Jump to content
Update
 
 
Gold
 
USD/THB
 
สมาคมฯ
 
Gold965%
 
Gold9999
 
CrudeOil
 
USDX
 
Dowjones
 
GLD10US
 
HUI
 
SPDR(ton)
 
Silver
 
Silver/Oz
 
Silver/Baht
 

tampatiz

Baby
  • Content Count

    14
  • Joined

  • Last visited

Community Reputation

0 medium

About tampatiz

  • Rank
    น้องใหม่

Profile Information

  • เพศ
    ชาย
  1. โรคข้อเข่าเสื่อม หมายถึง โรคที่เกิดจากความเสื่อมของกระดูกอ่อนผิวข้อ ทั้งทางด้านรูปร่าง โครงสร้าง การทำงานของกระดูกข้อต่อและกระดูกบริเวณใกล้ข้อ การเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นไม่สามารถกลับสู่สภาพเดิมและอาจมีความเสื่อมรุนแรงขึ้นตามลำดับ โรคเกี่ยวกับข้อเข่านี้เกิดจากหลายสาเหตุ บางรายข้อเข่าเสื่อมอาจเกิดได้ก่อนวัยอันควร เนื่องจากการใช้งาน ท่าทาง กิจกรรมที่มีแรงกดต่อข้อเข่ามาก เช่น การนั่งคุกเข่า พับเพียบ ขัดสมาธิ ขึ้นลงบันไดบ่อย ๆ เป็นต้น วันนี้โรงพยาบาลเปาโล สมุทรปราการ มีความรู้เกี่ยวกับโรคข้อเข่าเสื่อม รวมถึงอาการและการรักษาด้วยการผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียมมาฝากกันค่ะ ข้อเข่า ข้อสะโพก ไม่แก่ก็เสื่อมได้ แม้ข้อเข่าจะเป็นเพียงส่วนประกอบของร่างกายที่หลายคนมองข้าม แต่ก็มีบทบาทต่อการเคลื่อนไหวของร่างกายมากเลยทีเดียว หลายคนมีพฤติกรรมการใช้ข้อเข่าที่ไม่เหมาะสม จนส่งผลให้ข้อเข่าเสื่อมก่อนวัยอันควร ข้อเข่าก็เปรียบเสมือนบานพับที่เชื่อมระหว่างหัวกระดูกต้นขา และเบ้ากระดูกหน้าแข้ง ซึ่งปลายกระดูกทั้งสองจะมีกระดูกอ่อนคลุมไว้ และจะมีน้ำเลี้ยงคอยหล่อลื่นเพื่อช่วยลดแรงกระแทกในขณะที่เราเคลื่อนไหว ดังนั้นการเสื่อมสลายของผิวกระดูกอ่อนบริเวณดังกล่าวนี่เอง จึงเป็นต้นเหตุสำคัญที่ทำให้ข้อเข่าติดขัด และเกิดการอักเสบ บวม และรู้สึก ปวดตามมา อาการเหล่านี้คือ “อาการข้อเข่าเสื่อม” สาเหตุสำคัญ “อาการข้อเข่าเสื่อม” - อายุ โดยอาการข้อเข่าเสื่อมจะพบได้มากในผู้ที่อายุตั้งแต่ 50 ปีขึ้นไป - เพศ เพศหญิง จะมีโอกาสเป็นโรคข้อเข่าเสื่อมได้มากกว่าเพศชาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับวัยที่หมดประจำเดือน - น้ำหนักตัว ปกติเวลาเดินบนพื้นราบ ข้อเข่าแต่ละข้างของเราจะต้องแบกรับน้ำหนักประมาณ 3 เท่า ของน้ำหนักตัว ซึ่งหากเรามีน้ำหนักตัวที่มากเกินไป ก็จะส่งผลให้กระดูกอ่อนผิวข้อชำรุด สึกหรอ และเสื่อมสภาพก่อนวัยอันควร - การบาดเจ็บบริเวณข้อเข่า การเล่นกีฬาที่เกิดแรงกระแทกในข้อเข่า เช่น ฟุตบอล บาสเกตบอล รวมไปถึงการเกิดอุบัติเหตุ บริเวณข้อเข่า หรือเส้นเอ็นภายในข้อเข่า ก็จะส่งผลให้ความแข็งแรงของข้อเข่าลดน้อยลง และเพิ่มโอกาสเสี่ยงที่จะทำให้ผิวข้อเข่าชำรุดก่อนวัย การรักษา ข้อเข่าเสื่อม ปัจจุบันการรักษาข้อเข่าเสื่อม สามารถทำได้หลายวิธี โดยหากอาการของโรคยังไม่รุนแรง แพทย์อาจพิจารณาให้ใช้การรักษาด้วยการฉีดน้ำหล่อลื่นผิวข้อเข่า เพื่อลดการเสียดสีขณะเคลื่อนไหว โดยวิธีนี้จะสามารถทำได้กับเฉพาะผู้ที่ไม่เคยมีการติดเชื้อในข้อเข่าเท่านั้น อย่างไรก็ตามหากมีอาการปวดที่รุนแรงเรื้อรังมานาน แพทย์ส่วนใหญ่จะแนะนำให้ผู้ป่วยผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียมทดแทนข้อเข่าที่เสื่อม การผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียม ผ่าตัดเปลี่ยนข้อสะโพกเทียม การผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียมและผ่าตัดเปลี่ยนข้อสะโพกเทียม คือ การผ่าตัดเอาข้อที่เสื่อมสภาพออก จากนั้นแพทย์จะใส่ข้อใหม่ซึ่งทำมาจากวัสดุพิเศษทางการแพทย์ที่มีความแข็งแรงทนทาน นอกจากนี้ไม่เพียงการนำกระดูกที่เสื่อมออก แพทย์จะปรับความตึงหรือหย่อนของเนื้อเยื่อรอบข้อเข่า ข้อสะโพก เพื่อให้ขามีรูปร่างปกติ ไม่โก่งผิดรูป ซึ่งการเปลี่ยนข้อเข่าเทียมจะได้ผลดีเพียงใดนั้นขึ้นอยู่กับ - ประสบการณ์และความชำนาญของศัลยแพทย์ผู้ทำการผ่าตัด - สภาพของข้อเข่าของผู้ป่วยก่อนผ่าตัด ถ้าข้อเข่าติดแข็งหรือผิดรูป เช่น เข่าโก่ง หรือกล้ามเนื้อข้อเข่าลีบ ต้องมีการบริหารข้อเข่าหลังผ่าตัดเพื่อฟื้นฟูต่อไป - ความร่วมมือของผู้ป่วยหลังผ่าตัดในเรื่องของบริหารข้อเข่าหลังผ่าตัดระยะเวลาของข้อเข่าเทียม ในผู้ป่วยกว่าร้อยละ 80 ข้อเข่าเทียมข้อสะโพกเทียมจะสามารถอยู่ได้นานกว่า 20 ปี อย่างไรก็ตาม สภาพของข้อเข่าเทียมจะขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย ทั้งการใช้งานของผู้ป่วย ความเชี่ยวชาญของศัลยแพทย์กระดูก และคุณสมบัติของข้อเทียม ซึ่งผู้ป่วยควรดูแลน้ำหนักตัวไม่ให้เพิ่มขึ้น หลีกเลี่ยงการนั่งแบบยอง ๆ โดยไม่จำเป็น ไม่วิ่งทางไกล ไม่เล่นกีฬาที่ต้องมีการปะทะ และหมั่นดูแลตัวเองไม่ปล่อยให้ตัวเองติดเชื้อที่ใดที่หนึ่งเป็นเวลานาน รวมทั้งไม่ปล่อยให้ฟันผุ เหงือกอักเสบ กระเพาะปัสสาวะอักเสบหรือเป็นแผลที่เล็บเท้า ก็จะช่วยให้ข้อเข่าเทียมมีอายุการใช้งานที่ยาวนานขึ้นได้ วิธีการเตรียมตัว ก่อน-หลังการผ่าตัด ก่อนการผ่าตัด - เตรียมร่างกายให้พร้อม รับประทานอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการ รวมทั้งนอนหลับให้เพียงพอ - งดน้ำงดอาหาร อย่างน้อย 6 ชั่วโมง - แจ้งประวัติประจำตัว การแพ้ยา ให้แจ้งแพทย์เมื่อมีอาการป่วยก่อนการผ่าตัด - งดสูบบุหรี่ และแอลกอฮอล์ - ถอดเครื่องประดับเอาไว้ในที่ปลอดภัย เช่น แหวน สร้อยคอ ต่างหู หรือเครื่องประดับจากการเจาะตามร่างกาย เพื่อป้องกันการเสียหายใน ระหว่างการผ่าตัด หลังการผ่าตัด - งดน้ำงดอาหาร ประมาณ 12-24 ชั่วโมง ตามแพทย์สั่ง - งดสูบบุหรี่ และแอลกอฮอล์ นับว่าการผ่าตัดนั้นจำเป็นต้องอาศัยแพทย์และทีมงานที่มีความชำนาญพิเศษ โดยทางโรงพยาบาลเปาโลสมุทรปราการ มีทีมแพทย์ที่ผ่านการศึกษาอบรมการผ่าตัดจากสถาบันการแพทย์ทั้งในและต่างประเทศ ซึ่งพร้อมให้การดูแลรักษาสุขภาพของท่านเป็นอย่างดี ซึ่งหากแพทย์ตรวจพบโรคแล้วจำเป็นที่จะต้องเข้ารับการผ่าตัด ทางโรงพยาบาลเปาโลสมุทรปราการ ขอมอบสิทธิ์พิเศษเสริมความปลอดภัยให้ทุกท่านที่จะเข้ารับการผ่าตัดทุกประเภท ให้ได้รับการตรวจโรค COVID-19 ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย แม้ว่าเราจะสามารถสังเกตอาการปวดเข่าจากโรคข้อเข่าเสื่อมได้เองในเบื้องต้น แต่เพื่อความแน่ใจและได้รับการรักษาอย่างถูกต้อง จึงควรรีบไปพบแพทย์ หรือขอคำปรึกษาเรื่องทำการรักษาเพื่อไม่ให้อาการรุนแรงไปมากกว่านี้ เพราะยิ่งได้รับการรักษาเร็วเท่าไหร่ยิ่งเป็นการดูแลข้อเข่าให้ใช้ได้นานยิ่งขึ้นค่ะ ขอบคุณข้อมูลจากโรงพยาบาลเปาโล สมุทรปราการ : https://bit.ly/39phvn0 สอบถามรายละเอียดข้อมูลเพิ่มเติมโรงพยาบาลเปาโล สมุทรปราการ โทร 02-363-2000
  2. หากคุณหรือคนที่คุณรักกำลังมีอาการปวดคอ ปวดหลัง และอีกหลายอาการปวดตามร่างกาย ไม่ว่าจะเกิดจากการ นั่งทำงานต่อเนื่องยาวนานหรือการยกของหนักบ่อย ๆ อาจเป็นอาการปวดทั่ว ๆ ไปที่สามารถเกิดขึ้นได้ แต่ถ้าเมื่อไหร่มีอาการปวดคอ ปวดหลัง ร้าวลงแขน ขาหรือเท้า ร่วมกับอาการชาและกล้ามเนื้ออ่อนแรง นั่นอาจเป็นสัญญาณบ่งบอกถึงโรคหมอนรองกระดูกสันหลังทับเส้นประสาท ซึ่งเกิดได้จากหลายสาเหตุและมีความรุนแรงหลายระดับ รวมถึงการแสดงอาการของโรคหมอนรองกระดูกสันหลังทับเส้นประสาทก็แตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับตำแหน่งของข้อกระดูกสันหลังที่เป็น หมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท กระดูกสันหลัง จะมีหมอนรองกระดูก และข้อต่อกระดูกสันหลังคอยเชื่อมต่อกับกระดูกหลายชิ้น โดยที่ตัวกระดูกสันหลังทำหน้าที่ปกป้องไขสันหลัง ส่วนหมอนรองกระดูกจะทำหน้าที่ให้กระดูกสันหลังยืดหยุ่นและสามารถรับแรงกระแทกของน้ำหนักตัวจากการเคลื่อนไหวได้ ดังนั้นการใช้งานหนักในชีวิตประจำวัน หรืออายุที่เพิ่มขึ้น ก็อาจเป็นสาเหตุที่ทำให้หมอนรองกระดูกเสื่อมสภาพได้ หมอนรองกระดูก ที่พบว่ามีปัญหาบ่อยที่สุดก็คือ หมอนรองกระดูกสันหลังในระดับเอวข้อที่ 4-5 เนื่องจากเป็นข้อต่อระดับที่มีการเคลื่อนไหว และรับน้ำหนักมากในร่างกาย ซึ่งเมื่อหมอนรองกระดูกมีสภาพเสื่อม ความสูงของหมอนรองกระดูกจะมีขนาดลดลง และมีการฉีกขาดของเนื้อเยื่อหมอนรองกระดูก ทำให้แกนหมอนรองกระดูกหลุดรอดมาภายนอก และกดทับเส้นประสาทไขสันหลังได้ อาการของ โรคหมอนรองกระดูกกดทับเส้นประสาท - ปวดหลัง สะโพกและปวดร้าวลงขาข้างใดข้างหนึ่งหรือทั้งสองข้างรุนแรง ซึ่งจะมีอาการปวดมากขึ้นเวลาไอ หรือจาม - กล้ามเนื้ออ่อนแรง โดยเฉพาะกล้ามเนื้อสะโพกและขาบางรายมีอาการชาปลายเท้าร่วมด้วย หากอาการรุนแรงมากจะไม่สามารถกระดกปลายเท้า หรือเดินได้ - ปลายเท้าชา โดยเฉพาะบริเวณง่ามนิ้วหัวแม่เท้า - ระบบขับถ่ายผิดปกติ ในกรณีที่มีอาการรุนแรงมาก จะมีความผิดปกติของระบบขับถ่ายร่วมด้วย เช่น ไม่สามารถควบคุมการอุจจาระ หรือ ปัสสาวะได้ ซึ่งจำเป็นต้องผ่าตัดรักษาอย่างเร่งด่วน เพื่อป้องกันระบบขับถ่าย ไม่สามารถฟื้นคืนได้ตามปกติ การรักษา โรคหมอนรองกระดูกกดทับเส้นประสาท 1.