Jump to content
Update
 
 
Gold
 
USD/THB
 
สมาคมฯ
 
Gold965%
 
Gold9999
 
CrudeOil
 
USDX
 
Dowjones
 
GLD10US
 
HUI
 
SPDR(ton)
 
Silver
 
Silver/Oz
 
Silver/Baht
 

kamponsuwannawong

Junior
  • Content Count

    45
  • Joined

  • Last visited

Community Reputation

0 medium

About kamponsuwannawong

  • Rank
    ขาประจำ

Profile Information

  • เพศ
    ชาย
  • ที่อยู่
    กรุงเทพมหานคร

Recent Profile Visitors

The recent visitors block is disabled and is not being shown to other users.

  1. เปิดผลประเมิน 442 หน่วยงาน ผ่านเกณฑ์“คุณธรรม/ความโปร่งใส” ITA ประจำปี 2560” เฉลี่ย 81.53 คะแนน ปตท. เกินเกณฑ์เฉลี่ย พ้นข้อหา ปตท.โกงชาติ เปิดผลประเมิน 442 หน่วยงาน ปี 60 ผ่านเกณฑ์“คุณธรรม/ความโปร่งใส” เฉลี่ย 81.53 ปตท. กฟผ. เกินเกณฑ์เฉลี่ย วันนี้(16 พ.ย.) มีรายงานจากสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ว่า ป.ป.ช. ได้เผยแพร่ผลประเมินคุณธรรมและความโปร่งใสในการดำเนินงานของหน่วยงานภาครัฐประจำปีงบประมาณ 2560 จำนวนทั้งสิ้น 422 หน่วยงาน โดยพบว่า ค่าเฉลี่ยคะแนนการประเมินคุณธรรมและความโปร่งใสในการดำเนินงานของหน่วยงานภาครัฐ (Integrity & Transparency Assessment: ITA) ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2560 อยู่ที่ 81.53 คะแนน ทั้งนี้จากผลการประเมิน พบว่า องค์กรศาล (เฉพาะหน่วยงานธุรการ) 3 หน่วยงาน พบว่า สำนักงานศาลยุติธรรมได้คะแนนสูงสุด 92.37 สำนักงานศาลปกครอง 88.29 และสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ 81.79 องค์กรอิสระ 5 หน่วยงาน พบว่า สำนักงาน ป.ป.ช.ได้คะแนนสูงสุด 90.44 และสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน ได้คะแนนน้อยสุด 71.20, องค์กรอัยการ พบว่า สำนักงานอัยการสูงสุดได้คะแนน 78.98 ,หน่วยงานในสังกัดรัฐสภา 2 หน่วยงานคือ สำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา และ สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ได้คะแนนใกล้เคียงที่ 82.70 และ 82.94 ตามลำดับ สำหรับสำนักงานสภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ได้คะแนน 90.24 สำหรับ หน่วยงานรัฐวิสาหกิจ 54 หน่วยงาน พบว่า หน่วยงานรัฐวิสาหกิจที่ได้คะแนนสูงที่สุด 3 ลำดับแรก ได้แก่ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ 97.97 ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร 97.13 ธนาคารออมสิน 95.79 ส่วนโรงพิมพ์ตำรวจได้คะแนนน้อยสุด 68.80 “ส่วนรัฐวิสาหกิจ ที่เป็นที่จับตา เช่น การบินไทย 87.89 คะแนน บริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) 88.97 คะแนน บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) 92.63 คะแนน การไฟฟ้านครหลวง 91.93, การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย 91.47, การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค 94.39 บริษัท อสมท. จำกัด (มหาชน) 85.61 คะแนน สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล 86.20 คะแนน และ ขสมก. 90.03 คะแนน เป็นต้น” มีรายงานว่า สำหรับ องค์กรมหาชน 52 หน่วยงาน พบว่าที่ได้คะแนนสูงสุด 3 ลำดับแรก ได้แก่ สำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร 96.55 องค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน 96.43 สำนักงานพิพิธภัณฑ์เกษตรเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว 95.14 ส่วนสถาบันอนุญาโตตุลาการ ได้คะแนนน้อยสุด 66.52 ขณะที่ หน่วยงานภาครัฐระดับกรม 147 หน่วยงานพบว่า ที่ได้รับคะแนนสูงสุด 3 อันดับแรกได้แก่ สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข ได้คะแนนสูงสุด 92.46 กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม 92.13 สำนักงานกิจการยุติธรรม 91.46 ส่วนสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา ได้คะแนนน้อยสุด 59.65 นอกจากนี้ สถาบันอุดมศึกษา 81 หน่วยงาน พบว่า สถาบันการศึกษาที่ได้คะแนนสูงที่สุด 3 ลำดับแรก ได้แก่ มหาวิทยาลัยราชภัฏบ้านสมเด็จ 