Jump to content
Update
 
 
Gold
 
USD/THB
 
สมาคมฯ
 
Gold965%
 
Gold9999
 
CrudeOil
 
USDX
 
Dowjones
 
GLD10US
 
HUI
 
SPDR(ton)
 
Silver
 
Silver/Oz
 
Silver/Baht
 
ginger

ใบไม้ผลิบนดวงจันทร์

Recommended Posts

12924404_1232165763462126_6220584567629238739_n.jpg?oh=66d6abd2a3f86a8cb73262d619e67719&oe=591CEB76

 

12717243_537566193079858_8271593842962150027_n.jpg?oh=4bebd19ecd0754a89c074d43426775d1&oe=592479CB

 

13754489_1172668226088063_3597436009735448102_n.jpg?oh=e80a2006d6ee618cf24c26f4a53b445d&oe=58DD9097

 

 

13726860_1172668552754697_7778750878869684879_n.jpg?oh=a0b01d173ad52c674c75de1abb57cb8a&oe=58E938A5

 

13718728_1172668479421371_3380148763002587280_n.jpg?oh=8ba2237a4b680f4ca6a5671886cde2bf&oe=591F7F17

 

13718696_1172668396088046_4855584776334006332_n.jpg?oh=69f57a77ec3247a2f4eb02b088913b44&oe=58E27D44

crภาพ Tack Thipok

ขอปวงไทยจงสุขสวัสดี

ทรงพระเจริญ

ขิง

=====

อรุณเบิกฟ้า 2560

โดย สิริอัญญา

วันเสาร์ที่ 31 ธันวาคม 2559

พระสุริยันยาตรานำพาสรรพสิ่งเข้าสู่ปี 2560 แล้ว เราทั้งหลายได้มีชีวิตเป็นเพื่อนร่วมโลกกันในปีพุทธศักราช 2560 ได้มีชีวิตเป็นข้าแผ่นดินในล้นเกล้ารัชกาลที่ 10 ด้วยกัน และมีชะตากรรมในความเป็นไปของบ้านเกิดเมืองนอนร่วมกัน

ดังนั้นการก้าวเข้าสู่ปี 2560 ด้วยความชื่นอกชื่นใจ ด้วยความสุขกายสุขใจ และด้วยการเมตตาอาทรต่อพี่น้องร่วมชาติ พี่น้องร่วมเกิดแก่เจ็บตายด้วยกัน จึงเป็นเรื่องสำคัญที่สมควรน้อมนำให้บังเกิดขึ้นในใจ

 

เพราะเมื่อเมตตาได้บังเกิดขึ้นในใจแล้ว ก็จะทำให้แต่ละคนมีความสุข มีความร่มเย็นขึ้นในใจ ไม่เห็นภัยใด ๆ และภัยใด ๆ ก็ไม่เห็นหรือกล้ำกรายให้เป็นที่แผ้วพานหรือเป็นอันตรายได้เลย ดังนี้พระผู้มีพระภาคเจ้าจึงตรัสว่าเมตตาคือธรรมค้ำจุนโลก

ประเทศไทยในปี 2560 จะไปทางไหนกัน?

ย่อมขึ้นอยู่กับการกระทำของคนไทยตามกฎแห่งกรรม คือทำกรรมดีย่อมได้รับผลดี ทำกรรมชั่วย่อมได้รับผลชั่ว แล้วกรรมดี กรรมชั่วนั้นเป็นไฉน?

กรรมดีที่คนไทยทั้งผองพึงต้องประพฤติปฏิบัติต่อบ้านเกิดเมืองนอนของตนและต่อผู้คนร่วมชาติของตนก็คือความรัก ความสมัครสมาน ความสามัคคี ความจงรักภักดีต่อชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ความเอื้อเฟื้อเกื้อกูล ความให้อภัยแก่กัน เมื่อกระทำกรรมดีเหล่านี้แล้ว ย่อมเป็นที่หวังได้ว่าอานิสงส์แห่งกรรมดีนั้นย่อมตอบสนองทั้งแก่ตนเอง แก่สังคม และบ้านเกิดเมืองนอนของเรา

กรรมชั่วที่คนไทยทั้งผองต้องละเว้นก็คือการเบียดเบียนกัน การกล่าวร้ายเสียดสีหรือการสร้างความเกลียดชังกันและกัน การสร้างความผิดหลงขึ้นในใจ รวมถึงการบ่อนทำลายบ้านเมือง การเนรคุณต่อประเทศชาติ การทำลายศาสนาและการไม่จงรักภักดีต่อพระมหากษัตริย์ เหล่านี้ล้วนเป็นกรรมชั่วและเป็นอนันตริยกรรมที่ผลแห่งกรรมนั้นจะเกิดขึ้นแก่ตนเอง แก่ผู้คนในครอบครัว และผู้อื่นเป็นส่วนรวมด้วย

 

เมื่อปีเก่าผ่านไป เวลาของชีวิตก็ผ่านไปปีหนึ่ง ปีใหม่กำลังเข้ามา เวลาของชีวิตก็กำลังก้าวไป วันเวลาล่วงไป ๆ ชีวิตทั้งหลายก็ย่อมใกล้ความตายเข้าไปทุกที ไม่ต่างอันใดกับฝูงวัว ฝูงควายที่กำลังถูกอำนาจแห่งกาลเวลาจูงเดินหน้าไปสู่โรงฆ่าสัตว์ฉะนั้น

เวลาจะเหลืออยู่เพียงใด ใครเล่าจักรู้ จึงขอเพียงได้อยู่และได้ทำหน้าที่ที่เป็นประโยชน์แก่ตนเอง แก่ผู้อื่นและแก่ประเทศชาติ ก็จะทำให้ชีวิตและเวลาที่กำลังก้าวไปไม่เสียเปล่า บังเกิดเป็นประโยชน์แก่ตน แก่ท่าน

 

ในยามรุ่งอรุณของปี 2560 ประเทศไทยตกอยู่ในความเสี่ยงภัยที่สำคัญอันคนไทยทุกคนควรตระหนักก็คือ

ปัจจัยภายใน ได้แก่การเบียดเบียนกันเอง ซึ่งบ้างก็เกิดขึ้นเพราะอัชฌาสัยของตน และมีไม่น้อยที่เกิดขึ้นเพราะแรงชักจูงจากภายนอก ไม่ว่าจะเป็นจากคนไทยหรือคนต่างชาติ การเบียดเบียนกันไม่ต่างอันใดกับการกองไฟสุมไว้กับตัวแล้วจุดไฟขึ้น จะช้าจะเร็วไฟจะเผาตัวจนมอดไหม้มลายสูญ เพราะผลของการเบียดเบียนนั้นหาได้เกิดกับผู้อื่นฝ่ายเดียวไม่ แต่ผลย่อมบังเกิดแก่ผู้เบียดเบียนผู้อื่นด้วย ตั้งแต่การสูญเสีย การพลัดพราก แม้กระทั่งการล้มหายตากจากกันและกัน

ปัจจัยภายนอก ได้แก่การเบียดเบียนที่มาจากภายนอก ที่สำคัญคือภัยจากการส่งออกลัทธิประชาธิปไตยที่มีอนาคตที่จะทำให้บ้านเมืองของเราเป็นสงครามกลางเมือง

ลัทธิส่งออกประชาธิปไตยนั้นมีอาวุธสำคัญอยู่สองชนิด คือสิ่งที่เรียกว่าการเลือกตั้ง ซึ่งเต็มไปด้วยสรรพโสโครกจัญไรเหมือนกับการเสพยาพิษไว้ในกายที่เป็นอันตรายร้ายแรงฉะนั้น และอีกสิ่งหนึ่งก็คือสิ่งที่เรียกว่าสิทธิมนุษยชน ที่ถือเอาเสรีภาพที่ไม่มีขอบเขตเป็นเครื่องเย้ายวนหลอกลวงผู้อ่อนด้อย

 

โดยเฉพาะเด็กและเยาวชน เพื่อให้หลงเพ้อใฝ่ฝันไปกับมายาภาพ กระทั่งหลงผิดคิดว่ามีเสรีภาพที่จะทำร้ายผู้อื่นได้ตามใจชอบ

ลัทธิส่งออกประชาธิปไตยได้ก่อตัวขึ้นในประเทศไทยมาช้านานแล้ว ขณะนี้สามารถก่อตั้งแนวรบที่พร้อมจะรุกรบเพื่อล้มล้างรัฐบาลหลายแนวรบ ที่สำคัญคือ

แนวรบด้านมวลชน ได้มีการจัดตั้งเด็กและเยาวชนขึ้นในหลายพื้นที่ของประเทศไทย โดยอาศัยกลไกของสถาบันการศึกษาด้วยการว่าจ้างนักวิชาการขายตัวให้เป็นตัวแพร่พิษร้ายแห่งลัทธิส่งออกประชาธิปไตย เพื่อมอมเมาเยาวชนคนของชาติให้กลายเป็นทาสของต่างชาติ กระทั่งหลงผิดคิดว่าสิ่งที่ทำเพื่อประโยชน์ของต่างชาติและทำลายบ้านเกิดเมืองนอนของตนนั้นเป็นสิ่งที่มีเกียรติ

แนวรบสื่อมวลชน ได้มีการจัดตั้งสื่อมวลชนขายตัวทั้งระดับต่างประเทศ ระดับภูมิภาค และระดับประเทศเป็นจำนวนมากในแทบทุกประเภทสื่อ เพื่อคอยขยายผลการเคลื่อนไหวและปฏิบัติการต่าง ๆ ของลัทธิส่งออกประชาธิปไตย เพื่อบ่อนทำลายประเทศไทยของเรา

 

แนวรบกองกำลัง ซึ่งมีการจัดตั้งกองกำลังหลายประเภท หลายรูปแบบ ไม่ว่ากองกำลังที่ใช้กำลังอาวุธ กองกำลังของระบบสารสนเทศ และกองกำลังแนวร่วมข่าวลือหรือแนวร่วมในการต่อต้านอำนาจรัฐในทุกรูปแบบไม่ว่าจะบ้า ๆ บอ ๆ ชนิดไหนก็ตาม

แนวรบต่างชาติ ซึ่งพร้อมที่จะเข้าผสมโรงในการยึดครองประเทศไทยในที่สุด

ในความเสี่ยงเหล่านี้ ถ้าคนไทยทำความเข้าใจและร่วมกันป้องกันแก้ไข ประเทศไทยของเราก็ย่อมปลอดภัยอย่างแน่นอน.

Edited by ginger

Share this post


Link to post
Share on other sites

 

กรมประชาสัมพันธ์

 

 

 

กรมประชาสัมพันธ์

 

 

 

 

กรมประชาสัมพันธ์

 

 

 

กรมประชาสัมพันธ์

 

 

 

กรมประชาสัมพันธ์

 

 

 

กรมประชาสัมพันธ์

 

 

 

กรมประชาสัมพันธ์

 

===

15871710_10154907123197855_941964026251620239_n.jpg?oh=481e70d45612a0a544336e3f308bb13a&oe=591B6FEF

 

15823607_10154907120872855_4893068425701434223_n.jpg?oh=63d5601a140afcc00ca235abe93879bb&oe=58DC3400

 

15826832_10154907230562855_5203637154830562296_n.jpg?oh=20f3519e465d6523249a2feec7fe2662&oe=591BF006

พสกนิกรเดินทางมาสักการะพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ตั้งแต่เช้าตรู่ของวันที่ 4 มกราคม 2560 โดยสภาพอากาศในวันนี้ไม่มีแดด เย็นสบาย

ภาพ ชาลินี ถิระศุภะ (Chalinee Thirasupa)

 

===

 

เรื่องเล่าจากสนามหลวง : พ่อของทุกคน (The Father of Us All)

 

 

เมื่อวันที่ 14 ตุลาคม 2559 ถือเป็นวันที่ต้องจารึกไว้ในประวัติศาสตร์ของประเทศไทย ซึ่งเป็นอีกหนึ่งวันที่ประชาชนคนไทยต่างพร้อมใจกันเดินทางมาส่งเสด็จพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชสู่สวรรคาลัย และนับตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นมา ท้องสนามหลวงและพระบรมมหาราชวังก็เต็มไปด้วยพสกนิกรไทยจากทุกสารทิศ ที่เดินทางมากราบลาพระองค์และเพื่อรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณที่พระองค์ทรงมีต่อปวงชนชาวไทย แต่ไม่ใช่แค่คนไทยเท่านั้นที่จะซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณ ยังมีชาวต่างชาติอีกหลายคนที่เดินทางมาลงนามถวายความอาลัยและสักการะพระบรมศพเช่นกัน

 

นายเอมิล และ นางฟรานเชส ซิราโนวิค สามีภรรยาวัยกลางคนแต่งกายในชุดสีดำเรียบร้อย นั่งต่อแถวบริเวณเต้นท์หน้าประตูวิเศษไชยศรี ในตอนสายของวันที่ 4 มกราคม 2560 เพื่อเข้าสักการะพระบรมศพเบื้องหน้าพระบรมโกศ ที่พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง โดยนางฟรานเซสเป็นชาวอเมริกัน ทำอาชีพเป็นนักเขียนและบรรณาธิการอิสระ ส่วนนายเอมิลเป็นชาวออสเตรเลีย ประกอบอาชีพเป็นที่ปรึกษาด้านวิศวกร และเคยเป็นวิศวกรในโครงการก่อสร้างรถไฟฟ้าใต้ดินสายสีน้ำเงินเป็นเวลา 5 ปี ก่อนที่จะย้ายไปทำงานที่ไต้หวัน

“ผมประทับใจในวัฒนธรรม การใช้ชีวิต และคนไทยมาก” นายเอมิลกล่าวถึงสาเหตุที่ตัดสินใจมาทำงานและใช้บั้นปลายของชีวิตที่ประเทศไทยกับภรรยา ในห้องพักย่านเอกมัย กรุงเทพมหานคร “การที่ได้มีโอกาสมาทำงานร่วมกับคนไทย ทำให้ผมรับรู้ถึงความรักที่คนไทยมีต่อรัชกาลที่ 9 นี่คงเป็นการสูญเสียครั้งยิ่งใหญ่ของคนไทย เพราะพระองค์คือบุคคลที่ประเสริฐและยอดเยี่ยมมากๆ”

