Jump to content
Update
 
 
Gold
 
USD/THB
 
สมาคมฯ
 
Gold965%
 
Gold9999
 
CrudeOil
 
USDX
 
Dowjones
 
GLD10US
 
HUI
 
SPDR(ton)
 
Silver
 
Silver/Oz
 
Silver/Baht
 

PACRAA

Junior
  • Content Count

    15
  • Joined

  • Last visited

Community Reputation

0 medium

About PACRAA

  • Rank
    น้องใหม่

Profile Information

  • เพศ
    หญิง
  • ที่อยู่
    กรุงเทพมหานคร

Recent Profile Visitors

The recent visitors block is disabled and is not being shown to other users.

  1. ชุดชั้นในนั้นอยู่ใกล้กับผิวส่วนที่บอบบางของผู้หญิงอย่างเรามากที่สุด หลายคนจึงให้ความสำคัญกับการเลือกชุดชั้นในและการเลือกน้ำยาซักชุดชั้นในมากขึ้น เพราะถ้าหากเลือกเนื้อผ้าที่หนาเกินไป หรือเลือกขนาดที่เล็กกว่าสรีระเกินไป อาจนำไปสู่การอับชื้นได้ แต่ไม่เพียงแค่การเลือกขนาดของชุดชั้นในให้เหมาะสม ถ้าหากเราไม่เลือกใช้น้ำยาซักชุดชั้นในที่อ่อนโยนต่อผิว จะทำให้อาการคันในร่มผ้า หรือผดผื่นแพ้ ส่งผลเสียต่อสุขภาพในระยะยาวได้ ทำให้ปัจจุบันนี้มีการผลิต น้ำยาซักชุดชั้นใน เกิดขึ้นมากมาย แต่นี่เป็นเพียงสาเหตุที่ทำให้เกิดอาการเหล่านี้จริงหรือ? จริง ๆ แล้วสาเหตุของอาการเหล่านี้เกิดจากอะไรบ้าง เรามาหาคำตอบกันค่ะ สาเหตุของอาการคันเกิดจากอะไรได้บ้าง นอกจากการเลือกเนื้อผ้าที่หนาและขนาดที่ไม่เหมาะสมของชุดชั้นในแล้ว อย่างที่ทราบกันดีว่า เมืองไทยนั้นขึ้นชื่อเรื่องอากาศที่ร้อนชื้นมากเพียงใด ดังนั้นคงไม่แปลกที่ผู้หญิงอย่างเราจะมีเหงื่อไคลมาสะสมบริเวณขอบเสื้อใน หรือกางเกงในให้รำคาญใจบ้าง ซึ่งการสะสมของคราบเหล่านี้อาจเป็นบ่อเกิดของเชื้อแบคทีเรีย หรือเชื้อราชั้นดี หากทำความสะอาดได้ไม่ดีพอ หรือไม่พิถีพิถันกับการเลือกน้ำยาซักชุดชั้นใน อาจทำให้เกิดผื่นแพ้ และมีอาการคัน ลามไปสู่การติดเชื้อในช่องคลอดได้ การแพ้สารเคมีในเสื้อผ้า ชุดชั้นในเป็นอีกสาเหตุที่หลายคนอาจมองข้าม อีกหนึ่งสาเหตุสำคัญที่หลายคนอาจมองข้ามนั่นก็คือ การแพ้สารเคมีบางชนิด ที่ปะปนมากับเสื้อผ้า หรือชุดชั้นในของเรา เช่น สารเคมีจากเนื้อผ้าบางชนิด สารเคมีจากการฟอกย้อม สารเคมีจากขอบยางยืดกางเกงใน หรือแม้กระทั่งน้ำหอมที่มาจากน้ำยาซักผ้า หรือแผ่นอนามัยที่สาว ๆ บางคนชอบใช้ แต่ใครจะนึกว่าน้ำยาซักผ้าหรือน้ำยาซักชุดชั้นในที่เราใช้กันเป็นประจำ อาจเป็นอีกสาเหตุสำคัญของที่มาของอาการคัน ผื่นแพ้เหล่านี้ได้เหมือนกัน สารเคมีในน้ำยาซักผ้า ที่อาจทำร้ายเราโดยไม่รู้ตัว ในน้ำยาซักผ้าโดยทั่วไป ประกอบไปด้วยสารทำความสะอาด ที่อาจทำให้เกิดการระคายเคืองผิวหนังของเรา เช่น สารเคมีกลุ่ม LAS หรือ ลิเนียร์ อัลคิลเบนซีน ซัลโฟเนต (Linear alkyl benzene sulfonate) เป็นที่นิยมใช้เพราะมีราคาไม่สูง แต่ทำความสะอาดได้ดี สารอีกชนิดคือกลุ่มซัลเฟต ที่เราอาจรู้จักกันในชื่อ SLS หรือโซเดียมลอริลซัลเฟต (Sodium lauryl sulfate) และ SLES หรือ โซเดียมลอริลอีเทอร์ซัลเฟต (Sodium lauryl ether sulfate) สารตัวนี้นิยมใส่ในน้ำยาซักผ้าเช่นกัน เพราะเป็นสารลดแรงตึงผิว ช่วยเพิ่มฟองและช่วยขจัดคราบสิ่งสกปรกบนเสื้อผ้า ซึ่งสารเหล่านี้ล้วนอาจก่อให้เกิดอาการระคายเคืองผิวหนัง ทำให้ผิวแห้ง บางรายที่มีผิวแพ้ง่ายอาจทำให้คัน หรือผิวลอก เกิดผื่นแดงได้ สำหรับน้ำยาซักผ้าที่ใช้ซักคราบหนัก ผู้ผลิตมักใส่สารเคมีอีกตัวหนึ่งที่เรียกว่า เอทอกซีเลเต็ด แอลกอฮอล์ ( Ethoxylated alcohol) ซึ่งเป็นสารทำความสะอาดที่ให้ฟองน้อย แต่มีประสิทธิภาพการทำความสะอาดสูงโดยเฉพาะคราบไขมันที่มาจากเหงื่อได้เป็นอย่างดี อย่างไรก็ตาม สารเคมีเหล่านี้ นอกจากจะก่อให้เกิดการระคายเคืองแล้ว ขั้นตอนการผลิตอาจมีการปนเปื้อน สารปนเปื้อนจากปิโตรเคมี เช่น สาร 1,4-ไดออกเซน (1,4- dioxane) หรือ ฟอร์มัลดีไฮด์ที่เป็นสารก่อมะเร็งของเราอีกด้วย สารเคมีอื่นๆในน้ำยาซักผ้า นอกจากนี้ บางผลิตภัณฑ์อาจเพิ่มสารเรืองแสงเข้าไปอีก หรือที่เรียกว่า Optical Brightener เพื่อให้ผ้าดูขาวสะอาด แต่สารตัวนี้ถูกสร้างเพื่อให้ผู้ใช้เห็นสีอมฟ้าในเนื้อผ้า ให้ผ้าดูเหมือนใหม่ จึงอาจตกค้าง ระคายผิวและสะสมในร่างกายของเราได้ นอกจากนี้ในส่วนผสมของน้ำยาซักผ้าทั่ว ๆ ไปจะใส่น้ำหอมสังเคราะห์และสารกันเสีย ที่ใช้เพื่อเพิ่มความหอมและรักษาอายุของน้ำยาให้อยู่ได้นานมากยิ่งขึ้น สารเหล่านี้อาจเป็นสารระคายเคืองและอาจมีส่วนในการกระตุ้นภูมิ ซึ่งส่งผลเสียต่อภูมิคุ้มกันของร่างกายในอนาคต ถึงตอนนี้แล้วสาว ๆ คงคิดไม่ถึงใช่มั้ยล่ะคะ ว่าของใช้ใกล้ตัวในชีวิตประจำวัน ที่เราคิดว่าช่วยขจัดสิ่งสกปรก จะมีสารเคมีอันตรายปะปนอยู่มากมายขนาดนี้ ดังนั้นการเลือกใช้น้ำยาซักชุดชั้นใน จึงเป็นเรื่องสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม เพราะหากมีสารเหล่านี้ตกค้างในชุดชั้นในของเรา อาจเปิดโอกาสให้สารสัมผัสกับผิวหนังโดยตรง ก่อให้เกิดผลเสียต่อสุขภาพตามมา แนะนำว่าให้หันมาใช้ น้ำยาซักชุดชั้นใน พลังจากธรรมชาติจะดีต่อสุขภาพมากกว่า เลือกใช้น้ำยาซักชุดชั้นในอย่างไรให้รู้สึกปลอดภัยและรู้สึกมั่นใจมากกว่าเดิม สังเกตไหมว่าน้ำยาซักผ้าบางชนิด จะล้างออกยาก ซึ่งอาจก่อให้เกิดสารตกค้างสะสมในชุดชั้นใน