ข้ามไปเนื้อหา
Update
 
 
Gold
 
USD/THB
 
สมาคมฯ
 
Gold965%
 
Gold9999
 
CrudeOil
 
USDX
 
Dowjones
 
GLD10US
 
HUI
 
SPDR(ton)
 
Silver
 
Silver/Oz
 
Silver/Baht
 
  • ประกาศ

    • kumponys

      ห้ามลงโฆษณา งาน Parttime / พวกลดน้ำหนัก / พวกรับจ้างมาโพสต์

      หลังๆ ดูเหมือนจะมีพวกรับจ้างโพสต์โฆษณา ประเภทที่โพสต์ทิ้งไว้ทุกเวป ซ้ำๆซากๆ จนกลายเป็นขยะ online ไปทั่วประเทศทั่วโลก ที่เห็นบ่อยๆ เห็นจะเป็นพวก ลดความอ้วน พวก Parttime ทั้งหลาย เพื่อความสงบเรียบร้อย ขออนุญาต ไม่รับโฆษณาประเภทนี้ และจะถูกกำจัดออกไปอย่างเร็ว รวมถึงจะพิจารณาแบนสมาชิก ที่สมัครเข้ามาโพสต์โฆษณาประเภทนี้ทันที

ทุกกิจกรรม

รายการนี้ อัปเดตอัตโนมัติ     

  1. ชั่วโมงที่ผ่านมา
  2. พิสูจน์ ปตท.เป็นของใคร กับโครงสร้างผู้ถือหุ้น ปตท. ผู้ถือหุ้นใหญ่ยังคงเป็นกระทรวงการคลัง ประมาณ 51% ซึ่งคนไทยเป็นเจ้าของร่วมกัน และกองทุนวายุภักษ์ทั้ง 2 กอง ก็เป็นกองทุนของภาครัฐที่ทั้งหน่วยงานรัฐและประชาชนคนไทยทั่วไปสามารถลงทุน ในกองทุนนี้ได้ รวมกันอีก 15% นอกจากนี้ยังมีกองทุนประกันสังคมที่เป็นของคนไทยทุกคนอีก 1% สรุปรวมๆแล้วก็เป็นของรัฐทั้งทางตรงและทางอ้อมกว่า 67% จะเห็นได้ว่าจริง ๆ แล้ว ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ก็คือภาครัฐซึ่งส่วนนี้เป็นของคนไทยทุก ๆ คนอยู่แล้ว แล้วที่เหลือล่ะ เป็นนักลงทุนคนไทยรายย่อย 16% จากการตรวจสอบสมุดบัญชีผู้ถือหุ้นของ ปตท. ก็พบว่า คนในตระกูลชินวัตรจริงๆได้แก่ น.ส.พิณทองทา ชินวัตร และนายพอพงษ์ ชินวัตร ถือหุ้นเพียง 7,700 หุ้น จาก 2.85 พันล้านหุ้น หรือ 0.0002% เท่านั้น ถือว่าน้อยมากจนไม่มีนัยยะสำคัญที่จะไปครอบงำเพื่อกำหนดนโยบายหรือทิศทาง อะไรได้เลยใน ปตท. เป็นการลงทุนตามปกติที่ใครๆก็เข้าไปซื้อได้ในตลาดหลักทรัพย์ [ธนาคาร JPMorgan Chase & Co.] ธนาคาร JPMorgan Chase & Co. แล้วส่วนที่เป็นของนักลงทุนต่างชาติ 18% ล่ะ จะเห็นได้ว่าส่วนใหญ่จะเป็นสถาบันการเงินและกองทุนนอมินี บ้างก็บอกว่ากองทุนนอมินีเหล่านี้เป็นของทักษิณทั้งหมด ยกตัวอย่าง CHASE NOMINEE LIMITED ผู้ถือหุ้นลำดับที่ 5 จำนวน 2.53% นั้น เจ้าของกองทุนนี้คือ JP Morgan Chase & Co. (iv) หรือ JPM ซึ่งเป็นธนาคารที่ใหญ่ที่สุดในประเทศสหรัฐอเมริกา ถือหุ้นใหญ๋โดยสถาบันการเงินของต่างประเทศหลายต่อหลายแห่ง JPM มูลค่าสินทรัพย์ทั้งสิ้น 2.4 ล้านล้านดอลล่าร์สหรัฐฯ หรือ 72 ล้านล้านบาท !!!! นี่มันเป็นตัวเลขงบประมาณของประเทศไทยได้ถีงเกือบ 30 ปีเลยทีเดียว แค่ตัวอย่างนี้ตัวอย่างเดียวเท่านั้น ที่แสดงให้เห็นว่า ถ้าทักษิณเป็นเจ้าของนอมินีทุกๆแห่ง ก็แสดงว่า ทักษิณแทบจะซื้อทุกสิ่งทุกอย่างในโลกนี้ได้อย่างแน่นอน ดังนั้นจึงสรุปได้ว่า เรื่องดังกล่าวนี้ไม่มีมูลความจริงใดๆทั้งสิ้น กล่าว โดยสรุป เจ้าของ ปตท.ทีแท้จริงก็คือ กระทรวงการคลัง เป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ ที่เป็นของคนไทยทุกคนอยู่แล้ว และนักลงทุนรายย่อยทั้งไทยและเทศ ที่คนไทยทุกๆคนสามารถจะมีหุ้นได้โดยสามารถซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์แห่ง ประเทศไทยได้ทุกวันทำการ ก็ไม่รู้จะทวงคืนไปทำไม ทวงไปก็ไม่ได้น้ำมันถูกลง เพราะที่มันแพงก็แค่น้ำมันกลุ่มเบนซินที่เก็บภาษีและกองทุนน้ำมันเพิ่มขึ้น มามากทำให้ราคาแพง และเงินกองทุนน้ำมันก็เอาไปจ่ายชดเชยให้ก๊าซหุงต้มที่นำเข้ามาจากตลาดโลกมา ขายในประเทศถูกๆและพวกแก๊สโซฮอล E20, E85 รวมถึงชดเชยภาษีในส่วนของน้ำมันดีเซลที่คนไทยส่วนใหญ่ใช้มากกว่า 50% เพื่อควบคุมราคาไม่ให้เกิน 30 บาทต่อลิตร ที่จะส่งผลต่อค่าขนส่งสินค้าจนกระทบกับค่าครองชีพของคนไทยทุกคน ทั้งหมดนี้ขึ้นอยู่กับนโยบายของภาครัฐ ไม่เกี่ยวกับ ปตท. ซึ่งไม่ว่ารัฐบาลไหนเข้ามาก็ลดราคาน้ำมันกลุ่มเบนซิน แก๊สโซฮอล E10 มากไม่ได้เพราะจะทำให้กองทุนน้ำมันติดลบ อ่านต่อ เรื่อง ปตท.เป็นของใคร ได้ที่ http://bit.ly/1PQhgOu
  3. วันนี้
  4. MTS GOLD was live. 1 hr · คลิป เตรียมตัวให้พร้อมแล้วมาพบกับการวิเคราะห์กราฟสดๆ ข้อมูลร้อนๆ จากผู้เชี่ยวชาญด้านการตลาดของเราได้เลย กับรายการ MTS LIVE วันที่ 18 ธันวาคม 2560
  5. บทวิเคราะห์ Daily Comment ประจำช่วง Day Session วันที่ 18 ธันวาคม 2560 ราคาทองปรับขึ้นทะลุ 1,260 เหรียญ แต่ยังไม่สามารถยืนได้ ราคาทองคำปิดปรับตัวเพิ่มขึ้น 2.40 ดอลลาร์ต่อทรอยออนซ์ หรือคิดเป็น +0.19% โดยปิดที่ 1,255.18 ดอลลาร์ต่อทรอยออนซ์ โดยราคาเมื่อวานนี้เคลื่อนไหวในกรอบระหว่าง 1,251.86 – 1,261.81 ดอลลาร์ เช้านี้ราคาทองเคลื่อนไหวในแดนบวกอยู่บริเวณ 1,254 เหรียญ ราคาทองได้ปรับตัวเพิ่มขึ้นและทะลุแนวต้านบริเวณ 1,260 เหรียญขึ้นไปได้ แต่ราคาทองก็ไม่สามารถยืนได้ เนื่องค่าเงินดอลลาร์เริ่มฟื้นตัวหลังจากนักลงทุนยังเชื่อว่าแผนการปฏิรูปภาษีจะสามารถบรรลุได้ภายในสิ้นปี้ ซึ่งส่งผลให้เม็ดเงินไหลกลับเข้าตลาดหุ้น รวมทั้งค่าเงินดอลลาร์และค่าเงินดิจิตอลอย่างเช่นบิทคอยน์ที่ให้ยังคงปรับตัวขึ้นต่อเนื่อง ทำให้ราคาทองเริ่มแกว่งตัวในกรอบประมาณ 