ทั้งสองคนได้เคยเข้าร่วมงานฉลองสิริราชสมบัติครบ 60 ปี เป็นความประทับใจที่ได้เห็นความจงรักภักดีของคนไทยที่มีต่อในหลวงรัชกาลที่ 9 และแม้ในวันนี้ที่พระองค์จะจากไป แต่ความจงรักภักดีนั้นยังคงอยู่ไม่เสื่อมคลาย

“เราเดินทางมาสักการะพระบรมศพครั้งแรก และประทับใจมากกับการจัดการ การต่อแถว มันน่าทึ่งและตื้นตันใจที่เห็นคนไทยหลายหมื่นคนเดินทางมาเพื่อเข้ากราบลาพระองค์” นางฟรานเชสกล่าวด้วยรอยยิ้ม ทั้งสองคนตั้งใจจะมาอีกครั้งในวันที่ 20 มกราคม 2559 ซึ่งตรงกับพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศลสตมวาร (100 วัน) และในวันนั้นเป็นวันเกิดของนายเอมิลอีกด้วยด้วย “มันคงเป็นสิ่งที่วิเศษและเกียรติเป็นอย่างยิ่งหากฉันจะได้พาเอมิลมาที่นี้ในวันเกิดของเขา” นางฟรานซิสกล่าว

นายเอมิลกล่าวว่าในประเทศออสเตรเลียบ้านเกิดตนนั้นไม่มีระบอบกษัตริย์ ทำให้ชาวต่างชาติส่วนใหญ่จะไม่เข้าใจถึงเหตุผลว่าทำไมคนไทยถึงรักพระองค์มากขนาดนี้ ความเป็นจริงคือพระองค์ทรงงานหนักมากเพื่อให้ราษฎรไทยและทุกชนเผ่าได้อยู่ดีกินดี มันเป็นสิ่งครั้งหนึ่งในชีวิตทุกคนยอมอุทิศเพื่อกษัตริย์ที่พวกเขารักและเทิดทูน

“พระองค์รักคนไทยเหมือนลูก และคนไทยทุกคนก็รักพระองค์เหมือนพ่อ ผมว่าจริงๆแล้วพระองค์ไม่ได้เป็นแค่พ่อของคนไทย แต่เป็น ‘พ่อของทุกคน (The father to us all) โดยมีผมกับภรรยาเป็นหนึ่งในนั้นด้วย”

ถึงแม้พวกเขาทั้งคู่จะเป็นคนต่างชาติ ไม่ได้เกิดบนแผ่นดินไทย ไม่ได้มีเลือดเนื้อเชื้อไขเป็นไทย ไม่ได้เป็น ‘คนไทย’ แต่พวกเขาก็รักและเคารพพ่อหลวงของคนไทยเหมือนพวกเราทุกคน

ภาพ ชาลินี ถิระศุภะ (Chalinee Thirasupa)

#NationPhoto #ชาลินีถิระศุภะ #ChalineeThirasupa #สักการะพระบรมศพ #เรื่องเล่าจากสนามหลวง #รัชกาลที่9

 

 

 

 

15871765_10154907485437855_9102180132670695154_n.jpg?oh=b51e3e9fef9099334566e8a5c2f5eb92&oe=58E827F7

 

Edited by ginger

Share this post


Link to post
Share on other sites

เพลงพระราชนิพนธ์ ยามเย็น - วิโอเลต วอเทียร์ Ost.พรจากฟ้า 【Audio Version】

 

 

GDH

 

 

 

MV อยู่อย่างพอเพียง

 

นายกรัฐมนตรี อวยพรเนื่องในโอกาสขึ้นปีใหม่ พ.ศ.2560

 

นายกฯ แต่งเพลงสะพาน ให้ครม.พาประชาชนก้าวสู่ความมั่นคง

 

เพลงสะพาน ประพันธ์โดย พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา

เพลงสะพาน ประพันธ์โดย พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นเพลงประจำคณะรัฐมนตรี ที่เปรียบเสมือนคณะรัฐมนตรีทุกคน จะทำหน้าที่เป็นสะพานพาพี่น้องประชาชนผ่า...

 

15800374_10154907554472855_2018732830205018803_o.jpg?oh=a7276654d6d15d36176aa159dddc0944&oe=591C6DBE

 

15896281_10154907554697855_7808677196000955673_o.jpg?oh=b2465535ca86bd00c93fb538476eeb0c&oe=5916F648

 

15871916_10154907554682855_2067377194187656136_n.jpg?oh=790ae7db4b6821afe8526a3f1c87bd91&oe=58E91080

 

15895501_10154907554752855_6037781915634923455_o.jpg?oh=17971ecfa1af97a65bd340c254490952&oe=5922B3B9

 

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี นำเจ้าหน้าที่ข้าราชการในทำเนียบรัฐบาลออกกำลังกายประจำสัปดาห์ พร้อมเตะตะกร้อกับ คณะทำงาน ณ สนามหญ้าหน้าตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล เมื่อวันที่ 4 มกราคม 2560

ภาพ วรวิทย์ พุ่มพวง (Vorawit Pumpuang)

Edited by ginger

Share this post


Link to post
Share on other sites

 

 

บุก : ลดน้ำตาลในเลือด

ชื่ออื่นๆ : บุกคางคก มันซูรัน หัวบุก บุกหนาม บุกหลวง ฯลฯ พืชพื้นบ้านที่กำลังงอกงามในช่วงหน้าฝน ทุกส่วนบุกกินได้ ต้น

อ่อน ใบอ่อน หัวบุกนำมาปรุงเป็นอาหารได้หลายอย่าง เช่น จิ้มน้ำพริก แกงเลียง แกงกะทิ ฯลฯ สรรพคุณทางยา มีสารสำคัญที่

ช่วยลดปริมาณน้ำตาลในเลือด มากด้วยเส้นใยอาหาร ใบใช้กัดเสมหะ แก้เลือดจับเป็นก้อน ช่วยลอดไขมันในเลือด หัวใช้แก

โรคตับ โรคท้องมาน แก้เสมหะ แก้ไอ

 

(เครดิตภาพ : Buaroeynop, PeeSo, nobita, ปลายแป้นพิมพ์)

** สมุนไพรใกล้ตัว มุ่งเสนอสรรพคุณทางยา การนำไปใช้ควรพิจารณาอย่างรอบด้าน **

 

 

 

 

15826537_10154946369077028_2600225555278211599_n.png?oh=ba5e3c3488577a95783f614e4f25e4e9&oe=591BA7FC

 

ไข่เจียวดอกขจร

เมนูเที่ยงวันนี้ ขอเสนอไข่เจียวดอกขจร ซึ่งเป็นผักตามฤดูกาล ส่วนผสมก็ยุ่งยากซับซ้อน เด็ดดอกขจรมา 1 ชาม ตอกไข่ลงไป กวนให้เข้ากัน เสร็จแล้วนำไปทอดในกระทะเหล็ก สีไข่เจียวจะออกมาสวยงาม ผิวเกรียม นอกจากท้องจะอิ่มแล้ว เมนูนี้ ยังให้คุณค่าต่อร่างกายมากมายไม่เฉพาะแต่โปรตีนจากไข่แล้ว ดอกขจรยังชวยบำรุงปอด บำรุงหัวใจ บำรุงสายตา บำรุงตับ บำรุงโลหิต แก้เสมหะ บำรุงฮอร์โมนของสตรี แก้ท้องอืดท้องเฟ้ออีกด้วย

(เครดิตภาพ : swin)

 

 

 

 

15826475_10154946404547028_6469370168899649331_n.png?oh=0f98f1910a78c848b64e971e0c26e62d&oe=591B66C0

 

 

 

การเตรียมตัวก่อนไปพบแพทย์

จุดเริ่มต้นที่สำคัญ เริ่มจากการสังเกตสิ่งผิดปกติของตัวเรา ซึ่งเรื่องนี้ไม่มีใครรู้ตัวเราเท่าตัวเราเอง ควรจดบันทึกสิ่งผิดปกติ และ

ควรเลือกไปพบแพทย์ตั้งแต่เนิ่นๆ

1. สังเกตสิ่งผิดปกติที่เกิดขึ้น

เมื่อเริ่มมีสิ่งผิดปกติเกิดขึ้นกับร่างกายของเรา ควรสังเกต เฝ้าระวัง และติดตามอย่างสนใจ จดจ่อ และต่อเนื่อง ว่าสิ่งผิดปกตินี้

มีอาการและระดับความรุนแรงอย่างไร เคยเป็นอย่างนี้มาหรือยัง รวมถึงระยะเวลา ที่มีอาการเจ็บป่วย ความรุนแรง การลุกลาม

ตำแหน่งที่เป็นอวัยวะที่รู้สึก และอื่นๆ

 

2. ไม่มีใครรู้จักสุขภาพร่างกายของคุณได้ดีเท่ากับตัวคุณเอง

ไม่ว่าสิ่งผิดปกติจะเป็นด้านจิตใจ ร่างกาย หรือความนึกคิดของคุณ คนที่จะรู้ดีที่สุด ก็คือตัวของคุณเอง คนที่เป็นเจ้าของร่างกายอันนี้ ไม่ว่าจะเกิดสิ่งดี สิ่งร้าย โรคภัยไข้เจ็บอะไรขึ้น ดังนั้น คุณจึงควรสังเกตสิ่งเหล่านี้ให้ครบถ้วน ว่าเป็นอย่างไร เป็นที่ไหน เป็นมากนานเพียงใด

3. จดบันทึกข้อมูลสุขภาพ

รายละเอียดของสิ่งผิดปกติเหล่านี้จะมีคุณค่ามากขึ้น และช่วยให้ได้ข้อมูลความเจ็บป่วยที่ครบถ้วน จึงควรจดบันทึกความเจ็บป่วยไข้ ว่ามีอาการอย่างไรบ้าง เป็นที่ไหนบ้าง เป็นมานานแค่ไหน จดบันทึกไว้ หรือบางคนอาจจัดทำไว้เป็นสมุดบันทึกสุขภาพก็ยิ่งดี

4. รู้แต่เนิ่นๆ ยังเป็นน้อยรักษาได้ง่าย

การสังเกตและไม่นิ่งนอนใจในสิ่งผิดปกติต่างๆ เหล่านี้เป็นสิ่งที่ดี เพราะถ้ารู้ตัวแต่เนิ่นๆ ในขณะที่ยังมีอาการน้อย และความรุนแรงของโรคไม่มาก โดยทั่วไปก็จะทำการรักษาให้หายได้โดยง่าย ไม่ยุ่งยาก ไม่เสียเวลา และไม่สิ้นเปลืองค่าใช้จ่าย�

5. เตรียมข้อคำถามที่อยากรู้

นอกจากนี้ อาจซักซ้อมเตรียมคำถามที่เกี่ยวข้องกับการเจ็บป่วยที่ต้องการทราบคำตอบจากแพทย์ เช่น โรคที่เป็น ระดับความรุนแรงของโรค เป้าหมายของการรักษา ยาและการใช้ยา เป็นต้น เพราะจะได้ถามแพทย์ในช่วงนาทีทองของคุณ

 

 

 

 

15871866_10154946373482028_6855372387131687488_n.png?oh=64bf65f9e92fd8b406c7ca4bcfaf3a29&oe=59208AFA

Share this post


Link to post
Share on other sites

มีครั้งหนึ่ง พระอาจารย์ปสันโนนั่งอยู่กับหลวงปู่ชา พระอาจารย์ปสันโนทำหน้าที่เป็นล่ามแปลคำถามของนักข่าวสวีเดนคนหนึ่ง นักข่าวคนนี้เคยสัมภาษณ์ครูบาอาจารย์ที่สอนปฏิบัติมาแล้ว ก็จะถามคำถามเดียวกันหมดเพื่อให้ได้คำตอบที่หลากหลาย รวมไปถึงคำถามที่ว่า

 

“ทำไมจึงปฏิบัติ ปฏิบัติอย่างไร และปฏิบัติแล้วได้อะไร”

 

พระอาจารย์ปสันโนเล่าว่ารู้สึกหงุดหงิดไม่พอใจพระกรุงเทพที่นำนักข่าวมาที่วัด และไม่พอใจในคำถามของนักข่าวว่าไม่เข้าท่า

หลวงปู่ชาไม่ตอบคำถามทันที กลับชวนคุยเรื่องนั่นนี่ แล้วให้พระอาจารย์ปสันโนแปลคำถามตะกี้ใหม่

“คำถามว่ายังไงนะ ว่าอีกทีซิ ”พระอาจารย์ปสันโนก็แปลซ้ำ จากนั้นหลวงปู่ชาก็ชวนคุยเรื่องอื่นอีก

 

สักพักหลวงปู่ชาถามอีกว่า “นักข่าวถามปัญหาไม่ใช่เหรอเอาล่ะ คำถามว่ายังไงบ้าง”

พระอาจารย์ปสันโนก็ต้องแปลซ้ำอีกรอบ

 

แล้วจู่ๆ หลวงปู่ชา ก็ถามขึ้นว่า “ใครมีดินสอกับกระดาษบ้างแถวนี้ ให้ใครก็ได้ช่วยเขียนคำถามให้อาตมาหน่อย”

 

พอหาดินสอกระดาษได้ พระอาจารย์ปสันโนก็ต้องแปลคำถามอย่างช้าๆ ให้พอที่หลวงปู่ชาจะเขียนทัน

 

“เอานะทีนี้ ทำไมเราต้องปฏิบัติ” หลวงปู่ชาเขียนลงไป “แล้วคำถามที่สองล่ะ ว่าอีกครั้งซิ – เรามีวิธีปฏิบัติกันอย่างไร อืม ได้แล้ว ”

แล้วหลวงปู่ชาท่านก็เขียนคำถามที่สองลงไป “แล้วคำถามที่สามล่ะ ถามว่ายังไง ”

 

จากนั้นหลวงปู่ชาก็มองไปที่นักข่าวแล้วยิงคำถามว่า “ทำไมโยมต้องรับประทาน”

คำถามของหลวงปู่ชาทำเอานักข่าวตะลึง แต่ก็ตอบกลับมาว่า “เอ่อ ผมก็ตอบไม่ถูกเหมือนกันครับ ท่าน”

“ไม่เอา ทำไมโยมจึงต้องรับประทาน อาตมาอยากได้คำตอบว่า ทำไมโยมจึงต้องรับประทาน”

