Jump to content
Update
 
 
Gold
 
USD/THB
 
สมาคมฯ
 
Gold965%
 
Gold9999
 
CrudeOil
 
USDX
 
Dowjones
 
GLD10US
 
HUI
 
SPDR(ton)
 
Silver
 
Silver/Oz
 
Silver/Baht
 

nonsachii

Baby
  • Content Count

    7
  • Joined

  • Last visited

Community Reputation

0 medium

About nonsachii

  • Rank
    น้องใหม่

Profile Information

  • เพศ
    ชาย
  • ที่อยู่
    กรุงเทพมหานคร
  1. เนื่องจากผิวของเด็กทารกนั้นบอบบาง และเกิดการระคายเคืองได้ง่ายมาก ๆ หากเทียบกับผิวผู้ใหญ่อย่างเรา ดังนั้นผลิตภัณฑ์อะไรที่จะนำมาใช้กับเด็กจึงต้องใส่ใจมากเป็นพิเศษ ไม่เว้นแม้กระทั่งไอเทมสำคัญในเรื่องทำความสะอาดลูกน้อยอย่างทิชชู่เปียก สำหรับคุณแม่ที่กำลังมองหาทิชชู่เปียกสำหรับเด็กมาใช้อาจมีคำถามว่าต้องเลือกแบบไหนดี และเพื่อเป็นแนวทางในการช่วยคุณแม่เลือกทิชชู่เปียกสำหรับเด็ก วันนี้เรามีวิธีการเลือกทิชชู่เปียกสำหรับเด็ก มาฝากว่าเลือกอย่างไรให้คุ้มค่าและปลอดภัยต่อผิวบอบบางแพ้ง่าย คุณแม่ต้องพิจารณาส่วนไหนก่อนบ้างไปดูข้อมูลพร้อมกันได้เลยค่ะ ข้อควรพิจารณาในการเลือกทิชชู่เปียกสำหรับเด็ก - เลือกทิชชู่เปียกที่ได้มาตรฐาน มีฉลากภาษาไทย จดแจ้ง อย.บอกส่วนผสม วัน เดือน ปีที่ผลิตอย่างครบถ้วน - ควรพิจารณาสารเคมีที่เป็นส่วนประกอบและวัสดุที่ใช้ผลิตทิชชู่เปียกควรเป็นสารจากธรรมชาติอ่อนนุ่ม เช่น เยื่อกระดาษ เป็นต้น - ต้องปราศจากสารระคายเคืองหรือสารที่ก่อให้เกิดอาการแพ้ เช่น น้ำหอม สารกันเสีย สารให้ความชุ่มชื้น - ทิชชู่ปียกต้องมีผิวสัมผัสที่มีความอ่อนนุ่ม เนื่องจากผิวเด็กนั้นบอบบาง วัสดุที่ใช้ผลิต ควรเป็น เส้นใยเยื่อกระดาษจากธรรมชาติ นอกจากนุ่มชุ่มชื้นแล้วขนาดเนื้อผ้าต้องหนาพอดีไม่บางจนเกินไป - เลือกทิชชู่เปียกสำหรับเด็กบรรจุภัณฑ์ มีฝาล็อก ช่วยเก็บความชุ่มชื้น ใช้งานได้ยาวนาน - เลือกทิชชู่เปียกสำหรับเด็ก ขนาดพกพาช่วยให้หยิบใช้งานได้ทุกที่ทุกเวลา - สำคัญสุดต้องผ่านการทดสอบทางการแพทย์ว่าก่อให้เกิดการระคายเคืองน้อย ทั้งหมดนั้นคือแนวทางพิจารณาในการเลือกซื้อทิชชู่เปียกสำหรับเด็กมาใช้ ในท้องตลาดนั้นมีทิชชู่เปียกหลายยี่ห้อด้วยกัน หากคุณแม่ยังไม่รู้จะเลือกทิชชู่เปียกยี่ห้อไหนดี เราขอแนะนำ ยี่ห้อ Haru เพราะทิชชู่เปียก Haruเป็นทิชชู่เปียกสำหรับเด็ก ที่มีคุณสมบัติครบตามที่คุณแม่ต้องการดังนี้ คุณสมบัติของทิชชู่เปียก Haru ทิชชู่เปียกสำหรับเด็ก Haru ผลิตจากน้ำ บริสุทธิ์ 99% ปราศจากพาราเบนและแอลกอฮอล์ คุณภาพมาตรฐานสากล ให้ความชุ่มชื่นจากสารสกัดคาโมมายล์ ไม่เหนียวเหนอะหนะ เนื้อผ้าเนียนนุ่มไม่ขาดง่ายกลิ่นหอมผ่อนคลาย เช็ดคราบสกปรกเพิ่มความชุ่มชื่นอย่างอ่อนโยน เยื่อกระดาษจากธรรมชาติ 100% เนื้อผ้าไม่เป็นขุย หนานุ่มกว่าทุกการสัมผัส ซึมซับดีเยี่ยม บรรจุภัณฑ์ มีฝาล็อก ช่วยเก็บความชุ่มชื้น ใช้งานได้ยาวนาน สูตรธรรมชาติ สะอาด ปลอดภัยไม่ระคายเคืองผิวอ่อนโยนต่อผิวเด็กทารก และผิวบอบบางแพ้ง่าย ทุกรุ่นของทิชชู่เปียก Haru มีส่วนผสมของ สาร Benzalkonium Chloride สาร Benzalkonium Chloride มีฤทธิในการยับยั้งเชื้อไวรัส SARS-CoV-2 (Covid 19) และเชื้อไวรัส-แบคทีเรีย อื่น ๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ไม่มีสารพิษตกค้าง ไม่ติดไฟ มีความอ่อนโยนต่อผิวหนังจึงเหมาะสำหรับผิวเด็กทารก และผิวบอบบางแพ้ง่าย ทิชชู่เปียกสำหรับเด็ก Haru มี 2 สูตรได้แก่สูตรคาโมมายล์และสูตรขมิ้น - Haru ทิชชู่เปียกสำหรับเด็ก สูตรที่1 สูตรเคอร์คูมิน(ขมิ้น) ลดการอักเสบ - Haru ทิชชู่เปียกสำหรับเด็ก สูตรที่2 สูตรน้ำบริสุทธิ์ (คาโมมายล์) อ่อนโยน และทั้ง 2 สูตรนี้ มีแบบพกพาด้วยนะ รุ่นใหม่พกพาง่ายจำนวน 15 แผ่น เปิดหยิบใช้สะดวก สั่งมาใช้ตุนไว้เป็นลังยิ่งคุ้ม เลือกซื้อ Haru ทิชชู่เปียกสำหรับเด็ก ทั้ง 2 สูตร ไปใช้สามารถติดต่อได้ตามข้อมูลตามลิงค์ที่ให้ไว้ด้านล่างนี้ได้เลยค่ะ : https://www.facebook.com/Cheriecottonofficial