1,250 – 1,260 เหรียญในช่วงนี้ และรอปัจจัยที่สำคัญอีกครั้ง โดยสัปดาห์นี้ติดตามการประชุมของทางฝั่งธนาคารกลางญี่ปุ่นและตัวเลข GDP ของสหรัฐฯ ที่คาดว่าอาจจะมีผลต่อภาพรวมตลาดการเงินได้ ส่วนในภาพเทคนิคราคาทองคำนั้นเริ่มแกว่งออกข้าง และคาดว่าในสัปดาห์นี้ปริมาณการซื้อขายอาจจะเบาบางลงเนื่องจากใกล้วันหยุดยาวคริสต์มาสและวันขึ้นปีใหม่ แนะนำ ผู้ที่มีสถานะซื้อ ถือต่อ หรือทยอยปิดกำไรเมื่อทดสอบแนวต้านบริเวณ 1,260 เหรียญ และขยับจุด stop loss ขึ้นมาบริเวณ 1,250 เหรียญ ผู้ไม่มีสถานะ ฝั่งซื้อภาพรวมดูดี แต่อาจจะขาดเรื่องปริมาณการซื้อขายที่เบาบางทำให้การหยุดรอก็น่าสนใจเช่นกัน สามารถติดตามบทวิเคราะห์ทั้งหมดได้ที่ http://www.classicgold.co.th/…/filestrategy1812201794309438… สนใจลงทุนทองคำกับ Classic Gold ทองคำแท่ง : 02-225-7770 เว็บไซต์ : www.classicgold.co.th
  6. คลังชงผลิตเหรียญใหม่เปิดประมูลที่ราชฯ3แห่ง ข่าวเศรษฐกิจ หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ -- จันทร์ที่ 18 ธันวาคม 2560 00:00:35 น. กาญจนบุรี * "ธนารักษ์" ชง ครม.ผลิตเหรียญหมุนเวียนเริ่มใช้ปีหน้ามี 9 ชนิดราคา คาดได้ใช้ปีหน้า พร้อมเปิดประมูลหาเอกชนพัฒนาที่ราชพัสดุเขตเศรษฐกิจพิเศษ 3 จังหวัด "ตาก-กาญจนบุรี-นครพนม" นางนงลักษณ์ ขวัญแก้ว รองอธิบดีกรมธนารักษ์ เปิดเผยว่า ในวันที่ 19 ธันวาคม 2560 กรมจะเสนอคณะรัฐมน ตรี (ครม.) เห็นชอบกฎกระ ทรวง ซึ่งออกตาม พ.ร.บ.เงินตรา ในการผลิตเหรียญกษาปณ์ หมุนเวียนชุดใหม่ โดยที่ผ่านมาได้รับพระบรมราชานุญาตให้ดำเนินการผลิตเป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยคาดว่าเหรียญกษาปณ์ หมุนเวียนชุดใหม่จะเริ่มทยอยออกใช้หมุนเวียนในระบบได้ตั้งแต่ช่วงต้นปี 2561 เพื่อทด แทนเหรียญที่มีอยู่ในระบบเดิม ทั้งนี้ คาดว่าเหรียญกษาปณ์หมุนเวียนในระบบแบบเดิมจะทยอยหมดไปจากระบบภายใน 5-10 ปี ซึ่งเป็นระยะเวลาปกติในการออกเหรียญกษาปณ์หมุนเวียนชุดใหม่เพื่อใช้แทนชุดเก่า สำหรับรูปแบบเหรียญกษาปณ์หมุนเวียนชุดใหม่ เบื้องต้นทั้ง 9 ชนิดราคา ตั้ง แต่เหรียญ 10 บาทไปจนถึงเหรียญ 1 สตางค์ โดยลวดลายด้านหน้า และด้านหลังของเหรียญจะเหมือนกันทั้งหมด สำหรับด้านหน้าเหรียญ จะเป็นพระบรมฉายาลักษณ์ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 10 และด้านหลังของเหรียญ จะเป็น ตราพระปรมาภิไธย ว.ป.ร. ใต้พระมหาพิชัยมงกุฎ และมีอักษรชนิดราคากำกับที่เหรียญ โดยเหรียญกษาปณ์หมุนเวียนชุดใหม่มีการใช้โลหะในการผลิตและมีขนาด รูปทรงเหมือนเหรียญชุดเก่าทุกประการ พร้อมกันนี้ภายในเดือนม.ค.2561จะสามารถเปิดให้ เอกชนเข้าประมูลเพื่อพัฒนาพื้น ที่ราชพัสดุเขตเศรษฐกิจพิเศษใน 3 จังหวัด ได้แก่ จ.ตาก พื้นที่กว่า 1.5 พันไร่, จ.กาญจนบุรี พื้นที่กว่า 2.9 พันไร่ และ จ.นครพนม พื้นที่กว่า 1.3 พันไร่ รวมกว่า 5.8 พันไร่ โดยเชื่อว่าในแต่ละพื้นที่ จะได้รับความสนใจจากภาคเอกชนในการเข้ามาลงทุนเป็น อย่างดี และคาดว่าเมื่อได้ผู้ ชนะการประมูลแล้ว จะสามารถเดินหน้าการลงทุนได้อย่างเร็วที่สุดภายในกลางปี 2561 หรืออย่างช้าที่สุดไม่เกินช่วงไตรมาส 3 ของปีหน้า. อ่านต่อได้ที่ : http://www.ryt9.com/s/tpd/2755667 ภาวะตลาดเงินบาท: เปิด 32.50 ก่อนอ่อนค่ามาที่ 32.56 หลังดอลล์แข็ง จับตาร่างกม.ปฏิรูปภาษีสหรัฐฯสัปดาห์นี้ ข่าวเศรษฐกิจ สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ) -- จันทร์ที่ 18 ธันวาคม 2560 09:40:41 น. นักบริหารเงินจากธนาคารซีไอเอ็มบี ไทย เปิดเผยว่า เงินบาทเปิดตลาดเช้านี้อยู่ที่ระดับ 32.50 บาท/ดอลลาร์ แข็ง ค่าจากเย็นวันศุกร์ที่ปิดตลาดที่ระดับ 32.54 บาท/ดอลลาร์ ล่าสุดเงินบาทปรับตัวอ่อนค่าลงมาอยู่ที่ระดับ 32.56 บาท/ดอลลาร์ เนื่องจากดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าขึ้น โดยได้รับแรง หนุนที่สำคัญหลังมีข่าวว่าทั้ง ส.ส.และ ส.ว.สหรัฐฯ มีจำนวนเสียงเพียงพอที่จะโหวตให้ผ่านมาตรการปฏิรูปภาษี เพื่อให้ทันเป็นของ ขวัญในเทศกาลคริสต์มาส "หุ้นสหรัฐก็ดีดตัวขึ้น รับข่าวดีดังกล่าว ทำให้ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าขึ้นในวงกว้าง ส่วนบาทนั้นคาดว่าจะสามารถยืนเหนือ ระดับ 32.50 บาทได้ และยังเป็นแนวรับที่สำคัญ" นักบริหารเงินระบุ นักบริหารเงิน คาดว่า วันนี้เงินบาทจะเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบแคบที่ 32.50-32.60 บาท/ดอลลาร์ THAI BAHT FIX 3M (15 ธ.ค.) อยู่ที่ระดับ 0.72862% ส่วน THAI BAHT FIX 6M (15 ธ.ค.) อยู่ที่ระดับ 1.08282% * ปัจจัยสำคัญ - เช้านี้เงินเยนอยู่ที่ระดับ 112.66 เยน/ดอลลาร์ จากเย็นวันศุกร์ที่ระดับ 112.16 เยน/ดอลลาร์ - ส่วนเงินยูโรอยู่ที่ระดับ 1.1752 ดอลลาร์/ยูโร จากเย็นวันศุกร์ที่ระดับ 1.1796 ดอลลาร์/ยูโร - อัตราแลกเปลี่ยนเงินบาท/ดอลลาร์ ถัวเฉลี่ยถ่วงน้ำหนักระหว่างธนาคารของธปท.อยู่ที่ระดับ 32.5380 บาท/ ดอลลาร์ - ธนาคารกสิกรไทยประเมินกรอบการเคลื่อนไหวของเงินบาทสัปดาห์นี้ (18-22 ธ.ค.)