 

นักข่าวตอบว่า “ที่ผมรับประทาน ก็เพราะว่าผมรู้สึกหิวครับ ”

 

หลวงปู่ชา จึงตอบสวนกลับไปว่า “ถูกต้อง !นั่นแหละ เป็นคำตอบว่า ทำไมพวกเราต้องปฏิบัติธรรม พวกเราหิวต่อความสงบ หิวต่อความจริง พวกเรารู้สึกเป็นทุกข์ ดังนั้น พวกเราจึงหิวความหลุดพ้นจากความทุกข์ ”

 

จากนั้นหลวงปู่ชา ได้สนทนาเรื่องนี้โดยขยายความว่า

หากใครตระหนักได้อย่างแท้จริงว่าตนกำลังหิว เขาก็จะขวนขวายหาวิธีปฏิบัติที่ถูกจริตกับตัวเอง แล้วผลก็จะเป็นเหมือนอย่างที่ว่ามา คือ เมื่อเราหิว ก็จะหาอะไรที่จะรับประทานได้ และเรียนรู้วิธีปรุงอาหารเพื่อเอามาบำรุงเลี้ยงตัวเอง

เราก็จะหายหิว อิ่มหนำสำราญ นั่นแหละ จุดมุ่งหมายของการปฏิบัติ

 

เรียบเรียงจากหนังสือ ธรรมดาของตาเห็นธรรม รวมพระธรรมเทศนาโดยพระอาจารย์ปสันโน ณ วัดอภัยคีรี รัฐแคลิฟอร์เนีย ประเทศสหรัฐอเมริกา ในปี ๒๕๕๕ หน้าที่ 8-12

อ้างอิง http://www.abhayagiri.org/th/book

 

281854_454377938031784_3293224606618465995_n.jpg?oh=91a114546e89f78405713eb88c6c0180&oe=58E0FAF5

Share this post


Link to post
Share on other sites

15895003_10211483554035382_6047424641762086358_n.jpg?oh=2b3dcc34c80d6863d1b475a96b0960c5&oe=58ED4871

คนจะบรรลุธรรมะ

จะได้เห็นธรรมะ

ต้องรูจักว่า

ธรรมะอยู่ตรงไหนเสืยก่อน

ธรรมะที่แท้จริงอยู่ที่ไหน

อยู่ที่นี่ อยู่ที่กาย อยู่ที่ใจ

ให้เอาใจนี้พิจารณากาย

นี้เป็นหลักการพิจารณา

 

หลวงพ่อชา

Share this post


Link to post
Share on other sites

สวัสดีปีใหม่ค่ะ คุณ ginger ขอให้มีความสุขสงบตลอดไปนะคะ

สวัสดีปีใหม่จ้า พี่ปุณณ์ ขอบคุณค่ะ คิดถึงนะคะ

 

ขอให้พี่ปุณณ์ มีสุขภาพแข็งแรง จิตใจปลอดโปร่ง สดชื่น แจ่มใส เบาสบาย

กิจใดๆเป็นไปด้วยดี .... ... ....

 

7e98b2382a16de92b61c62db36f82bf9.jpg

tumblr_oaw2ltMhpC1vz5p09o1_500.jpg

 

b4032fba0117e9f085229269f08cc6dd.jpg

 

 

c86f009daefdeef300672fee20502ddc.jpg

 

64d1eed4450bfcc8d38ccb89bd3ec126.jpg

 

f310b9d61d9d4992d008f1a7e13a9086.jpg

 

35adf648fc841616475f21eb499697de.jpg

 

36fd7714c51324ff31d54abd90f49a85.jpg

 

cr pinterest

Share this post


Link to post
Share on other sites

คิดถึงพ่อ

เสียงที่อยากได้ยิน ภาพที่อยากเห็น - แก้มลิง...ที่ชุมพร

 

 

NOW26

 

Thairath

15 hrs · -pz5JhcNQ9P.png

 

าย ด้านกรมอุตุฯ คาด ภาคใต้อาจโดนฝนถล่มต่อเนื่องถึงวันที่ 7 ม.ค. นี้ พร้อมเตือนให้คนในพื้นที่ระมัดระวังอันตรายจากฝนตกหนักสะสมด้วย

#น้ำท่วมใต้

====

10302117_423063037862603_3633187976143512483_n.jpg?oh=892d92b6164be61e2c0c2d650fc017bb&oe=58DD66AE

ทรงพระราชปฏิสันถารกับราษฏร ในโอกาสเสด็จพระราชดำเนินไปทอดพระเนตรภูมิประเทศ และทรงเยี่ยมราษฏรในเขตพื้นที่ตำบลจอเบาะ อำเภอยี่งอ จังหวัดนราธิวาส

 

 

===

 

Cr Kanok ratwongsakut fanpage

ตอนนี้น้ำท่วมภาคใต้หนักมาก อย่างน้อย 6 จังหวัด เห็นข่าวแล้วก็คิดถึง "ในหลวง รัชกาลที่ ๙" เราคนไทยทุกคนรู้กันว่า พระองค์ทรงรอบรู้เรื่องน้ำดีที่สุดในประเทศ

ในคลิปนี้เป็นเหตุการณ์เมื่อวันที่ 20 มิถุนายน 2541 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงวางแผนสร้างแก้มลิง เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของคนชุมพรให้ทันเวลาก่อนน้ำจะท่วม

แม้เหตุการณ์วันนี้ ชุมพรจะไม่ใช่จังหวัดที่กำลังประสบปัญหาน้ำท่วมหนัก แต่จากเสียงของพระองค์ นาทีที่ 2.03 "..น้ำมันไม่รู้จักจังหวัด" ในหลวงทรงทุ่มเทพระวรกายหลายครั้ง เพื่อวางแผนรับมือกับน้ำท่วม ทุกครั้งพระองค์ต้องทรงอธิบายให้ข้าราชการที่เกี่ยวข้อง เข้าใจในสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้น

 

เหมือนชาวหาดใหญ่ จ.สงขลา ที่มักถูกน้ำท่วมหนักทุกปี โดยเฉพาะปี 2531 และปี 2543 จนเป็นที่มาของโครงการบรรเทาอุทกภัย อ.หาดใหญ่ ตามแนวพระราชดำริ ซึ่งสามารถบริหารจัดการน้ำได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้ชาว อ.หาดใหญ่ รอดพ้นจากภัยน้ำท่วมมาหลายครั้ง ดังพระราชดำรัสตอนหนึ่งเมื่อวันจันทร์ ที่ 27 พฤศจิกายน 2543 พระราชทานในโอกาสที่คณะกรรมการมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ เข้าเฝ้า ฯ ณ ศาลาดุสิดาลัย

“...ที่หาดใหญ่ ที่น้ำท่วมอย่างมากมายเช่นนี้ ท่านผู้ที่อยู่ในท้องที่ก็ได้เห็นด้วยตาของตนเอง แต่ว่าไม่ทันรู้ว่ามันมาอย่างไร ถ้าถามผู้อยู่ที่หาดใหญ่เองทั้งประชาชน ทั้งเจ้าหน้าที่ฝ่ายทหารและพลเรือน ว่าน้ำนั่นมาอย่างไร สักแปดสิบเปอร์เซ็นต์จะไม่ทราบ แม้แต่ผู้ที่เป็นผู้เชี่ยวชาญในทางอุทกศาสตร์ หรือในทางชลประทานก็ไม่ทราบ ความจริง ก่อนที่เกิดเรื่องอย่างนี้ได้เคยไปที่หาดใหญ่แล้ว และเคยไปชี้ว่าควรที่จะทำอะไร แต่ไม่ได้ทำ หรือทำแล้ว ก็ได้สร้างอะไรอื่น ๆ ขึ้นมาขวางกิจการที่จะป้องกัน หรือทำให้ไม่เกิดอุทกภัยเช่นนี้ ถ้าไปดูท่านผู้ที่อยู่แถวนั้น และจะกลับบ้าน หรือกลับไปในที่ที่ไปปฏิบัติได้ ให้ไปดูทางด้านตะวันตกของเมือง มีถนน แต่ว่าถนนนั้นพยายามทำขึ้นมาแล้วเป็นคล้าย ๆ ผนังกั้นน้ำมิให้น้ำเข้าไปในเมือง ก็ไม่ได้ทำหรือทำแล้วก็ไม่ได้รักษา ทางทิศเหนือ หรือทางตะวันตกเฉียงเหนือ มีถนนที่กำลังสร้าง หรือสร้างใหม่ ๆ กั้นน้ำเป็นเหมือนเขื่อน มิให้น้ำออกจากตัวเมืองได้ จึงทำให้น้ำท่วมในตัวเมืองถึง ๒ เมตร ๓ เมตร ทีแรกได้ยินข่าวว่าน้ำท่วม ๒ เมตร ๓ เมตร ไม่เชื่อ ฟังวิทยุ ดูในหนังสือพิมพ์ว่า ทำไมน้ำจะท่วมได้ ๒ เมตร ๓ เมตร ก็เป็นความจริงว่าท่วม ท่วมรถยนต์ไม่เห็นเลย ท่วมไปหมด คนที่อยู่บ้านชั้นเดียว ก็ต้องปีนขึ้นไปบนหลังคา อันนี้เป็นความจริง แต่ว่าถ้าหากทำอย่างที่ว่า ซึ่งบอกให้ทำมาเป็นเวลากว่า ๑๐ ปีแล้ว ทำพนัง หรือคัน และไม่ทำถนนที่กั้นน้ำเป็นเขื่อน ก็จะทำให้ตัวเมืองหาดใหญ่ไม่เป็นอ่างเก็บน้ำ ที่แปลก โดยมากก็ชอบทำเป็นอ่างเก็บน้ำ เพื่อจะเก็บน้ำเอาไว้ใช้ แต่นี่มาทำอ่างเก็บน้ำเอาไว้จม...”

คิดถึง "ในหลวง รัชกาลที่ ๙" เหลือเกิน

https://youtu.be/uhE_TYXoqrE

 

15894273_1161966160583519_1815933458058071047_n.jpg?oh=7948ce74d470d5369ea2af74496db858&oe=5918C5C7

 

15871698_1161966250583510_6369760074735175076_n.jpg?oh=1bbce33397dfd4f101ff79f14d368b5a&oe=58E8E8EE

 

15894954_1161990887247713_7996680200042328756_n.jpg?oh=f25d3447f1e6207ee87db6444052875f&oe=58E57C3F

เปลว สีเงิน - Plew Seengern shared Rungrot Kongpiban's post.

ทหารอากาศ! ใช้เชือกโรยตัวจาก ฮ.เข้าช่วย คนแก่และเด็กผู้หญิง ที่ติดในบ้านที่ใกล้จะพังจากแรงน้ำ ออกมาได้อย่างปลอดภัย อ.ท่าชนะ จ.สุราษฏร์ฯ

(5 ม.ค.60) เมื่อเวลา 17.30 น. นาวาอากาศเอก สมใจ ชัยวงษ์ ผู้บังคับการกองบิน 7 โดย ฮ.จากหน่วยบิน 2037 บินสำรวจพื้นที่ประสบอุทกภัย และให้ความช่วยเหลือ ควบคู่กับการโทรร้องขอความช่วยเหลือประชาชนทางภาคพื้นดิน

 

โดย จนท.ได้ใช้เชือกโรยตัวเข้าไปช่วยเหลือประชาชนที่ประสบอุทกภัย ในบ้านชั้นเดียว ที่สี่แยกหนองนิล อ.ท่าชนะ จ.สุราษฎร์ธานี

ซึ่งบ้านด้านหน้าพังถล่มแล้ว และสามารถช่วยชีวิต ผู้หญิงและคนชรา จำนวน 3 คน จากบ้านหลังดังกล่าวได้อย่างปลอดภัย พร้อมทั้งได้ช่วยทารกซึ่งมีอาการป่วย ส่งถึงมือแพทย์แล้ว #น้ำท่วมภาคใต้ / @Ch7news

 

 

15826821_1083440408448049_8596716906815378559_n.jpg?oh=91e21889283f1e9ea3504340125e6d14&oe=58DA7ECC

15895240_1083440445114712_4650932188638188461_n.jpg?oh=b2f2fd4385e493867b66b9a850de8e70&oe=58DF5FCB

 

มั่นใจคนไทยเกินล้าน ขอบคุณทหาร shared เรารักทหารพราน วีรบุรุษชุดดำ's post.

 

ทหารของประชาชน

เห็นโพสผู้ชาย มีดูชีวิต #ทหารพรานหญิง นี่และทหาร พวกเราไม่เคยทิ้งประชาชน แม้จะให้น้ำถ้วมหัวไม่ยามเกรง ที่จะฝาไปช่วยเหลือผู้ประสบภัย

15825905_1354049541348355_6039713415995160208_n.jpg?oh=229e0e96b5015b4233614a5b28a7f9f9&oe=592429F1

15822994_1859441304340008_3848817644026394012_n.jpg?oh=a058aab7f83c8bac5cb4f93a5d56c225&oe=58DD7E5E

สนามบินนครศรีธรรมราชประกาศหยุดทำการบิน 2 วัน

 

หมายเลขโทรศัพท์สายการบิน

1. นกแอร์ โทร 1318

2. ไทยแอร์เอเชีย โทร 025159999

3. ไทยไลอ้อนแอร์ โทร 025299999

****อาจใช้เวลารอสายนาน เนื่องจากมีผู้ติดต่อเป็นจำนวนมาก****

#น้ําท่วมภาคใต้

 

15823184_1859448081005997_4255383355722260668_n.jpg?oh=14f1f1ddb9c28490cfb8988ad15ee90f&oe=59182B94

ประมวลภาพ น้ำท่วมที่ชะอวด ระดับสูงเข้าขั้นวิกฤติ!