  2. ทิชชุ่เปียกกลายเป็นสิ่งจำเป็นที่สาว ๆ ผู้รักความสะอาดขาดไม่ได้ ต้องพกติดตัวเป็นประจำไปแล้ว เพราะทิชชู่เปียกใช้ได้สารพัดประโยชน์ ทั้งเช็ดโทรศัพท์ เช็ดหน้า เช็ดตัว เช็ดคราบเครื่องสำอางโดยเฉพาะใช้ในเวลาเข้าห้องน้ำยิ่งจำเป็นที่สุดเพื่อการมีสุขอนามัยที่ดี เนื่องจากทิชชูเปียกทั่วไปส่วนใหญ่ จะมีส่วนผสมของสารกันบูดและยีสต์ เพื่อช่วยป้องกันการเติบโตของแบคทีเรีย และเพื่อให้เก็บไว้ได้นาน อาจทำให้ผู้ที่มีผิวบอบบางเกิดอาการแพ้ขึ้นมาได้ ดังนั้นจึงควรต้องเลือกทิชชู่เปียกที่ได้มาตรฐาน มีฉลากภาษาไทย จดแจ้ง อย.บอกส่วนผสม วัน เดือน ปีที่ผลิตอย่างครบถ้วน สำหรับสาว ๆ ที่มีผิวบอบบางแพ้ง่ายอยากหลีกเลี่ยงปัญหาการแพ้ เราขอแนะนำทิชชู่เปียก Haru เป็นทิชชู่เปียกสำหรับเด็กสูตรอ่อนโยนต่อผิวเด็กและผู้มีผิวบอบบางแพ้ง่าย ทิชชู่เปียก Haruทำมาจากอะไร ? ส่วนประกอบและส่วนผสมมีอะไรบ้าง? ไปทำความรู้จักให้มากขึ้นก่อนเลือกซื้อไปใช้กันค่ะ ทิชชู่เปียกฮารุทำมาจากอะไร/คุณสมบัติ ทิชชู่เปียก Haru ผลิตจากน้ำบริสุทธิ์ 99% ปราศจากพาราเบนและแอลกอฮอล์ คุณภาพมาตรฐานสากล ให้ความชุ่มชื่นจากสาร สกัดคาโมมายล์ ไม่เหนียวเหนอะหนะ ปลอดภัยต่อผิวบอบบาง เนื้อผ้าเนียนนุ่มไม่ขาดง่าย กลิ่นหอมอ่อน ๆ ทำให้รู้สึกผ่อนคลาย ทำความสะอาดได้ทั้งผิวหน้าและผิวกาย เช็ดคราบสกปรกเพิ่มความชุ่มชื่นอย่างอ่อนโยน Haru ทิชชู่เปียกสำหรับเด็ก สูตรอ่อนโยนมีให้เลือก2 สูตรได้แก่สูตรคาโมมายล์ และสูตรขมิ้นค่ะ Haru ทิชชู่เปียกสำหรับเด็ก สูตรที่1 สูตรเคอร์คูมิน(ขมิ้น) ลดการอักเสบ ทิชชู่เปียก Haru สูตรอ่อนโยนลดการอักเสบ ผสมสารสกัดจากขมิ้นสมุนไพรธรรมชาติ ซึ่งมีสรรพคุณต้านการเกิดภูมิแพ้ มีสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยยับยั้งเชื้อไวรัสต่าง ๆ Haru ทิชชู่เปียกสำหรับเด็ก สูตรที่2 สูตรคาโมมายล์ อ่อนโยน ทิชชู่เปียก Haru สูตรคาโมมายล์ ผลิตจากน้ำบริสุทธิ์ 99% สะอาด อ่อนโยน เช็ดแล้วไม่แห้ง ไม่เหนียวเหนอะหนะ ผสมสารสกัดจากดอกคาโมมายล์ สรรพคุณมากมาย อาทิเช่น กลิ่นจากน้ำหอมระเหยของดอกคาโมมายล์ทำให้จิตใจสงบ คลายเครียดคลายกังกล ไม่ก่อให้เกิดการระคายเคือง เพิ่มความชุ่มชื่น เนื้อผ้าเนียนนุ่ม ไม่ขาดง่าย คุณสมบัติของทิชชู่เปียก Haru ทุกรุ่นของทิชชู่เปียก Haru มีส่วนผสมของ สาร Benzalkonium Chloride สาร Benzalkonium Chloride มีฤทธิในการยับยั้งเชื้อไวรัส SARS-CoV-2 (Covid 19) และเชื้อแบคทีเรียอื่น ๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ไม่มีสารพิษตกค้าง ไม่ติดไฟ มีความอ่อนโยนต่อผิวหนัง จึงเหมาะที่จะนำไปใช้กับผิวเด็ก และผู้ที่มีผิวบอบบางและแพ้ง่าย และยังมีแบบพกพาด้วยนะ รุ่นใหม่พกพาง่ายจำนวน 15 แผ่น เปิดหยิบใช้สะดวก สั่งมาใช้ตุนไว้เป็นลังยิ่งคุ้ม เลือกซื้อ Haru ทิชชู่เปียกสำหรับเด็ก ทั้ง 2 สูตร ไปใช้สามารถติดตามข้อมูลและข่าวสารต่างๆตามลิงค์ที่ให้ไว้ด้านล่างนี้ได้เลยค่ะ : https://www.facebook.com/Cheriecottonofficial
  3. ในยุคเชื้อไวรัสแพร่ระบาดเช่นนี้ นอกจากหน้ากากอนามัยและเจลหรือสเปรย์แอลกอฮอล์ที่เราต้องพกติดตัวติดกระเป๋าแล้ว ทิชชู่เปียกก็นับเป็นหนึ่งในไอเทมที่สำคัญ และมีความจำเป็นต่อการดำเนินชีวิตในยุคนี้อย่างยิ่ง เรียกได้ว่าทิชชู่เปียกนี้เป็นไอเทมสารพัดประโยชน์จนน่าทึ่ง วันนี้เราได้ลองรวบรวมประโยชน์ของทิชชู่เปียกมาฝากกันค่ะ 7 ประโยชน์ของทิชชู่เปียก ไอเทมสุดฮิตที่คุณผู้หญิงและคุณแม่ต้องมีไว้ติดกระเป๋า 1.ใช้เช็ดทำความสะอาดเครื่องสำอาง คราบอายไลน์เนอร์ มาสคาร่าที่เลอะเพียงใช้ ทิชชู่เปียกแตะเบา ๆ เท่านี้คราบที่เลอะก็ออกอย่างง่ายดายแล้ว 2.ใช้เช็ดทำความสะอาด เวลาเข้าห้องน้ำสาธารณะนอกบ้าน เช็ดได้ทั้งขอบโถนั่งและหลังจากทำธุระเสร็จ พกทิชชู่เปียกติดตัวไว้ อุ่นใจดีต่อสุขอนามัยของสาว ๆ 3.