Jump to content
Update
 
 
Gold
 
USD/THB
 
สมาคมฯ
 
Gold965%
 
Gold9999
 
CrudeOil
 
USDX
 
Dowjones
 
GLD10US
 
HUI
 
SPDR(ton)
 
Silver
 
Silver/Oz
 
Silver/Baht
 
Sign in to follow this  
moddang

Tai Chi

Recommended Posts

เรื่องเพลงประกอบ อาจารย์ที่สอนผมบอกว่าไม่ให้ใช้ครับ รำด้วยสติสมาธิแบบเงียบ ๆ เพราะต้องให้จิตตามร่างกายตลอดเวลา หากเปิดเพลงจะทำให้จิตไปเกาะที่เพลง

เพราะการรำจะเ้น้นท่าทางที่ถูกต้อง การผ่อนจม หัวแขวน จิตกับกายไปด้วยกัน บนล่างเคลื่อนไหวตามกัน ผ่อนไหล่จมศอก แยกเต็มว่างชัดเจน

จะเห็นว่าถ้าจะทำให้ได้ต้องใช้สมาธิสูงครับ จึงไม่เปิดเพลงขณะรำ

:ph34r:

  • Like 1

Share this post


Link to post
Share on other sites

สำหรับเพื่อน ๆ ที่สนใจไทเก็ก มีเวปหนึ่งเป็นที่รวมข้อมูลและเหล่าจอมยุทธไทเก็กในเมืองไทย มีข้อสงสัยเรื่องไหนก็โพสไปสอบถามกันได้ ลองไปที่

www.thaitaiji.com

:ph34r:

Share this post


Link to post
Share on other sites

ขอบคุณนะคะ คุณ ngoodin วันนี้ไม่มีเวลาคุย !10 !01

 

ขอแปะเอาไว้ก่อน

 

 

 

Tai Chi Chuan 24-Steps for Beginners Lesson- 5

 

http://www.youtube.com/watch?v=jb47cLCSByg&feature=channel

Share this post


Link to post
Share on other sites

ไท้เก็กและชี่กง ในผู้สูงอายุ

:wub: :lol:

 

ชี่กงและไท้เก็ก เป็นการออกกำลังกายทีดีประเภทหนึ่ง ซึ่งเป็นการออกกำลังกายแบบตะวันออก การออกกำลังกายชนิดนี้เป็นการออกกำลังกายที่ค่อนข้างนุ่มนวล ไม่กระแทกกระเทือนมากนัก จริง ๆ แล้วการออกกำลังกายด้วยชี่กงและไท้เก็กเหมาะกับคนทุกเพศ ทุกวัย และดีเป็นพิเศษสำหรับผู้ใหญ่เมื่อเข้าวัยกลางคน จุดเด่นของการออกกำลังกายแบบตะวันออก อยู่ที่การประสานกายกับจิตเป็นหนึ่งเดียว โดยอาศัยการหายใจยาว ๆ เข้าสุดและออกสุดเป็นตัวกำหนด

 

อย่าง ไรก็ตามเราสามารถฝึกทั้งชี่กง และไท้เก็กได้ ตามสำนักต่าง ๆ มากมายในปัจจุบัน ซึ่งมีท่าตั้งแต่ง่าย ๆ ไม่กี่ท่าไปจนถึงสำนักที่มีบทร้อยเรียงของท่าต่าง ๆ มากมาย แต่ในที่นี้จะขอแนะนำสัก 2 ท่าพอที่จะกระตุ้นร่างกายได้ดังนี้คือ

 

:huh: ท่ แกว่งแขน ก่อนอื่นให้หันหน้าเข้าทางทิศตะวันออก ถ้าฝึกตอนเช้าให้หันหาทิศตะวันออก ถ้าฝึกตอนบ่ายหรือเย็น เพื่อเหตุผลในการสัมผัสลมปราณกับดวงตะวัน ยืนแยกเท้าเท่ากับช่วงไหล่ ให้สองเท้าขนานกันเป็นเลขสิบเอ็ด ม้วนลิ้นไว้ในปากตลอดเวลาของการฝึก จากนี้ยกแขนทั้งสองไปข้างหน้าในท่าคว่ำมือ ขึ้นสูงเท่ากับระดับสะดือ แล้วสะบัดแขนลงเหวี่ยงไปข้างหลัง แล้วสะบัดกลับมาข้างหน้าใหม่ ทำเช่นนี้ไปเรื่อย ๆ ประมาณ 500 -1,000 ครั้ง ใจจดจ่ออยู่กับการนับตลอดเวลา ไม่ต้องคิดเรื่องอื่น