ประมวลภาพ น้ำท่วมที่ชะอวด จ.นครศรีธรรมราช เข้าขั้นวิกฤติ! ระดับน้ำในเขตเทศบาล สูงกว่า 2 เมตร ถนนทุกสายถูกตัดขาดไม่สามารถใช้การได้ ขณะเจ้าหน้าที่ทหาร นำกำลังพลออกช่วยเหลือประชาชนเร่งด่วนแล้ว

THAIRATH.CO.TH/CONTENT/828990

 

Edited by ginger
  • Like 1

Share this post


Link to post
Share on other sites

หลวงปู่พุทธะอิสระ (Buddha Isara)

3 hrs · -pz5JhcNQ9P.png

 

 

ปีนี้ขออนุญาตลากไส้เน่าอลัชชีอีกซักที ตอนที่ ๒

๖ มกราคม ๒๕๖๐

ก่อนอื่นก็ต้องขออนุญาตท่านผู้ถูกเอ่ยนามตามธรรมเนียม และขอให้เข้าใจว่าพุทธะอิสระมิได้มีเจตนาลบหลู่ดูหมิ่นหรือเหยียดหยามให้ได้รับความเสียหายแต่อย่างใดไม่

 

เหตุที่ยกเอาชื่อท่านมากล่าวอ้างก็เพื่อยืนยันว่าท่านเป็นผู้อยู่ในเหตุการณ์จริง เพื่อป้องกันการบิดเบือนของพวกสาวกทาสทำจนตัวตาย ที่มักจะทวงถามหาหลักฐาน แต่พอให้ขึ้นศาลไปพิสูจน์ พวกนั้นก็จะแถกแถออกไปอีกว่าบ้านเมืองยังไม่เป็นประชาธิปไตย

เช่นนี้การที่จะทำให้คนพวกนี้ยอมรับความจริงได้ก็เห็นจะมีอยู่ทางเดียว คือต้องอ้างชื่อบุคคลที่อยู่ในเหตุการณ์ขึ้นมาบ้าง

หากสาวกทาสลัทธิทำจนตัวตายไม่พึงพอใจ จักได้ได้ไปฟ้องร้องกล่าวโทษได้ถูกคน และหากผู้ที่ถูกพุทธะอิสระยกขึ้นมากล่าวอ้างได้รับความเดือดร้อนจากพวกลัทธินี้ พุทธะอิสระก็ยินดีให้ความช่วยเหลืออย่างเต็มที่

ทีนี้มาดูความชั่วของเจ้าลัทธิอลัชชีทำจนตัวตาย ที่คนในใกล้ชิดนำออกมาเปิดเผยพอเป็นน้ำจิ้มก่อนว่ามันชั่วอย่างไรบ้าง

ดังที่ผู้สื่อข่าวทีนิวส์ได้ไปสืบค้นหาจากแหล่งข่าว ทั้งที่แจ้งความร้องทุกข์กล่าวโทษเอาไว้กับดีเอสไอแล้วและยังไม่ได้แจ้งความ แต่ก็พร้อมจะมาเป็นพยานในศาลเพื่อปกป้องดำรงรักษาเอาไว้ซึ่งพระธรรมวินัยอันบริสุทธิ์บริบูรณ์

ประเดิมเริ่มแรกก็เอาพฤติกรรมรักสวยรักงามปานเจ้าหญิงของอลัชชีธัมมชโยก่อน

จับความเอาตั้งแต่คุณฉัตรชัย เล่งอี้ บุตรชายคุณผ่อง เล่งอี้ ศิษย์เลิฟศิษย์รักผู้รับใช้ใกล้ชิดของอลัชชีเจ้าลัทธิที่เคยให้การสนับสนุนทั้งทางตรงและทางอ้อมให้เข้าดำรงตำแหน่งทางการเมือง และได้เป็นวุฒิสมาชิก ทั้งยังเข้าไปเป็นกรรมาธิการศาสนาและวัฒนธรรม ทำหน้าที่ควบคุมนโยบายเกี่ยวกับพระพุทธศาสนาอีกด้วย

ครอบครัวเล่งอี้ทุ่มเททั้งชีวิตเงินทองให้กับลัทธิอลัชชีนี้อย่างมากมาย แต่สุดท้ายก็ทนเห็นความเลวระยำของการกระทำจากกลุ่มอลัชชีลัทธินี้ไม่ได้ แม้จักอุทิศตนบวชอยู่ในลัทธินี้ทั้งพ่อและลูก ก็ยังต้องสึกหนีออกมากลางพรรษา แล้วก็ทำเรื่องเซอร์ไพรส์ ด้วยการประกาศทวงเงินบริจาคคืนมาจากลัทธินี้ ทั้งที่รู้อยู่แก่ใจว่าเงินที่บริจาคไปแล้วไม่สามารถทวงคืนได้ แต่เพราะต้องการให้สังคมได้รับรู้ความวิปริตของลัทธินี้ จึงยอมเอาตัวเข้าแลก แต่แล้วก็ไม่อาจทำให้สังคมตื่นรู้ได้ซักเท่าไหร่ เพราะเจ้าลัทธิอลัชชีตัวนี้ใช้มุขเดิม คืออ้างมารเข้าสิงแล้วจ่ายเงินเป่าคดี (แต่ไม่ได้จ่ายเงินให้ครอบครัวคุณผ่อง)

ล่าสุดคุณฉัตรชัย เล่งอี้ ได้กรุณาเข้ามาเป็นพยานให้ปากคำแก่ดีเอสไอ พร้อมทั้งเปิดเผยเรื่องที่เขาและครอบครัวได้รู้เห็นความวิปริตผิดมนุษย์ของเจ้าลัทธิให้กับเจ้าพนักงานสอบสวนได้รู้ข้อมูลอย่างละเอียด

อีกทั้งยังมีตัวละครสำคัญๆ อีกไม่ต่ำกว่า ๕๐ คน ซึ่งมีทั้งหญิงและชาย ที่พร้อมจักขึ้นไปเป็นพยานในศาล แล้วทีเด็ดคือพยานแต่ละคนสามารถชี้จุดเป็นจุดตายและตำหนิใต้ร่มผ้าได้เสียด้วยสิ

วันนี้พอแค่นี้ก่อนแล้วกัน พอเอาไว้ไอ้พวกสาวกทาสวิตกวิจารณ์กันเล่น

อ้อ แล้วอย่าโตะจายตายเสียก่อนล่ะ

พุทธะอิสระ

 

 

 

 

15873354_10154832092888446_5602314884004331341_n.jpg?oh=ee5ee4d19064671aba486188bbbcd4c3&oe=58E59C2E

===

หมายข่าวนิวทีวี18 was live.

17 hrs · -pz5JhcNQ9P.pngคลิป

[Live] นิวหมายข่าว วันที่ 5 ม.ค. 2560 ช่วงที่ 2

-บิ๊กป้อมลั่นจบแล้วไม่เถียงปมปู

-ไก่อูบอกจนท.อาจไม่เนียน จนทำปูรู้สึกเสียความเป็นส่วนตัว

-Clip นายกฯ กรณีธัมมชโย

-PHONE IN ดร.นพ.มโน เลาหวณิช อดีตลูกศิษย์วัดพระธรรมกาย

ทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 18.20-20.00 น.

ผู้ดำเนินรายการ อัญชะลี ไพรีรัก และ สันติสุข มะโรงศรี

 

 

 

15873163_710259162482205_8502680427170164022_n.jpg?oh=95b0e2985b583de875d7ba6babccc762&oe=59170B51

Like Pไพบูลย์ นิติตะวันage

Yesterday at 09:50

 

 

 

"ไพบูลย์"ประกาศจะเสนอ "ร่างกฎหมายจัดการทรัพย์สินของวัดและพระภิกษุ" ม.ค 60 นี้ แยกทุกอย่างชัด มีระบบบัญชี จัดโครงสร้างเป็นคณะกรรมการวัด ไม่ใช่อำนาจของเจ้าอาวาสเพียงรูปเดียว สร้างความโปร่งใส ตรวจสอบได้ และสกัดการใช้วัดเป็นแหล่งฟอกเงิน ยันทำเพื่อพระ 200.000 กว่ารูปยอมรับ พ.ร.บ.สงฆ์ใหม่กับแนวทางจัดการทรัพย์สินของวัดกับพระ ส่งผลกระทบทำให้"ธรรมกาย"อ่อนยวบ

 

4 ม.ค.2560 นายไพบูลย์ นิติตะวัน อดีตประธานคณะกรรมการปฏิรูปแนวทางและมาตรการปกป้องพิทักษ์กิจการพระพุทธศาสนาสภาปฏิรูปแห่งชาติ กล่าวว่า ในการปฏิรูปกิจการพระพุทธศาสนานั้นมีปัญหา 4 ด้านที่ต้องดำเนินการ

1.เงิน ทรัพย์สินของวัด พระ ไม่มีการตรวจสอบหรือเปิดเผย ทำให้เกิดปัญหาเรื่องความโปร่งใสของวัด

2.การตีความพระธรรมวินัย ที่ผ่านมามหาเถรสมาคมไม่เข้ามาแก้ปัญหาในเรื่องนี้ อย่างเรื่องคำสอนให้ยึดในอัตตา หรือมีเรื่องข้อครหาต่าง ๆ ในตำแหน่งของพระชั้นต่าง ๆ

3.การปกครองคณะสงฆ์ เป็นลักษณะผูกขาด ในระดับสูง แค่กลุ่มเดียว ระดับ มส ถึงเจ้าคณะจังหวัดราว 100 กว่ารูป แต่ควบคุมพระทั้ง 2-3 แสนรูป

4.ภาครัฐต้องสนับสนุน ปกป้องคุ้มครอง กิจการของฝ่ายศาสนจักรโดยการจัดโครงสร้างการปกครองคณะสงฆ์ที่มีความคล่องตัว

จากนี้ไปจะมีการเสนอร่างพระราชบัญญัติว่าด้วยการจัดการทรัพย์สินของวัดและพระภิกษุที่เคยเสนอไปแล้วครั้งหนึ่งแต่ไม่เป็นผล คราวนี้จะนำร่างดังกล่าวมานำเสนออีกครั้ง เพราะมีความเป็นห่วงกิจการพระพุทธศาสนา ทำให้จำเป็นต้องมีการปฏิรูปเพื่อให้ทุกอย่างโปร่งใส

ที่ผ่านมาต้องยอมรับว่ากฎของมหาเถรสมาคมมีความหละหลวมอยู่ การเข้ามาดำเนินการในครั้งนี้จะช่วยให้การแยกทรัพย์สินของวัดและพระมีความชัดเจน โปร่งใส ตรวจสอบได้ โดยต้องมีการแยกบัญชีและมีการลงบัญชีทรัพย์สินและต้องมีผู้ตรวจสอบบัญชี อีกทั้งยังเป็นการป้องกันการฟอกเงินผ่านวัดได้อีก จากเดิมที่ไม่มีเครื่องมือในการตรวจสอบ

ข้อมูลของทั้งวัดและพระจะมีการดำเนินการในรูปของคณะกรรมการ โดยมีเจ้าอาวาส พระลูกวัด อุบาสก อุบาสิกาเข้ามาร่วมกันเป็นกรรมการ การตัดสินใจต้องเป็นไปตามมติคณะกรรมการ โดยมีภาครัฐเข้ามาดูแล หากเกิดข้อสงสัยใด ๆ ก็สามารถเปิดเผยข้อมูลต่อสาธารณะได้

ทั้งนี้ร่างกฎหมายดังกล่าวเป็นการปรับปรุงเรื่องอำนาจของเจ้าอาวาสจะไม่ใช่ถือครองความเป็นนิติบุคคลเพียงคนเดียวอีกต่อไป ร่างกฎหมายนี้รายได้ทั้งหมดเป็นของวัด เจ้าอาวาสสามารถใช้จ่ายได้ในกิจของสงฆ์ มีการรายงานให้คณะกรรมการวัดทราบ ส่วนเงินของพระภิกษุในระหว่างบวช นับเป็นเงินของวัด ถือได้แต่ต้องแจ้งยอด และจะไม่กระทบต่อการดำเนินกิจวัตรของพระภิกษุสงฆ์

 

“เราทำเพื่อพระ 2-3 แสนรูปให้ได้รับความเป็นธรรม พ้นจากการถูกกลั่นแกล้งจากโครงสร้างเดิมที่อาจสร้างความไม่เท่าเทียมกัน เมื่อทุกอย่างดำเนินไปเป็นระบบก็จะทราบว่าวัดไหนรวย วัดไหนจน รัฐบาลจะได้สนับสนุนถูกว่าควรที่จะให้การช่วยเหลือวัดไหนเป็นหลัก และทำเพื่อให้ทุกฝ่ายเกิดความสบายใจ เกิดความโปร่งใสและเป็นไปตามพระธรรมวินัย”

อ่านต่อข่าว "ผู้จัดการออนไลน์"

http://m.manager.co.th/SpecialScoop/detail/9600000000987

15781065_1757730634549235_1522292603258668243_n.jpg?oh=55111702f0133abe94017254a740c500&oe=58E25E4E

Share this post


Link to post
Share on other sites

เช่นกันค่ะ คุณ ginger ขอให้มี กำลังใจเข้มแข็ง และสุขภาพแข็งแรงสู้กับงานที่หนักมากกก ดูแลสุขภาพ พักผ่อนให้พอนะคะ

Share this post


Link to post
Share on other sites

น้ำท่วมภาคใต้ .... พี่น้องไทยรวมใจช่วยกัน

 

พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เยี่ยมประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์อุทกภัย พร้อมมอบถุงยังชีพ…

 

YOUTUBE.COM

 

15826280_1545070978853227_5264887308072647694_n.jpg?oh=30977e3021919a82bee4b786c77afb0a&oe=5916E69F

cr ยุทธ์เศรษฐ วังกานนท์

กองทัพเรือจัด เรือหลวงอ่างทองพร้อมอากาศยานและ เรือผลักดันน้ำ 50 ลำ ลงใต้ช่วยภัยน้ำท่วม

ตามที่ได้เกิดสถานการณ์น้ำท่วมอย่างหนักในพื้นที่ภาคใตัส่งผลให้พี่น้องประชาชนในพื้นที่ได้รับความเดือดร้อนเป็นจำนวนมาก ในวันพรุ่งนี้ ( 7 มกราคม 2560 ) กองทัพเรือ โดย ศูนย์บรรเทาสาธารณภัยกองทัพเรือ จะลำเลียงเรือผลักดันน้ำจำนวน 30 ลำ และกำลังพลขึ้นรถบรรทุก เพื่อเข้าช่วยเหลือประชาชนผู้ประสบอุทกภัยในจังหวัดนครศรีธรรมราช โดยในเวลา 06.00 น. จะมีการปล่อยขบวนรถบรรทุกชานต่ำ และรถบรรทุกใหญ่ นำเรือผลักดันน้ำจำนวน 30 ลำ พร้อมอุปกรณ์ และกำลังพลช่วยผู้ประสบภัย จาก อู่ทหารเรือพระจุลจอมเกล้า กรมอู่ทหารเรือ อำเภอพระสมุทรเจดีย์ จังหวัดสมุทรปราการ

เดินทางเข้าพื้นที่จังหวัดนครศรีธรรมราช และในเวลา 15.00 น. ของวันเดียวกัน จะจัดส่งเรือหลวงอ่างทอง ซึ่งเป็นเรือยกพลขึ้นบกขนาดใหญ่ พร้อมเฮลิคอปเตอร์แบบซูเปอร์ลิงค์ นำเรือผลักดันน้ำอีก 20 เครื่อง เดินทางลงพื้นที่ เพื่อนำเรือผลักดันน้ำไปช่วยผลักดันน้ำลงสู่ทะเลจนกว่าสถานการณ์น้ำท่วมจะคลี่คลาย โดยคาดว่าเรือหลวงอ่างทอง จะเดินทางถึงจังหวัดนครศรีธรรมราชในวันอาทิตย์ที่ 8 มกราคม 2560 เวลาประมาณ 11.00 น.

