Jump to content
Update
 
 
Gold
 
USD/THB
 
สมาคมฯ
 
Gold965%
 
Gold9999
 
CrudeOil
 
USDX
 
Dowjones
 
GLD10US
 
HUI
 
SPDR(ton)
 
Silver
 
Silver/Oz
 
Silver/Baht
 

Chantima

Patriarch
  • Content Count

    117
  • Joined

  • Last visited

Community Reputation

0 medium

About Chantima

  • Rank
    ขาใหญ่

Profile Information

  • เพศ
    หญิง
  • ที่อยู่
    กรุงเทพมหานคร
  1. ร้านขายยาเป็นสถานที่มีความสำคัญมากในการจำหน่ายยาและเวชภัณฑ์ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นยาที่ต้องใช้สั่งโดยแพทย์หรือยาที่ขายตามท้องตลาด ปัจจุบันรูปแบบการซื้อของผู้บริโภค ได้เปลี่ยนไปจากเดิมเยอะมากแต่ก่อนต้องมาซื้อยา ซื้ออุปกรณ์ที่หน้าร้าน มาเห็นของก่อนถึงจะกล้าซื้อ ผิดกลับตอนนี้ที่นิยมซื้อกันทางออนไลน์ไม่จำเป็นต้องเห็นของจริง ขอเพียงมีการรับประกันสินค้าและความน่าเชื่อถือของร้านผู้บริโภคก็สามารถตัดสินใจได้แล้ว โดยเฉพาะร้านขายยากรุงเทพ ที่จำนวนซื้อของทางออนไลน์จะสูงมาก เพราะในกรุงเทพเวลาจะไปไหนมาไหนที ค่อนข้างลำบาก รถติดบ้าง ไม่มีที่จอดรถบ้าง และปัญญาอื่นๆ อีกมากมาย จึงทำให้ร้านขายยาในกรุงเทพ หันมาเปิดช่องทางการขายที่เป็นออนไลน์กันมากขึ้นตามความต้องการของผู้บริโภค โดยร้านขายยาที่จะได้รับความนิยมหลักๆ ก็จะมีไม่กี่ร้าน หนึ่งในนั้นคือร้านขายยาของ คลังยามีนบุรี ที่มีทั้งคุณภาพ และความน่าเชื่อถือ มีเภสัชกร คอยให้คำปรึกษา และแนะนำสินค้าแต่ละตัวอย่างละเอียด ที่สำคัญคือมีผลิตภัณฑ์ให้เลือกครบครันในการนำมาดูแลสุขภาพมากกว่า 3000 รายการ โดยสามารถแบ่งออกเป็นประเภทหลักๆ ดังนี้ ผลิตภัณฑ์ของคลังยามีนบุรี • ยาทางการแพทย์ ยารักษาโรคทั่วไป ยาสามัญประจำบ้าน ยาเฉพาะทาง ในรูปแบบต่างๆ ที่สามารถจำหน่ายได้ในร้านยา • อุปกรณ์ทางการแพทย์ ผลิตภัณฑ์ที่ใช้ในการประกอบวิชาชีพของแพทย์ พยาบาล เทคนิคการแพทย์ นักกายภาพบำบัด • ผลิตภัณฑ์ที่ดูแลสุขภาพ ผลิตภัณฑ์ดูแลสุขภาพ อย่าง อาหารเสริมบำรุงสุขภาพ ทานเสริมมื้ออาหารหลัก เช่น วิตามิน ยาสมุนไพร ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ต่าง ๆ • เวชสำอางค์ เวชสำอางค์และผลิตภัณฑ์ดูแลผิวต่างๆ เพื่อฟื้นฟูรักษาอาการผิดปกติ เช่น ริ้วรอย ฝ้า กระ จุดด่างดำ สิ่งสำคัญที่ควรนำมาพิจารณาในการเลือกซื้อของจากร้านขายยา 1. ควรตรวจสอบข้อมูลของร้านที่จัดจำหน่ายอุปกรณ์การแพทย์ และยาให้ดี ตรวจสอบเพื่อให้แน่ใจว่าผู้ขายได้รับใบอนุญาต และได้รับอนุญาตให้จำหน่ายอุปกรณ์ทางการแพทย์และยา ซึ่งจะช่วยหลีกเลี่ยงการปลอมแปลงสินค้าได้ 2. ตรวจสอบการอนุมัติ ควรตรวจสอบว่าอุปกรณ์ทางการแพทย์ ได้รับการอนุมัติจาก FDA หรือการรับรองที่เกี่ยวข้องอื่นๆ หรือไม่ เพื่อยืนยันว่าอุปกรณ์เป็นไปตามมาตรฐานความปลอดภัยและมีประสิทธิภาพ 3. ตรวจสอบวันหมดอายุ ตรวจสอบวันหมดอายุของยาเสมอ และตรวจสอบให้แน่ใจว่าผลิตภัณฑ์ไม่ใกล้หรือเลยวันหมดอายุ 4. ดูซีลและความสมบูรณ์ของบรรจุภัณฑ์ ตรวจสอบให้แน่ใจว่ายาบรรจุในบรรจุภัณฑ์ที่ปิดสนิท ไม่ถูกดัดแปลง และไม่มีความเสียหายใดๆ บนบรรจุภัณฑ์ เพราะหากบรรจุภัณฑ์มีความเสียหายอาจส่งผลต่อความปลอดภัยของยาได้ 5. ปรึกษาเภสัชกร หรือผู้เชี่ยวชาญด้านการดูแลสุขภาพ ก่อนซื้อยาหรืออุปกรณ์ทางการแพทย์ใดๆ ควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านการดูแลสุขภาพ พวกเขาสามารถให้คำแนะนำเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสมและจำเป็นสำหรับอาการเฉพาะของคุณได้ 6. ควรทำความเข้าใจกับอุปกรณ์ต่างๆ ให้ดี สำหรับอุปกรณ์ทางการแพทย์ ควรทำความเข้าใจถึงวิธีการใช้งานของอุปกรณ์ การดูแลและการบำรุงรักษาอุปกรณ์ให้ถูกต้อง หรืออาจจะถามกับผู้เชี่ยวชาญ เพื่อยืดอายุอุปกรณ์ให้ใช้งานได้นานขึ้น 7. อ่านฉลากและคำแนะนำอย่างละเอียด อ่านฉลากและคำแนะนำการใช้ยาอย่างละเอียดก่อนใช้งานเพื่อไม่ให้เกิดผลข้างเคียงอื่นๆ ที่อาจจะเป็นอันตรายต่อสุขภาพได้ 8. หาข้อมูลเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ ค้นคว้าหาข้อมูลเกี่ยวกับยาหรืออุปกรณ์ทางการแพทย์ อ่านบทวิจารณ์และตรวจสอบคะแนนเพื่อดูประสบการณ์ของผู้ใช้รายอื่น 9. พิจารณาจากแหล่งที่จะซื้อ ซื้อยาจากร้านขายยาที่มีชื่อเสียงและอุปกรณ์ทางการแพทย์จากซัพพลายเออร์ที่มีชื่อเสียง หลีกเลี่ยงการซื้อจากตลาดออนไลน์ที่ไม่มีความน่าเชื่อถือ แหละที่สำคัญร้านขายยากรุงเทพ คลังยามีนบุรี จำหน่ายทั้งราคาส่งและราคาปลีก มีจำหน่ายเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ดูแลสุขภาพครบครัน ไม่ว่าจะเป็น วิตามินหรืออาหารเสริมต่างๆ มากมาย อุปกรณ์และเครื่องมือแพทย์ เวชสำอางค์ พร้อมมีเภสัชกรคอยให้คำแนะนำ สินค้ามีคุณภาพในราคาย่อมเยาว์ แถมมีโปรโมชั่นพิเศษสุดคุ้มมากมาย ให้ได้เลือกซื้อตามความต้องการ สินค้าทุกตัวปลอดภัย มี อ.ย รับรอง สามารถซื้อสินค้าได้ในราคาส่งแบบไม่มีขั้นต่ำเลยค่ะ ดูข้อมูลเพิ่มเติมร้านขายยากรุงเทพได้ที่ : https://www.klungyaminburi.com/
  2. คอลลาเจน (Collagen) เป็นโปรตีนชนิดหนึ่งที่มีมากที่สุดในร่างกาย เป็นส่วนประกอบของโครงสร้างผิวหนัง กระดูก กล้ามเนื้อ เอ็นต่างๆ ถึงร้อยละ 75 โดยทำหน้าที่เป็นตัวประสานเซลล์และเนื้อเยื่อคอลลาเจนเสริมสร้างกระดูกสามารถสร้างขึ้นเองได้ตามธรรมชาติ ใยคอลลาเจนนอกจากจะช่วยสร้างความแข็งแรงของผิวหนังแล้ว ยังสามารถช่วยรักษาความยืดหยุ่น ทำให้ผิวดูกระชับและมีความนุ่มนวล นอกจากนี้ยังมีบทบาทในการสร้างเส้นใยของเลือด ฟัน และเล็บ อีกด้วย คอลลาเจนที่มีอยู่ในร่างกาย และพบได้บ่อยมีอยู่ 3 ชนิด · คอลลาเจนชนิดที่ 1 (Collagen Type I) เป็นคอลลาเจนที่มีปริมาณมากที่สุด สามารถพบได้มากกว่าร้อยละ 90 ในร่างกาย ช่วยเพิ่มความยืดหยุ่น ช่วยไม่ให้เนื้อเยื่อฉีกขาด พบได้ในบริเวณผิวหนัง เส้นผม กระดูก เนื้อเยื่อ และผนังหลอดเลือด · คอลลาเจนชนิดที่ 2 (Collagen Type II) หรือเรียกอีกอย่างนึงว่าคอลลาเจนสำหรับกระดูก เพราะทำหน้าที่ช่วยกระตุ้นให้เกิดการสร้างเซลล์ให้มีจำนวนมากขึ้น จึงสามารถซ่อมแซมส่วนที่สึกบริเวณข้อต่อได้ มักมีความยืดหยุ่นมากกว่าชนิดที่ 1 พบได้ในบริเวณกระดูกอ่อนหรือข้อต่อ เช่น ส่วนประกอบของหู จมูก หลอดลม และกระดูกซี่โครง · คอลลาเจนชนิดที่ 3 (Collagen Type III) พบได้ในบริเวณเดียวกันกับคอลลาเจนชนิดที่ 1 มีบทบาทสำคัญในการสร้างกล้ามเนื้อ ลดอาการบาดเจ็บบริเวณกล้ามเนื้อ พบได้ในบริเวณผิวหนัง, กล้ามเนื้อ และหลอดเลือด คอลลาเจนมีบทบาทสำคัญในการเสริมสร้างกระดูกดังนี้ 1. สร้างโครงสร้างของกระดูก คอลลาเจนเป็นส่วนประกอบหลักของเนื้อเยื่อกระดูก ทำหน้าที่เป็นโครงสร้างพื้นฐานที่แร่ธาตุอื่นๆ เช่น แคลเซียมและฟอสฟอรัส สามารถเกาะติดและสร้างมวลกระดูกที่แข็งแรงได้ คอลลาเจนจึงช่วยให้กระดูกมีความยืดหยุ่นและทนทานต่อแรงกระแทก 2. ช่วยในกระบวนการสร้างกระดูกใหม่ คอลลาเจนส่งเสริมกระบวนการสร้างกระดูก โดยกระตุ้นเซลล์ที่เรียกว่า osteoblasts ซึ่งเป็นเซลล์ที่ผลิตกระดูกใหม่ การที่ร่างกายมีคอลลาเจนไม่เพียงพออาจส่งผลทำให้กระดูกเติบโตได้ไม่เต็มที่ และซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอไม่มีประสิทธิภาพได้ 3. ช่วยลดการสูญเสียกระดูก คอลลาเจนยังช่วยลดการทำงานของเซลล์ที่เรียกว่า osteoclasts ซึ่งมีหน้าที่ในการย่อยสลายกระดูก ลดการทำงานของ osteoclasts ลดการสูญเสียมวลกระดูกและช่วยให้กระดูกแข็งแรงยิ่งขึ้น 4. บำรุงกระดูก คอลลาเจนมีส่วนช่วยในการบำรุงเนื้อเยื่อรอบๆ กระดูก เช่น เอ็น ซึ่งมีความสำคัญในการเชื่อมโยงกระดูกกับกล้ามเนื้อและส่วนอื่นๆ ของร่างกาย การมีคอลลาเจนเพียงพอจะช่วยให้เนื้อเยื่อเหล่านี้แข็งแรงและรองรับกระดูกได้ดี นอกจากคอลลาเจนเสริมสร้างกระดูกแล้ว ยังส่งผลดีต่อร่างกายในด้านอื่นๆ อีกด้วย ไม่ว่าจะเป็น สุขภาพผิวหนังที่คอลลาเจนจะไปช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นและความชุ่มชื้นให้กับผิวหนัง ลดการเกิดริ้วรอยและอาการแห้งกร้าน ทำให้ผิวหนังดูอ่อนเยาว์และมีสุขภาพดี,สุขภาพข้อต่อ ที่จะมีความแข็งแรงและความยืดหยุ่นของข้อต่อ ลดการเสียดสีระหว่างกระดูก ช่วยลดอาการปวด และอักเสบของข้อต่อได้, สุขภาพเส้นผมและเล็บ ทำให้เส้นผมและเล็บแข็งแรงขึ้นไม่เปราะหักง่าย,ระบบทางเดินอาหารดีขึ้นช่วยให้ผนังลำไส้แข็งแรง และยังช่วยซ่อมแซม ฟื้นฟูเนื้อเยื่อให้ดีขึ้นได้อีกด้วยค่ะ ดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ : https://www.cal-t.com/ผลิตภัณฑ์แคล-ที/คอลลาเจนเสริมสร้างกระดูก/
  3. ร้านจำหน่ายอุปกรณ์การแพทย์ คลังยามีนบุรี จัดว่าเป็นสถานที่สำคัญที่มีการจำหน่าย และนำเข้าอุปกรณ์ทางการแพทย์ และเครื่องมือแพทย์มากมาย มีทั้งสำหรับโรงพยาบาล คลินิก และสำหรับการดูแลผู้ป่วย ที่ถือว่าแทบจะครบครันที่สุดเลยก็ว่าได้ นอกจากนี้ยังคัดสรรมาเฉพาะแบรนด์ชั้นนำที่ได้รับการยอมรับและรับรองเรื่องความปลอดภัยที่สูงมาก อีกทั้งยังมีผู้เชี่ยวชาญคอยให้คำแนะนำในการเลือกซื้อ และอธิบายวิธีการใช้งานเครื่องมือแพทย์อย่างละเอียด เพื่อให้สามารถใช้งานได้ตรงจุดประสงค์และปลอดภัย โดยร้านขายอุปกรณ์การแพทย์ จะแบ่งอุปกรณ์การแพทย์เป็น 3 กลุ่มหลักๆ ดังนี้ อุปกรณ์การแพทย์ สามารถแบ่งออกได้เป็น 3 กลุ่ม ได้แก่ 1. อุปกรณ์การแพทย์สำหรับบ้าน อุปกรณ์การแพทย์ที่ใช้กับผู้ป่วยที่รักษาตัวอยู่ที่บ้านหรือสถานที่อื่นๆ ที่ผู้ป่วยหรือบุคคลทั่วไปสามารถใช้งานได้โดยไม่ต้องเป็นบุคลากรการแพทย์ เช่น ผู้ป่วย สมาชิกในครอบครัว เช่น เครื่องวัดออกซิเจน เครื่องวัดความดัน เครื่องนึ่งฆ่าเชื้อ เครื่องช่วยฟัง วีลแชร์ 2. อุปกรณ์การแพทย์สำหรับคลินิก อุปกรณ์การแพทย์ที่ใช้อยู่ในคลินิก เป็นเครื่องมือสำหรับประกอบวิชาชีพทางการแพทย์และครอบคลุมทุกจุดประสงค์ของการใช้งานเครื่องมือแพทย์ แต่จะไม่ใช่เครื่องมือขั้นสูงสำหรับการรักษา เช่น เครื่องมือห้องผ่าตัด เครื่องกระตุ้นหัวใจ เป็นต้น 3. อุปกรณ์การแพทย์สำหรับโรงพยาบาล ประกอบไปด้วยอุปกรณ์การแพทย์และเครื่องมือแพทย์ทุกจุดประสงค์ ได้แก่ เครื่องมือทางการแพทย์เพื่อการวินิจฉัย เครื่องมือแพทย์เพื่อการรักษา เครื่องมือแพทย์เพื่อการดำรงชีวิต และเครื่องมือการแพทย์ทางพยาธิ โดยมีตั้งแต่เครื่องมือแพทย์ทั่วไปจนถึงอุปกรณ์และเครื่องมือขั้นสูง ปัจจุบันการซื้ออุปกรณ์การแพทย์นั้นสามารถทำได้ง่ายมาก เพราะมีร้านขายอุปกรณ์การแพทย์หลายร้านหันมาเปิดขายทางออนไลน์กันมากขึ้นทำให้ง่ายต่อการเข้าถึง และสะดวกต่อการสั่งซื้อ ประหยัดเวลาในการไปซื้อ อีกทั้งยังมีผู้เชี่ยวชาญคอยให้คำแนะนำเพิ่มเติมทำให้ได้รับข้อมูลเกี่ยวกับอุปกรณ์ที่จะซื้อได้อย่างถูกต้อง ช่วยให้ตัดสินใจเลือกซื้อได้ถูกต้อง และง่ายขึ้นในการซื้อไปใช้งานค่ะ ดูข้อมูลร้านขายอุปกรณ์การแพทย์เพิ่มเติมได้ที่ : https://www.klungyaminburi.com/ร้านขายอุปกรณ์การแพทย์-เวชภัณฑ์/
  4. ท้องแตกลายสีแดง เกิดจากการยืดหดตัวของร่างกายที่เร็วเกินไป มีลักษณะนูนบาง มีสีแดง สีม่วง ไปจนถึงสีน้ำตาลเข้ม สามารถรักษาให้หายได้ง่ายกว่ารอยแตกสีขาว เป็นปัญหาที่มักเจอได้บ่อยกับคุณแม่ที่กำลังตั้งครรภ์ หรือกับคนที่ร่างกายมีการเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว เช่น การเพิ่มหรือลดน้ำหนักอย่างรวดเร็ว เพราะการเปลี่ยนแปลงของน้ำหนักตัวที่รวดเร็วทำให้ผิวหนังยืดขยายหรือหดตัวเร็วจนทิ้งร่องรอยการแตกลายไว้ ทำให้ผิวดูไม่สวยงาม และไม่น่ามอง เพราะแบบนี้จึงกลายเป็นปัญหาระดับชาติสำหรับสาวๆ หลายๆ คน โดยเฉพาะกับสาวที่ชื่นชอบในการแต่งตัว ที่บางคนอาจจะขาดความมั่นใจในการใส่เสื้อตัวเล็ก ตัวน้อย ไม่ได้ ดังนั้นการดูแลรักษาและป้องกันไม่ให้หน้าท้องแตกลายสีแดงจึงเป็นสิ่งสำคัญที่สาวๆ ให้ความสนใจ ซึ่งในการดูแลผิวหน้าท้องไม่ให้แตกลายนั้นมีหลายวิธีมาก ไม่ว่าจะเป็นการเข้าคลินิกที่มีนวัตกรรมใหม่ๆ ที่จะช่วยให้รอยผิวแตกลายของคุณดูจางลงจนแทบไม่เห็น ซึ่งถ้าใครไม่อยากมีผิวที่แตกลายเรามีวิธีในการดูแลตนเองไม่ให้ผิวแตกลายเอามาฝากตามนี้เลยค่ะ การป้องกันท้องแตกลายสีแดงด้วยการดูแลผิวหนังและร่างกายให้เหมาะสมดังนี้ 1. การรักษาความชุ่มชื้นของผิวหนัง ใช้ครีมบำรุงผิวหรือโลชั่นที่มีส่วนผสมของมอยเจอร์ไรเซอร์เป็นประจำ โดยเฉพาะบริเวณที่เสี่ยงต่อการแตกลาย เช่น หน้าท้อง สะโพก ต้นขา และหน้าอก 2. ดื่มน้ำให้เพียงพอ การดื่มน้ำช่วยรักษาความยืดหยุ่นของผิวหนังและลดความเสี่ยงต่อการเกิดรอยแตกลาย 3. ทานอาหารที่มีประโยชน์มีสารอาหารครบถ้วน โดยเฉพาะอาหารที่มีวิตามินเอ วิตามินซี วิตามินอี และสังกะสี ที่ช่วยเสริมสร้างผิวหนังให้แข็งแรง 4. ควบคุมน้ำหนัก ด้วยการพยายามรักษาน้ำหนักตัวให้คงที่ และหลีกเลี่ยงการเพิ่มหรือลดน้ำหนักอย่างรวดเร็ว 5. ควรออกกำลังกายสม่ำเสมอ เพื่อช่วยเสริมสร้างกล้ามเนื้อและรักษาความยืดหยุ่นของผิวหนัง 6. ใช้ครีมกันแดด ปกป้องผิวหนังจากการทำลายของแสงแดดซึ่งอาจทำให้ผิวแห้ง และเสี่ยงต่อการแตกลายมากขึ้น 7. หลีกเลี่ยงการใช้ยาสเตียรอยด์เป็นเวลานาน การใช้ยาสเตียรอยด์เป็นเวลานานอาจทำให้ผิวหนังบางและเสี่ยงต่อการแตกง่าย ควรปรึกษาแพทย์ก่อนใช้ยา ทั้งนี้วิธีด้านบนที่เราได้แนะนำมาเป็นการป้องกันสำหรับคนที่ผิวยังไม่แตกลาย แต่หากคุณท้องแตกลายสีแดง หรือผิวแตกลายไปแล้วแนะนำให้เข้าคลินิกเลยค่ะ เพราะการดูแลแบบธรรมดาช่วยให้รอยแตกลายจางลงนั้นจะต้องใช้เวลาค่อนข้างนาน ถ้าคุณอยากเห็นผลรับที่รวดเร็วทันใจแนะนำต้องเข้าคลินิกค่ะ เพราะที่คลินิกมีเครื่องไม้ เครื่องมือ ที่พร้อมจะรักษารอยแตกลายของเราให้กลับมามีผิวที่เรียบเนียนสวยใสขึ้นอีกครั้งได้ค่ะ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก่อนเลือกใช้บริการคลินิกไหนอย่าลืมดูรายละเอียดการรักษาต่างๆ ให้เรียบร้อย โดยหนึ่งในคลินิกที่มีชื่อเสียง และขึ้นชื่อในเรื่องนี้ที่เราอยากบอกต่อคือ คลินิก ของ เอสติมา เลยค่ะ บอกรายละเอียดชัดเจนมากว่าควรต้องทำแบบไหน หรือต้องแก้ไขยังไง รวมถึงเครื่องไม้ เครื่องมือก็ทันสมัยพร้อมต่อการใช้งานสุดๆ นอกจากนี้ยังติดต่อได้ง่าย มีหลายช่องทางให้ติดต่อ เพราะฉะนั้นมั่นใจได้เลยค่ะว่าปัญหาของคุณจะได้รับการแก้ไขแน่นอน