ควรเลือกผลิตภัณฑ์น้ำยาซักชุดชั้นใน ที่ล้างออกง่าย ไม่มีสารเคมีอันตราย ที่นอกจากจะทำให้เนื้อผ้าและรูปทรงดี ๆ ของชุดชั้นในเสียหายแล้ว ยังทำร้ายผิวหนังส่วนที่บอบบางของเราอีกด้วย บางครั้งหลังซักเสร็จ ยังต้องยังเจอกับปัญหามือแห้ง มือคันอีก ดังนั้นการเลือกใช้น้ำยาซักชุดชั้นในที่ผลิตจากพลังธรรมชาติ จึงเป็นตัวเลือกที่หลายคนมองหา หากสาว ๆ จะยอมเสียเวลาสักนิดเพื่อพลิกดูส่วนผสมของน้ำยาซักผ้าว่าใส่สารอะไรบ้าง ก็จะยิ่งทำให้มั่นใจและตัดสินใจเลือกใช้ได้ง่ายมากยิ่งขึ้น อย่างน้ำยาซักชุดชั้นใน พิพเพอร์ สแตนดาร์ด ที่ใช้ส่วนผสมจากธรรมชาติอย่างน้ำหมักสับปะรด ร่วมกับ สารอัลคิล โพลีไกลโคไซด์ (alkyl polyglycoside) สารหรือสกัดจากข้าวโพด แทนสารทำความสะอาดจากเคมี ที่ให้ประสิทธิภาพขจัดสิ่งสกปรกได้เทียบเท่าการใช้ผลิตภัณฑ์จากสารเคมี และใช้น้ำมันหอมระเหยจากธรรมชาติแทนน้ำหอมสังเคราะห์ ผลิตภัณฑ์ซักผ้าพิพเพอร์ สแตนดาร์ด ผ่านการทดสอบการแพ้และการระคายเคืองโดยแพทย์ผิวหนัง จึงทั้งสะอาดและปลอดภัย เป็นน้ำยาซักชุดชั้นใน จากพลังสับปะรด ที่ดีต่อใจและดีต่อผิวที่บอบบางของผู้หญิงทุกคน นอกจากชุดชั้นในแล้ว เสื้อผ้าและผ้าอ้อมเด็กเป็นผ้าอีกชนิดที่ต้องดูแลเป็นพิเศษเพราะผิวลูกน้อยยังอ่อนโยนบอบบาง หากใช้น้ำยาซักผ้าที่มีสารเคมีมากๆ ก็จะทำให้ลูกน้อยเกิดผื่น คัน แดง แพ้ ซึ่งอาจก่อให้เกิดอันตรายตามมาได้ ฉะนั้นแม่ควรหันมาดูแลเสื้อผ้าของลูกน้อยและทุกคนในครอบครัวด้วยน้ำยาซักผ้าธรรมชาติ ด้วยพลังสับปะรด จากพิพเพอร์ สแตนดาร์ด เพื่อความปลอดภัยสำหรับทุกคน ปลอดสารเคมี และปราศจากสารก่อภูมิแพ้อีกด้วย เรามีข่าวดีมาบอก Pipper standard ฉลองครบรอบ 6 ปี จัดโปรโมชั่นพิเศษ มอบส่วนลดมากถึง 50 % ไม่จำกัดจำนวน เพียงช้อปสินค้าของเราที่ pipperstandard.com ในวันที่ 20 กันยายน 2563 วันเดียวเท่านั้น!! โอกาสทองที่คุณไม่ควรพลาด อย่าลืมมารับส่วนลดกับโปรดีๆ ที่เราจัดมาเพื่อคุณโดยเฉพาะ มอบสุขภาพที่ดีให้คนที่คุณรักกันเถอะ ขอบคุณข้อมูลจาก https://www.news.pipperstandard.com/การเลือกน้ำยาซักชุดชั้/ สามารถเข้าไปดูรายละเอียดเพิ่มเติม และเลือกซื้อสินค้าได้ที่ https://www.pipperstandard.com/product/ผลิตภัณฑ์ซักผ้ายูคา900/
  2. เมื่อเข้าสู่วัยสูงอายุ มักจะมีอาการปวดหลัง ปวดเอว ปวดตามข้อกระดูก อาการเหล่านี้มีสาเหตุมาจากการสลายของมวลกระดูก การเสื่อมสลายของโครงสร้างภายในกระดูก หรือก่อให้เกิดโรคกระดูกพรุนทำให้กระดูกมีความเปราะบาง ส่งผลให้กระดูกมีความแข็งแรงน้อยลง จึงเสี่ยงกับการเกิดกระดูกหัก บาดเจ็บได้ง่าย ดังนั้นการป้องกันภาวะกระดูกพรุนที่มีประสิทธิภาพ ควรเริ่มตั้งแต่อายุยังน้อย หรืออายุก่อน 40 ปี โดยการรับประทานอาหารบำรุงกระดูก และเสริมแคลเซียมให้เพียงพอ แต่การเสริมแคลเซียมต้องปลอดภัยต่อร่างกายด้วย เราขอแนะนำ แคลเซียม แอล-ทรีโอเนต พลัส แมกนีเซียม เป็นแคลเซียมจากข้าวโพด ที่มีคุณสมบัติพิเศษดังนี้ 1. แคลเซียม แอล-ทรีโอเนต พลัส แมกนีเซียม ช่วยเสริมสร้างความแข็งแรงให้กระดูก และยับยั้งการสลายตัวของกระดูก 2. แคลเซียม แอล-ทรีโอเนต พลัส แมกนีเซียม จะกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนในกระดูก และกระดูกอ่อน รวมทั้งสร้างน้ำไขข้อ ไปพร้อมกัน เสริมสร้างกระดูกและข้อให้แข็งแรง ป้องกันโรคข้อเสื่อม 3. แคลเซียม แอล-ทรีโอเนต พลัส แมกนีเซียม แตกตัวและละลายได้ดีในน้ำ จึงไม่หลงเหลือหินปูนให้ตกตะกอนหรือสะสมเกาะตามอวัยวะต่างๆ ของร่างกาย และไม่ทำให้ท้องผูก 4.แคลเซียม แอล-ทรีโอเนต พลัส แมกนีเซียม ดูดซึมได้ดีมากด้วยตัวเอง ไม่ต้องพึ่งกรดในกระเพาะอาหารช่วยในการละลาย จึงรับประทานก่อนหรือหลังอาหารก็ได้ ดูดซึมได้มากกว่าแคลเซียมอื่นถึง 6 เท่า แคลเซียมจากข้าวโพด แอล-ทรีโอเนต พลัส แมกนีเซียม จึงเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด สำหรับการบำรุงกระดูกให้แข็งแรงสิ่งที่มาจากธรรมชาติ นี่แหละที่เหมาะสมกับร่างกายคนเรา หากท่านใดสนใจสินค้าหรืออยากทราบรายละเอียดเพิ่มเติม สามารถติดตามความรู้เกี่ยวกับการดูแลสุขภาพกับเราได้ที่ https://www.cal-t.com/cal-t-พลัส-แมกนีเซียม/
  3. พระมงคลเมธี ที่ปรึกษาเจ้าคณะจังหวัดนครพนม เจ้าอาวาสวัดธาตุมหาชัย ได้กราบขออนุญาตหลวงปู่คำพันธ์ โฆสปัญโญ เพื่อจัดสร้างวัตถุมงคลขึ้นเพื่อนำรายได้มาบูรณะพระอุโบสถวัดธาตุมหาชัย จังหวัดนครพนม หนึ่งในนั้นคือการจัดสร้างพญานาคเกี้ยว ซึ่งถูกออกแบบมาอย่างสวยงาม ถูกออกแบบโดยนายช่างบุญจวง สุรจารุสาร ซึ่งก็เป็นลูกศิษย์ของหลวงปู่คำพันธ์ และนายช่างจวงยังมีความเชื่อว่าหลวงปู่คำพันธ์มีความเกี่ยวเนื่องกับพญานาคมาตั้งแต่อดีตชาติ นายช่างบุญจางจึงได้ออกแบบพญานาคเกี้ยวด้วยกัน 2 ขนาด โดยโลหะศักด์สิทธิ์ต่าง ๆ ที่ได้มาจากอายุของนายช่างที่เป็นช่างหลอพระแล้วนำมาผสมกันเพื่อให้เกิดความศักดิ์สิทธิ์ พญานาคเกี้ยวนี้ เป็น“เนื้อทองเหลืองขัดเงา” จัดสร้างเมื่อปี ๒๕๕๗ โดยใช้พิมพ์เดิมกับการสร้างครั้งแรกเมื่อ พ.ศ. ๒๕๔๕ วัตถุประสงค์ในการจัดสร้าง 1.เพื่อเก็บเป็นที่ระลึก (หลวงปู่คำพันธ์ โฆสปัญโญ) 2.