Jump to content
Update
 
 
Gold
 
USD/THB
 
สมาคมฯ
 
Gold965%
 
Gold9999
 
CrudeOil
 
USDX
 
Dowjones
 
GLD10US
 
HUI
 
SPDR(ton)
 
Silver
 
Silver/Oz
 
Silver/Baht
 
Sign in to follow this  
moddang

ฟ.ฟัน..น่ารู้

Recommended Posts

สุขภาพฟันและช่องปากในวัย..ผู้ใหญ่

 

clear.gif

 

:blush: ในฐานะผู้ใหญ่ เราจะดูแลฟันของเราอย่างไร?

 

ในฐานะผู้ใหญ่ เราจะดูแลฟันของเราอย่างดีที่สุดอย่างไร

 

กุญแจสำคัญสู่การมีรอยยิ้มที่สดใสและแข็งแรงตลอดช่วงอายุของการเป็นผู้ใหญ่ คือการรักษาสุขอนามัยของปากและฟันอย่างเหมาะสม แม้จะเป็นผู้ใหญ่ก็มาสามารถเกิดฟันผุและโรคเหงือกได้เช่นกัน ซึ่งสามารถนำไปสู่ปัญหาที่ร้ายแรงกว่าตามมา ตลอดช่วงอายุของเรา สิ่งสำคัญที่ต้องทำคือ

 

* แปรงฟันอย่างน้อยวันละ 2 ครั้ง ด้วยยาสีฟันผสมฟลูออไรด์เพื่อที่จะกำจัดคราบแบคทีเรีย หรือแผ่นฟิล์มเหนียวที่เกาะอยู่บนฟันของเราและทำให้เกิดฟันผุ

* ใช้ไหมขัดฟันทุกวันเพื่อกำจัดคราบแบคทีเรียระหว่างซอกฟัน และร่องเหงือก ก่อนที่มันจะจับตัวแข็งเป็นหินปูน เพราะเมื่อเกิดเป็นหินปูนแล้ว จะต้องอาศัยทันตแพทย์เท่านั้นที่จะเอาออกได้

* จำกัดการรับประทานอาหารจำพวกแป้งและน้ำตาล โดยเฉพาะอาหารที่มีความเหนียว ยิ่งรับประทานบ่อยมากเท่าไร ก็จะยิ่งทำให้เกิดโอกาสที่จะกรดในคราบแบคทีเรียจะเข้ามาทำลายฟันเท่านั้น

* พบทันตแพทย์เป็นประจำเพื่อทำการตรวจและทำความสะอาดช่องปาก

 

 

 

:huh: ในฐานะผู้ใหญ่ ปัญหาเกี่ยวเหงือกและฟันใดที่เราควรจะระวัง

 

แม้ว่าคุณจะแปรงฟันและใช้ไหมขัดฟันเป็นประจำ คุณอาจจะพบกับปัญหาเกี่ยวกับเหงือกและฟันได้ แต่โชคดีที่ทันตแพทย์สามารถช่วยคุณในการรับมือกับปัญหาเหล่านั้นได้

 

* โรคเหงือกเริ่มต้นมาจากอาการเหงือกอักเสบ ซึ่งถ้ารักษาแต่เริ่มแรกก็จะหายขาดได้ อาการของเหงือกอักเสบคือ การบวม แดง และเหงือกนุ่ม เกิดเลือดออกเวลาแปรงฟัน ถ้าคุณพบอาการเหล่านี้ ให้พบทันตแพทย์ก่อนที่อาการจะลุกลามร้ายแรงขึ้น ระยะสุดท้ายของโรคเหงือกอาจนำไปสู่การต้องสูญเสียฟัน

สุขภาพของเหงือกมีผลกระทบต่อสุขภาพโดยรวมของคุณ งานวิจัยเมื่อไม่นานมานี้พบว่ามีความสัมพันธ์กันระหว่างโรคปริทนต์ (โรคเหงือกชนิดหนึ่ง) กับโรคภัยอื่นๆ อาทิ เบาหวาน หัวใจ และการคลอดก่อนกำหนด การป้องกันโรคเหงือกก่อนที่จะเริ่มสามารถทำได้โดยการแปรงฟันทุกวันวันละ 2 ครั้ง การใช้ไหมขัดฟัน และพบทันตแพทย์เพื่อทำความสะอาดฟันทุก 6 เดือน

* ฟันผุรอบๆ บริเวณที่อุดฟัน (ฟันผุซ้ำซ้อน) และการผุที่ผิวของรากฟัน เป็นสิ่งที่พบได้บ่อยเมื่อเราอายุมากขึ้น ดังนั้นการแปรงฟันด้วยยาสีฟันผสมฟลูออไรด์ การใช้ไหมขัดฟัน และพบทันตแพทย์เป็นประจำจึงเป็นสิ่งสำคัญ

* อาการเสียวฟันเป็นปัญหาที่พบมากขึ้นเมื่อเราอายุมากขึ้น เหงือกของเราจะเริ่มร่นตามธรรมชาติตลอดเวลา ทำให้บริเวณที่ไม่มีสารเคลือบฟันถูกเปิดออก ซึ่งบริเวณเหล่านี้จะเกิดอาการปวดเมื่อสัมผัสกับอาหารหรือเครื่องดื่มที่ ร้อนหรือเย็น ในรายที่เป็นมาก อากาศเย็นหรืออาหารที่เปรี้ยวหรือหวานก็สามารถทำให้เกิดการเสียวฟันได้ ถ้าคุณมีอาการเสียวฟัน ควรใช้ยาสีฟันที่ช่วยลดอาการเสียวฟัน และถ้ายังไม่หาย ควรพบทันตแพทย์ เพราะอาการเสียวฟันอาจเป็นสัญญาณของอาการร้ายแรงอื่นๆ ได้ เช่นฟันผุ หรือ ฟันหัก/แตก

* การครอบฟันใช้เพื่อช่วยให้ฟันที่ถูกทำลายแข็งแรงขึ้น แต่นอกจากนี้ การครอบฟันยังช่วยจัดแต่งรูปทรงและการเรียงตัวของฟันให้ดูดีได้ด้วย การทำฟันเทียมและสะพานฟันก็สามารถช่วยชดเชยฟันที่เสียไปได้ การทำฟันเทียมจะทำเพื่อชดเชยฟันที่หายไป และใช้เพื่อยึดฟันปลอมทั้งหมดหรือบางส่วนด้วย ควรปรึกษาทันตแพทย์เพื่อดูว่าฟันเทียมเหมาะกับคุณหรือไม่ การทำสะพานฟันมักจะใช้เพื่อชดเชยฟันที่หายไปโดยการเชื่อมพื้นที่ฟันที่หายไป โดยจะเป็นซีเมนต์ที่มีสีเหมือนฟันธรรมชาติ

 

 

 

:D เราจะทำให้ฟันของเราดูขาวขึ้นได้อย่างไร

การทำความสะอาดอย่างทั่วถึงโดยทันตแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญจะช่วยลดคราบภายนอก ที่เกิดจากอาหารและบุหรี่ การใช้ยาสีฟันที่ช่วยฟอกฟันขาวก็สามารถช่วยกำจัดคราบสะสมบนผิวฟันในช่วง ระหว่างการพบทันตแพทย์ครั้งต่อไปได้เช่นกัน ถ้าคราบเหล่านั้นอยู่มานานเป็นเวลาหลายปี คุณอาจต้องทำการฟอกฟันขาวโดยผู้เชี่ยวชาญ เพื่อกำจัดคราบภายนอกที่ติดทน

 

คราบภายในสามารถฟอก หรือการครอบฟันได้ แม้ว่าแต่ละวิธีจะปลอดภัยของใช้ได้ผล ทันตแพทย์จะเป็นผู้แนะนำว่าวิธีใดจึงจะเหมาะกับคุณและสภาพฟันของคุณ ตลอดจนผลลัพธ์ที่คุณต้องการ

 

 

 

:o อาหารที่รับประทานเข้าไปส่งผลกระทบใดบ้างต่อสุขภาพปากและฟันของเรา

นอกจากจะส่งผลโดยตรงต่อสุขภาพโดยรวมของเราแล้ว โภชนาการที่เหมาะสมมีความจำเป็นต่อเหงือกและฟันที่แข็งแรงของเราด้วย การรับประทานอย่างสมดุลย์จะทำให้เนื้อเยื่อเหงือกและฟันของเราได้รับสาร อาหารและแร่ธาตุบำรุงที่สำคัญในการเสริมสร้างให้แข็งแรงและมีความต้านทานต่อ การติดเชื้ออันนำไปสู่โรคเหงือก นอกจากนี้ ผักผลไม้ที่มีความแข็งและเส้นใยก็จะช่วยทำความสะอาดฟันและเนื้อเยื่อด้วย แต่อาหารที่มีความนุ่มและเหนียวมีโอกาสที่จะติดอยู่ตามซอกฟันและทำให้เกิด คราบแบคทีเรียได้ง่าย

 

ทุกครั้งที่คุณรับประมานอาหารและเครื่องดื่มที่มีแป้งและน้ำตาล แบคทีเรียจะทำให้เกิดกรดที่ทำลายฟันได้เป็นระยะเวลา 20 นาทีหรือนานกว่านั้น เพื่อที่จะลดความเสียหายต่อเคลือบฟัน ควรจำกัดความถี่ในการรับประทานอาหารว่างระหว่างมื้อ และควรจะเลือกรับประทานอาหารว่างที่มีประโยชน์ เช่น เนยแข็ง ผักสด โยเกิร์ต หรือผลไม้

 

 

 

http://www.colgate.co.th/app/Colgate/TH/TH/OC/Information/OralHealthAtAnyAge/Adults/Adults/HowdoICareformyTeethasanAdult.cvsp

  • Like 2

Share this post


Link to post
Share on other sites

ขอบคุณครับคุณมดแดง

มายืนยันว่า การใช้ไหมขัดฟันทุกวัน สำคัญมาก ๆ ใครไม่ได้ใช้ควรหัดใช้ให้ได้ เพราะจะช่วยขจัดเศษอาหารได้หมดจด กำจัดกลิ่นปาก ป้องกันโรคเหงือก รักษาฟันแก่ๆ ของเราให้อยู่กับเราไปได้นาน ๆ

:ph34r:

Share this post


Link to post
Share on other sites

การใช้ไหมขัดฟันอย่างมีประสิทธิภาพ

 

 

 

ขั้นตอนที่ 1

 

 

oa6.JPG

 

ทำความสะอาดบริเวณซอกฟัน ซึ่งแปรงสีฟันเข้าไปไม่ถึง โดยใช้ไหมขัดฟันความยาวประมาณ 18 นิ้วพันรอบปลายนิ้วกลางทั้งสองข้างห่างกัน 1.5-2 นิ้ว ดึงไหมขัดฟันให้ตึงด้วยนิ้วหัวแม่มือ และนิ้วชี้