  5. ร้านขายอุปกรณ์การแพทย์มีความสำคัญอย่างมากในหลายๆ ด้าน เพราะไม่เพียงแต่เป็นแหล่งจำหน่ายเครื่องมือและอุปกรณ์การแพทย์ที่จำเป็นสำหรับการดูแลผู้ป่วยเท่านั้น แต่ยังมีอุปกรณ์ต่างๆ ที่สามารถช่วยให้เราดูแลสุขภาพของตนเองได้ง่ายและดียิ่งขึ้น นอกจากนี้ยังช่วยให้เรารู้ตัวได้เร็วหากร่างกายเกิดความผิดปกติ อย่างเช่น การใช้เครื่องวัดความดัน หากค่าที่วัดได้ผิดปกติเราจะได้ไปหาหมอเพื่อทำการตรวจเช็ค และรักษาได้อย่างรวดเร็ว ลดความเสี่ยงที่จะเกิดอันตรายต่อสุขภาพของเราได้ ซึ่งอุปกรณ์การแพทย์มีตั้งแต่เครื่องมือพื้นฐานไปจนถึงเครื่องมือเทคโนโลยีขั้นสูง ที่ใช้ในโรงพยาบาลและอุปกรณ์ที่ใช้สำหรับผู้ป่วยที่ต้องดูแลตนเองที่บ้าน โดยอุปกรณ์ที่จำหน่ายหลักๆ มีดังนี้ ประเภทของอุปกรณ์ที่จำหน่าย · อุปกรณ์ใช้งานทั่วไป เช่น ชุดปฐมพยาบาล, ถุงมือยาง, หน้ากากอนามัย · อุปกรณ์ช่วยเหลือพิเศษ เช่น รถเข็นผู้ป่วย, เตียงพยาบาล, อุปกรณ์ช่วยเดิน · เครื่องมือแพทย์ เช่น เครื่องวัดความดันโลหิต, เครื่องนวดหัวใจไฟฟ้า, เครื่องวัดระดับออกซิเจนในเลือด อุปกรณ์การแพทย์ที่ได้มาตราฐานต้องผ่านการรับรองดังนี้ · ได้รับการรับรองจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น FDA หรือ อย. (ในประเทศไทย) · ตรวจสอบว่าอุปกรณ์มีการรับรองมาตรฐานสากลหรือไม่ เช่น ISO วิธีเลือกซื้ออุปกรณ์การแพทย์ที่ดีควรเลือกดังนี้ 1. เข้าใจความต้องการและประเภทของอุปกรณ์ กำหนดว่าคุณต้องการอุปกรณ์สำหรับวัตถุประสงค์ใด และมีประเภทใดบ้างที่ตอบสนองความต้องการนั้นได้ เช่น ถ้าคุณต้องการอุปกรณ์สำหรับวัดความดันโลหิตที่บ้าน คุณควรศึกษาเกี่ยวกับรุ่นและแบรนด์ที่มีความแม่นยำสูง 2. ตรวจสอบการรับรองและมาตรฐาน ควรเลือกอุปกรณ์ที่ได้รับการรับรองจากหน่วยงานที่เชื่อถือได้ เช่น FDA ในสหรัฐอเมริกา หรือ อย. (สำนักงานควบคุมอาหารและยา) ในประเทศไทย รวมทั้งตรวจสอบว่ามีการรับรองมาตรฐาน ISO หรือไม่ 3. เลือกซื้อจากผู้จำหน่ายที่เชื่อถือได้ จัดซื้ออุปกรณ์จากร้านค้าหรือบริษัทที่มีชื่อเสียงและมีประวัติที่ดี รวมถึงมีการบริการหลังการขายที่ดีเช่นกัน 4. พิจารณาราคาและคุณภาพ ราคาไม่ควรเป็นปัจจัยเดียวในการตัดสินใจ ควรให้ความสำคัญกับคุณภาพของสินค้าและการรับประกันที่มาพร้อมกับอุปกรณ์ด้วย 5. อ่านรีวิวและขอคำแนะนำ อ่านรีวิวจากผู้ใช้จริงเพื่อดูความพึงพอใจและประสบการณ์การใช้งาน รวมทั้งขอคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญหรือพนักงานขาย 6. การสาธิตและการทดลองใช้ หากเป็นไปได้ ขอการสาธิตการใช้งานของอุปกรณ์ก่อนทำการซื้อ เพื่อดูว่าอุปกรณ์นั้นตอบโจทย์การใช้งานของคุณหรือไม่ 7. คำนึงถึงอะไหล่และบริการซ่อมบำรุง ตรวจสอบความพร้อมของอะไหล่และบริการซ่อมบำรุง เพื่อให้แน่ใจว่าคุณสามารถใช้งานอุปกรณ์ได้อย่างยาวนานและมีความปลอดภัย 8. คำนึงถึงเทคโนโลยีและการอัปเดต ตรวจสอบว่าอุปกรณ์นั้นเป็นเทคโนโลยีล่าสุดหรือไม่ และมีความยืดหยุ่นในการอัปเดตซอฟต์แวร์หรือฟีเจอร์อื่นๆ เพิ่มเติมไหม ซึ่งเดี๋ยวนี้การซื้อขายอุปกรณ์การแพทย์จะสะดวกกว่าแต่ก่อนเยอะมาก เพราะมีร้านขายยาหลายๆ ร้านหันมาเปิดร้านค้าในออนไลน์กันมากขึ้น อย่าง ร้านขายยาของคลังยามีนบุรีที่เปิดขายในแพลตฟอร์มออนไลน์ ทำให้ผู้ซื้อสามารถเข้าถึงตัวผลิตภัณฑ์ไวขึ้น ทำการซื้อได้สะดวก ง่าย และประหยัดเวลา แหละที่สำคัญหากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับตัวผลิตภัณฑ์เพิ่มเติมหรืออยากรู้เกี่ยวกับการใช้งานอะไรก็สามารถสอบถามรายละเอียดต่างๆ จากทางเพจได้เลยค่ะ จะมีผู้เชี่ยวชาญคอยให้คำแนะนำ และคำปรึกษาตลอด 24 ชั่วโมงค่ะ สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมร้านขายอุปกรณ์การแพทย์ คลังยามีนบุรี ได้ที่ : https://www.klungyaminburi.com/ร้านขายอุปกรณ์การแพทย์-เวชภัณฑ์/
  6. ย่านทองหล่อถือเป็นย่านที่เป็นแหล่งรวมไลฟ์สไตล์ของคนเมืองครบครันไปด้วยสถานที่กินดื่มเที่ยว ที่ตอบโจทย์ทุกการใช้ชีวิตของชาวกรุง และด้วยความที่เป็นทั้งย่านเชิงพาณิชย์ และย่านอยู่อาศัย จึงดึงดูดให้คนเข้ามาในย่านอย่างไม่ขาดสายและเมื่อพูดถึง “ทองหล่อ” หลายคนก็คงจะได้ยินชื่อเสียงมาบ้างเกี่ยวกับเรื่องราคาคอนโดที่แพงหูฉี่ แต่ถึงจะแพงยังไงก็ยังเป็นที่ต้องการของคนรุ่นใหม่อยู่ดี ดังนั้นหากใครที่ยังคิดไม่ตกเกี่ยวกับการซื้อ ขายคอนโด ทองหล่อ อยู่หละก็ตามเรามาทางนี้เลยได้เลย เพราะเราจะมาบอกทุกเรื่องน่ารู้เกี่ยวกับย่านทองหล่อให้เอง ว่ามีอะไรบ้าง พูดแล้วก็ตามมาดูกันเลยค่ะ ทองหล่อสามารถแบ่งออกได้ถึง 3 โซน ช่วงต้น เริ่มตั้งแต่ ถนน สุขุมวิท - ซอย ทองหล่อ 5 เป็นโซนใกล้ BTS ทองหล่อมากที่สุด ทำให้เดินทางสะดวกสบาย ช่วงกลาง เริ่มตั้งแต่ ซอย ทองหล่อ 5 - ซอย แจ่มจันทร์ ซึ่งเป็นโซนใจกลางทองหล่อ มีซอยที่สามารถเชื่อมไปยัง ซอย สุขุมวิท 49 และ เอกมัย มีความคึกคักสูง ช่วงปลาย ตั้งแต่ ซ.แจ่มจันทร์ - ถ.เพชรบุรี โซนปลายของทองหล่อ ส่วนใหญ่ยังคงมีความเป็นชุมชนเดิมอยู่สูงกว่าโซนอื่นๆ การเดินทาง ประเภทของการคมนาคมจากจุดเริ่มต้นทองหล่อ ไปยังสถานใกล้เคียง หรือสถานที่อื่น ๆ มีหลายประเภท ดังนี้ การเดินทางโดยรถยนต์ เส้นทางหลักถนนทองหล่อ หรือสุขุมวิท 55 ไปยังเส้นทางใกล้เคียงอื่นๆ ที่สำคัญ เช่น ถนนสุขุมวิท, ถนนเพชรบุรี, ถนนอโศกมนตรี, ถนนพญาไท, ถนนพัฒนาการ และถนนอ่อนนุช โดยจะมีทางพิเศษใกล้เคียงช่วงพระโขนงเพื่อขึ้นลงเดินทางจากรามอินทรา - อาจณรงค์ การเดินทางโดยรถไฟฟ้า BTS การเดินทางด้วยรถไฟฟ้า BTS สายสุขุมวิท (คูคต - ทองหล่อ) โดยมีสถานีบริการที่ใกล้สุดคือ สถานีทองหล่อ ใช้ประตูทางออกได้ 4 ทาง ทางออก 1 จะเป็นซอยสุขุมวิท 53 ทางออก 2 จะเป็นซอยสุขุมวิท 36 ทางออก 3 จะเป็นซอยสุขุมวิท 55 ทางออก 4 จะเป็นซอยสุขุมวิท 38 การเดินทางโดยใช้รถประจำทาง ในการใช้รถประจำทาง (รถเมล์) ที่ผ่านทองหล่อ มีด้วยกันทั้งหมด 7 สายโดยมีสายที่ให้บริการดังนี้ รถเมล์สาย 11 อู่เมกาบางนา ไป มาบุญครอง รถเมล์สาย 23 อู่เมกา ไป เทเวศน์ รถเมล์สาย 58 มีนบุรี ไป ประตูน้ำ รถเมล์สาย 93 หมู่บ้านนักกีฬาฯ ไป สี่พระยา รถเมล์สาย 98 ห้วยขวาง ไป กล้วยน้ำไท รถเมล์สาย 508 ปากน้ำ ไป ท่าราชวรดิษฐ์ รถเมล์สาย 511 511 ปากน้ำ ไป สายใต้ใหม่ การเดินทางด้วยรถตู้ จุดจอดรับที่สำคัญตั้งอยู่บริเวณสถานีรถไฟฟ้าทองหล่อที่จะมีรถตู้วิ่งผ่าน แต่ใกล้ๆ เดินทางง่ายหากต้องการเดินทางไปภาคตะวันออกได้ที่สถานีขนส่งเอกมัย (อัตราค่าบริการควรสอบถามผู้ให้บริการก่อนออกเดินทาง) เป็นอย่างไรกันบ้างคะกับ ข้อมูลคร่าวๆ ของย่านทองหล่อที่เราได้เอามาฝาก ว่าทำไมถึงเป็นย่านนี้ถึงตอบโจทย์กับคนรุ่นใหม่ หรือคนที่ทำงานออฟฟิศที่ต้องการการเดินทางที่สะดวก รวดเร็ว และมีสิ่งอำนวยความสะดวกครบถ้วน ทั้งร้านอาหาร,โรงเรียน,โรงพยาบาล และสถานที่ราชการ นอกจากนี้ยังเหมาะกับการลงทุนด้านอสังหาริมทรัพย์อีกด้วย เพราะย่านนี้ส่วนมากมีแต่ชาวต่างชาติหากใครมีเงินเหลือๆ การลงทุนเพื่อทำการซื้อ ขายคอนโด ทองหล่อจึงน่าสนใจไม่น้อย โดยโครงการคอนโดที่มีให้ซื้อขายกันนั้นมีเยอะมาก อย่าง โครงการขายคอนโด แถวทองหล่อ ของ Connex และโครงการอื่นๆ อีกมากมายให้คุณได้เลือกสิ่งที่ดีที่สุดให้กับตัวคุณเองได้ค่ะ สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ : https://connex.in.th/location/ขายคอนโด-ทองหล่อ
