ข้ามไปเนื้อหา
Update
 
 
Gold
 
USD/THB
 
สมาคมฯ
 
Gold965%
 
Gold9999
 
CrudeOil
 
USDX
 
Dowjones
 
GLD10US
 
HUI
 
SPDR(ton)
 
Silver
 
Silver/Oz
 
Silver/Baht
 
  • ประกาศ

    • kumponys

      ห้ามลงโฆษณา งาน Parttime / พวกลดน้ำหนัก / พวกรับจ้างมาโพสต์

      หลังๆ ดูเหมือนจะมีพวกรับจ้างโพสต์โฆษณา ประเภทที่โพสต์ทิ้งไว้ทุกเวป ซ้ำๆซากๆ จนกลายเป็นขยะ online ไปทั่วประเทศทั่วโลก ที่เห็นบ่อยๆ เห็นจะเป็นพวก ลดความอ้วน พวก Parttime ทั้งหลาย เพื่อความสงบเรียบร้อย ขออนุญาต ไม่รับโฆษณาประเภทนี้ และจะถูกกำจัดออกไปอย่างเร็ว รวมถึงจะพิจารณาแบนสมาชิก ที่สมัครเข้ามาโพสต์โฆษณาประเภทนี้ทันที

ngoodin

ขาใหญ่
  • จำนวนเนื้อหา

    7,743
  • เข้าร่วม

  • เข้ามาล่าสุด

  • วันที่ชนะ

    184

วันที่ ngoodin ชนะครั้งล่าสุด กันยายน 18

ngoodin ได้รับการถูกใจในเนื้อหามากที่สุด

คะแนนนิยม

12,918 ดีขั้นเทพ

เกี่ยวกับ ngoodin

  • คะแนนนิยม
    ขาใหญ่

Profile Information

  • เพศ
    ไม่บอก
  • ที่อยู่
    กรุงเทพมหานคร
  1. เพิ่มความมั่งคั่ง ด้วยการลงทุนใน Funds of Property Funds จากที่ได้เคยบอกเพื่อน ๆ ว่า ผมลงทุนในกองทุนอสังหาริมทรัพย์เพื่อกินผลประโยชน์ในค่าเช่า แทนการให้เช่าอสังหาริมทรัพย์จริง ได้ผลตอบแทนเป็นอย่างดี สร้างฐานความมั่งคั่งขึ้นได้เรื่อยๆ โดยไม่ต้องเหนื่อยแรงเมื่อเทียบกับการให้เช่าอสังหาริมทรัพย์จริง ตอนนี้ผมได้เพิ่มช่องทางการเพิ่มความมั่งคั่งด้วยการลงทุนในกองทุนรวมที่ลงทุนในกองทุนอสังหาริมทรัพย์อีกทีหนึ่ง เป็นการลงทุนในกองทุนอสังหาริมทรัพย์ทางอ้อม กองทุนพวกนี้ก็เช่น t-property , t-propinfraflex ของธนชาต LHprop ของแลนด์แอนด์เฮาส์ M-prop ของ MFC เป็นต้น ข้อดีของกองทุนที่ลงทุนในกองทุนอสังหาริมทรัพย์แบบทางอ้อมนี้สำหรับผมก็เห็นว่า ประการแรก ผู้ลงทุนไม่ต้องไปเลือกซื้อกองทุนอสังหาริมทรัพย์หลาย ๆ กองทุนเพื่อกระจายความเสี่ยง (อย่างผมซื้อกระจายไว้ 10 กองทุน) แต่ซื้อกองทุนพวกนี้กองทุนเดียว ผู้จัดการกองทุนก็จะนำเงินไปกระจายซื้อกองทุนอสังหาริมทรัพย์ที่ได้ผลตอบแทนดี