ยามอากาศร้อน ๆ นำทิชชู่เปียกแช่ในกระติกน้ำแข็งเย็น ๆ ใช้เช็ดหน้า เช็ดตัว ช่วยผ่อนคลายได้ดียิ่งนัก 4.สาว ๆ ชอบออกกำลังกายนอกบ้าน ติดทิชชู่เปียกไว้เช็ดเหงื่อไคลหลังจากออกกำลังกาย และ ป้องกันกลิ่นไม่พึงประสงค์ 5.เช็ดหน้าจออุปกรณ์อิเล็กทริคต่าง ๆ ทิชชู่เปียกมีเนื้อสัมผัสนุ่ม จึงเหมาะที่จะนำมาเช็ด และไม่สร้างรอยขูดขีดต่อหน้าสัมผัสอีกด้วย 6.คุณแม่ที่มีลูกน้อยใช้ทิชชู่เปียกสำหรับเด็ก เช็ดทำความสะอาดทั่วร่างกายลูกน้อย ในส่วนที่เลอะ ช่วยอำนวยความสะดวกให้คุณแม่เป็นอย่างดี เพราะใช้เช็ดแล้วก็ทิ้งได้เลย 7.เวลาลูกน้อยทานอาหารแน่นอนว่าเรื่องเลอะเป็นเรื่องปกติ คุณแม่ใช้ทิชชู่เปียกเช็ดทำความสะอาดคราบอาหาร คราบมันที่เลอะตามปาก ตามมือให้ลูกน้อย ช่วยเพิ่มความมั่นใจให้คุณแม่ ในเรื่องความสะอาด และยังช่วยดับกลิ่นคาว คราบมันที่เกิดได้อีกด้วย จะเห็นได้ว่าทิชชู่เปียกนั้นช่างเป็นไอเทมที่สารพัดประโยชน์จริง ๆ พกติดกระเป๋าไว้อุ่นใจแน่นอน หากสาว ๆ หรือคุณแม่ท่านใดกำลังมองหา ทิชชู่เปียกคุณภาพดีหรือทิชชู่เปียกสำหรับเด็กอยู่ เราขอแนะนำแบรนด์ทิชชู่เปียก Haru สูตรอ่อนโอนต่อผิวทารกและผู้มีผิวแพ้ง่าย บอบบาง ไม่ระคายเคืองต่อผิวทารก ด้วยสารสกัดจากธรรมชาติ ไม่มีส่วนผสมของแอลกอฮอร์และพาราเบน ซี่งเป็นสารเคมีที่ใช้เป็นสารกันบูดในผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ และมีให้เลือกถึง 2 สูตรด้วยกัน Haru ทิชชู่เปียกสำหรับเด็ก สูตรที่1 สูตรเคอร์คูมิน(ขมิ้น) ลดการอักเสบ ทิชชู่เปียก Haru สูตรอ่อนโยนลดการอักเสบ ผสมสารสกัดจากขมิ้นสมุนไพรธรรมชาติ ซึ่งมีสรรพคุณต้านการเกิดภูมิแพ้ มีสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยยับยั้งเชื้อไวรัสต่าง ๆ ช่วยแก้ผื่นคันตามร่างกาย Haru ทิชชู่เปียกสำหรับเด็ก สูตรที่2 สูตรคาโมมายล์ อ่อนโยน ทิชชู่เปียก Haru สูตรคาโมมายล์ ผลิตจากน้ำบริสุทธิ์ 99% สะอาด อ่อนโยน เช็ดแล้วไม่แห้ง ไม่เหนียวเหนอะหนะ ผสมสารสกัดจากดอกคาโมมายล์ สรรพคุณมากมาย อาทิเช่น กลิ่นจากน้ำหอมระเหยของดอกคาโมมายล์ทำให้จิตใจสงบ คลายเครียดคลายกังกล ไม่ก่อให้เกิดการระคายเคือง เพิ่มความชุ่มชื่น เนื้อผ้าเนียนนุ่ม ไม่ขาดง่าย และทั้ง 2 สูตรนี้ มีแบบพกพาด้วยนะ รุ่นใหม่พกพาง่ายจำนวน 15 แผ่น เปิดหยิบใช้สะดวก สั่งมาใช้ตุนไว้เป็นลังยิ่งคุ้ม เลือกซื้อ Haru ทิชชู่เปียกสำหรับเด็ก ทั้ง 2 สูตร ไปใช้สามารถติดตามข้อมูลและข่าวสารต่างๆตามลิงค์ที่ให้ไว้ด้านล่างนี้ได้เลยค่ะ https://www.facebook.com/Cheriecottonofficial
  4. แม่บ้านยุคใหม่ต้องใส่ใจกับความสะอาดด้านสุขอนามัยของสมาชิกทุกคนในบ้าน โดยเฉพาะคุณแม่ที่มีลูกเล็ก ๆ ยิ่งต้องให้ความสำคัญเป็นพิเศษ ไม่เว้นแม้แต่การเลือกซื้อทิชชู่เปียกซึ่งเป็นสิ่งจำเป็นมากสำหรับคุณแม่ยุคใหม่ เพราะใช้สำหรับทำความสะอาดลูกน้อยได้เกือบทุกพื้นผิว ไม่ว่าจะผิวหน้า ผิวกาย หรือแม้แต่พื้นผิวสิ่งของต่าง ๆ ที่เราต้องสัมผัสในแต่ละวัน ช่วยทำให้คุณแม่สะดวกสบายขึ้น ช่วยประหยัดเวลา แถมยังพกพาสะดวกเช็ดแล้วก็สามารถทิ้งได้เลย เนื่องจากลูกน้อยนั้นมีผิวที่บอบบาง ดังนั้นคุณแม่จึงควรเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสำหรับกับเด็ก ซึ่งปัจจุบันทิชชู่ที่ขายในท้องตลาดก็มีให้เลือกมากมายหลายยี่ห้อ หากคุณแม่กำลังมองหาทิชชู่เปียก สูตรอ่อนโยนต่อผิวทารกเพื่อไปใช้สำหรับลูกน้อย เราขอแนะนำ Haru ทิชชู่เปียกสูตรอ่อนโยน ไม่มีส่วนผสมของแอลกอฮอร์และพาราเบน ซี่งเป็นสารเคมีที่ใช้เป็นสารกันบูดในผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ที่ทำให้ระคายเครืองต่อผิวทารก ทิชชู่เปียก Haru มีให้คุณแม่เลือกถึง 2 สูตรด้วยกัน มีสูตรไหนบ้างตามมารับข้อมูลเพิ่มเติมพร้อมกันได้เลยค่ะ Haru ทิชชู่เปียกสำหรับเด็ก สูตรที่1 สูตรเคอร์คูมิน(ขมิ้น) ลดการอักเสบ ทิชชู่เปียก Haru สูตรอ่อนโยนลดการอักเสบ ผสมสารสกัดจากขมิ้นสมุนไพรธรรมชาติ ซึ่งมีสรรพคุณต้านการเกิดภูมิแพ้ มีสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยยับยั้งเชื้อไวรัสต่าง ๆ ช่วยแก้ผื่นคันตามร่างกาย ช่วยรักษาโรคผิวหนัง ผดผื่นคันและลดการอักเสบในร่างกายช่วยสมานแผลตามร่างกายให้หายเร็วยิ่งขึ้น Haru ทิชชู่เปียกสำหรับเด็ก สูตรที่2 สูตรน้ำบริสุทธิ์ (คาโมมายล์) อ่อนโยน ทิชชู่เปียก Haru สูตรน้ำบริสุทธิ์ 99% สะอาด อ่อนโยน เช็ดแล้วไม่แห้ง ไม่เหนียวเหนอะหนะ ผสมสารสกัดจากดอกคาโมมายล์ สรรพคุณมากมาย อาทิเช่น กลิ่นจากน้ำหอมระเหยของดอกคาโมมายล์ทำให้จิตใจสงบ คลายเครียดคลายกังกล ไม่ก่อให้เกิดการระคายเคือง เพิ่มความชุ่มชื่น เนื้อผ้าเนียนนุ่ม ไม่ขาดง่าย และทั้ง 2 สูตรนี้ มีแบบพกพาด้วยนะ รุ่นใหม่พกพาง่ายจำนวน 15 แผ่น เปิดหยิบใช้สะดวก สั่งมาใช้ตุนไว้เป็นลังยิ่งคุ้ม เลือกซื้อ Haru ทิชชู่เปียกสำหรับเด็ก ทั้ง 2 สูตร ไปใช้สามารถติดต่อได้ตามข้อมูลตามลิงค์ที่ให้ไว้ด้านล่างนี้ได้เลยค่ะ : https://www.facebook.com/Cheriecottonofficial
  5. โรคมะเร็ง เป็นโรคที่อยู่ในอันดับต้นๆ ของสาเหตุการเสียชีวิตของคนไทย โดยเฉพาะโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่ ถือเป็นโรคมะเร็งที่พบบ่อยอยู่ใน 3 อันดับแรกของโรคมะเร็งในประเทศไทย ซึ่งในรอบหลายปีที่ผ่านมามีผู้เสียชีวิตจากโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่เพิ่มสูงขึ้นถึง 2.4 เท่า การส่องกล้องตรวจลำไส้ใหญ่ เพื่อตรวจหาติ่งเนื้อในลำไส้และตรวจคัดกรองโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่ เป็นอีกหนึ่งแนวทางช่วยให้สามารถพบผู้ป่วยได้ในระยะแรกเริ่ม เมื่อผู้ป่วยได้รับการรักษาตั้งแต่ระยะแรกจะมีผลการรักษาดีกว่าการรักษาในระยะแพร่กระจายและลดอัตราการเสียชีวิตได้ ส่องกล้องลำไส้ใหญ่เจอติ่งเนื้อควรทำอย่างไร? การส่องกล้องตรวจลำไส้ใหญ่ เป็นการตรวจที่ถูกยอมรับว่าเป็นการตรวจคัดกรองหามะเร็งลำไส้ใหญ่ที่ดีที่สุด ในปัจจุบันยังไม่ทราบสาเหตุแน่นอนของมะเร็งลำไส้ใหญ่ แต่มีปัจจัยเสี่ยงหลายๆ อย่างในโลกปัจจุบันที่เพิ่มโอกาสเป็นมะเร็งมากขึ้น การเฝ้าระวังอาการของมะเร็งลำไส้ใหญ่อาจไม่เร็วพอที่จะป้องกันความรุนแรงของมะเร็งลำไส้ใหญ่ได้ ดังนั้นเมื่อมีความผิดปกติแม้เพียงเล็กน้อย การเข้ารับการตรวจคัดกรองด้วยการส่องกล้อง จึงเป็นการค้นหาสาเหตุตั้งแต่เนิ่นๆ ทั้งนี้คนไข้ส่วนใหญ่ที่ตรวจเจอติ่งเนื้ออาจเกิดอาการตระหนกตกใจและวิตกกังวล ต้องทำอย่างไรต่อไป ไปหาคำตอบกันเลย การส่องกล้องตรวจลำไส้ใหญ่ Colonoscopy การส่องกล้องตรวจลำไส้ใหญ่ (Colonoscopy) คือ การตรวจหาความผิดปกติของภายในลำไส้ใหญ่ โดยการใช้กล้องขนาดเล็กประมาณนิ้วมือ มีความยืดหยุ่นสูง มีลักษณะคล้ายท่อสอดเข้าทางทวารหนักเข้าไปในลำไส้ตรง และตรวจสอบตลอดภายในลำไส้ใหญ่ โดยอุปกรณ์ที่ใช้ตรวจเรียกว่า “Colonoscope” หรือกล้องตรวจลำไส้ใหญ่ซึ่งจะมีเลนส์รับภาพ แล้วส่งต่อมาที่จอภาพ เพื่อให้แพทย์ผู้เชี่ยวชาญแปลผลวินิจฉัยได้ถูกต้อง ทำไมต้องตรวจโดยการส่องกล้องลำไส้ใหญ่? ปัจจุบันพบว่า การส่องกล้องเพื่อคัดกรองมะเร็งลำไส้ใหญ่ร่วมกับการตัดติ่งเนื้อออก สามารถลดอัตราการเสียชีวิตของผู้ป่วยมะเร็งลำไส้ใหญ่กว่าครึ่งได้จากประชาการปกติ ดังนั้น การส่องกล้องลำไส้ใหญ่จึงเป็นวิธีที่ดีที่สุดในการป้องกันการเกิดมะเร็งลำไส้ใหญ่ นอกจากนั้นในปัจจุบันการส่องกล้องตรวจลำไส้ใหญ่ยังใช้เพื่อวินิจฉัยสาเหตุอื่นๆ เช่น ภาวะเลือดออกทางเดินอาหาร หรือผู้ป่วยที่มีอาการท้องเสียเรื้อรัง อีกด้วย จำเป็นต้องหยุดยาประจำก่อนหรือไม่ ปกติแพทย์จะแนะนำให้ใช้ยาเดิมตามปกติ ไม่จำเป็นต้องหยุด แต่ยาบางชนิดอาจขัดขวางต่อการเตรียม และการตรวจส่องกล้องลำไส้ใหญ่ จึงจำเป็นต้องแจ้งแพทย์ถ้าผู้ป่วยรับประทานยาต่างๆ ดังนี้ เช่น ยาต้านเกร็ดเลือด ยากลุ่มแอสไพริน (Aspirin) ยาโคลพลิโดเกล (Copidogrel) หรือพลาวิค (Plavix) กลุ่มยาละลายลิ่มเลือดเช่น ยาวาฟาริน (Warfarin) หรือเฮบพาริน (Heparin) และยาที่มีส่วนประกอบของธาตุเหล็ก รวมถึงประวัติการแพ้ยาต่างๆ จะเป็นอย่างไรบ้างขณะตรวจส่องกล้องลำไส้ใหญ่ ขณะตรวจผู้ป่วยอาจมีความอึดอัดบ้าง น้อยรายมากที่ผู้ป่วยจะมีความเจ็บปวดรุนแรงจนทนไม่ไหว ผู้ป่วยจะรู้สึกมีลมในช่องท้อง และท้องอืด แน่นท้อง เกร็งบ้างในขณะส่องกล้อง โดยแพทย์จะใช้ยาลดระดับความรู้สึก และยาบรรเทาปวด เพื่อช่วยผ่อนคลาย และคลุมอาการปวดเสมอในการตรวจส่องกล้องลำไส้ใหญ่ ผู้ป่วยจะนอนตะแคงข้างหรือนอนหงายในขณะตรวจ โดยแพทย์จะสอดกล้องเข้าไปในลำไส้อย่างช้าๆ และค่อยๆถอยกล้องออกมา พร้อมตรวจผิวภายในลำไส้อย่างละเอียด การส่องกล้องจะสิ้นสุดเมื่อถอนกล้องออกมา โดยปกติใช้เวลาไม่เกิน 45 นาที และใช้เวลาตั้งแต่เริ่มเตรียมตัว และตรวจจนออกจากห้องพักฟื้นทั้งหมด 2-3 ชั่วโมง (ในกรณีที่เตรียมลำไส้มาล่วงหน้าแล้ว) ในการตรวจส่องกล้องลำไส้ใหญ่ ผู้ป่วยบางรายอาจจะไม่สามารถส่องกล้องไปได้ตลอดทั้งลำไส้ใหญ่ ซึ่งแพทย์ผู้ตรวจจะแนะนำการตรวจวิธีอื่นๆ ในการตรวจส่วนลำไส้ใหญ่ที่เหลือที่ไม่สามารถสอดกล้องเข้าไปได้ต่อไป เมื่อตรวจพบความผิดปกติในการตรวจส่องกล้องตรวจลำไส้ใหญ่แพทย์จะทำอย่างไร เมื่อแพทย์ตรวจพบความผิดปกติ แพทย์จำเป็นต้องทำการตรวจเพิ่มโดยการสอดเครื่องมือขนาดเล็กผ่านกล้องเพื่อเอาชิ้นเนื้อมาตรวจวินิจฉัย โดยชิ้นเนื้อจะเป็นเพียงเยื่อบุผิวขนาดเล็กแค่เพียงพอต่อการวินิจฉัยเท่านั้น ในกรณีตรวจส่องกล้องตรวจลำไส้ใหญ่บางกรณี เพื่อตรวจหาสาเหตุเลือดออกในทางเดินอาหาร เมื่อตรวจพบอาจทำการหยุดเลือดโดยวิธีต่างๆ เช่น การฉีดยา เพื่อหยุดเลือดหรือการจี้โดยความร้อนรวมถึงการใช้อุปกรณ์หนีบเส้นเลือดผ่านกล้องตรวจลำไส้ใหญ่ ถ้าแพทย์ตรวจพบติ่งเนื้อ (Polyps) แพทย์จะตัดติ่งเนื้อออกทั้งหมด และนำไปตรวจเพิ่มทางพยาธิวิทยา การตัดติ่งเนื้อจะไม่ก่อให้เกิดความเจ็บปวดแต่อย่างใด ติ่งเนื้อคืออะไร และทำไมต้องตัดออก? ติ่งเนื้อ คือ เยื่อบุลำไส้ที่งอกเติบโตผิดปกติส่วนใหญ่จะเป็นชนิดที่ดีไม่ใช่มะเร็ง ซึ่งติ่งเนื้อจะมีขนาดรูปร่างและชนิดต่างๆ กันไป แพทย์จะไม่สามารถแยกได้ 100 เปอร์เซนต์ทั้งหมดจากรูปลักษณะภายนอกของติ่งเนื้อว่าชนิดไหนเป็นมะเร็ง โดยแพทย์จะนำเอาชิ้นเนื้อไปตรวจยืนยันการวินิจฉัยโรคด้วยพยาธิวิทยาอีกครั้ง และการตัดติ่งเนื้อออกเป็นสิ่งสำคัญที่ช่วยในการป้องกันมะเร็งลำไส้ใหญ่เพื่อไม่ให้เกิดขึ้น เราจะตัดติ่งเนื้อออกอย่างไร? แพทย์สามารถทำได้หลายวิธี ติ่งเนื้อเล็กอาจเพียงทำลายโดยความร้อน หรืออาจตัดออกโดยเครื่องมือตัดชิ้นเนื้อ (Forcep) หรือในบางกรณีการตัดติ่งเนื้อที่ใหญ่ขึ้น อาจใช้ขดลวดที่เป็นวง เรียกว่า สแนร์ (Snare) รัดรอบติ่งเนื้อผ่านกล้อง และใช้ไฟฟ้าในการตัดติ่งเนื้อออก ซึ่งขณะทำจะไม่รู้สึกเจ็บแต่อย่างใด ความเสี่ยง และผลข้างเคียงของการตรวจรักษา การส่องกล้องตรวจลำไส้ใหญ่ และการตัดชิ้นเนื้อค่อนข้างปลอดภัยเมื่อได้รับการตรวจจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ และมีประสบการณ์ในการส่องกล้อง ภาวะแทรกซ้อนที่สำคัญ คือ การทะลุของลำไส้ ซึ่งอาจจำเป็นต้องได้รับการแก้ไขด้วยการผ่าตัด ภาวะลำไส้ทะลุมีโอกาสเกิด 1 ใน 1,000 ในการส่องกล้องปกติ ภาวะเลือดออกจากบริเวณที่ตัดชิ้นเนื้อ มีโอกาสเกิดได้ โดยปกติไม่รุนแรง สามารถหยุดได้เอง โอกาสน้อยมากที่จะมีเลือดออกรุนแรงหลังส่องกล้อง นอกจากนี้ ผู้ป่วยส่วนน้อยอาจมีผลข้างเคียงทางการหายใจ หรือความผิดปกติทางหัวใจได้หลังการได้ยาลดระดับความรู้สึกตัว โอกาสเกิดภาวะแทรกซ้อนน้อยมาก และพบได้ไม่บ่อย แต่ผู้ป่วยจำเป็นต้องตระหนักเมื่อรู้สึกผิดปกติที่อาจเป็นภาวะแทรกซ้อนได้ เช่น อาการปวดท้องรุนแรง มีไข้หนาวสั่น และถ่ายเป็นเลือด โดยการถ่ายเป็นเลือดอาจเกิดขึ้นหลังจากส่องกล้องหลายวัน หรือเป็นสัปดาห์หลังการตรวจได้ การเตรียมตัวก่อนเข้ารับการตรวจส่องกล้องลำไส้ใหญ่ (Colonoscopy) แพทย์จะให้คำแนะนำเรื่องของการรับประทานยาระบายชนิดพิเศษ และการปรับชนิดของอาหารก่อนการตรวจส่องกล้อง โดยแนะนำให้รับประทานอาหารประเภทเหลวใส และหลีกเลี่ยงการรับประทานผัก และผลไม้ ก่อนวันตรวจส่องกล้อง อย่างน้อย 1 วัน โดยการปฏิบัติตามคำแนะนำจะช่วยล้างลำไส้ให้สะอาดชัดเจน และเพิ่มความถูกต้องแม่นยำในการตรวจให้ถูกต้องมากขึ้น การปฏิบัติตัวหลังการส่องกล้อง ผู้ป่วยจะได้รับการเฝ้าระวัง และดูแลใกล้ชิดจนผลของยาลดระดับความรู้สึกตัวหมดไป ผู้ป่วยอาจมีอาการปวดเกร็ง และมีลมในช่องท้องได้เล็กน้อยหลังการตรวจส่องกล้องลำไส้ใหญ่ ซึ่งจะหายไปอย่างรวดเร็วหลังจากได้ผายลมออกมา หลังจากนั้น แพทย์ผู้ตรวจจะอธิบายผลของการส่องกล้องตรวจลำไส้ใหญ่ ซึ่งผู้ป่วยอาจจำเป็นต้องรอผลวินิจฉัยชิ้นเนื้ออีกครั้งในกรณีที่ตรวจพบความผิดปกติ และนำชิ้นเนื้อไปตรวจ ถ้าผู้ป่วยได้รับยาลดระดับความรู้สึกตัวระหว่างการตรวจต้องมีคนดูแลอยู่ด้วย และพาผู้ป่วยกลับบ้านพักผ่อนถึงแม้ผู้ป่วยจะรู้สึกตื่นตัวดีเป็นปกติหลังการตรวจส่องกล้อง แต่การตัดสินใจ และการตอบสนองจะไม่เป็นปกติจนกว่าผู้ป่วยจะได้รับการพักผ่อนเพียงพอจึงกลับมาเป็นปกติ ผู้ป่วยจะสามารถรับประทานได้หลังการตรวจแต่ต้องจำกัดการรับประทานอาหาร และไม่ทำกิจกรรมที่มากไปโดยเฉพาะหลังการทำหัตถการการตัดติ่งเนื้อออก โรคมะเร็งลำไส้ เป็นเรื่องใกล้ตัวมากกว่าที่เราคิด หากตรวจพบเร็วตั้งแต่ช่วงระยะแรกเริ่ม ก็จะสามารถผ่าตัดได้ ซึ่งการตรวจส่องกล้องตรวจลำไส้ใหญ่จะช่วยให้แพทย์มองเห็นภาพรวมของลำไส้ใหญ่ได้ชัดเจน และการตรวจส่องกล้องนี้ ยังใช้สำหรับตัดติ่งเนื้อในลำไส้ที่เกิดขึ้นได้ด้วย อย่าปล่อยให้วิถีการดำเนินชีวิตของคุณต้องเข้าไปใกล้ความเสี่ยงโรคมะเร็งเลยจะดีกว่า เพราะเมื่อเจ้าโรคนี้เข้ามาอยู่ในชีวิตแล้ว สิ่งที่ต้องเสียไปย่อมไม่คุ้มกันเลย ขอบคุณข้อมูลจาก : https://www.nakornthon.com/Article/Detail/คลายข้อสงสัย-ส่องกล้องลำไส้ใหญ่เจอติ่งเนื้อควรทำอย่างไร
  6. หลายท่านมีอาการปวดท้องอยู่บ่อย ๆ แต่อาจจะไม่ได้ปวดมาก คิดว่าคงเป็นโรคกระเพาะ กินยาไปเดี๋ยวก็หาย ฟังดูแล้วเหมือนจะไม่ร้ายแรง บางคนก็อาจจะใช้ชีวิตอยู่กับอาการปวดท้องจนเคยชิน หิวข้าวก็ปวดท้อง กินอิ่มแล้วก็ยังปวดท้องอีก ด้วยภาวะสังคมที่เร่งรีบและชีวิตประจำวันที่วุ่นวาย หลายคนจึงปล่อยปละละเลย ทำให้เกิดพฤติกรรมและปัจจัยที่ส่งเสริมทำให้เป็นโรคกระเพาะอาหารได้ คุณเคยคิดไหม ว่าโรคในกระเพาะอาหารอาจร้ายแรงกว่าที่คุณคิด การส่องกล้องตรวจกระเพาะอาหาร จึงเป็นอีกวิธี ที่ใช้ตรวจหาความผิดปกติของกระเพาะอาหารซึ่งเป็นวิธีตรวจที่นิยมเป็นอย่างมากในปัจจุบัน การส่องกล้องจะทำให้เห็นเยื่อบุกระเพาะ เพื่อดูการอักเสบ ดูแผลในกระเพาะ ดูเนื้องอก นอกจากนั้นยังสามารถตัดชิ้นเนื้อไปตรวจทางพยาธิวิทยา หาเซลล์มะเร็ง, เพาะเชื้อเพื่อหาเชื้อแบคทีเรีย ร่วมไปถึงการส่องกล้องเพื่อรักษาห้ามเลือดออกในทางเดินอาหารส่วนต้นได้ การส่องกล้องตรวจกระเพาะอาหาร (EGD) เป็นมาตรฐานเพื่อการวินิจฉัยโรคได้อย่างถูกต้องแม่นยำ อีกทั้งเป็นการตรวจที่สามารถทำได้ง่ายใช้เวลาไม่นาน และในโรคบางโรคแพทย์สามารถให้การรักษาได้ทันที เช่น ภาวะเลือดออกในทางเดินอาหารส่วนบน ทำให้ลดความจำเป็น และความเสี่ยงของผู้ป่วยที่ต้องได้รับการผ่าตัด 1.อาการปวดจุกแน่นท้องหรือแสบร้อนบริเวณท้องส่วนบน หน้าอก หรือบริเวณลำคอ 2.อาการท้องอืดท้องเฟ้อเหมือนอาหารไม่ย่อย 3.มีอาการเรอหรือคลื่นไส้อาเจียนบ่อย ๆ 4.อาการกลืนติด กลืนลำบาก หรือกลืนแล้วเจ็บ 5.