  7. ผู้สูงอายุถือเป็นวัยที่ต้องการแคลเซียมเยอะมาก โดยเฉพาะช่วงวัยทองซึ่งเป็นช่วงวัยที่กระดูกเริ่มจะเสื่อมสภาพ กระดูกจะบางลง มวลกระดูกลดน้อยลงทำให้ผู้สูงอายุมีความเสี่ยงที่จะเป็นโรคกระดูกพรุนได้ ดังนั้นช่วงวัยนี้จึงต้องการแคลเซียมบํารุงกระดูก ผู้สูงอายุให้เพียงพอต่อวันเพื่อนำไปใช้งาน โดยแคลเซียมสามารถหาได้ทั้งจากการกินอาหารเสริม หรือทานอาหารที่มีแคลเซียมสูงเพื่อไปบำรุงหรือทดแทนมวลกระดูกที่ลดน้อยลงไปทุกวัน จึงเป็นทางเลือกที่ช่วยให้กระดูกแข็งแรงและลดโอกาสในการเป็นโรคกระดูกพรุนได้ค่ะ หากคุณเป็นคนหนึ่งที่อยากมีสุขภาพกระดูกที่ดี ตามมาทางนี้ได้เลยเพราะวันนี้เราจะมาแนะนำ อาหารที่มีแคลเซียมสูง และอาหารเสริมแคลเซียมบำรุงกระดูกสำหรับผู้สูงอายุให้ได้รู้จักกันรับรองว่าจะไม่ผิดหวังแน่นอนเพราะเราได้คัดมาแล้ว ว่าแล้วก็มาดูกันเลยค่ะว่าจะมีอะไรบ้าง แหล่งอาหารที่มีแคลเซียมบํารุงกระดูก ที่ผู้สูงอายุควรได้รับจากแหล่งอาหารธรรมชาติ · นมและผลิตภัณฑ์จากนม อย่างโยเกิร์ต และชีส · ผักใบเขียว เช่น คะน้า ผักขม และบร็อกโคลี · ปลาที่กินได้ทั้งกระดูก เช่น ปลาซาร์ดีน · ถั่วและเมล็ดธัญพืช เช่น ถั่วเหลือง และเมล็ดแฟลกซ์ อาหารเสริมที่เป็นตัวเลือกสำหรับผู้ที่ไม่สามารถได้รับแคลเซียมเพียงพอจากการทานอาหารปกติ 1.ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร แคล-ที แมกนีเซียมซิงค์ พลัส วิตามินรวม ของ แคลที ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร แมกนีเซียม พลัส วิตามินรวม แมกนีเซียม อะมิโน แอซิด คีเลต, ซิงค์ ช่วยในกระบวนการสร้างกระดูกและข้อ ช่วยในการทำงานของสมอง ช่วยลดการเป็นตะคริว 2. Blackmores Calcium With Natural Vitamin D3 แคลเซียมคาร์บอเนตและวิตามินดี3 ช่วยเสริมสร้างกระดูกและช่วยบำรุงข้อต่อให้แข็งแรง ซึ่งวิตามินดีมีส่วนสำคัญในการช่วยให้ร่างกายดูดซึมแคลเซียมและยังสามารถช่วยกระตุ้นให้ร่างกายใช้ประโยชน์จากแคลเซียมได้มากขึ้น 3. ENEL Calmag DPlus Calcium L- threonate แคลเซียมจากข้าวโพดถือเป็นแคลเซียมจากอาหารธรรมชาติที่ดูดซึมได้ดีกว่าแคลเซียมทั่วไป จึงไม่ทำให้ท้องผูก ท้องเฟ้อ ไม่ตกค้างในร่างกายค่ะ ซึ่งจะช่วยเพิ่มมวลกระดูก และความแข็งแรง ของกระดูก, ฟัน, ข้อเข่า และข้อต่อต่างๆ ในร่างกายได้ดี 4. The Nature Calcium L-Threonate แคลเซียมประเภทแคลเซียม แอล ทรีโอเนต (Calcium L-Threonate) ซึ่งในปัจจุบันถือเป็นแคลเซียมที่ร่างกายสามารถดูดซึมได้มากถึง 90% ค่ะ สามารถรับประทานก่อนหรือหลังอาหารก็ได้ สามารถช่วยลดความเสี่ยงของโรคกระดูกพรุน กระดูกบาง ลดปัญหากระดูกเปราะ แตกหักง่าย ช่วยเพิ่มมวลกระดูก บำรุงกระดูกให้แข็งแรง 5. Mega We Care Calcium D แคลเซียมคาร์บอเนต สามารถช่วยบำรุงกระดูกและฟัน บำรุงข้อต่อ ลดอาการปวดเข่า ปวดข้อ ช่วยป้องกันโรคกระดูกพรุน ป้องกันอาการกระดูกบาง แตกหักง่าย และนอกจากนี้ยังใส่วิตามินดี3 มาให้ด้วยเพื่อช่วยให้ร่างกายดูดซึมแคลเซียมได้ดีมากขึ้น ปริมาณแคลเซียมที่แต่ละช่วงวัยควรได้รับ · ผู้หญิงที่อายุต่ำกว่า 50 ปี ไปจนถึงอายุ 50 ปี ควรได้รับแคลเซียม 1000 มิลลิกรัมต่อวัน · ผู้หญิงอายุมากกว่า 50 ปี ขึ้นไป ควรได้รับ แคลเซียม 1200 มิลลิกรัมต่อวัน · ผู้ชายที่อายุต่ำกว่า 70 ปี ไปจนถึงอายุ 70 ปี ควรได้รับแคลเซียม 1000 มิลลิกรัมต่อวัน · ผู้ชายอายุมากกว่า 70 ปี ขึ้นไป ควรได้รับแคลเซียม 1200 มิลลิกรัมต่อวัน อย่างไรก็ตามการรักษาความสมดุลของแคลเซียมในร่างกายเป็นสิ่งสำคัญ เพื่อป้องกันปัญหากระดูก และสุขภาพโดยรวมในผู้สูงอายุ การตรวจสุขภาพอย่างสม่ำเสมอก็สำคัญไม่แพ้กันเพื่อติดตามสุขภาพของกระดูก และระดับแคลเซียมในร่างกาย ทั้งนี้หากในหนึ่งวันได้รับแคลเซียมไม่ถึง 1200 มิลลิกรัมก็ไม่เป็นไร แต่ต้องให้ได้รับช่วงระหว่าง 500 – 700 มิลลิกรัมต่อวันก็ได้ แต่สิ่งสำคัญคือ ต้องให้ร่างกายได้รับ แคลเซียมในทุกๆ วัน และหมั่นออกกำลังกายอยู่เสมอ เท่านี้ผู้สูงอายุก็จะมีสุขภาพกระดูกที่แข็งแรงมากขึ้นได้ค่ะ
  8. ในปัจจุบันการซื้อของออนไลน์เป็นอะไรที่ได้รับความนิยมมาก และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เพราะมันง่าย สะดวก และยังประหยัดเวลาอีกด้วย นอกจากนี้ยังสามารถสั่งได้ทุกอย่างทั้งของกิน ของใช้ หรือแม้แต่อุปกรณ์การแพทย์ก็สามารถสั่งได้ แหละที่สำคัญไม่ต้องกลัวว่าจะได้ของปลอม เพราะเดี๋ยวนี้มีร้านขายอุปกรณ์การแพทย์หลายร้านมากที่มาเปิดขายในช่องทางออนไลน์ต่างๆ หากคุณซื้อกับร้านขายยาที่เป็นร้าน official รับรองว่าคุณจะได้ของแท้ และปลอดภัยแน่นอน แต่อย่าลืมว่าต้องตรวจสอบให้ละเอียดนะคะ ว่าเป็นร้าน official จริงหรือเปล่า เพราะบางทีก็มีผู้ไม่หวังดีเรียนแบบชื่อร้านยาที่มีชื่อเสียงแล้วแอบอ้างเพื่อทำการขายเอง โดยชื่อร้านอาจจะมีสัญลักษณ์เล็กๆ น้อยๆ ที่ต่างไปจากร้านจริงเพื่อให้ผู้ซื้อสับสนและหลงเข้าใจผิด แล้วกดซื้อสินค้าที่มีความสุ่มเสี่ยงว่าจะไม่ได้มาตราฐานไป เป็นต้น ดังนั้นเพื่อให้ไม่โดนหรอกก่อนซื้ออุปกรณ์การแพทย์ทุกครั้งควรที่จะต้องตรวจสอบดูข้อมูลสิ่งต่างๆ ดังต่อไปนี้ ข้อมูลสำคัญที่ต้องตรวจสอบทุกครั้งก่อนทำการสั่งซื้ออุปกรณ์การแพทย์ 1. ร้านขายอุปกรณ์ทางการแพทย์ต้องน่าเชื่อถือ สำหรับการเลือกร้านขายอุปกรณ์การแพทย์ที่หลายคนต้องนึกถึงอันดับแรกก็คงจะหนีไม่พ้นการเลือกร้านที่มีความน่าเชื่อถือ เพราะจะช่วยทำให้เราสามารถมั่นใจในระดับหนึ่งว่าจะได้รับอุปกรณ์การแพทย์ที่มีคุณภาพ ได้มาตรฐาน สามารถนำไปใช้งานได้อย่างไม่เป็นอันตรายต่อร่างกายของผู้ใช้งาน 2. ให้คำแนะนำปรึกษาฟรี แบบผู้เชี่ยวชาญ ร้านที่มีบริการให้คำแนะนำปรึกษาข้อสงสัยกับเราอย่างเชี่ยวชาญ แบบไม่มีค่าใช้จ่าย จะทำให้เราสามารถตัดสินใจเลือกซื้ออุปกรณ์การแพทย์ที่ตอบโจทย์การใช้งานและมีความเหมาะสมได้ 3. มีการรรับประกันอุปกรณ์การแพทย์ ในการเลือกซื้อของจากร้านขายอุปกรณ์การแพทย์ที่ดี จะต้องมีการรับประกันสินค้าหลังจากที่ซื้อออกไปแล้วด้วยว่า ตัวสินค้านั้นจะได้รับประกันกี่เดือน เช่น 6 เดือน 1 ปี หรือ 3 ปี เป็นต้น ซึ่งการมีประกันนี้จะช่วยให้ลูกค้าสบายใจขึ้นได้ว่าถ้าหากสินค้ามีปัญหาในช่วงที่อยู่ในประกันจะได้นำสินค้านั้นมาทำการเคลมสินค้าได้ในระยะเวลาที่ระบุเอาไว้ ทำให้ไม่ต้องเสียเงินหลายครั้งในการซื้ออุปกรณ์การแพทย์ใหม่อีกรอบ 4. มีเอกสาร ใบอนุญาตชัดเจน สิ่งสำคัญในการเลือกซื้ออุปกรณ์การแพทย์ที่หลายคนมักจะมองข้าม คือ การเลือกซื้ออุปกรณ์การแพทย์กับร้านที่มีเอกสาร ใบอนุญาตที่ชัดเจน เมื่อพบเห็นเอกสารใบอนุญาต ก็จะช่วยทำให้คุณสามารถมั่นใจได้ว่า จะได้อุปกรณ์การแพทย์มีคุณภาพ และมีมาตรฐานในการใช้งานอย่างมีประสิทธิภาพสูง ถึงแม้ว่าการสั่งซื้อของจากร้านขายอุปกรณ์การแพทย์ทางช่องทางออนไลน์ จะสะดวกสบายมากกว่าไปซื้อที่ร้าน แต่ก็ต้องระวังเลือกให้ดีๆ โดยเลือกตามคำแนะนำที่เราได้บอกไว้ คือต้องเลือกร้านที่ความน่าเชื่อถือสูง มีหน้าร้านชัดเจน มีใบอนุญาต เช่น ใบอนุญาตผลิต นำเข้า จัดเก็บ ขาย และโฆษณา สามารถพูดคุยสอบถามข้อมูลได้อย่างชัดเจน แบบของคลังยามีนบุรี ที่จะบอกรายละเอียดเอาไว้ชัดเจนทุกช่องทางที่ขายออนไลน์ เพื่อให้คุณตรวจสอบได้และสบายใจในการซื้อนำไปใช้งานค่ะ ดูรายละเอียดเพิ่มเติมของร้านขายยาออนไลน์ได้ที่ : https://www.klungyaminburi.com/ร้านขายอุปกรณ์การแพทย์-เวชภัณฑ์/
