Nat2011 0 Report post Posted December 28, 2010 ขอบคุณครับที่เอาข่าวมาให้อ่านทุกวันเลย เที่ยวให้สนุกนะครับ Quote Share this post Link to post Share on other sites
Nat2011 0 Report post Posted December 28, 2010 ขอบคุณสำหรับข่าวเช้าทุกๆวันน๊ะค๊ะ เที่ยวให้สนุกน๊ะค๊ะ แล้วอย่าลืมกลับมาเขียนข่าว ติดตามอยู่ทุกวันค่ะ Quote Share this post Link to post Share on other sites
โอเค 31 Report post Posted December 28, 2010 หุ้นไทยปิดบวก 8.87 จุด อยู่ที่ 1,028.33 จุด แรงซื้อกลุ่มพลังงานหนุน วอลุ่มบาง 1.7 หมื่นล้านบาท บรรยากาศ การลงทุนตลาดหุ้นไทยวันนี้ (29 ธ.ค.) ดัชนีแกว่งตัวในช่วงแคบในแดนบวกสลับแดนลบ ระหว่างชั่วโมงการซื้อขายดัชนีต่ำสุดที่ 1,018.05 จุด ก่อนที่จะมีแรงซื้อเข้ามาอย่างหนาแน่นในช่วงท้ายตลาด ในกลุ่มพลังงาน ดันดัชนีปรับตัวสูงสุดที่ 1,028.61 จุด ก่อนปิดตลาดที่ 1,028.33 จุด บวก 8.87 จุด หรือ 0.87% มูลค่าการซื้อขายเบาบางเพียง 17,718.62 ล้านบาท หลักทรัพย์ที่มีมูลค่าการซื้อขายสูงสุด 5 อันดับแรกประกอบด้วย IRPC ปิดที่ 6.30 บาท +0.50 (+8.62%) TRUE ปิดที่ 7.00 บาท +0.45 (+6.87%) TMB ปิดที่ 2.36 บาท +0.06 (+2.61%) CPF ปิดที่ 24.70 บาท +0.20 (+0.82%) TOP ปิดที่ 77.25 บาท +2.25 (+3.00%) 1 Quote Share this post Link to post Share on other sites
Maenam 41 Report post Posted December 29, 2010 ขอบคุณคุณโอเคค่ะ !thk !thk !thk Quote Share this post Link to post Share on other sites
โอเค 31 Report post Posted December 29, 2010 ตลาดหุ้นไทยปิดบวก 6.26 จุด ที่ 1,034.59 จุด แรงซื้อกลุ่มพลังงาน-แบงก์หนุน บรรยากาศ การลงทุนตลาดหุ้นไทยวันนี้ (29 ธ.ค.) ดัชนีปรับตัวในแดนต่อเนื่อง ส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ โดยมีแรงซื้อหุ้นในกลุ่มพลังงานและธนาคารหนุน ระหว่างชั่วโมงการซื้อขายดัชนีต่ำสุดที่ 1,030.84 จุด สูงสุดที่ 1,036.46 จุด ก่อนปิดตลาดที่ 1,034.53 จุด บวก 6.26 จุด หรือ 0.61% หลักทรัพย์ที่มีมูลค่าการซื้อขายสูงสุด 5 อันดับแรกประกอบด้วย TRUE ปิดที่ 7.20 บาท +0.20 (+2.86%) IRPC ปิดที่ 6.25 บาท -0.05 (-0.79%) SCB ปิดที่ 105.00 บาท +1.00 (+0.96%) BANPU ปิดที่ 788.00 บาท +8.00 (+1.03%) PTTEP ปิดที่ 167.00 บาท -2.00 (-1.18%) Quote Share this post Link to post Share on other sites
Maenam 41 Report post Posted December 30, 2010 สวัสดีปีใหม่คะคุณต่วน คุณไนซ์ คุณฝน คุณโอเค ขอพรปีใหม่ให้ทุกท่านและครอบครัวมีสุขภาพแข็งแรงและมีความสุขมากๆค่ะ Quote Share this post Link to post Share on other sites
โอเค 31 Report post Posted December 30, 2010 หุ้นไทยปิดลบ 1.83 จุด ที่ 1,032.76 จุด ตลาดซึมส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ นักลงทุนไทย-เทศ หยุดหนีเที่ยว บรรยากาศ การลงทุนตลาดหุ้นไทยวันนี้ (30 ธ.ค.) ตลาดแกว่งตัวในช่วงแคบในแดนบวกสลับแดนลบ ส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ นักลงทุนทั้งในและต่างประเทศ ชะลอการลงทุน เพื่อหยุดพักผ่อนประจำปี ระหว่างชั่วโมงการซื้อขายดัชนีต่ำสุดที่ 1,029.96 จุด และสูงสุดที่ 1,036.72 จุด ก่อนปิดตลาดที่ 1,032.76 จุด ลบ 1.83 จุด หรือ 0.18% หลักทรัพย์ที่มีมูลค่าการซื้อขายสูงสุด 5 อันดับแรกประกอบด้วย TRUE ปิดที่ 7.05 บาท -0.15 (-2.08%) IRPC ปิดที่ 6.35 บาท +0.10 (+1.60%) TOP ปิดที่ 78.50 บาท +0.75 (+0.96%) CPF ปิดที่ 24.70 บาท -0.10 (-0.40%) BANPU ปิดที่ 796.00 บาท +8.00 (+1.02%) 1 Quote Share this post Link to post Share on other sites
โอเค 31 Report post Posted December 30, 2010 สวัสดีปีใหม่คะคุณต่วน คุณไนซ์ คุณฝน คุณโอเค ขอพรปีใหม่ให้ทุกท่านและครอบครัวมีสุขภาพแข็งแรงและมีความสุขมากๆค่ะ เช่นกันครับคุณ MAI Quote Share this post Link to post Share on other sites
โอเค 31 Report post Posted December 30, 2010 ความสดชื่นรื่นเริงเถลิงศก ความอิ่มอกอิ่มใจที่ใฝ่หา ความสำเร็จสมหวังดังอุรา ประมวลมาสวัสดีปีใหม่ีเอย สวัสดีปีใหม่สมาชิกทุกท่านนะครับ Quote Share this post Link to post Share on other sites
waraluck 29 Report post Posted December 31, 2010 สุขสันต์ปีใหม่ สมาชิก thaigold ทุกท่านค่ะ ขอให้มีความสุข ไม่เจ็บ ไม่จน ไม่ติดดอย ตลอดไป ขอขอบคุณ ข่าวสาร comment ความอุตสาหะ ที่แบ่งปันข้อมูลดีๆ กันมาตลอดปี นะคะ Quote Share this post Link to post Share on other sites
TOUNE 169 Report post Posted January 3, 2011 หวัดดีปีใหม่ เพื่อนๆทุกๆคนนะครับ Quote Share this post Link to post Share on other sites
TOUNE 169 Report post Posted January 3, 2011 (edited) ปีเสือที่ผ่านมา นับว่าเป็นปีที่ดีปีนึงในการลงทุนในหุ้น,ทองคำ รวมถึงน้ำมันด้วยครับ เชื่อว่าหลายคนทำกำไรกันคนละอย่างน้อยๆก็หลาย 10% แต่เคยสงสัยไหมครับว่า กำไรเท่าไรกันแน่นะถึงจะเรียกว่าผลตอบแทนที่ดี บางคนบอก 10% บางคนขอ 20% บางคนบอกมากกว่าฝากประจำก็พอ บางคนต้องมากกว่าเงินเฟ้อ แล้วแต่คนแล้วแต่ sytle เคยสงสัยไหมครับ ว่ากำไรที่เราได้ หลาย 10% ในปีนี้ ที่ว่า นั้นมาจากเราเก่งจริง (มีระบบการเล่นที่ดี)หรือ ว่า เป้นเพราะ ตลาดมันง่ายกว่าปรกติ ถ้าอยากรู้ลองอ่านต่อดูครับ เพื่อนๆเคยจำตอนที่เรายังเรียนหนังสือบ้างไหมครับ ทุกเทอมทุกวิชาที่เราเรียน ปลายเทอมจะต้องมีการสอบวัดผลตัด grade กันครั้งหนึง ถูกต้องครับวันนี้ ผมอยากพูดเรื่องการวัดผล(แบบไม่ยาก ง่ายๆ ไม่สับซ้อน) ว่าสอบผ่านหรือยังต้องปรับปรุงในวิชาการลงทุนของเรา บางวิชาเราคิดว่าเราแม่นเข้าใจเป็นอย่างดีแต่ทำไมกลับสอบไม่ได้ A เราคิดว่าเราผ่านแต่ทำไมเราตก ถ้ายังจำการเรียนตอนมหาลัยได้ เราใช้ระบบ mean หรือ หาค่าเฉลื่ย จะเห็นว่าการตัด grade ไม่ได้ให้ความสำคัญเพียงว่า เราได้คะแนนมากเท่าไร แต่ให้ความสำคัญว่า เพื่อนๆเราโดยรวมได้คะแนนมากเท่าไรด้วย โดยนำมาเปรียบเทียบกัน ผมจะใช้วิธีคล้ายกันครับ วิธีนี้มีสองสิ่งที่เราจำเป็นต้องรู้ คือ 1 ผลตอบแทนเราทำได้ กับ 2 ผลตอบแทนเฉลี่ยของตลาด แล้วนำมาเปลื่ยนเทียบกันเรามากกว่าตลาดได้ good (มากกว่าตลากมากๆ ก็ very good)เท่าตลาด "ผ่าน" น้อยกว่าตลาด "ตก" ง่ายๆแค่นี้เอง 1 ผลตอบแทนที่เราทำได้ ผมใช้สูตรง่ายๆ คือ ผลตอบแทนที่เราทำได้คิดเป็น % =((สินทรัพย์ ณ ปลายปี 53 - หนี้สิน ณ ปลายปี 53)-(สินทรัพย์ ณ ปลายปี 52 - หนี้สิน ณ ปลายปี 52))/(สินทรัพย์ ณ ปลายปี 52 - หนี้สิน ณ ปลายปี 52) สินทรัพย์ที่ว่า ของผมจะใช้ เงินลงทุนในหุ้น + เงินลงทุนในกองทุน + เงินฝากธนาคารในบันชีทั้งหมด โดยที่จะไม่รวมสินทรัพย์ถาวรเช่น รถ หรือ บ้าน ที่เราไม่คิดจะขายมันมาลงทุนเพิ่มหรือ ไม่ได้ใช้เงินที่เราได้จากกำไรในการลงทุนไปซื้อ ไม่ว่าในกรณีใดๆก็ตาม เงินส่วนนี้จะถูกแยกออกต่างหาก ไม่นำมาคำนวณและจะต้องไม่ถูกนำมาคำนวณในอนาคตไม่ว่ากรณีใดก็ตาม อธิบายแนวคิด (สำหรับคนที่มีพื้นฐานทางบันชี น่าจะเข้าใจได้ง่ายๆ สำหรับไม่มีพื้นอาจจะยากซักนิด ถ้าพอทำความเข้าใจได้ ก็อยากให้ลองดูนะครับ) สินทรัพย์ - หนี้สิน = ส่วนของทุน (ส่วนทุน คือส่วนที่เป็นตังค์เราเองล้วนๆ) สำหรับคนไม่มีหนี้ ไม่ได้ยืมตังค์ใครมาเล่น ก็ สินทรัพย์ = ส่วนของทุน (ผมยืมแม่มาเล่นส่วนนึงครับ ถือเป็นหนี้ เพราะจ่ายดอกคงที่ปีละ 2 ครั้ง 7% ต่อปี) ตรงนี้ต้องการวัดว่า เงินของเรามีเท่าไรตรงๆเลยครับ หวังว่าคงเก็ดนะ กำไรสุทธิ = กำไรสะสม + ปันผล ตรงนี้ เราไม่มีผู้ถือหุ้นคนอื่น เลยไม่มีปันผล กำไรสุทธิ = กำไรสะสม หรือ เท่ากับ กำไรสุทธิ = ส่วนของทุน ที่เพิ่มขึ้นในช่วงเวลานึงๆ ในที่นี้คือ 1 ปี ของปี 53 กำไรสุทธิ = รายได้(เงินที่เราทำได้นะละ)- รายจ่ายรวมทั้งหมด - ดอกเบี้ยจ่าย - ภาษี ตรงนี้ผมดูแค่ว่า เหลือ กำไรสุทธิเท่าไร (เงินที่เหลือนะเป็นเท่าไร) โดยไม่ได้แยกว่า มีรายจ่ายแต่ละอย่างเท่าไร จ่ายดอกเท่าไร ภาษีเท่าไร มันถูกหักออกไปในตัวแล้ว เพราะผมต้องการคิดแบบง่ายๆ บนสมมุติฐานที่ว่า รายจ่ายทั้งหมด ค่ากินอยู่ของผมเอง ค่าข้าว ค่าเที่ยว ผมรวมทั้งหมด เป็นค่าใช้จ่ายในการลงทุน !uu ไม่มีการจ่ายเงินเดือนผู้บริหาร(ผมเอง) !