Jump to content
Update
 
 
Gold
 
USD/THB
 
สมาคมฯ
 
Gold965%
 
Gold9999
 
CrudeOil
 
USDX
 
Dowjones
 
GLD10US
 
HUI
 
SPDR(ton)
 
Silver
 
Silver/Oz
 
Silver/Baht
 
Sign in to follow this  
moddang

...เกี่ยวกับ..มะเร็ง

Recommended Posts

!thk ขอบคุณ คุณมดแดงมากนะค่ะ เพิ่งมาอ่านค่ะ

 

1. ใบมะยม 1 กรัม

2. ใบมะขามเปรี้ยว 1 กรัม (ประมาณ 1 กำมือ)

 

ตำบดรวมบีบน้ำออกมาดื่มสดๆ จะเพิ่ม เม็ดเลือด ขาวประมาณ 4000 หน่วยเพิ่มขึ้นในร่างกายต่อวัน

 

 

สูตรนี้จะทดลองดูนะค่ะ เพราะหาง่ายค่ะ ตามรั้วบ้านคนอื่น :P ปกติทานเลือดจระเข้มาสองเดือนได้ผลค่ะ แต่แพงค่ะ

จะทดลองสูตรนี้ดูนะค่ะ ถ้าได้ผลจะมาบอกอีกทีค่ะ ว่าดีจริงป่าว !57

Edited by Eang

Share this post


Link to post
Share on other sites

พูดถึงเรื่องเลือดจระเข้ ผมว่าน่าสนใจดี ก็เลยลองหาข้อมูลมารวมไว้นิดครับ

 

ขอให้ข้อมูลนิดนึงนะคะ คือที่บ้านเลี้ยงจระเข้มาสิบกว่าปีเเล้วค่ะ คืออย่างนี้ค่ะ ทุกทีเวลาที่มีการชำแหละจระเข้หรือนำเนื้อจระเข้ส่งขึ้นตามภัตตาคาร หรือนำไปบริโภคน่ะค่ะ จะมีการทิ้งเลือดเสียไปโดยเปล่าประโยชน์น่ะค่ะ ทางมหาลัยเกษตรศาสตร์ จึงร่วมกับมหาลัยขอนแก่นและก็มหาลัยมหิดลเพื่อทำการวิจัยเลือดจระเข้กันน่ะ ค่ะว่าจะนำไปใช้ประโยชน์อะไรดี เพราะจากการสังเกตุพบว่า จระเข้สามารถที่จะรักษาบาดแผลของตัวเองให้หายได้เร็วมากกว่าสัตว์ปกติทั่วไป น่ะค่ะ รศ.ดร วิน เชยชมศรี หัวหน้าคณะนักวิจัย ของมหาลัยเกษตรศาสตร์ ก็เลยเดินทางไปศึกษาเกี่ยวกับเรื่องนี้โดยตรงที่ประเทศโบลิเวียน่ะค่ะ จึงได้ข้อมูลมาว่า เลือดจระเข้มีโปรตีนสูงสูงเเละมียีนส์ที่สามารถเข้ากับกับเลือดของมนุษย์ จึงสามารถทานต้านโรคได้ดีกับคนที่เป็นโรค มะเร็ง ภูมิแพ้ หอบหืด เบาหวาน ส่วนโรคโลหิตจาง อยู่ในช่วงที่กำลังศึกษาและทำวิจัยอยู่ค่ะ คาดว่าเร็วๆนี้คงจะทราบผลกันค่ะ และการนำเลือดจระเข้มารับประทานเป็นยานั้นเค้ามีกันมาหลายปีแล้วค่ะแต่ไม่ ค่อยได้เปิดเผยกันเพราะยังไม่นิยมนำมาทำเป็นการค้าค่ะ ข้อดีของการทานเลือดจระเข้ก็คือ คนนิยมหันมาเลี้ยงจระเข้กันมากขึ้นค่ะเพราะการนิยมทานเลือดจระเข้ ช่วยให้จระเข้มีอายุยืนยาวขึ้นค่ะ ไม่ต้องไปชำแหละเนื่อเพื่อการบรโภคอย่างเดียว แต่จระเข้จะต้องบริจาดเลือดเพื่อช่วยเหลือผู้บริโภคที่เป็นมนุษย์อย่างเรา โดยการเจาะที่บริเวณส่วนหัว และเลือกแต่จระเข้ที่เป็นวัยรุ่น สามเดือนเจาะแค่เพียงครั้งเดียวค่ะ จึงทำให้คนหันมาเลี้ยงจระเข้มากขึ้นไงคะ และก็ลดค่านิยมการบริโภคน้อยลง และหันมารักษาสุขภาพมากขึ้นนะค่ะ ถ้าใครสนใจอยากจะศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมก็ศึกษาเพิ่มเติมได้ที่เวป วิชาการ ดอทคอมค่ะ จะให้ข้อมูลเกี่ยวจระเข้และผลงานวิจัยอันนี้โดยตรงเลยค่ะ

จาก หนูมิ้ง ฟาร์มจระเข้นครปฐมค่ะ

 

ลือดจระเข้รักษามะเร็งได้ อย่าเพิ่งเชื่อ

เขียนโดย ศูนย์พิทักษ์สิทธิผู้บริโภค

Monday, 19 November 2007

 

Imageเมื่อ มีรายงานวิจัยของสถาบันแห่งหนึ่งออกมาระบุว่า เลือดจระเข้มีคุณสมบัติทางยา อาจจะสามารถช่วยฟื้นฟูสุขภาพของคนไข้โรคร้ายแรงให้ดีขึ้น คนหัวใสแต่ไม่ซื่อส่วนหนึ่งก็เริ่มนำเลือดจระเข้มาผลิตขายกันเป็นล่ำเป็นสัน และอวดอ้างสรรพคุณว่า เลือดจระเข้นั้นรักษาได้ทั้งเอดส์และมะเร็ง

 

สมาชิกฉลาดซื้อ ท่านหนึ่งจากจังหวัดแพร่ ได้นำแคปซูลเลือดจระเข้ ส่งมาให้กับทางมูลนิธิเพื่อผู้บริโภค พร้อมใบโฆษณาระบุว่า รักษาโรคมะเร็งได้ โดยผู้ที่นำมาขายอ้างว่า พ่อของเขาเป็นมะเร็งเมื่อทานเลือดจระเข้นี้แล้ว อาการดีขึ้นและปัจจุบันหายขาดจากโรคแล้ว เลือดจระเข้ 1 ซอง ราคา 1,200 บาท จำนวน 96 แคปซูล

 

“บนใบปะหน้า ซองบอกสรรพคุณและวิธีรับประทานไว้เรียบร้อย แต่ไม่มีแหล่งผลิต ไม่มีวันเดือนปี ที่ผลิต” เท่ากับว่า ไม่มีผู้รับผิดชอบในสินค้านี้ปรากฏอยู่เลย สมาชิกท่านนี้จึงหวังให้ทาง ฉลาดซื้อ ได้ช่วยประกาศเตือนแก่ผู้บริโภคว่า ควรระวังสินค้าตัวนี้ให้ดี เพราะน่าจะเป็นการหลอกลวงมากกว่า