  9. บอกได้เลยว่าการเป็นคุณแม่หลังคลอดนั้นจะต้องเจอปัญหาหลายอย่างมาก โดยหนึ่งในนั้นคงหนี้ไม่พ้นปัญหา “ หน้าท้องแตกลาย ” จากการตั้งครรภ์ และนี่ถือเป็นปัญหาที่ทำให้คุณแม่หลาย ๆ ท่านเป็นกังวลจนถึงขั้นเครียดกันเลยทีเดียว แต่รู้หรือไม่ว่าจริง ๆ แล้วปัญหาหน้าท้องแตกลาย ตั้งครรภ์นั้นสามารถป้องกัน และแก้ไขได้ โดยเราสามารถทำการรักษาได้ด้วยตนเอง และการเข้าคลินิก แต่ทั้งนี้ในการรักษาด้วยตนเองนั้นอาจจะต้องมีระเบียบวินัยกับตนเองหลายๆ อย่าง รวมถึงวิธีที่ยุ่งยากอีกต่างๆ นาๆ ดังนั้นจึงไม่แปลกที่หลายๆ คนจะเลือกอะไรที่สบายกว่านั้น อย่างการเข้าคอร์ส ตามคลินิกที่มีเครื่องมือที่พร้อมในการดูแลปัญหาด้านนี้โดยเฉพาะ อย่าง เอสติมา คลินิก ที่มีเทคโนโลยีใหม่ๆ ที่พร้อมจัดการกับปัญหาหน้าท้องที่แตกลายจากการตั้งครรภ์ให้รอยแตกลายนั้นดูลดจางลงกลับมาดูดี เรียบ เนียน สวย ใส ได้เหมือนเดิมโดยเทคโนโลยีหลักๆ ที่ทางคลินิก เอสติมา นำมาใช้นั้นก็จะมีดังนี้ เทคโนโลยีต่างๆ ที่ เอสติมา คลินิก นำมาใช้ในการซ่อม สร้าง ฟื้นฟูผิว ให้รอยแตกลายจางลง · เอสติมา คลินิก มีโปรแกรม Morpheus Pro Body กับเทคนิค Absolute Tight ที่พัฒนามาจากประสบการณ์มากกว่า 3,000 เคส ซึ่งบางเคสคุณแม่บางท่านก็พบกับปัญหาทั้งเรื่องความหย่อนคล้อย กระเปาะไขมันสะสม และรอยแตกลายบริเวณหน้าท้องโดยเฉพาะบริเวณรอบ ๆ สะดือ บั้นเอว เป็นต้น เทคโนโลยี Morpheus Pro จะปล่อยพลังงานในรูปแบบ Microneedle RF เข้าไปฟื้นฟูผิวด้วยการกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน ด้วยความร้อนถึง 100 องศาเซลเซียส การเสริมสร้างคอลลาเจนนี้เองจะเข้ามาซ่อมแซมผิวส่วนที่เกิดการฉีกขาดในระหว่างการขยายตัวของผิวในช่วงตั้งครรภ์ ซึ่งทำให้เกิดรอยแตกลายสีแดงและนานวันเข้าก็เปลี่ยนเป็นรอยแตกลายสีขาว การรักษาด้วย Morpheus Pro นี้เอง ส่งผลให้รอยแตกลายแลดูจากลง อีกทั้งยังช่วยให้ผิวหนังหนาตัว แข็งแรงขึ้นกระชับขึ้น นอกจากนี้ยังช่วยสลายไขมัน ลดเซลลูไลท์ กระตุ้นสร้างคอลลาลาเจนใหม่ให้ผิวดูเรียบเนียนขึ้น ด้วยหลักการเทคนิค Absolute Tight เฉพาะที่เอสติมา คลินิก · เทคนิค Absolute Tight จะมีการออกแบบการรักษาตั้งแต่ก่อนทำ เพื่อเข้าใจความกังวลของคนไข้ ว่ามีปัญหาผิวอย่างไร อยากให้เน้นเป็นการรักษาหน้าท้องแตกลายหลังคลอด หรือ มีปัญหาเรื่องความหย่อนคล้อย ไม่กระชับของหน้าท้องร่วมด้วย หรือไม่ จากนั้นก็จะมีการวางแผนการรักษาร่วมกันกับคนไข้ว่าต้องการให้ผิวฟื้นฟูไปอย่างไร ขณะการทำการรักษาแพทย์ผู้ดูแลต้องมีการปรับค่าพลังงานให้เหมาะสมกับปัญหาและบริเวณผิวที่ทำการรักษาด้วย Morpheus Pro ด้วย ซึ่งต้องอาศัยประสบการณ์การวิเคราะห์อย่างละเอียด หลังการรักษามีการดูแลแนะนำติดตามอาการกับทีม Consult ให้คำแนะนำอยู่ตลอดเวลา เป็นต้น วิธีการเหล่านี้เป็นแค่เพียงบางส่วนในการดูแลตามหลักเทคนิค Absolute Tight ของเอสติมา คลินิก เท่านั้น นอกจากนี้นวัตกรรมในกลุ่มเลเซอร์ที่ช่วยในการรักษารอยแตกลายที่เอสติมา คลินิก ก็คือ Discovery Pico เทคโนโลยี Picosecond Laser รองรับด้วยมาตรฐาน USFDA องค์การอาหารและยาของประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งการรักษาหน้าท้องแตกลาย ตั้งครรภ์ หลังคลอดด้วยวิธีนี้อาจจะช่วยให้รอยแตกลายจางลง 40 – 60 % โดยประมาณ เหมาะสำหรับคุณแม่หลังคลอดที่ไม่ต้องการพักฟื้น หรือต้องพักผิวนาน ทั้งนี้จำนวนครั้งในการรักษาอาจจะต้องประเมินโดยแพทย์และปัญหาผิวของแต่ละบุคคลค่ะ สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับหน้าท้องแตกลายได้ที่ : https://www.aestimaclinic.com/หน้าท้องแตกลายหลังคลอด-ตั้งครรภ์/
  10. ฉะเชิงเทรา หรือแปดริ้ว เป็นจังหวัดหนึ่งในภาคกลางซึ่งมีประวัติความเป็นมาเก่าแก่ตั้งแต่สมัยสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถในสมัยกรุงศรีอยุธยา ประชาชนส่วนใหญ่ตั้งถิ่นฐานบ้านเรือนอยู่ริมแม่น้ำบางปะกงและตามลำคลองต่างๆ โดยมี “หลวงพ่อโสธร” เป็นศูนย์รวมศรัทธาของชาวแปดริ้ว จังหวัดฉะเชิงเทรา เป็นจังหวัดที่มีเสน่ห์หลากหลายทั้งทางธรรมชาติมีชายหาดที่สวยงามและเงียบสงบ และวัฒนธรรม มีสถานที่ท่องเที่ยวที่เชื่อมโยงกับประวัติศาสตร์ของประเทศ มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์มากมาย มีอาหารถ้องถิ่นที่อร่อยและมีเสน่ห์ มีสภาพอากาศที่ดี เดินทางสะดวก จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่ใครๆ ก็อยากจะมาซื้อบ้านที่ฉะเชิงเทราสำหรับการอยู่อาศัย แถมราคาก็ไม่แรงสมเหตุสมผล นอกจากนี้ก็ยังมีโครงการบ้าน ฉะเชิงเทราให้เลือกเยอะแยะไปหมด จนทำให้อาจจะเลือกกันไม่ถูกว่าต้องเลือกดูยังไง ดังนั้นวันนี้เราจึงเอาเคล็ดลับเล็กๆ น้อยๆ ในการเลือกซื้อบ้านจากโครงการเอามาฝาก พร้อมแล้วมาดูกันเลย เทคนิคที่ควรรู้เล็กๆ น้อยๆ ในการเลือกซื้อบ้านจากโครงการ การเลือกซื้อโครงการบ้านแถวฉะเชิงเทราควรต้องพิจารณาด้วยความระมัดระวัง และดูให้ละเอียด เพื่อให้ได้บ้านที่ตรงตามความต้องการและเป็นที่พอใจ โดยสิ่งควรนำมาพิจารณามาเป็นอันดับแรกๆ มีดังนี้ 1. ตรวจสอบสถานที่ ให้รับรู้ถึงสถานที่ตั้งของโครงการบ้าน วิเคราะห์ความสะดวกสบายในการเดินทาง การเข้าถึงสถานที่สำคัญ เช่น สถานีรถไฟหรือถนนสายหลัก และความใกล้เคียงกับสิ่งอำนวยความสะดวกอื่น ๆ เช่น โรงเรียน ร้านค้า หรือสวนสาธารณะ 2. คุณภาพของโครงการ ควรศึกษาคุณภาพของโครงการบ้านทั้งตั้งแต่โครงการเอง จนถึงวัสดุที่ใช้ในการก่อสร้าง รวมถึงความมั่นคงของโครงการจากบริษัทหรือผู้พัฒนา 3. สิ่งอำนวยความสะดวก ตรวจสอบสิ่งอำนวยความสะดวกที่โครงการมีให้ เช่น สระว่ายน้ำ สวนสาธารณะ สนามเด็กเล่น หรือสิ่งอำนวยความสะดวกอื่น ๆ ที่ต้องการ 4. การวางแผนการเงิน ควรทำการวิเคราะห์และวางแผนการเงินให้ดี โดยพิจารณาค่าใช้จ่ายที่ต้องจ่ายทั้งหมด เช่น ราคาบ้าน ค่าใช้จ่ายในการดำเนินชีวิตรายวัน และค่าใช้จ่ายในการรักษาบ้าน 5. สิทธิการใช้ที่ดิน ตรวจสอบสิทธิการใช้ที่ดินและสิทธิการถือครองบ้าน เพื่อป้องกันปัญหาทางกฎหมายในอนาคต 6. ประสบการณ์และเครือข่าย ควรสอบถามความคิดเห็นของผู้ที่เคยอาศัยอยู่ในโครงการนั้น ๆ และสร้างเครือข่ายการสังคมที่ดีเพื่อการแลกเปลี่ยนข้อมูลเพิ่มเติม การมีเสน่ห์ของจังหวัดฉะเชิงเทรานี้ทำให้มีผู้คนหลายคนมองหาที่จะเข้าพักอาศัย ท่องเที่ยว หรือลงทุนในพื้นที่นี้ได้ในหลายด้านต่างๆ โดยเฉพาะที่มุ่งหวังสัมผัสกับความสงบสุขและวิถีชีวิตที่สงบ อุดมสมบูรณ์ของฉะเชิงเทรา แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นในการจะซื้อบ้าน ฉะเชิงเทราก็ควรที่จะต้องตรวจสอบและทำการทบทวนข้อมูลต่างๆ เหล่านี้ให้ดีจะช่วยให้คุณทำการเลือกซื้อโครงการบ้านได้อย่างมีคุณภาพและเหมาะสมกับความต้องการกับงบประมาณของคุณได้มากที่สุดค่ะ