_02 ดอกเบี้ยจ่าย และ ภาษี ภาษีถูกหักออกโดยอัตโนมัติอยู่แล้วทุกครั้งที่ปันผล ส่วนดอกเบี้ยจ่ายก็ถูกหักออกแล้วปีละ 2 ครั้งครั้งละ 3.5% ของเงินยืมเพราะผม วัดที่กำไรสุทธิเลย ไม่ได้แยกว่ารายได้เท่าไร ดอกเบี้ยจ่ายเท่าไร สรุปในตรงนี้เพื่อนๆที่เข้าใจแนวคิดอาจจะแยก รายได้ รายจ่าย ดอกเบี้ยภา๊ษี ออกมาคำนวณเป็นส่วนๆได้ ไม่จำเป็นต้องคิดแบบผม เพราะฉะนั้น จากสูตร ผลตอบแทนที่เราทำได้คิดเป็น % =((สินทรัพย์ ณ ปลายปี 53 - หนี้สิน ณ ปลายปี 53)-(สินทรัพย์ ณ ปลายปี 52 - หนี้สิน ณ ปลายปี 52))/(สินทรัพย์ ณ ปลายปี 52 - หนี้สิน ณ ปลายปี 52) จึงเท่ากันกับ ผลตอบแทนที่เราทำได้คิดเป็น % = กำไรสุทธิ คิดเป็น % ที่เพิ่มขึ้นในช่วงเวลานึงๆ ในที่นี้คือ 1 ปี ของปี 53 2 ผลตอบแทนเฉลี่ยของตลาด ง่ายๆ ผลตอบแทนเฉลี่ยของตลาด% = (ราคาปิด SET index ณ ปลายปี 53 - ราคาปิด SET index ณ ปลายปี 52) / ราคาปิด SET index ณ ปลายปี 52 = (1032.76 - 734.54) / 734.54 = 40.60% 3. เปรียบเทียบ 1 กะ 2 ถ้า 1 น้อยกว่า 40.6% เราสอบ "ตก" ครับ วิธีง่ายๆดัดแปลง ใช้กะทอง น้ำมันกองทุน หุ้นอื่นๆได้ เช่นกันครับ Edited January 3, 2011 by TOUNE 1 Quote Share this post Link to post Share on other sites
TOUNE 169 Report post Posted January 3, 2011 (edited) สรุป จาก วิธีคำนวณ ข้างบนบอกเราว่า ถ้าเราลงทุนในหุ้น ปี 53 ทั้งปี ใช้วิธีลงทุนขั้นเทพของเรา ไม่ว่าจะเป็นแนวพื้นฐาน fundamental แนวกราฟ technical หรือแนวตามข่าว ถ้าเราได้น้อยกว่า 40.6% เราสู้คนที่ไม่มีความรู้ในการลงทุนเลยไม่ได้ สู้คนที่ซื้อกองทุน SET เมื่อวันที่ 30 ธค 52 ทิ้งไว้เฉยๆ โดยที่ไม่ทำอะไรเลย แล้วขายตอนวันที่ 30 ธค 53 ไม่ได้ แบบนี้ ควรจะต้องปรับปรุงวิธีคิดของเราใหม่ได้แล้วครับ วิธีของเราอาจจะไม่ได้ผล หรือมีข้อบกพร่องอะไรซักอย่างในวิธีของเราที่เราต้องแก้ไขแล้วครับ อย่าชะล่าใจ เพราะ SET จะมีผลตอบแทนไม่เท่ากันทุกปี บางปีได้เยอะบางปีได้น้อย ถ้าหากเป็นปีที่ผลตอบแทนSETติดลบอย่างปี 51 เรามิต้องเจ็บหนักเหรอครับ? อีกอย่างที่อยากให้คำนึงถึง การลงทุนด้วยตัวเองต้องใช้เวลาในการอ่าน เรียนรู้ พวกนักเทคนิค ก็ต้องมาลากเส้นกราฟใส่อินดี้ ที่ละตัว พวก นักพื้นฐาน ก็ต้องอ่านงบการเงิน