87.17 มหาวิทยาลัยรามคำแหง 85.81 สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ 85.18 ส่วนมหาวิทยาลัยมหามกุฎราชวิทยาลัย ได้คะแนนน้อยสุด 57.43 “สถาบันการศึกษา อื่น ที่น่าสนใจ เช่น จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย 80.79 คะแนน มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ 83.50 คะแนน มหาวิทยาลัยขอนแก่น 83.11 คะแนน มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ 80.21 คะแนน มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี 77.96 คะแนน มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ 73.21 คะแนน เป็นต้น” ทั้งนี้ 2 องค์กรที่ได้รับผลประเมินน้อยที่สุด คือ มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย 57.43 และ สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา 59.65 สำหรับการประเมินในครั้งนี้ เป็นไปตามกรอบประเมินคุณธรรมและความโปร่งใสออกเป็น 5 ดัชนี 1.ดัชนีความโปร่งใส 2.ดัชนีความพร้อมรับผิด 3.ดัชนีความปลอดจากการทุจริตในการปฏิบัติงาน 4.ดัชนีวัฒนธรรมคุณธรรมในองค์กร และ5.ดัชนีคุณธรรมการทำงานในหน่วยงาน โดยคะแนนประเมินระหว่าง 80 – 100 ถือว่า อยู่ในเกณฑ์คุณธรรมและความโปร่งใสในระดับที่สูงมาก 60 – 79.99 อยู่ในระดับสูง 40 – 59.99 อยู่ในระดับปานกลาง 20 – 39.99 อยู่ในระดับต่ำ 0 – 19.99 อยู่ในระดับต่ำมาก ซึ่งไม่พบว่า มีหน่วยงานใดได้คะแนนในเกณฑ์ต่ำและต่ำมาก ขอบคุณข้อมูล : http://www.รู้จริงพลังงานไทย.com/ปตท-ไม่ทุจริตโกงชาติ
  2. แม้จะมีภารกิจรัดตัวเนื่องจากเพิ่งเข้ารับตำแหน่งไม่ถึง 1 เดือน ชาญศิลป์ ตรีนุชกร ซีอีโอใหม่ป้ายแดง บริษัทปตท. จำกัด (มหาชน) ไม่มีท่าทีรีบเร่งตลอดช่วงเวลาสัมภาษณ์กว่า 1 ชั่วโมงกับ Forbes Thailand เขาเปิดอกคุยทุกเรื่องตั้งแต่เรื่องของครอบครัวที่พ่อ “หอบเสื่อผืนหมอนใบ” นั่งเรือสำเภามาจากเมืองจีน มารับจ้างทำแหอวน ที่ ต.ท่าฉลอม จ.สมุทรสาคร ก่อนจะขยายกิจการมีเรือประมงขนาดเล็กและขนาดกลางตามลำดับ แต่ประสบการณ์การออกเรือที่ยากลำบากทำให้เขามุมานะเรียนหนังสือเพื่อหาสัมมาอาชีพอื่น เนื่องจากพ่อขู่ว่าหากเรียนหนังสือไม่เก่งก็จะต้องมาทำงานออกเรือประมงให้ทางบ้าน นอกจากพื้นเพทางการศึกษาที่ไม่ได้จบคณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยเหมือนซีอีโอ ปตท. ทั้ง 8 ท่าน ที่ผ่านมาตลอดระยะเวลา 40 ปีแล้ว ชาญศิลป์ยังถูกมองว่าเป็น “ม้ามืด” เพราะไม่ได้อยู่ในโผของการคัดเลือกตั้งแต่ต้น “ผมเป็นผู้นำที่สัมผัสได้ เข้าถึงได้ และผมใช้วิธีการแบบเข้าถึง เข้าใจ และพัฒนา เพราะคิดว่าผมคุยภาษาชาวบ้านได้ ผมเข้าถึงได้ท่านรู้ไหมว่าเวลาม็อบมาปิดผมเนี่ย ผมเปลี่ยนเสื้อจากเสื้อไออาร์พีซี (บมจ.ไออาร์พีซี) เป็นเสื้อหลากสี แล้วก็ไปโบกรถเหมือนเป็นยามโบกรถ อยู่ประตูหลัง เพราะรถมันออกไม่ได้ ผมเจรจากับม็อบ บอกว่าเราพวกเดียวกันให้รถเขาออกดีกว่า” ชาญศิลป์เท้าความถึงเหตุการณ์เมื่อปี 2557 ที่ ปตท. และกระทรวงพลังงานถูกปิดล้อมโดยกลุ่มผู้ชุมนุมประท้วง นักเจรจา หลังเรียนจบเศรษฐศาสตร์จากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ในปี 2521 ซีอีโอ ปตท. บอกว่าเขาได้พยายามสมัครหางานที่ธนาคารหลายแห่งแต่ได้รับการปฏิเสธทั้งหมดเพราะเกรดไม่ดี ประกอบกับสภาวะเศรษฐกิจที่ไม่สู้ดีนักในช่วงนั้นเพราะผลพวงจากเหตุการณ์ 6 ตุลาคม 2519 อย่างไรก็ตามในระหว่างที่ตกงานอยู่ประมาณ 1 ปี เขาได้งานวิจัยเป็นลูกจ้างชั่วคราวที่จุฬาฯ ก่อนจะได้ร่วมงานกับ ปตท.ซึ่งเพิ่งได้รับการจัดตั้งขึ้นไม่นานนักแม้จะเริ่มงานในตำแหน่งเศรษฐกร ชีวิตการทำงานส่วนไม่น้อยของชาญศิลป์จะเกี่ยวข้องกับงานขายและการเจรจา ซึ่งงานหนึ่งที่เขาภูมิใจคือการเป็นผู้บุกเบิกธุรกิจการขายน้ำมันอากาศยาน ในฐานะผู้จัดการฝ่ายขายน้ำมันอากาศยานคนแรกของ ปตท. ที่เดินทางไปเจรจากับสายการบินและคู่ค้ากว่า 30 ประเทศทั่วโลก เป็นผู้เซตอัพระบบและวางรากฐานจนทำให้ ปตท. มีสำนักงานบริการอยู่ในสนามบินเกือบ 20 แห่งทั้งในและต่างประเทศ และมีส่วนแบ่งการตลาดเป็นอันดับ 1 ในวันนี้ “การทำงานดีลกับต่างประเทศมันทำให้เรามีทักษะในการเจรจาต่อรอง พูดคุย ผมนี่พูดคุยต่อรองมาตลอดชีวิตการทำงาน เพราะผมเป็นเซลล์มา ผมเป็นเซลล์อุตสาหกรรม เซลล์ขายราชการ เพราะฉะนั้นผู้หลักผู้ใหญ่เวลานี้ ผบ.