  11. บ้านแฝด คือสิ่งปลูกสร้างสำหรับการอยู่อาศัยที่มีลักษณะคล้ายคลึงกับบ้านเดี่ยว โดยจะมีโครงสร้าง เช่น ผนังหรือคานข้างใดข้างหนึ่งในส่วนประกอบของอาคาร เชื่อมติดกับตัวบ้านอีกหนึ่งหลัง และมีการเว้นระยะห่างของตัวบ้านไม่ต่ำกว่า 2 เมตรขึ้นไป มีกำแพงคั่นระหว่างกลาง เพื่อให้ตัวประตูรั้วทั้งสองบ้านประกบปิดเหมือนอยู่ในบ้านหลังเดียวกัน ซึ่งบ้านแฝดจะมีอยู่ด้วยกันประมาณ 4 ประเภท 1.บ้านแฝดที่ใช้ผนังร่วมกัน โดยโครงสร้างของตัวบ้านทั้ง 2 หลังจะใช้กำแพงอันเดียวกัน ใช้ผนังร่วมกัน อาจทำให้ได้ยินเสียงของกันและกันในระหว่างการทำกิจกรรมภายในบ้านได้ 2.บ้านแฝดที่ใช้ผนังร่วมกันเฉพาะฟังก์ชัน จะมีโครงสร้างส่วนใดส่วนหนึ่งภายนอกตัวบ้าน เป็นพื้นที่เชื่อมกับบ้านที่อยู่คู่กัน เพื่อให้มีพื้นที่ใช้สอยได้มากขึ้น เช่น คาน โรงจอดรถ เป็นต้น 3.บ้านแฝดที่ใช้คานด้านบนเชื่อมต่อกัน บ้านแฝดที่ใช้ มักเป็นจุดเชื่อมตรงบริเวณลานจอดรถหรือช่วงคานด้านบน เพื่อเว้นระยะของตัวบ้านฝั่งตรงข้ามให้มีความเป็นส่วนตัวมากขึ้น 4.บ้านแฝดที่ใช้คานใต้ดินเชื่อมต่อกัน จะมีลักษณะพื้นที่บ้านส่วนบนไม่มีร่องรอยของสิ่งปลูกสร้างเชื่อมต่อกันกับบ้านคู่เลย ทำให้การอยู่อาศัยเหมือนบ้านเดี่ยวมากที่สุด แต่มักจะมีพื้นที่น้อย ปัจจุบันบ้านแฝดถือเป็นบ้านที่ได้รับความนิยมสูงขึ้นเรื่อยๆ เพราะบ้านแฝดมักมีราคาต่ำกว่าบ้านเดี่ยวเมื่อเทียบกับขนาดและพื้นที่ใช้สอยที่คล้ายคลึงกัน ทำให้เป็นตัวเลือกที่ดีสำหรับผู้ที่ต้องการบ้านขนาดใหญ่ในงบประมาณจำกัด นอกจากนี้ยังมีให้เลือกมากมายหลายโครงการ เช่น โครงการบ้านแฝด ของ ลลิล พร็อพเพอร์ตี้ , โครงการ Sansiri, APthai และอื่นๆ อีกมากมาย โดยบ้านแบบแฝดจะมีลักษณะหรือจุดเด่นดังนี้ ลักษณะของบ้านแฝด · โครงสร้างที่เชื่อมต่อ: บ้านแฝดประกอบด้วยบ้านสองหลังที่ติดต่อกันโดยมีกำแพงร่วมหรือโครงสร้างที่เชื่อมต่อกัน แต่ละหลังมักจะมีทางเข้าและพื้นที่ส่วนตัวของตนเอง · พื้นที่ใช้สอยและการออกแบบที่คล้ายคลึง: แม้ว่าแต่ละหลังในบ้านแฝดอาจมีการตกแต่งภายในที่แตกต่างกัน แต่โครงสร้างภายนอกและขนาดพื้นที่ใช้สอยมักจะคล้ายคลึงกันเพื่อสร้างความสมดุลและความเป็นเอกภาพ · ทางเข้าแยกกัน: แม้บ้านแฝดจะเชื่อมต่อกัน แต่โดยปกติแล้วแต่ละหลังจะมีทางเข้าและที่จอดรถแยกกัน เพื่อรักษาความเป็นส่วนตัว · การจัดสรรที่ดิน: บ้านแฝดมักสร้างบนที่ดินที่ถูกแบ่งออกเป็นสองส่วนที่เท่ากันหรือเกือบเท่ากัน โดยแต่ละส่วนมีเจ้าของแยกกัน · พื้นที่กลางแจ้ง: บ้านแฝดมักมีพื้นที่กลางแจ้งหรือสวนขนาดเล็กที่อยู่ด้านหลังหรือด้านข้างของแต่ละหลัง ซึ่งสามารถใช้สำหรับกิจกรรมกลางแจ้งหรือพื้นที่สำหรับผ่อนคลาย · ความเป็นส่วนตัว: แม้ว่าบ้านแฝดจะแชร์กำแพงร่วมกัน แต่การออกแบบมักคำนึงถึงความเป็นส่วนตัว เช่น การวางตำแหน่งหน้าต่างหรือทางเข้าให้มีความเป็นส่วนตัวสูงสุด · ความยืดหยุ่นในการออกแบบ: แม้ว่าภายนอกของบ้านแฝดมักจะมีลักษณะคล้ายกัน แต่ผู้อยู่อาศัยสามารถตกแต่งภายในได้เองทั้งหมด กฎหมายและข้อบังคับเกี่ยวกับบ้านแฝด กฎหมายและข้อบังคับเกี่ยวกับบ้านแฝดอาจแตกต่างกันไปในแต่ละประเทศหรือแม้แต่ในแต่ละเขตพื้นที่ภายในประเทศเดียวกัน แต่โดยทั่วไป กฎหมายจะครอบคลุมด้านต่างๆ ดังนี้ 1. การแบ่งพื้นที่ กฎหมายอาจกำหนดว่าบ้านแฝดต้องมีการแบ่งพื้นที่ใช้สอยอย่างชัดเจน รวมถึงการกำหนดพื้นที่ส่วนกลางและพื้นที่ส่วนตัวให้แยกจากกันอย่างชัดเจน 2. กำแพงร่วม มักมีข้อกำหนดเกี่ยวกับการสร้างกำแพงร่วมที่เชื่อมต่อระหว่างสองหลังของบ้านแฝด รวมถึงมาตรฐานด้านความปลอดภัยและการกันเสียง 3. การจดทะเบียนที่ดิน บ้านแฝดอาจต้องมีการจดทะเบียนแยกกันสำหรับแต่ละหลังในทะเบียนที่ดิน เพื่อระบุขอบเขตและสิทธิ์ในการใช้พื้นที่ 4. ข้อกำหนดด้านสิ่งแวดล้อมและความหนาแน่น บางพื้นที่อาจมีข้อกำหนดเกี่ยวกับความหนาแน่นของที่อยู่อาศัย และบ้านแฝดอาจต้องปฏิบัติตามข้อกำหนดเหล่านี้ รวมถึงกฎเกณฑ์ด้านสิ่งแวดล้อม 5. มาตรฐานการก่อสร้าง กฎหมายอาจกำหนดมาตรฐานการก่อสร้างสำหรับบ้านแฝด เช่น คุณภาพของวัสดุที่ใช้ และความทนทานของโครงสร้าง 6. การปรับปรุงและการเปลี่ยนแปลง อาจมีข้อจำกัดเกี่ยวกับการปรับปรุงหรือการเปลี่ยนแปลงบ้านแฝด โดยเฉพาะการเปลี่ยนแปลงที่อาจส่งผลกระทบต่อหลังอื่นในคู่บ้านแฝด แต่ทังนี้ทั้งนั้นในการเลือกซื้อบ้านแฝด นอกจากดูในเรื่องของกฎหมายข้อบังคับ และลักษณะของบ้านแล้วอีกสิ่งหนึ่งที่สำคัญไม่แพ้กันเลยคือ จะต้องพิจารณาถึงพื้นที่ในใช้สอยให้เหมาะสมด้วย เพื่อเพิ่มความสะดวกสบายและคุณภาพชีวิตให้กับผู้อยู่อาศัย ดังนั้นหากคุณกำลังมองหาบ้านที่มีพื้นที่ใช้สอยเยอะในราคาเบาๆ บ้านแฝดเป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่คุณไม่ควรที่จะมองข้ามค่ะ สามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมโครงการบ้านแฝดของ ลลิล ได้ที่: https://www.lalinproperty.com/home/
  12. ปัญหาการอ้วนลงพุง หน้าท้องย้วย หย่อนยาน หลังจากการตั้งครรภ์ เป็นอะไรที่ทำให้เหล่าคุณแม่ๆ หนักใจกันเป็นอย่างมาก เนื่องจากช่วงตั้งครรภ์จะมีการยืดขยายของกล้ามเนื้อหน้าท้องบวกกับน้ำหนักที่เพิ่มขึ้น เนื่องจากมีการรับประทานอาหารมากขึ้นจากเดิม เพื่อที่จะให้ลูกน้อยได้รับสารอาหารอย่างเต็มที่ และครบถ้วน คุณแม่จึงต้องทานอาหารที่มีประโยชน์ต่างๆ เข้าไปเยอะมาก ซึ่งหลังจากคลอดก็จะเกิดหน้าท้องที่หย่อนคล้อยตามมา แล้วยังอาจส่งผลให้เกิดความวิตกกังวลจนทำลายสุขภาพจิตอีกด้วย ดังนั้นเพื่อไม่ให้มีพุงย้วยออกมาคุณแม่จึงจำเป็นที่จะต้องเข้มงวดกับตนเองในเรื่องต่างๆ มากขึ้นไม่ว่าจะเป็นการควบคุมอาหาร และออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอเป็นประจำ หรืออีกวิธีหนึ่งที่ง่ายและสะดวกคือการเข้าคลินิก และเลือกลงคอร์ส ลดพุงหลังคลอด ก็สามารถช่วยได้เหมือนกัน โดยคอร์ส ลดพุงหลังคลอด ที่เอสติมา คลินิก นั้นมีหลายแบบมาก ซึ่งจะตอบโจทย์ได้ดีกับคุณแม่หลายๆ ท่านที่ต้องการคำแนะนำและวิธีทำที่เหมาะสมกับตนเองที่สุด หรือถ้าใครอยากจะลองทำด้วยตนเองก่อนเข้าคลินิกเราก็มีวิธีในการลดหน้าท้องเอามาฝาก ว่าแล้วก็ตามมาดูกันเลยค่ะ วิธีลดพุงหลังคลอดด้วยตนเอง 1. ออกกำลังกายเพื่อเสริมสร้างกล้ามเนื้อหน้าท้อง ซึ่งการฝึกออกกำลังกายกล้ามเนื้อที่ดี ควรหลีกเลี่ยงการทำท่าที่จะทำให้หน้าท้องตึงเกินไป ควรเริ่มต้นด้วยการออกกำลังกายที่เน้นการเสริมสร้างกล้ามเนื้อหน้าท้อง การฝึกโยคะหรือพิลาทิส: การออกกำลังกายเหล่านี้ช่วยเสริมสร้างกล้ามเนื้อ และช่วยให้หน้าท้องกระชับขึ้น 2. การควบคุมอาหาร รับประทานอาหารที่สมดุล โฟกัสที่อาหารที่มีสารอาหารสูงและมีไขมันดี เช่น อาหารที่มีโอเมก้า-3, โปรตีนจากแหล่งที่ดี, และธัญพืชไม่ขัดสี หลีกเลี่ยงอาหารแปรรูปและของหวาน: อาหารเหล่านี้สามารถเพิ่มน้ำหนักและทำให้การลดหน้าท้องยากขึ้น 3. การดื่มน้ำ ดื่มน้ำให้เพียงพอ: การดื่มน้ำช่วยในการเผาผลาญและช่วยลดความหิว ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อการลดหน้าท้อง 4. การพักผ่อน นอนหลับให้เพียงพอ: การพักผ่อนที่เพียงพอช่วยให้ร่างกายฟื้นตัวและมีส่วนช่วยในการลดน้ำหนัก 5. การจัดการความเครียด ลดความเครียด: ความเครียดสามารถทำให้การลดน้ำหนักหรือลดหน้าท้องยากขึ้น การหาวิธีจัดการความเครียด เช่น การทำสมาธิ หรือการฝึกการหายใจ สามารถช่วยได้ 6. ใส่สายรัดหน้าท้อง ซึ่งตัวสายรัดหน้าท้องจะทำหน้าที่ในการรัดหน้าท้องให้มีขนาดที่เรียวกระชับขึ้น รวมถึงช่วยพยุงส่วนหลังและช่วยเพิ่มสัดส่วน ส่วนเว้าส่วนโค้งของร่างกายได้ดี โดยวิธีใช้คือใส่ในระหว่างทำกิจกรรมต่างๆ รวมไปถึงการออกกำลังกายวันละ 1-2 ชั่วโมง แต่ควรรอให้แผลคลอดหายสนิทเสียก่อน ระยะเวลาในการเห็นผลประมาณ 2-3 เดือน อันนี้จะใช้เวลาแตกต่างกันออกไปขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล 7. การฝึกแขม่วหน้าท้อง ในการฝึกแขม่วหน้าท้องนั้นเป็นวิธีที่มีประโยชน์อย่างมาก เพราะนอกจากจะช่วยทำให้กล้ามเนื้อหน้าท้องแข็งแรงแล้ว ยังช่วยแก้ปัญหากล้ามหน้าท้องแยกได้อีกด้วย และอีกข้อสำคัญก็คือการแขม่วหน้าท้องจะช่วยเรื่องระบบขับถ่ายของเราให้ดียิ่งขึ้น 8. การให้ลูกทานนมแม่จากเต้า วิธีนี้นอกจากลูกน้อยจะได้ประโยชน์และสารอาหารที่ดีจากน้ำนมแม่แล้วการที่ให้ลูกเข้าเต้าบ่อยๆ ยังเป็นการช่วยเร่งการเผาผลาญไขมันในร่างกาย และช่วยลดหน้าท้องหลังคลอดได้ดีอีกด้วย การลดหน้าท้องหลังคลอดควรเป็นกระบวนการที่ค่อยเป็นค่อยไป โดยไม่ควรมุ่งหวังผลลัพธ์ที่รวดเร็วแต่ควรเน้นที่การเปลี่ยนแปลงที่ยั่งยืนและสุขภาพที่ดี แนะนำให้ปรึกษากับแพทย์หรือนักโภชนาการเพื่อรับคำแนะนำที่เหมาะสมกับสุขภาพของตัวคุณเองก่อนปฎิบัติด้วยค่ะ สามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการลดพุงหลังคลอดของเอสติมา คลินิก ได้ที่: https://www.aestimaclinic.com/ลดหน้าท้อง-ลดพุง-หลังคลอด/
  13. ทุกวันนี้ปฎิเสธไม่ได้เลยว่าวิถีชีวิตของผู้คนในวัยทำงานเปลี่ยนไปจากแต่ก่อนเยอะมาก แต่ก่อนคนจะเน้นซื้อบ้าน ซื้อคอนโดกัน แต่เดี๋ยวนี้จะเน้นเช่ามากกว่าซื้อ โดยเฉพาะคอนโดที่อยู่ใกล้กับที่เจริญๆ หรือใกล้กับสถานที่สำคัญ และสถานที่ทำงานกันซะส่วนใหญ่ ซึ่งความสะดวกสบายนี้จะต้องแลกด้วยการจ่ายค่าที่พักในราคาที่แพงขึ้นก็ตาม แต่ก็ยังเป็นที่ต้องการของคนส่วนใหญ่ที่ยังไม่อยากลงหลักปักฐานที่ใดที่หนึ่งอยู่ดี ยิ่งมนุษย์เงินเดือน และคนรุ่นใหม่ที่กำลังอยู่ในช่วงวัยสร้างตัว หลายคนมีการปรับเปลี่ยนงานไปตามสถานที่ต่างๆ ซึ่งการเช่าคอนโดจึงเป็นทางเลือกที่ดีและตอบโจทย์การใช้ชีวิตมากกว่า โดยคอนโดที่เป็นที่นิยมส่วนมากจะเป็นพื้นที่อยู่ในกรุงเทพ อย่าง ย่านสุขุมวิท ย่านเพลินจิต ย่านรัชดา ลาดพร้าว ทองหล่อ เป็นต้น ซึ่งต้องบอกเลยว่าในบรรดาย่านเหล่านี้มีโครงการคอนโดต่างๆ ให้เลือกเช่าเยอะมาก อย่างโครงการเช่าคอนโดแถวเพลินจิต ของ Connex และอื่นๆ อีกหลากหลายโครงการ อย่างโครงการของ Connex การเลือกเช่าคอนโด เพลินจิต ให้มากขึ้นกันว่าต้องเลือกยังไง และควรดูจากอะไรบ้างเพื่อให้เราได้เช่าคอนโดที่สมเหตุสมผลกับราคาที่เราจ่ายไปได้มากที่สุด ว่าแล้วก็ตามเรามาดูกันเลยค่ะ การเลือกเช่าคอนโดในกรุงเทพฯ ควรเลือกดูจากอะไรบ้าง 1. ทำเลที่ตั้ง เลือกทำเลที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของคุณ อย่างเช่น ใกล้ที่ทำงาน โรงเรียน การขนส่งสาธารณะ ศูนย์การค้า โรงพยาบาล และสถานบันเทิง 2. งบประมาณ กำหนดงบประมาณล่วงหน้า รวมถึงค่าเช่า ค่าสาธารณูปโภค และค่าธรรมเนียมเพิ่มเติม เพื่อค้นหาสถานที่ที่มีความยั่งยืนทางการเงิน 3. ขนาดและเลย์เอาต์ พิจารณาขนาดและเลย์เอาต์ของคอนโด เพื่อให้มั่นใจว่าตรงกับความต้องการพื้นที่และไลฟ์สไตล์ของคุณ 4. สิ่งอำนวยความสะดวก ประเมินสิ่งอำนวยความสะดวกที่มีให้ เช่น ห้องออกกำลังกาย สระว่ายน้ำ ระบบรักษาความปลอดภัย ที่จอดรถ และพื้นที่ส่วนกลาง เพื่อให้มั่นใจว่าตรงกับความต้องการของคุณ 5. สภาพทรัพย์สิน ตรวจสอบทรัพย์สินอย่างละเอียดเพื่อตรวจสอบปัญหาการบำรุงรักษาหรือการซ่อมแซมที่จำเป็นก่อนลงนามสัญญาเช่า 6. เงื่อนไขการเช่า ทำความเข้าใจสัญญาเช่า รวมถึงระยะเวลาการเช่า กำหนดการชำระเงินค่าเช่า เงินประกัน ความรับผิดชอบในการบำรุงรักษา และเงื่อนไขการเลิกจ้าง ทำไมการเช่าคอนโด ย่านเพลินจิตจึงกลายเป็นที่นิยม · ทำเลที่ตั้งดีสะดวก ย่านเพลินจิตใจกลางกรุงเทพฯ สามารถเดินทางไปยังย่านธุรกิจสำคัญ ศูนย์การค้า และสถานบันเทิงได้อย่างง่ายดาย · การคมนาคม บริเวณนี้มีระบบขนส่งสาธารณะอย่างดี รวมถึงรถไฟฟ้า BTS ซึ่งทำให้การเดินทางไปยังส่วนต่างๆ ของเมืองง่าย และสะดวก · สิ่งอำนวยความสะดวกที่ทันสมัย คอนโดในเพลินจิตมักจะมาพร้อมกับสิ่งอำนวยความสะดวกที่ทันสมัยมากมาย เช่น สระว่ายน้ำ ฟิตเนส และบริการรักษาความปลอดภัย ให้สภาพแวดล้อมในการอยู่อาศัยที่สะดวกสบายและปลอดภัย · ความใกล้ชิดกับสวนสาธารณะและพื้นที่สีเขียว แม้จะอยู่ในเขตเมืองที่พลุกพล่าน แต่เพลินจิตก็ยังใกล้กับพื้นที่สีเขียวอย่างสวนลุมพินี ทำให้ผู้พักอาศัยได้หลีกหนีจากธรรมชาติอย่างรวดเร็ว · ทางเลือกที่หลากหลาย บริเวณนี้มีคอนโดให้เลือกมากมาย ตอบสนองความต้องการและงบประมาณที่หลากหลาย · การเข้าถึงโรงเรียนและโรงพยาบาลนานาชาติ เพลินจิตอยู่ใกล้กับโรงเรียนนานาชาติหลายแห่งและสถานพยาบาลชั้นนำ ทำให้เป็นสถานที่ยอดนิยมสำหรับชาวต่างชาติ · การรับประทานอาหารและการช็อปปิ้ง เป็นพื้นที่สำคัญ เพลินจิตรายล้อมไปด้วยร้านอาหารมากมาย ตั้งแต่อาหารข้างทางไปจนถึงร้านอาหารระดับไฮเอนด์ ตลอดจนห้างสรรพสินค้า การเลือกเช่าคอนโดแถวเพลินจิต ถือเป็นการเริ่มต้นที่ดีในการใช้ชีวิตในกรุงเทพ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็อย่าลืมที่จะต้องพิจารณากันให้รอบคอบในทุก ๆ ด้าน และต้องคำนึงถึงความต้องการของตนเองเป็นหลักด้วย เพราะสิ่งที่สำคัญที่สุดของการเลือกเช่าคอนโดคือความเหมาะสมที่จะอยู่อาศัยและสร้างชีวิตใหม่ในย่านนี้ให้มีคุณภาพ การทำความเข้าใจในความต้องการและการเลือกคอนโดที่ใช่สำหรับคุณจะช่วยให้คุณได้รับความสุข และความพึงพอใจในการอยู่อาศัยค่ะ
  14. ประเทศไทยถือเป็นประเทศที่มีผู้คนชื่นชอบในเรื่องการเสี่ยงโชคมากๆ เราสามารถดูได้จากการซื้อลอตเตอรี่ที่มีปริมาณเพิ่มขึ้นทุกๆ ปี กลายเป็นวัฒนธรรมของคนไทยเลยก็ว่าได้ที่จะต้องมีการซื้อลอตเตอรี่ติดกระเป๋าไว้ในทุก ๆ งวด นอกจากนี้คนไทยยังมีความสามารถในการตีเลขที่เป็นเลิศจากสิ่งต่างๆ รอบตัว อย่างเช่น ทำนายเลขจากความฝัน,หมายเลขทะเบียนรถ,วัตถุมงคลและสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ จากการไปขอหวยที่วัดหรือจากพระสงฆ์, หรือการค้นหาตัวเลขจากวัตถุมงคล เช่น การดูตัวเลขที่ปรากฏบนใบไม้, ต้นไม้, หรือการไปเยี่ยมชมสถานที่ที่เชื่อว่ามีพลังพิเศษ หรือจะเป็นการใช้สูตรคำนวณหรือโปรแกรมคอมพิวเตอร์ โดยจะอิงตัวเลขจากรางวัลที่ 1 งวดนี้ และงวดก่อนๆ รวมถึงสถิติต่างๆ ที่เคยออกนำมาประมวลผลเพื่อให้ได้ตัวเลขออกมา นอกจากนี้ก็ยังมีวิธีอื่นๆ อีกเพียบในการหาเลขเพื่อเอามาแทงหวยหรือซื้อลอตเตอรี่ ซึ่งในปัจจุบันมีเว็บ และแอพ ที่วางจำหน่ายสลากกินแบ่งรัฐบาลเยอะมากๆ ทำให้ประชาชนเข้าถึงในการซื้อลอตเตอรี่ได้ง่ายสุดๆ ไม่ต้องรอซื้อตามแผงหวย