 

:P ท่ายืนขาเดียว ยืนแยกเท้าเท่ากับช่วงไหล่ แยกมือออก 2 ข้าง ในท่ากำมือหลวม ๆ นึกในใจเหมือนเรากำลังคว้าจับราวบันไดสมมติไว้จากนี้ยกขาซ้ายไปข้างหน้า ยืนด้วยขาขวาข้างเดียว หมุนข้อเท้าซ้ายทั้งหมด 9 ครั้ง จากนี้ยกขาซ้ายไปด้านหลัง ยืนด้วยขาขวา สะบัดขาซ้ายให้นานเท่าที่จะทำได้ จบแล้วยืนบนขาซ้าย แล้วทำขาขวาแบบเดียวกัน

 

!uu การบริหาร 2 ท่านี้ เป็นการกระตุ้นอวัยวะภายในทั้ง 12 อวัยวะด้วยการเคลื่อนไหวปลายมือ ปลายเท้า ทั้งนี้หลักการแพทย์แผนจีนมีว่า อวัยวะภายในของรสัมพันธ์กับผิวกายภายนอก ด้วยเส้นโคจรของลมปราณทั้งหมด 20 เส้น มี 6 เส้นดคจรระห่างปลายมือกับปลายอวัยวะภายใน และมีอกี 2 เส้น อยู่กลางลำตัว ไม่สัมพันธ์กับมือเท้า

 

!53 การสะบัดปลายมือ ปลายเท้า ยามเช้า ๆ หรือยามเย็น เท่ากับเป็นการกระตุ้นเส้นโคจรลมปราณทั้ง 12 เส้นหลัก ให้มีการหมุนเวียนของเลือดลม ผลก็คือ เป็นการกระตุ้นอวัยวะภายในของเราให้ตื่นตัวขึ้นมา เปรียบเสมือนกับเชื้อเชิญหัวใจ ตับ ม้าม ไต ฯลฯ ของเราให้ตื่นขึ้นมาจ็อกกิ้งอย่างนั้นแหละ ถ้าคุณฝึกทั้งสองท่านี้ได้ดี คุณจะรู้สึกถึงพลังร้อนผ่าว ๆ ในฝ่ามือและฝ่าเท้า มันคือพลังลมปราณที่กำลังหมุนเวียน อยู่ทั่วสรรพางค์กายนั่นเอง

 

http://www.balavi.com/content_th/ExerciseTips/ExerciseTips0046.asp

  • Like 1

Share this post


Link to post
Share on other sites

ขอบคุณครับ คุณมดแดง คุณงูดิน

สำหรับเพื่อน ๆ ที่สนใจไทเก็ก มีเวปหนึ่งเป็นที่รวมข้อมูลและเหล่าจอมยุทธไทเก็กในเมืองไทย มีข้อสงสัยเรื่องไหนก็โพสไปสอบถามกันได้ ลองไปที่

www.thaitaiji.com

:ph34r:

ผมกำลังสนใจเลยครับ เพราะไปฝังเข็มรักษา เรื่องระบบไหลเวียนเลือดที่ขามา ได้ผลน่าพอใจมากครับ และคุณหมอที่รักษา บอกว่าหัดไทเก็กจะเพิ่มการเดินของลมปราณดีมาก :ph34r: :lol:

Share this post


Link to post
Share on other sites

ชิกุง 18 ท่า กายบริหารลมปราณเพื่อสุขภาพ (ตอนที่ 1)

 

 

 

การบริหารร่างกาย คือ การเคลื่อนไหวส่วนต่างๆโดยวิธีการที่เหมาะสม แต่การบริหารจิตคือ การฝึกฝนการหายใจและทำสมาธิจิตให้นิ่งและสงบ

การ ออกกำลังแบบชิกุง 18 ท่า มีผลค่อนข้างดีต่อการรักษาโรคเรื้อรังหลายชนิด เช่น ความดันเลือดสูง โรคหัวใจ ไขข้ออักเสบ หืดหอบ โรคกระเพาะ โรคเครียด ปวดหลัง ปวดเอว และท้องผูก เป็นต้น