 

 

ขั้นตอนที่ 2

 

oa7.JPG

 

 

เคลื่อนไหมไปมาเบาๆ เข้าระหว่างซอกฟันแล้วโค้งไหมโอบรอบฟัน เพื่อทำความสะอาดโดยเคลื่อนขึ้นลง

 

 

ขั้นตอนที่ 3

 

oa8.JPG

 

ทำในลักษณะเดียวกับข้อ 2 กับฟันซี่ข้างเคียงโดยพยายามดึงไหมให้ตึงแนบกับฟัน เพื่อหลีกเลี่ยงการทำลายเหงือก (ในลักษณะเดียวกันทั้งฟันบนและฟันล่าง)

 

ขั้นตอนที่ 4

 

oa9.JPG

 

เมื่อเสร็จจากซอกฟันด้านละซอก เลื่อนเส้นไหมจากนิ้วกลางหนึ่งไปยังอีกนิ้วกลางหนึ่ง ครั้งละ 1.5-2 นิ้วเพื่อที่จะได้ ใช้เส้นไหมที่สะอาดและเหนียว สำหรับขัดซอกฟันถัดไป

 

 

ขั้นตอนที่ 5

 

oa10.JPG

 

ควรให้ความสนใจขัดฟันทั้งซี่ใน และซี่นอกเมื่อขัดฟันเสร็จแล้วให้บ้วนปาก และกลั้วน้ำไปมาระหว่างซอกฟันจนสะอาด ควรมั่นใจว่าไหมขัดฟันที่คุณใช้ต้องเส้นเล็ก และมีคุณภาพไม่เปื่อยยุ่ยง่าย

 

 

 

http://www.silomdental.com/dental_thai/dental_tips/dental_guide_floss.html

Edited by moddang..
  • Like 1

Share this post


Link to post
Share on other sites

นำมาให้ดูอีก..

 

7 วิธีใช้ไหมขัดฟันสบายๆสไตล์เรา

 

:D

 

เว็บไซต์ 'Dental-Picture-Show.com' มีคำแนะนำในการใช้ไหมขัดฟันง่ายๆ โดยมีอานิเมชั่น (animation) หรือภาพเคลื่อนไหวประกอบอย่างสวยงาม ผู้เขียนขอนำมาเล่าสู่กันฟัง และขอเรียนเสนอให้พวกเราแวะไปชมภาพเคลื่อนไหวที่เว็บไซต์นี้กันครับ

 

การ ใช้ไหมขัดฟันเพียงวันละครั้งมีส่วนช่วยลดคราบจุลินทรีย์บนผิวฟัน โดยเฉพาะส่วนโคนฟันที่อยู่ใกล้เหงือก และแปรงสีฟันมักจะ "เข้าไม่ถึง" ทำให้โอกาสเป็นโรคฟันผุ เหงือกอักเสบ เนื้อเยื่อรอบโคนฟัน(ปริทนต์)อักเสบลดลง

 

...

 

การศึกษาที่ผ่านมาพบว่า คนที่แปรงฟันถูกวิธีเป็นประจำ และใช้ไหมขัดฟันวันละครั้งมีโอกาสอายุยืนเพิ่มขึ้นประมาณ 3 ปี

 

...

 

(1). ตัดไหม ขัดฟันยาวประมาณฟุตครึ่ง หรือ 18 นิ้ว นำมาพันรอบนิ้วกลางกับนิ้วนาง (หรือนิ้วกลางนิ้วเดียวก็ได้ แต่อย่าพันกับนิ้วชี้) ให้แน่นพอประมาณ (แน่นพอที่จะทำให้ไม่ลื่นหลุด และไม่มากเกินจนบาดนิ้วหรือทำให้นิ้วเจ็บ)

 

ให้เหลือเส้นไหมไว้ระหว่างมือประมาณ 3-4 นิ้ว เพื่อใช้ทำความสะอาดฟันดังภาพ

 

...

 

090223FlossShow1.jpg

...

 

(2). ใช้นิ้ว หัวแม่มือกับนิ้วชี้จับเส้นไหมไว้สำหรับทำความสะอาดฟันดังภาพ ให้เส้นไหมเหลืออยู่ระหว่างนิ้วมือ 2 ข้างประมาณ 1/2 นิ้วจนถึงนิ้วครึ่ง

 

090223FlossShow2.jpg

 

(3). ค่อยๆ สอดเส้นไหมเข้าไประหว่างซี่ฟันเบาๆ ระวังอย่าให้เส้นไหมกระแทกหรือบาดเหงือก ทำความสะอาดฟันทีละซี่โดยการใช้ เส้นไหมโอบล้อมฟันคล้ายรูปตัวซี ('C')

 

090223FlossShow2.jpg

...

 

(4). ให้ออก แรงถูเส้นไหมบนผิวฟันเบาๆ ในแนวนอน อย่าออกแรงในแนวตั้ง เพื่อป้องกันอันตรายต่อเหงือก ถูเส้นไหมบนผิวฟันเบาๆ ขึ้นบ้างลงบ้างซี่ละ 2-3 รอบ เริ่มจากส่วนบนสุดของซี่ฟันลงไปใต้แนวเส้นเหงือกเล็กน้อย แล้วกลับขึ้นไปใหม่

 

090223FlossShow2.jpg

 

090223FlossShow5.jpg

...

 

 

...

 

(5). อย่าออกแรงกดเส้นไหมบนเหงือก ซึ่งอาจทำให้เหงือกชอกช้ำ เป็นแผล หรือเกิดการอักเสบได้

 

090223FlossShow6.jpg

 

...

 

วิธี สังเกตว่า เราออกแรงกดบนเหงือกหรือไม่ คือ ให้ตรวจดูว่า มีรอยกดของเส้นไหมบนเหงือกหรือไม่ ซึ่งถ้าทำถูกวิธี... จะไม่มีรอยกดนี้เลย

 

090223FlossShow7.jpg

...

 

(6). เมื่อทำ ความสะอาดฟันได้ประมาณ 2-3 ซี่ หรือเส้นไหมเกิดการฉีกขาดบางส่วน ให้เลื่อนตำแหน่งไหมขัดฟันจากส่วนที่ใช้แล้ว ไปยังส่วนที่ยังไม่ได้ใช้ หลังใช้ไหมขัดฟันแล้ว ควรบ้วนปากตามหลายๆ ครั้ง เพื่อกำจัดคราบจุลินทรีย์ออกจากปากเสมอ

 

...

 

(7). ใช้ไหม ขัดฟันก่อนแปรงฟัน เพื่อทำความสะอาดผิวฟันก่อน เมื่อผิวฟันสะอาดดีแล้ว แปรงฟันด้วยยาสีฟันที่มีฟลูออไรด์ตาม... ฟลูออไรด์จะเข้าไปจับกับกลุ่มแคลเซียมที่ผิวฟัน ทำให้ฟันแข็งแรง และช่วยป้องกันฟันผุได้ดีขึ้น

 

ถ้า ไม่ใช้ไหมขัดฟันก่อนแปรงฟัน... ฟลูออไรด์ในยาสีฟันจะเข้าไปจับกับกลุ่มแคลเซียมที่ผิวฟันไม่ค่อยได้ เนื่องจากมีคราบจุลินทรีย์ (plaque / พลัค) กีดกัน (ทำตัวอย่างกับเป็นมาเฟียเลยละ)

 

...

 

090223FlossShow8.jpg

 

...

 

ถ้าใช้ไหมขัดฟันแล้วพบว่า มีเลือดออกมาก เหงือกบวม แดง หรือเจ็บเหงือกมาก... ควรปรึกษาอาจารย์หมอฟันใกล้บ้านท่าน

 

 

 

http://health2u.exteen.com/20090228/entry-4

  • Like 1

Share this post


Link to post
Share on other sites

หินปูน…ศัตรูตัวร้ายในช่องปาก :lol: :o

 

ทญ.ฉวีวรรณ ภักดีธนากุล

 

 

โรคเหงือกอักเสบ เป็นโรคที่พบมากที่สุดในช่องปาก คนไทยมากกว่า 80 เปอร์เซ็นต์ เป็นโรคนี้ โดยเฉพาะผู้ที่มีอายุตั้งแต่ 35 ปีขึ้นไปจะเป็นกันมาก

 

โรคเหงือกอักเสบนี้เป็นสาเหตุหลักที่ทำให้ผู้ป่วยต้องเสียฟันไป บางรายต้องถอนฟันไป ทั้งปากตั้งแต่อายุน้อย ที่เคยพบมีอายุเพียง 20 กว่าปีเท่านั้นที่ต้องใส่ฟันปลอมทั้งปาก ซึ่งการที่ไม่มีฟันเหลืออยู่เลยมักจะทำให้ร่างกายมีสุขภาพไม่ดีเท่าที่ควร เพราะจะเคี้ยว อาหารได้ไม่ดีเท่าฟันธรรมชาติ จากการศึกษาทางทันตแพทย์พบว่า ฟันปลอมจะใช้งาน ได้ต่างจากฟันแท้เกือบ 10 เท่า

 

โรคเหงือกอักเสบเกิดจากการแปรงฟันได้ไม่สะอาดพอ เกิดคราบอาหารเกาะอยู่ตามผิวฟัน โดยเฉพาะบริเวณขอบเหงือกและซอกฟัน แล้วในเวลาเพียง 2 วันก็จะเริ่มมี เชื้อแบคทีเรีย สารแคลเซียมและฟอสเฟต ซึ่งมีอยู่ในน้ำลายจะตกตะกอนสะสมลงไปบนคราบอาหาร ที่ตกค้างนั้นเกิดเป็นหินปูนหรือเรียกว่าหินน้ำลาย ซึ่งเป็นสาเหตุให้เหงือกบริเวณนั้น เกิดการอักเสบ

 

โรคเหงือกอักเสบนี้ในระยะแรก ๆ จะไม่มีอาการเด่นชัด แต่ถ้าสังเกตให้ดีจะเห็นเหงือก

รอบ ๆ คอฟันเริ่มอักเสบ มีสีแดงหรือบวมเล็กน้อย และถ้ามีการสะสมของหินปูนมากขึ้น ผู้ป่วยจะมีกลิ่นปากเหม็น เหงือกเลือดออดง่าย โดยเฉพาะเมื่อรับประทานอาหาร

