้งค่าเป็น 5,35,9 ของราคาทองรายวัน จะเห็นว่า เส้นดำเส้นแดง เดินทางมาจ้องหน้ากัน ทำให้เกิดการคาดเดาอนาคต / ไอ้คาด มาเชียว แบบนี้ ต้องตัดกันแน่ๆๆ อาทิตย์หน้า อีคิด สอพลอซ้ำ ลุยเลย พี่คาด มันตัดแน่ ทองจะต้องขึ้นแน่ๆ ความคิดเห็นมองจากภาพ : ตราบใดที่ เส้นดำเส้นแดง ยังไม่ตัดกัน แนวโน้มยังคงเป็นลบ ขึ้นได้ตามแนวต้าน เดี๋ยวก็ลงมาตามแนวรับ
  7. 1 คะแนน
    China Xinhua News added 3 photos and a video. 2 hrs · พร้อมใช้งาน! เรือขนเหล็กยักษ์สัญชาติจีนของออสเตรเลีย ชมภาพความอลังการของ “มาทิลดา” เรือขนาดยักษ์ที่อู่ต่อเรือนานาชาติกว่างโจว (GSI) ได้สร้างให้แก่บริษัทฟอร์เทสคิว เมทัล กรุ๊ป (Fortescue Metals Group) ผู้ผลิตเหล็กรายใหญ่อันดับ 3 ของออสเตรเลีย โดยเรือลำนี้สามารถบรรทุกเหล็กที่มีน้ำหนักรวมได้ประมาณ 261,000 ตัน และมีดาดฟ้าเรือที่กว้างใหญ่เทียบเท่า 2 สนามฟุตบอล ความสำเร็จของโครงการก่อสร้างครั้งนี้ ไม่เพียงแต่สะท้อนให้เห็นถึงความแข็งแกร่งของความร่วมมือทางธุรกิจเท่านั้น แต่ยังแสดงให้เห็นถึงความใกล้ชิดระหว่างสองชนชาติอีกด้วย เอลิซาเบธ เกนส์ ซีอีโอของบริษัทฟอร์เทสคิว เมทัล กรุ๊ป ได้กล่าวในงานเปิดตัวเรือขนส่งสินค้าครั้งนี้ว่า “เรามีเป้าหมายที่จะสร้างความสำเร็จต่อไป ขณะเดียวกันก็สร้างความร่วมมือกับจีนต่อไปเรื่อยๆ ในโครงการนี้” -- ไม่เปลี่ยนแปลง! ปูตินลั่นจีนจะยังเป็นหุ้นส่วนคนสำคัญ ไม่ว่าการเมืองรัสเซียจะเป็นเช่นไร วานนี้ (14 ธ.ค.) ประธานาธิบดี วลาดิเมียร์ ปูติน ของรัสเซีย กล่าวในงานแถลงข่าวประจำปีว่ารัสเซียและจีนจะยังคงเป็น “หุ้นส่วนเชิงยุทธศาสตร์” ในระยะยาวต่อไป ไม่ว่าผลการเลือกตั้งประธานาธิบดีรัสเซียซึ่งเตรียมจัดขึ้นในเดือนมี.ค. ปีหน้า จะปรากฏออกมาในรูปแบบใดก็ตาม “ผมมั่นใจมากว่าการพัฒนาความสัมพันธ์กับจีนจะยังเป็นฉันทามติร่วมกันของระชาชนชาวรัสเซีย และไม่ว่าผลการเลือกตั้ง (ประธานาธิบดีรัสเซีย) จะเป็นอย่างไร รัสเซียกับจีนยังคงเป็นหุ้นส่วนเชิงยุทธศาสตร์ ผู้ร่วมสร้างสรรค์สายธารประวัติศาสตร์อันกว้างใหญ่” ปูตินสำทับว่าแผนริเริ่มหนึ่งแถบ หนึ่งเส้นทาง (Belt and Road Initiative) ของจีนสอดประสานกับการพัฒนาสหภาพเศรษฐกิจยูเรเชีย (EAEU) และการเป็นหุ้นส่วนกับชาติต่างๆ ในเอเชีย โดยจีนและรัสเซียได้ร่วมดำเนินโครงการขนาดใหญ่ด้านพลังงาน การรถไฟ เทคโนโลยีระดับสูง อวกาศ และวิทยาศาสตร์ โดยเฉพาะการพัฒนาเส้นทางทะเลเหนือ เมื่อกล่าวถึงการเติบโตอันรวดเร็วของเศรษฐกิจจีน ปูตินชี้ว่าการตัดสินใจที่เกิดขึ้นในการประชุมสมัชชาใหญ่พรรคคอมมิวนิสต์จีน (CPC) ครั้งที่ 19 ได้สะท้อนทิศทางเชิงบวกในการพัฒนาประเทศของจีน ซึ่งสอดคล้องต้องกันกับแนวทางการพัฒนาประเทศของรัสเซีย “เห็นได้ว่าจีนมุ่งมั่นสร้างความมั่นคง พัฒนาประเทศ และยกระดับชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนในเวลาเดียวกัน” ปูตินกล่าว “ทั้งหมดจึงเป็นสิ่งสำคัญยิ่งยวดต่อรัสเซีย เพราะจีนเป็นหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจและการค้ารายใหญ่ของรัสเซีย รวมถึงเป็นหุ้นส่วนเชิงยุทธศาสตร์ในมิติที่กว้างที่สุดบนโลกใบนี้” อนึ่ง ปริมาณการค้าระหว่างจีนกับรัสเซียได้แตะหลัก 61,400 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ในช่วงสามไตรมาสแรกของปี 2017 ซึ่งเพิ่มขึ้นกว่า 22.4 เปอร์เซ็นต์เมื่อเทียบปีต่อปี
  8. 1 คะแนน
    SCT Market Watch : บทวิเคราะห์ราคาทองคำและกลยุทธ์การลงทุนประจำวันที่ 15 ธันวาคม 2560 ราคาทองคำยังแกว่งในโหมด SIDEWAYS แต่ก็ยังไม่ทะลุยืนเหนือโซนแนวต้าน 1263-1270 เหรียญได้จึงอาจมองได้ว่าเป็นการดีดตัวเพื่อลงต่อ โดยเฉพาะในช่วง 1-2 วันทำการทองคำจะต้องเลือกแล้วว่าจะขึ้นหรือลง โดยดูการ BREAKOUT จากกรอบ 1245-1264 เหรียญ โดยทองยังได้อนิสงค์จากข่าว BUY ON FACT จากผลประชุม FOMC วันก่อน ส่วนเมื่อคืนผลการประชุม ECB ก็ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงจากเดิม ตลาดจึงอาจรอผลการผ่านกฎหมายปฎิรูปภาษีของสหรัฐฯในขั้นตอนสุดท้ายที่จะประกาศใช้งานในสัปดาห์หน้า ซึ่งคาดว่าน่าจะผ่านออกมาใช้จริงและเป็นบวกกับหุ้นและ USD ส่วนทองอาจจะลงมารอบให้นักลงทุนระยะกลางซื้อเก็บสะสม กลยุทธ์การลงทุนวันนี้ยังแนะนำเล่นสั้นในกรอบที่ให้ไว้ ตราบใดที่ทองยืน 1263-1270 เหรียญไม่ได้ยังมองการปรับฐานลงสั้นๆอีกครั้งในสัปดาห์หน้าเพื่อซื้อสะสมของจริง คืนนี้ตัวเลขประกาศไม่มากและไม่ค่อยสำคัญจึงแนะนำการขายเมื่อราคาดีดตัวในโซน 1260-1270 เหรียญ ถ้ายืน 1270 เหรียญได้ถึงมองขึ้น นอกจากเหนือจากนี้มองเป็น SIDEWAY DOWN http://www.sctgold.com https://www.facebook.com/SCTGOLD SCT GOLD OFFICIAL LINE : @sctgold บริษัท ซินเนอร์จี้ คอมโมดิตี้ส์ เทรด จำกัด 15-12-17.pdf