ท่าเริ่มต้น ยืนตัวตรง แยกเท้าให้กว้างเท่ากับไหล่ งอเข่าเล็กน้อย ปล่อยแขนตามสบาย

 

ท่าที่ 1

หายใจเข้า ค่อยๆยกแขนทั้งสองข้างขึ้น หันฝ่ามือลงล่าง แล้วเริ่มกดฝ่ามือทั้งสองลงช้าๆ

หายใจออก กดฝ่ามือลงพร้อมกับงอเข่าลงเล็กน้อย ลดมือลงจนกระทั่งปลายนิ้วแตะหัวเข่า ทำซ้ำในลักษณะเดียวกัน 6 ครั้ง

 

chi1_0.jpg

 

ท่าที่ 2

หายใจเข้า ยกแขนขึ้นจนถึงหน้าอก พร้อมหันฝ่ามือเข้าหากัน ยืนตัวตรง กางแขนออกในท่าขยายอก

หายใจ ออก แขนทั้งสองข้างที่กางออกหุบเข้าหากันตรงบริเวณหน้าอก พลิกฝ่ามือลง กดฝ่ามือทั้งสองข้างลง พร้อมทั้งย่อเข่า ทำซ้ำในลักษณะเดียวกัน 6 ครั้ง

 

186-011.2.jpg

 

ท่าที่ 3

หายใจเข้า ค่อยๆยกแขนขึ้น พร้อมกับค่อยๆเหยียดเข่าตรง แขนทั้งสองยังคงยกสูงขึ้นจนอยู่เหนือศีรษะ ค่อยๆถ่ายน้ำหนักตัวมาทางขวา งอเข่าขวาเล็กน้อย ขาซ้ายเหยียดตรง หมุนศีรษะไปทางซ้ายมือ แขนซ้ายเหยียดตรงระดับไหล่ หันฝ่ามือขึ้นข้างบน แขนขวาให้อยู่ในลักษณะครึ่งวงกลม หันฝ่ามือลง

หายใจออก ลดแขนขวาลงมาด้านขวามือจนเป็นแนวราบอยู่ระดับไหล่ ฝ่ามือหงายขึ้น หมุนศีรษะตามมาทางด้านขวา แขนซ้ายงอเป็นรูปครึ่งวงกลม หันฝ่ามือลง ทำซ้ำข้างละ 10 ครั้ง

 

chi3_0.jpg

 

 

ท่าที่ 4

หายใจเข้า ยืนย่อเข่าลงเล็กน้อย มือไขว้กันที่หัวเข่า ยกแขนขึ้นเหนือศีรษะโดยหงายฝ่ามือออกด้านข้าง

หายใจออก วาดมือทั้งสองข้างออกด้านข้างเป็นวงกลมใหญ่สองวงลงมาไขว้กันอีกที่บริเวณหัวเข่า ทำซ้ำในลักษณะเดียวกัน 6 ครั้ง

 

chi4.jpg

 

ท่าที่ 5

หายใจเข้า หงายฝ่ามือทั้งสองข้าง ดึงมือขวาค่อยๆวาดผ่านข้างเอว บิดเอวไปทางขวา ตามองที่มือขวา

หายใจ ออก ยกแขนขวางอข้อศอก วางแขนขึ้นในลักษณะวงกลม ฝ่ามือหันออก ผลักฝ่ามือออกไปข้างหน้าผ่านข้างใบหู คว่ำฝ่ามือลง ทำซ้ำสลับข้าง 10 ครั้ง

 

chi5_0.jpg

 

Edited by moddang..
  • Like 1

Share this post


Link to post
Share on other sites

ท่าที่ 6

หายใจเข้า แขนทั้งสองข้างลดลงช้าๆ จนเลยหัวเข่า พร้อมย่อตัวลง ฝ่ามือหันออกด้านนอก พร้อมกับค่อยๆลุกขึ้นยืน สองแขนวาดไปด้านหลังแล้วยกชูแขนขึ้น ยืดอกเงยหน้า

หายใจออก ลดแขนลงพร้อมย่อเข่า ทำซ้ำในลักษณะเดียวกัน 6 ครั้ง

 

 

chi6_0_0.jpg

 