รักษาโดยการลดน้ำหนัก พร้อมทั้งหลีกเลี่ยงปัจจัยเสี่ยงที่อาจทำให้เกิดอาการหนักขึ้น - การยกของหนัก - การนั่งรถยนต์เป็นเวลานาน - หลีกเลี่ยงอาการท้องผูกหรือเบ่ง ถ่ายอุจจาระแรงเกินไป เป็นต้น เนื่องจากจะทำให้เกิดแรงดัน ในหมอนรองกระดูกสูง ซึ่งเป็นสาเหตุให้หมอนรองกระดูกทนแรงดันไม่ได้ ทำให้เกิดการแตกของหมอนรองกระดูกตามมา 2.ยาต้านการอักเสบ NSAIDS และ ยาคลายกล้ามเนื้อ 3.ใช้กายภาพบำบัดและใช้เสื้อพยุงหลัง เพื่อช่วยในการลดอาการปวด และทำให้ผู้ป่วยสามารถกลับไป ใช้ชีวิตประจำวัน ได้ปกติเร็วขึ้น และทำให้หน้าท้องกระชับขึ้น เพื่อที่จะจะช่วยลดแรงดันในหมอนรองกระดูกสันหลังได้ นอกจากกนี้ยังต้องลดเคลื่อนไหวของ กระดูกสันหลัง ก็จะทำให้อาการปวดลดลง เช่นกัน 4.การผ่าตัด แพทย์จะพิจารณาตามเกณฑ์ดังนี้ - ผู้ป่วยที่มีอาการปวดมากจนทนไม่ได้ แม้จะรักษาโดยรับประทานยา พักและกายภาพบำบัดเต็มที่แล้วก็ยังไม่เป็นปกติ - มีอาการชา อ่อนแรง หรือกล้ามเนื้อขาลีบอย่างเห็นได้ชัด - มีปัญหาระบบขับถ่ายผิดปกติ ที่เกิดจากความผิดปกติของเส้นประสาท เช่น กลั้นอุจจาระหรือปัสสาวะไม่ได้ การผ่าตัดส่องกล้องส่องขยาย (Microscopic Spine Surgery) การผ่าตัดหมอนรองกระดูกกดทับเส้นประสาทโดยทั่วไป ศัลยแพทย์กระดูกจะใช้เครื่องมือในการตัดกระดูก และเอ็นพังผืดเพื่อขยายโพรงประสาทคลายการกดรัดเส้นประสาท โดยในระหว่างทำการผ่าตัดบางตำแหน่งของโพรงประสาท อาจมีขนาดที่ตีบแคบมาก ทำให้มองเห็นเส้นประสาทได้ไม่ชัดเจนและมีข้อจำกัด ซึ่งการสอดใส่เครื่องมือผ่าตัดอาจเป็นอันตรายต่อเส้นประสาทได้ ซึ่งการผ่าหมอนรองกระดูกสันหลังโดยการส่องกล้องขยายนั้น จะสามารถลดขนาดแผลผ่าตัดให้เล็กลงได้ และที่กล้องขยายจะมาช่วยให้ศัลยแพทย์สามารถ ที่จะมองเห็นรายละเอียดในการผ่าตัดได้อย่างชัดเจนอีกด้วย ข้อดีของการผ่าตัดผ่านกล้อง 1.ช่วยลดการบาดเจ็บของเนื้อเยื่อและอวัยวะภายใน ทำให้มีความเจ็บปวดน้อย และลดการเสียเลือด 2.ขนาดของแผลนั้นเล็กเพียง 1-2 ซม. ซึ่งเทียบกับการผ่าตัดแบบเปิดจะทำให้มีแผลกว้างถึง 12-20 ซม. ดังนั้น การผ่าตัดแบบ MIS จะช่วยลดขนาดของแผลเป็นที่จะเกิดขึ้นจากการผ่าตัดแบบเปิด 3.พักฟื้นที่โรงพยาบาลเพียง 1-2 วัน ซึ่งในบางกรณีอาจจะกลับบ้านได้ทันทีหลังการผ่าตัด นับว่าเร็วกว่าการผ่าตัดแบบเปิด ที่ต้องเสียเวลาพักฟื้นนานเป็นสัปดาห์ 4.ช่วยลดการเกิดภาวะแทรกซ้อน และโรคแทรกซ้อนต่าง ๆ ถือว่าปลอดภัยกว่าการผ่าตัดแบบเปิด 5.ช่วยลดการเกิดพังผืดจากการผ่าตัดแบบเปิด 6.ทำให้แพทย์มองเห็นรายละเอียดของตำแหน่งที่ต้องการผ่าตัดได้อย่างชัดเจน ด้วยเทคโนโลยีกำลังขยายของกล้อง ซึ่งช่วยให้ผ่าตัดได้ตรงจุดจึงลดการกระทบต่ออวัยวะอื่น ๆ ข้อจำกัดของการผ่าตัดส่องกล้อง - มีค่าใช้จ่ายค่อนข้างสูง เนื่องจากต้องใช้อุปกรณ์ที่มีนวัตกรรมพิเศษ - ยังไม่สามารถใช้วิธีนี้กับผู้ป่วยในบางราย ได้แก่ ผู้ป่วยที่มีโรคปอดและหัวใจขั้นรุนแรง และผู้ที่เคยผ่าตัด หรือมีพังผืดจำนวนมาก วิธีการเตรียมตัว ก่อน-หลังการผ่าตัด ก่อนการผ่าตัดส่องกล้อง - เตรียมร่างกายให้พร้อม รับประทานอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการ รวมทั้งนอนหลับให้เพียงพอ - งดน้ำงดอาหาร อย่างน้อย 6 ชั่วโมง - แจ้งประวัติประจำตัว การแพ้ยา ให้แจ้งแพทย์เมื่อมีอาการป่วยก่อนการผ่าตัด - งดสูบบุหรี่ และแอลกอฮอล์ - กรณีผ่าตัดลำไส้ แพทย์จะทำการล้างลำไส้ โดยจะให้ยากระตุ้นการขับถ่ายออกมาให้หมด - ถอดเครื่องประดับเอาไว้ในที่ปลอดภัย เช่น แหวน สร้อยคอ ต่างหู หรือเครื่องประดับจากการเจาะตามร่างกาย เพื่อป้องกันการเสียหายใน ระหว่างการผ่าตัด หลังการผ่าตัดส่องกล้อง - งดน้ำงดอาหาร ประมาณ 12-24 ชั่วโมง ตามแพทย์สั่ง - งดสูบบุหรี่ และแอลกอฮอล์ นับว่าการผ่าตัดด้วย Minimal Invasive Surgery นั้นจำเป็นต้องอาศัยแพทย์และทีมงานที่มีความชำนาญพิเศษ โดยทางโรงพยาบาลเปาโลสมุทรปราการ มีทีมแพทย์ที่ผ่านการศึกษาอบรมการผ่าตัดด้วยวิธี Minimal Invasive Surgery จากสถาบันการแพทย์ทั้งในและต่างประเทศ ซึ่งพร้อมให้การดูแลรักษาสุขภาพของท่านเป็นอย่างดี ซึ่งหากแพทย์ตรวจพบโรคแล้วจำเป็นที่จะต้องเข้ารับการผ่าตัด ทางโรงพยาบาลเปาโลสมุทรปราการ ขอมอบสิทธิ์พิเศษเสริมความปลอดภัยให้ทุกท่านที่จะเข้ารับการผ่าตัดทุกประเภท ให้ได้รับการ ตรวจโรค COVID-19 ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย พร้อมนวัตกรรมการผ่าตัดแบบส่องกล้อง (Minimally Invasive Surgery - MIS) มาช่วยย่นระยะเวลาการพักฟื้น และลดรอยแผล และความเจ็บปวดได้อย่างมีประสิทธิภาพ โรคหมอนรองกระดูกกดทับเส้นประสาทเป็นได้ ก็รักษาได้ หากท่านใดสงสัยว่าตนเองกำลังเป็นโรคนี้อยู่อย่าปล่อยให้ปวดทรมานไว้นาน เพราะมีผลกระทบอย่างมากในการใช้ชีวิตประจำวันของคุณ สามารถปรึกษาทางโรงพยาบาลเปาโล สมุทรปราการ เรามีแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านกระดูกสันหลังโดยตรงพร้อมให้คำปรึกษาแนะนำ สอบถามรายละเอียดข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่เบอร์โทร 02-363-2000 ขอบคุณข้อมูลจากโรงพยาบาลเปาโล สมุทรปราการ https://bit.ly/2XulRUr
  3. ผู้สูงอายุส่วนมากมักมีปัญหาเรื่องข้อเข่าเสื่อม บางรายมีอาการข้อสะโพกเสื่อมร่วมด้วย ข้อเข่าก็เหมือนอวัยวะอื่น ๆ ของร่างกายที่มีอาการเสื่อมลงได้ เมื่อท่านมีอายุมากขึ้น ยกตัวอย่างคุณแม่บางท่านมีอาการข้อเข่าเสื่อมตั้งแต่อายุ 50 ต้น ๆ ในขณะที่คุณแม่อีกท่านที่อายุ 60 กว่า ๆ แต่ยังไม่มีอาการปวดเข่าเลย นั่นก็เป็นเพราะว่า อัตราความเร็วในการเสื่อมของข้อเข่า ของแต่ละคนนั้นไม่เท่ากัน โดยจะขึ้นอยู่กับความหนักของการใช้งานข้อเข่าในอดีตที่ผ่านมา นั่นเป็นเพราะว่าข้อเข่าทำหน้าที่รับน้ำหนักของร่างกาย ดังนั้น หากผู้ที่ต้องทำงาน โดยยืนหรือเดินเป็นเวลานาน ๆ เป็นประจำ โดยเฉพาะเมื่อต้องหิ้วของหนัก ๆ ร่วมด้วย หรือเป็นคนที่น้ำหนักตัวมากกว่าปกติ ก็จะถือว่าเป็นผู้ที่ใช้งานข้อเข่าหนัก นอกจากการยืนหรือเดินแล้ว การขึ้น-ลงบันได และการนั่งยอง ๆ ก็ทำให้มีน้ำหนักกดไปที่ข้อเข่ามากด้วยเช่นกัน หากคุณเป็นอีกคนที่กำลังตัดสินใจและต้องการข้อมูลเกี่ยวกับการผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียม หรือผ่าตัดเปลี่ยนข้อสะโพกเทียมใหม่ให้กับคุณพ่อ คุณแม่ หรือผู้สูงอายุในครอบครัว เพื่อแก้ไขอาการเสื่อมอยู่ล่ะก็ เรามีข้อมูลการรักษาและการผ่าตัดจากทางโรงพยาบาลเปาโล สมุทรปราการ มาฝากกันค่ะ ข้อเข่า ข้อสะโพก ไม่แก่ก็เสื่อมได้ แม้ข้อเข่าจะเป็นเพียงส่วนประกอบของร่างกายที่หลายคนมองข้าม แต่ก็มีบทบาทต่อการเคลื่อนไหวของร่างกายมากเลยทีเดียว หลายคนมีพฤติกรรมการใช้ข้อเข่าที่ไม่เหมาะสม จนส่งผลให้ข้อเข่าเสื่อมก่อนวัยอันควร ข้อเข่าก็เปรียบเสมือนบานพับที่เชื่อมระหว่างหัวกระดูกต้นขา และเบ้ากระดูกหน้าแข้ง ซึ่งปลายกระดูกทั้งสองจะมีกระดูกอ่อนคลุมไว้ และจะมีน้ำเลี้ยงคอยหล่อลื่นเพื่อช่วยลดแรงกระแทกในขณะที่เราเคลื่อนไหว ดังนั้นการเสื่อมสลายของผิวกระดูกอ่อนบริเวณดังกล่าวนี่เอง จึงเป็นต้นเหตุสำคัญที่ทำให้ข้อเข่าติดขัด และเกิดการอักเสบ บวม และรู้สึกปวดตามมา อาการเหล่านี้คือ “อาการข้อเข่าเสื่อม” สาเหตุสำคัญ “อาการข้อเข่าเสื่อม” - อายุ โดยอาการข้อเข่าเสื่อมจะพบได้มากในผู้ที่อายุตั้งแต่ 50 ปีขึ้นไป - เพศ เพศหญิง จะมีโอกาสเป็นโรคข้อเข่าเสื่อมได้มากกว่าเพศชาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับวัยที่หมดประจำเดือน - น้ำหนักตัว ปกติเวลาเดินบนพื้นราบ ข้อเข่าแต่ละข้างของเราจะต้องแบกรับน้ำหนักประมาณ 3 เท่า ของน้ำหนักตัว ซึ่งหากเรามีน้ำหนักตัวที่มากเกินไป ก็จะส่งผลให้กระดูกอ่อนผิวข้อชำรุด สึกหรอ และเสื่อมสภาพก่อนวัยอันควร - การบาดเจ็บบริเวณข้อเข่า การเล่นกีฬาที่เกิดแรงกระแทกในข้อเข่า เช่น ฟุตบอล บาสเกตบอล รวมไปถึงการเกิดอุบัติเหตุ บริเวณข้อเข่า หรือเส้นเอ็นภายในข้อเข่า ก็จะส่งผลให้ความแข็งแรงของข้อเข่าลดน้อยลง และเพิ่มโอกาสเสี่ยงที่จะทำให้ผิวข้อเข่าชำรุดก่อนวัย การรักษา ข้อเข่าเสื่อม ปัจจุบันการรักษาข้อเข่าเสื่อม สามารถทำได้หลายวิธี โดยหากอาการของโรคยังไม่รุนแรง แพทย์อาจพิจารณาให้ใช้การรักษาด้วยการฉีดน้ำหล่อลื่นผิวข้อเข่า