ๆ หลายๆ กองทุนกระจายความเสี่ยงให้เราเอง โดยในทางทฤษฎีแล้ว ผู้จัดการกองทุนจะเป็นผู้เชี่ยวชาญในการเลือกซื้อกองทุนที่จะให้ผลตอบแทนดี ๆ และขายกองทุนที่ให้ผลตอบแทนไม่ดี ทำให้ผลประโยชน์โดยรวมของกองทุนของเราเติบโตได้รวดเร็วกว่าที่เราจะไปเลือกซื้อกองทุนอสังหาริมทรัพย์ด้วยตัวเอง เพราะเราไม่มีเวลาศึกษาข้อมูลของกองทุนอสังหาริมทรัพย์ได้ทุก ๆ กอง เหมือนผู้จัดการกองทุนที่เป็นมืออาชีพในเรื่องนี้ ประการที่สอง เมื่อซื้อกองทุนแล้ว หากไม่พอใจในผลตอบแทน เราก็สามารถสั่งขายกองทุน เพื่อนำไปลงทุนในกองทุนอื่น ๆ ได้ตามที่เราต้องการเหมือนกับกองทุนอื่น ๆทั่วไป โดยที่เราไม่จำเป็นต้องมีบัญชีซื้อขายหลักทรัพย์ในตลาดหลักทรัพย์ ซึ่งแตกต่างจากกองทุนอสังหาริมทรัพย์ที่เมื่อเปิดซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์แล้ว การซื้อขายก็ต้องมีบัญชีซื้อขายหุ้นในตลาดหลักทรัพย์จึงจะซื้อเพิ่มหรือขายคืนได้ อันนี้ผมเห็นว่าเป็นประโยชน์กับผมมาก เพราะผมไม่ได้เล่นหุ้น ก็เลยไม่มีบัญชีซื้อขายหุ้นในตลาดหลักทรัพย์ ข้อเสียก็มีครับ ประการแรก ก็เหมือนกัน คือในทางทฤษฎีก็อย่างหนึ่ง แต่ทางปฏิบัติ ถ้าผู้จัดการกองทุนของเรา ฝีมือไม่ดี ก็จะทำให้ผลตอบแทนของกองทุนเราสู้กองทุนอื่น ๆ ไม่ได้ แต่ตรงนี้ผมไม่ค่อยห่วง เพราะเราสามารถสั่งขายกองทุนไปซื้อกองทุนอื่น ที่มีผู้จัดการเก่ง ๆ ได้ ดูจากไหน ก็ดูจากผลตอบแทน nav ของกองทุนเปรียบเทียบกันนั่นเอง ประการที่สอง รายได้จากเงินปันผล แน่นอนต้องเสียภาษี ทำให้เราอาจเสียรายได้ให้รัฐบาลไปบ้าง กองทุนพวกนี้ บังคับให้ต้องจ่ายเงินปันผล ปกติก็ปีละ 4 ครั้ง แต่เราก็สามารถขายออกก่อนโดยอาศัยกินส่วนต่างของ nav แทนได้ ประการที่สาม ถ้าเราจะกินเงินปันผลอย่างเดียว เหมือนที่ผมทำ เพื่อเป็นการสร้างฐานความมั่งคั่ง เงินปันผลที่จะได้รับ ก็มักจะน้อยกว่าเงินปันผลที่เราได้จากกองทุนอสังหาริมทรัพย์ที่เราซื้อเองโดยตรง เพราะมันเป็นการลงทุนทางอ้อม ก็ต้องมีค่าธรรมเนียม ค่าดำเนินการต่าง ๆ แบ่งให้ผู้จัดการกองทุนไปบ้าง