เพื่อบูรณะปรับทัศนียภาพวัดธาตุมหาชัย พุทธคุณ พญานาคเกี้ยว หลวงปู่คำพันธ์ • เมตตามหานิยม มหาเสน่ห์ • แคล้วคลาดปลอดภัย • ค้าขายดี เลื่อนยศ • ปรับคู่รักให้เข้ากันได้ • ส่งเสริมให้ได้พบรักแท้ เนื้อคู่แท้ • ส่งเสริมความรักความสามัคคีให้เกิดขึ้นในครอบครัว .................................................................. สำหรับท่านผู้มีจิตศรัทธาที่สนใจสั่งจองเหรียญสามารถทำได้ ดังนี้ จองออนไลน์ แบบฟอร์มการจอง : http://bit.ly/2DH6IrE Facebook พญานาค – พญาศรีสัตตนาคราช : https://bit.ly/2Ij6TIn Facebook วัดธาตุมหาชัย : https://bit.ly/2Q9QXLy Line ID : @phayanaga จองผ่านศูนย์จอง สามารดูรายละเอียดรายการเหรียญและราคา : http://bit.ly/2QbMoQH (กรอกข้อมูลให้เรียบร้อย แล้วนำไปยื่นได้ที่จุดสั่งจองที่กำหนด) ๑.พระอาจารย์ปราโมทย์ วัดธาตุมหาชัย ๐๖๕-๓๔๒๕๘๙๔ ๒.ผอ.พิเชฏฐ์ หลั่งทรัพย์ ๐๘๓-๑๔๔๘๕๕๕ ๓.ผอ.พัฒน์ธวัตร์ เอี่ยมสม ๐๙๓-๖๙๕๔๙๔๙ ๔.อาจารย์วรวิทย์ ตงศิริสกลนคร ๐๘๔-๒๐๔๕๖๖๕ ๕.อ้วนอินโดจีน ๐๘๐-๐๐๙๙๕๑๕ ๖.โอฬาร นครพนม ๐๘๙-๗๑๐๐๑๒๙ ๗.เจษฎา พระเครื่อง ๐๘๘-๕๗๓๔๙๘๐ ๘.ตู่ วัดมหาธาตุ ๐๘๓-๖๖๙๔๓๐๐ ๙.เลียนชัย ๐๘๘-๐๖๗๑๗๓๖ ๑๐.ร้านกระจายเซลล์แอนด์เซอร์วิส ๐๘๑-๘๗๒๓๕๒๒ ๑๑.ปุ๊โฟล์ค ร้านทองตรงจิตร ๐๘๙-๗๑๑๘๘๑๑ ๑๒.นิวัฒน์ ตั้งก้องเกียรติ (บูชาไทย) ๐๘๙-๐๐๖๓๖๖๖ ๑๓.จ่าโกวิท แย้มวงษ์ (อภินิหารพระเครื่อง) ๐๘๑-๙๒๒๖๑๑๑ ๑๔.ชมรมพระเครื่องพิมพ์ใจ ๐๒-๔๖๗๕๐๘๒ ๑๕.แหม่ม เดอะมอลล์บางแค ๐๖๓-๒๘๙๗๘๒๙ ๑๖.พระเครื่องเมืองเหนือ ๐๘๑-๓๘๑๒๒๘๕ ๑๗.ตัวเล็กดิโอลล์สยาม ๐๘๑-๙๓๓๘๖๔๐ ๑๘.ศิริสโตร์ เยาวราช ๐๒-๒๒๑๕๗๙๑ ๑๙.คุณสุรัตน์ ก้องเกียรติกมล ๐๘๖-๓๒๑๐๕๖๖ หมายเหตุ • เหรียญรุ่นไตรมาส ๖๑ และพระจันทร์วันเพ็ญได้ผ่านพิธีปุกเสกในคืนพระจันทร์วันเพ็ญ วันที่ ๒๒ พฤศจิกายน ๒๕๖๑ แล้ว • ตั้งแต่วันที่ ๒๖ พ.ย. ๖๑เป็นต้นไป การเช่าเหรียญทุกรายการจะไม่ได้รับเหรียญสมนาคุณ *ยกเว้นรายการเช่ายกชุด* การสร้างเมรุเริ่มก่อสร้างเมื่อวันที่ ๒๒ มิถุนายน ๒๕๖๑ โดยจะแล้วเสร็จในปี ๒๕๖๒ และกำหนดงานพระราชทานเพลิงศพ ภายในปี ๒๕๖๓ ส่วนวันและเดือนยังไม่มีการกำหนดอย่างเป็นทางการ หากทราบวันแน่ชัดจะแจ้งให้ทราบในภายหลัง
  4. สำหรับคนที่ชอบซักผ้าตอนกลางคืน และตากในที่ร่ม ต้องเคยหนักอกหนักใจกับปัญหาผ้าเหม็นอับ! กันมาแล้วอย่างแน่นอน เสื้อผ้าส่งกลิ่นเหม็นอับจนไม่กล้าใส่ ทำให้เราต้องซักใหม่กันอีกรอบ กลับจากทำงานมาเหนื่อย ๆ ดึกแล้วอยากจะพักผ่อน ก็ต้องมานั่งแก้ปัญหาผ้าเหม็นอับอีก แต่ปัญหาเหล่านี้จะหมดไป เพราะเรามีวิธีขจัดกลิ่นอับ แม้ตากในเวลากลางคืนหรือที่ร่ม ด้วยน้ำยาซักผ้าออร์แกนิค มาฝากกันค่ะ ขอบคุณภาพจาก: news.pipperstandard.com พิพเพอร์ สแตนดาร์ด เป็นผลิตภัณฑ์น้ำยาซักผ้าออร์แกนิค ที่ไม่มีสารเคมีอันตราย ผลิตจากสับปะรด ผ่านกระบวนการหมักด้วยเทคโนโลยีทันสมัย ซึ่งถูกควบคุมคุณภาพและมาตรฐานโดยนักวิทยาศาสตร์ทุกขั้นตอน มีคุณสมบัติช่วยสลายคราบสกปรกให้หลุดออกโดยง่าย ฟองน้อย ล้างออกง่าย ไม่ทิ้งสารตกค้างช่วยถนอม ใยผ้า มีกลิ่นหอมจากน้ำมันหอมระเหยธรรมชาติ ให้ความรู้สึกสดชื่น ช่วยขจัดกลิ่นอับ แม้ตากในที่ร่มหรือเวลากลางคืน สามารถใช้ได้ทั้งเสื้อผ้าเด็ก เสื้อผ้าผู้ใหญ่และผ้าที่ต้องการการถนอม ที่สำคัญผ่านการทดสอบการแพ้และการระคายเคือง ปราศจากสารภูมิแพ้ ตามมาตรฐานทรูเทสต์ ประเทศสหรัฐอเมริกา วิธีใช้ น้ำยาซักผ้าออร์แกนิค พิพเพอร์ สแตนดาร์ด ขั้นที่ 1: เทผลิตภัณฑ์น้ำยาซักผ้าออร์แกนิค พิพเพอร์ สแตนดาร์ด ลงบนเสื้อผ้าที่มีคราบ ขั้นที่ 2: ขยี้เบา ๆ ขั้นที่ 3: ซักตามปกติ - สำหรับเครื่องซักผ้าฝาหน้า เทผลิตภัณฑ์น้ำยาซักผ้าออร์แกนิค พิพเพอร์ สแตนดาร์ด ลงในฝาของผลิตภัณฑ์ถึงเส้น 1 หรือ 30 มล. - สำหรับเครื่องซักผ้าฝาบน เทผลิตภัณฑ์น้ำยาซักผ้าออร์แกนิค พิพเพอร์ สแตนดาร์ด ลงในฝาของผลิตภัณฑ์ถึงเส้น 2 หรือ ถึง 40 มล. - สำหรับซักมือ ใช้ 30 มล ต่อ น้ำ 10 ลิตร (1 ครั้ง = 10-15 ชิ้น) ขอบคุณภาพจาก: news.pipperstandard.com ไม่ว่าจะซักผ้าในเวลาไหน ก็ไม่ต้องกลัวปัญหาผ้าเหม็นอับและไม่ต้องเสี่ยงกับสารเคมีตกค้างในเสื้อผ้าอีกต่อไป เพื่อน ๆ ลองไปหามาใช้กันดูนะคะ แล้วจะรู้เลยว่ามันต่างจากน้ำยาซักผ้าเคมีทั่วไปอย่างไร สะอาด ปลอดภัย และยังเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมอีกด้วย สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ : https://www.pipperstandard.com/product/ผลิตภัณฑ์ซักผ้ายูคา900/
  5. ขึ้นชื่อว่ามะเร็งพอได้ยินก็กลัวกันทั้งนั้น ยิ่ง “มะเร็งเต้านม” ถือเป็นภัยเงียบภัยร้ายใกล้ตัวคุณผู้หญิงที่น่ากลัวและยังเป็นสาเหตุการเสียชีวิตของผู้หญิงไทยมากเป็นอันดับ 1 เพราะมักมาโดยไม่มีสัญญาณเตือน ดังนั้นการดูแลตัวเองเพื่อลดความเสี่ยงของการเกิดมะเร็งเต้านม ด้วยการตรวจคัดกรองมะเร็งเต้านมด้วยเครื่องแมมโมแกรมระบบดิจิตอล และอัลตร้าซาวด์เต้านม (Digital Mammogram with Breast Ultrasound) เป็นประจำอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง จึงมีความสำคัญเพราะการค้นพบมะเร็งตั้งแต่ระยะเริ่มแรกจะช่วยให้เพิ่มโอกาสในการรักษาให้หายขาดได้ ซึ่งวันนี้เราจะพามาทำความเข้าใจว่าการตรวจคัดกรองมะเร็งเต้านมด้วยเครื่องแมมโมแกรมระบบดิจิตอลคืออะไร