เพื่อลดการเสียดสีขณะเคลื่อนไหว โดยวิธีนี้จะสามารถทำได้กับเฉพาะผู้ที่ไม่เคยมีการติดเชื้อในข้อเข่าเท่านั้น อย่างไรก็ตามหากมีอาการปวดที่รุนแรงเรื้อรังมานาน แพทย์ส่วนใหญ่จะแนะนำให้ผู้ป่วยผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียมทดแทนข้อเข่าที่เสื่อม การผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียม ผ่าตัดเปลี่ยนข้อสะโพกเทียม การผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียมและผ่าตัดเปลี่ยนข้อสะโพกเทียม คือ การผ่าตัดเอาข้อที่เสื่อมสภาพออก จากนั้นแพทย์จะใส่ข้อใหม่ซึ่งทำมาจากวัสดุพิเศษทางการแพทย์ที่มีความแข็งแรงทนทาน นอกจากนี้ไม่เพียงการนำกระดูกที่เสื่อมออก แพทย์จะปรับความตึงหรือหย่อนของเนื้อเยื่อรอบข้อเข่า ข้อสะโพก เพื่อให้ขามีรูปร่างปกติ ไม่โก่งผิดรูป ซึ่งการเปลี่ยนข้อเข่าเทียมจะได้ผลดีเพียงใดนั้นขึ้นอยู่กับ - ประสบการณ์และความชำนาญของศัลยแพทย์ผู้ทำการผ่าตัด - สภาพของข้อเข่าของผู้ป่วยก่อนผ่าตัด ถ้าข้อเข่าติดแข็งหรือผิดรูป เช่น เข่าโก่ง หรือกล้ามเนื้อข้อเข่าลีบ ต้องมีการบริหารข้อเข่าหลังผ่าตัดเพื่อฟื้นฟูต่อไป - ความร่วมมือของผู้ป่วยหลังผ่าตัดในเรื่องของบริหารข้อเข่าหลังผ่าตัดระยะเวลาของข้อเข่าเทียม ในผู้ป่วยกว่าร้อยละ 80 ข้อเข่าเทียมข้อสะโพกเทียมจะสามารถอยู่ได้นานกว่า 20 ปี อย่างไรก็ตาม สภาพของข้อเข่าเทียมจะขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย ทั้งการใช้งานของผู้ป่วย ความเชี่ยวชาญของศัลยแพทย์กระดูก และคุณสมบัติของข้อเทียม ซึ่งผู้ป่วยควรดูแลน้ำหนักตัวไม่ให้เพิ่มขึ้น หลีกเลี่ยงการนั่งแบบยอง ๆ โดยไม่จำเป็น ไม่วิ่งทางไกล ไม่เล่นกีฬาที่ต้องมีการปะทะ และหมั่นดูแลตัวเองไม่ปล่อยให้ตัวเองติดเชื้อที่ใดที่หนึ่งเป็นเวลานาน รวมทั้งไม่ปล่อยให้ฟันผุ เหงือกอักเสบ กระเพาะปัสสาวะอักเสบหรือเป็นแผลที่เล็บเท้า ก็จะช่วยให้ข้อเข่าเทียมมีอายุการใช้งานที่ยาวนานขึ้นได้ วิธีการเตรียมตัว ก่อน-หลังการผ่าตัด ก่อนการผ่าตัด - เตรียมร่างกายให้พร้อม รับประทานอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการ รวมทั้งนอนหลับให้เพียงพอ - งดน้ำงดอาหาร อย่างน้อย 6 ชั่วโมง - แจ้งประวัติประจำตัว การแพ้ยา ให้แจ้งแพทย์เมื่อมีอาการป่วยก่อนการผ่าตัด - งดสูบบุหรี่ และแอลกอฮอล์ - ถอดเครื่องประดับเอาไว้ในที่ปลอดภัย เช่น แหวน สร้อยคอ ต่างหู หรือเครื่องประดับจากการเจาะตามร่างกาย เพื่อป้องกันการเสียหายใน ระหว่างการผ่าตัด หลังการผ่าตัด - งดน้ำงดอาหาร ประมาณ 12-24 ชั่วโมง ตามแพทย์สั่ง - งดสูบบุหรี่ และแอลกอฮอล์ นับว่าการผ่าตัดนั้นจำเป็นต้องอาศัยแพทย์และทีมงานที่มีความชำนาญพิเศษ โดยทางโรงพยาบาลเปาโลสมุทรปราการ มีทีมแพทย์ที่ผ่านการศึกษาอบรมการผ่าตัดจากสถาบันการแพทย์ทั้งในและต่างประเทศ ซึ่งพร้อมให้การดูแลรักษาสุขภาพของท่านเป็นอย่างดี ซึ่งหากแพทย์ตรวจพบโรคแล้วจำเป็นที่จะต้องเข้ารับการผ่าตัด ทางโรงพยาบาลเปาโลสมุทรปราการ ขอมอบสิทธิ์พิเศษเสริมความปลอดภัยให้ทุกท่านที่จะเข้ารับการผ่าตัดทุกประเภท ให้ได้รับการตรวจโรค COVID-19 ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย ขอบคุณข้อมูลจากโรงพยาบาลเปาโล สมุทรปราการ : https://bit.ly/39phvn0 สอบถามรายละเอียดข้อมูลเพิ่มเติมโรงพยาบาลเปาโล สมุทรปราการ โทร 02-363-2000
  4. เส้นเอ็นไขว้หน้าข้อเข่า เป็นเส้นเอ็นที่บริเวณกึ่งกลางข้อเข่าด้านหน้า ซึ่งเส้นเอ็นนี้จะอยู่เชื่อมต่อระหว่างข้อกระดูกของต้นขาและยึดกันกับข้อกระดูกของหน้าแข้ง โดยการวางตัวของเอ็นจะทำมุมในลักษณะแนวเฉียงไขว้เป็นรูปกากบาทกับเส้นเอ็นไขว้หลัง จึงเรียกว่าเส้นเอ็นไขว้หน้า ส่วนใหญ่สาเหตุที่พบมักเกิดในอุบัติเหตุจากการเล่นกีฬาที่ต้องเกิดการปะทะกันอย่างเช่น บาสเกตบอล, วอลเลย์บอล, เบสบอล, ฟุตบอล เป็นกีฬาที่มีโอกาสเกิดการบาดเจ็บได้ง่าย ไม่ว่าจะเกิดจากอุบัติเหตุหรือการเล่นที่ไม่ถูกวิธี บางครั้งการหมุนเข่าหรือเข่าพลิกอย่างฉับพลัน อาจทำให้ “เอ็นไขว้หน้าข้อเข่าฉีกขาด” ได้แบบไม่รู้ตัว สาเหตุจากอุบัติเหตุอื่น ๆ ที่อาจพบได้แต่ไม่บ่อยเท่ากับการเล่นกีฬา บางรายพบว่ามีเสียงลั่นในข้อ มีอาการปวดเข่า เข่าบวม อาจสงสัยว่าอาการนี้มาจากข้อเข่าเสื่อม หรือเอ็นไขว้หน้าข้อเข่าฉีกขาดกันแน่ เรามีข้อมูลเกี่ยวกับการรักษาด้วยการผ่าตัดส่องกล้องจากโรงพยาบาลเปาโลสมุทรปราการมาให้ความรู้กันค่ะ การผ่าตัดส่องกล้องซ่อมเอ็นเข่าและไหล่ เรื่องเล็กที่ไม่เล็ก เมื่อพูดถึงเรื่องการบาดเจ็บของเส้นเอ็นส่วนใหญ่จะพบในกลุ่มคนอายุน้อยและเกิดการบาดเจ็บหลังได้รับอุบัติเหตุหรือหลังจากเล่นกีฬาส่วนมากการบาดเจ็บที่พบบ่อยที่สุดคือการบาดเจ็บของเอ็นไขว้หน้าเข่าและการฉีกขาดของเอ็นไหล่ซึ่งการบาดเจ็บดังกล่าวจะส่งผลให้มีการปวดเรื้อรังรู้สึกข้อเข่าหลวมไม่มั่นคงหรือไหล่หลุดง่ายซึ่งหากปล่อยไว้นานอาการปวดจะรบกวนชีวิตประจำวันมากขึ้นเรื่อย ๆ จนทนไม่ไหว สาเหตุ 1.การบาดเจ็บของเอ็นเข่า - ส่วนใหญ่เกิดจากการบาดเจ็บจากการเล่นกีฬาได้แก่กีฬาจำพวก Contact Sport หรือกีฬาที่ต้องเกิดการปะทะกันเช่น บาสเกตบอล, วอลเลย์บอล, เบสบอล, ฟุตบอล - เกิดจากการหมุนเข่าหรือเข่าพลิกอย่างฉับพลันทำให้เอ็นไขว้หน้าข้อเข่าฉีกขาด - อุบัติเหตุจราจร 2.การบาดเจ็บของเอ็นข้อไหล่ - อาการบาดเจ็บของข้อไหล่เกิดจากการได้รับการกระแทกโดยตรงเช่นกันล้มไหล่กระแทกกับพื้นหรือการล้มเอามือยันพื้นทำให้แรงดันพื้นส่งมากระทบที่ไหล่ หรือการเล่นกีฬาที่ผิดท่า อาการ มีอาการปวดบวมช้ำหรือเดินลงน้ำหนักไม่ได้ถ้าถึงขั้นเอ็นฉีกขาดก็จะมีเลือดออกในข้อซึ่งเขาจะบวมมากโดยส่วนใหญ่จะเดินลงน้ำหนักไม่ได้เลยใน 1-2 วันแรกหลังจากได้รับการบาดเจ็บ การรักษา การรักษาด้วยวิธีการผ่าตัดแบบส่องกล้องซ่อมเอ็นใหม่ซึ่งข้อดีของการผ่าตัดส่องกล้องคือ - ช่วยลดการบาดเจ็บของเนื้อเยื่อและอวัยวะภายในทำให้มีความเจ็บน้อยปวดน้อยและลดการเสียเลือด - ขนาดของแผลมีขนาดเล็กเพียง 1-2 เซนติเมตรซึ่งเทียบกับการผ่าตัดแบบเปิดจะทำให้มีแผลกว้างถึง 12 ถึง 20 เซนติเมตร ดังนั้นการผ่าตัดแบบ MIS จะช่วยลดขนาดของแผลเป็น - การพักฟื้นที่โรงพยาบาลหลังผ่าตัดเพียง 2-3 วัน ซึ่งเร็วกว่าการผ่าตัดแบบเปิดที่ต้องเสียเวลาพักฟื้นนานประมาณ 5-7 วัน - ช่วยลดการเกิดภาวะแทรกซ้อนและโรคแทรกซ้อนต่าง ๆ - ช่วยลดการเกิดพังผืดจากการผ่าตัดแบบเปิด - แพทย์ผู้ผ่าตัดเห็นรายละเอียดของตำแหน่งที่ต้องการผ่าตัดได้อย่างชัดเจนด้วยเทคโนโลยีกำลังขยายของกล้องซึ่งช่วยให้ผ่าตัดได้ตรงจุดจึงลดการกระทบต่ออวัยวะอื่น ๆ ข้อจำกัดของการผ่าตัดส่องกล้อง มีค่าใช้จ่ายค่อนข้างสูงเนื่องจากต้องใช้อุปกรณ์ที่มีนวัตกรรมพิเศษ การผ่าตัดด้วย Minimally invasive surgery (MIS) นั้นจำเป็นต้องอาศัยแพทย์และทีมงานที่มีความชำนาญพิเศษโดยทางโรงพยาบาลเปาโลสมุทรปราการมีทีมแพทย์ที่ผ่านการศึกษาอบรมการผ่าตัดด้วยวิธี Minimally invested surgery จากสถาบันการแพทย์ทั้งในและต่างประเทศ ซึ่งพร้อมให้การดูแลรักษาสุขภาพของท่านเป็นอย่างดี ซึ่งหากแพทย์ตรวจพบโรคแล้วจำเป็นที่จะต้องเข้ารับการผ่าตัดทางโรงพยาบาลเปาโลสมุทรปราการขอมอบสิทธิพิเศษเสริมความปลอดภัยให้ทุกท่านที่จะเข้ารับการผ่าตัดทุกประเภทให้ได้รับการตรวจโรค COVID -19 ฟรีไม่มีค่าใช้จ่าย พร้อมนวัตกรรมการผ่าตัดแบบส่องกล้อง Minimally invasive surgery มาช่วยลดระยะเวลาในการพักฟื้นและลดรอยแผลจากการผ่าตัดได้อย่างมีประสิทธิภาพ ถึงตอนนี้คุณคงจะได้รับความกระจ่างเกี่ยวกับอาการเอ็นไขว้หน้าข้อเข่าฉีกขาดแล้ว และ คลายความกังวลที่จะเข้ารับการรักษาด้วยเทคโนโลยีการผ่าตัดส่องกล้องแล้วนะคะ ฉะนั้นผู้ที่กำลังมีอาการดังกล่าว ควรรีบไปพบแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อรับการวินิจฉัยและการรักษาก่อนที่การบาดเจ็บจะเรื้อรังจนทำให้ข้อเข่าเสื่อมก่อนวัยอันควรนะคะ ขอบคุณข้อมูลจากโรงพยาบาลเปาโล สมุทรปราการ : https://bit.ly/3nJrV6p สอบถามรายละเอียดข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่เบอร์โทร 02-363-2000