ที่ 32.50-32.80 บาทต่อ ดอลลาร์ฯ โดยจุดสนใจในประเทศน่าจะอยู่ที่ผลการประชุมกนง. และมุมมองต่อแนวโน้มเศรษฐกิจไทยในปี 2561 ของธปท. ขณะที่ ตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่สำคัญ ได้แก่ ดัชนีตลาดที่อยู่อาศัย ผลสำรวจกิจกรรมการผลิตของเฟดสาขาฟิลาเดลเฟีย และดัชนีความเชื่อ มั่นผู้บริโภคเดือนธ.ค. ยอดขายบ้านใหม่/บ้านมือสอง ยอดสั่งซื้อสินค้าคงทน การเริ่มสร้างบ้าน/การอนุญาตก่อสร้าง ข้อมูลรายได้/ การใช้จ่ายส่วนบุคคล และอัตราเงินเฟ้อที่วัดจาก Core PCE Price Index เดือนพ.ย. ดัชนีราคาบ้านเดือนต.ค. และตัวเลขจีดีพี ประจำไตรมาส 3/60 นอกจากนี้ ตลาดอาจรอติดตามความคืบหน้าของแผนปฏิรูปภาษีของสหรัฐฯ และการประชุมนโยบายการเงินของ ธนาคารกลางญี่ปุ่นด้วยเช่นกัน - ศูนย์วิจัยกสิกรไทยคาดว่า คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) จะมีมติคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ระดับ 1.50% ต่อเนื่องในการประชุม กนง. รอบสุดท้ายของปี 2560 ในวันที่ 20 ธ.ค. 2560 นี้ แม้ว่าธนาคารกลางสหรัฐฯจะปรับขึ้นอัตรา ดอกเบี้ยมาอยู่ในระดับเดียวกัน เนื่องจากภาพรวมการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทยยังเกิดขึ้นไม่เต็มที่ ขณะที่ปัจจัยขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย ในปีหน้า คงพึ่งพาแรงหนุนจากการลงทุนมากขึ้น ซึ่งการคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายคงน่าจะเป็นแรงส่งที่ดีในการสนับสนุนการฟื้นตัวของ เศรษฐกิจไทยในปีหน้า - การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผยว่า การเดินทางท่องเที่ยวช่วงเทศกาลปีใหม่ ระหว่างวันที่ 29 ธ. ค. 2560-2 ม.ค.2561 คาดว่า จะใช้จ่ายสะพัดวงเงิน 15,567.45 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 13% จากช่วงเดียวกันปีก่อน - ทิสโก้ชี้ตลาดหุ้นเกาหลีใต้ ไต้หวันและไทยมีลุ้นเงินไหลเข้า ทำให้ดัชนีไปต่อ หลังเงินดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่ารับข่าว เฟดขึ้นดอกเบี้ยแบบค่อยเป็นค่อยไป ให้จับตาปีหน้าเฟดขึ้นดอกเบี้ยปรับขึ้นอีก 4 ครั้ง คาดสิ้นปีเงินบาทแข็งค่าที่ 32 บาทต่อดอลลาร์ สหรัฐ - บมจ. บัตรกรุงไทย (KTC) เปิดเผยภาพรวมยอดการใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตเคทีซีในเดือน พ.ย.ที่ผ่านมา น่าจะเติบ โตได้ถึง 10% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน เนื่องจากมีปัจจัยมาตรการช็อปช่วยชาติเข้ามา สนับสนุน ทำให้คนส่วนหนึ่งที่วาง แผนซื้อของขวัญในช่วงเดือน ธ.ค.เลื่อนขึ้นมาซื้อในช่วงเดือน พ.ย.แทน - นายกรัฐมนตรีอังกฤษ ประกาศจุดยืนที่ชัดเจนว่า รัฐบาลอังกฤษจะยังคงเดินหน้าทำตามหน้าที่พื้นฐานของตนต่อไป ใน การตอบรับกับความประสงค์ของชาวอังกฤษที่ได้ลงประชามติถอนตัวออกจากสหภาพยุโรป (EU) - สกุลเงินดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักๆ ในการซื้อขายที่ตลาดนิวยอร์กเมื่อวันศุกร์ (15 ธ.ค.) จากการที่นักลงทุนส่วนใหญ่มีมุมมองที่เป็นบวกว่า คณะทำงานของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ จะสามารถผลักดันร่างกฎหมายดังกล่าว ให้มีผลบังคับใช้ได้สำเร็จ - สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดขยับขึ้นเพียงเล็กน้อยเมื่อวันศุกร์ (15 ธ.ค.) โดยบรรยากาศการซื้อขายในตลาด ทองคำได้รับแรงกดดันจากการแข็งค่าของสกุลเงินดอลลาร์ นอกจากนี้ การที่ตลาดหุ้นสหรัฐทะยานขึ้นทำนิวไฮ ยังส่งผลให้นักลงทุนลด การถือครองทองคำซึ่งเป็นสินทรัพย์ที่ปลอดภัย - นักลงทุนจับตาพรรครีพับลิกันซึ่งเตรียมเปิดเผยร่างกฎหมายปฏิรูปภาษีขั้นสุดท้ายที่ผ่านการรวมเนื้อหาของร่างกฎหมาย ของวุฒิสภาและสภาผู้แทนราษฎรในวันศุกร์ตามเวลาสหรัฐ ขณะที่สื่อต่างประเทศรายงานโดยอ้างแหล่งข่าวว่า ร่างกฎหมายปฏิรูปภาษี ดังกล่าวจะปรับลดภาษีเงินได้นิติบุคคลลงสู่ระดับ 21% จากระดับ 35% โดยมีผลบังคับใช้ทันทีในปีหน้า แทนที่จะชะลอออกไปอีก 1 ปี ตามร่างกฎหมายปฏิรูปภาษีของวุฒิสภา - ประธานคณะกรรมาธิการภาษีประจำวุฒิสภาสหรัฐ กล่าวว่า วุฒิสภาจะลงมติในวันที่ 18 ธ.ค.ต่อร่างกฎหมายปฏิรูป ภาษีขั้นสุดท้ายฉบับดังกล่าว และจากนั้นสภาผู้แทนราษฎรจะลงมติในวันที่ 19 ธ.ค. - นักลงทุนจับตาสหรัฐและอังกฤษเตรียมเปิดเผยตัวเลขผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ประจำไตรมาส 3/2560 โดยสหรัฐจะเปิดเผยตัวเลขประมาณการครั้งสุดท้ายของ GDP ไตรมาส 3/2560 ในวันพฤหัสบดีนี้ ขณะที่อังกฤษเปิดเผย ข้อมูลดังกล่าวในวันศุกร์นี้ - จับตาการประชุมนโยบายการเงินของธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) ในวันพฤหัสบดีนี้ รวมทั้งการแถลงข่าวต่อสื่อมวลชน ของนายฮารุฮิโกะ คุโรดะ ผู้ว่าการ BOJ --อินโฟเควสท์ โดย กษมาพร กิตติสัมพันธ์/รัชดา โทร.02-2535000 ต่อ 317 อีเมล์: rachada@infoquest.co.th-- อ่านต่อได้ที่ : http://www.ryt9.com/s/iq03/2755822 World Today: สรุปข่าวประเด็นน่าติดตามประจำวันที่ 18 ธันวาคม 2560 ข่าวเศรษฐกิจ สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ) -- จันทร์ที่ 18 ธันวาคม 2560 08:54:07 น. เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมาตามเวลาสหรัฐ พรรครีพับลิกันได้เปิดเผยรายละเอียดขั้นสุดท้ายของร่างกฎหมายปฏิรูปภาษี ซึ่งมาจากการรวมเนื้อหาของร่างกฎหมายปฏิรูปภาษีที่ผ่านการอนุมัติของวุฒิสภาและสภาผู้แทนราษฎรก่อนหน้านี้ โดยร่างกฎหมายปฏิรูปภาษีดังกล่าวระบุว่า ให้คงจำนวนขั้นบันไดของการคำนวณภาษีไว้ที่ 7 ขั้น ขณะเดียวกันจะปรับลดภาษีเงินได้นิติบุคคลลงสู่ระดับ 21% จากระดับ 35% โดยมีผลบังคับใช้ทันทีในวันที่ 1 ม.