สามารถบอกความเสี่ยงของการเกิดมะเร็งเต้านมได้ระดับไหน BIRADS 1 : ปกติ ควรตรวจคัดกรองมะเร็งเต้านมทุกปี BIRADS 2 : พบสิ่งผิดปกติ แต่เสี่ยงน้อย ควรตรวจคัดกรองมะเร็งเต้านมติดตามทุกปี BIRADS 3 : พบสิ่งผิดปกติ แต่เสี่ยงน้อยกว่า 2% ควรตรวจคัดกรองมะเร็งเต้านมติดตามอย่างใกล้ชิดทุก 6 เดือน BIRADS 4 : พบสิ่งผิดปกติ มีความเสี่ยง 20-50% ควรได้รับการตรวจวินิจฉัยด้วยชิ้นเนื้อเพิ่มเติม BIRADS 5 : พบสิ่งผิดปกติ มีความเสี่ยงสูง ควรได้รับการตรวจวินิจฉัยด้วยชิ้นเนื้อเพิ่มเติม มะเร็งเต้านม เป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับต้นๆ ของผู้หญิงทั่วโลกและเป็นมะเร็งที่พบบ่อยที่สุดในผู้หญิงไทย แต่เนื่องจากปัจจุบันผู้หญิงยุคใหม่มีความตื่นตัวในการตรวจสุขภาพมากขึ้น และมีการพัฒนาคุณภาพของเครื่องมือการตรวจที่ทันสมัยขึ้นทำให้เราสามารถพบมะเร็งเต้านมในระยะแรกๆ ได้เร็วขึ้น ทำให้เปอร์เซ็นต์การตรวจพบมะเร็งเต้านมในระยะเริ่มต้นมีมากขึ้น การรักษาให้หายจึงมีมากขึ้นตามลำดับ ซึ่งสาเหตุของการเกิดมะเร็งเต้านมแท้จริงแล้วยังไม่ทราบสาเหตุที่แน่ชัด จึงทำให้ไม่ทราบวิธีที่ป้องกัน ยกเว้นในกรณีที่เป็นกรรมพันธุ์ซึ่งทราบสาเหตุแน่ชัดซึ่งเราสามารถป้องกันได้ ปัจจัยเสี่ยงที่จะทำให้เกิดมะเร็งเต้านม 1.ปัจจัยที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ · เพศหญิงจะเป็นมากกว่าชาย · เชื้อชาติ ยุโรป ยิว จะเป็นมากกว่าคนเอเชีย · อายุมากกว่า 40 ปี จะมีความเสี่ยงการเกิดมะเร็งเต้านมสูงขึ้น · กรรมพันธุ์ ผู้ที่มีประวัติครอบครัวสายตรงเป็นมะเร็งเต้านม หรือรู้ว่าเป็นโรคทางพันธุกรรมที่มีการถ่ายทอดได้ · ประวัติการมีประจำเดือนเร็ว หรือหมดประจำเดือนช้าจะมีความเสี่ยงสูงขึ้น 2. ปัจจัยที่หลีกเลี่ยงได้ · การดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ · การรับประทานอาหารประเภทไขมันสูง · ความอ้วน · การได้รับยาทดแทนฮอร์โมนหรือยาคุมกำเนิดบางชนิดเป็นระยะเวลานานจะมีความเสี่ยงสูงขึ้น เราสามารถเลี่ยงการเป็น “มะเร็งเต้านม” ได้ คือ ควรเลี่ยงปัจจัยเสี่ยงที่จะทำให้เกิดมะเร็งเต้านมที่เลี่ยงได้ และหมั่นตรวจค้นหามะเร็งเต้านมระยะเริ่มต้นให้ได้เร็ว โดยทั่วไปจะแนะนำให้ตรวจเต้านมด้วยตนเอง แต่มีการศึกษาจากต่างประเทศพบว่าการตรวจเต้านมด้วยตนเองพบมะเร็งเต้านมระยะเริ่มต้นได้น้อย แต่ถูกนำมาแนะนำให้ใช้ในประเทศเรา เนื่องจากมีอุบัติการณ์การเกิดโรคยังต่ำ คือ 30 ต่อแสนเมื่อเทียบกับประเทศตะวันตกซึ่งพบมากถึง 100 ต่อแสน อย่างไรก็ตามสำหรับผู้ที่ใส่ใจต่อสุขภาพ การตรวจคัดกรองเพื่อหามะเร็งเต้านมตั้งแต่ระยะเริ่มแรกจะทำให้โอกาสที่จะรักษาโรคระยะแรกให้หายขาดได้มากขึ้น การตรวจคัดกรองมะเร็งเต้านม การตรวจคัดกรองมะเร็งเต้านมที่มีมาตรฐาน ประกอบด้วย 1. การตรวจด้วยแพทย์หรือบุคลลากรที่ได้รับการอบรมโดยเฉพาะด้วยการคลำเต้านม 2. การตรวจคัดกรองมะเร็งเต้านมด้วยเครื่องเอกซ์เรย์แมมโมแกรมและ/หรืออัลตร้าซาวด์ หรือตรวจด้วยเครื่องมืออื่นๆ เพิ่มเติมตามความจำเป็น เช่น เครื่องตรวจด้วยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า การตรวจคัดกรองมะเร็งเต้านมด้วยเครื่องเอกซ์เรย์แมมโมแกรมและ/หรืออัลตร้าซาวด์ มักจะแปลผลเป็นศัพท์เทคนิคที่เข้าใจยาก และมักจะทำให้บุคคลทั่วไปเข้าใจผิด โดยเฉพาะเมื่อแปลผลเป็น BIRADS 1-5 มักจะทำให้หลายคนเข้าใจผิดได้ง่ายเพราะเป็นมาตรฐานการอ่านเพื่อสื่อความหมายให้แพทย์แต่ละสาขาเข้าใจกันได้ง่าย ไม่ใช่ระยะโรค BIRADS 1 หมายถึง ไม่พบสิ่งผิดปกติเลย ควรตรวจคัดกรองมะเร็งเต้านมติดตามทุกปี BIRADS 2 หมายถึง พบสิ่งผิดปกติ แต่เสี่ยงน้อยที่จะเป็นมะเร็งเต้านม ควรตรวจติดตามทุกปี BIRADS 3 หมายถึง พบสิ่งผิดปกติ แต่มีความเสี่ยงน้อยกว่า 2% ที่จะเป็นมะเร็งเต้านม ควรตรวจติดตามอย่างใกล้ชิดทุก 6 เดือน BIRADS 4 หมายถึง พบสิ่งผิดปกติ มีความเสี่ยงที่จะเป็นมะเร็งเต้านมได้ 20-50% ควรได้รับการตรวจวินิจฉัยด้วยชิ้นเนื้อเพิ่มเติม BIRADS 5 หมายถึง พบสิ่งผิดปกติ มีความเสี่ยงที่จะเป็นมะเร็งเต้านมได้สูง ควรได้รับการตรวจวินิจฉัยด้วยชิ้นเนื้อเพิ่มเติม 3. การตรวจด้วยชิ้นเนื้อหรือเซลล์ สำหรับบางคนที่ตรวจพบโดยการคลำหรือพบสิ่งผิดปกติที่พบโดยเครื่องเอกซ์เรย์ แมมโมแกรมและ/ หรืออัลตร้าซาวด์ ในบางรายจำเป็นต้องได้รับการวินิจฉัยเพิ่มเติมด้วยการนำชิ้นเนื้อไปส่งตรวจ การตรวจที่แม่นยำควรประกอบด้วยการตรวจทั้ง 2-3 อย่าง คือ ตรวจด้วยแพทย์ร่วมกับแมมโมแกรมและ/หรืออัลตร้าซาวด์หรือบางรายจำเป็นต้องตรวจชิ้นเนื้อร่วมด้วย จึงจะให้ความแม่นยำสูง การนำชิ้นเนื้อไปตรวจสามารถทำได้หลายวิธี เช่น ถ้าก้อนที่คลำได้มักจะทำโดยการเจาะด้วยเข็ม มีทั้งเข็มขนาดเล็กที่สามารถทำได้เร็ว ง่าย ถูกต้อง แม่นยำ แต่แปลผลได้ยากเนื่องจากเป็นการอ่านด้วยเซลล์ ดังนั้นการใช้ต้องเลือกให้เหมาะสม หรืออาจใช้เข็มตัดชิ้นเนื้อซึ่งได้เนื้อชิ้นใหญ่กว่าแต่ความแม่นยำต่ำกว่า ดังนั้นมักจะทำร่วมกับการใช้อัลตร้าซาวด์เพื่อให้มีความแม่นยำมากขึ้น ปัจจุบันได้มีการพัฒนาเครื่องมือเข็มเจาะตรวจให้สามารถตัดชิ้นเนื้อที่คลำไม่ได้ร่วมกับเทคนิคการเจาะชิ้นเนื้อโดยใช้อัลตร้าชาวด์ ทำให้สามารถตัดก้อนโดยใช้แผลเล็กได้ นับเป็นความก้าวหน้าในการรักษาอีกทางหนึ่งด้วย คุณผู้หญิงไม่ควรนิ่งนอนใจต่ออาการผิดปกติต่างๆ ในร่างกาย ซึ่งอาจนำพาไปสู่โรคร้าย ดังนั้นการตรวจสุขภาพประจำปี พร้อมการตรวจคัดกรองมะเร็งเต้านมด้วยเครื่องแมมโมแกรมระบบดิจิตอล และอัลตร้าซาวด์เต้านมอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง เพื่อค้นหาความผิดปกติ รู้เร็ว รีบรักษา มีโอกาสหายสูง ศูนย์รักษ์เต้านม โรงพยาบาลนนทเวช เวช พร้อมให้คำปรึกษาโดยเฉพาะทางมะเร็งเต้านมและเสริมสร้างเต้านม พร้อมพยาบาลวิชาชีพ และเครื่องมือที่ทันสมัยภายใต้มาตรฐาน JCI ที่ทั่วโลกยอมรับ ขอบคุณข้อมูล : นายแพทย์ชนินทร์ อภิวาณิชย์ ศัลยแพทย์เฉพาะทางมะเร็งเต้านมและเสริมสร้างเต้านม โรงพยาบาลนนทเวช https://www.nonthavej.co.th/Breast-Cancer.php
  6. บรรดาลูกศิษย์หลวงปู่คำพันธ์ โฆสปัญโญได้จัดทำหนังสือขออนุญาตเพื่อสร้างวัตถุมงคล เหรียญหลวงปู่คำพันธ์ฯ โฆสปัญโญ รุ่นไตรมาส ๖๑ และพระจันทร์วันเพ็ญ เพื่อให้ศิษยานุศิษย์ และผู้มีจิตศรัทธาได้ร่วมทำบุญสั่งจองเหรียญดังกล่าวนำรายได้มาสมทบทุนสร้างเมรุพระราชทานเพลิงศพหลวงปู่คำพันธ์ฯ อดีตเจ้าอาวาสวัดธาตุมหาชัย จ.นครพนม หลังมรณภาพด้วยอาการสงบเมื่อวันที่ ๒๔ พฤศจิกายน ๒๕๔๖ สิริรวมอายุ ๘๘ ปี ๗๑ พรรษา โดยความคืบหน้าการสร้างเมรุในขณะนี้อยู่ระหว่างดำเนินการ ซึ่งเริ่มก่อสร้างเมรุ เมื่อวันที่ ๒๒ มิถุนายน ๒๕๖๑ และกำหนดงานพระราชทานเพลิงศพ ภายในปี ๒๕๖๓ ส่วนวันและเดือนยังไม่มีการกำหนดอย่างเป็นทางการ หากทราบวันแน่ชัดจะแจ้งให้ทราบในภายหลัง .................................................................. สำหรับท่านผู้มีจิตศรัทธาที่สนใจสั่งจองเหรียญสามารถทำได้ ดังนี้ จองออนไลน์ แบบฟอร์มการจอง : http://bit.ly/2DH6IrE Facebook พญานาค – พญาศรีสัตตนาคราช : https://bit.ly/2Ij6TIn Facebook วัดธาตุมหาชัย : https://bit.ly/2Q9QXLy Line ID : @phayanaga จองผ่านศูนย์จอง สามารดูรายละเอียดรายการเหรียญและราคา : http://bit.ly/2QbMoQH (กรอกข้อมูลให้เรียบร้อย แล้วนำไปยื่นได้ที่จุดสั่งจองที่กำหนด) ๑.พระอาจารย์ปราโมทย์ วัดธาตุมหาชัย ๐๖๕-๓๔๒๕๘๙๔ ๒.ผอ.พิเชฏฐ์ หลั่งทรัพย์ ๐๘๓-๑๔๔๘๕๕๕ ๓.ผอ.พัฒน์ธวัตร์ เอี่ยมสม ๐๙๓-๖๙๕๔๙๔๙ ๔.อาจารย์วรวิทย์ ตงศิริสกลนคร ๐๘๔-๒๐๔๕๖๖๕ ๕.อ้วนอินโดจีน ๐๘๐-๐๐๙๙๕๑๕ ๖.โอฬาร นครพนม ๐๘๙-๗๑๐๐๑๒๙ ๗.เจษฎา พระเครื่อง ๐๘๘-๕๗๓๔๙๘๐ ๘.ตู่ วัดมหาธาตุ ๐๘๓-๖๖๙๔๓๐๐ ๙.เลียนชัย ๐๘๘-๐๖๗๑๗๓๖ ๑๐.ร้านกระจายเซลล์แอนด์เซอร์วิส ๐๘๑-๘๗๒๓๕๒๒ ๑๑.ปุ๊โฟล์ค ร้านทองตรงจิตร ๐๘๙-๗๑๑๘๘๑๑ ๑๒.นิวัฒน์ ตั้งก้องเกียรติ (บูชาไทย) ๐๘๙-๐๐๖๓๖๖๖ ๑๓.จ่าโกวิท แย้มวงษ์ (อภินิหารพระเครื่อง) ๐๘๑-๙๒๒๖๑๑๑ ๑๔.ชมรมพระเครื่องพิมพ์ใจ ๐๒-๔๖๗๕๐๘๒ ๑๕.แหม่ม เดอะมอลล์บางแค ๐๖๓-๒๘๙๗๘๒๙ ๑๖.พระเครื่องเมืองเหนือ ๐๘๑-๓๘๑๒๒๘๕ ๑๗.ตัวเล็กดิโอลล์สยาม ๐๘๑-๙๓๓๘๖๔๐ ๑๘.ศิริสโตร์ เยาวราช ๐๒-๒๒๑๕๗๙๑ ๑๙.คุณสุรัตน์ ก้องเกียรติกมล ๐๘๖-๓๒๑๐๕๖๖ หมายเหตุ • เหรียญรุ่นไตรมาส ๖๑ และพระจันทร์วันเพ็ญได้ผ่านพิธีปุกเสกในคืนพระจันทร์วันเพ็ญ วันที่ ๒๒ พฤศจิกายน ๒๕๖๑ แล้ว • ตั้งแต่วันที่ ๒๖ พ.ย. ๖๑เป็นต้นไป การเช่าเหรียญทุกรายการจะไม่ได้รับเหรียญสมนาคุณ *ยกเว้นรายการเช่ายกชุด* การสร้างเมรุเริ่มก่อสร้างเมื่อวันที่ ๒๒ มิถุนายน ๒๕๖๑ โดยจะแล้วเสร็จในปี ๒๕๖๒ และกำหนดงานพระราชทานเพลิงศพ ภายในปี ๒๕๖๓ ส่วนวันและเดือนยังไม่มีการกำหนดอย่างเป็นทางการ หากทราบวันแน่ชัดจะแจ้งให้ทราบในภายหลัง
  7. ปัจจุบันการผ่าตัดศัลยกรรมตกแต่งได้รับความนิยมมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการผ่าตัดโดยการฉีดยาชา เช่น การเสริมจมูก ทำตา 2 ชั้น เป็นต้น หรือจะเป็นการผ่าตัดที่ต้องดมยาสลบ เช่น การผ่าตัดเสริมหน้าอก การผ่าตัดดึงหน้า เป็นต้น แต่มีการผ่าตัดที่มีสถิติสูงขึ้นเรื่อยๆ ไม่เฉพาะในกลุ่มคนไทย แต่รวมถึงชาวต่างชาติที่เดินทางเข้ามาผ่าตัดในประเทศไทยด้วยนั้น คือ “การผ่าตัดเสริมหน้าอก” โดยเป็นการผ่าตัดเพื่อเพิ่มขนาดของเต้านมให้มีขนาดใหญ่ขึ้น ไม่เพียงแต่เพื่อความสวยงาม แต่ยังรวมไปถึงแก้ไขความผิดปกติที่เกิดจากการรักษามะเร็งเต้านมอีกด้วย วัตถุประสงค์หลักๆ ของการผ่าตัดศัลยกรรมตกแต่งเสริมหน้าอก · แก้ปัญหาเต้านมไม่ได้รูปทรงที่สวยงาม ทำขนาดเล็กให้ใหญ่ หรือทำขนาดที่ใหญ่เกินไปให้เล็กลง · แก้ปัญหาหย่อนคล้อย สร้างเต้านมใหม่สำหรับผู้ป่วยมะเร็งหลังตัดเต้านม ปรับเปลี่ยนรูปร่าง และขนาดของหัวนมก็สามารถทำได้ด้วย ซิลิโคนสำหรับการเสริมหน้าอก สามารถแบ่งชนิดได้ตามรูปทรง ดังนี้ · ซิลิโคนเสริมหน้าอกทรงกลม เป็นลักษณะที่เลือกใช้กันมากที่สุด · ซิลิโคนเสริมหน้าอกทรงหยดน้ำ เหมาะสำหรับรูปร่างสูงบาง ลดปัญหาเต้านมทรงลูกบอล ขนาดและลักษณะของซิลิโคนสำหรับการศัลยกรรมเสริมหน้าอก เริ่มต้นตั้งแต่ 100 ซีซี ไปจนถึง 800-1000 ซีซี ตามแต่ความเหมาะสม ซึ่งควรได้รับการวิเคราะห์แนะนำโดยศัลยแพทย์ตกแต่งเฉพาะทาง ซึ่งซิลิโคนสำหรับการเสริมหน้าอก สามารถจำแนกได้ 2 ลักษณะ คือ · ผิวทราย เป็นมาตรฐานที่ใช้กันมากที่สุดในช่วง 30 ปี ที่ผ่านมา แต่ล่าสุดมีรายงานว่า ซิลิโคนสำหรับการเสริมหน้าอกลักษณะผิวเรียบอาจจะมีความเสี่ยงกับการเกิดมะเร็งเม็ดเลือดขาวได้ (breast implant associated anaplastic large cell lymphoma) · ผิวเรียบ ใช้กันดั้งเดิมก่อนมีการผลิตผิวทราย ไม่มีการรายงานว่าเพิ่มความเสี่ยงมะเร็งเม็ดเลือดขาว สารภายในถุงเต้านมเทียม ปัจจุบันจะมีการใช้งาน เพียง 2 ชนิด คือ · ถุงน้ำเกลือ ภายในตัวถุงจะเป็นน้ำเกลือ ซึ่งหากรั่วออกมา ร่างกายสามารถดูดซึมกลับไปได้ทั้งหมด · ถุงซิลิโคนเจล ให้สัมผัสที่นุ่มหยุ่นเป็นธรรมชาติมากกว่า หากรั่วออกมาจากตัวถุงหุ้มร่างกาย ไม่สามารถดูดซึมไปได้เอง โครงสร้างเหนียวยึดเกาะกันเอง สามารถลดการกระจายได้เมื่อรั่วซึม ตำแหน่งการสร้างแผลผ่าตัดเพื่อการศัลยกรรมเสริมหน้าอก · แนวแผลผ่าตัดเสริมหน้าอกใต้ฐานขอบใต้ราวนม ได้เต้านมที่ตำแหน่งแม่นเท่ากันที่สุด เกิดการช้ำน้อย และไม่มีโอกาสเกิดปัญหาหัวนมชา หรือท่อน้ำนมอุดตันบาดเจ็บ · แนวแผลผ่าตัดเสริมหน้าอกที่รักแร้ ไม่มีรอยแผลบนเต้านม แต่การผ่าตัดค่อนข้างเป็นไปด้วยความลำบาก เพราะจะมองไม่เห็นจุดเลือดออกขณะผ่าตัด การกำหนดตำแหน่งซิลิโคนแม่นยำต่ำกว่า มีโอกาสเกิดผังผืดมากกว่า เพราะเป็นการเลาะโพรงด้วยการแหวกเนื้อ (blunt dissection) ศัลยแพทย์บางท่านใช้กล้องผ่าตัดร่วมด้วยเพื่อลดปัญหา · แนวแผลผ่าตัดเสริมหน้าอกรอบปานนม รอยแผลครึ่งวงกลมตามแนวปานนม มีความเสี่ยงบาดเจ็บเส้นประสาทและท่อน้ำนมมากกว่าวิธีอื่น · แนวแผลผ่าตัดเสริมหน้าอกบริเวณสะดือ เป็นวิธีที่แผลเล็กที่สุด และไม่มีแผลบนเนื้อเต้านม ความยากคือการสอดถุงน้ำเกลือผ่านแผลสะดือ และเติมน้ำเกลือจนพองได้รูป ซับซ้อนมากกว่าวิธีอื่นๆ และจำเป็นต้องใช้เครื่องมือผ่านกล้อง ทำให้มีราคาค่อนข้างสูง ความลึกของการวางตำแหน่งซิลิโคนเสริมหน้าอก · ใต้กล้ามเนื้อ หากเกิดปัญหาพังผืดจะอยู่ในชั้นลึก เต้านมใหม่มีความพุ่งน้อยกว่า เป็นภูเขาฐานกว้าง มีความจำเป็นต้องตัดกล้ามเนื้ออกบางส่วนเพื่อสร้างโพรง อาจทำให้กำลังแขนและไหล่ของนักกีฬาลดลง เมื่อเกร็งกล้ามเนื้ออกอาจเห็นเต้านมขยับ · ใต้เนื้อเต้านม เจ็บน้อยกว่า ฟื้นตัวเร็วกว่า เพราะไม่มีการตัดผ่านกล้ามเนื้อ ได้ความพุ่งเป็นเต้ามากกว่า ไม่ทำให้เกิดปัญหาในนักกีฬา ความเปลี่ยนแปลงในช่วงแรกหลังการผ่าตัดเสริมหน้าอก · อาจมีความรู้สึกตึงแน่นบริเวณหน้าอก อาการจะดีขึ้นเองใน 1 - 2 วัน · รอยช้ำอาจเกิดขึ้นในบางราย และจะค่อยๆ จางหายไปเอง แต่ไม่ควรจะมีเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งเป็นสัญญาณของเลือดออกภายใน · อาการชาที่หัวนมอาจเกิดขึ้นได้มากในกรณีที่เนื้อถูกยืดด้วยซิลิโคนขนาดใหญ่ แต่ไม่ควรเกิดอาการชานานเกิน 1 - 2 สัปดาห์ในกรณีปกติ การเตรียมตัวก่อนรับการผ่าตัดเสริมหน้าอก · เมื่อตัดสินใจผ่าตัดเสริมหน้าอก ควรได้รับการตรวจหามะเร็งเต้านมอย่างละเอียด · งดอาหารเสริมและยาที่อาจทำให้เกิดภาวะเลือดออกผิดปกติ · งดน้ำและอาหารก่อนผ่าตัดเสริมหน้าอก อย่างน้อย 6 ชั่วโมง การดูแลตนเองหลังจากการผ่าตัดเสริมหน้าอก · หลีกเลี่ยงการขับรถ การยกของหนัก และใช้กำลังแขนหนักใน 1 - 2 สัปดาห์ หลังการผ่าตัดเสริมหน้าอก · ทำความสะอาดแผลผ่าตัดตามคำแนะนำของศัลยแพทย์อย่างเคร่งครัด เพื่อป้องกันการติดเชื้อ · การพันผ้ารัดหน้าอกมีทั้งผลดีและผลเสีย ควรเลือกพันในกรณีที่ศัลยแพทย์แนะนำ · หลีกเลี่ยงการสูบบุหรี่ เพราะจะมีผลกระทบกับการหายของแผล อาจทำให้แผลไม่ติด แผลแยก · หลีกเลี่ยงการดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ อย่างน้อย 2-4 สัปดาห์หลังผ่าตัดเสริมหน้าอก เพื่อลดความเสี่ยงการเกิดเลือดออกและบวมหลังผ่าตัดเสริมหน้าอก · ไม่ควรนวดเต้านมด้วยตัวเอง หากการผ่าตัดทำให้เกิดความช้ำน้อยและหายไว · พังผืดอาจจะไม่เกิดขึ้นเลยหลังผ่าตัดเสริมหน้าอก จึงไม่มีความจำเป็นต้องนวดทุกราย · เมื่อจำเป็นต้องนวดในกรณีเต้านมแข็งหรือผิดรูป ควรอยู่ในความดูแลของศัลยแพทย์ · หลังผ่าตัดเสริมหน้าอกสามารถให้นมบุตรได้ในตามปกติ แต่หากวางแผนตั้งครรภ์แนะนำให้มีระยะเวลาห่างจากการผ่าตัดเสริมหน้าอกอย่างน้อย 6 เดือน เพื่อลดปัญหาที่อาจเกิดขึ้นได้ขณะตั้งครรภ์ · ประมาณ 1 – 2 เดือนแรก รูปร่างของเต้านมจะใหญ่กว่าขนาดจริง และจะค่อยๆ หย่อยตัวลงเป็นธรรมชาติใกล้เคียงขนาดจริง หลังผ่าตัดเสริมหน้าอก 2 – 3 เดือน คำถาม? ยอดฮิต การผ่าตัดเสริมหน้าอก Q: หลังการผ่าตัดเสริมหน้าอก สามารถให้นมบุตรได้หรือไม่? A: เมื่อการผ่าตัดหายดี สมบูรณ์ สามารถให้นมบุตรได้ตามปกติ Q: หลังการผ่าตัดเสริมหน้าอก ต้องพักฟื้นกี่วัน? A: พักที่โรงพยาบาล 1 คืน เพื่อให้ยาปฏิชีวนะ กลับพักฟื้นที่บ้าน 1 วัน เพื่อปรับตัวการทำกิจวัตรประจำวัน จากนั้นใช้ชีวิตได้ตามปกติ แต่ควรเลี่ยงการออกกำลังกายหรือยกของหนัก 1 – 2 เดือน Q: หลังการผ่าตัดเสริมหน้าอก ต้องนอนพักฟื้นที่โรงพยาบาลหรือไม่? A: หลังผ่าตัดคนไข้ควรได้รับการนอนพักฟื้น 1 คืน เพื่อให้ยาปฏิชีวนะทางเส้นเลือด จนครบ 24 ชม. และมีการเฝ้าระวังการฟื้นตัวหลังดมยาสลบ Q: อายุซิลิโคนเสริมหน้าอก อยู่ได้กี่ปี? A: อยู่ได้ตลอดไป หากไม่มีปัญหาแทรกซ้อนหรืออุบัติเหตุรุนแรง Q: หากมีความจำเป็นต้องนำซิลิโคนเสริมหน้าอกออก ลักษณะของหน้าอกจะเป็นอย่างไร? A: แฟบลง อาจเกิดรอยย่นผิดรูป Q: ผ่าตัดเสริมหน้าอกมาแล้ว พออายุเริ่มมากขึ้น หรือผ่านการให้นมบุตรมาแล้ว รูปร่างของหน้าอกจะหย่อนคล้อย หรือเปลี่ยนแปลงไปมากหรือไม่? A: อาจหย่อนคล้อยได้ แต่ไม่มากเท่าคนที่ไท่เคยเสริมหน้าอก Q: การผ่าตัดเสริมหน้าอกมีโอกาสทำให้เสี่ยงเป็นมะเร็งเต้านมได้มากขึ้นหรือไม่? A: ปัจจุบันหากเลี่ยงซิลิโคนเนื้อทราย จัดว่าเป็นการผ่าตัดที่ไม่สร้างความเสี่ยงกับมะเร็งเต้านม การที่ใครๆ ต้องการมีบุคลิกภาพที่ดูดี รูปร่างที่สมส่วน เพื่อเสริมสร้างความมั่นใจให้ตัวเองน่ามองยิ่งขึ้น หรือแม้แต่ผู้ป่วยที่ผ่าตัดรักษามะเร็งเต้านมก็ต้องการเสริมความมั่นใจให้ตัวเองกลับมาดูดีอีกครั้ง ด้วยการศัลยกรรมเสริมหน้าอกไม่ใช่เรื่องแปลก แต่ทุกการลงทุนย่อมมีความเสี่ยงการทำศัลยกรรมก็เช่นกัน หากตัดสินใจที่จะทำศัลยกรรมตกแต่งความงามแล้วต้องศึกษาหาข้อมูลให้ละเอียดรอบคอบ ศูนย์ผิวพรรณและศัลยกรรมความงาม โรงพยาบาลนนทเวช พร้อมให้คำปรึกษาโดยศัลยแพทย์ตกแต่งความงามเฉพาะทาง พร้อมพยาบาล วิชาชีพ และเครื่องมือที่ทันสมับภายใต้มาตรฐาน JCI ที่ทั่วโลกยอมรับ ข้อมูลโดย: นพ.ศุภฤกษ์ กมลวัทน์ ศัลยแพทย์เฉพาะทางด้านศัลยกรรมตกแต่ง https://www.nonthavej.co.th/Breast-Augmentation.php
  8. เมื่อเข้าสู่ช่วงวัยทอง อาการขี้หลง ขี้ลืม ก็จะถามหาแม้ยังไม่แก่ และที่แย่กว่าคือ อาการนี้จะรบกวนชีวิตคุณต่อไปเรื่อยๆ ทานข้าวไปรึยัง ทานยาครบตามกำหนดไหม ของใช้ต่างๆ วางไว้แล้วหาไม่เจอ ไม่รู้วางทิ้งไว้ที่ไหน และหลังๆ ก็เริ่มเป็นคนใจร้อน อารมณ์แปรปรวน หงุดหงิด ฉุนเฉียวร่วมด้วย เพราะอาการเหล่านี้คือสัญญาณเตือนที่กำลังบอกว่า เรากำลังเข้าสู่วัยทอง โดยเฉพาะเมื่อถึงวัยหมดประจำเดือน ร่างกายจะเริ่มเสื่อมลงอย่างเห็นได้ชัด ซึ่งจะอยู่ในช่วงอายุประมาณ 45-55 ปี (โดยเฉลี่ยอายุ 50 ปี) รังไข่จะค่อยๆ หยุดทำงาน ไม่มีการตกไข่อีกต่อไป ทำให้ไม่มีประจำเดือน และไม่มีการสร้างฮอร์โมนเพศหญิงขึ้นมาอีก เราขอแนะนำตังกุย มิกซ์ ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ช่วยในการบำรุงสมอง บำรุงร่างกาย ด้วยประโยชน์จากสมุนไพรหลายชนิด และที่สำคัญช่วยลดอาการวัยทอง ที่เป็นสาเหตุทำให้เกิดอาการ หลงๆ ลืมๆ ยังสามารถช่วยให้หลับสบาย สมองปลอดโปร่งช่วยเจริญอาหาร บำรุงร่างกาย นอกจากจะทำให้ความเป็นผู้หญิงอยู่คงที่สมบูรณ์ดีแล้ว ยังสามารถช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือด อีกทั้งยังลดการเกิดโรคกระดูกพรุนได้อีกด้วย หากท่านใดสนใจสินค้าหรืออยากทราบรายละเอียดเพิ่มเติม สามารถติดตามความรู้เกี่ยวกับการดูแลสุขภาพกับเราได้ที่ https://www.cal-t.com/ตังกุย-มิกซ์/
  9. เรื่องปวดกระดูก ปวดข้อเข่า นั่งนานไม่ไหว เอี้ยวตัวลำบาก หลายคนคงคิดว่าเป็นเพียงอาการของคนชราเท่านั้น เพราะจริงๆ แล้ววัยหนุ่มสาวที่แม้ว่าจะมีมวลกระดูกที่แข็งแรง เคลื่อนไหวตัวได้คล่อง แต่หากยังมีพฤติกรรมที่คอยทำลายความแข็งแรงของกระดูกอยู่เรื่อยๆ อาจมีความเสี่ยงที่จะกระดูกพรุน ก่อนเข้าสู่วัยชราได้เช่นกัน เนื่องด้วยกระดูกเราอาจเสื่อมสภาพลงเพราะแคลเซียมในร่างกายถูกสลายมาใช้งานทุกๆ วัน เมื่อแคลเซียมและมวลกระดูกลดลง จึงเป็นสาเหตุของโรคกระดูกพรุนได้ ซึ่งวันนี้เรามี 4 พฤติกรรมเสี่ยงที่จะส่งผลให้ กระดูกพรุน ก่อนวัยอันควรมาเตือนกัน 1.สูบบุหรี่ เนื่องจากการสูบบุหรี่จะทำให้ร่างกายดูดซึมแคลเซียมได้น้อย จึงทำให้กระดูกไม่ได้รับแคลเซียมในปริมาณที่เพียงพอต่อการสร้างความแข็งแรง 2.ดื่มแอลกอฮอล์ เช่นเดียวกันกับบุหรี่ แอลกอฮอล์จะเข้าไปขัดขวางการดูดซึมของแคลเซียม ทำให้กระดูกได้รับแคลเซียมไม่เพียงพออีกเช่นกัน 3.ขาดการออกกำลังกาย เชื่อหรือไม่ว่าคนที่ไม่ค่อยเคลื่อนไหวร่างกาย จะมีความเสี่ยงในการเป็นโรคกระดูกพรุนมากกว่าคนที่ออกกำลังกายบ่อยๆ เพราะหากเราไม่ออกกำลังกาย จะทำให้มวลกระดูกสูญเสียความแข็งแรง รวมไปถึงคนชรา หรือคนป่วยที่อยู่ในช่วงพักฟื้น ไม่ได้มีการเคลื่อนไหวในระยะเวลาหนึ่ง ทำให้สูญเสียความแข็งแรงของกระดูกไปบางส่วนเช่นเดียวกัน 4.ขาดวิตามินดี หากเก็บตัวอยู่ในบ้านตลอดเวลา หรือไม่เคยสัมผัสถูกแสงแดดยามเช้าที่ช่วยในการสังเคราะห์วิตามินดีอยู่ด้วย อาจทำให้ร่างกายดูดซึมแคลเซียมไปใช้ในการสร้างกระดูกน้อยลง หันมาดูแลตัวเองก่อนจะสายด้วยการหยุดพฤติกรรมเสี่ยงเหล่านี้ พร้อมทั้งเสริมแคลเซียมด้วยการทาน ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร แคลเซียม แอล-ทรีโอเนต พลัส แมกนีเซียม ตัวช่วยที่สามารถป้องกันภาวะกระดูกพรุนของคนที่คุณรักได้อย่างมีประสิทธิภาพ ดูแลสุขภาพกระดูกอย่างต่อเนื่อง เสริมสร้างความแข็งแรงและบำรุงกระดูกทั้งยังกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน นอกจากนี้แคลเซียม แอล-ทรีโอเนต ยังสามารถยับยั้งการสลายตัวของกระดูก รวมทั้งสร้างน้ำไขข้อได้อีกเช่นกัน หากท่านใดสนใจสินค้าหรืออยากทราบรายละเอียดเพิ่มเติม สามารถติดตามความรู้เกี่ยวกับการดูแลสุขภาพกับเราได้ที่ https://www.cal-t.com/cal-t-พลัส-แมกนีเซียม/