หรือแปรงฟัน เมื่อเป็นมากขึ้นอาจจะมีเลือดไหลซึมออกมาจากเหงือกรอบ ๆ ฟัน เลยมักทำให้คนเข้าใจผิดคิดว่าเป็นโรคเลือดออกเองตามไรฟันหรือที่เรียกว่า โรคลักปิดลักเปิด ซึ่งความจริงโรคนี้จะเกิดจากการที่ร่างกายขาดวิตามินซี ซึ่งเป็นสารที่มีมากในผักผลไม้ จึงไม่ค่อยพบในคนไทยเพราะเรามีผักและผลไม้ให้รับประทานกันตลอดทั้งปี

 

อาการอย่างหนึ่งที่สำคัญของโรคเหงือกอักเสบคือมีกลิ่นปากเหม็น ซึ่งเป็นอาการเตือน ให้เราทราบว่ามีความผิดปกติเกิดขึ้น บางคนจึงพยายามดับกลิ่นปากด้วยน้ำยาบ้วนปาก หรือยาอมดับกลิ่นปากชนิดต่าง ๆ ซึ่งจะช่วยได้เพียงชั่วคราวเท่านั้น เลยต้องใช้บ่อย ๆ โดยไม่จำเป็น เพราะนอกจากจะไม่ได้ช่วยแก้ปัญหาอย่างจริงจังแล้ว ยังทำให้เสียเงิน โดยเปล่าประโยชน์อีกด้วย

 

โรคเหงือกอักเสบระยะแรกนี้รักษาให้หายได้โดยการขูดหินปูนออก และรักษาฟัน ให้สะอาดก็พอ แต่ถ้าปล่อยทิ้งไว้มีการสะสมของหินปูนมากขึ้น จะทำให้เชื้อแบคทีเรีย มาเกาะมากยิ่งขึ้น และปล่อยสารพิษออกมาทำให้เหงือกอักเสบเกิดเป็นหนอง และกระดูกรอบรากฟันจะละลายตัวไป ในที่สุดก็จะเริ่มโยกระยะนี้เรียกว่าเป็น โรคปริทนต์หรือโรคเหงือกขั้นรุนแรง หรือ ที่บางคนเรียกว่าโรครำมะนาด จนกระทั่งมีหินปูนเกาะลึกลงไปใต้เหงือกจนถึงปลายรากฟัน ฟันก็จะโยกมากจนไม่สามารถใช้เคี้ยวอาหารได้ต้องถอนฟันซี่นั้นออกไป

 

หลายท่านคงสงสัยว่าทำไมโรคเหงือกถึงได้ลุกลามไปได้มากขนาดนี้ อันนี้เกิดขึ้นเพราะ ไม่ได้รับการรักษาที่ถูกต้อง คือเมื่อมีการอักเสบของเหงือกเกิดขึ้น ก็แก้ไขตามอาการนั้น โดยการรับประทานยาแก้อักเสบหรือยาปฏิชีวนะ เหงือกก็จะยุบลงไปดูเหมือนว่า หายแล้ว แต่ถ้ายังมีหินปูนอยู่ก็จะมีอาการขึ้นมากอีก และเมื่อทานยาก็จะหายไป ในที่สุดก็ต้องเสียฟันไปทั้งปาก

การกำจัดหินปูนนั้นทันตแพทย์จะใช้เครื่องมือสำหรับขูดหินปูน ซึ่งมีทั้งชนิดใช้แรงมือ และชนิดใช้ไฟฟ้า เครื่องมือขูดหินปูนชนิดใช้แรงมือ ที่ปลายเครื่องมือจะมี ด้านคม สำหรับขูดเอาหินปูนออก ส่วนเครื่องมือชนิดใช้ไฟฟ้าจะไม่คม แต่มีการสั่นสะเทือนที่ปลายเครื่องมือ ใช้กระแทกให้หินปูนหลุดออกได้ เครื่องมือนี้จะต้องมีน้ำพ่นออกมาเพื่อลดความร้อนที่เกิดจากการเสียดสีของ เครื่องมือ เป็นการป้องกันอันตรายที่เกิดกับฟัน

 

การขูดหินปูนจะทำให้ผู้ป่วยรู้สึกเจ็บบ้าง เนื่องจากส่วนหนึ่งของหินปูนจะเกิดอยู่ ใต้เหงือก เมื่อสอดเครื่องมือลงไปก็อาจจะทำให้เจ็บเหงือกและเสียวฟันได้

 

ในบางคนที่มีหินปูนมาก ๆ และอยู่ลึกลงไปทางปลายรากฟันนั้น การที่จะขูดเอาหินปูนออกต้องใช้เครื่องมือและวิธีการพิเศษ ทันตแพทย์ก็จะฉีดยาชาให้ก่อนเพื่อลดความเจ็บปวดและการเสียวฟันที่จะเกิดขึ้น

 

หลังจากขูดหินปูนแล้ว บริเวณเหงือกอาจจะมีเลือดไหลซึมออกมาอยู่สักพักหนึ่ง ซึ่งจะหยุดไปได้เอง และใน 1 สัปดาห์เหงือกที่เคยอักเสบก็จะค่อย ๆ หายเป็นปกติ ในบางคนอาจมีเหงือกร่นหรือเกิดช่องว่างบริเวณซอกฟัน ซึ่งเดิมเหงือกที่อยู่ บริเวณนั้นจะดูเหมือนว่ามีอยู่เป็นปกติ เพราะมีหินปูนอยู่ข้างใต้และเหงือกก็บวมโต เมื่อรักษาโรคเหงือกแล้วเหงือกจะยุบลงกลับเป็นเหงือกที่แข็งแรงไม่มีการ อักเสบ แต่เพราะกระดูกถูกทำลายไปทำให้เกิดเป็นช่องว่างและเหงือกร่น เห็นฟันยาวขึ้น เสียความสวยงาม และมีเศษอาหารติดบริเวณซอกฟันได้บ้าง

 

การขูดหินปูนนี้ทันตแพทย์แนะนำให้ทำอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง ขึ้นกับการแปรงฟันของแต่ละคนว่าจะมีประสิทธิภาพเพียงใด จากการศึกษาในปัจจุบันพบว่าการแปรงฟันอย่างเดียวไม่สามารถทำให้ฟันสะอาด และป้องกันการเกิดหินปูนได้ จะต้องใช้เส้นใยขัดฟันร่วมด้วย จึงต้องใช้อย่างน้อย วันละครั้งเพื่อช่วยทำความสะอาดซอกฟันซึงเป็นบริเวณที่ขนแปรงเข้าไปไม่ค่อย ถึง

 

หินปูนนับเป็นศัตรูร้ายของช่องปาก จึงจำเป็นต้องป้องกันไม่ให้เกิด และต้องขจัดเมื่อเกิดขึ้นแล้ว เพื่อป้องกันโรคเหงือกอักเสบ ตลอดจนโรคปริทนต์ ก่อนที่จะต้องเสียฟันไปอย่างน่าเสียดาย

 

ทญ.ฉวีวรรณ ภักดีธนากุล

 

[ คัดลอก จากนิตยสารใกล้หมอ ปีที่ 21 ฉบับที่ 1 มกราคม 2540 ]

 

 

 

ฟันสวยฟันดี ต้องไม่มีหินปูน !031

 

P_211052_in_6.jpg

 

 

 

ไม่ น่าเชื่อว่ากว่า 90 เปอร์เซ็นต์ของคนทั่วไปจะมีปัญหาเกี่ยวกับหินปูน ซึ่งเป็นต้นเหตุสำคัญที่ทำให้ฟันผุกร่อนไปก่อนเวลาอันควร ทั้ง ๆ ที่ความจริงแล้วหินปูนเป็นปัญหาที่ป้องกันได้ไม่ยาก อีกทั้งเทคนิควิธีการที่ทันสมัย ยังสามารถช่วยขจัดหินปูนออกจากฟันได้อย่างง่ายดาย ถึงขนาดการันตีได้ว่าภาพและเสียงของการขูดกรอหินปูนแบบเก่า ๆ ที่เคยขยาดกลัวจนฝังใจ จะถูกลบเลือนให้หมดไป

 

:huh: หินปูนเกิดขึ้นได้อย่างไร

 

 

หิน ปูนเกิดขึ้นมาจากแบคทีเรียชนิดหนึ่งที่มีชื่อว่า สเตรปโตคอคคัสมูทานส์ ซึ่งซ่อนตัวอยู่ตามซอกฟันน้ำตาลจากเศษอาหารที่ติดฟัน จะทำให้เชื้อนี้เจริญเติบโต พร้อมกับผลิตกรดบางอย่างขึ้นมา ซึ่งสามารถทำลายแร่ธาตุที่เป็นส่วนประกอบสำคัญของผิวเคลือบฟันได้ จากนั้นแบคทีเรียดังกล่าว ก็จะสร้างหินปูนขึ้นมาปกคลุมตัวเองอีกชั้นหนึ่ง เพื่อให้ตัวมันสามารถเกาะติดกับผิวฟันได้อย่างมั่นคง โดยไม่หลุดลอกหรือถูกชะล้างไปไหน หากปล่อยไว้นานวันเข้า อาณาจักรหินปูนของเจ้าเชื้อแบคทีเรียเหล่านี้ก็จะยิ่งพอกพูนหนาขึ้น ขณะที่ผิวเคลือบฟันและเนื้อฟันค่อย ๆ ผุกร่อนลง

 

ที่สำคัญเชื้อแบคทีเรียที่ก่อให้เกิดหินปูนขั้นนี้ สามารถจะติดต่อถึงกันได้ เพียงแค่เรารับประทานอาหารร่วมช้อนเดียวกัน

 

B) มีวิธีการใดบ้างที่จะช่วยปกป้องฟันจากหินปูน

 

นอก หนือจากการแปรงฟันอย่างน้อยวันละสองครั้ง หรือจะให้ดีควรแปรงฟันหลังอาหารทุกมื้อแล้ว เราสามารถปกป้องฟันของเรา ให้ห่างไกลจากหินปูนได้อย่างแน่นอนขึ้นด้วยวิธีการดังต่อไปนี้

 

หลังจากที่รับประทานอาหารเปรี้ยว ๆ หรืออาหารประเภทที่มีกรด อย่างเช่น ผลไม้บางชนิดไม่ควรอย่างยิ่งที่จะแปรงฟันทันที แต่ควรจะแปรงหลังจากนั้นสัก 20 นาที ทั้งนี้เนื่องจากกรดจากผลไม้มีฤทธิ์กัดกร่อนผิวเคลือบฟันได้ ด้วยเหตุนี้แทนที่จะดี กลับกลายเป็นการไปขัดขวางแร่ธาตุในน้ำลาย ที่จะคอยช่วยสมานผิวเคลือบฟันให้กลับเป็นปกติ

 

ทำความสะอาดซอกฟันด้วยไหมขัดฟันอย่างน้อยวันละ 1 ครั้ง ทั้งนี้เนื่องจากการแปรงฟันธรรมดา ไม่สามารถจะซอกซอนเข้าไปขจัดเศษอาหารที่ติดอยู่ตามซอกฟันแต่ละซี่ได้ และหากใช้ไหมขัดฟันที่เคลือบฟูลออไรด์ด้วยก็ยิ่งดี