  9. 1 คะแนน
  10. 1 คะแนน
    รายช.ม. กราฟตาแป๊ะรายวัน กราฟตาแป๊ะซ้ายบน เส้นสีแดง-----ขึ้น เส้นขาว----หาทิศทาง เส้นสีเขียว------ลง ขวาบน เส้นสีแดง---เสนอซื้อมากกว่าเสนอขาย เส้นสีเขียว---เสนอขายมากกว่าเสนอซื้อ ส่วนช่วงกลางที่มีแท่งสีแดงกับเขียวนั้น แท่งแดง---แรงซื้อขึ้น แท่งเขียว---แรงขายลง ขวาช่องสอง แท่งเหลืองคู่เส้นแดง---ขาขึ้น แท่งฟ้าคู่เส้นเขียว---ขาลง โดยปกติ ช่องนี้จะเปลี่ยนแนวโน้มช้ากว่าเพื่อน หากเปลี่ยนแนวโน้มเมื่อไหร่ เขาให้ขายออกหรือซื้อเข้าได้ทันที่ ยกเว้นมีปัจจัยพื้นฐานแรงๆแทรกเข้ามา จึงจะทำให้แนวโน้มกลับเปลี่ยนได้โดยกะทันหัน ซ้ายช่องสอง หน้าเหลืองแป๊ะยิ้ม---ขาขึ้น หน้าแดงแป๊ะร้องไห้---ขาลง แท่งสีเขียว---เพดาน แท่งสีแดง---พื้นดินโดยปกติ ช่องนี้จะส่งสัญญาณว่า กำลังจะเปลี่ยนแนวทางแล้วนะ แต่ยังไม่เต็มร้อย อาจมีการเปลี่ยนแปลงโดยกะทันหันก็ได้ ต้องดูซ้ายบนและขวาช่อง๒ประกอบด้วย จึงจะให้ความมั่นใจได้
  11. 1 คะแนน
    SCT Market Watch : บทวิเคราะห์ราคาทองคำและกลยุทธ์การลงทุนประจำวันที่ 14 ธันวาคม 2560 ราคาทองคำฟื้นตัวขึ้นมาหลังจากตลาดซึมซับข่าวการขึ้นดอกเบี้ยของเฟดที่ 0.25% และปีหน้าจะมีการขึ้นดอกเบี้ยเพียงแค่ 3 ครั้งเหมือนปีนี้จึงถือเป็นข่าวดีกับทองคำ ในระยะสั้นในเชิงเทคนิคให้จับตาว่าทองจะสามารถยืนระดับที่ 1260-1263 เหรียญได้หรือไม่ หากไม่ได้สามารถเปิดสถานะชอตหรือขายทำกำไรลดพอร์ต เพราะทองอาจจะลงต่อ และคืนนี้ทองยังต้องพิสูจน์ตัวเองกับตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯหลายตัวที่คาดว่าอาจจะเป็นลบกับราคาทอง โดยเฉพาะตัวเลขรายปลีก นอกจากนี้ยังมีการประชุมของ EU กับอังกฤษที่ผลการแถลงการณ์จะมีผลต่อค่าเงิน EURO และ USD ดังนั้นใน 1-2 วันนี้ตลาดจะบอกว่าทองจบการลงที่ 1236 เหรียญแล้วหรือยัง? จับตา 1260/1270 เหรียญเช่นเดิม ภาพระยะกลางยังเป็น SW DOWN ไปก่อน กลยุทธ์แนะนำเล่นสั้น SIDEWAYS ในกราฟรายชั่วโมง กรอบ 1242-1263 เหรียญ ขึ้นขายลงซื้อคืน STOPLOSS ของวันนี้ 1263 หรือ 1271 เหรียญ ยืนระดับดังกล่าวไม่ได้อาจจะลงต่อ ลดพอร์ตฝั่งซื้อไปก่อนเช่นเดิม ส่วนคนมือเปล่ารอย่อลงแรงๆอีกทีให้ซื้อเก็บไปขายช่วงปีใหม่ ตรุษจีนได้ http://www.sctgold.com https://www.facebook.com/SCTGOLD SCT GOLD OFFICIAL LINE : @sctgold บริษัท ซินเนอร์จี้ คอมโมดิตี้ส์ เทรด จำกัด 14-12-17.pdf
  12. 1 คะแนน
    World Markets: สรุปภาวะตลาดหุ้น น้ำมัน ทองคำ และตลาดเงินต่างประเทศ ข่าวหุ้น-การเงิน สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ) -- พฤหัสบดีที่ 14 ธันวาคม 2560 07:35:12 น. ดัชนีและภาวะตลาดหุ้น น้ำมัน ทองคำ และตลาดเงินต่างประเทศ ประจำวันที่ 13 ธ.ค. 2560 -- ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดบวกเมื่อคืนนี้ (13 ธ.ค.) หลังจากธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) มีมติปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยระยะสั้น 0.25% ตามคาดในการประชุมเมื่อวานนี้ พร้อมกับปรับเพิ่มคาดการณ์การขยายตัวทางเศรษฐกิจของสหรัฐทั้งในปีนี้และปีหน้า อย่างไรก็ตาม ดัชนี S&P500 ปิดตลาดในแดนลบ เนื่องจากหุ้นกลุ่มธนาคารร่วงลง หลังจากคณะกรรมการเฟดส่งสัญญาณว่าจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีกเพียง 3 ครั้งในปีหน้า ซึ่งไม่เปลี่ยนแปลงจากการคาดการณ์ก่อนหน้านี้ ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 24,585.43 จุด เพิ่มขึ้น 80.63 จุด หรือ +0.33% ดัชนี Nasdaq ปิดที่ 6,875.80 จุด เพิ่มขึ้น 13.48 จุด หรือ +0.20% ดัชนี S&P500 ปิดที่ 2,662.85 จุด ลดลง 1.26 จุด หรือ -0.05% -- ตลาดหุ้นยุโรปปิดลบเมื่อคืนนี้ (13 ธ.