  10. สาวๆ เคยรู้สึกขี้เกียจแต่งหน้ากันไหมคะ เพราะแต่ละขั้นตอนกว่าจะเสร็จก็ใช้เวลาไม่ใช่น้อย กว่าจะได้ออกไปเรียน ไปทำงานแบบสวยๆ ต้องตื่นแต่เช้ามานั่งพิถีพิถัน แต่งมากๆ ลงหลายชั้นหลายขั้นตอนก็เกิดปัญหาสิวอุดตันตามมา ต้องฟื้นฟูต้องรักษากันอีก แค่คิดก็สร้างความปวดหัวให้กับสาวๆ กันแล้ว ปัจจุบันแป้งพัฟผสมรองพื้นที่เนื้อบางเบา แต่ปกปิดดี จึงเป็นเทรนใหม่ที่กำลังมาแรงครองใจทุกวัยในตอนนี้ เพราะนอกจากจะลดขั้นตอนการแต่งหน้าไปได้แล้ว ก็ไม่ต้องมาหงุดหงิดเรื่องปัญหาสิวอุดตันอีกด้วย วันนี้เรามีรีวิวแป้งพัฟผสมรองพื้น ที่สามารถใช้แทนรองพื้นได้ สวยเนียนได้แบบไม่หนักหน้ามาฝากกันค่ะ แป้งพัฟผสมรองพื้นที่ได้รับเสียงตอบรับว่าดีที่สุดในตอนนี้ต้อง FONTHIP POWDER หรือ FT Powder แป้งพัฟสุดปัง ที่ใครได้ลองใช้ก็บอกว่าเซอร์ไพรส์มากๆ กับเนื้อแป้งที่ทำออกมาได้ดี เป็นแป้งพัฟเกาหลี ผสมรองพื้นที่ใช้แล้วไม่หนักหนา ไม่เป็นคราบ สบายผิว แต่ปกปิดได้ดีมามากๆ เนื่องจากเป็นแบรนด์ที่ผลิตด้วยนวัตกรรมที่ไม่เหมือนใคร คือนวัตกรรม BI Pact ที่ทำให้เนื้อแป้งเนียนละเอียดมากๆ บางเบา แต่ปกปิดผิวได้อย่างเรียบเนียน และอีกความพิเศษนึงของแป้งผสมรองพื้นตัวนี้คือ สามารถเติมความชุ่มชื้นให้กับผิว ด้วยสารสกัดจาก คาโมมายล์ สาหร่ายคอลเรลลา กระบองเพชรที่ช่วยลดการอักเสบของผิวได้อีกด้วย ที่สำคัญคือเค้าเป็นแป้งผสมรองพื้นที่คุมมันได้ดีมากๆ ตบทีเดียวเอาอยู่ทั้งวัน มีถึง 3 เฉดสีให้เลือก เหมาะสำหรับสีผิวคนไทย FT-01 : ผิวขาวอมชมพู FT-02 : ผิวขาวเหลือง - ผิวสองสี FT-03 : ผิวสองสี ผิวสีน้ำผึ้ง วิธีใช้เพียงแค่แตะๆ ให้ทั่วใบหน้า หรือเน้นตรงจุดที่ต้องการจะปกปิดก็สวยพร้อมลุยไปทั้งวัน ส่วนบางคนที่ไม่ชอบใช้พัฟในการแต่งหน้าก็สามารถใช้แปลงปัดๆ แค่นี้ก็ได้ลุกฉ่ำวาว สวยสไตล์เกาหลีอีกด้วย ตอบโจทย์กันขนาดนี้ไม่ต้องไปใช้เครื่องสำอางหลายตัวให้ยุ่งยาก เพียงแค่มีแป้งพัฟผสมรองพื้น FONTHIP POWDER ตลับเดียวเอาอยู่ทุกสภาพผิว ไม่เสียเวลาแต่งหน้า ไม่ต้องเติมระหว่างวันอีกต่อไป สนใจสมัครตัวแทนจำหน่ายได้ที่ LINE @ https://lin.ee/4IePySK หรือ Inbox มาได้ที่ http://m.me/Fonthipcosmetics.official สอบถามและศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ Website : https://www.worldsuperdeal.com/our-product/fontip-powder/ Instragram : https://www.instagram.com/fonthipcosmetics.official/ Facebook : https://www.facebook.com/Fonthipcosmetics.official/
  11. เกิดมาเป็นผู้หญิงยุคใหม่ ต้องทำเป็นทุกอย่าง รับหลายบทบาท หลายหน้าที่ ทั้งเรื่องงาน เรื่องในบ้าน ต้องเป็นขาลุยไม่แพ้คุณผู้ชาย การที่ต้องทำงานหนักมากๆ ในแต่ละวันแน่นอนว่าอาจส่งผลให้ร่างกายเหนื่อยล้า เกิดภาวะเครียดได้ง่ายมากขึ้น ยิ่งในวันที่อายุมากขึ้นทุกอย่างเริ่มเสื่อมโทรมไปตามอายุไข ทั้งริ้วรอยที่เริ่มถามหา ข้อเข่ากระดูกที่เริ่มเสื่อมลงไป คุณรู้หรือไม่? ว่าการทำงานหนักและอาการเครียดเหล่านั้น อาจส่งผลให้เราเป็นวัยทองก่อนเวลาอันควรได้อีกเช่นกัน แต่ก่อนที่อาการป่วยและอาการวัยทองจะมาถึงเรา ป้องกันได้ ด้วยอาหารเสริม ตังกุย มิกซ์ ผลิตภัณฑ์จากสมุนไพรอายุวัฒนะ ที่มีสมุนไพรถึง 11 ชนิดใน 1 แคปซูล ตัวช่วยในเรื่องการชะลอวัย ชะลอในการเกิดริ้วรอย ลดอาการวัยทอง ลดการเกิดโรคกระดูกพรุน ช่วยให้หลับสบาย สมองปลอดโปร่ง อีกทั้งยังช่วยเจริญอาหาร บำรุงร่างกาย และยังอุดมด้วยสารไฟโตเอสโตเจน (Phytoestrogen) ซึ่งเป็นสารที่ออกฤทธิ์ได้คล้ายกับฮอร์โมนเอสโตรเจน ( estrogen ) เพราะในร่างกายของผู้หญิงโดยปกติร่างกายจะสร้างฮอร์โมนเอสโตรเจนขึ้นมาจากรังไข่ เมื่อผู้หญิงมีอายุมากกว่า 50 ปี หรือ หมดประจำเดือนไปแล้ว รังไข่จะสร้างฮอร์โมนเอสโตรเจนน้อยลงมาก ทำให้ร่างกายของผู้หญิงมีความเสื่อมโทรมเร็ว ผิวหนังมีริ้วรอย มีอาการวัยทอง นอนไม่หลับ และเกิดโรคกระดูกพรุนเร็วขึ้น รับประทานตังกุย มิกซ์ : ครั้งละ 1 แคปซูล หลังอาหารเย็น ควรรับประทานต่อเนื่องทุกวันอย่างน้อย 1 เดือน เพื่อผลในการบำรุงร่างกายที่สมบูรณ์ ปลอดภัยไม่มีผลข้างเคียง สำหรับคนที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไป ทานวันเว้นวัน หากท่านใดสนใจสินค้าหรืออยากทราบรายละเอียดเพิ่มเติม สามารถติดตามความรู้เกี่ยวกับการดูแลสุขภาพกับเราได้ที่ https://www.cal-t.com/ตังกุย-มิกซ์/
  12. กาแฟสำหรับผู้ชาย MaKhaw Coffee ช่วยในเรื่องการไหลเวียนโลหิตดีขึ้น เนื่องจากมีส่วนผสมที่สกัดจากสมุนไพรธรรมชาติ 100 % เพื่อการฟื้นฟูพลังงานภายในของผู้ชาย ช่วยปรับสภาพฮอร์โมนเพศชาย เมื่อรับประทานต่อเนื่องช่วยเพิ่มสมรรถภาพท่านชายให้มากขึ้น เห็นผลเร็ว ยืดระยะเวลาการแข็งตัวของอวัยวะให้นานขึ้น เหมือนหนุ่มๆ อีกครั้ง จัดโปรโมชั่นแรง แซงลมฝน ซื้อ 1 กล่อง ราคา 390 บาท ซื้อ 2 กล่อง ราคา 740 บาท ซื้อ 3 กล่อง ราคา 1050 บาท แถมฟรี 1 กล่อง กาแฟสำหรับผู้ชาย MaKhaw Coffee ดื่มทุกวันแข็งแรงพร้อมสุขภาพดีได้ทุกวัน เพียงดื่มก่อนมีกิจกรรม 15-30 นาที เพื่อบำรุงร่างกาย วันละ 1 ซอง ส่งฟรี EMS มีบริการเก็บปลายทาง สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ http://www.makhaw.com หรือติดต่อสั่งซื้อได้ที่ เบอร์โทร : 064-1314567 Line : @makhaw https://bit.ly/2PD47jc FB : https://www.facebook.com/MaKhawCoffee
×
×
  • Create New...