 

แต่ละครั้งที่แปรงฟันควรแปรงให้ทั่วถึงฟันทุกซี่ แต่ไม่ควรใช้แรงกดเวลาแปรง และไม่ควรแปรงนานเกินกว่า 3 นาที มิฉะนั้นอาจทำให้ผิวเคลือบฟันสึกกร่อนได้

 

ใช้ยาสีฟันที่มีส่วนผสมของฟลูออไรด์เป็นประจำทุกวัน เพราะฟลูออไรด์ช่วยต้านทานการผุกร่อนของเนื้อฟันได้

 

หลังจากที่แปรงฟันแล้ว อย่าเพิ่งบ้วนน้ำล้างปากทันที แต่ควรจะปล่อยให้ฟลูออไรด์ในยาสีฟันซึมซาบเข้าสู่เนื้อฟันได้สักพัก แล้วจึงค่อยบ้วนน้ำล้างปากออก

 

หลังอาหารแต่ละมื้อควรเคี้ยวหมากฝรั่งชนิดที่ไม่มีส่วนผสมของน้ำตาล ทั้งนี้เพราะการเคี้ยวหมากฝรั่งจะช่วยกระตุ้นให้เกิดการหลั่งน้ำลาย ซึ่งเท่ากับเป็นการช่วยล้างปาก และช่วยกำจัดเชื้อแบคทีเรียบางชนิดที่คอยจ้องจะก่อคราบหินปูน อีกทั้งความเหนียวหนึบของยางหมากฝรั่ง ยังช่วยทำให้เศษอาหารที่ติดอยู่ตามซอกฟันบางส่วน หลุดติดออกมากับหมากฝรั่งได้อีกด้วย

 

หลังจากแปรงฟันก่อนเข้านอนแล้ว ควรบ้วนปากด้วยน้ำเกลือหรือน้ำยาต้านเชื้อแบคทีเรียด้วย เพื่อลดจำนวนเชื้อโรคในช่องปากที่หลงเหลืออยู่ให้น้อยที่สุด

 

ทุก ๆ สามเดือนควรเปลี่ยนแปรงสีฟันใหม่ ทั้งนี้เพราะนอกจากขนแปรงที่ใช้งานมานานจะบานเสียรูปทรงแล้ว สิ่งสกปรกที่ติดอยู่ตามซอกขนแปรง ยังเป็นแหล่งหมักหมมสะสมของเชื้อโรคได้เป็นอย่างดี

 

ควรพบทันตแพทย์ เพื่อให้ตรวจสุขภาพฟันและขูดหินปูนเป็นประจำทุกหกเดือน หรืออย่างน้อยปีละครั้ง

 

 

:lol: หากการป้องกันหินปูนสายเกินไปแล้วจะมีวิธีการใดช่วยแก้ไขได้อีก

 

เมื่อ ไหร่ก็ตามที่ตรวจพบว่า ฟันของคุณเริ่มมีหินปูนมาเกาะ คุณควรจะรีบกำจัดออกไปโดยเร็วที่สุด มิฉะนั้นหินปูนดังกล่าวจะขยายตัวไปอย่างรวดเร็ว และทำให้ฟันของคุณผุกร่อนได้ในที่สุด

 

สำหรับวิธีการขจัดหินปูนออกไป ปัจจุบันนี้ในวงการแพทย์ มีเทคนิคขูดหรือกรอหินปูนได้อย่างนุ่มนวลมากขึ้น ซึ่งช่วยให้คนไข้ไม่รู้สึกเจ็บปวดหรือต้องเสียเลือดเสียเนื้อ เพราะเหงือกถลอกปอกเปิดกับการขูดหินปูนอีกต่อไป

 

นอก จากนี้ในบางประเทศยังได้มีการนำเลเซอร์มาใช้ในการขูดหินปูนด้วย นับเป็นวิวัฒนาการใหม่อย่างหนึ่งของวงการทันตแพทย์ ซึ่งการใช้เลเซอร์ดังกล่าวช่วยทำให้คนไข้แทบไม่รู้สึกอะไรเลย ในขณะที่คราบหินปูนถูกเลเซอร์ขูดออกไปเป็นผุยผง

 

เท่านั้นไม่พอ ยังมีวิธีการใหม่ล่าสุดที่คาดว่าจะได้รับความนิยมยิ่งกว่าเลเซอร์ นั่นคือ การใช้เจลพิเศษ ซึ่งเพียงป้ายเจลตรงบริเวณที่มีหินปูนเกาะอยู่ภายใน 30 วินาที เจลจะทำให้คราบหินปูนอ่อนตัวลงจากนั้นหมอก็จะขูดเบา ๆ ตรงบริเวณดังกล่าว คราบหินปูนก็จะหลุดออกไปอย่างง่ายดาย โดยไม่ทำให้เกิดอันตรายต่อเหงือกและฟัน

 

 

:o พัฒนาการของการขจัดคราบหินปูน

 

คาด ว่าในอนาคตอันใกล้ วัคซีนป้องกันการก่อตัวของหินปูนจะสามารถนำมาใช้กับมนุษย์ได้เป็นผลสำเร็จ ซึ่งวัคซีนชนิดนี้ เป็นผลงานการค้นคว้าของนักวิจัยชาวอังกฤษ โดยประสิทธิภาพของวัคซีนดังกล่าวเท่าที่วิจัยพบในขณะนี้ สามารถช่วยปกป้องการก่อตัวของหินปูนที่เกาะบนฟันได้นานถึง 1 ปี

 

ฟันสวยสุขภาพดีตลอดชีวิตเป็นเรื่องที่เป็นไปได้ หากเรารู้จักดูแลรักษาฟันให้รอดพ้นจากการเกาะตัวของคราบหินปูน

 

 

http://health.kapook.com/view6157.html

Edited by moddang..

Share this post


Link to post
Share on other sites

หินปูนที่เกาะฟันมีสาเหตุเกิดจากอะไร...

 

scalling.jpg

 

 

 

หินปูนเป็นสารประกอบแคลเซียมที่ตกตะกอนเป็นผลึก จากการที่แคลเซียมในน้ำลายรวมตัวกับสารบางอย่างจากคราบจุลินทรีย์ (บางทีเรียกว่า “พลัก” [plaque] หรือเรียกภาษาชาวบ้านว่า “ขี้ฟัน” นั่นเอง)

 

ควรขูดหินปูนออกหรือไม่ ถ้าควรขูดทิ้ง ต้องใช้ระยะเวลาในการขูดหินปูนทิ้งห่างกันเท่าไร

 

หินปูนมีผิวที่ขรุ ขระจึงทำให้เกิดการเกาะของคราบจุลินทรีย์ได้ง่าย ผลที่ตามมา ก็คือ เชื้อโรคในคราบจุลินทรีย์ทำให้เกิดเหงือกอักเสบ นอกจากนี้ถ้ามีอาหารพวกน้ำตาลอยู่ด้วยในคราบจุลินทรีย์ก็จะทำให้เกิดฟันผุใน บริเวณนั้นได้ง่าย หินปูนยังทำให้เกิดความไม่สวยงามและมักทำให้เกิดกลิ่นปาก ดังนั้นจึงควรขูดหินปูนออก ระยะห่างของการขูดหินปูนแต่ละครั้งไม่เท่ากันในแต่ละคน เพราะบางคนเกิดหินปูนได้เร็วกว่าคนอื่น เคยมีการศึกษาพบว่า มีสารออกซาเลตสูงในหินปูนของคนภาคอีสาน ซึ่งเป็นสารที่พบได้ในหน่อไม้ ผู้ที่ศึกษาถึงเรื่องนี้คิดว่า การกินหน่อไม้มีผลทำให้หินปูนมากขึ้นในคนภาคอีสาน แต่อย่างไรก็ตามยังต้องทำการศึกษาต่อไป การตรวจดูหินปูนด้วยตนเองนั้นทำได้ง่าย เพราะบริเวณที่พบได้บ่อยคือด้านลิ้นของฟันหน้าล่าง ให้ส่องกระจกดู อ้าปากกว้างๆ ก้มหน้าลงมองไปที่ด้านลึกของฟันหน้าล่างเป็นจุดที่สังเกตได้

 

ผลดีและผลเสียของการขูดหินปูนมีอะไรบ้าง

 

ผลดี คือ ฟันและช่องปากจะสะอาดขึ้น ส่วนบางคนที่ใช้ฟันเคี้ยวอาหารด้านเดียว ฟันที่ไม่ได้ใช้จะมีหินปูนสะสมมาก แต่เมื่อขูดหินปูนออกแล้วการใช้งานจะดีขึ้น และฟันที่ถูกคลุมด้วยหินปูนก็จะได้รับการวินิจฉัยรักษา ตลอดจนการดูแลจากเจ้าของได้ดีขึ้น นอกจากนี้ยังมีผลในการกำจัดกลิ่นปาก เพิ่มความสวยงาม ปรับปรุงบุคลิกภาพเพราะดูสะอาด มีความมั่นใจในตนเองมากขึ้น

 

ผลเสีย คือ ดูจะไม่เด่นชัดนัก นอกจากค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาล หรือในรายที่ขูดหินปูนบ่อยเกินความจำเป็น ก็อาจทำให้เกิดฟันสึกได้บ้างแต่ไม่มากนัก อย่างไรก็ดี การขูดหินปูนให้สะอาด เพราะมิฉะนั้นก็จะเป็นที่สะสมให้เกิดหินปูนใหม่ได้เร็วขึ้น ในการขูดหินปูนจึงมักจะใช้เวลาบ้าง และอาจจะเจ็บบ้าง

 

ควรดูแลรักษาฟันอย่างไรเพื่อไม่ให้เกิดหินปูนอีก และมีวิธีป้องกันการเกิดหินปูนได้หรือไม่

การจะป้องกันไม่ให้ เกิดหินปูนขึ้นอีกเลยในปัจจุบันยังไม่สามารถทำได้ แต่การมีหินปูนมิใช่การเป็นโรค ก็คล้ายๆ กับการเกิดมีขี้ฟันที่เกาะที่ตัวฟันหลังกินอาหาร ถ้าไม่กินก็คงจะไม่เกิด แต่จริงๆ แล้วแม้ไม่กินอาหารก็มีคราบของโปรตีนในน้ำลายไปเกาะที่ผิวฟันอยู่ดี เพียงแต่เรามองไม่เห็น และไม่เป็นอันตรายต่อฟัน ดังนั้นที่จะทำได้คือ การทำความสะอาดฟันให้สะอาดทั่วทั้งปากทุกๆ วัน ก็จะทำให้เกิดหินปูนช้าลงหรือน้อยลง นอกจากนี้ในปัจจุบันยังมีการพัฒนาการเพิ่มสารบางอย่างในยาสีฟันเพื่อลดการ เกาะตัวของสารประกอบแคลเซียม ดังนั้นในระยะยาวก็อาจมีผลที่เห็นได้ชัดเจน ซึ่งผู้เชี่ยวชาญเชื่อว่า อาจลดการเกิดหินปูนในประชากรได้ร้อยละ 5-10