แต่การสูญเสียตรงนี้ก็สามารถชดเชยได้จากการเลือกซื้อกองทุนที่มีผู้จัดการกองทุนเก่ง ๆ ทำงานคุ้มค่าธรรมเนียม ซึ่งก็ดูจากผลประกอบการ nav ของกองทุนนั่นเอง ก็เป็นทางเลือกเพิ่มเติมของผมในการลงทุนช่วงก่อนสงกรานต์นี้เป็นต้นไปครับ เผื่อเพื่อน ๆ สนใจก็มาสร้างฐานความมั่งคั่งด้วยกันนะครับ ขอบคุณกราฟจาก siamcharts ครับ
  2. เตรียมการลงทุนในปี 2559 ปี 2559 ผมเตรียมจัดสรรเงินไว้สำหรับลงทุนในกองทุน 12 กองทุน กองทุนละเท่าๆ กัน คือ tgoldH ทองคำ GOLD tiscoGY ตลาดหุ้นเยอรมนี DAX scbaud ค่าเงิน AUD scbceH ตลาดหุ้นฮ่องกง HSCEI scbnk225 ตลาดหุ้นญี่ปุ่น NIKKEI sbcindia ตลาดหุ้นอินเดีย BSE scbsp500 ตลาดหุ้นอเมริกา SPX- S&P scbeueq ตลาดหุ้นยุโรป STOXX600 scboil ราคาน้ำมัน DBO scbset ตลาดหุ้นไทย SET k-agri ตลาดสินค้าเกษตร DBA k-usxndq ตลาดหุ้นอเมริกา QQQ -NASDAQ และพักเงินไว้ที่กองทุนตราสารหนี้คือ ktss scbsff t-cash tgovtbond และ k-money สัญญาณซื้อขายยังคงใช้ระบบพ่อ macd>0 อยู่ แม้ว่า ปี 2558 ที่ผ่านมา จะทำให้ยอดการลงทุนโดยรวมน่าจะมีผลขาดทุนก็ตาม หวังว่าปีหน้าพ่อจะทำกำไรให้บ้างนะ สำหรับกองทุน k-agri มีการเปลี่ยนแปลงกองทุนหลัก และลดค่าธรรมเนียมกับลดเวลาได้เงินคืนจาก t+6 เหลือ t+3+4 ประมาณนี้ ผมจะลองลงทุนโดยอาศัยกราฟกองทุน dba แบบเดิมไปก่อน ดูว่ารูปกราฟตรงกับราคา nav ของ k-gri มากน้อยแค่ไหน ถ้าหากกราฟยังอ้างอิงก้นได้อยู่ ก็จะใช้ dba เป็นหลักเหมือนเดิม แต่หากกราฟต่างกันมาก คงต้องไปหากราฟอ้างอิงกันใหม่ครับ ส่วนการลงทุนใน LTF RMF แม้จะเปลี่ยนแปลงเงื่อนไข LTF ให้ต้องถือครองนานขึ้นเป็น 5 ปีเต็ม แต่เมื่อเทียบกับการลดภาษี ซึ่งฐานภาษีของผมสูง 25% การซื้อ LTF RMF ก็เป็นการลงทุนทียังน่าสนใจอยู่ ซึ่งผมจะทยอยเข้าซื้อตามสัญญาณ macd>0 ของระบบพ่อเช่นเดียวกัน ปีใหม่นี้ขอให้เพื่อนๆ มีระบบการลงทุนที่เข้มแข็ง มีจิตวิทยาการลงทุนที่มั่นคง มีเงินทุนหมุนเวียนให้ลงทุนได้ไม่จำกัด มีกำไรตั๋ง ๆ สุขภาพแข็งแรง มีความสุขร่ำรวยกันทั่วทุกคนนะครับ