ทอ. เวลานี้ผมรู้จักมาตั้งแต่ท่าน เป็น น.อ. (นาวาอากาศเอก) พล.อ.อ.จอม รุ่งสว่าง ผบ.ทอ. คนใหม่ก็เหมือนกัน เคยตีกอล์ฟกันมา พล.อ.อ.ชัยพฤกษ์ ดิษยะศริน แต่ว่าผมไม่เคยจะไปขอความเห็นใจท่านมาโปรโมทผมเลย ไม่เกี่ยว เรารู้จักกันในฐานะที่เคยค้าขาย เรามีมิตรไมตรีต่อกัน ช่วยเหลือกันไปกับทางราชการ เรื่องความมั่นคงทางพลังงาน หลายคนที่อยู่ในสภาต่างๆ ท่านพลเอกหลายคนที่เราให้บริการเรื่องน้ำมันก็รู้จักกัน พอรู้จักกันก็ทำให้เราสามารถแก้ปัญหาเพื่อประเทศ เพื่อองค์กรได้ไม่ยาก” นักแก้ปัญหา ชาญศิลป์เปรียบเปรยตัวเองว่าเป็นเหมือน “แมคไกเวอร์” (นักแสดงนำทีวีซีรีส์ในตำนาน “ยอดคนสมองเพชร”) เพราะมักจะถูกส่งไปแก้ไขปัญหาบ่อยๆ ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจค้าปลีกโครงการปาล์มน้ำมันที่อินโดนีเซีย แต่ที่ “ตื่นเต้นและหฤหรรษ์ที่สุด” คือที่ไออาร์พีซีที่เขาเป็นหัวหน้าทีมเจรจากับเจ้าของเดิม “ไปอยู่ไออาร์พีซีประมาณ 5 ปี ก็ทำให้เรามีประสบการณ์ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องท่าเรือการวางแผนผลิต การทำโครงการ การเป็นเอ็มดีบริษัท การทำแผน คอมเมอร์เชียลพัฒนาธุรกิจ เป็นโรงเรียนที่ดีมาก เรื่องการเจรจายกเลิกคดี การจัดการ การเลิกกิจการปรับโครงสร้างหนี้ เจรจา และรวมทั้งการประท้วงบนถนน” “วันนี้ต้องหยิบมาเนื่องจากมันเป็นเรื่องเร่งด่วนมาก ถ้าไม่ปรับอะไรเราจะลำบากแล้ว เช่น สมมติคนอื่นเขาค้าขายด้วยบล็อกเชนหรือ e-wallet แต่น้ำมันผมยังไม่ไปไหนเลยขายเม็ดพลาสติกยังช้าอยู่เลย นี่ก็ไม่ได้แล้ว” แผนงาน digitization ปตท. จะครอบคลุมทั้งในส่วนของสำนักงานใหญ่และบริษัทในเครือที่จะมีการร่วมมือกับธนาคารและบริษัทเทคโนโลยีชั้นนำ อาทิ Accenture, SAP, IBM, Microsoft, Huawei เพื่อช่วยลดต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน อาทิ การเปลี่ยนแพลตฟอร์มในเรื่อง Internet of Things (IoT), storage และคลาวด์ ให้มีความรวดเร็ว มั่นคง และปลอดภัย และนำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) และเทคโนโลยี Watsonของ IBM มาใช้ในโรงแยกก๊าซธรรมชาติ ซีอีโอ ปตท. แย้มว่าเขาจะมีการจัดพอร์ตโฟลิโอธุรกิจ ปตท. ใหม่ ในแนวทางคล้ายๆกับที่เขาได้ดำเนินการไปในช่วงที่อยู่ไออาร์พีซีที่ได้มีการยุบ ควบรวมบริษัทในเครือจาก 36 บริษัท เหลือเพียง 6-7 บริษัท ซึ่งธุรกิจร้านสะดวกซื้อจิฟฟี่ก็เป็นหนึ่งในกิจการที่จะมีการทบทวน นอกจากนี้ในส่วนธุรกิจที่ดำเนินการอยู่ในปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็น โรงกลั่นน้ำมันปิโตรเคมี สำรวจและผลิตปิโตรเลียม ก๊าซธรรมชาติ เทรดดิ้ง และไฟฟ้า จะต้องปรับปรุงประสิทธิภาพให้มีต้นทุนต่อหน่วยอยู่ในกลุ่มผู้ผลิตที่มีต้นทุนต่ำที่สุด 25% แรก (top quartier) พร้อมกับแสวงหาวิธีการใหม่ในการทำธุรกิจ “Do the old business the new way…” “สุดท้ายอยากให้มีฐานของ new s-curve เกิดขึ้น อย่างน้อยฐานความคิดของบอร์ดของคนที่เป็นผู้บริหารระดับสูง ต้องออกไปสู่สิ่งใหม่บ้าง อาจจะไม่ลงตัว ผิดพลาดบ้างไม่เป็นตามเป้าหมายบ้าง ก็ถือเป็นโปรเกรส อย่าบอกว่าเป็นความล้มเหลว และก็ต้องมีการให้รางวัลกับโปรเกรสในการพัฒนา เราไม่เรียกล้มเหลว เราจะเรียกเป็นการเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ” ขอบคุณข้อมูล : http://www.รู้จริงพลังงานไทย.com/ceo-ชาญศิลป์-ตรีนุชกร/