อาการเจ็บคอ คอแห้ง เสียงแหบหรือไอบ่อย ๆ โดยไม่ทราบสาเหตุ อาการเหล่านี้ล้วนเป็นอาการแสดงอันเนื่องมาจากความผิดปกติของทางเดินอาหารส่วนบน ซึ่งได้แก่ หลอดอาหาร กระเพาะอาหารและลำไส้เล็กส่วนต้น ส่วนใหญ่เรามักจะคิดว่าอาการเหล่านี้เกิดจากการรับประทานอาหารรสจัด รับประทานอาหารผิดประเภท หรือรับประทานอาหารไม่เป็นเวลา แต่ในความจริงแล้วมีโรคทางเดินอาหารส่วนบนอีกมากที่เป็นสาเหตุให้เกิดอาการเหล่านี้ เช่น โรคแผลในกระเพาะอาหาร โรคกรดไหลย้อนในหลอดอาหาร โรคหลอดอาหารอักเสบ โรคเนื้องอกในหลอดอาหาร หรือกระเพาะอาหาร นอกจากนี้ การติดเชื้อแบคทีเรียเฮลิโคแบคเตอร์ไพโลไล (Helicobacter pylori) ในกระเพาะอาหารยังเป็นสาเหตุสำคัญของการเกิดแผลในกระเพาะอาหาร และยังสามารถก่อให้เกิดโรคมะเร็งของกระเพาะอาหารได้ ดังนั้น การตรวจพบโรคในระยะเริ่มต้นย่อมส่งผลดีต่อการรักษา และสามารถป้องกันการเกิดภาวะแทรกซ้อนที่เป็นผลร้ายแรงได้ ข้อบ่งชี้ในการตรวจส่องกล้องทางเดินอาหารส่วนบน 1.ผู้ที่มีอาการของระบบทางเดินอาหารส่วนบนดังกล่าวข้างต้นที่ไม่ตอบสนองต่อการรักษาเบื้องต้น ในกรณีที่พบแผล ในกระเพาะอาหาร แพทย์สามารถทำการตรวจพิสูจน์เนื้อเยื่อ (Tissue Biopsy) เพื่อแยกสาเหตุของการเกิดแผล รวมทั้งสามารถตรวจหาเชื่อแบคทีเรียเฮลิโคแบคเตอร์ ไพโลไล (Helicobacter pylori) ได้ในเวลาเดียวกัน นอกจากนี้ ยังสารมารถทำการผ่าตัดผ่านกล้องในกรณีพบติ่งเนื้องอกในทางเดินอาหารได้อีกด้วย 2.ผู้ที่มีอาการของระบบทางเดินอาหารส่วนบนร่วมกับการมีอาการที่เป็นสัญญาณเตือนภัย ได้แก่ ผู้ที่มีอายุเกิน 40 ปี ท้องอืดท้องโตเป็นเวลานาน คลำได้ก้อนบนท้อง เบื่ออาหาร น้ำหนักลด กลืนอาหารติด กลืนลำบาก มีอาการอาเจียนบ่อยๆ มีประวัติครอบครัวของโรคมะเร็งในระบบทางเดินอาหาร ซึ่งล้วนเป็นสัญญาณเตือนภัยที่แสดงถึงความเสี่ยงต่อการเกิดโรคมะเร็ง 3.เพื่อตรวจติดตามการการรักษาแผลในกระเพาะอาหาร (Gastric Ulcer) เพื่อยืนยันการหายของแผล และช่วยขจัดข้อสงสัย สาเหตุของแผลที่อาจเกิดจากมะเร็งกระเพาะอาหาร และติดตามการหายของเชื้อแบคทีเรีย ฮลิโคแบคเตอร์ ไพโรไล หลังได้รับยาปฏิชีวนะเพื่อกำจัดเชื้อโรค 4.ผู้ที่มีอาการถ่ายอุจาระเป็นสีดำ ถ่ายเป็นเลือดปนดำ หรือมีภาวะโลหิตจาง ซึ่งบ่งบอกว่ามีภาวะเลือดออกในทางเดินอาหารส่วนบน (Upper Gastro Intestinal Bleeding: UGIB) การส่องกล้องตรวจทางเดินอาหารส่วนบนสามารถให้การวินิจฉัยโรค และสามารถทำการรักษาห้ามเลือดได้ทันที 5.เพื่อให้การรักษาในกรณีที่มีการกลืนสิ่งแปลกปลอมลงในหลอดอาหาร หรือกระเพาะอาหาร (Foreign Body) เช่น เหรียญ ถ่านแบคเตอร์รี เข็ม กระดูกสัตว์ กางปลา เป็นต้น 6.เพื่อให้การวินิจฉัย และประเมินความรุนแรงในกรณีที่มีการกลืนสารกัดกร่อน (Corrosive Ingestion) เช่น กรดหรือ ด่าง น้ำยาล้างห้องน้ำ 7.เพื่อทำการรักษา แก้ไขภาวะตีบตันของทางเดินอาหาร (Stricture) อันเป็นผลมาจากเนื้องอกทางเดินอาหาร การเกิดแผลในทางเดินอาหาร หรือการตีบตันเป็นผลจากกลืนสารกัดกร่อน การปฏิบัติตัวก่อนส่องกล้องทางเดินอาหารส่วนบน ผู้ป่วยจะได้รับคำแนะนำจากแพทย์ผู้ดูแลถึงความจำเป็นในการตรวจ และประเมินความพร้อมก่อนการตรวจส่องกล้อง ผู้ที่มีโรคประจำตัว โรคความดันโลหิตสูง โรคเลือดหรือทานยาใดๆ อยู่ประจำหรือแพ้ยาควรแจ้งให้แพทย์ทราบ กล้องส่องตรวจทางเดินอาหารส่วนบน (Gastroscope) เป็นกล้องขนาดเล็กที่มีลักษณะเป็นสายยาว และมีกล้องติดอยู่ที่ปลายสายซึ่งกล้องจะถูกเชื่อมโยงด้วยสายใยนำแสงความละเอียดสูง และถูกถ่ายทอดไปยังจอภาพซึ่งแพทย์ สามารถที่จะดูการตรวจได้อย่างต่อเนื่อง ผู้รับการตรวจจำเป็นต้องงดน้ำงดอาหารอย่างน้อย 6 ชั่วโมง ก่อนเวลาส่องกล้อง และก่อนเริ่มตรวจส่องกล้องผู้รับการตรวจบางรายจะได้รับการพ่นยาชาที่บริเวณลำคอเพื่อป้องกันการระคายเคือง และกล้องจะถูกสอดผ่านทางปาก และลำคออย่างนุ่มนวลในท่าตะแคง เพื่อทำการตรวจอวัยวะสำคัญ 3 ส่วน คือ หลอดอาหาร กระเพาะอาหาร และลำไส้เล็กส่วนต้น โดยผู้ได้รับการตรวจจะได้รับยาคลายกังวล หรือยานอนหลับ เพื่อให้รู้สึกผ่อนคลายขณะได้รับการตรวจด้วย การตรวจส่องกล้องเฉลี่ยใช้เวลาประมาณ 10-15 นาที หลังจากนั้น ผู้ได้รับการตรวจจะได้พักผ่อนในห้องพักฟื้น(Recovery Room) ประมาณ 1-2 ชั่วโมง และสามารถทราบผลการตรวจส่องกล้องได้ในวันเดียวกัน