  3. คราวนี้เรามาดูผลจากการที่เรากระจายความเสี่ยงไปยังกองทุนอสังหาริมทรัพย์ของผมบ้าง จากที่เกิดเหตุการณ์น้ำท่วมใหญ่เมื่อปี 2554 ทำให้ผม ซึ่งแต่ก่อนเคยลงทุนเกี่ยวกับการซื้อบ้านและคอนโดมาให้เช่า ได้เห็นถึงความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้น คือเมื่อเกิดเหตุการณ์น้ำท่วม เราไม่สามารถรื้อบ้านหรือคอนโดหนีน้ำได้ ทำให้เสียโอกาสการให้เช่า แถมยังเสียค่าซ่อมแซมขนานใหญ่ ไม่คุ้มกับค่าเช่าที่ได้ และยังมีความเสี่ยงที่ต้องตามไล่เก็บค่าเช่า ผู้เช่าเบี้ยวไม่จ่ายค่าเช่า และเสียค่าส่วนกลางไปฟรี ๆ ในช่วงที่ไม่มีผู้เช่า ผมจึงเลิกลงทุนซื้ออสังหาริมทรัพย์จริง ๆมาให้เช่า แต่ปรับเปลี่ยนไปลงทุนในกองทุนอสังหาริมทรัพย์แทน การลงทุนในกองทุนอสังหาริมทรัพย์ ก็เหมือนกับเราลงทุนให้เช่า แต่เราสามารถเคลื่อนย้ายเงินทุนของเราไปที่อสังหาริมทรัพย์อื่นได้อย่างคล่องตัว ไม่ต้องรับผิดชอบในการไล่ตามเก็บค่าเช่าหรือซ่อมแซมทรัพย์สิน เมื่อเกิดเหตุภัยพิบัติก็เพียงแต่ขายกองทุนเอาเงินสดคืนมา ผลตอบแทนกองทุนอสังหาริมทรัพย์ตามความคาดหมายขณะนั้นประมาณ 6-8% ต่อปี นับว่าใกล้เคียงหรือดีกว่าค่าเช่าที่ผมเก็บได้จากค่าเช่าอสังหาริมทรัพย์จริง ๆ ด้วยซ้ำไป เพราะอย่าลืมว่าค่าเช่าอสังหาริมทรัพย์จริงเราไม่สามารถได้ผู้เช่าติดต่อต่อเนื่องตลอดทั้งปีทุกปี มันมีช่วงที่เราไม่มีผู้เช่าและต้องเสียค่าใช้จ่ายส่วนกลาง หรือค่าซ่อมแซมทรัพย์สินที่เช่าด้วย จึงทำให้ผลตอบแทนเฉลี่ยแล้วก็พอ ๆ กัน แต่เราสามารถตัดค่าเสียเวลาในการดูแลทรัพย์สินที่เช่าไปได้ทั้งหมด เป็นข้อดีที่คุ้มค่ามาก คราวนี้เรามาดูผลตอบแทนจริง ๆ หลังจากที่ผมลงทุนในกองทุนอสังหาริมทรัพย์มาประมาณ 3-4 ปี ผมลงทุนในกองทุนอสังหาริมทรัพย์ (รวมกองทุนอื่น ๆ ที่ใกล้เคียงอีก 2-3 กองทุนที่ได้ผลตอบแทนในรูปค่าเช่าเหมือน ๆ กัน) รวมทั้งหมด 10 กองทุน โดยซื้อตั้งแต่เริ่มเปิดกองทุนและถือมาตลอดโดยไม่ได้ซื้อขายเพิ่ม เพื่อให้เหมือนกับการซื้ออสังหาริมทรัพย์มาให้เช่า ได้ผลตอบแทนดังนี้ กองทุน มูลค่าปัจจุบัน ผลตอบแทนเฉลี่ยต่อปี abpif -18.5% +15.5% btsgif +1% +6.2% cpncg +30% +7.3% cptgf +7% +7.1% crystal +3% +6.8% dtcpf -11% +6.6% erwpf -2% +5.2% kpnpf +1% +5.5% spwpf -0.5% +6.5% tlgf +31% +7.1% รวมเฉลี่ย +4.1% +7.4% จะเห็นได้ว่าการกระจายความเสี่ยงไปยังกองทุนอสังหาริมทรัพย์ที่ผมคิดไว้เมื่อ 3 ปีก่อน เป็นไปตามเป้าหมายที่คาดไว้จริง ๆ ครับ โดยเฉพาะในปีนี้ แม้ตลาดหุ้น ตลาดทองคำน้ำมัน จะผันผวนเล่นยาก แต่ก็ยังมีผลตอบแทนจากกองทุนอสังหาริมทรัพย์ที่ช่วย balance port ให้ผมได้อยู่ จึงบันทึกไว้เป็นข้อมูลประกอบการลงทุนครับ
  4. เตรียมการลงทุนในตลาดหุ้น DAX เยอรมนี วันนี้ว่าง ๆ เลยค้นหากองทุนในประเทศอื่น ๆ เพื่อกระจายความเสี่ยงเพิ่มในปีหน้า ไปเจอกองนี้ครับ tiscogy ลงทุนในกองทุนที่เทียบเคียงกับตลาดหุ้น DAX ของเยอรมนี เทียบกราฟแล้วใช้ได้เลย ค่าธรรมเนียมซื้อขาย 1% แพงปานกลาง ต้องซื้อขายขั้นต่ำครั้งละ 5,000 บาท ตอนนี้ macd ใกล้จะตัดลงแล้ว ผมจะจัดพอร์ตทดลองสัก 50,000 บาท ลองสัญญาณซื้อขายไปถึงสิ้นปีเหมือน scbindia ที่รอซื้ออยู่ เอาไว้จัดพอร์ตจริงในปีหน้า http://www.wealthmag...%B8%B5%E0%B9%89
  5. เตรียมการลงทุนในตลาดหุ้นอินเดีย คุณ Kenny_a แนะนำว่าจะลงทุนในกองทุนหุ้นอินเดีย ซึ่งมีของ k-india กับ scbindia ผมดูแล้ว scbindia น่าสนใจครับ ค่าธรรมเนียม 0.5% กราฟก็ใช้อิงกับตลาดหุ้นบอมเบย์ BSEได้ตรง ๆ สามารถใช้กราฟของ Stockcharts ที่ผมใช้อยู่เป็นประจำในการดูสัญญาณ MACD ได้ดีครับ ช่วงนี้คงจัดพอร์ตทดลองดูก่อน แล้วค่อยจัดพอร์ตจริงในการลงทุนปีหน้าครับ
  6. tisco ukbond ปิดกองทุนไปแล้ว ตั้งแต่วันที่ 19 มิถุนายน 2558 ทำให้ไม่สามารถลงทุนในค่าเงิน uk ได้อีกต่อไป น่าเสียดาย ค่าธรรมเนียมถูก และช่วงนี้กำลังได้กำไรดีเสียด้วย ทำให้ผมต้องปรับพอร์ตในการลงทุนไตรมาส 3-4 ของปีนี้ เหลือการลงทุนใน 10 กองทุน คือ k-agri k-usxndq scbaud scbceh scbeueq scbnk225 scbset scboil scbsp500 และ tgoldH โดยเอาเงินที่ได้จาก tiscoukbond มาเพิ่มพอร์ตในแต่ละกองทุน อีก พอร์ตละ10% ระหว่างนี้ผมก็จะมองหากองทุนอื่นๆมาทดแทนกระจายความเสี่ยงต่อไปตามระบบ
  7. Amibroker