 

การขูดหินปูนเสี่ยงต่อการเป็นโรคเอดส์หรือไม่

 

การขูดหินปูนมักจะ มีเลือดออกด้วย ถ้าจะให้แน่ใจควรสอบถามผู้ทำการรักษาในเรื่องการฆ่าเชื้อก่อนก็จะดี แต่โดยทั่วไปแล้วมีการระมัดระวังในเรื่องนี้อย่างมากอยู่แล้วในการให้บริการ ทันตกรรม

 

เหงือกร่นมีสาเหตุเกิดจากอะไร (เกิดจากหินปูนใช่หรือไม่)

 

เหงือกร่นมักเกิด จากการแปรงฟันไม่ถูกวิธีหรือออกแรงมากเกินไป ใช้ขนแปรงแข็ง ทำให้ขอบเหงือกบริเวณคอฟันถอยร่นลงไปทางรากฟัน การมีหินปูนก็มีส่วนร่วมให้เกิดการถอยร่นของเหงือกได้ เห็นได้ชัดบริเวณฟันหน้าล่างด้านลิ้นเพราะมักทำความสะอาดได้ไม่ถนัด จึงมักจะไม่ให้เกิดเพราะการแปรงฟัน

 

ถ้าระบบฟันในปากเสียไป จะมีผลต่ออวัยวะส่วนคอหรือไม่ อย่างไร

 

คำถามคลุมเครือมาก คำว่า “ระบบฟันในปากเสีย” หมายถึง ฟันผุมากๆ หลายๆ ซี่ หรือหมายถึง การกัดสบของฟันบนและฟันล่างเสียไปอาจจะด้วยสาเหตุใดก็ตามให้ผลไม่เหมือนกัน

 

ในกรณีที่มีฟันผุ มากหลายๆ ซี่ จะทำให้เกิดการติดเชื้อในลำคอ ระบบทางเดินหายใจ และระบบทางเดินอาหารได้ง่าย เพราะฟันผุเป็นแหล่งสะสมเชื้อโรค นอกจากนี้การที่มีฟันผุมากๆ ทำให้การบดเคี้ยวอาหารไม่ดี ได้รับอาหารไม่ครบถ้วน ทำให้ภูมิต้านทานร่างกายอ่อนแอไปด้วย

 

ในส่วนของการกัดสบ ที่เสียไป เช่น กรณีเกิดอุบัติเหตุบริเวณใบหน้า และไม่ได้รับการรักษาที่ถูกต้องทำให้ฟันไม่สบกัน บดเคี้ยวอาหารไม่ได้ หรือการสบฟันที่ไม่ดี มีผลให้ปวดข้อต่อขากรรไกร มีเสียงดังที่ข้อต่อขากรรไกรขณะเคี้ยวหรืออ้าปากกว้างๆ มักมีปัญหาขากรรไกรค้างถ้าอ้าปากนานๆ และเจ็บกล้ามเนื้อบริเวณขากรรไกรได้ ซึ่งมักไม่มีผลต่อคอ ยกเว้นบางรายที่กล้ามเนื้อคออาจเกิดอาการตึงเพราะเคี้ยวแล้วเอียงไปด้านใด ด้านหนึ่งมากไป

 

 

ฟัน (teeth) !_cd

 

การดูแลความสวยงามของฟัน แสดงให้เห็นถึงความมีจิตสำนึกหรือความเอาใจใส่ในสุขภาพของร่างกายและปรารถนา จะเป็นที่รักของทุกๆคน ปฏิกิริยาต่อฟันมักเป็นเรื่องเกี่ยวกับความรู้สึกล้วนๆ มันไม่ใช่สิ่งที่จะบอกธรรมชาติที่แท้จริงของบุคคล โปรดระลึก ถึงเรื่องนี้ไว้ให้ดี ขณะที่คุณฝึกหัดศิลปะในการอ่านหน้าคน จงอย่าพูดอะไร ที่เสียหายออกไป เพียงเพราะคุณ ไม่ชอบในสิ่งที่คุณเห็น

 

 

ฟันกว้างชิดสนิทกัน

ฟันแบบนี้แสดงถึง ความต้านทานโรคที่ดี และเต็มไปด้วยพลัง คนที่ตระหนักถึงคุณค่าทางอาหารมักมีฟันลักษณะนี้มีแนวโน้มที่จะมีชีวิตที่ ยืนยาวแต่เขาอาจจะมีลักษณะที่ก้าวร้าว

 

ฟันที่แข็งแรงและแหลม

มักมีชีวิตชีวา มีวิญญาณของการต่อสู้ มีความสมดุลทางเพศ

 

ฟันยาว

ผู้ที่มีฟันยาวแสดงถึงความลังเล ขี้อาย คนประเภทนี้จะพูดและตัดสินใจอย่างระมัดระวังตัว

 

ฟันยาวและมีช่องฟันกว้าง

แสดงถึงความเป็นคนตัดสินใจอะไรม่ได้ ขี้เกียจ ผู้เชี่ยวชาญบางท่านบอกว่า ช่องว่างที่เกิดขึ้นแสดงถึง ความมีโชค ด้านการเงิน

 

ฟันเล็กสั้น

คนที่มีฟันเช่นนี้ สามารถมองใจคนได้ทะลุปรุโปร่ง แต่บางครั้งชอบเก็บตัว หรือมีความไตร่ตรองดีในบางราย ฟันลักษณะนี้ แสดงความเป็นผู้หญิง

 

ฟันแหลมยื่น

เมื่อฟันยื่นออกมาแสดงถึงนิสัยชองโต้เถียง

 

ฟันที่แหว่งหายไป

เป็นลักษณะของคนมองชีวิตอุเบกขา และควบคุมตัวเองได้ดี ชอบถากถางผู้คนและเยือกเย็น

 

http://www.kroobannok.com/blog/16504

Share this post


Link to post
Share on other sites

เอามาให้อ่านเพื่อความหลากหลายนะคะ

 

 

คราบหินปูน

 

ทพ.มหิศร วิเศษจัง

 

งานทันตกรรม โรงพยาบาลศิริรราช

Faculty of Medicine Siriraj Hospital

คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล

 

ถาม.คราบฟันหรือหินปูนเกิดขึ้นได้อย่างไร

 

ตอบ.หินปูนหรือหินน้ำลาย คือ แผ่นคราบจุลินทรีย์ที่แข็งตัวเนื่องจากมีธาตุแคลเซียมจากน้ำลายเข้าไปตกตะกอน แผ่นคราบจุลินทรีย์ หรือ Bacterial plaque คือ คราบสีขาวขุ่นนิ่มที่ประกอบด้วยเชื้อโรค ติดอยู่บนตัวฟัน แม้ว่าจะบ้วนน้ำก็ไม่สามารถหลุดออกได้ ขบวนการเกิดคราบจุลินทรีย์เริ่มต้นหลังจากที่แปรงฟัน แล้วเพียง 2-3 นาที โดยจะมีเมือกใสของน้ำลายมาเกาะที่ตัวฟัน จากนั้นเชื้อโรคที่มีอยู่มาก ในปากจะมาเกาะทับถมกันมาก ๆ เข้าเกิดเป็นคราบจุลินทรีย์ คราบจุลินทรีย์นี้เองเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดโรคฟันผุและโรคปริทันต์ เมื่อรับประทานอาหารเข้าไป คราบจุลินทรีย์นี้จะใช้น้ำตาลจากอาหารสร้างกรดและสารพิษ โดยกรดจะทำลายเคลือบฟันทำให้ฟันผุ สารพิษจะทำให้เหงือกอักเสบ ทำให้เกิดโรคปริทันต์ ถ้าไม่กำจัดคราบจุลินทรีย์ โดยการทำความสะอาดฟันและเหงือกอย่างดีทุกวัน คราบนี้จะเพิ่มมากขึ้นและทำอันตรายต่อฟันและเหงือก มักพบคราบจุลินทรีย์มากโดยเฉพาะที่คอฟัน บริเวณขอบเหงือกและซอกฟัน สามารถใช้สีย้อมให้เห็นคราบได้ชัดเจน แต่ในรายที่คราบหนามาก ๆ สามารถเห็นและรู้สึกได้เมื่อใช้ลิ้นสัมผัสไปตามฟัน

 

ถาม.ความสำคัญและความจำเป็นในการขูดหินปูน

 

ตอบ. บนพื้นผิวหินน้ำลาย จะมีคราบจุลินทรีย์ปกคลุม หินน้ำลายที่โผล่พ้นขอบเหงือกจะมองเห็นได้ แต่ส่วนที่อยู่ใต้เหงือกจะมองไม่เห็น หินปูนหรือคราบจุลินทรีย์ที่ยึดติดอยู่บนหินปูนใต้เหงือกไม่สามารถกำจัดออก ได้ โดยวิธีการทำความสะอาดฟันด้วยตัวเองต้องอาศัยทันตแพทย์ช่วยกำจัดหินปูนให้ ทันตแพทย์จะขูดหินปูนออกทั้งเหนือเหงือกและใต้เหงือก จากนั้นทำรากฟันให้เรียบ (root planning) ปราศจากสารพิษใด ๆ เพื่อให้เหงือกยึดแน่นรอบตัวฟันเหมือนเดิม

การขูดหินปูนให้หมดจริง ๆ อาจต้องใช้เวลาพอควร อาจต้องนัดครั้งละ 30-45 นาที เป็นเวลา 2-4 ครั้ง หรือมากกว่านั้น ขึ้นกับความมากน้อยของหินปูน ความลึกของร่องลึกปริทันต์ ความแข็งของหินปูนเป็นต้น

หลังจากนั้นประมาณ 4-6 อาทิตย์ ทันตแพทย์จะประเมินผลดูว่าผู้ป่วยหายจากโรคปริทันต์หรือไม่ โดยดูลักษณะเหงือกว่ากลับสู่สภาพเดิมหรือยัง มีเลือดออกเวลาแปรงฟันและเมื่อใช้เครื่องมือวัดร่องลึกปริทันต์ ว่าตื้นขึ้นหรือเข้าสู่ภาวะปกติหรือไม่ ถ้ายังมีความลึกของ ร่องลึกปริทันต์อยู่ ทันตแพทย์จะพิจารณาว่าควรจะทำการผ่าตัดหรือไม่ ทั้งนี้ขึ้นกับการร่วมมือของผู้ป่วยในการทำความสะอาดด้วย แม้ว่าเหงือกจะกลับคืนสู่สภาวะปกติแล้ว แต่ถ้าผู้ป่วยละเลยไม่ทำความสะอาดอย่างถูกต้องและสม่ำเสมอ ก็สามารถที่จะกลับมาเป็นโรคปริทันต์ได้อีก