ค.) เนื่องจากนักลงทุนวิตกกังวลเกี่ยวกับการเลือกตั้งของอิตาลีในปีหน้า ซึ่งส่งผลให้ดัชนี FTSE MIB ตลาดหุ้นอิตาลีร่วงลงอย่างหนักถึง 1.4% ขณะที่หุ้นกลุ่มธนาคารปรับตัวลงจากความกังวลดังกล่าวเช่นกัน นอกจากนี้ นักลงทุนยังชะลอการซื้อขายก่อนที่จะทราบผลการประชุมของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) โดยตลาดหุ้นยุโรปปิดทำการไปก่อนที่คณะกรรมการเฟดจะแถลงมติการประชุม ดัชนี Stoxx Europe 600 ลดลง 0.2% ปิดที่ 390.70 จุด ดัชนี DAX ตลาดหุ้นเยอรมันปิดที่ 13,125.64 จุด ลดลง 57.89 จุด หรือ -0.44% ดัชนี CAC-40 ตลาดหุ้นฝรั่งเศสปิดที่ 5,399.45 จุด ลดลง 27.74 จุด หรือ -0.51% ดัชนี FTSE 100 ตลาดหุ้นลอนดอนปิดที่ 7,496.51 จุด ลดลง 3.90 จุด หรือ -0.05% -- ตลาดหุ้นลอนดอนปิดขยับลงเมื่อคืนนี้ (13 ธ.ค.) หลังสหราชอาณาจักรเปิดเผยข้อมูลเศรษฐกิจที่บ่งชี้ว่า อัตราค่าจ้างในอังกฤษยังคงถูกกดดันอย่างต่อเนื่อง ดัชนี FTSE 100 ลดลง 3.90 จุด หรือ -0.05% ปิดที่ 7,496.51 จุด -- สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดลบเมื่อคืนนี้ (13 ธ.ค.) หลังจากสำนักงานสารสนเทศด้านการพลังงานของรัฐบาลสหรัฐ (EIA) เปิดเผยว่า สหรัฐผลิตน้ำมันเพิ่มขึ้นในสัปดาห์ที่ผ่านมา ขณะที่สต็อกน้ำมันเบนซินเพิ่มขึ้นมากกว่าที่คาดการณ์ไว้ สัญญาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนม.ค. ลดลง 54 เซนต์ หรือ 1% ปิดที่ 56.60 ดอลลาร์/บาร์เรล สัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ส่งมอบเดือนก.พ. ลดลง 90 เซนต์ หรือ 1.4% ปิดที่ 62.44 ดอลลาร์/บาร์เรล -- สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดดีดตัวขึ้นเมื่อคืนนี้ (13 ธ.ค.) หลังจากธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) มีมติปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยระยะสั้น 0.25% ตามคาด ในการประชุมเมื่อวานนี้ และส่งสัญญาณว่าจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีกเพียง 3 ครั้งในปีหน้า ซึ่งไม่เปลี่ยนแปลงจากการคาดการณ์ก่อนหน้านี้ สัญญาทองคำตลาด COMEX (Commodity Exchange) ส่งมอบเดือนก.พ.เพิ่มขึ้น 6.9 ดอลลาร์ หรือ 0.56% ปิดที่ระดับ 1248.60 ดอลลาร์/ออนซ์ สัญญาโลหะเงินส่งมอบเดือนมี.ค.เพิ่มขึ้น 20.1 เซนต์ หรือ 1.28% ปิดที่ 15.869 ดอลลาร์/ออนซ์ สัญญาพลาตินัมส่งมอบเดือนม.ค.ลดลง 30 เซนต์ หรือ 0.03% ปิดที่ 875.40 ดอลลาร์/ออนซ์ สัญญาพัลลาเดียมส่งมอบเดือนมี.ค.เพิ่มขึ้น 1.70 ดอลลาร์ หรือ 0.2% ปิดที่ 1,004.05 ดอลลาร์/ออนซ์ -- สกุลเงินดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับเงินสกุลหลักๆ ในการซื้อขายที่ตลาดนิวยอร์กเมื่อคืนนี้ (13 ธ.ค.) หลังสหรัฐเปิดเผยข้อมูลเงินเฟ้อที่สอดคล้องกับตัวเลขคาดการณ์ ขณะที่ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) มีมติปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยระยะสั้น 0.25% พร้อมกับส่งสัญญาณปรับขึ้นดอกเบี้ย 3 ครั้งในปีหน้า ซึ่งไม่เปลี่ยนแปลงจากที่คาดการณ์ก่อนหน้านี้ ยูโรแข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ที่ระดับ 1.1789 ดอลลาร์ จากระดับ 1.1739 ดอลลาร์ ขณะที่ดอลลาร์อ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับเยน ที่ระดับ 112.83 เยน จากระดับ 113.55 เยน ดัชนี NASDAQ ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดที่ 6,875.80 จุด เพิ่มขึ้น 13.48 จุด, +0.20% ดัชนี DJIA ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดที่ 24,585.43 จุด เพิ่มขึ้น 80.63 จุด, +0.33% ดัชนี S&P500 ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดที่ 2,662.85 จุด ลดลง 1.26 จุด, -0.05% ดัชนี CAC-40 ตลาดหุ้นฝรั่งเศสปิดที่ 5,399.45 จุด ลดลง 27.74 จุด, -0.51% ดัชนี DAX ตลาดหุ้นเยอรมันปิดที่ 13,125.64 จุด ลดลง 57.89 จุด, -0.44% ดัชนี FTSE 100 ตลาดหุ้นลอนดอนปิดที่ 7,496.51 จุด ลดลง 3.90 จุด, -0.05% ดัชนี SENSEX ตลาดหุ้นอินเดียปิดที่ 33,053.04 จุด ลดลง 174.95 จุด, -0.53% ดัชนี FTSE STI ตลาดหุ้นสิงคโปร์ปิดที่ 3,468.77 จุด เพิ่มขึ้น 3.23 จุด, +0.09% ดัชนี FBMKLCI ตลาดหุ้นมาเลเซียปิดที่ 1,737.66 จุด เพิ่มขึ้น 8.09 จุด, +0.47% ดัชนี Jakarta Composite ตลาดหุ้นอินโดนีเซียปิดที่ 6,054.60 จุด เพิ่มขึ้น 22.23 จุด, +0.37% ดัชนี HSI ตลาดหุ้นฮ่องกงปิดที่ 29,222.10 จุด เพิ่มขึ้น 428.22 จุด, +1.49% ดัชนี VN ตลาดหุ้นเวียดนามปิดที่ 924.40 จุด ลดลง 2.85 จุด, -0.31% ดัชนี PSE Composite ตลาดหุ้นฟิลิปปินส์ปิดที่ 8,359.61 จุด เพิ่มขึ้น 