ค.ปีหน้า แทนที่จะชะลอออกไปอีก 1 ปีตามร่างกฎหมายปฏิรูปภาษีของวุฒิสภา นอกจากนี้ เนื้อหาของร่างกฎหมายปฏิรูปภาษีฉบับนี้ยังระบุว่า จะเพิ่มเงินลดหย่อนภาษีเพื่อสงเคราะห์บุตรเป็นสองเท่า สู่ระดับ 2,000 ดอลลาร์สำหรับบุตรที่มีอายุต่ำกว่า 17 ปี และเพิ่มการหักลดหย่อนภาษีสำหรับเด็ก สู่ระดับ 1,400 ดอลลาร์ จากระดับ 1,100 ดอลลาร์ นายออร์ริน แฮทช์ ประธานคณะกรรมาธิการภาษีประจำวุฒิสภาสหรัฐ กล่าวว่า วุฒิสภาจะลงมติในวันที่ 18 ธ.ค.ต่อร่างกฎหมายปฏิรูปภาษีขั้นสุดท้ายฉบับดังกล่าว และจากนั้นสภาผู้แทนราษฎรจะลงมติในวันที่ 19 ธ.ค. -- นายจอห์น คอร์นิน และนายเควิน แบรดี้ สองแกนนำของพรรครีพับลิกัน ได้แสดงความเชื่อมั่นว่า สภาคองเกรสสหรัฐจะลงมติผ่านร่างกฎหมายปฏิรูปภาษีในสัปดาห์นี้ ก่อนที่จะส่งให้ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ลงนามเพื่อบังคับใช้เป็นกฎหมายได้ก่อนช่วงสุดสัปดาห์นี้ หลังจากพรรครีพับลิกันได้เปิดเผยรายละเอียดขั้นสุดท้ายของร่างกฎหมายปฏิรูปภาษีเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมาตามเวลาสหรัฐ -- นางเทเรซา เมย์ นายกรัฐมนตรีอังกฤษ ได้ประกาศแสดงจุดยืนอย่างแข็งกร้าวเกี่ยวกับการเดินหน้ากระบวนการแยกตัวออกจากสหภาพยุโรป (Brexit) โดยเธอระบุว่า รัฐบาลอังกฤษจะยังคงเดินหน้าทำตามหน้าที่พื้นฐานของตนต่อไป ในการตอบรับกับความประสงค์ของชาวอังกฤษที่ได้ลงประชามติถอนตัวออกจากสหภาพยุโรป (EU) นางเมย์ได้มีถ้อยแถลงลงบทความในหนังสือพิมพ์เทเลกราฟฉบับวันอาทิตย์ว่า "แม้มีสิ่งรบกวนจากทุกสารทิศ แต่เรายังคงทำหน้าที่ต่อไป และสำหรับผู้ที่ต้องการให้อังกฤษยอมจำนน ต้องขอบอกว่าขณะนี้เรากำลังบรรลุข้อตกลง Brexit ที่ดีและยอดเยี่ยมที่สุดสำหรับทั่วทั้งสหราชอาณาจักร" -- นักลงทุนจับตาสหรัฐและอังกฤษเตรียมเปิดเผยตัวเลขผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ประจำไตรมาส 3/2560 โดยสหรัฐจะเปิดเผยตัวเลขประมาณการครั้งสุดท้ายของ GDP ไตรมาส 3/2560 ในวันพฤหัสบดีนี้ ขณะที่อังกฤษเปิดเผยข้อมูลดังกล่าวในวันศุกร์นี้ สำหรับการประมาณการครั้งที่ 2 ของตัวเลข GDP ไตรมาส 3 ของสหรัฐนั้น กระทรวงพาณิชย์สหรัฐได้เปิดเผยเมื่อวันที่ 29 พ.ย.ที่ผ่านมาว่า GDP ขยายตัวที่ระดับ 3.3% ซึ่งสูงกว่าตัวเลขตัวเลขประมาณการครั้งที่ 1 ที่ระดับ 3.0% ส่วนการประมาณการครั้งที่ 2 ของ GDP ไตรมาส 3 ของอังกฤษนั้น สำนักงานสถิติแห่งชาติอังกฤษ (ONS) เปิดเผยเมื่อวันที่ 24 พ.ย.ที่ผ่านมาว่า GDP ขยายตัว 0.4% ซึ่งไม่เปลี่ยนแปลงจากการประมาณการครั้งที่ 1 -- กระทรวงการคลังญี่ปุ่นเปิดเผยในวันนี้ว่า ยอดส่งออกเดือนพ.ย.พุ่งขึ้น 16.2% เมื่อเทียบเป็นรายปี ทำสถิติขยายตัวติดต่อกันเป็นเดือนที่ 12 โดยได้ปัจัยหนุนจากอุปสงค์สินค้าญี่ปุ่นที่เพิ่มขึ้นอย่างแข็งแกร่ง ขณะที่ยอดนำเข้าเพิ่มขึ้น 17.2% ทั้งนี้ ญี่ปุ่นมียอดเกินดุลการค้าในเดือนพ.ย.ทั้งสิ้น 1.134 แสนล้านเยน -- จับตาการประชุมนโยบายการเงินของธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) ในวันพฤหัสบดีนี้ รวมทั้งการแถลงข่าวต่อสื่อมวลชนของนายฮารุฮิโกะ คุโรดะ ผู้ว่าการ BOJ สำหรับการประชุมครั้งหลังสุดซึ่งมีขึ้นเมื่อวันที่ 31 ต.ค.ที่ผ่านมานั้น ที่ประชุม BOJ มีมติด้วยคะแนนเสียง 8 ต่อ 1 ให้คงนโยบายผ่อนคลายทางการเชิงรุก โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อผลักดันให้อัตราเงินเฟ้อปรับตัวขึ้นสู่เป้าหมายที่ระดับ 2% นอกจากนี้ ที่ประชุมได้ปรับเพิ่มคาดการณ์การขยายตัวของเศรษฐกิจในปีงบประมาณ 2560 ขึ้นสู่ระดับ 1.9% จากที่คาดการณ์ไว้เมื่อเดือนก.ค.ที่ระดับ 1.8% พร้อมกับคงการประเมินภาวะเศรษฐกิจโดยรวมของญี่ปุ่น โดยระบุว่า เศรษฐกิจภายในประเทศ "ขยายตัวปานกลาง" อย่างไรก็ตาม ที่ประชุม BOJ ในเดือนต.ค. ได้ปรับลดคาดการณ์เงินเฟ้อสำหรับปีงบประมาณ 2560 ลงสู่ระดับ 0.8% จากตัวเลขคาดการณ์ก่อนหน้านี้ที่ระดับ 1.1% เนื่องจากการขยายตัวของค่าจ้างและการอุปโภคบริโภคในภาคเอกชนยังคงซบเซา แม้เศรษฐกิจขยายตัวแข็งแกร่งขึ้นก็ตาม -- ธนาคารกลางออสเตรเลียมีกำหนดประชุมนโยบายการเงินและแถลงมติอัตราดอกเบี้ยในวันพรุ่งนี้ ส่วนในการประชุมเมื่อวันที่ 5 ธ.ค.ที่ผ่านมานั้น ธนาคารกลางออสเตรเลียมีมติคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ระดับ 1.5% ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ในการประชุมวันนี้ เนื่องจากค่าจ้างยังคงมีความซบเซา ขณะที่เงินเฟ้อก็ยังไม่เป็นไปตามเป้าหมายของธนาคารกลาง นอกจากนี้หนี้สินยังอยู่ในระดับสูงด้วย -- สำหรับข้อมูลเศรษฐกิจที่สำคัญของประเทศต่างๆซึ่งมีกำหนดเปิดเผยในวันนี้ ได้แก่ จีนจะเปิดเผยราคาบ้านเดือนพ.