ท่าที่ 7

หายใจ เข้า แขนขวายกขึ้นจนถึงระดับไหล่ซ้าย หงายฝ่ามือขึ้น แขนว้ายดันไปด้านหลังเล็กน้อย ขณะที่ดันฝ่ามือขวาขึ้นเขย่งส้นเท้าด้วย หายใจออก ค่อยๆลดแขนขวาลง ทำซ้ำสลับข้าง 10 ครั้ง

 

chi7_0.jpg

 

ท่าที่ 8

หายใจ เข้า ย่อตัวลง ยกแขนทั้งสองข้างขึ้นไปด้านซ้ายช้าๆ ฝ่ามือหันเข้าหากัน หมุนตัวส่วนบนพร้อมกับหันศีรษะตาม เท้ายืนอยู่กับที่ไม่ยกขึ้น หายใจออก ลดแขนสองข้างลงช้าๆ ผ่านหัวเข่า บิดเอวพร้อมย่อตัวลง ทำซ้ำสลับข้าง 10 ครั้ง

 

 

ท่าที่ 9

หายใจเข้า ย่อเข่าลงเล็กน้อย มือสองข้างอยู่ระดับเอว หงายฝ่ามือขึ้น

หายใจ ออก ดันมือขวาไปข้างหน้า คว่ำมือลง เอียงไปซ้ายมือประมาณ 45 องศา ช้าๆ พอสุดมือพลิกฝ่ามือหงายขึ้น หายใจเข้า ดึงมือกลับมาที่เอว ทำซ้ำสลับข้าง 10 ครั้ง

 

 

กายบริหารลมปราณเพื่อสุขภาพ จะเกิดประโยชน์ก็ต่อเมื่อผู้ออกกำลังกายฝึกฝนอย่างสม่ำเสมอทุกวัน

 

http://www.doctor.or.th/node/3714

  • Like 1

Share this post


Link to post
Share on other sites

ฝึกลมปราณ จาก 'คัมภีร์ปรับแต่งเส้นเอ็น'

 

 

 

ด้วยความเร่งรีบของสังคม ณ ปัจจุบัน ทุกคนต่างมุ่งหน้าทำงานโดยลืมนึกไปว่าเวลางานได้เข้ามาเบียดบังเวลาของการ ให้ความสำคัญกับสุขภาพ ดังนั้นไม่ว่าจะมีเวลาเพียงน้อยนิดแค่ไหน ทุกคนก็จะรีบคว้าเอาไว้ เห็นได้จากในช่วงเย็นจนถึงดึกของทุกวันตามห้างสรรพสินค้า ตามสถานที่ออกกำลังกาย ฟิตเนสชื่อดังต่างเต็มไปด้วยคนหนุ่มสาวมารวมตัวกัน แต่แน่นอนว่าสุขภาพที่เข้ามาตักตวงต้องแลกมาด้วยมูลค่าที่แพงสุดกู่

 

ในทางกลับกันการแสวงหาวิธีการการออกกำลังกายเพื่อสุขภาพที่สามารถทำ ได้ด้วยตนเองและไม่ต้องเสียเงินแพงอย่างที่เป็นอยู่ ก็มีอยู่ หนึ่งในนั้นคือศาสตร์ของการ “ฝึกลมปราณจากคัมภีร์ปรับแต่งเส้นเอ็น” ซึ่งเป็นเหมือนลักษณะของการฝึกชี่กงนั่นเอง

 

** ฝึกยืดหยุ่นร่างกาย ควบคุมลมหายใจ

 

สำหรับรายละเอียดเกี่ยวกับเรื่องนี้นั้น อาจารย์สรชัย ศรีพิศานต์สกุล จาก คณะรัฐศาสตร์และนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา ผู้ซึ่งทำการศึกษาและหลงใหลการฝึกลมปราณจากคัมภีร์ปรับแต่งเส้นเอ็นอย่างยาว นาน อธิบายว่า ศาสตร์สุขภาพแบบจีนนี้มีส่วนที่เกี่ยวข้อง 2 แขนงคือ คัมภีร์แต่งเส้นเอ็น และ คัมภีร์ชำระไขกระดูก ซึ่งจะมีความแตกต่างกันอยู่คือ ในส่วนของคัมภีร์ปรับแต่งเส้นเอ็นนั้นจะเน้นในส่วนของความยืดหยุ่นของร่าง กาย ที่สัมพันธ์กับการกำหนดลมหายใจ