 

ถาม. ควรเริ่มขูดหินปูนตั้งแต่วัยใด

ตอบ.สามารถขูดหินปูนได้ทุกวัย แม้กระทั่งในวัยเด็กที่มีฟันน้ำนมขึ้นแล้วไปจนกระทั่งผู้สูงอายุ

 

ถาม.ระยะความถี่ห่างของการขูดหินปูนที่เหมาะสม

 

ตอบ.ในระยะแรก ๆ หลังการขูดหินปูน ควรกลับมาให้ทันตแพทย์ตรวจและทำความสะอาดภายใน 2-3 เดือน จากนั้นถ้าผู้ป่วยสามารถทำความสะอาดได้ดี ไม่มีเหงือกอักเสบหรือไม่มีร่องลึกปริทันต์ ทันตแพทย์จะนัดผู้ป่วยมาตรวจและขูดหินปูน ภายใน 5-6 เดือน โดยทุกครั้งจะดูความร่วมมือของผู้ป่วยและอาจทบทวนวิธีการทำความสะอาดฟันและเหงือกด้วย

 

ถาม. การขูดหินปูนบ่อย ๆ จะมีผลกระทบต่อฟันหรือไม่

ตอบ.ใน บางครั้งจะทำให้เกิดอาการเสียวฟันได้บ้าง ภายหลังการขูดหินปูนและอาจมีการเจ็บเหงือกบ้างบางครั้ง แต่การดูแลรักษาความสะอาดที่ถูกต้อง จะทำให้อาการดังกล่าวหายไป

 

ถาม.ถ้าไม่ขูดหินปูนจะเกิดผลเสียอย่างไร

 

ตอบ.จะทำให้เกิดโรคปริทันต์ โดยท่านอาจมีอาการดังนี้

 

1. เลือดออกขณะแปรงฟัน

2. เหงือกบวมแดง

3. มีกลิ่นปาก

4. เหงือกร่น

5. มีหนองออกจากร่องเหงือก

6. ฟันโยก

7. ฟันเคลื่อนออกจากกัน

 

ถาม. ผู้ป่วยที่มีปัญหาเกี่ยวกกับเลือดหยุดยาก สามารถขูดหินปูนได้หรือไม่

 

ตอบ. ผู้ป่วยที่มีเลือดหยุดยาก ควรจะมีการปรึกษาแพทย์ เพื่อแพทย์จะได้ปรึกษาและวางแผนการรักษาร่วมกับทันตแพทย์ โดยอาจจะต้องหยุดยาที่ทำให้เลือดแข็งตัวช้า หรือในกรณีที่มีเลือดที่มีความผิดปกติของการแข็งตัวของเลือดอาจต้องให้เลือด หรือสารทดแทนก่อนขูดหินปูน เพื่อป้องกันปัญหาแทรกซ้อนหรือเลือดไหลไม่หยุด

 

ถาม. การป้องกันในการเกิดคราบหินปูน

 

ตอบ.ประกอบด้วยการทำความสะอาดฟัน นั้นคือ การแปรงฟันให้ถูกวิธี

การทำความสะอาดซอกฟัน รวมทั้งการนวดเหงือก ซึ่งมีหลายวิธี เช่นการใช้เส้นใยขัดฟัน (flossing) ปุ่มนวดเหงือก (rubber tip) แปรงระหว่างซอกฟัน (proxmal brush) ผ้าก็อซ (gauze strip) ไม้กระตุ้นเหงือก การที่จะเลือกใช้อุปกรณ์ตัวใด ขึ้นอยู่กับการพิจารณาและคำแนะนำของทันตแพทย์

 

ถาม. ข้อแนะนำท้ายรายการ

 

ตอบ.ท่านสามารถป้องกันโรคฟันผุและโรคปริทันต์ ได้โดยการกำจัดคราบจุลินทรีย์ในช่องปากของท่านโดยการ

 

1. แปรงฟันวันละ 2 ครั้ง ตอนเช้าและก่อนนอน การแปรงฟันหลังอาหารทุกมื้อเป็นสิ่งที่ดีมากแต่ถ้าไม่สามารถกระทำได้ให้บ้วนน้ำแรง ๆ 2-3 ครั้ง หลังอาหาร

2. ทำความสะอาดซอกฟันอย่างน้อยวันละ 1 ครั้ง

3. หลีกเลี่ยงอาหารหวาน ๆ โดยเฉพาะระหว่างมื้อ

4. พบทันตแพทย์อย่างน้อยปีละ 2 ครั้ง เพื่อตรวจสภาพเหงือกและฟัน เพื่อทำความสะอาดฟันบริเวณที่เหลือจากการทำความสะอาดและรับการรักษาระยะ เริ่มแรก ก่อนที่ท่านจะต้องสูญเสียฟันของท่าน เนื่องจากโรคฟันผุและปริทันต์

 

 

 

http://www.si.mahidol.ac.th/sidoctor/e-pl/articledetail.asp?id=92

Edited by moddang..

Share this post


Link to post
Share on other sites

เรื่อง(ไม่)เล็ก การรักษารากฟัน

 

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์

ทพญ.ศศพินทุ์ เจณณวาสิน งานทันตกรรม รพ.ศิริราช : บทความ

นิษฐ์ภัสสร ห่อเนาวรัตน์ : เรียบเรียง

 

 

 

เมื่อเอ่ยถึงการ รักษารากฟัน หลายคนอาจทำหน้าสงสัย แค่ชื่อก็ฟังดูน่าขยาด ชวนให้นึกไปถึงขั้นตอนการรักษาที่ยุ่งยาก ซับซ้อน และเกี่ยวโยงไปถึงความเจ็บปวดที่จะตามมา อันที่จริงแล้วการรักษารากฟันนั้นมีความยุ่งยากซับซ้อนก็จริง แต่ไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิดกัน เพราะเป็น กระบวนการรักษาที่ทำให้สามารถเก็บฟันที่ผุ แตก หัก ทะลุโพรงประสาทให้ใช้งานได้ต่อไปอีกนาน ดังนั้นเราจึงควรทำความเข้าใจเกี่ยวกับการรักษารากฟันซึ่งเป็นเรื่อง (ไม่) เล็กที่อาจใกล้ตัวกว่าที่คิด

 

 

554000003919401.JPEG

ขั้นตอนการรักษารากฟัน

การรักษารากฟันจะทำเพื่อรักษาโรคที่เกิดขึ้นกับระบบโพรงประสาทฟัน ส่วนใหญ่มีสาเหตุมาจากฟันที่ผุและถูกปล่อยทิ้งไว้จนลุกลามเข้าสู่โพรงประสาท ฟัน หรือการที่ฟันได้รับอุบัติเหตุต่างๆ จนส่งผลให้เกิดการอักเสบและติดเชื้อของโพรงประสาทฟันตามมา ซึ่งหากปล่อยทิ้งไว้โดยไม่รักษา การติดเชื้อนั้นก็อาจลุกลามเข้าสู่กระดูกเบ้าฟันและช่องเนื้อเยื่อบริเวณใบ หน้าได้

 

อาการที่บ่งชี้ว่าฟันอาจมีการอักเสบติดเชื้อภายในโพรงประสาทจนต้อง รักษารากฟัน เช่น มีอาการปวดฟันรุนแรงและยาวนาน เมื่อโดนสิ่งกระตุ้นต่างๆ ความร้อนหรือความเย็น หรือจู่ ๆ ก็ปวดฟันขึ้นมาโดยไม่ต้องมีสิ่งกระตุ้น (ซึ่งมักจะเป็นมากเวลานอน) ฟันมีสีคล้ำลงผิดจากฟันซี่อื่น มีอาการบวมบริเวณเหงือกและใบหน้า หรือมีตุ่มหนองเกิดขึ้น

 

• ขั้นตอนหลักของการรักษารากฟัน ประกอบด้วย

 

1. เปิดทางเข้าจากตัวฟันไปถึงโพรงประสาทฟันที่อักเสบ

 

2. ล้างทำความสะอาดคลองรากฟัน พร้อมขยายและตบแต่งคลองรากฟันให้เหมาะสมแก่การอุด อาจมีการใส่ยาทิ้งไว้ในคลองรากฟันเพื่อกำจัดเชื้อที่เหลืออยู่

 

3. เมื่อโพรงประสาทฟันสะอาดดีแล้ว ทันตแพทย์จะทำการอุดปิดโพรงประสาทฟันอย่างถาวร โดยใช้วัสดุจำพวกยางอุดตั้งแต่ปลายรากฟันถึงพื้นโพรงประสาทฟัน และปิดทับด้วยวัสดุทางทันตกรรม

 

4. ทันตแพทย์จะทิ้งระยะเพื่อรอดูอาการซึ่งขึ้นอยู่กับสภาพของฟัน และเมื่อแน่ใจว่าการรักษารากฟันประสบความสำเร็จ ก็จะทำการบูรณะฟันตามความเหมาะสมต่อไป

 

 

554000003919402.JPEG

ภาพจำลองฟันที่ผ่านการรักษารากแล้ว

• เจ็บ(หรือเปล่า)

 

โดยทั่วไปทันตแพทย์จะมีการใส่ยาชาก่อน เว้นในรายที่โพรงประสาทฟันตายไปแล้วจริง ๆ จะไม่เกิดอาการเจ็บปวดเลย แต่บางรายอาจพบอาการเจ็บหรือตึงที่ฟัน ซึ่งเป็นผลแทรกซ้อนจากการรักษาได้บ้าง

 

แม้เทคโนโลยีการรักษาคลองรากฟันจะพัฒนาอย่างต่อเนื่อง เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ และสามารถย่นระยะเวลาการรักษาลงได้มาก แต่ก็ใช่ว่าฟันทุกซี่จะรักษาได้เสมอไป ดังนั้นจึงไม่ควรละเลยในการดูแลสุขภาพช่องปากให้ดี โดยแปรงฟันให้สะอาดทั่วถึงและหมั่นพบทันตแพทย์เพื่อตรวจเช็คสุขภาพฟันทุก 6 เดือน รวมทั้งไม่ควรปล่อยให้ฟันผุลุกลามไปจนถึงโพรงประสาทฟัน เพียงเท่านี้การรักษารากฟันก็ยังคงเป็นเรื่องเล็กที่ห่างไกลตัวเราไปอีกนาน ทั้งยังมีฟันธรรมชาติอยู่คู่กับเราดีกว่าเป็นไหนๆ