  3. ธุรกิจการค้าน้ำมันเชื้อเพลิงของไทยเป็นระบบการค้าเสรี ราคาน้ำมันจะเคลื่อนไหวขึ้นลงตามราคาน้ำมันในตลาดโลก ซึ่งปัจจุบันมีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง และมีความผันผวนสูง จึงทำให้เกิดข้อสงสัยทำไมราคาน้ำมันแพง สาเหตุหลักมาจากความต้องการใช้น้ำมันที่ขยายตัวสูงขึ้นโดยเฉพาะจาก จีน และอินเดีย ความแปรปรวนของสภาพอากาศและภัยธรรมชาติ ความกังวลในเรื่องปัญหาการเมืองและความวุ่นวายในประเทศผู้ผลิตน้ำมันกลุ่ม โอเปก และส่วนหนึ่งมาจากการเก็งกำไรในตลาดซื้อขายน้ำมันล่วงหน้า ทำให้ราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้นเกินราคาปัจจัยพื้นฐาน ซึ่งราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกปัจจุบันควรจะอยู่ที่ประมาณ 100 เหรียญ สหรัฐ/บาร์เรล (ราคา ณ เดือนพฤษภาคม 2551) ราคาขายปลีกน้ำมันสำเร็จรูปที่เราซื้อจากสถานีบริการ มีโครงสร้างของราคาประกอบด้วย ส่วนสำคัญ 3 ส่วน คือ 1) ค่าต้นทุนในการซื้อน้ำมันจากโรงกลั่น หรือนำเข้าจากต่างประเทศ 2) เงินภาษีและกองทุนที่รัฐเรียกเก็บจากผู้ค้าน้ำมัน ได้แก่ ภาษีสรรพสามิต ภาษีเทศบาล ภาษีมูลค่าเพิ่ม กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง และกองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน 3) ค่าการตลาด ประกอบด้วยค่าใช้จ่ายในการดำเนินธุรกิจของผู้ประกอบการ เช่น ค่าจ้าง แรงงาน ค่าขนส่งน้ำมันจากโรงกลั่นผ่านคลังน้ำมันไปยังสถานีบริการนํ้ามัน ค่าสารปรับปรุงคุณภาพ ค่าส่งเสริมการตลาด และค่าผลตอบแทนในการดำเนินธุรกิจ ค่าการตลาดที่เหมาะสมต่อการดำเนินธุรกิจควรจะอยู่ที่ประมาณ 1.50 บาท/ลิตร แต่ปัจจุบันผลิตภัณฑ์น้ำมันบางชนิด เช่น น้ำมันดีเซลมีค่าการตลาดติดลบ หมายเหตุ : ส่วนต่างระหว่างราคาน้ำมันหน้าโรงกลั่นในประเทศและราคาขายปลีกน้ำมันสำเร็จรูปเกือบทั้งหมดเป็นภาษีสรรพสามิต ภาษีเทศบาล ภาษีมูลค่าเพิ่ม เงินส่งเข้ากองทุนน้ำมัน และกองทุนอนุรักษ์พลังงาน โดย ณ วันที่ 28 พฤษภาคม 2551 ยอดรวมภาษี และเงินกองทุนต่างๆ สำหรับน้ำมันเบนซินสูงถึง 10.88 บาทต่อลิตร น้ำมันดีเซลประมาณ 5 บาทต่อลิตร ขอบคุณข้อมูลจาก : www.รู้จริงพลังงานไทย.com/น้ำมันแพง-2/
  4. แม้จะมีภารกิจรัดตัวเนื่องจากเพิ่งเข้ารับตำแหน่งไม่ถึง 1 เดือน ชาญศิลป์ ตรีนุชกร ซีอีโอใหม่ป้ายแดง บริษัทปตท. จำกัด (มหาชน) ไม่มีท่าทีรีบเร่งตลอดช่วงเวลาสัมภาษณ์กว่า 1 ชั่วโมงกับ Forbes Thailand เขาเปิดอกคุยทุกเรื่องตั้งแต่เรื่องของครอบครัวที่พ่อ “หอบเสื่อผืนหมอนใบ” นั่งเรือสำเภามาจากเมืองจีน มารับจ้างทำแหอวน ที่ ต.ท่าฉลอม จ.สมุทรสาคร ก่อนจะขยายกิจการมีเรือประมงขนาดเล็กและขนาดกลางตามลำดับ แต่ประสบการณ์การออกเรือที่ยากลำบากทำให้เขามุมานะเรียนหนังสือเพื่อหาสัมมาอาชีพอื่น เนื่องจากพ่อขู่ว่าหากเรียนหนังสือไม่เก่งก็จะต้องมาทำงานออกเรือประมงให้ทางบ้าน นอกจากพื้นเพทางการศึกษาที่ไม่ได้จบคณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยเหมือนซีอีโอ ปตท. ทั้ง 8 ท่าน ที่ผ่านมาตลอดระยะเวลา 40 ปีแล้ว ชาญศิลป์ยังถูกมองว่าเป็น “ม้ามืด” เพราะไม่ได้อยู่ในโผของการคัดเลือกตั้งแต่ต้น “ผมเป็นผู้นำที่สัมผัสได้ เข้าถึงได้ และผมใช้วิธีการแบบเข้าถึง เข้าใจ และพัฒนา เพราะคิดว่าผมคุยภาษาชาวบ้านได้ ผมเข้าถึงได้ ท่านรู้ไหมว่าเวลาม็อบมาปิดผมเนี่ย ผมเปลี่ยนเสื้อจากเสื้อไออาร์พีซี(บมจ.ไออาร์พีซี) เป็นเสื้อหลากสี แล้วก็ไปโบกรถเหมือนเป็นยามโบกรถ อยู่ประตูหลัง เพราะรถมันออกไม่ได้ ผมเจรจากับม็อบ บอกว่าเราพวกเดียวกันให้รถเขาออกดีกว่า” ชาญศิลป์เท้าความถึงเหตุการณ์เมื่อปี 2557 ที่ ปตท. และกระทรวงพลังงานถูกปิดล้อมโดยกลุ่มผู้ชุมนุมประท้วง นักเจรจา หลังเรียนจบเศรษฐศาสตร์จากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ในปี 2521 ซีอีโอ ปตท. บอกว่าเขาได้พยายามสมัครหางานที่ธนาคารหลายแห่งแต่ได้รับการปฏิเสธทั้งหมดเพราะเกรดไม่ดี ประกอบกับสภาวะเศรษฐกิจที่ไม่สู้ดีนักในช่วงนั้นเพราะผลพวงจากเหตุการณ์ 6 ตุลาคม 2519 อย่างไรก็ตามในระหว่างที่ตกงานอยู่ประมาณ 1 ปี เขาได้งานวิจัยเป็นลูกจ้างชั่วคราวที่จุฬาฯ ก่อนจะได้ร่วมงานกับ ปตท.ซึ่งเพิ่งได้รับการจัดตั้งขึ้นไม่นานนักแม้จะเริ่มงานในตำแหน่งเศรษฐกร ชีวิตการทำงานส่วนไม่น้อยของชาญศิลป์จะเกี่ยวข้องกับงานขายและการเจรจา ซึ่งงานหนึ่งที่เขาภูมิใจคือการเป็นผู้บุกเบิกธุรกิจการขายน้ำมันอากาศยาน ในฐานะผู้จัดการฝ่ายขายน้ำมันอากาศยานคนแรกของ ปตท. ที่เดินทางไปเจรจากับสายการบินและคู่ค้ากว่า 30 ประเทศทั่วโลก เป็นผู้เซตอัพระบบและวางรากฐานจนทำให้ ปตท. มีสำนักงานบริการอยู่ในสนามบินเกือบ 20 แห่งทั้งในและต่างประเทศ และมีส่วนแบ่งการตลาดเป็นอันดับ 1 ในวันนี้ “การทำงานดีลกับต่างประเทศมันทำให้เรามีทักษะในการเจรจาต่อรอง พูดคุย ผมนี่พูดคุยต่อรองมาตลอดชีวิตการทำงาน เพราะผมเป็นเซลล์มา ผมเป็นเซลล์อุตสาหกรรม เซลล์ขายราชการ เพราะฉะนั้นผู้หลักผู้ใหญ่เวลานี้ ผบ.