25.55 จุด, +0.31% ดัชนี SSE Composite ตลาดหุ้นจีนปิดวันนี้ที่ 3,303.04 จุด เพิ่มขึ้น 22.23 จุด, +0.68% ดัชนี KOSPI ตลาดหุ้นเกาหลีใต้ปิดที่ 2,480.55 จุด เพิ่มขึ้น 19.55 จุด, +0.79% ดัชนี NIKKEI 225 ตลาดหุ้นญี่ปุ่นปิดที่ 22,758.07 จุด ลดลง 108.10 จุด, -0.47% ดัชนี TAIEX ตลาดหุ้นไต้หวันปิดที่ 10,470.70 จุด เพิ่มขึ้น 27.42 จุด, +0.26% ดัชนี S&P/ASX 200 ตลาดหุ้นออสเตรเลียปิดที่ 6,021.80 จุด เพิ่มขึ้น 8.60 จุด, +0.14% ดัชนี ALL ORDINARIES ตลาดหุ้นออสเตรเลียปิดที่ 6,103.10 จุด เพิ่มขึ้น 10.00 จุด, +0.16% --อินโฟเควสท์ แปลและเรียบเรียงโดย คมปทิต สกุลหวง/รัตนา โทร.02-2535000 ต่อ 327 อีเมล์: ratana@infoquest.co.th-- อ่านต่อได้ที่ : http://www.ryt9.com/s/iq20/2754247 World Today: สรุปข่าวประเด็นน่าติดตามประจำวันที่ 14 ธันวาคม 2560 ข่าวเศรษฐกิจ สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ) -- พฤหัสบดีที่ 14 ธันวาคม 2560 09:00:56 น. -- คณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงิน (FOMC) ของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) มีมติปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยระยะสั้น 0.25% สู่ระดับ 1.25-1.50% ในการประชุมเมื่อวานนี้ ตามที่ตลาดการเงินคาดการณ์ไว้ พร้อมกับส่งสัญญาณปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 3 ครั้งในปี 2561 และอีก 3 ครั้งในปี 2562 ซึ่งไม่เปลี่ยนแปลงจากคาดการณ์ก่อนหน้านี้ ก่อนที่จะแตะ 2.8% ซึ่งเป็นอัตราดอกเบี้ยระยะยาว ขณะเดียวกัน เฟดปรับเพิ่มตัวเลขคาดการณ์การขยายตัวทางเศรษฐกิจของสหรัฐสู่ระดับ 2.5% ในปีนี้ จาก 2.4% ซึ่งเป็นตัวเลขคาดการณ์ในเดือนก.ย. ส่วนในปี 2561, 2562 และ 2563 อยู่ที่ระดับ 2.5%, 2.1% และ 2.0% จากคาดการณ์เดิมที่ 2.1%, 2.0% และ 1.8% ตามลำดับ ขณะที่อัตราการขยายตัวในระยะยาวอยู่ที่ระดับ 1.8% -- ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ได้ออกแถลงการณ์ภายหลังการประชุมคณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงิน (FOMC) ซึ่งเสร็จสิ้นลงเมื่อวานนี้ (13 ธ.ค.) ว่า ข้อมูลที่ได้รับนับตั้งแต่ที่คณะกรรมการ FOMC ประชุมกันในเดือนพ.ย.บ่งชี้ว่า ตลาดแรงงานยังคงมีความแข็งแกร่ง และกิจกรรมทางเศรษฐกิจปรับตัวขึ้นในระดับที่แข็งแกร่งเช่นกัน โดยแม้ว่าเกิดผลกระทบจากพายุเฮอร์ริเคน แต่ตัวเลขการจ้างงานโดยเฉลี่ยปรับตัวขึ้นอย่างแข็งแกร่ง และอัตราว่างงานยังคงปรับตัวลดลง ขณะที่การใช้จ่ายภาคครัวเรือนมีการขยายตัวปานกลาง และการขยายตัวด้านการลงทุนในสินทรัพย์ถาวรของภาคธุรกิจเริ่มกระเตื้องขึ้นในช่วงหลายไตรมาสที่ผ่านมา -- นางเจเน็ต เยลเลน ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ได้แถลงข่าวต่อสื่อมวลชนภายหลังการประชุมคณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงิน (FOMC) ของธนาคารกลางสหรัฐเมื่อวานนี้ว่า "โดยทั่วไปแล้ว กรรมการเฟดมองว่า การเปลี่ยนแปลงนโยบายภาษีมีแนวโน้มที่จะเป็นปัจจัยสนับสนุนเศรษฐกิจให้ขยายตัวขึ้นเล็กน้อย ขณะที่กรรมการเฟดหลายคนมองว่า นโยบายภาษียังคงอยู่ในภาวะที่ไม่แน่นอน" นอกจากนี้ นางเยลเลนยังได้แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับสกุลเงินบิตคอยน์ว่า "บิตคอยน์เป็นสินทรัพย์ที่มีการเก็งกำไรสูง และมีบทบาทน้อยมากต่อระบบการชำระหนี้ นอกจากนี้ บิตคอยน์ยังเป็นสกุลเงินที่ไม่มีเสถียรภาพ" -- สำหรับความคืบหน้าล่าสุดเกี่ยวกับร่างกฎหมายปฏิรูปภาษีของสหรัฐ นายออร์ริน แฮทช์ ประธานคณะกรรมาธิการการเงินประจำวุฒิสภาสหรัฐ กล่าวเมื่อคืนนี้ว่า สมาชิกพรรครีพับลิกันในสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐและวุฒิสภา สามารถบรรลุข้อตกลงเกี่ยวกับร่างกฎหมายปฏิรูปภาษีแล้ว ทั้งนี้ ต่อข้อถามที่ว่า สภาผู้แทนราษฎรสหรัฐและวุฒิสภาสามารถบรรลุข้อตกลงในการขจัดความเห็นที่แตกต่างกันเกี่ยวกับร่างกฎหมายปฏิรูปภาษีของทั้ง 2 สภาใช่หรือไม่ นายแฮทช์กล่าวว่า ใช่ และผมคิดว่าเราได้ข้อตกลงแล้ว -- มูลค่าตลาดของสกุลเงินดิจิทัลทั้งหมดในระบบพุ่งทะลุ 5 แสนล้านดอลลาร์เป็นครั้งแรกเมื่อคืนนี้ ซึ่งสูงกว่ามูลค่าตลาดของบริษัทเบิร์กเชียร์ แฮธาเวย์ของนายวอร์เรน บัฟเฟทท์ ซึ่งอยู่ที่ระดับ 4.91 แสนล้านดอลลาร์ และมากกว่ามูลค่าตลาดของซิตี้กรุ๊ป และเวลส์ ฟาร์โกรวมกัน