 

ความจริงแล้วงาน วิจัยที่นำมากล่าวอ้างนั้นเป็นเพียงแค่งานวิจัยขั้นต้นเท่านั้น ยังไม่ได้รับการตอบรับหรือค้นคว้าให้เป็นเรื่องราวพอที่จะยืนยันได้ว่า สามารถรักษาโรคได้จริง ทุกอย่างยังอยู่แค่ระหว่างทดลองเท่านั้น แต่สำหรับคนที่ห่างไกลจากความหวังในการรักษาตัว จึงเหมือนมีคนมายื่นความหวังใหม่ให้ เลยพากันซื้อโดยไม่คิดว่า อาจมีผลร้ายแรงต่อสุขภาพ และที่สำคัญสินค้าไม่น่าเชื่อถือนี้ยัง ขายในราคาแพงแสนแพงอีกด้วย

 

ศูนย์พิทักษ์ สิทธิผู้บริโภคได้ประสานกับทางสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) เพื่อให้ช่วยดำเนินการแจ้งเตือนผู้บริโภคและออกโรงจัดการปัญหานี้โดยด่วน

 

ทางสำนักงานคณะ กรรมการอาหารและยา ได้นำเสนอในข่าวเพื่อสื่อมวลชน แจ้งเตือนให้ผู้บริโภคอย่าหลงเชื่อ เรื่องเลือดจระเข้รักษาโรคมะเร็งได้ และกำลังติดตามหาแหล่งผลิตเพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

 

ส่วนผู้บริโภค ทั่วไป ทางฉลาดซื้อได้หาข้อมูลเพิ่มเติมพบว่า มีการนำเสนอผลงานเกี่ยวกับเรื่องเลือดจระเข้ว่า มีแนวโน้มที่จะกลายเป็นยาตัวใหม่สำหรับเป็นความหวังในการรักษาโรค แต่ยังเป็นแค่แนวคิดเท่านั้น ขอเตือนผู้บริโภคว่า อย่าหลงเชื่อคำโฆษณาอวดอ้างหลอกลวงเด็ดขาด และทาง อย.เองก็ยังไม่เคยมีใครมาขอขึ้นทะเบียน เกี่ยวกับเลือดจระเข้เลย “จระเข้เป็นสัตว์เลื้อยคลานที่สายพันธุ์ห่างไกลจากมนุษย์มาก หากเลือดจระเข้ไม่ได้รับการสกัดตามกระบวนการวิทยาศาสตร์ที่ถูกต้อง ย่อมส่งผลเสียต่อร่างกายมนุษย์และอาจร้ายแรงถึงขั้นเสียชีวิตก็ได้”

Share this post


Link to post
Share on other sites

แจกเกร็ดเลือดจรเข้รักษาโรคมะเร็งฟรี

« เมื่อ: กันยายน 06, 2008, 16:55:19 »

 

สวัสดีครับ เมื่ออาทิตย์ที่ 3 ของเดือนสิงหาคม ผมไปกราบท่านอาจารย์สุพจน์ ฤชา ท่านบอกบุญ

มา ผมจึงนำมาบอกเพื่อนสมาชิกต่อไป และขอให้บอกต่อ ๆ กันไปนะครับ

 

ใครที่เป็นโรคมะเร็งระยะเริ่มแรก หรือระยะใดก็ตาม ให้นำบัตรประชาชน และใบรับรองแพทย์

มาขอรับเกร็ดเลือดจรเข้ฟรี ที่ฟาร์มจรเข้สมุทรปราการ 2 อาทิตย์มารับยาเกร็ดเลือดจรเข้ฟรี

ครั้งหนึ่ง พอยาหมดให้มารับยาฟรีใหม่ เข้าใจว่าทางฟาร์มจรเข้คงติดตามผลและประสิทธิภาพ

ของยาเกร็ดเลือดจรเข้ แต่คนที่อาจารย์รู้จักรับประทานยาอาการดีขึ้นมาก ๆ ส่วนพ่อของน้องที่ทำงานก็รับประทานเช่นกันดีขึ้นครับ ที่สำคัญควรงดพวกเนื้อสัตว์ เช่น เนื้อวัว เนื้อหมู เนื้อไก่ และ

ไขมัน เพราะจะทำให้เซลล์มะเร็งโต ให้รับประทานพืช ผัก ผลไม้ และปลาที่ไขมันน้อยแทน

หมายเลขฟาร์มจรเข้สมุทรปราการ 02-7034891-3

 

บอกบุญต่อ ๆ ไปนะครับ อานิสงส์อันใดที่เกิดจากการนี้ ขอน้อมบูชาองค์พระฤษีเพชรฉลูกัณฑ์

และองค์พระฤษีนารอด และพระฤษีทั้ง 108 พระองค์ รวมถึงอาจารย์สุพจน์ ฤชา และอาจารย์จักรชัย ชัยสิทธิ์ และปู่ฤษีเกษม แห่งจอมทอง

 

รักและเทอดทูนบูชาบรมครูปู่ฤษีทุกพระองค์และครูอาจารย์อย่างสูงสุด

 

 

อั้งศิษย์พ่อแก่

Share this post


Link to post
Share on other sites

Bun

สมาชิก

 

 

ในฐานะที่มีประสพการณ์ในการใช้เลือด หรือเกร็ดเลือดจรเข้ ก็ขอแลกเปลี่ยนความรู้กันหน่อย

เราใช้เลือดจรเข้ที่ได้จากฟาร์มจรเข้ สมุทรปราการ ซึ่งขอประกาศไว้เลยว่า ไม่คิดค่าใช้จ่าย เพราะถือว่าเป็นการทำบุญ ที่ต้องบอกเพราะว่า มีคนใช้เอกสารไม่ถูกต้อง (คล้ายๆกับปลอม หรือว่าใช้เอกสารของคนไข้ที่เสียชีวิตแล้ว... อะไรทำนองนั้น) ไปขอ และนำไปขาย ขวดละ 2,000 - 6,000 ขอโทษ... ขอประณามกันไว้เลย มาเข้าเรื่องต่อ...

ที่ฟาร์มแจกเฉพาะคนที่เป็นมะเร็ง และ AIDS และมีการติดตามผลโดยใช้วิธีสอบถามอาการ แล้วไม่ได้มีตลอดเวลา เพราะไม่ใช่ว่าจรเข้ทุกตัวจะใช้ได้ เนื่องจาก สายพันธ์และอายุ เป็นเงื่อนไข เวลาที่เขาเจาะเลือด เขาจะเจาะจากโพรงในหัวกะโหลก แล้วมาผ่านการทำความสะอาด ฆ่าเชื้อ.. กรรมวิธีบรรจุขวด ขนาดเท่ายาหยอดตา

มาต่อกัน...