ทอ. เวลานี้ผมรู้จักมาตั้งแต่ท่าน เป็น น.อ. (นาวาอากาศเอก) พล.อ.อ.จอม รุ่งสว่าง ผบ.ทอ. คนใหม่ก็เหมือนกัน เคยตีกอล์ฟกันมา พล.อ.อ.ชัยพฤกษ์ ดิษยะศริน แต่ว่าผมไม่เคยจะไปขอความเห็นใจท่านมาโปรโมทผมเลย ไม่เกี่ยว เรารู้จักกันในฐานะที่เคยค้าขาย เรามีมิตรไมตรีต่อกัน ช่วยเหลือกันไปกับทางราชการ เรื่องความมั่นคงทางพลังงาน หลายคนที่อยู่ในสภาต่างๆ ท่านพลเอกหลายคนที่เราให้บริการเรื่องน้ำมันก็รู้จักกัน พอรู้จักกันก็ทำให้เราสามารถแก้ปัญหาเพื่อประเทศ เพื่อองค์กรได้ไม่ยาก” นักแก้ปัญหา ชาญศิลป์เปรียบเปรยตัวเองว่าเป็นเหมือน “แมคไกเวอร์” (นักแสดงนำทีวีซีรีส์ในตำนาน “ยอดคนสมองเพชร”) เพราะมักจะถูกส่งไปแก้ไขปัญหาบ่อยๆ ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจค้าปลีกโครงการปาล์มน้ำมันที่อินโดนีเซีย แต่ที่ “ตื่นเต้นและหฤหรรษ์ที่สุด” คือที่ไออาร์พีซีที่เขาเป็นหัวหน้าทีมเจรจากับเจ้าของเดิม “ไปอยู่ไออาร์พีซีประมาณ 5 ปี ก็ทำให้เรามีประสบการณ์ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องท่าเรือการวางแผนผลิต การทำโครงการ การเป็นเอ็มดีบริษัท การทำแผน คอมเมอร์เชียลพัฒนาธุรกิจ เป็นโรงเรียนที่ดีมาก เรื่องการเจรจายกเลิกคดี การจัดการ การเลิกกิจการปรับโครงสร้างหนี้ เจรจา และรวมทั้งการประท้วงบนถนน” “วันนี้ต้องหยิบมาเนื่องจากมันเป็นเรื่องเร่งด่วนมาก ถ้าไม่ปรับอะไรเราจะลำบากแล้ว เช่น สมมติคนอื่นเขาค้าขายด้วยบล็อกเชนหรือ e-wallet แต่น้ำมันผมยังไม่ไปไหนเลยขายเม็ดพลาสติกยังช้าอยู่เลย นี่ก็ไม่ได้แล้ว” แผนงาน digitization ปตท. จะครอบคลุมทั้งในส่วนของสำนักงานใหญ่และบริษัทในเครือที่จะมีการร่วมมือกับธนาคารและบริษัทเทคโนโลยีชั้นนำ อาทิ Accenture, SAP, IBM, Microsoft, Huawei เพื่อช่วยลดต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน อาทิ การเปลี่ยนแพลตฟอร์มในเรื่อง Internet of Things (IoT), storage และคลาวด์ ให้มีความรวดเร็ว มั่นคง และปลอดภัย และนำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) และเทคโนโลยี Watsonของ IBM มาใช้ในโรงแยกก๊าซธรรมชาติ ซีอีโอ ปตท. แย้มว่าเขาจะมีการจัดพอร์ตโฟลิโอธุรกิจ ปตท. ใหม่ ในแนวทางคล้ายๆกับที่เขาได้ดำเนินการไปในช่วงที่อยู่ไออาร์พีซีที่ได้มีการยุบ ควบรวมบริษัทในเครือจาก 36 บริษัท เหลือเพียง 6-7 บริษัท ซึ่งธุรกิจร้านสะดวกซื้อจิฟฟี่ก็เป็นหนึ่งในกิจการที่จะมีการทบทวน นอกจากนี้ในส่วนธุรกิจที่ดำเนินการอยู่ในปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็น โรงกลั่นน้ำมันปิโตรเคมี สำรวจและผลิตปิโตรเลียม ก๊าซธรรมชาติ เทรดดิ้ง และไฟฟ้า จะต้องปรับปรุงประสิทธิภาพให้มีต้นทุนต่อหน่วยอยู่ในกลุ่มผู้ผลิตที่มีต้นทุนต่ำที่สุด 25% แรก (top quartier) พร้อมกับแสวงหาวิธีการใหม่ในการทำธุรกิจ “Do the old business the new way…” “สุดท้ายอยากให้มีฐานของ new s-curve เกิดขึ้น อย่างน้อยฐานความคิดของบอร์ดของคนที่เป็นผู้บริหารระดับสูง ต้องออกไปสู่สิ่งใหม่บ้าง อาจจะไม่ลงตัว ผิดพลาดบ้างไม่เป็นตามเป้าหมายบ้าง ก็ถือเป็นโปรเกรส อย่าบอกว่าเป็นความล้มเหลว และก็ต้องมีการให้รางวัลกับโปรเกรสในการพัฒนา เราไม่เรียกล้มเหลว เราจะเรียกเป็นการเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ ขอบคุณข้อมูล : http://www.รู้จริงพลังงานไทย.com/ceo-ชาญศิลป์-ตรีนุชกร/