 

แต่คัมภีร์ชำระไขกระดูกนั้นจะเป็นการฝึกที่มีขั้นตอนที่ยากกว่า เน้นการบริหารมาจากข้างในร่างกาย และผู้ที่จะฝึกได้นั้นต้องอยู่ในเพศสมณะ ทำให้แขนงนี้ไม่ถูกเผยแพร่ ไม่มีคนนิยมฝึก ถึงอย่างไรวิชาเหล่านี้ก็ยังถูกปิดเงียบอยู่ในจีน ไม่ถูกเผยแพร่ จนกระทั่งจีนเริ่มเปิดประเทศ ทำให้วัฒนธรรมนี้เผยแพร่เข้ามาสู่ไทย แต่สมัยก่อนสังคมไทยยังไม่ค่อยให้ความสำคัญ และตระหนักถึงองค์ความรู้ในเรื่องของสุขภาพเท่าที่ควร เพราะจะเห็นได้จากหลักฐานที่ปรากฏอย่างวิชาไทเก๊ก ที่มีการถ่ายทอดความรู้อย่างเป็นเรื่องเป็นราวก็เพิ่งเข้ามาในไทยเมื่อ ประมาณ 40 ปีที่ผ่านมา

 

“หลายคนทั้งคนจีน และคนไทยในอดีตต่างก็จะมองว่าการฝึกประเภทนี้เป็นเหมือนการฝึกกันเพื่อนำไป ใช้ในความรุนแรง ฝึกเป็นวิทยายุทธ์ จึงไม่มีคนนิยมฝึก แต่กับความคิดในสมัยใหม่นี้กลับมองว่าการฝึกชี่กงเป็นเหมือนการนำองค์ความ รู้ที่มีประโยชน์เพื่อสุขภาพที่เป็นภูมิปัญญา และวัฒนธรรมของจีนมาประยุกต์ ทำให้ผู้คนเริ่มหันมาใส่ใจ และตระหนักถึงเรื่องนี้มากขึ้น ขณะเดียวกันคนที่ใส่ใจสุขภาพในสมัยนี้ไม่นิยมที่จะฝึกฝนด้วยตนเอง แต่กลับไปพึ่งคอร์สสุขภาพราคาแพงๆ และมุ่งเน้นที่จะได้รับผลตอบแทนด้านการออกกำลังกายอย่างรวดเร็วซึ่งผิดจาก หลักของธรรมชาติ จนกลายเป็นวิถีชีวิตของคนสมัยใหม่ไปแล้ว” อ.สรชัย ขยายความ

 

** เพื่อสุขภาพง่ายๆ ทำได้ด้วยตัวเอง

 

อ.สรชัย บอกอีกว่า สำหรับประโยชน์ของการฝึกนั้นนอกจากสุขภาพแล้ว ชี่กงยังเป็นการบริหารจิตใจ เพื่อความสงบที่จะเกิดแก่ร่างกาย เกิดความผ่อนคลายในความเหนื่อยล้าจากการทำงาน ฝึกให้คิดในเชิงบวก การมองโลก ซึ่งเมื่อเราสามารถผ่อนคลายได้ ทุกสิ่งก็จะดำเนินไปได้ด้วยดี นี่จึงเป็นหลักคิดของการฝึกชี่กง ซึ่งความ สำคัญของการฝึกนี้จะเน้นในเรื่องของการหายใจ ที่ยึดหลักการหายใจตามธรรมชาติ คือเมื่อเราใช้แรง หรือต้องออกแรง ในส่วนของการออกท่าทาง ดันแขน ก้มตัว ให้หายใจเข้า แต่สำหรับท่าทางที่เน้นให้เกิดความผ่อนคลาย การปล่อยหมัด ปล่อยแขน เงยหน้า ยกตัวขึ้น ก็ให้หายใจออก ซึ่งเป็นหลักปฏิบัติทั่วไปอยู่แล้วเพียงแต่เพิ่มท่าทางเข้ามาเพื่อให้มีการ กำหนดจังหวะในการหายใจได้ดีขึ้น

 