สำหรับความเป็นมาของเรือผลักดันน้ำ สืบเนื่องมาจาก ในเดือนสิงหาคม 2538 กรุงเทพมหานคร ประสบปัญหาอุทกภัยครั้งใหญ่ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงทราบปัญหาและความเสียหายที่เกิดขึ้น ด้วยพระเมตตาที่ทรงห่วงใยต่อพสกนิกรที่ต้องประสบกับภาวะน้ำท่วมเป็นประจำ จึงทรงมีพระราชดำริว่า ทหารเรือมีรถสายพานลำเลียงพลสะเทินน้ำสะเทินบก (AAV) และเรือลาดตระเวนลำน้ำ (PBR) ที่มีระบบขับเคลื่อนแบบ วอเตอร์เจ็ต จะช่วยเร่งน้ำให้ไหลเร็วขึ้นจะทำให้น้ำไหลไปสถานีสูบน้ำที่ปลายคลองต่างๆ ได้ปริมาณมากขึ้น ผู้บัญชาการทหารเรือในสมัยนั้น จึงสนองพระราชดำริ โดยสั่งการให้หน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน นำรถสะเทินน้ำสะเทินบก จำนวน 2 คัน ไปช่วยเหลือผลักดันน้ำในวันที่ 12 ตุลาคม 2538 และปฏิบัติภารกิจผลักดันน้ำตลอด 24 ชั่วโมง

ทั้งนี้ ผลจากการผลักดันน้ำของกองทัพเรือในครั้งนั้น ได้ประสบความสำเร็จเป็นที่น่าพอใจ ต่อเนื่องถึงปี พ.ศ.2541 ตามพระราชกระแสรับสั่งของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ได้พระราชทานทรัพย์ส่วนพระองค์ผ่านมูลนิธิชัยพัฒนา ให้กรมอู่ทหารเรือซึ่งเป็นหน่วยหลักในการซ่อมสร้างเรือของกองทัพเรือ ดำเนินการออกแบบและสร้างเรือผลักดันน้ำชุดแรกขึ้นทั้งหมด 9 ลำ เมื่อแล้วเสร็จกองทัพเรือได้นำขึ้นทูลเกล้าถวายผ่านมูลนิธิชัยพัฒนา ซึ่งปัจจุบันเรือชุดดังกล่าวกรมชลประทานเป็นผู้รับผิดชอบดูแลใช้งาน ต่อมาเมื่อวันที่ 18 ตุลาคม พ.ศ.2554 รัฐบาลได้มีหนังสือถึงกรมอู่ทหารเรือ แต่งตั้งให้ นาวาเอก ดอกเตอร์ สมัย ใจอินทร์ โฆษกกรมอู่ทหารเรือ (ยศและตำแหน่งในขณะนั้น ปัจจุบัน ได้รับพระราชทานยศพลเรือตรี) เข้าเป็นคณะทำงานบริหารจัดการระบายน้ำในพื้นที่ที่เกิดสาธารณภัยร้ายแรง โดย พลเรือตรี สมัย ใจอินทร์ ผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายผลิต อู่ทหารเรือพระจุลจอมเกล้า กรมอู่ทหารเรือ(ยศและตำแหน่ง ปัจจุบัน) เปิดเผยว่า เรื่องเรือผลักดันน้ำนั้น ได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เป็นแนวทางในการแก้ไขปัญหาน้ำท่วม น้ำหลากมาตั้งแต่ปี 2538 ซึ่งแนวความคิดนี้ ปัจจุบันกรมชลประทานได้นำไปดัดแปลงระบบ เพื่อใช้แก้ไขปัญหาระบบน้ำทั่วประเทศ และวันนี้ก็ได้นำโครงการนี้ขึ้นมา เพื่อสนับสนุนการแก้ปัญหาน้ำท่วมกรุงเทพมหานคร และจากองค์ความรู้ ในการสร้างเรือผลักดันน้ำ ที่คงมีอยู่ทำให้ กองทัพเรือ โดยอู่ทหารเรือธนบุรี อู่ทหารเรือพระจุลจอมเกล้า และอู่ราชนาวีมหิดลอดุลยเดช ระดมสรรพกำลังสร้างเรือผลักดันน้ำขึ้นใหม่เพื่อให้ทันต่อการนำไปใช้ในพื้นที่ประสบอุทกภัย ในปี2554 ทั้งยังสนองต่อพระราชดำริแนวคิดปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ด้วยการนำอุปกรณ์ เครื่องยนต์ที่มีอยู่เดิมมาผลิตและพัฒนาขึ้นใหม่เป็น 3 ขนาด คือขนาด 320 แรงม้า ผลักดันน้ำได้ 150,000 ลูกบาศก์เมตรขนาด 220 แรงม้า ผลักดันน้ำได้ 100,000 ลูกบาศก์เมตรและขนาด 120 แรงม้า ผลักดันน้ำได้ 30,000 ลูกบาศก์เมตร

อย่างไรก็ตาม เรือผลักดันน้ำนับว่าเป็นประโยชน์ต่อการระบายน้ำเป็นอย่างมาก เพราะเป็นการระบายน้ำออกสู่ทะเลได้ครั้งละปริมาณมาก อีกทั้งยังสามารถชะล้างไล่ดินเลนที่ตกตะกอนอยู่ก้นแอ่งให้หมดไป ทำให้น้ำไหลได้สะดวกมากขึ้น โดยเฉพาะพื้นที่เป็นแอ่ง เป็นบึงและคอขวด เนื่องจากเป็นที่ลุ่มระบายน้ำออกได้ลำบากและไหลได้ไม่เร็ว

ในส่วนของเรือหลวงอ่างทอง เป็นเรือยกพลขึ้นบกขนาดใหญ่ ประเภท เรือ LANDING PLATFORM DOCK (เรือ LPD ) ต่อจาก อู่เรือบริษัท Singapore Technologies จำกัด สาธารณรัฐสิงคโปร์ โดยสร้างตามเรือต้นแบบชั้น ENDURANCE ของ กองทัพเรือสิงคโปร์ ซึ่งความจำเป็นในการจัดหาเรือหลวงอ่างทอง เข้าประจำการนั้น มีความเป็นมาจาก เหตุการณ์ธรณีพิบัติภัยคลื่นยักษ์สึนามิ รวมถึงภัยธรรมชาติต่าง ๆ ที่มีแนวโน้มที่จะทวีความรุนแรงเพิ่มมากขึ้น กองทัพเรือ ถือได้ว่ามีบทบาทสำคัญ ในการดำเนินการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยได้อย่างทันท่วงที ทั้งนี้เป็นเพราะความพร้อมของบุคลากรและยุทโธปกรณ์ โดยเฉพาะเรือหลวงจักรีนฤเบศร ซึ่งอาจกล่าวได้ว่ามีส่วนสำคัญอย่างยิ่ง ในการเป็นสนามบินเคลื่อนที่ สำหรับ รับ - ส่ง ผู้ประสบภัย กลางทะเล รวมไปถึงเป็นโรงพยาบาลเคลื่อนที่สำหรับปฐมพยาบาล และใช้ในการผ่าตัดรักษาผู้ป่วยหนักได้เป็นอย่างดี

เรือหลวงอ่างทอง มีขีดความสามารถในการเคลื่อนกำลังจากทะเลสู่ฝั่ง (โจมตีโฉบฉวยสะเทินน้ำสะเทินบก) ช่วยเหลือประชาชนและบรรเทาสาธารณภัยตามชายฝั่ง ค้นหาและช่วยเหลือผู้ประสบภัยทางทะเล ฝึกกำลังพล คุณลักษณะทั่วไปที่สำคัญ คือ มีขนาดกว้าง 21 เมตร ยาว 141 เมตร กินน้ำลึก 4.6 เมตร ระวางขับน้ำสูงสุด 7,600 ตัน เร็วสูงสุดไม่ต่ำกว่า 17 นอต ระยะปฏิบัติการที่ความเร็ว 12 นอต ไม่น้อยกว่า 5,000 ไมล์ สามารถปฏิบัติการในทะเลต่อเนื่องได้ไม่น้อยกว่า 45 วัน ปฏิบัติการ ในทะเลได้ถึง Sea State 6 และรองรับกำลังทหารได้อีก 500 นาย

ดาดฟ้า ฮ. (Flight Deck) สามารถรับ - ส่ง เฮลิคอปเตอร์แบบ ซีฮอว์ค ได้ 2 เครื่อง หรือเฮลิคอปเตอร์ แบบ CH - 47 ได้ 1 เครื่อง ส่วนโรงเก็บอากาศยาน สามารถรองรับเฮลิคอปเตอร์แบบ ซีฮอว์ค ได้ 2 เครื่อง นอกจากนั้นบริเวณดาดฟ้าบรรทุก สามารถรองรับรถถังแบบ M60 ได้ 15 คัน หรือ ยานรบสะเทินน้ำสะเทินบก แบบ AAVS ได้ 19 คัน ส่วนอู่ลอย (Well Dock) สามารถรับ - ปล่อยเรือ และบรรทุกเรือระบายพลขนาดกลางประจำเรือ ได้ 2 ลำ รวมทั้งมี Ramp ท้าย เปิด – ปิด ในการ รับ - ปล่อยเรือ ยานและยุทโธปกรณ์ในขณะเรือเดินและเรือจอด โดยสามารถต่อเชื่อมกับเรือระบายพลขนาดใหญ่ได้ รวมทั้งมีประตูข้างเรือ และ/หรือ Ramp ข้างเรือ สำหรับขนถ่ายยานพาหนะ ได้อีกด้วย

 

 

เรือหลวงอ่างทอง ยังมีเรือระบายพลประจำเรืออีก 2 ลำ คือ เรือระบายพลขนาดเล็ก (LCVP) ขนาดความยาวตลอดลำ 13 เมตร น้ำหนักบรรทุก ไม่น้อยกว่า 3.6 ตัน หรือ บรรทุกทหารได้ 36 คน ทำความเร็วสูงสุด มากกว่า 15 นอต และ เรือระบายพลขนาดกลาง (LCM) ความยาวตลอดลำ 23 เมตรน้ำหนักบรรทุก ไม่น้อยกว่า 18 ตันความเร็วสูงสุด มากกว่า 12 นอต

 

 

“ปชช.เดือดร้อน-รอช้าไม่ได้”ทัพเรือเปลี่ยนแผนด่วน!!ส่งเรือหลวง-เรือดันน้ำลงใต้แล้วเดิมต

ติดตามรายละเอียด http://deeps.tnews.co.th

 

DEEPS.TNEWS.CO.TH

 

 

 

“ปชช.เดือดร้อน-รอช้าไม่ได้”ทัพเรือเปลี่ยนแผนด่วน!!ส่งเรือหลวง-เรือดันน้ำลงใต้แล้วเดิมต

ติดตามรายละเอียด http://deeps.tnews.co.th

 

DEEPS.TNEWS.CO.TH

 

 

 

 

ชาวบ้านดีใจ ทหารช่างซ่อมสะพานขาดที่ อ.ชะอวด เรียบร้อย

เมื่อวันที่ 6 ม.ค.2560 พันเอกเกรียงไกร ศรีรักษ์ รองผู้บัญชาการกองพลทหารราบที่ 5 นำรถแบริเออร์มาวางสะพานแบลีย์เพื่อทำสะพานชั่วคราวให้ชาวบ้านที่ ต.ชะอวด อ.ชะอวด…

 

THAIRATH.CO.TH

 

 

 

 

 

 

สวนสัตว์ทุ่งท่าลาดนครศรีฯ จมมิดใต้บาดาล เตือนจระเข้หลุดอื้อใหญ่สุดยาวถึง 5 เมตร

นครศรีธรรมราช – สวนสัตว์ทุ่งท่าลาดนครศรีฯ จมมิดใต้บาดาล จนท.เร่งกู้ชีวิตสัตว์หลายชีวิต…

 

 

 

 

MANAGER.CO.TH|BY MGRONLINE LIVE

 

 

นักการเมืองอยู่ไหน ทำไมมีแต่ทหาร!! เรารักทหาร เพราะลุยน้ำ สร้างสะพาน ทำอาหาร ช่วยเหลือพี

พ.อ.เกรียงไกร ศรีรักษ์ รองผู้บัญชาการกองพลทหารราบที่ 5 (อดีดผู้บังคับการกรมทหารพรานที่ 42) "เกาะติดตามสถานการณ์น้ำท่วม" ในพื้นที่ อ.ชะอวด จ.นครศรีธรรมราช

 

77JOWO.TNEWS.CO.TH

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

15940820_902608726543321_6235946028013775446_n.jpg?oh=64ed7f3cbd90c44285098ae9f9bafb4e&oe=58E56D86

6 ม.ค.60 คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ เตรียมจัดส่งแพทย์เคลื่อนที่ช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมในพื้นที่ต่างๆ

cr อาสาสมัครพิทักษ์ เมืองหาดใหญ่

 

15872018_384306161924247_6970985516757727579_n.jpg?oh=09d9df714ca7af69885e0286124319a8&oe=59241464

กปปส.เชิญชวนช่วยชาวใต้......คนไทยไม่เคยทอดทิ้งกัน

 