  5. รู้ทันก่อนรักษาหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท หากคุณกำลังมีอาการปวดหลังร้าวลงขา ตึงหลัง ขาชา เดินลำบากแล้วละก็ อย่าปล่อยให้อาการเรื้อรัง อาจเสี่ยงหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาทได้ หรืออาการที่เรียกกันติดปากว่า “กระดูกทับเส้น” โรคยอดฮิตของคนปวดหลัง แต่จริง ๆ แล้วกระดูกไม่ได้ทับเส้นประสาทอย่างที่หลาย ๆ คนเข้าใจ แต่เป็นหมอนรองกระดูกต่างหาก แล้วหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาทเกิดขึ้นได้อย่างไร ? วันนี้เรามีข้อมูลแบบละเอียดเกี่ยวกับอาการและการรักษา รวมไปถึงการผ่าตัดส่องกล้อง จากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ โรงพยาบาลเปาโลสมุทรปราการมาให้ความรู้กันค่ะ หมอนรองกระดูกสันหลัง กดทับเส้นประสาท กระดูกสันหลัง จะมีหมอนรองกระดูก และข้อต่อกระดูกสันหลังคอยเชื่อมต่อกับกระดูกหลายชิ้น โดยที่ตัวกระดูกสันหลังทำหน้าที่ปกป้องไขสันหลัง ส่วนหมอนรองกระดูกจะทำหน้าที่ให้กระดูกสันหลังยืดหยุ่นและสามารถรับแรงกระแทกของน้ำหนักตัวจากการเคลื่อนไหวได้ ดังนั้นการใช้งานหนักในชีวิตประจำวัน หรืออายุที่เพิ่มขึ้น ก็อาจเป็นสาเหตุที่ทำให้หมอนรองกระดูกเสื่อมสภาพได้ หมอนรองกระดูก ที่พบว่ามีปัญหาบ่อยที่สุดก็คือ หมอนรองกระดูกสันหลังในระดับเอวข้อที่ 4-5 เนื่องจากเป็นข้อต่อระดับที่มีการเคลื่อนไหว และรับน้ำหนักมากในร่างกาย ซึ่งเมื่อหมอนรองกระดูกมีสภาพเสื่อม ความสูงของหมอนรองกระดูกจะมีขนาดลดลง และมีการฉีกขาดของเนื้อเยื่อหมอนรองกระดูก ทำให้แกนหมอนรองกระดูกหลุดรอดมาภายนอก และกดทับเส้นประสาทไขสันหลังได้ อาการของ โรคหมอนรองกระดูกสันหลัง กดทับเส้นประสาท - ปวดหลัง สะโพกและปวดร้าวลงขาข้างใดข้างหนึ่งหรือทั้งสองข้างรุนแรง ซึ่งจะมีอาการปวดมากขึ้นเวลาไอ หรือจาม - กล้ามเนื้ออ่อนแรง โดยเฉพาะกล้ามเนื้อสะโพกและขาบางรายมีอาการชาปลายเท้าร่วมด้วย หากอาการรุนแรงมากจะไม่สามารถกระดกปลายเท้า หรือเดินได้ - ปลายเท้าชา โดยเฉพาะบริเวณง่ามนิ้วหัวแม่เท้า - ระบบขับถ่ายผิดปกติ ในกรณีที่มีอาการรุนแรงมาก จะมีความผิดปกติของระบบขับถ่ายร่วมด้วย เช่น ไม่สามารถควบคุมการอุจจาระ หรือ ปัสสาวะได้ ซึ่งจำเป็นต้องผ่าตัดรักษาอย่างเร่งด่วน เพื่อป้องกันระบบขับถ่าย ไม่สามารถฟื้นคืนได้ตามปกติ การรักษา โรคหมอนรองกระดูกสันหลัง กดทับเส้นประสาท 1.รักษาโดยการลดน้ำหนัก พร้อมทั้งหลีกเลี่ยงปัจจัยเสี่ยงที่อาจทำให้เกิดอาการหนักขึ้น - การยกของหนัก - การนั่งรถยนต์เป็นเวลานาน - หลีกเลี่ยงอาการท้องผูกหรือเบ่ง ถ่ายอุจจาระแรงเกินไป เป็นต้น เนื่องจากจะทำให้เกิดแรงดัน ในหมอนรองกระดูกสูง ซึ่งเป็นสาเหตุให้หมอนรองกระดูกทนแรงดันไม่ได้ ทำให้เกิดการแตกของหมอนรองกระดูกตามมา 2.ยาต้านการอักเสบ NSAIDS และ ยาคลายกล้ามเนื้อ 3.ใช้กายภาพบำบัดและใช้เสื้อพยุงหลัง เพื่อช่วยในการลดอาการปวด และทำให้ผู้ป่วยสามารถกลับไป ใช้ชีวิตประจำวัน ได้ปกติเร็วขึ้น และทำให้หน้าท้องกระชับขึ้น เพื่อที่จะจะช่วยลดแรงดันในหมอนรองกระดูกสันหลังได้ นอกจากกนี้ยังต้องลดเคลื่อนไหวของ กระดูกสันหลัง ก็จะทำให้อาการปวดลดลง เช่นกัน 4.การผ่าตัด แพทย์จะพิจารณาตามเกณฑ์ดังนี้ - ผู้ป่วยที่มีอาการปวดมากจนทนไม่ได้ แม้จะรักษาโดยรับประทานยา พักและกายภาพบำบัดเต็มที่แล้วก็ยังไม่เป็นปกติ - มีอาการชา อ่อนแรง หรือกล้ามเนื้อขาลีบอย่างเห็นได้ชัด - มีปัญหาระบบขับถ่ายผิดปกติ ที่เกิดจากความผิดปกติของเส้นประสาท เช่น กลั้นอุจจาระหรือปัสสาวะไม่ได้ การผ่าตัดส่องกล้องส่องขยาย (Microscopic Spine Surgery) การผ่าตัดหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาทโดยทั่วไป ศัลยแพทย์กระดูกจะใช้เครื่องมือในการตัดกระดูก และเอ็นพังผืดเพื่อขยายโพรงประสาทคลายการกดรัดเส้นประสาท โดยในระหว่างทำการผ่าตัดบางตำแหน่งของโพรงประสาท อาจมีขนาดที่ตีบแคบมาก ทำให้มองเห็นเส้นประสาทได้ไม่ชัดเจนและมีข้อจำกัด ซึ่งการสอดใส่เครื่องมือผ่าตัดอาจเป็นอันตรายต่อเส้นประสาทได้ ซึ่งการผ่าหมอนรองกระดูกสันหลังโดยการส่องกล้องขยายนั้น จะสามารถลดขนาดแผลผ่าตัดให้เล็กลงได้ และที่กล้องขยายจะมาช่วยให้ศัลยแพทย์สามารถ ที่จะมองเห็นรายละเอียดในการผ่าตัดได้อย่างชัดเจนอีกด้วย ข้อดีของการผ่าตัดผ่านกล้อง 1.ช่วยลดการบาดเจ็บของเนื้อเยื่อและอวัยวะภายใน ทำให้มีความเจ็บปวดน้อย และลดการเสียเลือด 2.ขนาดของแผลนั้นเล็กเพียง 1-2 ซม. ซึ่งเทียบกับการผ่าตัดแบบเปิดจะทำให้มีแผลกว้างถึง 12-20 ซม. ดังนั้น การผ่าตัดแบบ MIS จะช่วยลดขนาดของแผลเป็นที่จะเกิดขึ้นจากการผ่าตัดแบบเปิด 3.พักฟื้นที่โรงพยาบาลเพียง 1-2 วัน ซึ่งในบางกรณีอาจจะกลับบ้านได้ทันทีหลังการผ่าตัด นับว่าเร็วกว่าการผ่าตัดแบบเปิด ที่ต้องเสียเวลาพักฟื้นนานเป็นสัปดาห์ 4.ช่วยลดการเกิดภาวะแทรกซ้อน และโรคแทรกซ้อนต่าง ๆ ถือว่าปลอดภัยกว่าการผ่าตัดแบบเปิด 5.ช่วยลดการเกิดพังผืดจากการผ่าตัดแบบเปิด 6.ทำให้แพทย์มองเห็นรายละเอียดของตำแหน่งที่ต้องการผ่าตัดได้อย่างชัดเจน ด้วยเทคโนโลยีกำลังขยายของกล้อง ซึ่งช่วยให้ผ่าตัดได้ตรงจุดจึงลดการกระทบต่ออวัยวะอื่น ๆ ข้อจำกัดของการผ่าตัดส่องกล้อง - มีค่าใช้จ่ายค่อนข้างสูง เนื่องจากต้องใช้อุปกรณ์ที่มีนวัตกรรมพิเศษ - ยังไม่สามารถใช้วิธีนี้กับผู้ป่วยในบางราย ได้แก่ ผู้ป่วยที่มีโรคปอดและหัวใจขั้นรุนแรง และผู้ที่เคยผ่าตัด หรือมีพังผืดจำนวนมาก วิธีการเตรียมตัว ก่อน-หลังการผ่าตัด ก่อนการผ่าตัดส่องกล้อง - เตรียมร่างกายให้พร้อม รับประทานอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการ รวมทั้งนอนหลับให้เพียงพอ - งดน้ำงดอาหาร อย่างน้อย 6 ชั่วโมง - แจ้งประวัติประจำตัว การแพ้ยา ให้แจ้งแพทย์เมื่อมีอาการป่วยก่อนการผ่าตัด - งดสูบบุหรี่ และแอลกอฮอล์ - กรณีผ่าตัดลำไส้ แพทย์จะทำการล้างลำไส้ โดยจะให้ยากระตุ้นการขับถ่ายออกมาให้หมด - ถอดเครื่องประดับเอาไว้ในที่ปลอดภัย เช่น แหวน สร้อยคอ ต่างหู หรือเครื่องประดับจากการเจาะตามร่างกาย เพื่อป้องกันการเสียหายใน ระหว่างการผ่าตัด หลังการผ่าตัด - งดน้ำงดอาหาร ประมาณ 12-24 ชั่วโมง ตามแพทย์สั่ง - งดสูบบุหรี่ และแอลกอฮอล์ นับว่าการผ่าตัดด้วย Minimal Invasive Surgery นั้นจำเป็นต้องอาศัยแพทย์และทีมงานที่มีความชำนาญพิเศษ โดยทางโรงพยาบาลเปาโลสมุทรปราการ มีทีมแพทย์ที่ผ่านการศึกษาอบรมการผ่าตัดด้วยวิธี Minimal Invasive Surgery จากสถาบันการแพทย์ทั้งในและต่างประเทศ ซึ่งพร้อมให้การดูแลรักษาสุขภาพของท่านเป็นอย่างดี ซึ่งหากแพทย์ตรวจพบโรคแล้วจำเป็นที่จะต้องเข้ารับการผ่าตัด ทางโรงพยาบาลเปาโลสมุทรปราการ ขอมอบสิทธิ์พิเศษเสริมความปลอดภัยให้ทุกท่านที่จะเข้ารับการผ่าตัดทุกประเภท ให้ได้รับการ ตรวจโรค COVID-19 ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย พร้อมนวัตกรรมการผ่าตัดแบบส่องกล้อง (Minimally Invasive Surgery - MIS) มาช่วยย่นระยะเวลาการพักฟื้น และลดรอยแผล และความเจ็บปวดได้อย่างมีประสิทธิภาพ หากท่านใดสงสัยว่าตนเองกำลังประสบปัญหา มีอาการปวดหลังร้าวลงขา อย่าปล่อยให้อาการเรื้อรัง อาจมีภาวะเสี่ยงโรคหมอนรองกระกดูกทับเส้นประสาท ควรรีบปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญทางโรงพยาบาลเปาโลสมุทรปราการ ยินดีให้บริการตั้งแต่การให้คำปรึกษา ตรวจวินิจฉัยและรักษาอาการได้อย่างถูกต้องแม่นยำ ด้วยเครื่องมือทางการแพทย์ครบครัน รวมถึงแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางที่ยินดีให้คำปรึกษาด้วยความจริงใจ สอบถามรายละเอียดข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่เบอร์โทร 02-363-2000 ขอบคุณข้อมูลจากโรงพยาบาลเปาโล สมุทรปราการ https://bit.ly/2XulRUr
  6. ข้อเข่า ข้อสะโพก ไม่แก่ก็เสื่อมได้ โรคข้อเข่าข้อสะโพกเสื่อม เป็นโรคที่เกิดจากความเสื่อมของกระดูกอ่อนภายในข้อ ส่วนมากการเสื่อมนี้จะเกิดขึ้นในผู้สูงอายุเป็นการเสื่อมสภาพตามธรรมชาติของกระดูกอ่อน แต่ถึงแม้อายุจะไม่เยอะก็สามารถเป็นโรคนี้ได้ ส่วนปัจจัยหนึ่งที่พบบ่อย คือ พันธุกรรม โดยชาวเอเชียเป็นโรคข้อเข่าเสื่อมมากกว่าฝรั่ง นอกจากนี้นักกีฬา นักวิ่ง โดยเฉพาะนักฟุตบอล ซึ่งใช้เข่าเยอะและเกิดการบาดเจ็บที่หัวเข่าบ่อย ๆ จนส่งผลให้ข้อเข่าเสื่อมก่อนวัยอันควร ข้อเข่าก็เปรียบเสมือนบานพับที่เชื่อมระหว่างหัวกระดูกต้นขา และเบ้ากระดูกหน้าแข้ง ซึ่งปลายกระดูกทั้งสองจะมีกระดูกอ่อนคลุมไว้ และจะมีน้ำเลี้ยงคอยหล่อลื่นเพื่อช่วยลดแรงกระแทกในขณะที่เราเคลื่อนไหว ดังนั้นการเสื่อมสลายของผิวกระดูกอ่อนบริเวณดังกล่าวนี่เอง จึงเป็นต้นเหตุสำคัญที่ทำให้ข้อเข่าติดขัด และเกิดการอักเสบ บวม และรู้สึกปวดตามมา อาการเหล่านี้คือ “อาการข้อเข่าเสื่อม” สาเหตุสำคัญ “อาการข้อเข่าเสื่อม” - อายุ โดยอาการข้อเข่าเสื่อมจะพบได้มากในผู้ที่อายุตั้งแต่ 50 ปีขึ้นไป - เพศ เพศหญิง จะมีโอกาสเป็นโรคข้อเข่าเสื่อมได้มากกว่าเพศชาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับวัยที่หมดประจำเดือน - น้ำหนักตัว ปกติเวลาเดินบนพื้นราบ ข้อเข่าแต่ละข้างของเราจะต้องแบกรับน้ำหนักประมาณ 3 เท่า ของน้ำหนักตัว ซึ่งหากเรามีน้ำหนักตัวที่มากเกินไป ก็จะส่งผลให้กระดูกอ่อนผิวข้อชำรุด สึกหรอ และเสื่อมสภาพก่อนวัยอันควร - การบาดเจ็บบริเวณข้อเข่า การเล่นกีฬาที่เกิดแรงกระแทกในข้อเข่า เช่น ฟุตบอล บาสเกตบอล รวมไปถึงการเกิดอุบัติเหตุบริเวณข้อเข่า หรือเส้นเอ็นภายในข้อเข่า ก็จะส่งผลให้ความแข็งแรงของข้อเข่าลดน้อยลง และเพิ่มโอกาสเสี่ยงที่จะทำให้ผิวข้อเข่าชำรุดก่อนวัย การรักษา ข้อเข่าเสื่อม ปัจจุบันการรักษาข้อเข่าเสื่อม สามารถทำได้หลายวิธี โดยหากอาการของโรคยังไม่รุนแรง แพทย์อาจพิจารณาให้ใช้การรักษาด้วยการฉีดน้ำหล่อลื่นผิวข้อเข่า เพื่อลดการเสียดสีขณะเคลื่อนไหว โดยวิธีนี้จะสามารถทำได้กับเฉพาะผู้ที่ไม่เคยมีการติดเชื้อในข้อเข่าเท่านั้น อย่างไรก็ตามหากมีอาการปวดที่รุนแรงเรื้อรังมานาน แพทย์ส่วนใหญ่จะแนะนำให้ผู้ป่วยผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียมทดแทนข้อเข่าที่เสื่อม การผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียม การผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียม คือ การผ่าตัดเอาข้อที่เสื่อมสภาพออก จากนั้นแพทย์จะใส่ข้อใหม่ซึ่งทำมาจากวัสดุพิเศษทางการแพทย์ที่มีความแข็งแรงทนทาน นอกจากนี้ไม่เพียงการนำกระดูกที่เสื่อมออก แพทย์จะปรับความตึงหรือหย่อนของเนื้อเยื่อรอบข้อเข่า เพื่อให้ขามีรูปร่างปกติ ไม่โก่งผิดรูป ซึ่งการเปลี่ยนข้อเข่าเทียมจะได้ผลดีเพียงใดนั้นขึ้นอยู่กับ - ประสบการณ์และความชำนาญของศัลยแพทย์ผู้ทำการผ่าตัด - สภาพของข้อเข่าของผู้ป่วยก่อนผ่าตัด ถ้าข้อเข่าติดแข็งหรือผิดรูป เช่น เข่าโก่ง หรือกล้ามเนื้อข้อเข่าลีบ ต้องมีการบริหารข้อเข่าหลังผ่าตัดเพื่อฟื้นฟูต่อไป - ความร่วมมือของผู้ป่วยหลังผ่าตัดในเรื่องของบริหารข้อเข่าหลังผ่าตัด ระยะเวลาของข้อเข่าเทียม ในผู้ป่วยกว่าร้อยละ 80 ข้อเข่าเทียมจะสามารถอยู่ได้นานกว่า 20 ปี อย่างไรก็ตาม สภาพของข้อเข่าเทียมจะขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย ทั้งการใช้งานของผู้ป่วย ความเชี่ยวชาญของศัลยแพทย์กระดูก และคุณสมบัติของข้อเทียม ซึ่งผู้ป่วยควรดูแลน้ำหนักตัวไม่ให้เพิ่มขึ้น หลีกเลี่ยงการนั่งแบบยอง ๆ โดยไม่จำเป็น ไม่วิ่งทางไกล ไม่เล่นกีฬาที่ต้องมีการปะทะ และหมั่นดูแลตัวเองไม่ปล่อยให้ตัวเองติดเชื้อที่ใดที่หนึ่งเป็นเวลานาน รวมทั้งไม่ปล่อยให้ฟันผุ เหงือกอักเสบ กระเพาะปัสสาวะอักเสบหรือเป็นแผลที่เล็บเท้า ก็จะช่วยให้ข้อเข่าเทียมมีอายุการใช้งานที่ยาวนานขึ้นได้ วิธีการเตรียมตัว ก่อน-หลังการผ่าตัด ก่อนการผ่าตัด - เตรียมร่างกายให้พร้อม รับประทานอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการ รวมทั้งนอนหลับให้เพียงพอ - งดน้ำงดอาหาร อย่างน้อย 6 ชั่วโมง - แจ้งประวัติประจำตัว การแพ้ยา ให้แจ้งแพทย์เมื่อมีอาการป่วยก่อนการผ่าตัด - งดสูบบุหรี่ และแอลกอฮอล์ - ถอดเครื่องประดับเอาไว้ในที่ปลอดภัย เช่น แหวน สร้อยคอ ต่างหู หรือเครื่องประดับจากการเจาะตามร่างกาย เพื่อป้องกันการเสียหายใน ระหว่างการผ่าตัด หลังการผ่าตัด - งดน้ำงดอาหาร ประมาณ 12-24 ชั่วโมง ตามแพทย์สั่ง - งดสูบบุหรี่ และแอลกอฮอล์ เพราะข้อเข่า ข้อสะโพกเสื่อม ไม่ใช่โรคสำหรับผู้สูงอายุเท่านั้น อย่าละเลยอาการปวดข้อ โดยเฉพาะข้อเข่าและข้อสะโพก ซึ่งเป็นอวัยวะที่รองรับการทรงตัวของร่างกาย เมื่อเริ่มมีอาการปวดหรือผิดปกติ ควรรีบปรึกษาแพทย์ ซึ่งหากแพทย์ตรวจพบโรคแล้วจำเป็นที่จะต้องเข้ารับการผ่าตัด ทางโรงพยาบาลเปาโล สมุทรปราการ ขอมอบสิทธิ์พิเศษเสริมความปลอดภัยให้ทุกท่านที่จะเข้ารับการผ่าตัดทุกประเภท ให้ได้รับการตรวจโรค COVID-19 ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย ขอบคุณข้อมูลจากโรงพยาบาลเปาโล สมุทรปราการ : https://bit.ly/39phvn0 สอบถามรายละเอียดข้อมูลเพิ่มเติมโรงพยาบาลเปาโล สมุทรปราการ โทร 02-363-2
  7. มีอาการปวด ตึง หรือขัดในข้อ ระยะแรกมีอาการหลังจากใช้งานข้อเข่านาน ๆ เช่น เมื่อยืนนาน แต่พอได้พักอาการจะดีขึ้น ระยะหลังจะมีอาการปวดตลอดเวลา พักแล้วก็ไม่หาย อาจเป็นอาการของ ข้อเข่าเสื่อม ข้อสะโพกเสื่อม การผ่าตัดข้อเข่าเทียมเป็นอีกวิธีหนึ่งที่จะช่วยแก้ไขปัญหาดังกล่าวได้ เพื่อให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ลดอาการปวดและสามารถเคลื่อนไหวได้ดี ข้อเข่า ข้อสะโพก ไม่แก่ก็เสื่อมได้ ข้อเข่าก็เปรียบเสมือนบานพับที่เชื่อมระหว่างหัวกระดูกต้นขา และเบ้ากระดูกหน้าแข้ง ซึ่งปลายกระดูกทั้งสองจะมีกระดูกอ่อนคลุมไว้ และจะมีน้ำเลี้ยงคอยหล่อลื่นเพื่อช่วยลดแรงกระแทกในขณะที่เราเคลื่อนไหว ดังนั้นการเสื่อมสลายของผิวกระดูกอ่อนบริเวณดังกล่าวนี่เอง จึงเป็นต้นเหตุสำคัญที่ทำให้ข้อเข่าติดขัด และเกิดการอักเสบ บวม และรู้สึกปวดตามมา อาการเหล่านี้คือ “อาการข้อเข่าเสื่อม” สาเหตุสำคัญ “อาการข้อเข่าเสื่อม” - อายุ โดยอาการข้อเข่าเสื่อมจะพบได้มากในผู้ที่อายุตั้งแต่ 50 ปีขึ้นไป - เพศ เพศหญิง จะมีโอกาสเป็นโรคข้อเข่าเสื่อมได้มากกว่าเพศชาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับวัยที่หมดประจำเดือน - น้ำหนักตัว ปกติเวลาเดินบนพื้นราบ ข้อเข่าแต่ละข้างของเราจะต้องแบกรับน้ำหนักประมาณ 3 เท่า ของน้ำหนักตัว ซึ่งหากเรามีน้ำหนักตัวที่มากเกินไป ก็จะส่งผลให้กระดูกอ่อนผิวข้อชำรุด สึกหรอ และเสื่อมสภาพก่อนวัยอันควร - การบาดเจ็บบริเวณข้อเข่า การเล่นกีฬาที่เกิดแรงกระแทกในข้อเข่า เช่น ฟุตบอล บาสเกตบอล รวมไปถึงการเกิดอุบัติเหตุ บริเวณข้อเข่า หรือเส้นเอ็นภายในข้อเข่า ก็จะส่งผลให้ความแข็งแรงของข้อเข่าลดน้อยลง และเพิ่มโอกาสเสี่ยงที่จะทำให้ผิวข้อเข่าชำรุดก่อนวัย การรักษา ข้อเข่าเสื่อม ปัจจุบันการรักษาข้อเข่าเสื่อม สามารถทำได้หลายวิธี โดยหากอาการของโรคยังไม่รุนแรง แพทย์อาจพิจารณาให้ใช้การรักษาด้วยการฉีดน้ำหล่อลื่นผิวข้อเข่า เพื่อลดการเสียดสีขณะเคลื่อนไหว โดยวิธีนี้จะสามารถทำได้กับเฉพาะผู้ที่ไม่เคยมีการติดเชื้อในข้อเข่าเท่านั้น อย่างไรก็ตามหากมีอาการปวดที่รุนแรงเรื้อรังมานาน แพทย์ส่วนใหญ่จะแนะนำให้ผู้ป่วยผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียมทดแทนข้อเข่าที่เสื่อม การผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียม การผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียม คือ การผ่าตัดเอาข้อที่เสื่อมสภาพออก จากนั้นแพทย์จะใส่ข้อใหม่ซึ่งทำมาจากวัสดุพิเศษทางการแพทย์ที่มีความแข็งแรงทนทาน นอกจากนี้ไม่เพียงการนำกระดูกที่เสื่อมออก แพทย์จะปรับความตึงหรือหย่อนของเนื้อเยื่อรอบข้อเข่า เพื่อให้ขามีรูปร่างปกติ ไม่โก่งผิดรูป ซึ่งการเปลี่ยนข้อเข่าเทียมจะได้ผลดีเพียงใดนั้นขึ้นอยู่กับ - ประสบการณ์และความชำนาญของศัลยแพทย์ผู้ทำการผ่าตัด - สภาพของข้อเข่าของผู้ป่วยก่อนผ่าตัด ถ้าข้อเข่าติดแข็งหรือผิดรูป เช่น เข่าโก่ง หรือกล้ามเนื้อข้อเข่าลีบ ต้องมีการบริหารข้อเข่าหลังผ่าตัดเพื่อฟื้นฟูต่อไป - ความร่วมมือของผู้ป่วยหลังผ่าตัดในเรื่องของบริหารข้อเข่าหลังผ่าตัด ระยะเวลาของข้อเข่าเทียม ในผู้ป่วยกว่าร้อยละ 80 ข้อเข่าเทียมจะสามารถอยู่ได้นานกว่า 20 ปี อย่างไรก็ตาม สภาพของข้อเข่าเทียมจะขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย ทั้งการใช้งานของผู้ป่วย ความเชี่ยวชาญของศัลยแพทย์กระดูก และคุณสมบัติของข้อเทียม ซึ่งผู้ป่วยควรดูแลน้ำหนักตัวไม่ให้เพิ่มขึ้น หลีกเลี่ยงการนั่งแบบยอง ๆ โดยไม่จำเป็น ไม่วิ่งทางไกล ไม่เล่นกีฬาที่ต้องมีการปะทะ และหมั่นดูแลตัวเองไม่ปล่อยให้ตัวเองติดเชื้อที่ใดที่หนึ่งเป็นเวลานาน รวมทั้งไม่ปล่อยให้ฟันผุ เหงือกอักเสบ กระเพาะปัสสาวะอักเสบหรือเป็นแผลที่เล็บเท้า ก็จะช่วยให้ข้อเข่าเทียมมีอายุการใช้งานที่ยาวนานขึ้นได้ วิธีการเตรียมตัว ก่อน-หลังการผ่าตัด ก่อนการผ่าตัด - เตรียมร่างกายให้พร้อม รับประทานอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการ รวมทั้งนอนหลับให้เพียงพอ - งดน้ำงดอาหาร อย่างน้อย 8 ชั่วโมง - แจ้งประวัติประจำตัว การแพ้ยา ให้แจ้งแพทย์เมื่อมีอาการป่วยก่อนการผ่าตัด - งดสูบบุหรี่ และแอลกอฮอล์ - ถอดเครื่องประดับเอาไว้ในที่ปลอดภัย เช่น แหวน สร้อยคอ ต่างหู หรือเครื่องประดับจากการเจาะตามร่างกาย เพื่อป้องกันการเสียหายใน ระหว่างการผ่าตัด หลังการผ่าตัด - งดน้ำงดอาหาร ประมาณ 12-24 ชั่วโมง ตามแพทย์สั่ง - งดสูบบุหรี่ และแอลกอฮอล์ การเปลี่ยนข้อเข่าเทียมจะได้ผลดีเพียงใดนั้นขึ้นอยู่กับ ประสบการณ์และความชำนาญของศัลยแพทย์ผู้ทำการผ่าตัด โดยทางโรงพยาบาลเปาโล สมุทรปราการ มีทีมแพทย์ที่ผ่านการศึกษาอบรมการผ่าตัดจากสถาบันการแพทย์ทั้งในและต่างประเทศ ซึ่งพร้อมให้การดูแลรักษาสุขภาพของท่านเป็นอย่างดี และความร่วมมือของผู้ป่วยหลังผ่าตัดในเรื่องของการบริหารข้อเข่าหลังผ่าตัด ซึ่งหากแพทย์ตรวจพบโรคแล้วจำเป็นที่จะต้องเข้ารับการผ่าตัด ทางโรงพยาบาลเปาโล สมุทรปราการ ขอมอบสิทธิ์พิเศษเสริมความปลอดภัยให้ทุกท่านที่จะเข้ารับการผ่าตัดทุกประเภท ให้ได้รับการตรวจโรค COVID-19 ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย ขอบคุณข้อมูลจากโรงพยาบาลเปาโล สมุทรปราการ https://bit.ly/39phvn0 สอบถามรายละเอียดข้อมูลเพิ่มเติมโรงพยาบาลเปาโล สมุทรปราการ โทร 02-363-2000