1ขวดเนี่ยใช้ไดประมาณ1เดือน โดยใช้เลือดจรเข้10หยดผสมนำ้ดื่ม1/2แก้ว ดื่มก่อนนอน แทบไม่รู้สึกอะไร ไม่มีรส ไม่มีสี มีกลิ่นคาวนิดเดียว

ตอนที่ไม่สบายหนักๆ มีครูที่สอนสมัยมัธยมท่านหนึ่งแนะนำให้ ก็ลองดู เพราะตอนนั้นหนักขนาดที่ว่า ทานอาหาร และดื่มนำ้ไม่ได้แล้ว เริ่มๆมีการเตรียมงานศพกันแล้ว พอได้ลองไปสัก 2-3วัน ก็ค่อยๆฟื้นตัวขึ้นมา มีแรงทีละน้อย ทานอาหารและดื่มนำ้ได้ทีละนิดละหน่อย ก่อนนี้ หนัก 48 ฟื้นจากการนอนแบบเดือนครึ่งมาได้ เหลือแค่39 คิดเอาเองแล้วกัน สามารถนับซี่โครงได้ ตอนนี้ ทำน้ำหนักได้ 44 แล้ว

นอกจากการฟื้นตัวขึ้นมาได้แล้ว อย่างหนึ่งที่ได้มาจากการป่วยครั้งนี้คือ รู้แล้วว่าการอยู่ใกล้ความตายขนาดนั้นเป็นอย่างไร พิจารณาความตายได้ดี แต่ที่ดีกว่านั้นคือคนรอบข้าง ทั้งสามี และเหล่าเพื่อนฝูง ก็เรียนรู้ประสบการณ์นี้ไปพร้อมกัน มากบ้างน้อยบ้าง...

เท่าที่รู้จากฟาร์ม ไม่ใช่ว่าจะได้ผลกับทุกคนนะ

Share this post


Link to post
Share on other sites

!thk ขอบคุณ คุณงูดินเกี่ยวกับเลือดจระเข้นะค่ะ

 

เลือดจระเข้ไม่ได้รักษาให้หายจากโรคภัยไข้เจ็บ แต่สามารถช่วยภาวะค่าเลือดต่างๆ ที่ลดลงต่ำกว่ามาตรฐาน

เพราะเม็ดเลือดสามารถสร้างได้จากเนื้อสัตว์ และบางคนที่งดกินเนื้อสัตว์ แล้วมีภาวะเลือดต่ำ เลือดจาง กินยาหมอไม่สามารถเพิ่มได้เท่าที่ร่างกายต้องการ

เลือดจระเข้เปรียบเสมือนการให้เลือดโดยตรงต่อผู้ป่วย ทำให้ฟื้นฟูร่างกายได้เร็วค่ะ จากการอ่อนเพลีย ปกติตามขวดเขียนกินวัน 1-2 เม็ด แต่กินแล้วได้ผลช้า

พอกินวันละสามเม็ด ความอ่อนเพลียเห็นผลทันที กินไปเรื่อยๆ ค่่าเลือดเพิ่มขึ้นมาคาบเส้นพอดี

 

เมื่อเช้าทดลองกินสูตรน้ำใบมะยม กับใบมะขาม ถ้ากินเย็นๆ จากอากาศร้อน จะทำให้ชุ่มคอดีค่ะ หรือทานหลังอาหารทำให้ล้างเมือกมันในปากได้ดีค่ะ

เพราะความฝาดของใบมะยม อิอิ เปรี้ยวจี๊ดกับใบมะขาม 55 แต่ !38 ถ้าเรากินสูตรนี้ทุกวัน เม็ดเลือดขาวเพิ่มมากขึ้น แล้วเม็ดเลือดแดงจะลดป่าวค่ะ( ไม่เข้าใจค่ะ)

ใครมีความรู้ก็ขอคำแนะนำด้วยนะค่ะ !thk ขอบคุณมากนะค่ะ

 

 

เลือดจระเข้ ขวดละ 1800 ราคาข้างขวด 2000 บาทค่ะ ซื้อได้ที่ร้านยา หน้าศิริราชค่ะ :D

Edited by Eang

Share this post


Link to post
Share on other sites

 

onion33.gif ถ้าเรากินสูตรนี้ทุกวัน เม็ดเลือดขาวเพิ่มมากขึ้น แล้วเม็ดเลือดแดงจะลดป่าวค่ะ( ไม่เข้าใจค่ะ)

ใครมีความรู้ก็ขอคำแนะนำด้วยนะค่ะ 5fc0f220.gif ขอบคุณมากนะค่ะ

 

 

 

 

มันคงต้องดูด้วยมังครับว่าที่เพิ่มขึ้นแต่ยังอยู่ในค่าที่ปกติหรือเปล่า ปกติอยู่ราว 4500-10000 เซล/มล.

Share this post


Link to post
Share on other sites

!thk ขอบคุณค่ะคุณหมอเล็ก

 

จำนวนเม็ดเลือดขาว WBC จาก 4600 ล่าสุด 4200

แต่ Hct ปริมาณเม็ดเลือดแดง เพิ่มขึ้น จาก 32 เป็น 35.3

และ Hb ความเข้มข้นเลือด เพิ่มขึ้น จาก 10.6 เป็น 12

 

ตัวเลขที่เพิ่มขึ้นค่า Hct Hb มาจากกินเลือดจระเข้เสริมด้วยค่ะ

Share this post


Link to post
Share on other sites

วิธีสังเกตอาการเบื้องต้นของมะเร็งชนิด ต่างๆ

 

อาการของ การเกิดมะเร็งในอวัยวะต่าง ๆ ของร่างกาย

1. มะเร็งปากมดลูก อาการ มีเลือดออกจากช่องคลอดทั้ง ๆ ที่ไม่ใช่เวลารอบเดือนปกติของคุณอาการเจ็บปวดและมีเลือดออกหลังจากมีเพศ สัมพันธ์ หากพบว่ามีสิ่งเหล่านี้เกิดขึ้น การตรวจโดยขูด เนื้อเยื่อจากบริเวณดังกล่าวไปตรวจด้วยกล้องจุลทรรศน์จะรู้ ได้

 

2. มะเร็งในมดลูก อาการ มีเลือดออกหลังการมีเพศสัมพันธ์ หรือบางครั้งอาจมีความรู้สึกว่ามีก้อนเนื้อหรือมีอาการบวมในช่องท้อง

 

3. มะเร็งรังไข่ อาการ ประจำเดือนมาไม่สม่ำเสมอ หรือการมีอาการเจ็บปวดหลังการมีเพศสัมพันธ์ มีปัญหาเกี่ยวกับลำไส้อาการท้องอืดอาหารไม่ย่อย น้ำหนักลดและมีอาการปวดหลัง

 

4. มะเร็งในเม็ดเลือด ( ลูคีเมีย) อาการเหนื่อยง่ายและมีอาการซีดเซียวกว่าปกติมักเกิดอาการฟกช้ำดำเขียว หรือมีเลือดออกทางผิวหนังได้ง่ายโดยไม่ทราบสาเหตุและมักจะเกิดร่วมกับอาการปวดตามข้อต่าง ๆ ทั่วร่างกายบางครั้งจะท้องอืดและเมื่อคลำดูจะพบว่ามีก้อนบวมที่ด้านซ้ายของ ช่องท้อง