ซึ่งมีมูลค่าตลาดอยู่ที่ระดับ 2.01 แสนล้านดอลลาร์ และ 2.97 แสนล้านดอลลาร์ตามลำดับ -- รัฐบาลเกาหลีใต้จัดการประชุมฉุกเฉินเมื่อวานนี้ โดยรัฐบาลระบุว่ากำลังพิจารณาจัดเก็บภาษีกำไรจากการซื้อขายสกุลเงินดิจิทัล และประกาศห้ามผู้ที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะทำการเปิดบัญชีกับตลาดซื้อขายสกุลเงินดิจิทัล นอกจากนี้ รัฐบาลจะยังคงคำสั่งห้ามสถาบันการเงินทำการซื้อขายสกุลเงินดิจิทัล ขณะเดียวกัน ตลาดซื้อขายสกุลเงินดิจิทัลในเกาหลีใต้จะต้องปฏิบัติตามกฎข้อบังคับในการปกป้องนักลงทุน และทำการเปิดเผยคำสั่งเสนอซื้อ/เสนอขายทุกรายการ อย่างไรก็ดี คำสั่งดังกล่าวของรัฐบาลยังคงต้องผ่านการอนุมัติจากรัฐสภาเกาหลีใต้ -- เจ้าหน้าที่จากกรมสรรพากรของอินเดียบุกตรวจค้นสำนักงานของตลาดซื้อขายบิตคอยน์ทั่วประเทศเมื่อวานนี้ เนื่องจากต้องสงสัยว่าทำการเลี่ยงภาษี เจ้าหน้าที่ได้บุกตรวจค้นตลาดซื้อขายบิตคอยน์อย่างน้อย 8 แห่งในหลายเมือง เช่น นิวเดลี เบงกาลูรู ไฮเดอร์ราบัด และโคชิ ซึ่งแม้เจ้าหน้าที่ไม่ได้จับกุมตัวผู้ใด แต่ก็มีการยึดเอกสารจำนวนหนึ่ง เพื่อตรวจสอบว่าตลาดเหล่านี้ละเมิดกฎหมายของอินเดีย และหลีกเลี่ยงการจ่ายภาษีหรือไม่ -- องค์การความร่วมมืออิสลาม (OIC) ได้จัดการประชุมฉุกเฉินเมื่อวานนี้ที่เมืองอิสตันบูลของตุรกี โดยที่ประชุมได้ออกปฏิญญาประกาศรับรองให้กรุงเยรูซาเลมฝั่งตะวันออกเป็นเมืองหลวงของปาเลสไตน์ และได้เชิญชวนให้ทุกประเทศให้การรับรองรัฐปาเลสไตน์ ซึ่งมีกรุงเยรูซาเลมฝั่งตะวันออกเป็นเมืองหลวง นอกจากนี้ ปฏิญญาดังกล่าวยังระบุว่า การที่สหรัฐตัดสินใจให้การรับรองกรุงเยรูซาเลมเป็นเมืองหลวงของอิสราเอล ถือเป็นการส่งสัญญาณว่า สหรัฐได้ถอนตัวจากการมีบทบาทเป็นผู้สนับสนุนกระบวนการสันติภาพในตะวันออกกลาง -- กระทรวงแรงงานสหรัฐเปิดเผยว่า ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) เพิ่มขึ้น 0.4% ในเดือนพ.ย. สอดคล้องกับตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ หลังจากขยับขึ้น 0.1% ในเดือนต.ค. ทั้งนี้ ดัชนี CPI ได้รับแรงหนุนจากการพุ่งขึ้นของราคาน้ำมัน ขณะที่ราคาอาหารทรงตัวเป็นเดือนที่ 2 -- จับตาธนาคารกลางฟิลิปปินส์ประชุมนโยบายการเงินและแถลงมติอัตราดอกเบี้ย เวลา 15.00 น. ของวันนี้ตามเวลาไทย และธนาคารกลางอินโดนีเซียประชุมนโยบายการเงินและแถลงมติอัตราดอกเบี้ย เวลา 16.00 น. ของวันนี้ -- จับตาธนาคารกลางยุโรป (ECB) ประชุมนโยบายการเงินและแถลงมติอัตราดอกเบี้ยวันนี้เวลา 19.45 น. ตามเวลาไทย คาดว่าการประชุมดังกล่าวจะมีการเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับวิธีการที่ทาง ECB จะปรับลดปริมาณการซื้อสินทรัพย์รายเดือนลง ซึ่งการดำเนินการดังกล่าวจะเริ่มมีผลบังคับใช้ในช่วงเดือนม.ค. 2561 สำหรับการประชุมครั้งล่าสุดเมื่อเดือนต.ค. ที่ประชุมมีมติคงอัตราดอกเบี้ยนโยบาย ซึ่งเป็นอัตราดอกเบี้ยรีไฟแนนซ์ ที่ระดับ 0% ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ พร้อมกับคงอัตราดอกเบี้ยเงินฝากที่ธนาคารพาณิชย์ฝากไว้กับ ECB ที่ระดับ -0.4% และได้คงอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ที่ระดับ 0.25% ขณะเดียวกัน ECB ระบุว่า จะต่อเวลาโครงการซื้อพันธบัตรตามมาตรการ QE ไปจนถึงเดือนก.ย.ปีหน้า แต่จะลดวงเงินลงสู่ระดับ 3 หมื่นล้านยูโร/เดือน จากระดับปัจจุบันที่ 6 หมื่นล้านยูโร/เดือน โดยจะเริ่มมีผลตั้งแต่เดือนม.ค. ปีหน้าเป็นต้นไป -- จับตาธนาคารกลางอังกฤษประชุมนโยบายการเงินและแถลงมติอัตราดอกเบี้ย เวลา 19.00 น. ของวันนี้ตามเวลาไทย สำหรับการประชุมครั้งล่าสุดเมื่อเดือนพ.ย. ธนาคารกลางอังกฤษ (BoE) มีมติด้วยคะแนนเสียง 7-2 เห็นพ้องให้ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบาย 0.25% สู่ระดับ 0.50% ในการประชุมกำหนดนโยบายการเงิน การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยดังกล่าวถือเป็นครั้งแรกในรอบกว่า 10 ปี หลังจากที่ BoE ได้ประกาศปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยครั้งสุดท้ายในเดือนก.ค.2550 -- จับตารายงานข้อมูลเศรษฐกิจจากประเทศต่างๆในวันนี้ โดยทางการจีนมีกำหนดการรายงานตัวเลขการผลิตภาคอุตสาหกรรมเดือนพ.ย. และยอดค้าปลีกเดือนพ.ย. เวลา 09.00 น. ของวันนี้ตามเวลาไทย และตัวเลขการลงทุนในสินทรัพย์ถาวรเดือนพ.ย. เวลา 09.30 น. -- ทางการญี่ปุ่นเตรียมเปิดเผยตัวเลขการผลิตภาคอุตสาหกรรมเดือนต.