 

----------------------------------------------------------

554000003919403.JPEG

ภาพแสดงฟันผุที่อาจมีการทะลุของโพรงประสาทฟัน

 

 

Share this post


Link to post
Share on other sites

ทันตกรรมรักษาราก Root Canal Treatment

 

รักษารากฟัน

 

เมื่อฟันเริ่มผุ แต่ปล่อยทิ้งไว้ ไม่ไปพบทันตแพทย์เพื่อทำการรักษา เมื่อปล่อยทิ้งไว้นานๆ การผุลุกลามเข้าไปถึงโพรงประสาทฟัน จำเป็นต้องรักษารากฟัน หากทิ้งไว้นานๆรักษารากฟันไม่ได้อาจต้องถอนฟันทิ้ง

 

: : อาการ : :

 

มีอาการปวดฟันไม่ใช่เสียวฟัน อยู่เฉยๆแล้วปวด เพราะฟันที่ผุ จะผุที่บริเวณเคลือบฟันและเนื้อฟันซึ่งไม่มีเส้นประสาท เพราะฉะนั้นจะไม่ปวดแต่จะเสียวแทน แต่เมื่อใดก็ตามเมื่อการผุลุกลามไปจนถึงโพรงประสาทฟัน จะเกิดการอักเสบในโพรงประสาทฟันและทำให้ปวดฟันนั้นเอง

. : : โดยปกติฟันจะประกอบไปด้วยส่วนต่างๆ ส่วน คือ

 

endo2.gif

 

 

1. เคลือบฟัน (Enamel) ส่วนนี้จะเป็นส่วนที่อยู่ภายนอกสุดและมีความแข็งแรงที่สุดของฟัน ทำหน้าที่ห่อหุ้มและปกป้องเนื้อฟันและส่วนที่อยู่ข้างใน

 

2. เนื้อฟัน (Dentin) อยู่ระหว่างเคลือบฟันกับโพรงประสาทฟัน ส่วนนี้จะไวต่อการสัมผัสและอุณหภูมิมากกว่าเคลือบฟันมาก ดังนั้นเมื่อเคลือบฟันถูกทำลายออกไปไม่ว่าด้วยเหตุผลใดก็ตามจนทำให้เห็นเนื้อฟันแล้ว มักจะมีอาการเสียวฟันตามมาเมื่อถูกกระตุ้นด้วยการสัมผัสหรืออุณหภูมิที่เปลี่ยนไปในช่องปาก

 

3. โพรงประสาทฟัน (Dental pulp) ส่วนนี้จะประกอบไปด้วยเส้นเลือดและเส้นประสาทต่างๆที่มาหล่อเลี้ยงฟัน ทำให้ฟันมีชีวิตอยู่ได้ โพรงประสาทฟันนี้จะมีความไวต่อสิ่งกระตุ้นทุกชนิดสูงมากเนื่องจากประกอบไปด้วยเส้นประสาทรับความรู้สึกจำนวนมาก ดังนั้นหากเคลือบฟันกับเนื้อฟันถูกทำลายออกไปจนถึงชั้นโพรงประสาทฟันแล้ว มักจะมีอาการปวดฟันแสดงออกมา

 

เมื่อใดก็ตามที่การผุลุกลามจนทะลุถึงโพรงประสาทฟัน สารพิษจากจุลินทรีย์ก่อให้เกิดการอักเสบขึ้นภายในโพรงประสาท แต่เนื่องจากโพรงประสาทถูกเนื้อฟันซึ่งเป็นส่วนแข็งล้อมอยู่ ทำให้หนองและของเสียต่างๆไม่สามารถระบายออกได้ เมื่อมีอาการอักเสบจึงปวดมาก

 

. . : การรักษา : . .

 

endo1.gif

ขั้นแรก :

 

ทันตแพทย์จะทำการเปิดโพรงประสาทฟันโดยการกรอเจาะตัวฟัน เพื่อทำการระบายหนองออก

 

ขั้นที่สอง :

 

ทันตแพทย์จะใช้เข็มเล็กๆสอดเข้าไปในคลองรากฟัน เพื่อกำจัดเนื้อเยื้อที่อักเสบในโพรงประสาทฟันและเนื้อฟันที่มีการผุออก และทำความสะอาด ขั้นตอนนี้อาจต้องใช้เวลาหลายครั้ง ระยะรักษารากฟันขึ้นอยู่กับซี่ฟัน โดยฟันหน้าจะมีคลองรากเดียวส่วนฟันกรามอาจมี 3-4 คลองรากฟัน โดยเฉลี่ยแล้วจะใช้ระยะเวลาการรักษาประมาณ 2-3 ครั้ง

ขั้นที่สาม :

 

หลังจากทันตแพทย์ทำความสะอาดคลองรากฟันจนปราศจากเชื้อจุลินทรีย์แล้ว ทันตแพทย์จะอุดคลองรากฟัน และทำการบูรณะตัวฟันต่อไป

ฟันที่รักษารากฟันแล้ว ส่วนใหญ่เนื้อฟันที่ดีจะเหลือน้อย และฟันจะเปราะกว่าปกติ ทำให้แตกหักง่าย จึงควรทำครอบฟันเพื่อเสริมสร้างความแข็งแรงให้กับตัวฟัน ฟันที่มีขนาดเล็ก เช่น ฟันหน้าและฟันกรามน้อย หลังรักษารากฟันแล้วมักทำเดือยฟันร่วมกับการทำครอบฟัน ส่วนฟันกรามใหญ่ที่มีเนื้อฟันดีเหลืออยู่มากอาจเพียงอุดโพรงฟันก่อนค่อยทำครอบฟัน

 

บางท่านอาจคิดว่า ตอนแรกที่มารักษารากฟันเพราะอาการปวดฟัน เมื่อทันตแพทย์รักษาในครั้งแรกอาการปวดหายไปก็คิดว่าหายดีแล้ว เป็นความเข้าใจที่ผิด เพราะฟันที่รักษารากฟันค้างไว้อยู่ทันตแพทย์จะทำการอุดฟันไว้โดยใช้วัสดุอุด ฟันชั่วคราวซึ่งจะไม่คงทนและอาจมีการรั่วซึมทำให้กลับไปติดเชื้ออีกครั้งได้ ทางที่ดีจึงควรรักษาให้ครบทุกขั้นตอน

 

ในบางกรณีเมื่อทันตแพทย์ทำการรักษาและครอบฟันเรียบร้อยแล้ว อาจเกิดเหตุคาดไม่ถึงในเวลาต่อมา เช่นอาจมีการติดเชื้อเพิ่ม, กำจัดเชื้อโรคไม่หมดในการรักษาครั้งแรก, การติดเชื้อที่ปลายรากฟันอื่นในซี่เดียวกัน, การอุดเกินปลายราก หรือมีเครื่องมือหักค้างอยู่ที่คลองรากฟัน ซึ่งจำเป็นต้องรื้อวัสดุอุดปลายรากออก และจำเป็นต้องมารักษารากฟันอีกครั้ง Retreatment หรือในบางครั้งไม่สามารถรื้อฟันเพื่อรักษารากฟันด้วยวิธีปกติได้อาจต้องทำศัลยกรรมปลายรากด้วยวิธี Retrograde โดยมีวัตถุประสงค์ที่จะรักษาฟันไว้ในกรณีที่อุดคลองรากฟันด้วยวิธีปกติล้มเหลว

 

 

 

 

รักษารากฟัน (ต่อ) RETREATMENT : .

 

 

ดังที่กล่าวไปแล้วว่า ในบางกรณีเมื่อทันตแพทย์ทำการรักษาและครอบฟันเรียบร้อยแล้ว อาจเกิดเหตุคาดไม่ถึงในเวลาต่อมา เช่นอาจมีการติดเชื้อเพิ่ม, การกำจัดเชื้อไม่หมดในการรักษาครั้งแรก, การติดเชื้อที่ปลายรากฟันอื่นในซี่เดียวกัน, การอุดเกินปลายราก หรือมีเครื่องมือหักค้างอยู่ที่คลองรากฟัน ซึ่งจำเป็นต้องรื้อวัสดุอุดปลายรากออก และจำเป็นต้องมารักษารากฟันอีกครั้ง

 

โดยทันตแพทย์จะทำการรื้อครอบฟันและวัสดุอุดรากเก่าออกด้วยเครื่องอัลตร้าโซนิก ซึ่งเป็นเครื่องมือที่ทำงานด้วยแรงสั่นสะเทือนระดับอัลตร้าโซนิก โดยใช้ร่วมกับเครื่องมือชุดปลายรากสำหรับการทำ retreatment ในลักษณะต่างกัน ดังนี้

 

calcification.gif

 

กรณีกำจัด Calcification ที่อยู่ในโพรงประสาทฟันและคลองรากฟัน

 

access-cavity.gif

 

การขยายและเปิดคลองรากฟันที่เรียกว่า Pre-flaring (รื้อวัสดุอุดรากฟันเก่าออก)

 

broken-file.gif

 

การรื้อกำจัดเครื่องมือที่หักค้างอยู่ในคลองรากฟัน

 

 

หลังจากนั้นจะทำการรักษาคลองรากฟันโดยใช้เครื่องอัลตร้าโซนิกร่วมกับการรักษาคลองรากฟัน ไม่ว่าจะเป็นการขยาย กำจัดเชื้อ และการอุดคลองรากฟัน ซึ่งการใช้เครื่องอัลตร้าโซนิกยังสามารถช่วยกำจัดความเสี่ยง ของการขยายคลองรากฟันผิดรูปหรือขยายและอุดเกินปลายรากฟันได้อีกด้วย

 

ความสามรถของเครื่องอัลต้าโซนิกในการกระตุ้นและเพิ่มประสิทธิภาพให้กับน้ำยา ทำให้ Bacteria Debris และ Biofilm ที่ฝังตัวอยู่ตามผนังคลองรากฟันหลุด และถูกล้างออกไปอย่างง่ายดาย นอกจากนี้ เครื่องอัลตร้าโซนิกยังช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของการกดอัดกัตตาเปอร์ชาเข้าไปชิดผนังในคลองรากฟัน รวมถึงคลองรากฟันเล็กๆที่แยกตัวออกมาซึ่งอุดได้ยากด้วยเครื่องมือปกติ

 

. . : RETROGRADE : . .