 

5. มะเร็งปอด อาการ มักมีอาการไอบ่อย ๆ มีเลือดออกและมีเสมหะปนมากับน้ำลายน้ำ หนักลดอย่างฮวบฮาบ เจ็บ หน้าอกและหายใจลำบากหรืออาจมีอาการหอบปนอยู่ด้วยทั้ง ๆ ที่ไม่เคยเป็นมาก่อน

 

6. มะเร็งตับ อาการปวดในช่องท้อง เบื่ออาหาร น้ำหนักลดตาและผิวเป็นสีออกเหลืองและเหลืองจัดจนเห็นได้ชัด

 

7. มะเร็งกระเพาะปัสสาวะ อาการ มีเลือดปนออกมากับปัสสาวะ

 

8. มะเร็งสมอง อาการ ปวดศีรษะนาน ๆ และมักมีอาการอื่นร่วมด้วยเช่นอาเจียนหรือการผิดปกติของการมองเห็น ตาพร่า และเห็นแสงเขียว ๆ แดง ๆ ลอยไปมาเวลาปวดศีรษะ อ่อนเพลียไม่มีแรง หรือ การเป็นลมโดยกะทันหันอวัยวะบางส่วนของร่างกายหยุดทำงานเช่นมีอาการชาและเป็น อัมพาตชั่วคราวควรให้ความระวังเป็นพิเศษหากคุณเคยมีประวัติการปวดหัวที่มีอาการ เหล่านี้ประกอบอยู่ด้วย

 

9. มะเร็งในช่องปาก อาการ มีก้อนบวมอยู่ในปาก หรือทีลิ้นเป็นเวลานานมีแผลเปื่อยที่ปากที่ไม่ได้รับการรักษา หรือเป็นแผลเรื้อรังที่เหงือกเนื่องจากการกดทับของฟันปลอมที่ใส่ไว้ประจำหรือ เป็นเวลานาน

 

10. มะเร็งในลำคอ อาการ เสียงแหบพร่าไปทันที มีก้อนบวมในทันทีทำให้รู้สึกว่ากลืนอาหารได้ลำบาก หรือมีการขยายตัวของต่อมในลำคอที่โตขึ้นจนสามารถจับและรู้สึก ได้

 

11. มะเร็งในกระเพาะอาหาร อาการน้ำหนักลดลงอย่างรวดเร็วอาเจียนออกมาเป็นเลือดท้องอืดหรืออาหารไม่ย่อย บ่อย รู้สึกเหมือนมีก้อนเนื้องอกในช่องท้องหรือรู้สึกตื้อ แม้เพิ่งจะรับประทานอาหารไปได้ไม่กี่คำ

 

12. มะเร็งทรวงอก อาการมีเลือดหรือของเหลวบางอย่างไหลออกมาจากหัวนมบวมหรือผิวเนื้อทรวงอกหนา ขึ้นมีก้อนบวมจนจับได้เมื่อคลำบริเวณใต้รักแร้บางครั้งอาจมีตุ่มหรือสิวเกิด ขึ้น ที่เต้านมเป็นเวลานานควรระวังเพราะผู้หญิง 9 ใน 10 คนจะมีอาการบวมของก้อนเนื้อบริเวณทรวงอกโดยไม่ทราบสาเหตุเมื่อมีอายุมากขึ้น เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนทำให้เกิดเป็นถุงน้ำใต้ผิวหนังที่เรียกว่า ซีสต์ซึ่งควรต้องค้นหาสาเหตุของอาการบวมนั้นให้ชัดเจนเสียก่อนว่าคืออะไรกั ?? แน่

 

13. มะเร็งลำไส้ อาการ น้ำหนักลดลงอย่างรวดเร็วมีอาการปวดท้องอย่างมากและระบบการย่อยผิดปกติ มีเลือดออกปนมากับอุจจาระ

**** ซึ่ง มีวิธีสังเกตของผู้ที่มีอาการเกี่ยวกับริดสีดวงทวารอยู่แล้วคือถ้าใช้กระดาษทิชชูซับแล้วเลือดมีสีแดงสดนั่นคืออาการของริดสีดวงทวารแต่ถ้าเลือดมีสีดำคล้ำนั่น คือ อาการของโรคมะเร็งในลำไส้

 

14. มะเร็งต่อมน้ำเหลือง อาการมีก้อนบวมเกิดขึ้นที่ใต้รักแร้หรือใต้ขาหนีบโดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าไม่ได้ เกิดอาการติดเชื้อในบาง ส่วนของร่างกายมะเร็งผิวหนัง อาการมีแผลหรือแผลเปื่อยพุพองที่ไม่ได้รับการรักษาอยู่เป็นเวลานานตลอดจนไฝ หรือหูดที่โตขึ้นและมีการเปลี่ยนสีหรือรูปร่าง ขนาด นอกจากนี้อาการอันตรายอีกอย่างหนึ่งที่ เรียกว่าเมลาโนมา ( Melanoma ) คือ เนื้อ งอกที่ประกอบด้วยเซลล์ที่มีเมลานินสะสมอยู่ เช่น กระจุดด่างหรือไฝถ้าคุณมีไฝมากกว่า 50 เม็ดทั่วร่างกายหรือมีคนในครอบครัวที่มีประวัติ

ก็อปที่อ่านง่ายๆเอามาฝากครับcool.gif

Share this post


Link to post
Share on other sites

สารบ่งชี้มะเร็ง (tumor marker) ที่ควรรู้จัก

 

ผศ.พญ.ศันสนีย์ เสนะวงษ์

ภาควิชาวิทยาภูมิคุ้มกัน

Faculty of Medicine Siriraj Hospital

คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล

 

ตรวจเลือดหามะเร็ง เขาตรวจหาอะไรกัน

 

การตรวจเลือดชนิดต่างๆ เพื่อหามะเร็ง เช่น ตรวจ CEA, CA 15-3, Alpha-fetoprotein ฯลฯ ที่เราได้ยินจากโปรแกรมการตรวจเลือดต่างๆนั้น เป็นการตรวจหา Tumor marker (สารบ่งชี้มะเร็ง)

 

ศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับ สารบ่งชี้มะเร็งเบื้องต้น ได้จากบทความ ... ตรวจเลือด หามะเร็งได้จริงหรือ?