การปฏิบัติตัวหลังการส่องกล้องทางเดินอาหารส่วนบน - สามารถรับประทานอาหารได้ตามปกติ และงดเว้นการดื่มแอลกอฮอล์เป็นเวลา 24 ชั่วโมง - อาจมีอาการระคายคอประมาณ 1-2 วัน หลังการส่องกล้อง ซึ่งสามารถบรรเทาอาการได้โดยกลั้วคอด้วยน้าเกลืออุ่น หรืออมยาอมเพื่อช่วยบรรเทาอาการระคายคอ - อาจจะรู้สึกท้องอืด ปวดมวนท้อง หรือ มีแก๊ส ซึ่งเป็นอาการปกติ และการผายลมจะช่วยให้รู้สึกดีขึ้นได้ - ไม่ควรทำกิจกรรมที่ต้องออกแรงมากในช่วงวันที่ 1-2 หลังการส่องกล้อง (เช่น วิ่ง ยกของน้ำหนักมากกว่า 5 กิโลกรัม หรือ ขี่จักรยาน) - แพทย์จะให้ยาผ่านทางเส้นเลือด หากบริเวณที่เจาะเส้นเลือดมีอาการเจ็บ แดง หรือบวม สามารถใช้ผ้าชุบน้ำอุ่นวางบริเวณดังกล่าวประมาณ 15-20 นาที และทำวันละ 4 ครั้ง เป็นเวลา 2 วัน นอกจากนี้ การวางแขนบนหมอนหนุน จะช่วยให้อาการดังกล่าวลดลงได้ หากอาการดังกล่าว ไม่หายไปภายใน 2 วัน ควรปรึกษาแพทย์ - หากใช้ยา Aspirin หรือ Plavix หรือ NSAIDs (Ibuprofen (Motrin, Advil), Naprosyn, Indomethacin, Celebrex) เป็นประจำ กรุณาหยุดใช้ยาชั่วคราว และปรึกษากับแพทย์ทางเดินอาหารและตับ หรือแพทย์ที่สั่งยาให้ ก่อนที่จะกลับไปใช้ยาดังกล่าวอีก - ไม่ควรขับขี่ยานพาหนะ หรือ ทำงานเกี่ยวกับการควบคุมเครื่องจักรขนาดใหญ่ในช่วง 24 ชั่วโมง หลังส่องกล้อง หากมีอาการดังต่อไปนี้ ควรพบแพทย์ทันที - เจ็บหน้าอกหรือปวดท้องรุนแรง - อุจจาระเป็นสีดำเข้ม และ/หรือ อาเจียนเป็นเลือด - มีลิ่มเลือดสีแดงสด หรือลิ่มเลือดจานวนมากออกมาทางทวารหนัก - หนาวสั่นหรือมีไข้สูงกว่า 38 องศาเซลเซียส อาการปวดท้อง อาจเป็นสัญญาณเตือนของโรคร้ายที่จะตามมาได้ ดังนั้นคุณจึงไม่ควรละเลย หากมีอาการที่ยังไม่รุนแรงก็สามารถรักษาโดยการรับประทานยาร่วมกับการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม และหากอาการยังไม่ดีขึ้น หรือมีอาการแทรกซ้อนต่าง ๆ ดังข้างต้นแล้ว ควรรีบไปพบแพทย์ส่องกล้องทางเดินอาหารส่วนบนหรือตรวจกระเพาะอาหาร เพื่อหาสาเหตุและรับรักษาอย่างถูกต้อง ทันท่วงที และป้องกันไม่ให้กลับมาเป็นซ้ำได้อีก ขอบคุณข้อมูลจาก : https://www.nakornthon.com/Article/Detail/การตรวจส่องกล้องทางเดินอาหารส่วนบน-Esophagogastroduodenoscopy-EGD
  7. ป้องกันไว้ดีกว่ารักษา หากไม่อยากเจ็บป่วยง่าย เตรียมร่างกายให้พร้อมและเสริมสร้างความแข็งแรงให้ภูมิคุ้มกันเถอะ ด้วยผลิตภัณฑ์ฟ้าทะลายโจร ต้านไวรัส สมุนไพรที่ควรมีติดบ้านไว้ เพราะเป็นสุดยอดสมุนไพรไทย ที่นิยมในการลดอาการไข้หวัด ทั้งไข้หวัดธรรมดา และไข้หวัดใหญ่ ยัง สามารถกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายให้ทำงานได้ดียิ่งขึ้น ยังมีคุณสมบัติต้านไวรัส ระงับอาการอักเสบ จึงนำมาใช้บรรเทาอาการเจ็บคอ ซึ่งเกิดจากต่อมทอนซิลอักเสบได้ สรรพคุณฟ้าทะลายโจร ต้านไวรัส - กระตุ้นภูมิคุ้มกันของร่างกาย - ต้านการอักเสบ และช่วยลดไข้ - ช่วยลดอาการอ่อนเพลีย นอนไม่หลับ น้ำมูกไหล - แก้อาการไอ เจ็บคอ คออักเสบ ขับเสมหะ ที่ทำให้เกิดการติดเชื้อทางเดินหายใจ - ช่วยลดอาการผิดปกติของปอด ยับยั้งไวรัส H5N1 - ลดอาการไข้หวัดทั่วไป เช่น ไข้หวัด ไข้หวัดใหญ่ วิธีรับประทานฟ้าทะลายโจร ต้านไวรัส 1.ทานเพื่อป้องกัน/ยังไม่มีอาการ ทานวันละ 1 แคปซูล ก่อนนอน 2. ทานเมื่อมีอาการ ไข้ ไอ เจ็บคอ คล้ายจะเป็นหวัด ทานครั้งละ 2 แคปซูล หลังอาหาร เช้า กลางวัน เย็น และก่อนนอน จนอาการดีขึ้น แบบกระปุก บรรจุ 60 แคปซูล (500mg/cap) ทะเบียนยาเลขที่ G 3/55(ปท) ปลอดภัยไม่มีสารตกค้าง พร้อมโปรโมชั่น ซื้อ 4 แถม 1 ส่งฟรีลงทะเบียน ทั่วประเทศ ทุกการสั่งซื้อ รับประกันของแท้แน่นอน 100% ราคาถูกสุดๆ ราคาส่งตั้งแต่กล่องแรก สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ http://www.nanaherb.net หรือติดต่อสั่งซื้อได้ที่ เบอร์โทร : 064-1314567 Line : @nanaherbnet FB : https://www.facebook.com/nanaherb.net
×
×
  • Create New...