ค. เวลา 11.30 น. ของวันนี้ตามเวลาไทย -- สำหรับข้อมูลเศรษฐกิจฝั่งยุโรป ฝรั่งเศสเตรียมรายงานอัตราเงินเฟ้อเดือนพ.ย. เวลา 14.45 น. ของวันนี้ตามเวลาไทย ตามมาด้วยดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิต-บริการเบื้องต้นเดือนธ.ค.จากมาร์กิต เวลา 15.00 น. รายงานล่าสุดอย่างเป็นทางการระบุว่า ดัชนี PMI รวมภาคผลิต-บริการของฝรั่งเศสเดือนพ.ย.อยู่ที่ 60.3 เพิ่มขึ้นจากระดับ 57.4 เมื่อเดือนต.ค. -- เยอรมนีเตรียมรายงานดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิต-บริการเบื้องต้นเดือนธ.ค. เวลา 15.30 น. ของวันนี้ตามเวลาไทย รายงานล่าสุดอย่างเป็นทางการระบุว่า ดัชนี PMI รวมภาคผลิต-บริการเดือนพ.ย.ของเยอรมนีอยู่ที่ 57.3 เพิ่มขึ้นจากระดับ 56.6 เมื่อเดือนต.ค. -- ยูโรโซนเตรียมรายงานดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิต-บริการเบื้องต้นเดือนธ.ค. เวลา 16.00 น. ของวันนี้ตามเวลาไทย รายงานล่าสุดอย่างเป็นทางการระบุว่า ดัชนี PMI รวมภาคผลิต-บริการเดือนพ.ย.ของยูโรโซนอยู่ที่ 57.5 เพิ่มขึ้นจากระดับ 56.0 เมื่อเดือนต.ค. แต่ทรงตัวเมื่อเทียบกับตัวเลขเบื้องต้นที่ 57.5 -- จับตาข้อมูลเศรษฐกิจที่สำคัญของสหรัฐในสัปดาห์นี้ ซึ่งได้แก่ จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์, ราคานำเข้าและส่งออกเดือนพ.ย., ยอดค้าปลีกเดือนพ.ย., ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคบริการเบื้องต้นเดือนธ.ค.จากมาร์กิต, ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิตเบื้องต้นเดือนธ.ค.จากมาร์กิต, สต็อกสินค้าคงคลังภาคธุรกิจเดือนต.ค., ดัชนีภาคการผลิต (Empire State Manufacturing Index) เดือนธ.ค.จากเฟดนิวยอร์ก และการผลิตภาคอุตสาหกรรมเดือนพ.ย. --อินโฟเควสท์ แปลและเรียบเรียงโดย กนิษฐนุช สิริสุทธิ์/รัตนา โทร.02-2535000 ต่อ 327 อีเมล์: ratana@infoquest.co.th-- อ่านต่อได้ที่ : http://www.ryt9.com/s/iq29/2754331 เยลเลน เผยนโยบายภาษีช่วยหนุนเศรษฐกิจเพียงเล็กน้อย ชี้บิตคอยน์เป็นสกุลเงินที่ไม่มีเสถียรภาพ ข่าวเศรษฐกิจ สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ) -- พฤหัสบดีที่ 14 ธันวาคม 2560 08:49:28 น. นางเจเน็ต เยลเลน ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ได้แถลงข่าวต่อสื่อมวลชนภายหลังการประชุมคณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงิน (FOMC) ของธนาคารกลางสหรัฐเมื่อวานนี้ว่า "โดยทั่วไปแล้ว กรรมการเฟดมองว่า การเปลี่ยนแปลงนโยบายภาษีมีแนวโน้มที่จะเป็นปัจจัยสนับสนุนเศรษฐกิจให้ขยายตัวขึ้นเล็กน้อย ขณะที่กรรมการเฟดหลายคนมองว่า นโยบายภาษียังคงอยู่ในภาวะที่ไม่แน่นอน" สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า ในระหว่างการแถลงครั้งนี้ นางเยลเลนได้กล่าวอย่างระมัดระวังว่า การแสดงความเห็นครั้งล่าสุดนี้ไม่ควรถูกนำไปตีความว่าเป็นการประเมินเกี่ยวกับผลกระทบของนโยบายภาษี พร้อมกับเน้นย้ำว่า ผลกระทบดังกล่าวยังคงไม่แน่นอน นางเยลเลนยังกล่าวด้วยว่า กรรมการเฟด ซึ่งรวมถึงตัวเธอเองด้วยนั้น เชื่อว่านโยบายภาษีจะช่วยหนุนตัวเลขผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ให้ขยายตัวขึ้น "เพียงเล็กน้อย" ในช่วงไม่กี่ปีข้างหน้านี้ และด้วยการคาดการณ์ดังกล่าว ทำให้เฟดยังคงระดับคาดการณ์อัตราเงินเฟ้อ และคงระดับการคาดการณ์การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยไว้เท่าเดิมเช่นกัน ทั้งนี้ เฟดคาดการณ์ว่าอัตราเงินเฟ้อในสหรัฐจะขยายตัว 1.7% ในปี 2560 และขยายตัว 1.9% ในปี 2561 นอกจากนี้ เฟดยังส่งสัญญาณว่าจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีก 3 ครั้งในปี 2561 ซึ่งตัวเลขคาดการณ์ทั้งหมดนี้ ไม่เปลี่ยนแปลงไปจากที่ได้คาดการณ์ไว้ในเดือนก.ย. นางเยลเลนตั้งข้อสังเกตว่า อัตราเงินเฟ้อที่ซบเซาถือเป็นหนึ่งในปัจจัยเสี่ยงที่คณะกรรมการกำหนดนโยบายของเฟดกำลังเผชิญอยู่ อย่างไรก็ตาม นางเยลเลนกล่าวว่า กรรมการเฟดยังคงเชื่อว่าปัจจัยเสี่ยงดังกล่าวซึ่งจะกดดันอัตราเงินเฟ้อให้อ่อนแรงลงในปีนี้ จะเป็นเพียงปัจจัยชั่วคราว โดยกรรมการเฟดยังคงคาดการณ์ว่า ในระยะกลางนี้ อัตราเงินเฟ้อจะปรับตัวขึ้นสู่เป้าหมายของเฟดที่ระดับ 2% นอกจากนี้ นางเยลเลนยังได้แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับสกุลเงินบิตคอยน์ว่า "บิตคอยน์เป็นสินทรัพย์ที่มีการเก็งกำไรสูง และมีบทบาทน้อยมากต่อระบบการชำระหนี้ นอกจากนี้ บิตคอยน์ยังเป็นสกุลเงินที่ไม่มีเสถียรภาพ" --อินโฟเควสท์ แปลและเรียบเรียงโดย รัตนา พงศ์ทวิช/ปรียพรรณ โทร.02-2535000 ต่อ 338 อีเมล์: preeyapan@infoquest.co.th-- อ่านต่อได้ที่ : http://www.ryt9.com/s/iq27/2754325 ภาวะตลาดหุ้นไทย: แกว่งตัว ลดความผันผวนหลังเฟดขึ้นดบ.