15826159_1443226879045632_5710197980519613575_n.jpg?oh=81e48fa46d2d1fecfea092dd08eb0718&oe=58E51717

 

15825746_1443226722378981_6807290078880072232_n.jpg?oh=ebdfde36b82efce00979ee91db88bf74&oe=5924079F

 

 

 

15826008_1443226822378971_8767609182578652313_n.jpg?oh=94e539511b3147093510560aa9a3f5de&oe=591F5577

Edited by ginger

Share this post


Link to post
Share on other sites

15895106_1500620219965311_2787693254327126350_n.jpg?oh=664927715d01a10e7503002ba42c92fd&oe=5918E2E7

 

15940921_1500620303298636_6716641318384715134_n.jpg?oh=2f38f71a9466f00c658d28ae12bba853&oe=58DA1B87

 

"มูลนิธิราชประชานุเคราะห์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ #จัดทำข้าวกล่อง #อาหารยังชีพ #และน้ำดื่ม เข้าช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่ อ.หลังสวน #จังหวัดชุมพร"1f31f.png

วานนี้ (๖ ม.ค. ๕๙) #ทางมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ ในพระบรมราชูปถัมภ์

#ได้ลำเลียงส่งสิ่งของช่วยเหลือผู้ประสบภัยนำ้ท่วมภาคใต้ โดยได้รับความร่วมมือสูงสุดจากทุกฝ่าย, หน่วยทหาร, รร.ราชประชานุเคราะห์ ๒๐ #นำสิ่งของยังชีพ#อาหาร #น้ำดื่ม #เข้าช่วยเหลือผู้ประสบภัยนำ้ท่วมในเขตอำเภอหลังสวน #จังหวัดชุมพร

 

15936779_1499075003453166_1834565918164015738_o.jpg?oh=a0180e3fa58b4e3b20906d1e1703ba34&oe=58DEFBA7

 

15825744_1499082270119106_785881221551360085_n.jpg?oh=ca5be8b825b95c748228a4737391190a&oe=58E0DA29

 

 

'บิ๊กตู่'สั่งระดมกำลังทหาร-เครื่องมือ ช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วมภาคใต้

7 ม.ค.พ. 60 อ.วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก ในฐานะโฆษกคณะรักษาความสงบแห่งชาต (คสช.) เปิดเผยถึงการเข้าช่วยเหลือประชาชนที่ประสบอุทกภัยในพื้นที่ภาคใต้ ว่า…

 

NAEWNA.COM

 

 

15940427_1191239820971211_1881206848136550096_n.jpg?oh=eac3f5def1512a6d08dbbb5357e380f8&oe=591FC667

หลังจากฝนหยุดตก ระดับน้ำในจังหวัดนราธิวาสเริ่มลดลง กก.ตชด.๔๔ จัดกำลังจาก ร้อย ตชด.๔๔๗ ทำความสะอาดมัสยิดปะลูกา ที่ปฎิบัติศาสนกิจของประชาชน เนื่องจากน้ำท่วมขัง เพื่อความสะอาดและประชาชนสามารถปฎิบัติศาสนกิจได้และพบปะเยี่ยมเยียน ประชาชนพบปะพูดคุยสร้างขวัญกำลังใจประชาชนที่ประสบภัยน้ำท่วม

ที่บ้านปะลูกา ม.3 ต.โฆษิต อ.ตากใบ จ.นราธิวาส

 

15894744_1811855402406983_1505872901349071631_n.jpg?oh=4d279c39aaa398a9f27680d73de6b630&oe=591E83CF

 

15823022_1811855465740310_972784275183405822_n.jpg?oh=60a7060e68bd3323e1c661c8ae397337&oe=5914E4FE

ความจริงใจ ที่ถูกบอกเล่าผ่านภาพถ่าย

ในวินาทีนี้ หน้าที่ของเราทุกคน ทุกหน่วยงาน ทหาร ตำรวจ และฝ่ายปกครอบ คือการบรรเทาทุกข์ให้พี่น้องประชาชน

ท่านอยู่ที่ไหน ลำบากลำบนเพียงใด ขอเพียงอย่าตัดใจจากเรา...

 

#กองกำกับการสืบสวนตำรวจภูธรจังหวัดยะลา ( Investigation Sub - Division Yala Provincial Police )

 

 

 

 

 

 

 

Hot News ประเทศไทย was live.

 

1 hr · -pz5JhcNQ9P.pngคลิป

 

#ภาคใต้ขอความช่วยเหลือด่วน

สถานการณ์น้ำท่วมภาคใต้ยังน่าเป็นห่วง พบยังเกิดฝนตกต่อเนื่อง ส่งผลให้เกิดมวลน้ำไหลบ่าเข้าท่วมฉับพลันหลายจังหวัด อาทิ นครศรีธรรมราช สุราษฎร์ธานี พัทลุง สงขลา มีรายงานว่าน้ำป่าได้เข้าท่วม รพ.มหาราชนครศรีธรรมราช จนท.ต้องระดมกำลังเร่งช่วยกันนำผ้าใบ กระสอบทราย เหล็กกั้น และใช้เครื่องสูบน้ำ ป้องกันมวลน้ำเข้าท่วมโรงพยาบาล ขณะที่ทางรถไฟถูกน้ำกัดเซาะ ยังไม่สามารถเปิดเดินรถได้

 

เรียกร้อง "ประยุทธ์" ตั้งศูนย์ฯช่วยอุทกภัยภาคใต้

 

KOMCHADLUEK.NET

 

 

 

มหาดไทยยกระดับ 3 น้ำท่วมใต้ขนาดใหญ่-ปลัดสปน.เป็นตัวกลางช่วยให้ติดต่อโทร. 1111-ธนาคารปิดกว่า

 

มหาดไทยประกาศยกระดับ 3 น้ำท่วมใหญ่ภาคใต้ ปลัด สปน.ย้ำทุกฝ่ายเร่งให้ความช่วยเหลือน้ำท่วมภาคใต้เต็มที่…

 

THAITRIBUNE.ORG|BY THAI TRIBUNE

 

 

 

15822755_1013164792120993_3298795122096215163_n.jpg?oh=0a6bca2d1b7fdf6841e9fd523556846f&oe=58D7F47F

 

15826880_1013164795454326_8004973974046004655_n.jpg?oh=5b9a9fc4e1d25280857da1c9f0bd5f48&oe=58DB655A

 

15940650_1013164848787654_4209113546679855914_n.jpg?oh=1b84ae833e213ae4bf79b52e3209f769&oe=58D8D9A2

 

15822607_1013164852120987_2785850964673667196_n.jpg?oh=081c4502117a57169b9d0e876aea800e&oe=59239B95

 

 

ทหารลงช่วยน้ำท่วมชะอวด ซ่อมสะพาน-ขนย้ายผู้ป่วย

ทหารมณฑลทหารบกที่ 41 ส่งกำลังพลลงพื้นที่ อ.ชะอวด จ.นครศรีธรรมราช ซ่อมแซมคอสะพานสายบ้านตูล-ชะอวด ที่ถูกน้ำพัดพังเสียหายหลังน้ำท่วมสูงกว่า 2 ม. พร้อมขนย้ายผู้ป่วยสาหัส รพ.ชะอวด ส่งรพ.มหาราชนครศรีธรรมราช 5 ราย

 

• อ่านข่าวเพิ่มเติม tnamcot.com | สำนักข่าวไทย

• ช่อง 9 MCOT HD กดเลข 30 และโมเดิร์นไนน์ทีวี

15941397_1789481317985273_1497758302623272714_n.jpg?oh=90fb84cf30b3407e04f2eabc43d44e3e&oe=58E307BE

15894845_1853756788238605_5861925259775035232_n.jpg?oh=6a592515b1561c1e8b016b4789c2c067&oe=58DDEE56

15826206_1853756828238601_1408327699705686860_n.jpg?oh=7ecf0300ebb2819f23e6de0277250f68&oe=58E68EEF

น้ำหวาน® ‏@Suviwan

สะพาน ที่กรุงชิง ใกล้จะเสร็จแล้ว ทหารกับชาวบ้านและแขวงช่วยกันทำทั้งคืน ชาวบ้านดีใจมากจะได้ออกจากพื้นที่สักที

 

สํานักข่าวไทย TNAMCOT

 

 

 

สํานักข่าวไทย TNAMCOT

 

 

สํานักข่าวไทย TNAMCOT

Edited by ginger

Share this post


Link to post
Share on other sites

15740969_1148427781940782_5649333744262321587_n.jpg?oh=528e6a2dc1277865e2b5e97949727613&oe=58D76081

 

วันที่ ๒๕ ธันวาคม ปีพุทธศักราช ๒๕๕๙

 

นับได้ ๗๔ วัน นับแต่วันสวรรคต

 

เสด็จพระราชดำเนินเยี่ยมราษฎร ( ภาคใต้)

 

 

หลังจากเสด็จพระราชดำเนินเยี่ยมราษฎรภาคกลาง ภาคอีสาน และภาคเหนือแล้ว พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอุดลยเดช และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถฯ ได้เสด็จพระราชดำเนินเยี่ยมราษฎรในภาคใต้ในวันที่ ๖ มีนาคม ๒๕๐๒ เป็นเวลาประมาณ ๒๐ วัน โดยเสด็จออกจากพระนครด้วยขบวนรถไฟพิเศษ จากสถานีจิตรลดาในเวลา ๖.๔๕ น. ของวันที่ ๖ มีนาคม ประทับที่ชุมพร ๑ คืน ต่อจากนั้นเสด็จโดยรถยนต์พระที่นั่งตลอด ไปยังจังหวัดระนอง ภูเก็ต พังงา กระบี่ นครศรีธรรมราช ตรัง สงขลา พัทลุง สตูล ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส จากนราธิวาสเสด็จโดยรถไฟไปประทับที่จังหวัดสุราษฎร์ธานีเป็นจังหวัดสุดท้าย

 

เนื่องจากช่วงเวลาเสด็จพระราชดำเนินในครั้งนี้ เป็นระยะเวลาที่มีอหิวาตกโรคระบาดประจำในทุกปี หลวงพิณพากย์พิทยาเภท ปลัดกระทรวงสาธารณสุข จึงให้จัดรถพยาบาลพิเศษ พร้อมด้วยแพทย์พยาบาลและเวชภัณฑ์ ติดตามขบวนเสด็จไปทุกจังหวัด เพื่อช่วยเหลือประชาชนได้ทันท่วงทีหากมีอหิวาต์ระบาดขึ้น ทั้งยังกำชับอนามัยทุกแห่งที่อยู่ในเส้นทางเสด็จ ให้จัดเตรียมน้ำรับประทานและสร้างส้วมให้เพียงพอแก่ประชาชนที่มาเฝ้าชมพระบารมี นอกจากนี้ยังให้เร่งทำการฉีดวัคซีนให้ประชาชนโดยทั่วถึง และควบคุมในเรื่องอาหารเครื่องดื่มต่างๆให้ถูกสุขลักษณะ ป้องกันมิให้อหิวาต์ระบาดขึ้นได้ในระหว่างเสด็จพระราชดำเนิน

 

เช้าวันที่ ๖ มีนาคม พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอุดลยเดช และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถฯ ได้เสด็จพระราชดำเนินโดยรถยนต์พระที่นั่ง จากพระตำหนักจิตรลดารโหฐานไปยังสถานีจิตรลดา นอกจากจะมีพระบรมวงศานุวงศ์และข้าราชการมาส่งเสด็จเป็นจำนวนมากแล้ว พระเจ้าลูกเธอและพระเจ้าลูกยาเธอทั้ง ๓ พระองค์ ได้ไปส่งเสด็จที่สถานีรถไฟด้วย ไม่ได้แค่โบกพระหัตถ์ส่งในรั้วพระตำหนักเหมือนครั้งเสด็จภาคเหนือ

 

ขบวนรถไฟพระที่นั่งเข้าเทียบชานชาลาสถานีรถไฟชุมพร อันเป็นจังหวัดแรกของภาคใต้ เมื่อเวลา ๑๗.๔๐ น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ประชาชนที่มาแน่นขนัดอยู่ในเมืองชุมพรนั้น จำนวนมากมาจากต่างอำเภอ เดินขวักไขว่แน่นไปทุกถนนยังกับย่านเยาวราช ทำให้ร้านอาหารทุกร้านไม่ว่างทั้งวัน ต้องเข้าคิวรอกัน แม้แต่ ๒๑ น.แล้ว ประชาชนก็ยังขวักไขว่อยู่ตามถนนต่างๆเหมือนมีงาน ตกดึกก็นอนกันอยู่ข้างถนน รอเฝ้าวันรุ่งขึ้น บางคนก็นอนที่หน้าศาลากลางจังหวัด ยึดที่ไว้เฝ้าในตอนเช้า

 

ในคืนวันนั้น ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้จัดฉายภาพยนตร์ส่วนพระองค์ชุดเสด็จเยี่ยมราษฎรภาคเหนือ ให้ประชาชนชมที่โรงเรียนประจำจังหวัดชุมพร “ชุมพรศรียาภัย” และโปรดให้แพทย์ส่วนพระองค์ฉีดวัคซีนป้องกันอหิวาต์แก่ประชาชน ด้วยปืนฉีดยาแบบใหม่ที่เรียกว่า “ไฮโปสเปรย์” มีประชาชนสนใจมารับการฉีดวัคซีนแบบใหม่กันมาก

 

รุ่งขึ้น หลังจากมีพระราชดำรัสกับราษฎรที่มาเฝ้าอย่างมืดฟ้ามัวดินแล้ว ได้เสด็จลงเยี่ยมราษฎรที่หน้าศาลากลางจังหวัด ทรงไต่ถามทุกข์สุข และทราบหรือไม่ว่าอหิวาต์เป็นอย่างไร ได้ฉีดวัคซีนกันแล้วหรือยัง ถ้ายังไม่ฉีดให้รีบฉีดเสีย ราษฎรต่างนำสิ่งของมาถวายเป็นที่ระลึกกันมาก

 

ในวันที่ ๘ มีนาคม เวลา ๐๗.๐๐ น.เสด็จพระราชดำเนินออกจากจังหวัดระนองไปพังงา ทั้งสองพระองค์ทรงพอพระทัยในทิวทัศน์อันสวยงามตามเส้นทางระหว่างระนองกับกะเปอร์เป็นอย่างมาก ขบวนเสด็จถึงตะกั่วป่าเมื่อเวลา ๑๒.๐๐ ในจำนวนราษฎรที่มาเฝ้าหน้าที่ว่าการอำเภอตะกั่วป่านั้น มีนายท้วม พิมล อายุ ๙๙ ปี และนางยัง ภรรยาอายุ ๘๙ ปีมาเฝ้าด้วย นายท้วมอยู่ระหว่างป่วยกระเสาะกระแสะ ต้องอุ้มลุกนั่ง แต่พอได้ข่าวเสด็จ อาการป่วยก็หายทันที ให้ลูกหลานพามาเฝ้า บอกนักข่าวว่าเคยเข้าเฝ้าพระพุทธเจ้าหลวงมาแล้ว จะต้องขอเฝ้าพระนัดดารัชกาลที่ ๕ ให้ได้ พระเจ้าอยู่หัวได้รับสั่งกับบุตรสาวนายท้วมว่า...