    เห็นได้เลยว่าการกระจายความเสี่ยงไปยังตลาดหุ้นต่างประเทศช่วยให้พอร์ตมีเสถียรภาพดีกว่าถือทองคำหรือน้ำมันอย่างเดียว โชคดีที่ทำทันเวลา
  8. Amibroker

    แจ๋วมากครับคุณเคนนี่จัดเต็ม
  9. ยินดีครับ ได้มุมมองที่หลากหลาย
  10. คิดถึงครูอุ้ย ครูเสม เหมือนกันครับ สองท่านนี้ สุดยอดดดดด
  11. ของกสิกรไทยมี k-china ครับ ที่ดูกราฟวิ่งใกล้เคียงกับ HSI แต่ผมไม่แนะนำ เพราะค่าทำเนียนสูงถึง 1.5%
  12. จากข้อมูลของเจ้าแม่กองทุน ปุณณ์ พบว่า กราฟ HSI ไม่ค่อยสอดคล้องกับกองทุน 2828hk ซึ่งเป็นกองทุนแม่ของ scbceH สักเท่าไหร่ ผมก็เลยหากราฟที่ใกล้เคียงกับ 2828hk มา ก็พบว่า กราฟ $Hscei ของ stockcharts นั้น วิ่งได้ใกล้เคียงมาก ต่อไปผมจะใช้กราฟนี้แทน hsi สำหรับการซื้อขายกองทุน scbceH ครับ
  13. เตรียมการลงทุนกองทุนตามระบบในปี 2558 ผมจัดเตรียมวางแผนการลงทุนในปี 2558 ครับ โดยจะเพิ่มการลงทุนในกองทุนหุ้นทั่วโลกเพิ่มขึ้น หลังจากได้ทดลองกองทุน scbceh ที่ลงทุนใน HSI ตลาดฮั่งเส็งของฮ่องกง กองทุน scbeueq ซึ่งลงทุนใน stoxx600 ของยุโรป และกองทุน scbnk225 ซึ่งลงทุนในนิเคอิ nk225 ตลาดหุ้นญี่ปุ่น ดูพอร์ตทดลองการเข้าซื้อขายตามสัญญาณ macd พ่อทุกสถาบัน แล้วได้ผลดีครับ จึงได้กำหนดสัดส่วนการลงทุนในปีหน้าไว้ โดยปรับน้ำหนักการลงทุนทุกกองทุน กระจายไป 11 กองทุน ให้พอร์ตของทุกกองทุนใช้เงินลงทุนเท่ากัน ซึ่งเป็นการกระจายความเสี่ยงที่ดีที่สุดครับ และผมปรับลดน้ำหนักการลงทุนในตลาดหุ้นไทย scbset ซึ่งเดิมให้น้ำหนักไว้ 2 ส่วน ปรับลดเหลือ 1 ส่วนเท่ากับกองทุนอื่น ๆ ดังนั้น ในปี 2558 ผมจะลงทุนในกองทุนต่าง ๆ แบ่งเงินเป็น 12 ส่วน เท่า ๆ กัน ดังนี้ 1.scbset ตลาดหุ้นไทย SET 2.scbaud ค่าเงิน AUD 3.scboil น้ำมัน DBO 4.scbceH ตลาดหุ้น HSI 5.scbeueq ตลาดหุ้นยุโรป STOXX600 6.scbnk225 ตลาดหุ้นญี่ปุ่น NK300 7.scbsp500 ตลาดหุ้นอเมริกา S&P500 8.k-agri ตลาดสินค้าเกษตร DBA 9.k-usxndq ตลาดหุ้นอเมริกา QQQ (NASDAQ) 10.tiscoUKBOND ค่าเงิน UK 11.tgoldH ทองคำ GOLD 12.scbsff หรือ scbtmf เป็นกองที่พักเงินไว้ส่งไปลงทุนในกองทุนต่าง ๆ ครับ การซื้อขายตามสัญญาณ MACD ตัด 0 เช่นเดิมครับ การลงทุนตามพ่อ ไม่ต้องอ่านข่าว เดาข่าว มโนว่ามันจะเป็นอย่างงั้นอย่างงี้ ส่งผลอย่างโน้นอย่างนั้น ซึ่งถึงจะอ่านไป เดาไป ก็บอกไม่ได้ว่า วันนี้จะต้องซื้อหรือจะต้องขาย ไม่เห็นมีประโยชน์อะไร ไม่ต้องเดากราฟว่ามันลงมาถึงแนวรับแล้วจะเด้ง ถึงแนวต้านแล้วจะร่วง ถึงฟิโบนี้แล้วจะไปฟิโบโน้น แพทเทอร์นนี้จะขึ้นต่อ หรือแพทเทอร์นนี้จะลง ซึ่งพ่อบอกว่าความจริงลองทดสอบดูแล้วพบว่า โยนหัวก้อยยังแม่นกว่า เราลงทุนเพื่อรวย ไม่ได้ลงทุนเพื่อเป็นกูรู พ่อบอกว่าลงทุนเหมือนฝากเงิน ไม่ต้องคิดไรมาก ตลาดเป็นขาขึ้นพ่อให้ฝากก็ฝาก ตลาดเป็นขาลงพ่อให้ถอนก็ถอน ดูตามสัญญาณในปัจจุบัน ไม่ต้องดูอดีต ไม่ต้องเดาอนาคต อยู่กับปัจจุบันขณะ ใช้เวลาวันละ 5 นาที ทำตามคำสั่งของพ่อ ส่วนเวลาที่เหลือก็เอาไปทำประโยชน์อย่างอื่น หรือชิวๆ สบาย ๆ ไม่เครียด ไม่กังวล มีความสุขในการลงทุนตลอดเวลา และสามารถยืนหยัดอยู่ในตลาดได้นานเท่านาน พร้อมความรวยอย่างพอเพียงครับ เอวังก็มีด้วยประการฉะนี้
  14. ร้านกาแฟ "มั่วทองกับน้องรี"

    พักผ่อน ดื่มน้ำเยอะๆ นะครับ หายไวๆ
×