 

retrograde.jpg

 

ส่วนการทำศัลยกรรมปลายรากด้วยวิธี Retrograde นั้น เป็นการอุดย้อนปลายรากฟันภายหลังจากการตัดปลายรากฟันแล้ว โดยมีวัตถุประสงค์ที่จะรักษาฟันไว้ในกรณีที่อุดคลองรากฟันด้วยวิธีปกติล้มเหลว และไม่สามารถใช้วิธีการรักษาแบบ Retreatment ได้ ซึ่งมักจะเป็นทางเลือกสุดท้ายก่อนการตัดสินใจถอนฟัน

 

การรักรากฟันโดยปกติ จะทำการกรอฟันเพื่อเปิดทางจากด้านบนฟัน ลงไปสู่ด้านรากฟัน แต่วิธี Retrograde จะทำการกรอเปิดทาง ผ่านกระดูกเข้าไปบริเวณปลายรากฟัน ซึ่งจำเป็นต้องใช้ความระมัดระวังเป็นพิเศษ กับเส้นประสาทบริเวณใกล้เคียง จากนั้นจะควักเนื้อเยื้อที่มีปัญหา (Lesion) ออกและขูดทำความสะอาดให้เรียบร้อย ปลายรากฟันที่มีปัญหาจะถูกตัด โดยพยายามให้เสียเนื้อรากฟันน้อยที่สุด จากนั้น ทันตแพทย์จะทำการรื้อวัสดุเก่าที่อุดคลองรากฟันออกด้วยครื่องอัลต้าโซนิก และปลายเครื่องมือเฉพาะสำหรับงานศัลยกรรมปลายราก เครื่องมือจะสามารถขยายปลายรากฟัน ล้างและทำความสะอาดอย่างทั่วถึงด้วยครื่องอัลต้าโซนิก ซึ่งมีผลในการกำจัดเชื้อและขูดทำความสะอาดผนังคลองรากฟันได้ในขณะเดียวกัน หลังจากนั้นจะทำการอุดย้อนทางปลายรากฟัน โดยใช้เครื่องมือที่เหมาะสมประกอบการอุดปลายรากฟัน ซึ่งจะช่วยให้การเตรียมปลายรากฟันทำได้อย่างง่ายได้ในรากฟันเกือบทุกรูปแบบ

 

http://www.silomdental.com/dental_thai/root_canal_treatment2.html

Share this post


Link to post
Share on other sites

ปวดขากรรไกร-โรงพยาบาลเวชธานี

 

Edited by moddang..

Share this post


Link to post
Share on other sites

แก้อาการปวด ๆ อ้า ๆ กับ 6 เรื่องกราม

 

 

many%20faces.jpg

 

 

แก้อาการปวด ๆ อ้า ๆ กับ 6 เรื่องกราม (Twenty-four Seven)

 

เราสนใจเรื่องฟันมาก แต่น่าแปลกใจที่มักละเลยเรื่องกราม และการบดเคี้ยว ทั้งที่ความปวดเมื่อยนั้น ทรมานได้มากพอกันกับอาการฟันผุ ใครที่เริ่มรู้สึกว่า อ้าปากงับลูกชิ้นจัมโบ้ไซส์ได้ไม่ถนัด ทำออรัลเซ็กซ์แล้วไม่ Extreme หรือทำกิจกรรมอะไรเกี่ยวกับปากได้ยากเย็น นี่คือคำตอบและวิธีดูแลสุขภาพกรามที่เรานำมาฝา

 

1.อาการปวดขากรรไกร ขมับ ใบหน้า เป็นอาการที่พบบ่อยรองจากอาการปวดฟัน มักส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิต ถ้าเป็นบ่อยก็เพียงรบกวนให้รู้สึกไม่สบายรำคาญ ไม่สดชื่น ทำให้เคี้ยวอาหารไม่ได้ อ้าปากพูด หรือหาวนอนก็เจ็บไปหมด พานทำให้เกิดอารมณ์หงุดหงิดกับคนข้างเคียง

 

 

2.ความผิดปกติของข้อต่อขากรรไกร เกิดจากข้อต่อระหว่างขากรรไกรบนและล่างไม่สามารถทำงานอย่างที่ควร โดยข้อต่อนี้เป็นจุดที่มีความซับซ้อนมากที่สุดจุดหนึ่งในร่างกาย มีผลต่อการเคลื่อนขากรรไกรล่างไปข้างหน้า หลัง และด้านข้าง อาการปวดบริเวณขากรรไกรจึงมักเกิดจากการสับฟันที่ผิดปกติ และตำแหน่งของปลายกระดูกขากรรไกรล่าง กับกระดูกขากรรไกรบนที่อยู่ไม่ถูกตำแหน่ง อยู่ชิดกันเกินไป มีการเลื่อนขึ้นไปกดหมอนรองกระดูกบริเวณข้อต่อ

 

ดังนั้นเมื่อคุณเคี้ยวอาหารหรือกัดฟัน ก็จะทำให้เกิดแรงกดไปที่หมอนรองกระดูกส่งผลให้มีอาการปวด สำหรับสาเหตุของอาการปวดขากรรไกรที่มีการลามไปถึงศีรษะ คอ ไหล่ เป็นผลมาจากแรงกดบนข้อต่อกระดูกขากรรไกร ที่มีเส้นประสาทเชื่อมต่อถึงกัน ซึ่งสามารถลุกลามไปตามศีรษะ คอ และไหล่

 

 

3.โรคข้อต่อขากรรไกร และกล้ามเนื้อบดเคี้ยวซึ่งพบมากที่สุด จะมีลักษณะอาการตื้อ หนัก ร้าวที่ขากรรไกร บริเวณหู ขมับ และอาจทำให้รู้สึกปวดศีรษะได้ จะปวดมากขึ้นเมื่อเคี้ยวอาหารกรอบแข็ง เหนียว อ้าปากได้ไม่เต็มที่ อาจมีเสียงดังกึก ๆ หรือกรอบแกรบที่หน้าหูเวลาอ้าปาก ข้อต่อขากรรไกรขัดค้างเวลาอ้าหุบปาก รู้สึกแน่นในหู หูอื้อ ความผิดปกติของโรคข้อต่อขากรรไกรและกล้ามเนื้อบดเคี้ยว

 

แบ่งเป็น 3 กลุ่ม คือ กล้ามเนื้อ แผ่นรองข้อเอ็นยึด และผิวกระดูกข้อต่อขากรรไกรเสื่อม

 

 

4.อาการของความผิดปกติของข้อต่อขากรรไกรมีสัญญาณเตือนได้หลายประการ ปกติแล้วมักจะเป็นการยากที่จะรู้ว่ามีอาการ เนื่องจากอาการบางอย่างอาจจะเป็นปัญหาอื่น ๆ ทันตแพทย์สามารถช่วยวินิจฉัยได้ด้วยการตรวจสอบประวัติ

 

การรักษา การตรวจในคลินิก และการเอกซเรย์ อาการที่พบได้บ่อยคือ ปวดศีรษะ (มักจะถูกคิดว่าเป็นอาการของไมเกรน) อาการปวดหู และอาการปวดบริเวณหลังตา มีเสียงคลิกเวลาอ้าปากหรือหุบปาก มีอาการปวดจากการหาวการอ้าปากกว้าง หรือการเคี้ยวอาหารขากรรไกรค้าง อาการเจ็บที่กล้ามเนื้อขากรรไกร

 

5.อาหารที่บำรุงฟันโดยตรงเลยไม่มี เพราะ เนื่องจากเมื่อเวลาที่ฟันงอกขึ้นมาแล้ว ก็จะหยุดการสร้างเสริมอีก ซึ่งถ้าจะให้ดีควรจะกินอาหารให้ครบ 5 หมู่ หลีกเลี่ยงอาหารหวาน และหลังอาหารทุกมื้อควรแปรงฟันด้วย

 

 

6.แม้ว่าจะยังไม่มีวิธีการรักษาความผิดปกติ ของข้อต่อขากรรไกรที่แน่นอน สำหรับความผิดปกติของข้อต่อขากรรไกร แต่ก็ยังมีหลายวิธีที่จะสามารถช่วยลดอาการได้อย่างมาก ซึ่งทันตแพทย์อาจแนะนำให้พยายามลดความเจ็บปวดของกล้ามเนื้อ ด้วยยาคลายกล้ามเนื้อ แอสไพริน หรือยาแก้ปวดอื่นๆ หรือยาแก้อักเสบ การลดผลกระทบที่อันตราย เช่น การเกร็งและการกระทบ ด้วยการใส่อุปกรณ์ที่ป้องกันการกระทบของฟันบนและล่าง การเรียนรู้ที่จะผ่อนคลาย เพื่อควบคุมความตึงเครียดของกล้ามเนื้อในขากรรไกร ทันตแพทย์อาจแนะนำให้เข้ารับการฝึกเพื่อคลายเครียด ถ้าข้อต่อขากรรไกรได้รับผลกระทบและวิธีการรักษาอื่นไม่ได้ผล การผ่าตัดขากรรไกรอาจเป็นทางเลือก

 

 

นอก จากนี้ การรักษาด้วยวิธีการจัดฟัน สามารถก็แก้ไขปัญหาอาการปวดขากรรไกรได้ แต่ต้องปรับตำแหน่งของปลายกระดูกขากรรไกรใหม่ให้ถูกต้อง ถูกตำแหน่ง

 

Do it Yourself

 

ในระยะเริ่มต้น เมื่อคุณรู้สึกปวดบริเวณขากรรไกร สามารถคลี่คลายมันได้ด้วยตัวเองกับวิธีการง่าย ๆ เหล่านี้

 

ละเลิกนิสัยชอบกัดเน้นฟัน กัดเล็บ เคี้ยวหมากฝรั่งเคี้ยวอาหารข้างเดียว

 

ประคบร้อนหรือเย็นบริเวณขากรรไกรข้างที่ปวด

 

อย่าพยายามอ้าปากกว้างเมื่อปวด ค่อย ๆ อ้าปากเบา ๆ เพื่อลดการฉีกขาดของกล้ามเนื้อ

 

ใส่เฝือกฟัน (Occlusal Splint) เพื่อลดปวดและช่วยฟื้นฟูข้อต่อขากรรไกรและกล้ามเนื้อ ลดการบาดเจ็บของฟันและเนื้อเยื่อในปาก

 

 

 

 

http://health.kapook.com/view12320.html

Edited by pornsook

Share this post


Link to post
Share on other sites

โหละเอียดมากครับ ขอขอบคุณสำหรับบทความดีๆ

Share this post


Link to post
Share on other sites

Join the conversation

You can post now and register later. If you have an account, sign in now to post with your account.

Guest
Reply to this topic...

×   Pasted as rich text.   Paste as plain text instead

  Only 75 emoji are allowed.

×   Your link has been automatically embedded.   Display as a link instead

×   Your previous content has been restored.   Clear editor

×   You cannot paste images directly. Upload or insert images from URL.

Loading...
Sign in to follow this  

  • Recently Browsing   0 members

    No registered users viewing this page.

×
×
  • Create New...