 

 

Tumor Marker ที่ควรรู้จัก

 

Alpha-fetoprotein (AFP)

 

เป็นแอนติเจนในกลุ่ม oncofetal antigen ซึ่งสร้างเป็นปกติโดยเยื่อบุผิวของเซลล์ถุงไข่ (yolk sac), เซลล์ตับ และทางเดินอาหารของทารกในครรภ์มารดา มีระดับสูงสุดในเลือดประมาณสัปดาห์ที่ 13 ของทารกในครรภ์ หลังจากนั้นจะมีปริมาณลดลงอย่างรวดเร็วเมื่อใกล้คลอด จนมีระดับเท่าระดับปกติในผู้ใหญ่ภายใน 2-3 สัปดาห์หลังคลอด จึงพบ AFP สูงได้ (แต่เป็นภาวะปกติ) ในเด็กในครรภ์มารดา ทารกแรกคลอด และหญิงมีครรภ์ที่มีอายุครรภ์ตั้งแต่ 2 เดือนขึ้นไป โดยเฉพาะถ้าทารกในครรภ์มีความผิดปกติในพัฒนาการของสมอง (neural tube defect) จะสามารถตรวจพบ AFP ในเลือดของมารดาและในน้ำคร่ำได้สูงกว่าระดับที่พบในหญิงตั้งครรภ์ปกติที่มีอายุครรภ์เท่ากันถึง 2-3.5 เท่า คนทั่วไปจะตรวจพบ AFP ได้ในระดับต่ำๆ

AFP มักมีค่าสูงกว่าปกติมากในผู้ป่วย มะเร็งตับ (hepatocellular carcinoma) และมะเร็งของรังไข่ และ/หรือ อัณฑะ ชนิด embryonal cell carcinoma รวมทั้งยังอาจพบระดับสูงขึ้นได้ในมะเร็งปอด และมะเร็งของระบบทางเดินอาหาร โดยระดับ AFP ที่ตรวจพบมักจะสัมพันธ์กับระยะของโรคมะเร็งด้วย นั่นคือ ในมะเร็งระยะต้นมักพบ AFP สูงขึ้นเพียงเล็กน้อย แต่จะสูงมากขึ้นเป็นลำดับในมะเร็งระยะท้าย นอกจากนั้นยังอาจพบ AFP สูงขึ้นได้ในผู้ป่วยโรคตับอื่นๆ ที่ไม่ใช่มะเร็ง แต่ระดับมักไม่สูงมากนัก

AFP เป็น tumor marker ที่ได้รับการยอมรับให้นำมาใช้ตรวจหามะเร็งตับ ในกลุ่มที่เสี่ยง (high-risk population) ซึ่งได้แก่ ผู้ป่วยตับอักเสบเรื้อรัง (chronic hepatitis), ผู้ที่เป็นพาหะของไวรัสตับอักเสบ บี (hepatitis B carrier), ผู้ป่วยโรคตับแข็ง (cirrhosis) เป็นต้น โดยแนะนำให้ตรวจซ้ำทุก 3 - 6 เดือน และ/หรือ ร่วมกับการตรวจอัลตราซาวด์ (ultrasound) ของตับ

 

Carcinoembryonic antigen (CEA)

เป็นแอนติเจนในกลุ่ม oncofetal antigen อีกชนิดหนึ่ง ซึ่งสร้างเป็นปกติจากเซลล์ลำไส้ ตับ และตับอ่อนของทารกในครรภ์ที่มีอายุครรภ์ประมาณ 2-6 เดือน ในคนปกติสามารถตรวจพบ CEA สูงได้เล็กน้อยในคนที่สูบบุหรี่, หญิงตั้งครรภ์ที่มีอายุครรภ์ไม่เกิน 6 เดือน รวมทั้งในผู้ป่วยที่มีการอักเสบของระบบทางเดินอาหาร, ปอด, และตับ แต่ระดับมักไม่สูงมากนัก

CEA มักขึ้นสูงผิดปกติในผู้ป่วยมะเร็งของระบบทางเดินอาหาร, มะเร็งตับอ่อน, มะเร็งเต้านม, มะเร็งปอด, มะเร็งรังไข่ ฯลฯ โดยเฉพาะ มะเร็งลำไส้ใหญ่ จะพบ CEA สูงได้มากและบ่อยกว่ามะเร็งชนิดอื่นๆ

 

Prostate specific antigen (PSA)

เป็นเอ็นซัยม์ protease ชนิดหนึ่งซึ่งสร้างจากเซลล์เยื่อบุผิว (epithelial cell) ของต่อมลูกหมากเป็นหลัก รวมทั้งสร้างได้ในเซลล์เยื่อบุท่อปัสสาวะ ( para-urethral gland) ดังนั้นจึงอาจพบ PSA ระดับต่ำๆ ในผู้หญิงได้เช่นกัน

 

สามารถตรวจพบระดับ PSA สูงกว่าปกติได้ทั้งใน มะเร็งต่อมลูกหมาก และภาวะต่อมลูกหมากโตที่ไม่ใช่มะเร็ง (benign prostatic hyperplasia, BPH)

PSA เป็น tumor marker อีกชนิดหนึ่งที่ได้รับการยอมรับให้ใช้ตรวจกรองมะเร็งต่อมลูกหมาก ในกลุ่มผู้ชายที่มีอายุ 50 ปีขึ้นไป โดยแนะนำให้ตรวจ PSA ร่วมกับการตรวจคลำต่อมลูกหมากทางทวารหนัก (digital rectal examination) และควรเจาะเลือดตรวจก่อนดำเนินการตรวจทางทวารหนัก เนื่องจากการกระทำใดๆ ต่อต่อมลูกหมาก เช่น การกดคลำ จะทำให้มีการปลดปล่อย PSA ออกจากต่อมลูกหมากมากกว่าปกติ เป็นผลให้ระดับ PSA ขึ้นสูงกว่าที่ควรจะเป็น

ในปัจจุบัน มีการตรวจเพิ่มเติมที่สามารถเพิ่มความจำเพาะต่อการวินิจฉัยมะเร็งต่อมลูกหมาก โดยไม่ลดความไวของการทดสอบลง ได้แก่ การตรวจ Free PSA : Total PSA ratio

 

CA 125

เป้นสารglycoprotein ซึ่งพบอยู่บนผิวของเซลล์ที่มีต้นกำเนิดมาจากเซลล์ตัวอ่อนทารกชนิด embryonic coelomic epithelium

CA 125 มักมีค่าขึ้นสูงในผู้ป่วย มะเร็งรังไข่ ชนิด non-mucinous type รวมทั้งมะเร็งตับอ่อน, มะเร็งปอด, มะเร็งของระบบทางเดินอาหาร, มะเร็งตับ ฯลฯ

นอกจากนี้ ยังอาจพบ CA 125 สูงกว่าปกติได้ในหญิงตั้งครรภ์ รวมทั้งผู้ป่วยที่มีการอักเสบของช่องท้อง (peritonitis) และอวัยวะภายในช่องท้อง, ตับอ่อนอักเสบ (acute pancreatitis), ตับแข็ง (cirrhosis), การอักเสบของอวัยวะภายในช่องเชิงกราน (pelvic inflammatory disease)

 

CA 19-9

 

เป็นแอนติเจน carbohydrate antigen ที่สามารถตรวจพบได้ในเซลล์ปกติและเซลล์มะเร็งหลายชนิด เช่น มะเร็งของระบบเดินอาหาร, มะเร็งตับ, มะเร็งปอด, มะเร็งเต้านม ฯลฯ