 

"...เลี้ยงดูแกให้ดีนะ จะได้มีอายุยืนๆ และหวังว่าครอบครัวนี้จะมีอายุยืนๆทั้งนั้น..."

 

นายท้วมกับนางยังและลูกหลานถึงกับปลาบปลื้มในพระมหากรุณาธิคุณจนน้ำตาไหล

 

ส่วนผู้มาเฝ้าอีกราย นางสาวอุไร เตตระกูล บอกกับผู้สื่อข่าวว่า มารดาได้นำพระบรมฉายาลักษณ์ของพระเจ้าอยู่หัวทรงอุ้มเจ้าฟ้าชาย ซึ่งซื้อไว้ มาทูลเกล้าฯให้สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถฯ ทอดพระเนตรด้วย สมเด็จฯทรงรับสั่งว่า...

 

"...เดี๋ยวนี้ ๖ ขวบแล้ว..."

 

ในสมัยนั้นยังไม่มีสะพานสารสิน เมื่อเสด็จพระราชดำเนินไปถึงท่านุ่น รถยนต์พระที่นั่งต้องลงแพขนานยนต์ ข้ามช่องปากพระจากท่านุ่นของพังงา ไปท่าฉัตรไชยของภูเก็ต มีประชาชนรอเฝ้าอยู่แน่นขนัด ต่างเปล่งเสียงถวายพระพรดังกึกก้องเมื่อเสด็จข้ามไปถึง ชาวภูเก็ตรับเสด็จกันอย่างมโหฬารที่สุด แถวประชาชนเรียงรายตั้งแต่ชานเมืองไปจนถึงจวนผู้ว่าราชการจังหวัด นอกจากพสกนิกรชาวไทยแล้ว ชาวต่างชาติในภูเก็ต ทั้งจีน อินเดีย มลายู ฝรั่งทุกชาติทุกภาษา ต่างตั้งซุ้มในแบบของตนเรียงรายไปไม่ต่ำกว่า ๒๐ ซุ้ม ต่างกระตือรือร้นในการรับเสด็จ ตกแต่งบ้านเรือนรวมทั้งเครื่องแต่งกายสวยงามเป็นพิเศษ ก่อนวันเสด็จราว ๑๐ วัน ร้านตัดเสื้อชายหญิงในภูเก็ตต่างปิดรับงาน เพราะงานที่รับไว้ล้นมือจนต้องทำกันทั้งกลางวันกลางคืน และยังมีคนต่างอำเภอรวมทั้งจังหวัดใกล้เคียงมาร่วมรับเสด็จด้วยเป็นจำนวนมาก ทำให้ในเย็นและค่ำวันเสด็จมาถึงนั้น การจราจรในภูเก็ตหลายสายต้องติดขัด

 

เช้าวันที่ ๙ มีนาคม สนามหน้าศาลากลางจังหวัดคับคั่งไปด้วยผู้คนตั้งแต่เช้าตรู่ บางรายมาจองที่ตั้งแต่ตี ๔ ในเวลา ๐๘.๐๐ น. พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอุดลยเดช และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถฯ เสด็จขึ้นประทับบนศาลากลางจังหวัด นายอ้วน สุรกุล ผู้ว่าราชการจังหวัด กราบบังคมทูลในนามราษฎรว่า ชาวภูเก็ตรู้สึกซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณในการเสด็จพระราชดำเนินมาเยี่ยมเป็นอันมาก เพราะได้เฝ้าคอยวันคอยคืนมานานแล้ว

 

พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอุดลยเดช ทรงมีพระราชดำรัสตอบขอบใจชาวภูเก็ตในการต้อนรับ และรับสั่งว่าทรงพอพระราชหฤทัยในภูมิประเทศอันสวยงามของภูเก็ตมาก

 

"...เราก็รอคอยมานานแล้วเหมือนกันที่จะมาเยี่ยมเมืองนี้ และอยากจะมาเที่ยวอีก..."

 

ในคืนนั้น หลังจากเสร็จงานตามหมายกำหนดการแล้ว ได้เสด็จเป็นการส่วนพระองค์ไปทอดพระเนตรในเมืองภูเก็ต

 

ในคืนวันที่ ๙ ฝนซึ่งไม่เคยตกในภูเก็ตมา ๓-๔ เดือนแล้ว ได้เกิดตกมาอย่างหนักเป็นเวลาถึง ๔๕ นาที ชาวภูเก็ตถือกันว่าเป็นอภินิหาร แต่ทำให้สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถฯ มีพระอาการประชวรเป็นหวัดเล็กน้อย

 

ในวันที่ ๑๐ ซึ่งตามหมายกำหนดการเป็นการพักผ่อนพระราชอิริยาบถตามพระราชอัธยาศัย พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอุดลยเดช จึงเสด็จเป็นการส่วนพระองค์ มีเพียงราชองค์รักษ์ติดตาม และไม่มีเจ้าหน้าที่อารักขารายใดทราบเลย ทรงถ่ายรูปซุ้มรับเสด็จต่างๆที่สร้างกันอย่างสวยงาม และเสด็จไปท่าเรือใหม่ที่ตำบลบางรั่ว อ่าวมะขาม และหาดราไวย์ ราษฎรที่พบเห็นต่างตกใจและพากันมาเฝ้า ทรงทักทายไต่ถามสารทุกข์สุขดิบและการทำมาหากินของราษฎรอย่างไม่ถือพระองค์ ทำให้ผู้ที่มีโอกาสได้เข้าเฝ้าต่างปลาบปลื้มไปตามกัน

 

ในเช้าวันที่ ๑๑ มีนาคม พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอุดลยเดช ได้เสด็จไปรเวทออกชมเกาะภูเก็ตพระองค์เดียวอีก ไปประทับที่หาดป่าตอง ตอนบ่ายได้เสด็จไปวัดมงคลนิมิต นมัสการพระพุทธรูปทองคำที่เพิ่งพบใหม่ ที่วัดนี้ก็มีประชาชนมาเฝ้าเป็นจำนวนมาก ในจำนวนราษฎรที่มาเฝ้านั้น มีชายหนุ่มคนหนึ่งที่พระเจ้าอยู่หัวทรงจำได้ว่าเคยเฝ้ามาแล้ว จึงรับสั่งถามว่าบ้านอยู่ไหน ชายคนนั้นกราบบังคมทูลว่าอยู่ที่ท้ายเหมือง พระเจ้าอยู่หัวรับสั่งว่า...

 

"...อ้าว ฉันผ่านมาแล้วนี่ ไม่เห็นหรือ..."

 

ชายคนนั้นทูลว่า...

 

"...เห็นครับ แต่เห็นไม่ถนัดจึงตามมาอีก..."

 

รับสั่งถามอีกว่า...

 

"...ครั้งนี้เห็นถนัดแล้วหรือยัง..."

 

ชายคนนั้นทูลว่า...

 

"..เห็นถนัดแล้วครับ..."

 

ทรงถามอีกว่า....

 

"...แล้วจะตามไปพังงาอีกไม๊..."

 

หนุ่มคนนั้นก็ทูลว่า...

 

"...ไปครับ แต่เกรงตำรวจจะปิดถนนเสียก่อน..."

 

พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอุดลยเดชทรงพระสรวล และรับสั่งว่า...

 

"...ก็รีบไปก่อนเขาจะปิดซี..."

 

จากนั้นทั้งสองพระองค์ก็เสด็จพระราชดำเนินไปเยี่ยมข้าราชการและราษฎรที่ศาลากลางจังหวัดพังงา และเสด็จไปเยี่ยมราษฎรที่อำเภอทับปุด จากนั้นจึงเสด็จไปยังจังหวัดกระบี่และนครศรีธรรมราช

 

ที่อำเภอทุ่งสง ซึ่งทรงแวะเยี่ยมราษฎรหน้าที่ว่าการอำเภอ ราษฎรคนหนึ่งลุกขึ้นจับพระหัตถ์พระเจ้าอยู่หัวไว้ และทูลว่า...

 

"...คิดถึงพระเจ้าอยู่หัวมาหลายวันแล้ว วันนี้ได้เห็นและได้เฝ้า นับเป็นบุญของตนยิ่งนัก..."

 

ในจำนวนผู้มาเฝ้านี้ มีนางปราง ลิ่มเลื่อง อายุ ๑๓๐ ปี ตามองเห็นลางๆ แต่หูยังได้ยิน ได้ให้เหลนอุ้มมาเฝ้าด้วย ทรงรับสั่งให้หลานเหลนดูแลให้ดี แม่เฒ่าและหลานเหลนต่างปลื้มปีติ ที่พระเจ้าอยู่หัวทรงทักทายมีรับสั่งกับแม่เฒ่า

 

ที่จังหวัดนครศรีธรรมราช ทันทีที่เข้าเขตซุ้มของจังหวัด ประชาชนที่คอยรับเสด็จต่างเปล่งเสียงไชโยถวายพระพรกึกก้อง ตลอดระยะทางประมาณ ๒ กม.เศษจนถึงจวนผู้ว่าราชการจังหวัดซึ่งจัดเป็นที่ประทับแรม มีประชาชนยืนเรียงรายแน่นขนัดจนเกือบปิดถนน รถพระที่นั่งต้องผ่านไปอย่างช้าๆ

 

เมื่อสองพระองค์เสด็จขึ้นประทับบนจวนแล้ว ประชาชนก็ยังไม่ยอมกลับ ต่างเฮโลบุกเข้าชมพระบารมีอย่างใกล้ชิดถึงกับปีนรั้วเข้าไป เหลือกำลังตำรวจทหารจะกันไว้ได้ ขณะนั้นทั้งสองพระองค์ประทับอยู่บนระเบียงจวน พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอุดลยเดช ทรงกล้องภาพยนตร์ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ทรงโบกพระหัตถ์ให้ประชาชน แม้คนที่บุกเข้าไปถึงจวน ทุกคนต่างก็แสดงความเคารพและจงรักภักดี

 

ประชาชนที่มาเฝ้ารับเสด็จในเมืองนครศรีธรรมราชนี้ มีจำนวนมากมายกว่าทุกจังหวัดที่ผ่านมา ปรากฏว่ามาจากทุกอำเภอ ทุกตำบล และจังหวัดใกล้เคียง ต่างมาค้างคืนถึง ๒ คืนก่อนเสด็จก็มี จับกลุ่มกันตามสี่แยกแน่น เมื่อนักข่าวสอบถาม ต่างบอกด้วยสำเนียงคนใต้ว่า "มาคอยแลเจ้า" กันทั้งนั้น

 

ในวันที่ ๑๔ มีนาคม ในการเสด็จลงให้ประชาชนเฝ้า ขณะนั้นนครศรีธรรมราชกำลังจะมีพิธีเก็บข้าว ที่ปฏิบัติกันมาจะใช้ "แกะ" เก็บข้าวทีละรวง เมื่อทรงไต่ถามราษฎรเรื่องการทำมาหากิน พบกับผู้มีอาชีพทำนา จึงทรงแนะนำให้ใช้เคียวเกี่ยวข้าวจะได้รวดเร็วกว่ามาก และทรงขอให้ พล.ท.หลวงกัมปนาทแสนยากร ที่ปรึกษากองทัพบก จัดแสดงตัวอย่างให้ดูทีหลัง

 

เด็กคนหนึ่งที่แม่พามาเฝ้า มีแผลพุพองทั้งตัว ทรงถามแม่ของเด็กว่าลูกเป็นอะไร ไปหาหมอหรือยัง และรับสั่ง...

 

"...เดี๋ยวพาไปหาเสียนะ..."

 

และเมื่อทรงพบราษฎรคนหนึ่งมาจากอำเภอปากพนัง ก็ทรงรับสั่งว่า...

 

"...เสียใจด้วยนะที่ไม่ได้ไปเยี่ยมที่โน่น เพราะไม่มีเวลา..."