ที่เป็นข้อดีอีกส่วนหนึ่งคือการฝึกชี่กงนี้สามารถฝึกได้ทุกเพศทุกวัย ได้กับทุกคน แค่นั่งหายใจอย่างมีจังหวะแค่นี้ก็เรียกได้ว่าเป็นการฝึกเช่นกัน ดังนั้นจะเห็นได้ว่าการฝึกชี่กงนี้จะอยู่ที่ตังเองเป็นสำคัญ อยู่ที่ไหนก็ฝึกได้ ส่วนระยะเวลาที่ใช้ฝึกในแต่ละครั้งนั้นประมาณ 30 นาที แต่กับผู้สูงอายุก็สามารถปรับลดระดับเวลาตามความเหมาะสม

 

ถึงตรงนี้ อ.สรชัย ตั้งข้อสังเกตว่า คนในปัจจุบันพยายามที่จะแสวงหาอะไรที่แปลกใหม่ ซึ่งต้องแลกมาด้วยการเสียเงินอย่างมหาศาล แต่สุดท้ายสิ่งที่เราทุ่มไปเพื่อสุขภาพนั้นสามารถตอบโจทย์ตามที่เราต้องการ ได้หรือไม่ โดยผู้คนส่วนใหญ่ก็จะมองว่าการจะออกกำลังกายเพื่อสุขภาพนั้นต้องเป็นการเต้น แอโรบิก หรือเล่นฟิตเนสตามห้างสรรพสินค้าเป็นสิ่งที่ผู้คนนิยม โดยมองว่าการฝึกชี่กง การรำไทเก๊ก ตามสวนสาธารณะเป็นการออกกำลังกายของผู้สูงอายุ แต่ความจริงก็เป็นการออกกำลังกายเหมือนกัน แตกต่างกันเพียงแค่สถานที่เท่านั้น ตรงนี้เป็นมุมมองที่คนส่วนใหญ่ยึดติด

 

“คนไทยที่ใส่ใจในเรื่องของสุขภาพ อยากให้ตอบโจทย์กับตัวเองว่าเราออกกำลังกายไปเพื่ออะไร และสิ่งที่ทำอยู่ตรงตามความต้องการของเราหรือไม่ จึงต้องการให้หันมองกลับมาที่ตัวเองมากกว่า หันมาให้ความใส่ใจกับเรื่องที่เป็นตามธรรมชาติ ไม่ต้องแต่งเสริมอะไรมากก็สามารถให้ประโยชน์กับเราได้ เพราะการฝึกลมหายใจเป็นการกำหนดการกระทำด้วยตัวเราเอง ไม่จำเป็นต้องมีอะไรมาบังคับเชื่อว่าน่าจะเป็นการตอบโจทย์เกี่ยวกับการออก กำลังกายเพื่อตัวเองได้ดีที่สุด” อ.สรชัย ทิ้งท้าย

ดูรูปตามลิงค์นะคะ

 

http://www.manager.co.th/QOL/ViewNews.aspx?NewsID=9510000119736

  • Like 1

Share this post


Link to post
Share on other sites

ขอบคุณคุณมดแดงคนขยัน เทคะแนนให้หมดหน้าตักเลยครับ

 

เรื่องออกกำลังเพื่อสุขภาพนี่ผมว่ามีความสำคัญมาก ต้องใช้ความกล้าหาญเด็ดเดี่ยวมากในการบังคับตัวเองให้กระทำได้ต่อเนื่องและต้องใช้ความพยายามมาก แต่ถ้าสามารถทำได้ ผลที่ได้รับมีมหาศาล การเล่นไทเก็ก ชี่กง เต้นแอโรบิก หากทำสม่ำเสมอ ผู้กระทำก็จะรู้ได้ด้วยตัวเองเลยว่า อาการเจ็บปวดร่างกาย อาการนิ้วล็อก การขับถ่าย การรับประทานอาหาร อาการปวดศีรษะ ฯลฯ ทุกระบบของร่างกายสามารถฟื้นฟูและกลับมาดีขึ้นยิ่งกว่าเดิมจนรู้สึกได้เลยจริง ๆ

 