สามารถเข้ามาเลือกซื้อหาในเว็บได้เลยที่สำคัญมีเลขให้เลือกเยอะสุดๆ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ต้องระวังด้วย เพราะอาจจะมีมิจฉาชีพแอบแฝงเข้ามาหลอกเราได้หากเราซื้อผ่านเว็บหรือแอพที่ไม่น่าเชื่อถือ ดังนั้นถ้าไม่อยากโดนหรอกหรือตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพเหล่านี้ควรซื้อผ่านเว็บ หรือแอพที่ได้รับความน่าเชื่อถือ อย่าง เว็บหงษ์ทอง และแอปเป๋าตัง เป็นต้นค่ะ เคล็ดลับการซื้อลอตเตอรี่ให้มีโอกาสถูกเลขมากที่สุด โดยมีหลักการวิเคราะห์โอกาสในการออกและเลี่ยงบางตัวเลขที่โอกาสออกน้อยได้ รวมถึงเคล็ดเล็ก ๆ เกี่ยวกับการเสี่ยงโชคที่ควรรู้ ดังนี้ 1.) ซื้ออย่างสม่ำเสมอ การจะถูกหวยได้ก็ต้องซื้อหวยก่อน และการซื้อตัวเลขหลากหลายก็เพิ่มโอกาสในการถูกลอตเตอรี่มากขึ้น แต่ไม่ได้หมายความว่าซื้อเลขเดียวใบเดียวจะไม่มีโอกาสเลย เพราะลอตเตอรี่มีตัวเลข 1,000,000 เลข และมีเพียง 1 เลขที่ถูกรางวัล เท่ากับโอกาสในการถูกลอตเตอรี่รางวัลที่ 1 มี 0.0001% การซื้อใบเดียวจึงมีโอกาสเช่นกัน แต่โอกาสจะน้อยลงเท่านั้นเอง และก็ไม่ได้หมายความว่าเปิดขายลอตเตอรี่เองจะมีโอกาสถูกมากกว่าด้วย เพราะขายลอตเตอรี่ลงทุนเท่าไหร่กว่าจะได้แผงลอตเตอรี่ และไม่ใช่ลอตเตอรี่ทุกแผงจะมีรางวัลที่ 1 ปนอยู่ 2.) เปลี่ยนตัวเลขบ้าง โอกาสที่หวยจะออกเลขเดิมมีอยู่ ทุกอย่างมีโอกาสเกิดขึ้นทั้งนั้น แต่โอกาสที่จะออกเลขเดิมติดต่อกัน 2 งวดถือว่าน้อย เพราะฉะนั้นการเปลี่ยนไปซื้อเลขที่ไม่ซ้ำกับเลขที่ออกงวดก่อนจึงมีโอกาสถูกมากกว่า 3.) เลี่ยงเลขตอง เลขตองหรอเลขที่เรียงกันอาจจะดูสวย แต่โอกาสในการออกนั้นน้อยมาก การซื้อเลขตองจึงเป็นการเสี่ยงดวงที่ไม่น่าลงทุนเท่าไหร่ 4.) เช็ครางวัลทุกครั้ง รางวัลจากลอตเตอรี่มีหลายรางวัล ไม่ใช่เพียงอยากถูกลอตเตอรี่รางวัลที่ 1 แล้วไม่สมหวัง ลอตเตอรี่ใบนั้นจะไร้ค่า เพราะบางครั้งอาจจะถูกรางวัลข้างเคียง หรือรางวัลอื่น ๆ ชุดตัวเลขที่คนนิยมนำมาซื้อลอตเตอรี่หรือหวย การซื้อหวยต้องเลือกตัวเลขมาก่อน ซึ่งการเลือกตัวเลขนี่เองที่หลายคนต้องเสาะแสวงหาตัวเลขที่เชื่อว่าจะเป็นตัวเลขนำดวงเฮงมาให้ แต่ถ้าไม่มีตัวเลขในใจ คนก็จะมีวิธีการหาตัวเลขด้วยวิธีอื่น ๆ ตัวเลขที่นิยมนำมาซื้อหวยได้แก่ · สุ่มเลือกตัวเลข – ตัวเลขแบบสุ่มเป็นตัวเลขที่ไม่ได้เป็นตัวเลขที่มาจากไหนเป็นพิเศษ เป็นการสุ่มในช่วงเสี้ยวนาทีในขณะซื้อหวย · เลขที่เกี่ยวข้องกับตนเอง – เลขเกี่ยวกับตัวเองเป็นอีกชุดตัวเลขที่ได้รับความนิยม เช่น วันเกิด อายุ เลขที่บ้าน · เลขจากเหตุการณ์สำคัญ – เมื่อมีเหตุการณ์พิเศษทั้งดีและไม่ดี มักจะมีการตีเป็นตัวเลขเพื่อซื้อหวย เช่น รถชน งูเข้าบ้าน งูเข้ารถ คนคลอดลูกบนรถ · เลขจากความฝัน – ความฝันเป็นวิธียอดนิยมในการหาตัวเลข คนจะนำความฝันมาตีเลข หรือเปิดทำนายฝันเพื่อหาเลข นอกจากนี้แนวทางการหาเลขเด็ดยังสามารถมาจากคนใกล้ตัว สัตว์เลี้ยง หรือสิ่งแวดล้อมอื่น ๆ ที่คอหวยรู้สึกว่าพิเศษ สามารถนำมาตีเป็นเลขเด็ด การหาเลขของคอหวยถือว่าเป็นไปได้ทุกทาง จนการหาเลขเด็ดกลายเป็นกิจกรรมทางสังคมในกลุ่มคนที่รักในการเสี่ยงโชคเกี่ยวกับหวย ซึ่งความเชื่อเหล่านี้ไม่เพียงแต่สะท้อนถึงความหวังและความฝันของผู้คนในการได้รับโชคลางและความสำเร็จทางการเงิน แต่ยังแสดงให้เห็นถึงวัฒนธรรมที่หลากหลายและความเชื่อทางจิตวิญญาณของคนไทยด้วยค่ะ #รางวัลที่ 1 งวดนี้
  15. อาการเจ็บคอ เป็นความเจ็บป่วยของบริเวณเนื้อเยื่อในลำคอ ต่อมทอนซิล กล่องเสียงและส่วนอื่นๆ ที่ทำให้เกิดอาการเจ็บ คัน หรือระคายเคืองภายในลำคอ และมักมีอาการมากขึ้นขณะกลืนน้ำลาย รวมถึงอาจทำให้ไอและเสียงเปลี่ยนไปได้เช่นกัน ซึ่งสาเหตุส่วนใหญ่ที่ทำให้เจ็บคอมาก จะมาจากการติดเชื้อไวรัส จากไข้หวัด ซึ่งการเจ็บคอจากเชื้อไวรัสจะสามารถหายได้เองภายใน 5-7 วัน โดยไม่จำเป็นต้องกินยาปฏิชีวนะ ซึ่งแตกต่างจากการเจ็บคอที่เกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรียที่จะมีอาการนานกว่า และต้องรับประทานยาปฏิชีวนะตามที่แพทย์สั่งต่อเนื่องจนหมด ส่วนการเจ็บคอที่ไม่ได้เกิดจากการติดเชื้อ ก็อาจจะเกิดจากโรคบางโรคที่สามารถทำให้เกิดอาการเจ็บคอหรือคออักเสบได้ เช่น ไซนัส ภูมิแพ้ กรดไหลย้อน รวมไปถึงพฤติกรรมบางอย่างที่ส่งเสริมให้เกิดอาการเจ็บคอ เคืองคอได้ เช่น สูบบุหรี่ ดื่มแอลกอฮอล์ ชอบรับประทานอาหารทอดๆ มันๆ หรืออาหารรสจัด ทั้งนี้ทั้งนั้นอาการเจ็บคอมีทั้งที่เป็นอาการหนักที่ต้องไปพบแพทย์ด่วน กับที่อาการไม่หนักสามารถทำการรักษาด้วยตนเองได้โดยอาการที่เป็นหนักที่ต้องพบแพทย์มีดังนี้ รวมอาการเจ็บคอที่ต้องรีบไปพบแพทย์ • เจ็บคอมาก คอแดง ร่วมกับมีไข้ • เจ็บคอ ร่วมกับหายใจและกลืนลำบาก • เจ็บคอและมีอาการปวดหู ปวดศีรษะ • เจ็บคอ เสียงแหบ มีเลือดปนเสมหะ หรือน้ำลาย วิธีรักษาอาการเจ็บคอเบื้องต้น การรักษาอาการเจ็บคอจะมีวิธีการรักษาตามสาเหตุของอาการเจ็บคอ ได้แก่ 1. การเจ็บคอจากการติดเชื้อไวรัส โดยปกติจะสามารถหายได้เองภายในเวลาไม่เกิน 7 วัน อาจจะใช้ยาหรือ spray ฉีดพ้นคอเพื่อบรรเทาอาการเจ็บคอก็ได้ อย่าง สเปร์ย ของโพรโพลิส ที่สามารถฉีดพ้นได้ทั้งกับเด็ก และผู้ใหญ่ แต่หากเป็นเด็กควรระมัดระวังในการใช้ยาแอสไพรินหน่อย เพราะอาจมีผลข้างเคียงที่รุนแรงต่อเด็กได้ 2. การเจ็บคอจากการติดเชื้อแบคทีเรีย หากอาการไม่หายไปเองภายใน 7 วัน และมีอาการอื่นปรากฏร่วมด้วย เช่น มีไข้ เสมหะมีเลือดปะปน รวมถึงอาการอื่น ๆ ที่นอกเหนือจากเจ็บคอ ควรรีบเข้าพบแพทย์เพื่อปรึกษาและรับคำแนะนำในการรักษาต่อไป 3. ไม่ได้เกิดจากเชื้อไวรัส เกิดจากผลกระทบจากโรคอื่น หรือเกิดจากอาการภูมิแพ้ก็ควรหลีกเลี่ยงสารหรือวัตถุที่ก่อให้เกิดภูมิแพ้และรักษาตามอาการต่อไป การป้องกันอาการเจ็บคอ สามารถทำได้หลายวิธี จากการดูแลตนเองในเรื่องสุขอนามัยในชีวิตประจำวัน และหลีกเลี่ยงสถานที่หรือสิ่งของที่อาจเป็นอันตรายต่อร่างกาย • ไม่ใช้อุปกรณ์และของต่าง ๆ ร่วมกับผู้อื่น • ล้างมือก่อน-หลังทำกิจกรรมต่าง ๆ เพื่อป้องกันแบคทีเรีย • ดูแลสุขอนามัยภายในบ้านให้อากาศถ่ายเทได้สะดวก • ดื่มน้ำให้เพียงพอต่อ 1 วัน ผู้หญิง ควรดื่มวันละประมาณ 2.7 ลิตรต่อวัน หรือประมาณ 11 แก้วครึ่ง ผู้ชาย ควรดื่มวันละประมาณ 3.7 ลิตรต่อวัน หรือประมาณ 15 แก้วครึ่ง (คำแนะจากสถาบันวิทยาศาสตร์แห่งชาติ) • พยายามหลีกเลี่ยงสิ่งที่แพ้ เช่น ฝุ่น ขนสัตว์ เกสรดอกไม้ และสารเคมีต่าง ๆ • หลีกเลี่ยงการสูดดมควันต่าง ๆ เช่น ควันจากยานพาหนะ หรือควันบุหรี่ ทั้งนี้หากมีอาการเจ็บคอนานกว่า 2 สัปดาห์ รับประทานยาแล้วยังไม่หาย หายใจลำบาก กลืนไม่ได้จนน้ำลายไหล ควรรีบพบแพทย์เพราะอาจเป็นอาการบ่งชี้โรคอื่นๆ ที่ไม่ใช่เพียงโรคไข้หวัดทั่วไป จะเห็นได้ว่าอาการเจ็บคอสามารถบ่งชี้โรคอื่นๆ ได้หลายโรค ดังนั้นหากมีอาการเจ็บคอมากผิดปกติ และมีอาการอื่นๆ ร่วมด้วยไม่ควรนิ่งนอนใจ ควรรีบพบแพทย์หรือปรึกษาเภสัชกรก่อนการรับประทานยาทุกครั้ง เพราะการรับประทานยาในกรณีที่ไม่จำเป็นอาจทำให้ร่างกายทำงานหนักขึ้น อีกทั้งยังมีโอกาสดื้อยาในอนาคตอีกด้วยค่ะ #เจ็บคอมาก
×
×
  • Create New...