ย., ยูโรสแตทจะเปิดเผยอัตราเงินเฟ้อเดือนพ.ย.ของอียู และสมาคมผู้สร้างบ้านแห่งชาติ (NAHB) จะเปิดเผย ดัชนีตลาดที่อยู่อาศัยเบื้องต้นเดือนธ.ค. ส่วนในวันพรุ่งนี้ เกาหลีใต้จะเปิดเผยดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) เดือนพ.ย., สถาบัน Ifo จะเปิดเผยความเชื่อมั่นทางธุรกิจเดือนธ.ค. และสหรัฐจะเปิดเผยตัวเลขการเริ่มสร้างบ้านและการอนุญาตก่อสร้างเดือนพ.ย. --อินโฟเควสท์ แปลและเรียบเรียงโดย รัตนา พงศ์ทวิช โทร.02-2535000 ต่อ 327 อีเมล์: ratana@infoquest.co.th- อ่านต่อได้ที่ : http://www.ryt9.com/s/iq29/2755767
  7. +_____+ ข่าวในพระราชสำนัก วันอาทิตย์ที่ 17 ธันวาคม พ.ศ.2560สํานักข่าวไทย TNAMCOT ลำปางหนาวเย็น "ตูน" อบอุ่นจากกำลังใจตลอดทาง Hua Seng Heng Morning News 18-12-2560HSHsocial Morning Report Gold Investment 18-12-17YLGResearch เจาะลึกเศรษฐกิจ by Ylg 18-12-2560Ylg Bullion เฮฮาภาษาทอง by Ylg 18-12-2560Ylg Bullion Spotlight: สภาทองคำโลกคาด ราคาทองมีแนวโน้มปรับตัวขึ้นอีกในปี 2561 ข่าวเศรษฐกิจ สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ) -- จันทร์ที่ 18 ธันวาคม 2560 10:38:27 น. สภาทองคำโลก (WGC) เปิดเผยรายงานว่า ราคาทองคำได้ปรับตัวขึ้นกว่า 9% นับตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมา ถึงแม้ว่าธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ได้ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยรวม 3 ครั้งในปีนี้ ขณะที่ตลาดหุ้นทั่วโลกอยู่ในทิศทางขาขึ้น บวกกับกระแสความร้อนแรงของบิตคอยน์ ซึ่งล้วนเป็นปัจจัยลบต่อทองคำก็ตาม โดย WGC คาดการณ์ด้วยว่า ราคาทองคำมีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องในปี 2561 เนื่องจากมีปัจจัยสนับสนุนมากมาย ทั้งนี้ สัญญาทองคำตลาด COMEX อยู่ที่ระดับ 1,257.50 ดอลลาร์/ออนซ์ เมื่อคืนวันศุกร์ที่ผ่านมา (15 ธ.ค.) เพิ่มขึ้น 9.19% จาก ณ สิ้นปี 2559 นายจอห์น รี๊ด หัวหน้านักกลยุทธ์ตลาดแห่งสภา WGC กล่าวว่า "ราคาทองคำได้พุ่งขึ้นอย่างน่าสนใจในรอบปีที่ผ่านมา เมื่อพิจารณาจากปัจจัยที่เฟดปรับขึ้นดอกเบี้ยหลายครั้ง และตลาดหุ้นสหรัฐอยู่ในทิศทางขาขึ้น ซึ่งไม่ส่งผลดีต่อราคาทองคำ" ที่ผ่านมานั้น ราคาทองคำ ซึ่งเป็นสินทรัพย์ปลอดภัยสำหรับนักลงทุน ได้รับแรงหนุนจากปัจจัยทางภูมิรัฐศาสตร์ ทั้งจากสถานการณ์ตึงเครียดในคาบสมุทรเกาหลีและตะวันออกลาง บวกความไม่แน่นอนจากการเจรจา Brexit ระหว่างสหราชอาณาจักรและสหภาพยุโรป (EU) รวมถึงภัยก่อการร้ายในเมืองใหญ่ๆของยุโรป สำหรับทิศทางทองคำในปี 2561 นั้น นายรี๊ดระบุว่า นโยบายการเงินของประเทศต่างๆทั่วโลกจะเป็นปัจจัยสำคัญที่ขับเคลื่อนอุปสงค์ทองคำ เนื่องจากอัตราเงินเฟ้อของหลายประเทศยังคงเคลื่อนไหวต่ำกว่าระดับเป้าหมาย ดังนั้นเราจึงอาจเห็นประเทศต่างๆใช้นโยบายการเงินแบบผ่อนคลายต่อไป เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ธนาคารกลางสหรัฐมีมติปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยระยะสั้นเป็นครั้งที่ 3 และครั้งสุดท้ายของปีนี้ พร้อมกับส่งสัญญาณว่าจะปรับขึ้นดอกเบี้ยอีก 3 ครั้งในปีหน้า ไม่ใช่ 4 ครั้งตามที่หลายฝ่ายคาดการณ์ไว้ ซึ่งนับเป็นนโยบายขึ้นดอกเบี้ยอย่างค่อยเป็นค่อยไป และเป็นปัจจัยบวกต่อราคาทองคำ นอกจากนโยบายการเงินแล้ว นักวิเคราะห์ยังมอง 2 ปัจจัยอื่นๆที่มีความสำคัญต่อทองคำในปีหน้าด้วย โดยปัจจัยแรกมาจากตลาดหุ้นสหรัฐ ซึ่งปัจจุบันอยู่ในทิศทางขาขึ้นด้วยแรงหนุนจากนโยบายปรับลดภาษีของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ โดยดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ทะยานขึ้นอย่างแข็งแกร่งกว่า 4,800 จุดในปีนี้ และการพุ่งของดัชนีตลาดหุ้นก็ส่งผลให้นักลงทุนลดความต้องการถือครองสินทรัพย์ปลอดภัยลง ดังนั้น หากทิศทางขาขึ้นสิ้นสุดลงเมื่อใด ก็อาจปัจจัยกระตุ้นอุปสงค์ทองคำให้ฟื้นตัวอีกครั้งก็เป็นได้ ปัจจัยต่อมาคือ ทิศทางการเคลื่อนไหวของสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ โดยนายรี๊ดกล่าวว่า "หากปี 2560 เป็นปีสิ้นสุดเทรนด์การแข็งค่าของดอลลาร์ที่ดำเนินต่อเนื่องมาหลายปี ก็อาจถือเป็นปัจจัยบวกต่อราคาทองคำเช่นกัน" นอกจากนี้ นักวิเคราะห์ยังกล่าวเสริมว่า ปัจจัยขับเคลื่อนทางกายภาพอื่นๆก็ไม่อาจถูกมองข้ามเช่นกัน โดยเฉพาะเรื่องการเติบโตของรายได้ ซึ่งถือเป็นปัจจัยขับเคลื่อนอุปสงค์ทองคำที่สำคัญ สภา WGC ระบุในรายงานด้วยว่า "ภาพรวมราคาทองคำยังอยู่ในทิศทางบวก ด้วยรายได้ที่เติบโตอย่างแข็งแกร่งในตลาดทองคำรายใหญ่ของโลก รวมถึงจีน" --อินโฟเควสท์ แปลและเรียบเรียงโดย คมปทิต สกุลหวง/รัตนา โทร.02-2535000 ต่อ 327 อีเมล์: ratana@infoquest.co.th-- อ่านต่อได้ที่ : http://www.ryt9.com/s/iq29/2755896
  8. รู้จักโบรกเกอร์ Instaforex

    การเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขการค้า โปรดทราบว่านับตั้งแต่วันที่ 13 ธันวาคม 2017 เป็นต้นไป Spread ของ #Litecoin, #Ripple และ #Ethereum ได้มีการเปลี่ยนแปลงเนื่องจากการเพิ่มประสิทธิภาพของข้อกำหนดการซื้อขาย โปรดตรวจสอบข้อมูลใหม่ในหน้าข้อกำหนดเกี่ยวกับเครื่องมือการซื้อขาย https://www.instaforex.com/th/specifications
  9. SCT Market Watch : บทวิเคราะห์ราคาทองคำและกลยุทธ์การลงทุนประจำวันที่ 18 ธันวาคม 2560 สัปดาห์ที่ผ่านมาราคาทองคำฟื้นตัวจากการรับข่าวเรื่องเฟดแต่ก็ยังไม่สามารถทะลุหรือยืนระดับเหนือโซนแนวต้าน 1263-1270 เหรียญจึงถือว่ายังเป็นมุมมองเดิม SIDEWAY DOWN หรือดีดเพื่อลงต่อ ทั้งนี้เนื่องจากความแข็งแกร่งของ USD และภาวะกระทิงในตลาดหุ้นที่รอรับข่าวกฎหมายปฎิรูปภาษีสหรัฐฯที่ลดภาษีที่มีกำหนดโหวตครั้งสุดทั้งในสภาสูงและล่างในสัปดาห์นี้ นอกจากนี้ตลาดยังรอตัวเลข GDP สหรัฐฯและนโยบายการคลังของญี่ปุ่นที่จะประกาศวันพฤหัส ก่อนจะหยุดยาวเทศกาลคริสมาสต์ต่อปีใหม่ กลยุทธ์การลงทุนยังแนะนำเล่นสั้น เปิดขายเมื่อดีดตัวและรอซื้อปิด (คืนนี้ตัวเลขไม่สำคัญยังมองการแกว่งตัวไปมา แนวรับ 1249/1243 เหรียญต้องห้ามหลุดและจะต้องทะลุ 1265 เหรียญจึงถือว่าเป็นบวก) และวางแผนซื้อสะสมเมื่อราคาย่อตัว เพราะหลังเทศกาลปีใหม่ทองมักจะดีดตัวจนวันตรุษจีน ร้านทองจึงอาจทยอยซื้อทองเข้า STOCK ร้านเพื่อวางแผนทางบัญชีปิดงบสิ้นปีและวางแผนเพิ่มทุนด้วยทองต่อในปีหน้าต่อไป การซื้อทอง สต็อกทองรูปพรรณ และการวางแผนทำบัญชีที่ถูกต้องคือหัวใจสำคัญของร้านทองยุค 4.0 ห้ามประมาทเด็ดขาด หากต้องการแนวทางสามารถสอบถามที่ LINE แค่พิมพ์ @SCTSOFT http://www.sctgold.com https://www.facebook.com/SCTGOLD SCT GOLD OFFICIAL LINE : @sctgold บริษัท ซินเนอร์จี้ คอมโมดิตี้ส์ เทรด จำกัด 18-12-17.pdf
  10. ทิศทางทอง--ตอน thaigold2