  8. อาการเอ็นไขว้หน้าเข่าฉีกขาดและการฉีกขาดของเอ็นข้อไหล่นั้น ผู้ป่วยมักรู้สึกว่ามีเสียงลั่นในข้อ ร่วมกับมีอาการปวดรุนแรงขึ้นทันที และบวมมากในไม่กี่ชั่วโมงต่อมา การรักษาสามารถรักษาได้โดยการผ่าตัดส่องกล้องเข่า ผ่าตัดส่องกล้องไหล่ หรือไม่ผ่าตัดก็ได้ ขึ้นอยู่ความต้องการของผู้ป่วยในการใช้เข่าและไหล่ในชีวิตประจำวันและการเล่นกีฬาที่มีการบิดหมุนของข้อ การบาดเจ็บร่วมกับส่วนอื่น หรือมีปัญหาข้อเข่าหรือข้อไหล่หลวมจนรบกวนการใช้ชีวิตประจำวัน อาจจะต้องผ่าตัดแบบส่องกล้อง การผ่าตัดส่องกล้องซ่อมเอ็นเข่าและไหล่ เรื่องเล็กที่ไม่เล็ก เมื่อพูดถึงเรื่องการบาดเจ็บของเส้นเอ็นส่วนใหญ่จะพบในกลุ่มคนอายุน้อยและเกิดการบาดเจ็บหลังได้รับอุบัติเหตุหรือหลังจากเล่นกีฬาส่วนมากการบาดเจ็บที่พบบ่อยที่สุดคือการบาดเจ็บของเอ็นไขว้หน้าเข่าฉีกขาดและการฉีกขาดของเอ็นไหล่ซึ่งการบาดเจ็บดังกล่าวจะส่งผลให้มีการปวดเรื้อรังรู้สึกข้อเข่าหลวมไม่มั่นคงหรือไหล่หลุดง่ายซึ่งหากปล่อยไว้นานอาการปวดจะรบกวนชีวิตประจำวันมากขึ้นเรื่อย ๆ จนทนไม่ไหว สาเหตุ 1.การบาดเจ็บของเอ็นเข่า - ส่วนใหญ่เกิดจากการบาดเจ็บจากการเล่นกีฬาได้แก่กีฬาจำพวก contact sport หรือกีฬาที่ต้องเกิดการปะทะกันเช่น บาสเกตบอล วอลเลย์บอล เบสบอล ฟุตบอล - เกิดจากการหมุนเข่าหรือเข่าพลิกอย่างฉับพลันทำให้เอ็นไขว้หน้าเข่าฉีก - อุบัติเหตุจราจร 2.การบาดเจ็บของเอ็นข้อไหล่ อาการบาดเจ็บของข้อไหล่เกิดจากการได้รับการกระแทกโดยตรงเช่นกันล้มไหล่กระแทกกับพื้นหรือการล้มเอามือยันพื้นทำให้แรงดันพื้นส่งมากระทบที่ไหล่ หรือการเล่นกีฬาที่ผิดท่า อาการ มีอาการปวดบวมช้ำหรือเดินลงน้ำหนักไม่ได้ถ้าถึงขั้นเอ็นฉีกขาดก็จะมีเลือดออกในข้อซึ่งเขาจะบวมมากโดยส่วนใหญ่จะเดินลงน้ำหนักไม่ได้เลยใน 1-2 วันแรกหลังจากได้รับการบาดเจ็บ การรักษา การรักษาด้วยวิธีการผ่าตัดแบบส่องกล้องซ่อมเอ็นใหม่ซึ่งข้อดีของการผ่าตัดแบบส่องกล้องคือ 1.ช่วยลดการบาดเจ็บของเนื้อเยื่อและอวัยวะภายในทำให้มีความเจ็บน้อยปวดน้อยและลดการเสียเลือด 2.ขนาดของแผลมีขนาดเล็กเพียง 1-2 เซนติเมตรซึ่งเทียบกับการผ่าตัดแบบเปิดจะทำให้มีแผลกว้างถึง 12 ถึง 20 เซนติเมตร ดังนั้นการผ่าตัดแบบ MIS จะช่วยลดขนาดของแผลเป็น 3.การพักฟื้นที่โรงพยาบาลหลังผ่าตัดเพียง 2-3 วัน ซึ่งเร็วกว่าการผ่าตัดแบบเปิดที่ต้องเสียเวลาพักฟื้นนานประมาณ 5-7 วัน 4.ช่วยลดการเกิดภาวะแทรกซ้อนและโรคแทรกซ้อนต่าง ๆ 5.ช่วยลดการเกิดพังผืดจากการผ่าตัดแบบเปิด 6.แพทย์ผู้ผ่าตัดเห็นรายละเอียดของตำแหน่งที่ต้องการผ่าตัดได้อย่างชัดเจนด้วยเทคโนโลยีกำลังขยายของกล้องซึ่งช่วยให้ผ่าตัดได้ตรงจุดจึงลดการกระทบต่ออวัยวะอื่น ๆ ข้อจำกัดของการผ่าตัดส่องกล้อง มีค่าใช้จ่ายค่อนข้างสูงเนื่องจากต้องใช้อุปกรณ์ที่มีนวัตกรรมพิเศษ การผ่าตัดแบบส่องกล้องด้วย Minimally invasive surgery (MIS) นั้นจำเป็นต้องอาศัยแพทย์และทีมงานที่มีความชำนาญพิเศษโดยทางโรงพยาบาลเปาโลสมุทรปราการมีทีมแพทย์ที่ผ่านการศึกษาอบรมการผ่าตัดด้วยวิธี Minimally invested surgery จากสถาบันการแพทย์ทั้งในและต่างประเทศ ซึ่งพร้อมให้การดูแลรักษาสุขภาพของท่านเป็นอย่างดี ซึ่งหากแพทย์ตรวจพบโรคแล้วจำเป็นที่จะต้องเข้ารับการผ่าตัดทางโรงพยาบาลเปาโลสมุทรปราการขอมอบสิทธิพิเศษเสริมความปลอดภัยให้ทุกท่านที่จะเข้ารับการผ่าตัดทุกประเภทให้ได้รับการตรวจโรค COVID -19 ฟรีไม่มีค่าใช้จ่าย พร้อมนวัตกรรมการผ่าตัดแบบส่องกล้อง Minimally invasive surgery มาช่วยลดระยะเวลาในการพักฟื้นและลดรอยแผลจากการผ่าตัดได้อย่างมีประสิทธิภาพ หลังจากการผ่าตัดแล้ว ยังต้องได้รับการฟื้นฟูในด้านต่าง ๆ ด้วย เช่นการกายภาพบำบัด หรือโภชนาการ ดังนั้นอย่าลืมทานอาหารที่มีประโยชน์และปฏิบัติตามที่แพทย์ผู้ดูแลบอกอย่างเคร่งครัดด้วยนะคะ ขอบคุณข้อมูลจากโรงพยาบาลเปาโล สมุทรปราการ https://bit.ly/3nJrV6p สอบถามรายละเอียดข้อมูลเพิ่มเติมโรงพยาบาลเปาโล สมุทรปราการ โทร 02-363-2000
  9. หมอนรองกระดูกสันหลัง กดทับเส้นประสาท หมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท ที่พบว่ามีปัญหาบ่อยที่สุดก็คือ หมอนรองกระดูกสันหลังในระดับเอวข้อที่ 4-5 เนื่องจากเป็นข้อต่อระดับที่มีการเคลื่อนไหว และรับน้ำหนักมากที่สุดในร่างกาย เป็นสาเหตุที่ทำให้หมอนรองกระดูกเสื่อมสภาพได้ ซึ่งเมื่อหมอนรองกระดูกเสื่อม หมอนรองกระดูกจะมีขนาดบางลง หรือในบางรายหมอนรองกระดูกอาจปลิ้นออกมาและมีการกดเบียดเส้นประสาทไขสันหลังได้ ซึ่งการรักษาต้องรักษาด้วยวิธีการผ่าตัด ซึ่ง ปัจจุบันมีวิธีการผ่าตัดที่ทันสมัยก็คือการผ่าตัดส่องกล้องนั่นเอง อาการของ โรคหมอนรองกระดูกสันหลัง กดทับเส้นประสาท - ปวดหลัง สะโพกและปวดร้าวลงขาข้างใดข้างหนึ่งหรือทั้งสองข้างรุนแรง ซึ่งจะมีอาการปวดมากขึ้นเวลาไอ หรือจาม - กล้ามเนื้ออ่อนแรง โดยเฉพาะกล้ามเนื้อสะโพกกล้ามเนื้อในการกระดูกข้อเท้า รวมทั้งปลายนิ้วหัวแม่เท้า - ปลายเท้าชา โดยเฉพาะบริเวณง่ามนิ้วหัวแม่เท้า - ระบบขับถ่ายผิดปกติ ในกรณีที่มีอาการรุนแรงมาก จะมีความผิดปกติของระบบขับถ่ายร่วมด้วย เช่น ไม่สามารถควบคุมการอุจจาระ หรือ ปัสสาวะได้ ซึ่งจำเป็นต้องผ่าตัดรักษาอย่างเร่งด่วน เพื่อป้องกันระบบขับถ่ายไม่สามารถฟื้นคืนได้ตามปกติ การรักษา โรคหมอนรองกระดูกสันหลัง กดทับเส้นประสาท 1.รักษาโดยการลดน้ำหนัก พร้อมทั้งหลีกเลี่ยงปัจจัยเสี่ยงที่อาจทำให้เกิดอาการหนักขึ้น - การยกของหนัก - การนั่งรถยนต์เป็นเวลานาน - หลีกเลี่ยงอาการท้องผูกหรือเบ่ง ถ่ายอุจจาระแรงเกินไป เป็นต้น เนื่องจากจะทำให้เกิดแรงดัน ในหมอนรองกระดูกสูง ซึ่งเป็นสาเหตุให้หมอนรองกระดูกทนแรงดันไม่ได้ ทำให้เกิดการแตกของหมอนรองกระดูกตามมา 2.ยาต้านการอักเสบ NSAIDS และ ยาคลายกล้ามเนื้อ 3.ใช้กายภาพบำบัดและใช้เสื้อพยุงหลัง เพื่อช่วยในการลดอาการปวด และทำให้ผู้ป่วยสามารถกลับไป ใช้ชีวิตประจำวัน ได้ปกติเร็วขึ้น และทำให้หน้าท้องกระชับขึ้น เพื่อที่จะจะช่วยลดแรงดันในหมอนรองกระดูกสันหลังได้ นอกจากกนี้ยังต้องลดเคลื่อนไหวของ กระดูกสันหลัง ก็จะทำให้อาการปวดลดลง เช่นกัน 4.การผ่าตัด แพทย์จะพิจารณาตามเกณฑ์ดังนี้ - ผู้ป่วยที่มีอาการปวดมากจนทนไม่ได้ แม้จะรักษาโดยรับประทานยา พักและกายภาพบำบัดเต็มที่แล้วก็ยังไม่เป็นปกติ - มีอาการชา อ่อนแรง หรือกล้ามเนื้อขาลีบอย่างเห็นได้ชัด - มีปัญหาระบบขับถ่ายผิดปกติ ที่เกิดจากความผิดปกติของเส้นประสาท เช่น กลั้นอุจจาระหรือปัสสาวะไม่ได้ การผ่าตัดด้วยการกล้องส่องขยาย (Microscopic Spine Surgery) การผ่าตัดกระดูกสันหลังกดทับเส้นประสาทโดยทั่วไป ศัลยแพทย์กระดูกจะใช้เครื่องมือในการตัดกระดูก และเอ็นพังผืดเพื่อขยายโพรงประสาทคลายการกดรัดเส้นประสาท โดยในระหว่างทำการผ่าตัดบางตำแหน่งของโพรงประสาท อาจมีขนาดที่ตีบแคบมาก ทำให้มองเห็นเส้นประสาทได้ไม่ชัดเจนและมีข้อจำกัด ซึ่งการสอดใส่เครื่องมือผ่าตัดอาจเป็นอันตรายต่อเส้นประสาทได้ ซึ่งการผ่าหมอนรองกระดูกสันหลังโดยการส่องกล้องขยายนั้น จะสามารถลดขนาดแผลผ่าตัดให้เล็กลงได้ และที่กล้องขยายจะมาช่วยให้ศัลยแพทย์สามารถ ที่จะมองเห็นรายละเอียดในการผ่าตัดได้อย่างชัดเจนอีกด้วย ข้อดีของการผ่าตัดผ่านกล้อง 1.ช่วยลดการบาดเจ็บของเนื้อเยื่อและอวัยวะภายใน ทำให้มีความเจ็บปวดน้อย และลดการเสียเลือด 2.ขนาดของแผลนั้นเล็กเพียง 1-2 ซม. ซึ่งเทียบกับการผ่าตัดแบบเปิดจะทำให้มีแผลกว้างถึง 12-20 ซม. ดังนั้น การผ่าตัดแบบ MIS จะช่วยลดขนาดของแผลเป็นที่จะเกิดขึ้นจากการผ่าตัดแบบเปิด 3.พักฟื้นที่โรงพยาบาลเพียง 1-2 วัน ซึ่งในบางกรณีอาจจะกลับบ้านได้ทันทีหลังการผ่าตัด นับว่าเร็วกว่าการผ่าตัดแบบเปิด ที่ต้องเสียเวลาพักฟื้นนานเป็นสัปดาห์ 4.ช่วยลดการเกิดภาวะแทรกซ้อน และโรคแทรกซ้อนต่าง ๆ ถือว่าปลอดภัยกว่าการผ่าตัดแบบเปิด 5.ช่วยลดการเกิดพังผืดจากการผ่าตัดแบบเปิด 6.