สิ่งที่ต้องพิจารณาอีกอย่างคือ ความคุ้มค่าของเวลาที่เราเสียไป พวกที่ได้มากกว่าตลาดไม่มากอาจพิจารณาเรื่องความคุ้มค่าของเวลาที่เสียไปเทียบกับผลตอบแทนที่ได้เพิ่มขึ้นว่าคุ้มค่าไหมหรือว่าเอาเวลาไปทำอย่างอื่นแล้วได้ผลตอบแทนที่ดีกว่าเปรียบเทียบดู ส่วนพวกได้น้อยกว่าตลาด มากๆ หลายๆปีติดกัน อาจพิจารณา ลงทุนแบบให้นักลงทุนมืออาชีพลงทุนให้เราแทนที่เราจะลงทุนเอง พวกกองทุนที่มีส่วนผสม หุ้นบ้าง ธนบัติบ้าง อะไรพวกนี้นะครับ อย่างไรก็ดี ถ้าหากว่า เราเป็นนักลงทุนที่ยินดีเรียนรู้สิ่งใหม่ เรียนรู้จากความผิดพลาด ไม่ยึดมั่นถือมั่น ยินดีแก้ไขปรับปรุงไม่แก้ตัว และเชื่อว่าเราสามารถพัตนาได้ ถึงแม้ว่าผลตอบแทนวันนี้อาจจะดูไม่ดี แต่ถ้าเราพัตนาไม่หยุดนึ่ง เราก็เป็นนักลงทุนที่ประสบความสำเร็จในเส้นทางการลงทุนนี้ได้ครับ อีกอย่างต้องสนุกกะการเรียนรู้ด้วยครับ คนเราจะทำอะไรได้ดี ต้องเกิดจากความชอบ ไม่ใช่การบังคับ การลงทุนที่ดี (ผมใช้หลักการทางวิทยาศาสตร์พื้นฐานทั้วๆไปนะละครับ) ตั้งสมมุติฐาน (สร้างทฤษฎี หรือแนวคิดการลงทุนของเรา)-> ทดสอบ -> สรุป หาข้อผิดพลาด -> แก้ไข สมมุติฐาน -> ทดสอบ -> สรุป หาข้อผิดพลาด ....วนรอบไปเรื่อยๆไม่มีจบ ชีวิตคือการเรียนรู้ครับ Edited January 4, 2011 by TOUNE Quote Share this post Link to post Share on other sites
TOUNE 169 Report post Posted January 3, 2011 (edited) ลืมบอกไปอีกอย่าง ถ้าเพื่อนๆไม่ได้ลงทุนในหุ้น และกองทุน SET อย่างเดียว แต่มีการแยก จำนวนเงิน port ไป ลงทุนในทอง หรือ น้ำมันที่มีการเพิ่มของราคาไม่เท่ากันกับ SET ให้ใช่้วิธี การถ่วงน้ำหนัก weighted Average เช่น สมมุติว่าลงทุนในทอง 20% น้ำมัน 20% หุ้น+กองทุนSET 60% ของเงินลงทุนทั้งหมด ก็ให้แยกเปรียบเทียบเป็นส่วนๆ โดยคิดเท่ากันกับน้ำหนักที่ลงทุนครับ สมมุติว่า เราได้ ผลตอบแทนจากทองคิด เป็นกำไร 60% น้ำมัน 50% หุ้น 40% จากเงินลงทุนในแต่ละส่วน ผลตอบแทนตลาด ทองสมมุติ 40% น้ำมัน 30% หุ้น 40% คำนวณ ค่าเฉลี่ยถ่วงน้ำหนักปอดเรา = (60%x20%)+(50%x20%)+(40%x60%) = 12%+10%+24% = 46% ค่าเฉลี่ยถ่วงน้ำหนักตลาด = (40%x20%)+(30%x20%)+(40%x60%) = 8%+6%+24% = 38% เปรียบเทียบ 46-38= +8% ชนะตลาด 8% Edited January 3, 2011 by TOUNE Quote Share this post Link to post Share on other sites
Mim25 1 Report post Posted January 3, 2011 สวัสดีปีใหม่ค่ะ คุณตวน สวัสดีปีใหม่ สมาชิกทุกท่านค่ะ ขอบคุณค่ะ ที่นำความรู้ดีดีมาแบ่งปันกันทุกวัน !thk !thk !thk !thk Quote Share this post Link to post Share on other sites