อีกเรื่องหนึ่งที่ผมได้จากการฝึกไทเก็ก คือ การรำไทเก็ก เน้นการเคลื่อนไหวแบบสมดุลทั้งซ้ายและขวา เมื่อทำด้านขวาแล้วก็ต้องทำด้านซ้ายให้ได้แบบเดียวกัน นั่นก็เป็นเพราะคนเราโดยธรรมชาติมักมีความถนัดข้างใดข้างหนึ่ง ส่วนใหญ่จะถนัดขวา และเมื่อถนัดขวาก็จะใช้แต่มือขวา ขาขวา ตาขวา ไม่ได้ใช้ด้านซ้าย ทำให้กล้ามเนื้อด้านซ้ายไม่ได้ใช้งาน และกลับไปเป็นภาระหนักทางด้านขวา จึงควรออกกำลังอวัยวะทั้งสองด้านให้สมดุลกัน และถ้าเป็นไปได้ควรฝึกใช้ความถนัดทั้งสองด้าน เช่น ผมถนัดขวา เขียนหนังสือด้วยมือขวา ทำอะไรด้วยมือขวามาครึ่งชีวิต ช่วงสองสามปีหลังนี้ ผมก็เลยหัดเขียนหนังสือด้วยมือซ้าย จับตะเกียบคีบด้วยมือซ้าย บังคับตัวเองให้ทำอะไรด้วยมือและขาข้างที่ไม่ถนัด แรก ๆ ก็ทำแทบไม่ได้ ตัวหนังสือที่เขียนออกมาไก่เขี่ยยิ่งกว่าเด็กอนุบาล ใช้เวลานาน และปวดมือมาก การหยิบจับด้วยมือซ้ายแรก ๆ ก็ไม่ถนัดเอาเลย คีบตะเกียบก็เหมือนกับมือไม่มีแรง ทำให้รู้ตัวเลยว่า เราใช้ประโยชน์จากร่างกายแค่ข้างเดียวมาตลอดและไม่เคยคิดเลยว่ามือข้างที่ไม่ถนัดมันจะเอามาใช้งานอะไรแทบไม่ได้เลย แต่เมื่อฝึกฝนมากเข้า ใช้เวลาประมาณปีกว่า ก็สามารถเขียนด้วยมือซ้ายได้ใกล้เคียงกับมือขวา คีบตะเกียบได้ ฯลฯ เหมือนกับมีชีวิตใหม่เพิ่มขึ้นมาอีกครึ่งชีวิต และรู้สึกว่าเราสามารถใช้ประโยชน์จากร่างกายของเราได้อย่างมีประสิทธิภาพ จากที่เคยใช้แค่ครึ่งตัวมาตลอด และยังรู้สึกอีกว่าสมองของเรามีการพัฒนาในจุดที่ไม่เคยใช้ เพราะการใช้มือที่ไม่ถนัด จะต้องใช้สมองส่วนอื่นเพิ่มเข้ามาในการควบคุมร่างกายจากที่เคยใช้งานตามปกติ

 

ก็เพียงบอกเล่าจากประสบการณ์จริงของผม และอยากเชิญชวนให้เพื่อน ๆ ฝึกใช้อวัยวะด้านที่ไม่ถนัด บังคับมันให้ใช้การได้ดีเหมือนกับข้างที่เราถนัด ทำให้ได้ทั้งซ้ายและขวา แรก ๆ ที่ทำจะฝืนความรู้สึกเป็นอย่างมาก ปวดเมื่อยอย่างมาก เสียเวลามาก ใจเราจึงมักจะคอยอยากกลับไปใช้มือหรือขาด้านที่ถนัดทำแทนอยู่เรื่อย ต้องใช้ความพยายามอย่างมากทีเดียว แต่ถ้าเพื่อน ๆ ทำได้ จะรู้สึกได้ด้วยตัวเองเลยว่ามันเป็นประโยชน์จริง ๆ ครับ ถ้าอยู่หน้าจอคอมขณะนี้ ก็ลองจับเมาส์ลากด้วยมือซ้ายไปตาม icon ต่าง ๆ แล้วคลิกเรียกโปรแกรมต่าง ๆ ดูครับ

Share this post


Link to post
Share on other sites

Join the conversation

You can post now and register later. If you have an account, sign in now to post with your account.

Guest
Reply to this topic...

×   Pasted as rich text.   Paste as plain text instead

  Only 75 emoji are allowed.

×   Your link has been automatically embedded.   Display as a link instead

×   Your previous content has been restored.   Clear editor

×   You cannot paste images directly. Upload or insert images from URL.

Loading...
Sign in to follow this  

  • Recently Browsing   0 members

    No registered users viewing this page.

×
×
  • Create New...