  5. เปิดผลประเมิน 442 หน่วยงาน ผ่านเกณฑ์“คุณธรรม/ความโปร่งใส” ITA ประจำปี 2560” เฉลี่ย 81.53 คะแนน ปตท. เกินเกณฑ์เฉลี่ย เปิดผลประเมิน 442 หน่วยงาน ปี 60 ผ่านเกณฑ์“คุณธรรม/ความโปร่งใส” เฉลี่ย 81.53 ปตท. กฟผ. เกินเกณฑ์เฉลี่ย ไม่ส่อทุจริต ปตท โกงชาติ วันนี้(16 พ.ย.) มีรายงานจากสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ว่า ป.ป.ช. ได้เผยแพร่ผลประเมินคุณธรรมและความโปร่งใสในการดำเนินงานของหน่วยงานภาครัฐประจำปีงบประมาณ 2560 จำนวนทั้งสิ้น 422 หน่วยงาน โดยพบว่า ค่าเฉลี่ยคะแนนการประเมินคุณธรรมและความโปร่งใสในการดำเนินงานของหน่วยงานภาครัฐ (Integrity & Transparency Assessment: ITA) ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2560 อยู่ที่ 81.53 คะแนน ทั้งนี้จากผลการประเมิน พบว่า องค์กรศาล (เฉพาะหน่วยงานธุรการ) 3 หน่วยงาน พบว่า สำนักงานศาลยุติธรรมได้คะแนนสูงสุด 92.37 สำนักงานศาลปกครอง 88.29 และสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ 81.79 องค์กรอิสระ 5 หน่วยงาน พบว่า สำนักงาน ป.ป.ช.ได้คะแนนสูงสุด 90.44 และสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน ได้คะแนนน้อยสุด 71.20, องค์กรอัยการ พบว่า สำนักงานอัยการสูงสุดได้คะแนน 78.98 ,หน่วยงานในสังกัดรัฐสภา 2 หน่วยงานคือ สำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา และ สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ได้คะแนนใกล้เคียงที่ 82.70 และ 82.94 ตามลำดับ สำหรับสำนักงานสภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ได้คะแนน 90.24 สำหรับ หน่วยงานรัฐวิสาหกิจ 54 หน่วยงาน พบว่า หน่วยงานรัฐวิสาหกิจที่ได้คะแนนสูงที่สุด 3 ลำดับแรก ได้แก่ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ 97.97 ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร 97.13 ธนาคารออมสิน 95.79 ส่วนโรงพิมพ์ตำรวจได้คะแนนน้อยสุด 68.80 “ส่วนรัฐวิสาหกิจ ที่เป็นที่จับตา เช่น การบินไทย 87.89 คะแนน บริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) 88.97 คะแนน บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) 92.63 คะแนน การไฟฟ้านครหลวง 91.93, การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย 91.47, การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค 94.39 บริษัท อสมท. จำกัด (มหาชน) 85.61 คะแนน สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล 86.20 คะแนน และ ขสมก. 90.03 คะแนน เป็นต้น” มีรายงานว่า สำหรับ องค์กรมหาชน 52 หน่วยงาน พบว่าที่ได้คะแนนสูงสุด 3 ลำดับแรก ได้แก่ สำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร 96.55 องค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน 96.43 สำนักงานพิพิธภัณฑ์เกษตรเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว 95.14 ส่วนสถาบันอนุญาโตตุลาการ ได้คะแนนน้อยสุด 66.52 ขณะที่ หน่วยงานภาครัฐระดับกรม 147 หน่วยงานพบว่า ที่ได้รับคะแนนสูงสุด 3 อันดับแรกได้แก่ สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข ได้คะแนนสูงสุด 92.46 กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม 92.13 สำนักงานกิจการยุติธรรม 91.46 ส่วนสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา ได้คะแนนน้อยสุด 59.65 นอกจากนี้ สถาบันอุดมศึกษา 81 หน่วยงาน พบว่า สถาบันการศึกษาที่ได้คะแนนสูงที่สุด 3 ลำดับแรก ได้แก่ มหาวิทยาลัยราชภัฏบ้านสมเด็จ 87.17 มหาวิทยาลัยรามคำแหง 85.81 สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ 85.18 ส่วนมหาวิทยาลัยมหามกุฎราชวิทยาลัย ได้คะแนนน้อยสุด 57.43 “สถาบันการศึกษา อื่น ที่น่าสนใจ เช่น จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย 80.79 คะแนน มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ 83.50 คะแนน มหาวิทยาลัยขอนแก่น 83.11 คะแนน มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ 80.21 คะแนน มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี 77.96 คะแนน มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ 73.21 คะแนน เป็นต้น” ทั้งนี้ 2 องค์กรที่ได้รับผลประเมินน้อยที่สุด คือ มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย 57.43 และ สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา 59.65 สำหรับการประเมินในครั้งนี้ เป็นไปตามกรอบประเมินคุณธรรมและความโปร่งใสออกเป็น 5 ดัชนี 1.ดัชนีความโปร่งใส 2.ดัชนีความพร้อมรับผิด 3.ดัชนีความปลอดจากการทุจริตในการปฏิบัติงาน 4.