CA 19-9 จัดเป็น tumor marker ที่ดีที่สุดในการช่วยวินิจฉัยและติดตามผลการรักษา มะเร็งตับอ่อน และมะเร็งของท่อน้ำดี (cholangiocarcinoma)

นอกจากนี้ยังพบค่าสูงขึ้นได้ในโรคที่มีการอักเสบของตับ, ตับอ่อน, ท่อน้ำดีและถุงน้ำดี

 

CA 15-3

 

เป็นสารโปรตีน glycoprotein มีค่าสูงขึ้นได้ในมะเร็งหลายชนิด เช่น มะเร็งเต้านม, มะเร็งของระบบทางเดินอาหาร, มะเร็งตับ, มะเร็งตับอ่อน, มะเร็งปอด, มะเร็งรังไข่ เป็นต้น

CA15-3 มักใช้ช่วยในการวินิจฉัยมะเร็งเต้านมที่มีการแพร่กระจาย และการกลับเป็นใหม่ของโรคหลังการรักษา ไม่นิยมใช้ในการวินิจฉัยมะเร็งเต้านมระยะแรกเริ่ม

 

Beta-human chorionic gonadotropin (beta-HCG)

เป็นฮอร์โมนชนิดหนึ่ง ซึ่ง beta-HCG จะมีค่าขึ้นสูงในหญิงมีครรภ์ แต่จะสูงมากในผู้ป่วยครรภ์ไข่ปลาอุก (molar pregnancy), ผู้ป่วยมะเร็งของเยื่อบุโพรงมดลูก (choriocarcinoma), มะเร็งของรังไข่ และ/หรือ อัณฑะ ชนิด teratogenic carcinoma รวมทั้งผู้ป่วยมะเร็งปอดบางรายก็สามารถตรวจพบ beta-HCG สูงเกินปกติได้

ในคนปกติจะใช้ beta-HCG เป็น marker สำหรับตรวจสอบการตั้งครรภ์

 

Neuron-specific enolase (NSE)

เป็นเอ็นซัยม์ glycolytic enzyme ชนิดหนึ่ง มักตรวจพบว่ามีค่าสูงกว่าปกติในมะเร็งที่มีกำเนิดมาจากเซลล์ในกลุ่มระบบประสาทและต่อมไร้ท่อ (neuroendocrine) เช่น มะเร็งปอดชนิด small cell lung cancer, neuroblastoma และ pheochromocytoma

NSE จัดเป็น tumor marker ที่ดีที่สุดในการช่วยวินิจฉัยและติดตามผลการรักษา มะเร็งปอดชนิด small cell lung cancer ซึ่งเป็นมะเร็งปอดที่มีการพยากรณ์โรครุนแรง

 

บทส่งท้าย

จะเห็นได้ว่า สารบ่งชี้มะเร็งหลายชนิด สามารถตรวจพบได้ในคนปกติ ขณะเดียวกัน ก็อาจไม่พบความผิดปกติในผู้ป่วยมะเร็ง ดังนั้นการเลือกใช้และแปลผลเกี่ยวกับสารบ่งชี้มะเร็งจึงจำเป็นต้องกระทำด้วยความระมัดระวัง และ โดยผู้เชี่ยวชาญค่ะ

 

 

Share this post


Link to post
Share on other sites

สารบ่งชี้มะเร็ง (Tumor marker)

 

 

ใจความสำคัญ

# สารบ่งชี้มะเร็งเป็นสารชีวเคมีที่พบได้ทั้งในเลือด ปัสสาวะ และเนื้อเยื่อ โดยจะพบปริมาณมากผิดปกติในผู้ป่วยที่เป็นโรคมะเร็งบางราย (อ่านคำถามที่ 1)

 

# สารบ่งชี้มะเร็งมีหลายชนิดและพบได้ในมะเร็งชนิดต่าง ๆ กัน (อ่านคำถามที่ 1)

 

# สารบ่งชี้มะเร็งมีประโยชน์ในการช่วยการวินิจฉัย ดูการตอบสนองต่อการรักาาและติดตามการกำเริบของโรคมะเร็ง (อ่านคำถามที่ 3 และ 4)

 

# โดยทั่ว ๆ ไปสารบ่งชี้มะเร็งเพียงอย่างเดียวไม่สามารถวินิจฉัยโรคมะเร็งได้ ต้องใช้การตรวจอื่น ๆ ร่วมด้วย (อ่านคำถามที่ 3)

 

# ปัจจุบันมีการศึกษาสารบ่งชี้มะเร็งอย่างต่อเนื่องเพื่อให้การตรวจพบโรคมะเร็งและการติดตามโรคมะเร็งเป็นไปได้อย่างแม่นยำมากขึ้น (อ่านคำถามที่ 7)

 

 

1. สารบ่งชี้มะเร็ง (Tumor marker) คืออะไร?

สารบ่งชี้มะเร็งเป็นสารที่ผลิตขึ้นมาจากเซลล์มะเร็งเองหรือผลิตจากเซลล์ร่างกายที่ตอบสนองต่อมะเร็ง ซึ่งสามารถแบ่งออกได้หลายชนิด สารบ่งชี้มะเร็งตัวหนึ่งอาจตรวจ

 

พบค่าผิดปกติได้ในมะเร็งหลายชนิด เช่น CEA สามารถตรวจพบทั้งในมะเร็งลำไส้ใหญ่และมะเร็งเต้านม ในบางครั้งสารบ่งชี้มะเร็งเหล่านี้ยังสามารถตรวจพบในโรคที่ไม่ใช่

 

โรคมะเร็งได้และในผู้ป่วยบางรายที่ป่วยเป็นโรคมะเร็งก็อาจตรวจไม่พบการเปลี่ยนแปลงของสารบ่งชี้มะเร็งได้เช่นกัน

 

นักวิทยาศาสตร์ค้นพบสารบ่งชี้มะเร็งหลายชนิดซึ่งตรวจพบมีค่าผิดปกติได้ในผู้ป่วยโรคมะเร็ง แต่สารบางชนิดสามารถตรวจพบในสภาวะอื่นที่ไม่ใช่โรคมะเร็งได้เช่นกัน

 

ในปัจจุบันยังมีโรคมะเร็งหลายชนิดที่ไม่สามารถตรวจหาสารบ่งชี้มะเร็งได้

 

 

2. ปัจจัยเสี่ยง (Risk factor) คืออะไร?