    สวัสดีค่ะ ตามอ่านมานานมาก ขอขอบคุณคุณทองใหม่มากๆนะคะ กราฟตาแป๊ะช่วยได้มากจริงๆ
  11. เมื่อวานนี้
  12. ทิศทางทอง--ตอน thaigold2

    กราฟตาแป๊ะรายวัน กราฟตาแป๊ะซ้ายบน เส้นสีแดง-----ขึ้น เส้นขาว----หาทิศทาง เส้นสีเขียว------ลง ขวาบน เส้นสีแดง---เสนอซื้อมากกว่าเสนอขาย เส้นสีเขียว---เสนอขายมากกว่าเสนอซื้อ ส่วนช่วงกลางที่มีแท่งสีแดงกับเขียวนั้น แท่งแดง---แรงซื้อขึ้น แท่งเขียว---แรงขายลง ขวาช่องสอง แท่งเหลืองคู่เส้นแดง---ขาขึ้น แท่งฟ้าคู่เส้นเขียว---ขาลง โดยปกติ ช่องนี้จะเปลี่ยนแนวโน้มช้ากว่าเพื่อน หากเปลี่ยนแนวโน้มเมื่อไหร่ เขาให้ขายออกหรือซื้อเข้าได้ทันที่ ยกเว้นมีปัจจัยพื้นฐานแรงๆแทรกเข้ามา จึงจะทำให้แนวโน้มกลับเปลี่ยนได้โดยกะทันหัน ซ้ายช่องสอง หน้าเหลืองแป๊ะยิ้ม---ขาขึ้น หน้าแดงแป๊ะร้องไห้---ขาลง แท่งสีเขียว---เพดาน แท่งสีแดง---พื้นดินโดยปกติ ช่องนี้จะส่งสัญญาณว่า กำลังจะเปลี่ยนแนวทางแล้วนะ แต่ยังไม่เต็มร้อย อาจมีการเปลี่ยนแปลงโดยกะทันหันก็ได้ ต้องดูซ้ายบนและขวาช่อง๒ประกอบด้วย จึงจะให้ความมั่นใจได้
  13. ทิศทางทอง--ตอน thaigold2