ดัชนีวัฒนธรรมคุณธรรมในองค์กร และ5.ดัชนีคุณธรรมการทำงานในหน่วยงาน โดยคะแนนประเมินระหว่าง 80 – 100 ถือว่า อยู่ในเกณฑ์คุณธรรมและความโปร่งใสในระดับที่สูงมาก 60 – 79.99 อยู่ในระดับสูง 40 – 59.99 อยู่ในระดับปานกลาง 20 – 39.99 อยู่ในระดับต่ำ 0 – 19.99 อยู่ในระดับต่ำมาก ซึ่งไม่พบว่า มีหน่วยงานใดได้คะแนนในเกณฑ์ต่ำและต่ำมาก อ่านผลประเมินคุณธรรมและความโปร่งใสในการดำเนินงานของหน่วยงานภาครัฐประจำปีงบประมาณ 2560 จำนวนทั้งสิ้น 422 หน่วยงาน ฉบับเต็ม ประกาศผลการประเมินคุณธรรมและความโปร่งใสในการดำเนินงานของหน่วยงานภาครัฐ (Integrity & Transparency Assessment: ITA) ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2560 (16/11/2560) ขอบคุณข้อมูล : http://www.รู้จริงพลังงานไทย.com/ปตท-ไม่ทุจริตโกงชาติ
  6. คุณแม่ตั้งครรภ์ควรใส่ใจสุขภาพ ออกกำลังกายบ้าง ทานอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกายรับประทานอาหารมีประโยชน์ 5 หมู่ ในปริมาณที่เหมาะสม ตามที่คุณหมอแนะนำ โดยเฉพาะอาหารจำพวก ผัก ผลไม้ ที่มีกรดโฟลิค วิตามินบี 6 บี 12 และสังกะสีสูง เช่น บรอคโคลี เมล็ดธัญพืช ข้าวไรซ์เบอร์รี่ ตับ เป็นต้น หรือพบแพทย์ตรวจสุขภาพครรภ์อยู่เป็นประจำ และเสริมภูมิต้านทานให้กับลูกของคุณ ด้วย Stem Elite สเต็ม อีลิท ( Stem Elite ) อาหารเสริมสารสกัดจากข้าวไรซ์เบอร์รี่ออร์แกนิกเข้มข้น100 % ด้วยเทคโนโลยีนวัตกรรมอันทันสมัยในการใช้แรงดันสกัดแทนความร้อน เพื่อให้ได้สารอาหารครบถ้วน เพื่อประโยชน์ในการดูดซึมเข้าบำรุงร่างกายได้เต็มที่ ด้วยอนุภาพของสารสีม่วงในข้าวไรซ์เบอร์รี่ มีคุณสมบัติต่อต้านสารอนุมูลอิสระได้ดี อุดมไปด้วยสังกะสี, วิตามินบี1 โอเมก้า 3 ช่วยในการมองเห็นให้ดีขึ้น, ช่วยบำรุงประสาทและสมองให้มีความแข็งแรง มีความจำที่ดีป้องกันความจำเสื่อมในหรืออัลไซเมอร์ผู้สูงอายุ เป็นต้น ยังมีโฟเลตสูง ป้องกันการเกิดโรคปากแหว่งเพดานโหว่ในเด็ก เบต้าแคโรทีน ช่วยฟื้นฟูเซลล์ร่างกายให้แข็งแรง ลดภาวะเสี่ยงการเกิดมะเร็ง เสริมสร้างภูมิคุ้มกัน ชะลอวัย บำรุงสายตา, ธาตุเหล็กไปสร้างเม็ดเลือดแดงให้ร่างกาย ป้องกันการเกิดโรคโลหิตจาง และระบบเลือด, โพลีฟีนอล และเส้นใย เป็นต้น ซึ่งสารอาหารเหล่านี้มีส่วนช่วยในการบำรุงร่างกาย บำรุงระบบประสาท ลดความเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็ง ผลัดเซลล์เก่าที่ตายแล้วสร้างเซลล์ใหม่ที่ดีและแข็งแรงมาแทน, มีกากใยอาหาร ช่วยควบคุมน้ำหนัก ควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดให้เป็นปกติสำหรับผู้ป่วยโรคเบาหวาน และช่วยป้องกันโรคต่างๆ ได้อย่างมากมาย อาทิ โรคหลอดเหลือด โรคหัวใจ โรคความดันโลหิตสูง โรคสมองเสื่อม มีส่วนช่วยในการสร้างคอลลาเจน ลดระดับไขมัน และคอเรสเตอรอล สามารถเข้าไปดูรายละเอียดผลิตภัณฑ์เพิ่มเติมหรือสอบถามและสั่งซื้อได้ที่ Facebook : https://www.facebook.com/EliteworldAsia/
  7. ข้าวไรซ์เบอร์รี่ Riceberry ข้าวสีม่วงที่อุดมไปด้วยคุณค่าทางอาหารมากมาย อย่างเช่น เบต้าแคโรทีน ช่วยชะลอความเสื่อมของเซลล์ซึ่งส่งผลให้แก่ก่อนวัย ลดความเสี่ยงการเกิดโรคมะเร็ง บำรุงสายตา, วิตามินบี จำเป็นต่อการทำงานของสมอง ระบบประสาท การย่อยอาหาร ป้องกันโรคเหน็บชา, โอเมก้า 3 ประโยชน์ของโอมาก้า 3 มีมากมาย อทิ ป้องกันดูแลระบบประสาท สมองความจำ ลดภาวะเสี่ยงจากการเป็นโรคอัลไซเมอร์ และสมองเสื่อม ลดการเกิดโรคซึมเศร้าลงได้, ช่วยในการมองเห็นดีขึ้น ป้องกันโรคจอประสาทตาเสื่อม, ช่วยลดการเสี่ยงการเกิดโรคมะเร็ง, ดูแลระบบหลอดเลือดหัวใจให้ทำงานดีขึ้น ลดคอเลสเตอรอลในเลือด ช่วยลดความเสี่ยงของโรคหัวใจขาดเลือดฉับพลัน นำไปสู่โรคอัมพฤกษ์ อัมพาตได้, ช่วยให้ระบบภูมิคุ้มกันแข็งแรงขึ้น ลดภูมิแพ้ของร่างกาย เป็นต้น นอกจากนี้ยังมี วิตามินอี ลูทีน แทนนิน สังกะสี ธาตุเหล็ก โพลีฟีนอล และเส้นใยอาหาร ซึ่งสารอาหารเหล่านี้มีส่วนช่วยคนเป็นโรคเบาหวาน หลอดเลือดหัวใจ ความดันโลหิตสูง สมองเสื่อม และโลหิตจาง เป็นต้น รวมทั้งมีส่วนช่วยในการสร้างคอลลาเจน ช่วยชะลอความแก่ได้อีกด้วย เหมาะสำหรับคนทุกเพศทุกวัย