 

 

ผู้ป่วยบางรายมีโอกาสเป็นมะเร็งบางชนิดมากกว่าผู้อื่น เนื่องจากมีการเปลี่ยนแปลงในพันธุกรรมที่เกี่ยวกับมะเร็งชนิดนั้น โดยเรียกการเปลี่ยนแปลงที่เสี่ยงต่อการเป็นโรค

 

มะเร็งมากขึ้นนี้ว่า "Risk marker (ปัจจัยเสี่ยง)" การตรวจพบปัจจัยเสี่ยงเหล่านี้ทำให้แพทย์ประเมินโอกาสที่จะป่วยเป็นมะเร็งได้มากขึ้น โดยสรุป risk marker ช่วยบอก

 

โอกาสที่จะเป็นโรคมะเร็ง ส่วน Tumor marker ช่วยบอกการมีอยู่ของโรคมะเร็งนั้น

 

 

3. Tumor marker มีประโยชน์อย่างไรในการดูแลผู้ป่วยโรคมะเร็ง?

 

สารบ่งชี้มะเร็งมีประโยชน์ในการวินิจฉัย และการดูแลผู้ป่วยโรคมะเร็ง แต่การวินิจฉัยว่าเป็นโรคมะเร็งโดยการตรวจสารบ่งชี้มะเร็งเพียงอย่างเดียวนั้นไม่เพียงพอ ควรใช้

 

การตรวจอย่างอื่นร่วมด้วย เช่น การตรวจชิ้นเนื้อ เป็นต้น

 

การตรวจระดับสารบ่งชี้มะเร็งก่อนการรักษานั้นมีประโยชน์ในการวางแผนการรักษา และในมะเร็งบางชนิดระดับสารบ่งชี้มะเร็งยังบ่งถึงระยะของโรคได้อีกด้วย เช่น

 

มะเร็งอัณฑะ

 

สารบ่งชี้มะเร็งสามารถใช้ในการบอกการตอบสนองต่อการรักษา เช่น การตรวจพบระดับสารปกติอาจช่วยบอกถึงมะเร็งตอบสนองดีต่อการรักษา ในขณะที่การตรวจพบ

 

ระดับสารสูงกว่าปกตินั้นอาจบ่งถึงการที่มะเร็งไม่ตอบสนองต่อการรักษา และเมื่อการรักษาสิ้นสุดแล้ว การตรวจพบสารบ่งชี้มะเร็งอาจหมายถึงการกำเริบของโรคมะเร็ง

 

 

4. ควรตรวจวัดสารบ่งชี้มะเร็งเมื่อไหร่และอย่างไร?

 

 

การตรวจสารบ่งชี้มะเร็งมีหลายวิธี โดยการตรวจเลือด ปัสสาวะ บางครั้งจากเนื้อเยื่อตัวอย่าง

 

สารบ่งชี้มะเร็งอาจจะตรวจขณะที่วินิจฉัยโรคมะเร็งก่อนการรักษา ระหว่างการรักษา หลังการรักษา และบางครั้งหลังการรักษาเสร็จสิ้นไปนานแล้วเพื่อดูการกำเริบของ

 

โรคมะเร็งโดยแนวโน้มของระดับสารบ่งชี้มะเร็งที่เพิ่มขี้นหรือลดลง มีส่วนสำคัญในการพิจารณาการตอบสนองต่อการรักษา หรือการกำเริบของโรคมะเร็ง

 

 

5. สารบ่งชั้มะเร็งสามารถใช้ในการตรวจคัดกรองโรคมะเร็งได้หรือไม่?

 

การตรวจคัดกรองโรคมะเร็งหมายถึง การตรวจพบมะเร็งตั้งแต่ระยะเริ่มแรกก่อนที่ผู้ป่วยจะมีอาการ การตรวจคัดกรองที่ดีนั้นต้องเป็นการตรวจที่มีคุณภาพของการ

 

ตรวจสูงนั่นหมายถึง ในกลุ่มผู้ป่วยที่ถูกระบุว่าเป็นมะเร็งนั้น ต้องมีสัดส่วนของความถูกต้องสูงด้วย และมีความแม่นยำสูงนั่นหมายถึง ในกลุ่มคนไม่เป็นมะเร็งนั้นต้องมีสัดส่วน

 

ของผู้เป็นมะเร็งต่ำสารบ่งชั้โรคมะเร็งที่มีใช้อยู่ปัจจุบันยังมีความไวและความแม่นยำไม่เพียงพอที่จะใช้ในการตรวจคัดกรองผู้ป่วยโรคมะเร็ง อย่างไรก็ตามในมะเร็งบางชนิด

 

เช่น มะเร็งต่อมลูกหมาก สามารถเจาะเลือดหาค่า PSA (สารบ่งชี้มะเร็งต่อมลูกหมาก) เพื่อช่วยในการตรวจคัดกรองได้อย่างมีประสิทธิภาพ การตรวจคัดกรองโรคมะเร็ง

 

 

6. อนาคตของสารบ่งชี้มะเร็ง?

 

 

นักวิทยาศาสตร์ได้มีการศึกษาอย่างต่อเนื่องในเรื่องสารบ่งชี้มะเร็ง โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาถึงความเป็นไปได้ในการใช้สารบ่งชี้มะเร็งในการวินิจฉัยโรคมะเร็ง

 

ในระยะเริ่มแรก เช่นในโรคมะเร็งต่อมลูกหมาก ปอด ลำไส้ใหญ่ และรังไข่ โดยมีการคาดการว่าผลของการศึกษานั้นจะออกมาในอีกไม่กี่ปีนี้

 

นอกจากนี้แล้วยังมีผู้ศึกษาถึงโปรตีนและหน่วยพันธุกรรมที่มีความเกี่ยวข้องกับโรคมะเร็ง เพื่อใช้ในการตรวจคัดกรอง การรักษาและการพยากรณ์โรคมะเร็งอีกด้วย

 

 

http://www.chulacancer.net/newpage/patient-question-TumorMarker.html

Edited by moddang..

Share this post


Link to post
Share on other sites

ข้าวกล่องม่องเท่ง กินสบายแต่แฝงโรคร้าย

 

Thu, 05/10/2012 - 10:19 — staff

โพสต์ทูเดย์ ฉบับวันที่ 10 พฤษภาคม พ.ศ. 2555 วิรัชชัย พงษ์เกาะ

ช่วง นี้อากาศร้อน ถ้าจะให้ซื้อข้าวรับประทานตามร้านริมทางท่ามกลางไอแดดเห็นทีจะนั่งเช็ด เหงื่อกันไม่ไหวง่ายที่สุดคือ สั่งอาหารใส่กล่องโฟมเข้าไปรับประทานในที่ทำงานติดแอร์เย็นๆ หรือแม้กระทั่งหลังเลิกงานแล้วข้าวกล่องก็เป็นอาหารที่หาซื้อได้สะดวกที่สุด จะเลือกเมนูไหนก็ตักใส่กล่อง ราคาก็ถูก ประหยัดเวลาทำอาหารเอง รับประทานเสร็จก็ไม่ต้องล้าง

ท่ามกลางความสะดวกสบาย กล่องโฟมก็แฝงไปด้วยภัยเงียบ นพ.วีรฉัตร กิตติรัตนไพบูลย์แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านบรรจุภัณฑ์ บริษัท บรรจุภัณฑ์เพื่อสิ่งแวดล้อมให้ความรู้ว่ากล่องโฟมที่ใช้ตามท้องตลาดทั่วไป (Styrofoam) เป็นของเสียเหลือทิ้งสีดำๆ จากกระบวนการกลั่นน้ำมันปิโตรเลียม ประกอบด้วยสารสไตรีน (Styrene) มีโครงสร้างโมเลกุลคล้ายฮอร์โมนเอสโตรเจน(Estrogen) ในเพศหญิง