    รายสัปดาห์
  14. RT @Flagfrogfiz: ดเวย์น จอห์นสัน หรือ The Rock เตรียมลงเลือกตั้งเพื่อชิงเก้าอี้ 'ประธานาธิบดีสหรัฐ' ในปี 2024 โดยตอนแรกนั้นคิดไว้ว่าจะลงสมั…

  15. RT @Mestyle11: @BoomCassiopeia รู้สึกถึงสายตาของฮยอนบินที่เหล่มองมา "เอ๊ะนั่นเพื่อนเรารึเปล่า ลงไปทำอะไรข้างล่างหว่า..?" 😂😂 https://t.co/JH…

  16. RT @themomentumco: ขอแนะนำภาพยนตร์รักขาวดำ 5 เรื่องที่จะมาละเลงสีสันให้ชีวิต และเติมเต็มสีมชมพูเข้าไปในหัวใจ https://t.co/02NV6qi6kV

  17. RT @themomentumco: ขอแนะนำภาพยนตร์รักขาวดำ 5 เรื่องที่จะมาละเลงสีสันให้ชีวิต และเติมเต็มสีมชมพูเข้าไปในหัวใจ https://t.co/02NV6qi6kV

  18. ขั้นตอนการขุดบิทคอยน์แบบ Cloud Mining ด้วย Hashflare https://t.co/qxJLLzWxkYขุดบิทคอยน์ด้วย-hashflare/

  19. RT @iTakkung: เห็นป้ายโฆษณาแทบไม่กล้านั่ง 555555 https://t.co/FCZqBSc4Kl

  20. RT @iTakkung: เห็นป้ายโฆษณาแทบไม่กล้านั่ง 555555 https://t.co/FCZqBSc4Kl

  1. ดูกิจกรรมเพิ่มอีก
×