โดยเฉพาะผู้ที่รักสุขภาพผู้ที่ต้องการลดน้ำหนัก ผู้สูงวัย ผู้ป่วยเป็นโรคเบาหวาน และโรคโลหิตจาง รวมถึงสตรีมีครรภ์ เพราะอุดมไปด้วย โฟเลตในปริมาณสูง จึงช่วยป้องกันครรภ์เป็นพิษและช่วยให้ทารกในครรภ์ มีสุขภาพแข็งแรง ไม่เป็นโรคปากแหว่งเพดานโหว่ สเต็ม อีลิท (Stem Elite) อาหารเสริมสารสกัดจากข้าวไรซ์เบอร์รี่ออร์แกนิกเข้มข้น 100 % ด้วยเทคโนโลยีนวัตกรรมอันทันสมัยในการใช้แรงดันสกัดแทนความร้อน เพื่อให้ได้สารอาหารครบถ้วน เพื่อประโยชน์ในการดูดซึมเข้าบำรุงร่างกายได้เต็มที่ ด้วยอนุภาพของสารสีม่วงในข้าวไรซ์เบอร์รี่ มีคุณสมบัติต่อต้านสารอนุมูลอิสระได้ดี อุดมไปด้วยสังกะสี, วิตามินบี1 โอเมก้า 3 ช่วยในการมองเห็นให้ดีขึ้น, ช่วยบำรุงประสาทและสมองให้มีความแข็งแรง มีความจำที่ดีป้องกันความจำเสื่อมในหรืออัลไซเมอร์ผู้สูงอายุ เป็นต้น ยังมีโฟเลตสูง เบต้าแคโรทีน ช่วยฟื้นฟูเซลล์ร่างกายให้แข็งแรง ลดภาวะเสี่ยงการเกิดมะเร็ง เสริมสร้างภูมิคุ้มกัน ชะลอวัย บำรุงสายตา, ธาตุเหล็กไปสร้างเม็ดเลือดแดงให้ร่างกาย ป้องกันการเกิดโรคโลหิตจาง และระบบเลือด, โพลีฟีนอล และเส้นใย เป็นต้น ซึ่งสารอาหารเหล่านี้มีส่วนช่วยในการบำรุงร่างกาย บำรุงระบบประสาท ลดความเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็ง ผลัดเซลล์เก่าที่ตายแล้วสร้างเซลล์ใหม่ที่ดีและแข็งแรงมาแทน, ช่วยลดน้ำหนัก ควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดให้เป็นปกติสำหรับผู้ป่วยโรคเบาหวาน และช่วยป้องกันโรคต่างๆ ได้อย่างมากมาย อาทิ โรคหลอดเลือด โรคหัวใจ โรคความดันโลหิตสูง โรคสมองเสื่อม มีส่วนช่วยในการสร้างคอลลาเจน ลดระดับไขมัน และคอเรสเตอรอล สามารถเข้าไปดูรายละเอียดผลิตภัณฑ์เพิ่มเติมหรือสอบถามและสั่งซื้อได้ที่ Facebook : https://www.facebook.com/EliteworldAsia/
  8. คนเรานั้นจะดูอ่อนหรือแก่สังเกตได้จากผิวหนัง เด็กๆผิวหนังจะดูเต่งตึง สดใส ดูมีชีวิตชีวาแต่พอเริ่มอายุมากขึ้นความเต่งตึง สดใสก็ลดลงตามไปด้วย เนื่องจากโครงสร้างส่วนใหญ่ของผิวหนังประกอบไปด้วยคอลลาเจน คอลลาเจนเป็นโครงสร้างโมเลกุลโปรตีนในร่างกาย มีปริมาณ1/3 ของโปรตีนในร่างกาย มีลักษณะเป็นเส้นเอ็นที่แผ่กว้างไปทั่วร่างกาย ไม่ว่าจะเป็นผิวหนัง กล้ามเนื้อ เอ็นข้อต่อและกระดูก ช่วยทำให้เซลล์มีความยืดหยุ่น เต่งตึง นุ่มนวล แลดูอ่อนวัย เมื่ออายุ 25 คอลลาเจนเริ่มลดลง ยิ่งอายุมากขึ้นเรื่อยๆโอกาสคอลลาเจนเสื่อมสภาพยิ่งมีมากตามไปด้วย อันนำไปสู่การเกิดริ้วรอยต่างๆตามมา รวมทั้งผิวหนังเริ่มเหี่ยวย่น กระดูกและฟันก็เสื่อมสภาพลง ดังนั้นเราควรหาวิธีที่ช่วยชะลอวัยให้ผิวพรรณดูเต่งตึง แก่ช้าลงให้มากที่สุด โดยการหาสารสกัดโปรตีนคอลลาเจน เพื่อทดแทนคอลลาเจนที่สูญเสียไป จากการศึกษาวิจัย การรับประทานคอลลาเจนเข้าไป เป็นวิธีที่ง่ายและเห็นผลเจนที่สุด ที่จะทำให้โครงสร้างของผิวหนังเสื่อมช้าลง โดยเฉพาะ Hydrolyzed Collagen คือคอลลาเจนเสริม ที่สกัดจากปลาทะเล ช่วยเสริมสร้างความแข็งแรงให้กับคอลลาเจนในชั้นผิว ทำให้ผิวมีความยืดหยุ่น อุ้มน้ำ เต่งตึง แลดูอ่อนวัย ช่วยให้กระดูก ฟัน เล็บ แข็งแรงขึ้น รวมทั้งผมให้ดูดกดำลดการหลุดร่วง อาหารเสริม อี กลูต้าเบอร์รี่ ( E – Glutaberry ) มาในรูปแบบซองเนื้อเยลลี่ อร่อยทานง่าย มีส่วนผสมของสารสกัดเข้มข้น จากบลูเบอร์รี่ ช่วยต้านอนุมูลอิสระ บำรุงตับ ป้องกันโรคมะเร็ง โรคหัวใจ โรคไขข้อ โรคหอบหืด ต้อกระจก ต้อลม, มิกซ์เบอร์รี่ ช่วยต้านการทำลายเซลล์ของร่างกาย ลดคอเลสเตอรอล ควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด บำรุงร่างกาย ช่วยให้ความจำดีขึ้น, L-Glutathaione เป็นกรดอะมิโนที่สำคัญ ในการต้านอนุมูลอิสระ ยับยั้งการสร้างเม็ดสีเมลานิน ซึ่งเป็นสาเหตุการเกิดฝ้า จุดด่างดำ, Hydrolyzed Collagen ช่วยกระตุ้นเสริมสร้างให้คอลลาเจนในชั้นผิวหนังแข็งแรงและทำงานดีขึ้น ทำให้ผิวเปล่งปลั่ง เต่งตึง ดูอ่อนวัย ผิวสวยสุขภาพดี จากภายในสู่ภายนอก นอกจากนี้ยังมีวิตามินซี และกรดมะนาวผสมอยู่ด้วย สามารถเข้าไปดูรายละเอียดผลิตภัณฑ์เพิ่มเติมหรือสอบถามและสั่งซื้อได้ที่ Facebook : https://www.facebook.com/EliteworldAsia/
×