อาหาร ตามสั่งที่บรรจุกล่องโฟมจึงเป็นแหล่งสะสมสารสไตรีน ซึ่งเป็นสารที่ออกฤทธิ์ทำให้สมองมึนงง สมองเสื่อมง่ายหงุดหงิดง่าย มีผลทำให้ประจำเดือนมาไม่ปกติ และเป็นสารก่อมะเร็งอีก 3 ชนิด

ถ้า เป็นผู้ชายรับประทานเข้าไปมากๆ มีโอกาสเสี่ยงเป็นโรคมะเร็งต่อมลูกหมาก ผู้หญิงมีโอกาสเป็นมะเร็งเต้านม และทั้งสองเพศมีโอกาสสูงต่อการเป็นมะเร็งตับ แม้จะไม่ได้ดื่มแอลกฮอล์เป็นประจำก็ตาม

สำหรับสไตรีนถือเป็น สารอันตรายที่สหรัฐเพิ่งประกาศขึ้นบัญชีสารก่อมะเร็ง หญิงมีครรภ์ที่รับประทานอาหารบรรจุในกล่องโฟม ลูกมีโอกาสสมองเสื่อมเป็นเอ๋อ อวัยวะบางส่วนพิการ ส่วนคนทั่วไปถ้ารับประทานอาหารกล่องโฟมทุกวัน วันละอย่างน้อย 1 มื้อ ติดต่อกันเป็นเวลา 10 ปี จะมีโอกาสเสี่ยงเป็นมะเร็งสูงกว่าคนปกติถึง 6 เท่า

ทั้งนี้ ผู้บริโภคมีโอกาสได้รับสารสไตรีนในกล่องโฟมได้ง่ายถึง 5 ปัจจัย ได้แก่ 1.อุณหภูมิที่ร้อนขึ้นหรือเย็นลง ทำให้สไตรีนซึมเข้าสู่อาหารได้สูง 2.ถ้าปรุงอาหารโดยใส่น้ำมัน น้ำส้มสายชูแอลกอฮอล์ จะดูดสารสไตรีนจากกล่องโฟมได้มากกว่าปกติ 3.ถ้าซื้ออาหารใส่กล่องทิ้งไว้นานๆไม่ได้รับประทาน อาหารจะดูดสารสไตรีนได้มาก4.ถ้านำอาหารที่บรรจุโฟมเข้าไมโครเวฟ สไตรีนจะไหลออกมาในปริมาณมาก และ 5.ถ้าอาหารสัมผัสพื้นที่ผิวกล่องโฟมมากๆ รวมถึงร้านไหนตัดถุงพลาสติกใสรองอาหาร ขอบอกว่าได้รับสารก่อมะเร็ง 2 เด้ง ทั้งสไตรีนและไดออกซินจากถุงพลาสติกเลยทีเดียว

นพ.วีรฉัตร เตือนว่าอาหารตามสั่ง หรือข้าวราดแกงที่มักมาคู่กับไข่ดาว หรือไข่เจียวร้อนๆขอเตือนว่า ไข่ดังกล่าวจะไปละลายผนังกล่องโฟม เสมือนรับประทานอาหารคลุกสไตรีนไปด้วย ถึงกระนั้นไข่ดิบที่วางขายในแผงไข่พลาสติก สารสไตรีนมีโอกาสวิ่งเข้าในเปลือกไข่ได้เช่นกัน ถ้าเลือกไข่ดิบควรเลือกซื้อจากแผงไข่กระดาษจะปลอดภัยที่สุด

มนุษย์ ข้าวกล่องอย่ามัวซื้อความสะดวกสบาย จนลืมใส่ใจสุขภาพของตัวเอง ถ้ายอมให้ร่างกายเริ่มสะสมสไตรีนตั้งแต่วันนี้ รับรองวันหน้าหนีไม่พ้นมะเร็งตัวร้ายเป็นแน่ n

กล่องชานอ้อยปลอดภัย

มี คำแนะนำจากคุณหมอ ให้ผู้บริโภคสร้างสุขนิสัยการบริโภคใหม่เลี่ยงซื้ออาหารจากกล่องโฟมเปลี่ยน ไปใช้ภาชนะทำจากไบโอชานอ้อยแทน จะนำเข้าเตาไมโครเวฟก็ได้และทนต่ออาหารที่มีอุณหภูมิสูงๆ ได้ ที่สำคัญไร้สารก่อมะเร็งไม่มีผลต่อระบบฮอร์โมนและระบบประสาท

กล่อง ไบโอชานอ้อยย่อยสลายตามธรรมชาติได้ในเวลา 45 วัน ต่างจากโฟมที่ใช้เวลาย่อยสลาย 1,000 ปี พลาสติกที่ใช้เวลา 450 ปี สำหรับคนที่รักสุขภาพเลือกรับประทานผักปลอดสารพิษ แต่ตักใส่กล่องโฟมคุณค่าอาหารก็ไม่มีเหลือเช่นกันดังนั้นเลี่ยงกล่องโฟมเป็น ดีที่สุด

 

Image(s):

 

foodbox.jpg?1336619975

  • Like 1

Share this post


Link to post
Share on other sites

ขอบคุณค่ะ แล้วทำไมกระทรวงสาธารณสุขไม่เข้ามาดูแลเรื่องกล่องโฟมที่ร้านค้าใช้ใสอาหารกัน เพราะทุกวันนี้เห็นมีแต่กล่องโฟมแบบหลีกเลี่ยงไม่ได้

Share this post


Link to post
Share on other sites

นึกถึงใบตองสมัยเก่าจังเลย

เดี๋ยวนี้ไม่ค่อยมีให้เห็นแล้วคะ ขั้นตอนการใช้เยอะ ตัด เก็บ เช็ดให้สะอาดอีก เก็บข้ามคืนก็ดำ เหี่ยวอีก พ่อค้าแม่ค้าเอาง่ายสะดวกเก็บได้นาน ทุกวันนี้มนุษย์เราทุกคนล้วนตายผ่อนส่งเกือบทุกช่องทางการดำเนินชีวิตในแต่ละวัน เมื่อก่อนมลภาวะก็ไม่มี แม่น้ำก็สะอาด ฝุ่นกลิ่นเหม็นก็น้อย ต้องทำใจ ปรับตัวปรับใจรับกับสภาพแวดล้อมรอบตัว อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่มนุษย์เราร่วมกันทำลายทั้งที่ตั้งใจ และไม่ตั้งใจคะเพื่อนๆ

 

Share this post


Link to post
Share on other sites

Join the conversation

You can post now and register later. If you have an account, sign in now to post with your account.

Guest
Reply to this topic...

×   Pasted as rich text.   Paste as plain text instead

  Only 75 emoji are allowed.

×   Your link has been automatically embedded.   Display as a link instead

×   Your previous content has been restored.   Clear editor

×   You cannot paste images directly. Upload or insert images from URL.

Loading...
Sign in to follow this  

  • Recently Browsing   0 members

    No registered users viewing this page.

×
×
  • Create New...