 

ในวันที่ ๑๕ มีนาคม ทั้งสองพระองค์เสด็จไปน้ำตกพรหมโลก อำเภอเมือง ซึ่งปัจจุบันขึ้นกับอำเภอพรหมคีรี ซึ่งราษฎรอำเภอเมือง อำเภอลานสกา อำเภอหัวไทร อำเภอท่าศาลา ทั้งไทยพุทธและอิสลาม โดยการนำของนายอำเภอท่าศาลา ร่วมกันตัดถนนมาเป็นเวลาแรมเดือน เพื่อให้เสด็จไปทอดพระเนตรน้ำตกที่ร่ำลือกันว่าสวยจนสุดพรรณนา

 

ทรงหยุดรถที่ซุ้มรับเสด็จของชาวไทยอิสลาม ที่ตลาดแขก คณะกรรมการชาวไทยมุสลิมได้ทูลเชิญเสด็จพระราชดำเนินลงเหยียบมัสยิดซอลาฮุดดิน เพื่อเป็นศิริมงคล ทรงไต่ถามทุกข์สุขของชาวมุสลิมที่รอเฝ้า

 

วันที่ ๑๖ เสด็จโดยรถยนต์พระที่นั่งจากที่ประทับไปจังหวัดตรัง ที่หน้าศาลากลางจังหวัดนั้น ชายตาบอดทั้งสองข้างผู้หนึ่ง มาคอยอยู่หน้าพลับพลาตั้งแต่บ่ายแล้ว เมื่อเสด็จผ่าน ชายตาบอดจึงกราบทูลว่า ถึงแม้เขาไม่สามารถจะมองเห็นพระพักตร์ ก็ขอได้ยินพระสุรเสียงก็จะยังความปลาบปลื้มให้หาน้อยไม่ จึงทรงมีปฏิสันถารกับชายตาบอด

 

ในเช้าวันที่ ๑๗ มีนาคม เสด็จออกจากจังหวัดตรังไปพัทลุง และทอดพระเนตรการแสดงมโนราห์โดย ขุนอุปถัมภ์นรากร หรือมโนราห์พุ่มเทวา ซึ่งเป็นครูของมโนราห์ชื่อดังในภาคใต้หลายคน ขณะนั้นอายุ ๗๐ ปีเศษแล้ว พอมโนราห์ไหว้ครูฝนก็ตกลงมาอย่างหนัก จึงต้องรำในสายฝน ส่วนคนที่รับเสด็จ ก็เฝ้ากันอยู่เหมือนไม่มีฝนเกิดขึ้น

 

ที่จังหวัดสงขลา พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอุดลยเดช และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถฯ ได้เสด็จไปยังวัดมัชฌิมาวาส เพื่อทรงบำเพ็ญพระราชกุศลถวายสมเด็จพระพันวสาอัยยิกาเจ้าและสมเด็จพระราชบิดา กรมหลวงสงขลานครินทร์ มีประชาชนไปรอเฝ้ากันแน่นขนัดรอบบริเวณวัด ชายชราคนหนึ่งเดินน้ำตาไหล เมื่อนักข่าวถึงสาเหตุจึงบอกว่า ไม่เคยเห็นพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระราชินีมาก่อนเลย เมื่อได้เห็นจึงปลื้มปีติจนน้ำตาไหล

 

ที่สงขลา พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอุดลยเดช ทรงมีกระแสพระราชดำรัสตอนหนึ่งว่า ทรงยินดีที่ได้มาเยี่ยมเมืองสงขลา ซึ่งนับเป็นจังหวัดที่มีความผูกพันเป็นการส่วนพระองค์ และทรงยินดีมากที่ราษฎรทั้งหลาย ทั้งที่นับถือศาสนาอิสลามและพุทธ ได้ให้การต้อนรับอย่างดีพร้อมเพรียงกัน แสดงถึงความสามัคคีของชาวจังหวัดนี้ ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญของส่วนรวม หมายถึงการไม่ทำให้การแตกต่างทางศาสนาทำให้เสียไป และทรงขอให้รักษาความสามัคคีอันดีนี้สืบต่อไปด้วย

 

ในวันที่ ๑๙ มีนาคม เวลา ๐๙.๐๐ น. ทั้งสองพระองค์ได้เสด็จทางชลมารคทอดพระเนตรการแข่งเรือในทะเลสาบสงขลา โดยมีเรือชื่อ "พัทลุง" เป็นเรือประทับ ออกจากท่าเรือตลาดสด อ้อมไปทางเกาะยอ มีประชาชนเฝ้าชมพระบารมีอยู่บนฝั่งและลอยเรืออยู่ในทะเลสาบกว่า ๑๐๐ ลำ รวมทั้งขับตามเรือพระที่นั่งเป็นทิวแถว กลางทะเลสาบมีซุ้มที่ชาวประมงตำบลบ้านหัวเขาแต่งถวาย มีพระปรมาภิไธยย่อของทั้งสองพระองค์และตัวอักษร "จงทรงพระเจริญ" ด้านล่างมีเครื่องหมายของ ๒ ศาสนา พุทธและอิสลาม เมื่อเรือพระที่นั่งผ่านซุ้ม พระสงฆ์สวดชยันโต ส่วนฝ่ายอิสลามก็สวดประสานเสียง นับได้ว่าเป็นเรื่องแปลกของโลก ที่ต่างศาสนาร่วมกันได้อย่างสนิทแนบในประเทศไทย

 

วันต่อมา ทั้งสองพระองค์เสด็จเยี่ยมมัสยิดกลางนราธิวาส และเสด็จเยี่ยมราษฎรที่อำเภอระแงะ มีราษฎรต่างอำเภอจากสุไหงปาดี สุไหงโกลก และจากที่อื่นอีกมาเฝ้ากันมาก บางคนเคยรับเสด็จจากที่จังหวัดภูเก็ตมาแล้ว และตามไปตรัง นครศรีธรรมราช สงขลา ปัตตานี ก็ยังอุสาหะตามมาเฝ้าชมพระบารมีที่ระแงะอีก และบอกนักข่าวว่า...

 

"...เฝ้ามาหลายที่แล้วค่ะ แต่ยังไม่จุใจ จึงตามมาอีก..."

 

ก่อนขบวนรถพระที่นั่งจะเทียบชานชาลาสถานีสุราษฎร์ธานี ฝนได้กระหน่ำลงมาอย่างหนัก แต่ประชาชนที่รอเฝ้ารับเสด็จอย่างล้นหลามก็ไม่ยอมถอย กล่าวกันว่าฝนตกเพราะพระบารมี และซาลงเมื่อขบวนรถพระที่นั่งมาถึงสถานีสุราษฎร์ธานีในเวลา ๑๘.๓๕ น. ในคืนนั้น ปรากฏว่าโรงภาพยนตร์ในเมืองสุราษฎร์ฯเปิดฉายหนังตลอดทั้งคืน ทั้งนี้ก็เพราะประชาชนที่มาจากต่างอำเภอจำนวนมากไม่มีที่พักและไม่รู้จะไปไหน เลยอาศัยโรงภาพยนตร์เป็นที่ฆ่าเวลาและพักผ่อนหลับนอน

 

พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอุดลยเดช และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถฯ ได้เสด็จจากที่ประทับแรมไปยังสถานีรถไฟสุราษฎร์ เพื่อประทับรถไฟพระที่นั่งกลับสู่พระนคร ตลอดเส้นทางเสด็จฯมีประชานเรียงรายสองข้างทาง แม้ในเส้นทางรถไฟในเวลากลางคืน ก็ยังมีประชาชนมาเฝ้าส่งเสด็จแน่นทุกสถานี ที่สถานีหลังสวน นักเรียนได้ถือโคมไฟสีธงชาติมายืนเรียงรายส่งเสด็จ

 

ขบวนรถไฟพระที่นั่งเทียบชานชาลาสถานีจิตรลดาเมื่อเวลา ๐๙.๐๐ น.ของวันที่ ๒๘ มีนาคม สมเด็จพระเจ้าลูกเธอเจ้าฟ้าหญิงอุบลรัตนราชกัญญา ขณะพระชนมายุ ๗ พรรษา และสมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอเจ้าฟ้าจุฬาลงกรณ์ ขณะพระชนมายุ ๖ พรรษา เสด็จขึ้นรับสองพระองค์บนรถไฟ สมเด็จเจ้าฟ้าหญิงทรงจูงพระหัตถ์พระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จเจ้าฟ้าชายทรงจูงพระหัตถ์สมเด็จพระราชินี ลงมาจากรถไฟพระที่นั่ง

 

ในเช้าวันที่ ๓๐ มีนาคม พลตำรวจเอกหลวงชาติตระการโกศล ปลัดกระทรวงมหาดไทย ซึ่งตามเสด็จพระราชดำเนินเยี่ยมภาคใต้โดยตลอด ได้แถลงกับผู้สื่อข่าวว่า

 

ตลอดทางเสด็จพระราชดำเนินตั้งแต่จังหวัดชุมพรถึงจังหวัดสุราษฎร์ธานี มีราษฎรทั้งชาวไทยพุทธและชาวไทยอิสลามเฝ้ารับเสด็จตลอดเส้นทาง โดยเฉพาะชาวไทยอิสลามใน ๔ จังหวัดภาคใต้ ซึ่งแต่เดิมคาดว่าจะมารับเสด็จกันน้อย เนื่องจากเป็นเดือนถือบวช แต่ปรากฏว่ากลับมากันมากมายผิดคาด นอกจากนี้เมื่อสองพระองค์เสด็จไปจังหวัดใด ปรากฏว่ามีประชาชนมาคอยรับล่วงหน้าหมายกำหนดการเสด็จเป็นหลายๆชั่วโมง บางแห่งมาคอยกันถึง ๒๔ ชั่วโมงก็มี และมาชุมนุมกันเหมือนมีงานมหกรรมใหญ่

 

สำหรับสิ่งของที่ราษฎรนำมาทูลเกล้าฯถวายทั้งสองพระองค์นั้น ปลัดกระทรวงมหาดไทยว่ามีจำนวนมากมาย มีทั้งสัตว์เลี้ยงและสัตว์ป่า ตลอดจนผลไม้ สำหรับผลไม้นั้นได้พระราชทานแก่โรงพยาบาล โรงเรียน และวัด ตามรายทางที่เสด็จพระราชดำเนินผ่านทั้งหมด แม้ระหว่างทางเสด็จกลับพระนคร จะเป็นเวลาดึกดื่น ก็มีราษฎรคอยเฝ้าส่งเสด็จตามรายทางแน่นทุกสถานีรถไฟ

 

และทั้งหมดนี่ก็เป็นประวัติศาสตร์ที่จะจารึกอยู่ในหัวใจคนไทยตลอดไป

 

เอกสารประกอบเรื่อง : ผู้จัดการออนไลน์

 

สถิตในดวงใจตราบนิจนิรันดร์ น้อมศิระกรานต์ กราบแทบพระยุคลบาท ด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้นอันหาที่สุดมิได้

 

____________________________________

 

#KingBhumibol

#สมเด็จพระภัทรมหาราช

#รักในหลวงคิดถึงในหลวงสุดหัวใจ

#ฉันรักพระองค์มาตั้งแต่จำความได้

#ขอเป็นข้ารองพระบาททุกชาติไป

#สถิตในดวงใจตราบนิจนิรันดร์

#ฉันเกิดในรัชกาลที่๙

#นั่งนับวันที่พ่อจาก

 

=====

 

15741166_1148454918604735_8047467137950099149_n.jpg?oh=66cc70fde30f98ad9e5c505d15b4f1ed&oe=58E3C1EC

วันต่อมา ทั้งสองพระองค์เสด็จเยี่ยมมัสยิดกลางนราธิวาส และเสด็จเยี่ยมราษฎรที่อำเภอระแงะ มีราษฎรต่างอำเภอจากสุไหงปาดี สุไหงโกลก และจากที่อื่นอีกมาเฝ้ากันมาก บางคนเคยรับเสด็จจากที่จังหวัดภูเก็ตมาแล้ว และตามไปตรัง นครศรีธรรมราช สงขลา ปัตตานี ก็ยังอุสาหะตามมาเฝ้าชมพระบารมีที่ระแงะอีก และบอกนักข่าวว่า...

 

"...เฝ้ามาหลายที่แล้วค่ะ แต่ยังไม่จุใจ จึงตามมาอีก..."

 

15697600_1148455145271379_5788736443089435194_n.jpg?oh=e33e18e16229cbaa1f287d327cb1ea8c&oe=58DD6603

ในวันที่ ๑๔ มีนาคม ในการเสด็จลงให้ประชาชนเฝ้า ขณะนั้นนครศรีธรรมราชกำลังจะมีพิธีเก็บข้าว ที่ปฏิบัติกันมาจะใช้ "แกะ" เก็บข้าวทีละรวง เมื่อทรงไต่ถามราษฎรเรื่องการทำมาหากิน พบกับผู้มีอาชีพทำนา จึงทรงแนะนำให้ใช้เคียวเกี่ยวข้าวจะได้รวดเร็วกว่ามาก และทรงขอให้ พล.ท.หลวงกัมปนาทแสนยากร ที่ปรึกษากองทัพบก จัดแสดงตัวอย่างให้ดูทีหลัง

 

เด็กคนหนึ่งที่แม่พามาเฝ้า มีแผลพุพองทั้งตัว ทรงถามแม่ของเด็กว่าลูกเป็นอะไร ไปหาหมอหรือยัง และรับสั่ง...

 

"...เดี๋ยวพาไปหาเสียนะ..."

 

และเมื่อทรงพบราษฎรคนหนึ่งมาจากอำเภอปากพนัง ก็ทรงรับสั่งว่า...

 

"...เสียใจด้วยนะที่ไม่ได้ไปเยี่ยมที่โน่น เพราะไม่มีเวลา..."

 

 

 

 

 

=====

รวมคลิปพระโพธิสัตว์ผู้ทรงพระเมตตาแก้ปัญหาน้ำท่วมให้ทวยราษฎร์และการเสด็จภาคใต้

น้อมระลึกในพระมหากรุณาธิคุณอันล้นพ้นอนันต์

เพจใบไม้ผลิบนดวงจันทร์

 

 

 

 

 

 

 

พระราชดำริ แก้มลิงหนองใหญ่ ระบบชลประทานยั่งยืน จังหวัดชุมพร

 

 

 

 

 

 

พระเจ้าอยู่หัว.ป้องกันน้ำท่วม.2538.2ชม.

Edited by ginger

Share this post


Link to post
Share on other sites

เช่นกันค่ะ คุณ ginger ขอให้มี กำลังใจเข้มแข็ง และสุขภาพแข็งแรงสู้กับงานที่หนักมากกก ดูแลสุขภาพ พักผ่อนให้พอนะคะ

 

ขอบคุณค่ะ ดูแลตัวเองดีนะคะพี่ปุณณ์ นะคะ

 

43415ada0dc58a5cacc153b15bc2afd2.jpg

 

1c306794de142f1777d51652ec6d0fd8.jpg

 

7ee0a143d7c3a2aa4230109f089f15c5.jpg

 

dd3f7205a809462c73c2e5608887bb24.jpg

 

4ea7f2962de900e2a3ede72278ea9def.jpg

5184367105dcfea350c5776e36cb9fb8.jpg

 

ce0fb7ff83c9b815f01d9fc1675a17ee.jpg

pinterest

Share this post


Link to post
Share on other sites

Join the conversation

You can post now and register later. If you have an account, sign in now to post with your account.

Guest
Reply to this topic...

×   Pasted as rich text.   Paste as plain text instead

  Only 75 emoji are allowed.

×   Your link has been automatically embedded.   Display as a link instead

×   Your previous content has been restored.   Clear editor

×   You cannot paste images directly. Upload or insert images from URL.

Loading...

  • Recently Browsing   0 members

    No registered users viewing this page.

×
×
  • Create New...