ทำให้แพทย์มองเห็นรายละเอียดของตำแหน่งที่ต้องการผ่าตัดได้อย่างชัดเจน ด้วยเทคโนโลยีกำลังขยายของกล้อง ซึ่งช่วยให้ผ่าตัดได้ตรงจุดจึงลดการกระทบต่ออวัยวะอื่น ๆ ข้อจำกัดของการผ่าตัดส่องกล้อง - มีค่าใช้จ่ายค่อนข้างสูง เนื่องจากต้องใช้อุปกรณ์ที่มีนวัตกรรมพิเศษ - ยังไม่สามารถใช้วิธีนี้กับผู้ป่วยในบางราย ได้แก่ ผู้ป่วยที่มีโรคปอดและหัวใจขั้นรุนแรง และผู้ที่เคยผ่าตัด หรือมีพังผืดจำนวนมาก วิธีการเตรียมตัว ก่อน-หลังการผ่าตัด ก่อนการผ่าตัด - เตรียมร่างกายให้พร้อม รับประทานอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการ รวมทั้งนอนหลับให้เพียงพอ - งดน้ำงดอาหาร อย่างน้อย 6 ชั่วโมง - แจ้งประวัติประจำตัว การแพ้ยา ให้แจ้งแพทย์เมื่อมีอาการป่วยก่อนการผ่าตัด - งดสูบบุหรี่ และแอลกอฮอล์ - กรณีผ่าตัดลำไส้ แพทย์จะทำการล้างลำไส้ โดยจะให้ยากระตุ้นการขับถ่ายออกมาให้หมด - ถอดเครื่องประดับเอาไว้ในที่ปลอดภัย เช่น แหวน สร้อยคอ ต่างหู หรือเครื่องประดับจากการเจาะตามร่างกาย เพื่อป้องกันการเสียหายใน ระหว่างการผ่าตัด หลังการผ่าตัด - งดน้ำงดอาหาร ประมาณ 12-24 ชั่วโมง ตามแพทย์สั่ง - งดสูบบุหรี่ และแอลกอฮอล์ นับว่าการผ่าตัดด้วย Minimal Invasive Surgery นั้นจำเป็นต้องอาศัยแพทย์และทีมงานที่มีความชำนาญพิเศษ โดยทางโรงพยาบาลเปาโลสมุทรปราการ มีทีมแพทย์ที่ผ่านการศึกษาอบรมการผ่าตัดด้วยวิธี Minimal Invasive Surgery จากสถาบันการแพทย์ทั้งในและต่างประเทศ ซึ่งพร้อมให้การดูแลรักษาสุขภาพของท่านเป็นอย่างดี แม้ว่าเทคโนโลยีในการผ่าตัดจะพัฒนาให้ล้ำสมัยเพียงใด แต่ผลการรักษานั้นยังคงขึ้นอยู่กับร่างกายของแต่ละบุคคลด้วย อย่าลืมออกกำลังกาย หลีกเลี่ยงการนั่งท่าเดิม ๆ หรือการยกของหนักด้วยนะคะ ซึ่งหากแพทย์ตรวจพบโรคแล้วจำเป็นที่จะต้องเข้ารับการผ่าตัด ทางโรงพยาบาลเปาโลสมุทรปราการ ขอมอบสิทธิ์พิเศษเสริมความปลอดภัยให้ทุกท่านที่จะเข้ารับการผ่าตัดทุกประเภท ให้ได้รับการ ตรวจโรค COVID-19 ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย พร้อมนวัตกรรมการผ่าตัดส่องกล้อง (Minimally Invasive Surgery - MIS) มาช่วยย่นระยะเวลาการพักฟื้น และลดรอยแผล และความเจ็บปวดได้อย่างมีประสิทธิภาพ ขอบคุณข้อมูลจากโรงพยาบาลเปาโล สมุทรปราการ https://bit.ly/2XulRUr สอบถามรายละเอียดข้อมูลเพิ่มเติมโรงพยาบาลเปาโล สมุทรปราการ โทร 02-363-2000
  10. ปัญหาที่สาวๆ หลายคนต้องเจอคือการลงแป้งแล้วไม่ค่อยติดหน้า พอระหว่างวัน เดี๋ยวก็มัน เดี๋ยวก็เป็นคราบ เดี๋ยวก็ตกร่อง จะทำยังไงดีนะ สาวๆ คนไหนเจอปัญหาเดียวกัน มาฟังทางนี้ เพราะว่าวันนี้เราจะมาแนะนำเคล็ดลับดีๆ ให้สาวๆ มีปัญหาเรื่องการแต่งหน้าแล้วแป้งอยู่ไม่ทน ตกร่อง ดูเป็นสังขยาไม่น่ามองมาฝาก พร้อมแนะนำไอเทมเด็ด แป้งผสมรองพื้นไม่ตกร่อง ที่เหมาะกับทุกสภาพผิวมาฝากอีกด้วย รับรองว่าจะช่วยให้การแต่งหน้าของคุณติดทนนานขึ้น แถมบอกลาปัญหาเรื่องคราบแป้งระหว่างวันไปได้เลย เคล็ดลับการลงแป้งยังไง? ไม่ให้ตกร่อง อย่างแรกเลยแนะนำให้สาวๆ ใช้พัฟฟ์ในการลงแป้งแบบค่อยๆ ตบพัฟฟ์เบาๆ ทั่วใบหน้า เพราะว่าหากใช้แปรงลงแป้งอาจจะบางเบาเกินไป ไม่ติดทนบนใบหน้าของเรา แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นแนะนำให้ใช้แป้งที่ผสมรองพื้นไปในตัวเพื่อหลีกเลี่ยงการลงรองพื้นที่หนาเกินไป เพราะอาจจะเป็นอีกสาเหตุที่ทำให้ผิวหน้าของเราที่มันอยู่แล้วมันยิ่งขึ้นไปอีก แล้วยังทำให้อุดตันอีกด้วย ในส่วนของแป้งนั้นสาวๆ คนไหนที่อยากให้ผิวหน้าดูเนียนเป็นธรรมชาติ เผยผิวสดใสเราแนะนำให้ใช้แป้งผสมรองพื้นไม่ตกร่อง อย่างแป้ง FT Powder FT Powder แป้งนวัตกรรมใหม่ล่าสุดจากเกาหลีในการอัดแป้งด้วยวิธีธรรมชาติ BI – Pact แบบแคปซูลน้ำ ไร้การบีบอัด สามารถเปลี่ยนส่วนผสมแป้งเป็นของเหลว และอัดฉีดแป้งเข้าหลังตลับ ไม่เหมือนแป้ง Press Powder ที่ใช้การกดอัดจากด้านหน้า นอกจากนี้ยังมีสารบำรุงสกัดจากธรรมชาติ C - Water Capsule ที่บรรจุอยู่ในทุกอณูของแป้ง ปกป้อง UV ที่ทำให้ผิวแห้งกร้าน คอยเติมน้ำระหว่างวัน ให้ผิวชุ่ม แวววาว ฉ่ำน้ำ ไม่ตกร่อง ไม่เป็นคราบ แค่ตบทีเดียวก้เอาอยู่ได้ตลอดวัน แป้ง FT Powder มีถึง 3 เฉดสีให้เลือก เหมาะสำหรับสีผิวคนไทย FT-01 : ผิวขาวอมชมพู FT-02 : ผิวขาวเหลือง – ผิวสองสี FT-03 : ผิวสองสี ผิวสีน้ำผึ้ง FT Powder นับว่าเป็น แป้งดารา ที่มาแรงแซงทุกแบรนด์ในตอนนี้เลยจริงๆ เพราะด้วยนวัตกรรมใหม่ที่เราคิดค้นมาเพื่อผิวคนไทย รับรองแตกต่างจากแป้งทั่วไปที่เคยใช้อย่างแน่นอน ลูกค้าที่ใช้ต่างตอบรับเป็นเสียงเดียวกันว่าแค่ตลับเดียวเอาอยู่ หน้าปังปุริเย่ ช่วยให้คุณดูโดดเด่นได้ไม่ว่าจะลุกไหนๆ ลืมแป้งตัวเก่าไปได้เลย ได้ยินแบบนี้แล้วอย่ามัวรำคาญใจกับปัญหาเดิมๆ รีบไปหามาพกติดกระเป๋าเป็นลูกรักคนใหม่กันได้แล้ว สนใจสั่งซื้อสินค้าหรือสมัครตัวแทนจำหน่ายได้ที่ Line@ https://lin.ee/4IePySK หรือ Inbox มาได้ที่ http://m.me/Fonthipcosmetics.official สอบถามและศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ Website : https://www.worldsuperdeal.com/our-product/fontip-powder Instragram : https://www.instagram.com/fonthipcosmetics.official Facebook : https://www.facebook.com/Fonthipcosmetics.official
  11. ปัญหาผิวใต้ตาดำคล้ำ เป็นภาวะที่พบได้บ่อยกับคนทุกเพศทุกวัย อาจเกิดได้จากหลายสาเหตุ เช่น การอดนอน พักผ่อนไม่เพียงพอ หรืออายุที่มากขึ้น หรือบางคนเป็นภูมิแพ้ แม้จะนอนเต็มอิ่มหรือพักผ่อนเพียงพอแค่ไหน ก็ยังเจอปัญหารอยคล้ำรอบดวงตาอยู่ดี หาวิธีแก้เท่าไหร่ก็ไม่หายไปสักที ดวงตาโทรมขนาดนี้จะไปเอาความมั่นใจมากจากไหน ในเมื่อยังหาวิธีแก้ไขไม่ได้ การแต่งหน้าเพื่อปกปิดปัญหาผิวหรือรอยคล้ำใต้ตา ก็ช่วยเพิ่มความมั่นใจให้เราได้ในระดับนึง แต่สำหรับสาวๆ มือใหม่หัดแต่งหน้า การจะเลือกใช้รองพื้น คอนซีลเลอร์ ปกปิดปัญหาผิวหน้า อาจจะดูยุ่งยากหลายขั้นตอนไปหน่อย เพราะถ้าโบกมากไปก็โป๊ะ เลือกคอนซีลเลอร์ผิดเบอร์ใต้ตาจะดูเทาได้อีก พักเรื่องคอนซีลเลอร์ไปก่อนได้เลยค่ะ เพราะเดี๋ยวนี้ไม่จำเป็นต้องลงหลายขั้นตอนให้หนักหน้าแล้ว แค่เรามีลิปสติกและแป้งปกปิดที่ดี แป้งพัฟเนื้อบางเบา อย่าง FT Powder เพียงสองสิ่งนี้ก็สามารถปกปิดรอยดำคล้ำใต้ตาได้แล้วล่ะค่ะ มาดูกันเลย ขั้นตอนแรก : ใช้ลิปสติกโทนสีแดงหรือชมพู ปาดลงบริเวณใต้ตาที่ดำคล้ำบางๆ จากนั้นใช้นิ้วมือเกลี่ยให้เนียนสม่ำเสมอ โดยการแตะเบาๆ ย้ำว่าต้องเบามากๆ นะคะ เพราะเราจะไม่ลงรองพื้น แตะให้เป็นครึ่งวงกลม (ไม่ต้องวงใหญ่มากนะคะ) ขั้นตอนที่สอง : จากนั้นลงแป้งปกปิด FONTHIP Powder บริเวณใต้ตาที่เราลงลิปสติกไว้ กดแป้งลงเบาๆ จนสีของลิปสติกค่อยๆ จางลง จนเป็นสีผิวที่สม่ำเสมอกับผิวของเราค่ะ เพียงแค่นี้ก็จะได้ผิวใต้ตาที่สดใส เนียนกริ๊บกลบรอยแพนด้าได้แล้ว ต่อไปเรามาดูความเริ่ดของแป้งตัวนี้กันต่อเลยดีกว่าค่ะกับ FONTHIP Powder แป้งปกปิดนวัตกรรมใหม่ของโลก ผลิตจากเกาหลี ด้วยนวัตกรรม Bi-Pact ไม่ใช้วิธีการกดทับอัดแข็งบนตัวแป้ง จึงทำให้แป้งเนื้อเนียนมาก ไร้ฟองอากาศลงบนผิวหน้าให้ผลลัพธ์ที่ดีกว่าแป้งอัดแข็งทั่วไป และยังมีสารสกัดจาก C-Water Capsule (Chlorella, Chamomile, Cactus) ช่วยบำรุงผิวให้ชุ่มชื้นดูเด็กตลอดเวลา ผิวดูฉ่ำน้ำสุขภาพดี และยังช่วยปกป้อง UV ที่สาเหตุทำให้ผิวแห้งกร้าน มีแค่แป้ง FT Powder ตัวนี้ไม่ต้องลงรองพื้นก่อน ไม่ต้องโบกหนาให้หน้าเทา บางเบา ปกปิดทุกความคล้ำ ปรับผิวให้เรียบเนียน สีผิวให้สม่ำเสมอ ยิ่งออกแดดหน้ายิ่งเนียน FONTHIP Powder แป้งพัฟเนื้อบางเบา มีถึง 3 เฉดสีให้เลือก เหมาะสำหรับสีผิวคนไทย FT-01 : ผิวขาวอมชมพู FT-02 : ผิวขาวเหลือง – ผิวสองสี FT-03 : ผิวสองสี ผิวสีน้ำผึ้ง FONTHIP Powder แป้งพัฟเนื้อบางเบา ที่สามารถล็อคหน้าติดทนตลอด 24 ชม.ไม่ต้องเติมซ้ำระหว่างวัน ใช้ได้ทั้ง ผิวแห้ง ผิวผสม หน้ามัน ใช้แล้วไม่เละสังขยา ไม่ต้องโบกหน้าหนา รูขุมขนยังหายใจได้ ปกปิดเรียบเนียนทันทีหลังใช้ จบปัญหาสิวอุดตัน ไม่ทิ้งคราบตกค้างในรูขุมขน เพียงแค่ตบก็จบในตลับเดียว โยนคอนซีลเลอร์และรองพื้นทิ้งไปได้เลย และอย่าลืมเทคนิคบอกลาใต้ตาแพนด้าด้วยลิปสติกที่เรานำมาฝากกันด้วยนะ ลองไปทำตามกันดูนะสาวๆ ยุค Covid 19 ค่าครองชีพสูง แถมรายได้ไม่แน่นอน งานที่ทำอยู่ก็หวั่นถูกเลิกจ้าง การมีรายได้แค่ทางเดียวถือว่าเป็นความเสี่ยง อาชีพเสริม รายได้ที่ 2 ต้องมี! หมดยุคการมีรายได้ทางเดียวอีกต่อไป วันนี้ Fonthip Powder ชวนคุณมารวยไปด้วยกัน สมัครเป็นตัวแทนจำหน่ายรุ่นแรกของเราสิคะ สมัครฟรี ไม่ต้องสต็อกของ แค่ 3 ตลับก็สามารถเปิดบิลได้แล้ว กำไรต่อกล่องสูงมาก มีการตลาดรองรับให้สินค้าขายง่าย ได้กำไรเป็นกอบเป็นกำ มีโบนัสแจกทองไม่อั้น ขายไม่เป็นเรามีเทรนช่วยขาย อย่ารอช้า รีบมาเป็นครอบครัวเดียวกันนะคะ สนใจสมัครตัวแทนจำหน่ายได้ที่ LINE @ https://lin.ee/4IePySK หรือ Inbox มาได้ที่ http://m.me/Fonthipcosmetics.official สอบถามและศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ Website : https://www.worldsuperdeal.com/our-product/fontip-powder Instragram : https://www.instagram.com/fonthipcosmetics.official Facebook : https://www.facebook.com/Fonthipcosmetics.official