ตามคาด-หวังแรงซื้อ Big cap หนุนดัชนีทดสอบ 1,711-1,715 จุด ข่าวหุ้น-การเงิน สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ) -- พฤหัสบดีที่ 14 ธันวาคม 2560 08:55:35 น. นักวิเคราะห์ฯคาดดัชนีหุ้นไทยเช้านี้แกว่งตัว ลดความผันผวนหลังจากเฟดปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.25% ตามตลาดคาดการณ์ ขณะที่ยังมีเม็ดเงินจากกองทุน LTF/RMF เข้ามาลงทุนต่อเนื่อง รวมถึงแรงซื้อหุ้นในขนาดใหญ่น่าจะหนุนให้ดัชนี SET50 มีโอกาสทะลุ 1,107 จุด ทำระดับสูงสุดใหม่ ผลักดันให้ดัชนี SET มีโอกาสทดสอบ 1,711-1,715 จุดได้ หลังตัวเลขเศรษฐกิจของไทยยังมีแนวโน้มเป็นบวก รวมถึงการปรับพอร์ตลงทุนหลังตลาดหลักทรัพย์ฯ ประกาศรายชื่อหุ้นที่ใช้สำหรับคำนวณดัชนี SET50 ดัชนี SET100 ในช่วงครึ่งปีแรกของปี 61 และการจะทบทวนรายชื่อหลักทรัพย์ชุดใหม่ที่จะใช้ในการคำนวณ FTSE SET Index พร้อมให้แนวต้านที่ระดับ 1,711-1,715 จุด และแนวรับที่ 1,700 และ 1,695 จุด นายคณฆัส จิรเสวีนุประพันธ์ ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัยและบริการการลงทุน บล.โนมูระ พัฒนสิน กล่าวว่า ดัชนีหุ้นไทยเช้านี้แกว่งตัว แต่มีความผันผวนลดลงหลังธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.25% ตามคาด พร้อมส่งสัญญาณปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 3 ครั้งในปี 61 ซึ่งสอดคล้องกับของโนมูระฯ ที่คาดว่าเฟดจะขึ้นดอกเบี้ยอีก 3 ครั้งในปีหน้าเช่นกัน หลังแนวโน้มเศรษฐกิจสหรัฐยังมีทิศทางเป็นบวก ขณะที่ตลาดหุ้นภูมิภาคเช้านี้เคลื่อนไหวในทิศทางที่เป็นบวก แต่ไม่หวือหวามากนัก สำหรับปัจจัยในประเทศยังมีทิศทางที่ดี จากตัวเลขเศรษฐกิจที่เป็นบวก และกองทุนในประเทศยังคงซื้อสุทธิในตลาดหุ้นไทย จากเม็ดเงินกองทุนรวมหุ้นระยะยาว (LTF) และกองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ (RMF) ที่มีเข้ามาต่อเนื่อง แม้นักลงทุนต่างชาติยังอยู่ในทิศทางการขายสุทธิก็ตาม ทั้งนี้ ต้องจับตามแรงซื้อที่มีเข้ามาในหุ้น Big Cap ว่าจะสามารถผลักดันให้ดัชนี SET50 ทะลุ 1,107 จุด ซึ่งจะเป็นระดับ All Time High หลังจากในช่วง 1-2 วันที่ผ่านมาเริ่มมีแรงซื้อในหุ้นขนาดใหญ่เข้ามา เช่น กลุ่มสื่อสาร โดยหากดัชนี SET50 ทะลุระดับ 1,107 จุด ก็จะช่วยหนุน Sentiment เชิงบวกผลักดันให้ดัชนี SET ปรับขึ้นทดสอบระดับ 1,711-1,715 จุด ขณะที่คาดว่าจะมีการปรับพอร์ตการลงทุน หลังจากที่ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ประกาศรายชื่อหลักทรัพย์ใช้สำหรับคำนวณดัชนี SET50 ดัชนี SET100 ในช่วงครึ่งปีแรกของปี 61 ออกมาแล้ว และจับตาการทบทวนรายชื่อหลักทรัพย์ชุดใหม่ที่จะใช้ในการคำนวณ FTSE SET Index ซึ่งจะมีผลในกลางเดือนธ.ค.นี้ พร้อมให้แนวรับบริเวณ 1,700 และ 1,695 จุด และแนวต้าน 1,711-1,715 จุด --อินโฟเควสท์ โดย วิลาวัลย์ พงษ์พิทักษ์/เสาวลักษณ์ โทร.02-2535000 ต่อ 353 อีเมล์: saowalak@infoquest.co.th-- อ่านต่อได้ที่ : http://www.ryt9.com/s/iq05/2754327
  13. 1 คะแนน
  14. 1 คะแนน
    กราฟตาแป๊ะรายวัน กราฟตาแป๊ะซ้ายบน เส้นสีแดง-----ขึ้น เส้นขาว----หาทิศทาง เส้นสีเขียว------ลง ขวาบน เส้นสีแดง---เสนอซื้อมากกว่าเสนอขาย เส้นสีเขียว---เสนอขายมากกว่าเสนอซื้อ ส่วนช่วงกลางที่มีแท่งสีแดงกับเขียวนั้น แท่งแดง---แรงซื้อขึ้น แท่งเขียว---แรงขายลง ขวาช่องสอง แท่งเหลืองคู่เส้นแดง---ขาขึ้น แท่งฟ้าคู่เส้นเขียว---ขาลง โดยปกติ ช่องนี้จะเปลี่ยนแนวโน้มช้ากว่าเพื่อน หากเปลี่ยนแนวโน้มเมื่อไหร่ เขาให้ขายออกหรือซื้อเข้าได้ทันที่ ยกเว้นมีปัจจัยพื้นฐานแรงๆแทรกเข้ามา จึงจะทำให้แนวโน้มกลับเปลี่ยนได้โดยกะทันหัน ซ้ายช่องสอง หน้าเหลืองแป๊ะยิ้ม---ขาขึ้น หน้าแดงแป๊ะร้องไห้---ขาลง แท่งสีเขียว---เพดาน แท่งสีแดง---พื้นดินโดยปกติ ช่องนี้จะส่งสัญญาณว่า กำลังจะเปลี่ยนแนวทางแล้วนะ แต่ยังไม่เต็มร้อย อาจมีการเปลี่ยนแปลงโดยกะทันหันก็ได้ ต้องดูซ้ายบนและขวาช่อง๒ประกอบด้วย จึงจะให้ความมั่นใจได้