  12. ว่ากันด้วยเรื่องการแต่งหน้าที่มีเทรนด์ของแต่ละยุคแต่ละสมัยให้สาวๆได้แต่งตามกันนั้น ซึ่งเทรนด์ตอนนี้ดูเหมือนว่าจะเป็นยุคของการโชว์งานผิว แต่งหน้าน้อยๆ ดูเนียนธรรมชาติ โดยเมื่อจับเอาหนุ่มๆมาทำการสำรวจแล้วก็มักจะโหวตให้การแต่งหน้าที่น้อยๆ ดูคลีนๆ (แต่สวย) ของสาวๆกันซะด้วยสิ และอย่างที่รู้ๆกันว่าการแต่งหน้าน้อยๆแล้วดูสวยธรรมชาตินั้นยากยิ่งกว่าการแต่งหน้าแบบปกติซะอีก T T ซึ่งสาวๆหลายคนมักหาตัวช่วยด้วยแป้งพัฟเกาหลี กันเยอะมาก เพราะแป้งผสมรองพื้นเกาหลีนั้นมักมีเนื้อบางเบา ไม่หนักหน้า ดูเป็นงานผิว แต่ใจเย็นก่อน! ที่เราเห็นสาวเกาหลีเค้ามีใบหน้าผ่องใสเนียนมีออร่านั้น ส่วนนึงอยู่ที่พันธุกรรม และสภาพอากาศด้วย ดังนั้นวันนี้เรามีวิธีการและขั้นตอนในการแต่งหน้าเพื่อให้ได้งานผิวที่เนียนดูธรรมชาตินี้อย่างไร ? มาดู How to กันเลย เริ่มจากทำความสะอาดผิวหน้าให้สะอาดหมดจด หากเป็นไปได้ควรสครับหน้าสัปดาห์ละ 1 ครั้ง เพื่อผลัดเซลล์ผิวเก่า จากนั้นลงสกินแคร์เพื่อบำรุงผิวหน้า ตามด้วยครีมกันแดด ขั้นตอนนี้ลืมไม่ได้นะคะเพราะแดดเมืองไทยรุนแรงเหลือเกิน จากนั้นตามด้วยแป้งพัฟเกาหลี หรือแป้งผสมรองพื้นได้เลย ตรงนี้ไม่จำเป็นต้องลงรองพื้นก่อนก็ได้ค่ะ เพราะในแป้งผสมรองพื้นนั้นมีส่วนผสมของรองพื้นอยู่แล้ว แต่ที่ต้องอย่าพลาดเด็ดขาด! คือการเลือกเฉดสีแป้งให้เข้ากับสีผิวของเราด้วยนะคะ เท่านี้ก็ได้ผิวเนียนแบบไม่ต้องพึ่งแอปแล้ว สุดท้ายคือการเติมสีสันของ ตา ปาก แก้ม และเขียนคิ้วให้เข้ากับรูปหน้าของตัวเอง เพียงแค่นี้เราก็พร้อมออกไปสดใสสไตล์สาวเกาหลีได้แล้ว แต่สาวๆคะ หัวใจสำคัญที่จะแต่งหน้าแล้วออกมาดี คือการเลือกแป้งหรือแป้งผสมรองพื้นที่มีคุณภาพและเหมาะกับผิวหน้าเรา เพราะจะปังหรือพังก็อยู่ที่การเลือกแป้งนี่แหละค่ะ เราขอแนะนำ FONTHIP Powder แป้งผสมรองพื้นนวัตกรรมใหม่ล่าสุด Bi-Pact แบรนด์แรกในประเทศไทยที่ได้กรรมสิทธิ์เฉพาะจากเกาหลีใต้ Bi-Pact เป็นนวัตกรรมการผลิตโดยไม่มีการกดอัดที่จะเป็นการทำร้ายเนื้อแป้ง แต่เป็นการเปลี่ยนส่วนผสมทั้งหมดเป็นของเหลวและฉีดเข้าด้านหลังตลับ เพื่อให้ได้เนื้อแป้งที่มีผิวสัมผัสเนียนละเอียดอย่างที่สุด มีให้เลือกถึง 3 เฉดด้วยกัน ผิวขาวอมชมพู , ผิวขาวเหลือง – ผิวสองสี, ผิวสองสี ผิวสีน้ำผึ้ง เหมาะสำหรับทุกสภาพผิว ทั้งผิวมัน ผิวผสม หรือผิวแห้ง ไม่ทิ้งคราบระหว่างวันและไม่ต้องเติมบ่อยๆ ช่วยคุมมัน พร้อมติดทนนานตลอด 24 ชั่วโมง เมื่อสวยแล้วก็ต้องรวยด้วย อยากมีรายได้เสริม มาฟังทางนี้ !!!! วันนี้แป้งเกาหลี FONTHIP Powder เปิดรับสมัครตัวแทนจำหน่ายแล้วทั่วประเทศ รับรองรายได้ดีมากกำไรต่อกล่องสูงปี๊ด การันตีโดยคุณปุ๊กลุก ฝนทิพย์ พร้อมมีการตลาดซัพพอร์ตแน่นสุดๆ สินค้าคุณภาพดี ลูกค้าซื้อใช้ซ้ำ ขายง่าย ขายคล่อง รีวิวเพียบ ยิ่งขายยิ่งรวย ยิ่งใช้ยิ่งสวย เปิดบิลวันนี้ ฟรี ค่าสมัคร!!! สนใจสมัครตัวแทนจำหน่ายได้ที่ LINE@ https://lin.ee/4IePySK หรือ มาได้ที่ http://m.me/Fonthipcosmetics.official สอบถามและศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ Website : https://www.worldsuperdeal.com/our-product/fontip-powder Instragram : https://www.instagram.com/fonthipcosmetics.official Facebook : https://www.facebook.com/Fonthipcosmetics.official
  13. แป้งผสมรองพื้น ถือได้ว่าเป็นไอเทมหลักในการแต่งหน้าที่ขาดไม่ได้เลย นอกจากจะช่วยทำให้ใบหน้าของเราเรียบเนียนแล้ว ยังต้องมีคุณสมบัติที่ช่วยควบคุมความมัน และปกปิดได้ดีอีกด้วย วันนี้เรามีแป้งผสมรองพื้นนวัตกรรมใหม่ที่มาแรงที่สุดของปี 2020 จากแบรนด์น้องใหม่ที่น่าสนใจมาก ๆ มาฝากกันค่ะ ด้วยนวัตกรรม Bi-Pact ใหม่ล่าสุด และเป็นแบรนด์แรกในประเทศไทยที่ได้กรรมสิทธิ์เฉพาะจากประเทศเกาหลีใต้ ก็คือแป้ง FONTHIP Powder แบรนด์ของสาวปุ๊กลุก ฝนทิพย์ วัชรตระกูล นางเอกคนสวยของเรานี่เอง ทำไมนวัตกรรมการผลิตแป้งฝนทิพย์แป้งผสมรองพื้น ถึงได้มีเทคโนโลยีที่ไม่เหมือนใคร และแตกต่างอย่างไร เรามาดูส่วนประกอบของแป้งกันเลย C-Water Capsule คือแคปซูลอนุภาคขนาดเล็ก ที่ให้ความชุ่มชื้น และกักเก็บความชุ่มชื้นได้อย่างต่อเนื่อง ช่วยเพิ่มความเรียบเนียนแก่ผิว ต่อต้านอนุมูลอิสระ ยับยั้งการอักเสบจากสิว และให้ผิวกระจ่างใส่ไม่แห้งกร้าน ซึ่ง C-Water Capsule มีส่วนผสมจาก - Cactus (กระบองเพชร) ที่มีคุณสมบัติช่วยลดเลือนริ้วรอย ต้านอนุมูลอิสระ - Chamomile (คาโมมายล์) ช่วยปลอบประโลมผิวที่เกิดจากสารเคมีตกค้าง นอกจากนี้ยังช่วยกระชับรูขุมขน และลดการอักเสบของสิว - Chlorella (สาหร่ายคอลเรลลา) ที่มอบความชุ่มชื้น ลดความแห้งกร้านผิว อีกทั้งยังช่วยกระชับผิวให้เต่งตึงดูเด็กอีกด้วย ส่วนผสมทั้งหมดนี้ ได้ผสานขึ้นโดยรูปแบบของของเหลว และฉีดเข้าด้านหลังตลับ แทนที่การกดอัดทางด้านหน้าแบบแป้งทั่ว ๆ ไป ซึ่งจะทำให้แป้งได้คุณสมบัติ ดังนี้ - ให้ความชุ่มชื่น ไม่รู้สึกแห้งกร้าน - เนื้อแป้งมีอนุภาคเล็กเนียนละเอียดบางเบา ปราศจากฟองอากาศ ทำให้ปกปิดได้ดีเยี่ยม - คงประสิทธิภาพของสารบำรุงได้ 100% ด้วย เห็นไหมคะว่านวัตกรรมแป้งผสมรองพื้นเค้าไปไกลกันขนาดไหน ไม่มีไม่ได้แล้วนะคะสาว ๆ ผลิตภัณฑ์ดีมีคุณภาพเทียบเท่ากับเคาน์เตอร์แบรนด์ในราคาที่จับต้องได้ แถมยังใช้ได้กับทุกสภาพผิว ติดทนนานตลอด 24 ชม. เนียนสวยตลอดวันแบบนี้ อย่ามัวรอช้ารีบไปตำกันเลย สอบถามและศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ Facebook : http://m.me/Fonthip-Cosmetics Instragram : https://www.instagram.com/fonthipcosmetics.official
  14. เปิดตัวสุดอลังการสมกับเป็นตัวแม่จริงจริ๊งงงง เมื่อวันที่ 8 มีนาคม 2563 ที่ผ่านมา คุณปุ๊กลุก ฝนทิพย์ วัชรตระกูล ได้จัดงานสุดเก๋ไก๋ กับงาน “ฝนทิพย์ แกสบี้ เอ็กซ์คลูซีฟ ดินเนอร์” และท้าตบเหล่า Beauty Blogger ด้วยแป้งฝนทิพย์ พาวเดอร์”งานนี้บอกเลยว่า จะตบให้หน้าเรียบเนียนกริ๊บกันเลยด้วย Fonthip Powder แป้งที่ทุกคนต้องร้องว้าวในความเนียนจากนวัตกรรมสุดล้ำ Back Injection ที่มีกระบวนการผลิตโดยเปลี่ยนส่วนผสมทั้งหมดเป็นของเหลว และฉีดส่วนผสมเข้าด้านหลังตลับ แทนการกดอัดด้านหน้าเหมือนแป้งทั่วไป เพื่อให้ได้พิกเม้นท์ แน่น เนียนละเอียดที่สุด ปราศจากฟองอากาศ และคงคุณค่าของสารบำรุงได้ 100% นวัตกรรมนี้หาในประเทศไทยไม่มีนะจ๊ะ บอกเลย! เพราะคุณปุ๊กลุก อิมพอร์ตทุกอย่างมาจากประเทศเกาหลีใต้ ตั้งแต่นวัตกรรม สารสกัด เนื้อแป้ง และแพคเกจจิ้ง เธอสร้างแบรนด์นี้ด้วยน้ำพักน้ำแรงของเธอเองเลยทีเดียว ขอบอกตรงนี้ว่าเธอตั้งใจทำมาก ใส่ใจรายละเอียดทุกสิ่งอย่าง สวยแล้วยังเก่งมากความสามารถจริง ๆ จ้า โดยนอกจากความอลังการของงานแล้ว งานนี้ยังมีการสาธิต Fonthip Powder กับนางแบบทั้ง 3 สีผิว เพื่อให้ดูกันชัด ๆ ไปเลยว่า เนียนขนาดไหน - คนที่ 1 นางแบบผิวสีขาว - คนที่ 2 นางแบบผิว 2 สี - คนที่ 3 นางแบบผิวเข้ม แป้งฝนทิพย์เป็นแป้งรองพื้นคุมความมันปกปิดดี ที่ช่วยทำให้หน้าเรียบเนียนกริ๊บ และท้าให้บล็อกเกอร์ทดลองตบ Fonthip Powder ไปพร้อมกัน ถือเป็นแป้งดารา ที่ใครก็ใช้ได้ เธออยากให้คนไทยได้ทดลองใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพเทียบเท่ากับเคาน์เตอร์แบรนด์ในราคาที่จับต้องได้ โดยปุ๊กลุกเธอได้ให้สัมภาษณ์อีกด้วยว่าไม่ใช่แค่เฉพาะผู้หญิงที่สามารถใช้ได้ ผู้ชายก็สามารถใช้ได้เหมือนกันโดยคุณเคลลี่ รัฐพงศ์ ธนะพัฒน์ ได้การันตีว่าใช้อยู่ทุกวัน เพราะเนื้อแป้งบางเบาทาแล้วหน้าไม่วอกไม่ลอย ขนาดหนุ่มไมค์คู่จิ้นปุ๊กลุกก็ใช้ (แอบเห็นนะ) เป็นอย่างไรบ้างคะ กับงานเปิดตัว FONTHIP Powder แป้งน่าตบที่คุณต้องมี ช่องทางการสั่งซื้อ Facebook : http://m.me/Fonthip-Cosmetics Instragram : https://www.instagram.com/fonthipcosmetics.official
×
×
  • Create New...