  15. 1 คะแนน
    5,35,9. ของราคาทอง ยังคงเป็นแนวโน้มลบ ขึ้นได้เดี๋ยวก็ลง กับสถานการณ์ที่ทั่วโลกจับตามองคือ ประชุมธนาคารกลางสหรัฐ เรื่อง ขึ้นดอกเบี้ยหรือไม่ในคราวนี้ และ จับใจความสำคัญในด้านสร้างความแข็งแกร่งให้กับค่าเงินดอลล์สหรัฐ เมื่อคืนนี้ ทองก็ลากลงไป $1235-1236 ลากลงไปไม่เห็นใจ คนขาแอล ที่มองมโนว่าจะขึ้นไปด้านบน ทำเอา เช้านี้ เกิดแนวต้านแนวรับ ชุดใหม่ มารอรับสถานการณ์ แนวรับแนวต้าน Res: 1246; 1254; 1260; 1263 Sup: 1240; 1235; 1233; 1229 ทองแท่งตัวเป็น จะทุ่มจะหิ้วจะแบกจะขนกลับบ้าน ยังไงก็ควรรอแนวโน้มกลับมาเป็นบวกก่อน แนวโน้มลบ แบบนี้ ราคาทองไทย มีแต่ราคาจะถูกลง เรื่อยๆ ถ้าหวังจะเข้าซื้อทองแท่ง และวันรุ่งขึ้น ราคาบวกเพิ่ม แบบมั่นใจเกิน 80% ต้องแนวโน้มบวกมาก่อน เท่านั้น ถ้าพวกคุณฯเล่นตามแนวโน้ม จังหวะพลาดท่า มีน้อย อย่าไปหวังพึ่งมโน จนเกินไป ที่ว่า " เฮ้ย ลดลงมามากกว่าเดิมตั้ง 1000 บาท แล้ว ถูกมาก " มันจะมีถูกกว่า ตามมาเรื่อย และถ้าคุณฯเอส คุณก็เก็บเกี่ยวได้ตลอดทาง ถ้าถ้าคุณฯพึ่งคิดได้ และจะหันมาตามหน้าเอส ในวันที่ใกล้ประชุมเฟด ใกล้ความจริงปรากฎ ผมบอกได้เลยว่า สายเกินไปแล้ว การขยับของราคาทองก่อนข่าวฯจริงออก เป็นเรื่องที่ดำ ที่สามารถสร้างกำไรได้ จริง แต่เมื่อข่าวออกมาเมื่อไหร่ โอกาสของคุณฯ หายไปแล้ว มีแต่ความเสี่ยงเพิ่มทวีขึ้นมา
  16. 1 คะแนน
    กลยุทธ์ทองคำ : DownTrend แนวรับ: 1237, 1240 แนวต้าน : 1245 แนวโน้มราคาทองทำจุดต่ำสุดใหม่อย่างต่อเนื่อง ล่าสุดลงไปถึง1237 แต่ก็มีจังหวะดีดกลับขึ้นมาสั้นๆ ซึ่งไม่น่าจะทะลุผ่านแนวต้าน 1245 ที่เป็นแนวต้านของกรอบChannelขาลง และเส้นEMA50 ขณะที่วันนี้ในช่วงกลางวันปริมาณการซื้อขายอาจเบาบางเนื่องจากนักลงทุนทั่วโลกน่าจะรอการประกาศขึ้นดอกเบี้ยเวลาตี2ครึ่งคืนนี้ แนะนำนักลงทุนเปิดสถานะขาย 1243-1245 แล้วไปรอซื้อกลับทำกำไร 1237
  17. 1 คะแนน
    เฮฮาภาษาทอง by ylg 13-12-2560Ylg Bullion Morning Report Gold Investment 13-12-17YLGResearch
  18. 1 คะแนน
    SCT Market Watch : บทวิเคราะห์ราคาทองคำและกลยุทธ์การลงทุนประจำวันที่ 13 ธันวาคม 2560 ตัวเลข PPI หรือดัชนีผู้ผลิตสหรัฐฯออกมาดี ทำให้คาดกันว่าคืนนี้เฟดขึ้นดอกเบี้ยแน่และอาจมองการขึ้นดอกเบี้ยในเร็วๆนี้ต่อ เพราะตัวเลขเศรษฐกิจและดัชนีหุ้นสหรัฐฯช่วงหลังๆดีเหลือเกิน (แม้ว่าจะราคาหุ้นสหรัฐฯจะ SUPER-OVERBOUGHTแล้วก็ตาม) ภาพรวมทองคำหลุด 1240 เหรียญอีกยิ่งฉุดแรงขายเพิ่มทั้งในเชิงเทคนิคทั้งระยะสั้นและกลาง จนหาแนวรับจริงๆยาก คืนนี้มี FOMC ตี2 ก็ต้องลุ้นกันหน่อยว่าเฟดจะรีบขึ้นดอกเบี้ยต่อจากครั้งนี้หรือไม่ (แต่คาดว่าเฟดคงจะพยายามขึ้นดอกเบี้ยแต่จะไม่เร่งรีบ เพราะกลัวฟองสบู่ตลาดหุ้นจะแตกแรง) กลยุทธ์การลงทุนแนะนำเทรดขาลงต่อตราบใดที่ยืน 1250/1260 เหรียญไม่ได้ ยังมองทองน่าจะ SIDEWAY DOWN อีกสักพักแล้วค่อยขึ้น จึงแนะนำเล่นทางลงเช่นเดิม หรือเทรด FOLLOW ตามผลการประชุม FOMC / คนมือเปล่าหรือนักลงทุนรายสัปดาห์ให้รอก่อน หรือค่อยๆเริ่มทยอยสะสมเมื่อราคาต่ำกว่า 1230 เหรียญ คืนนี้ช่วงค่ำๆจะมีตัวเลขเงินเฟ้อสหรัฐฯประกาศคาดว่าคงเดิม 0.2% ไม่ค่อยดีกับทองนัก ภาพรวมตลาดอื่นๆ น้ำมันร่วงแรง ตลาดหุ้นยังเป็นเชิงบวก ค่าเงิน USD แข็งค่าเมื่อเทียบเงินสกุลหลัก ทองและโลหะมีค่าร่วงตรงข้ามกับทิศทาง USD /หุ้น บาทไทยแกว่งตัวรออ่อนค่า http://www.sctgold.com https://www.facebook.com/SCTGOLD SCT GOLD OFFICIAL LINE : @sctgold บริษัท ซินเนอร์จี้ คอมโมดิตี้ส์ เทรด จำกัด 13-12-17.pdf
  19. 1 คะแนน
    ไม่ค่อยชินกับรูปแบบใหม่เลยค่ะ
  20. 1 คะแนน
  21. 1 คะแนน
    Res: 1270; 1277; 1281; 1284 Sup: 1264; 1260; 1251; 1244 จากการที่ราคาทองหยุดที่ 1244 แล้วรีบาวไปทดสอบ 2 ครั้งที่ 1251 ความหวังสำหรับขาแอล มีมากกว่า ขาเอส โดยมองกันว่า พลิกถล่มโลก ไม่ขึ้นดอกเบี้ย
  22. 1 คะแนน
    . อีกสาเหตุหนึ่ง ทีทองจะลง เพราะดอลล์จะแข็งค่าขึ้นมาจากสาเหตุ เช้าวันนี้ สภาคองเกรสลงมติผ่าน กฎหมายภาษีธุรกิจเรียบร้อยแล้ว
บอร์ดผู้ได้รับความนิยมนี้ ตั้งเป็น กรุงเทพฯ/GMT+07:00
  • สถิติสมาชิก

    8,046
    สมาชิกทั้งหมด
    3,904
    ออนไลน์พร้อมกันมากสุด
    Liza
    สมาชิกล่าสุด
    Liza
    เข้าร่วม
×