Jump to content
Update
 
 
Gold
 
USD/THB
 
สมาคมฯ
 
Gold965%
 
Gold9999
 
CrudeOil
 
USDX
 
Dowjones
 
GLD10US
 
HUI
 
SPDR(ton)
 
Silver
 
Silver/Oz
 
Silver/Baht
 
chez

มือใหม่หัดวิเคราะห์

Recommended Posts

Good morning :Announce

 

เช้าวันจันทร์คะคุณ news ginger bmw bas+trader กระต่ายทอง ย่าหยา พวงชมพู Pasaya Pa'ree bbeem fung wann

 

แสงแดด เด็กสยาม เด็กอู่ทอง ขุนศึกปทุม ปุยเมฆ กบจ้า ตังเม สาวมือใหม่ Mr.Li Dr.Polar GolgOfCorse auntnextdoor

 

Chinchilla gejen Hong GoldLeng Meng goldtoy Aiya Angkana Alan tiptip mtts thekopkn natty.....

 

สัปดาห์สุดท้ายของปีนี้แล้วคะ อีกไม่กี่วันก็จะเป็นผู้ใหญ่ขึ้นอีกปี(แก่ขึ้น) ฮ่าๆๆๆ :17

ฉลาดแมีความสุขขึ้นด้วย525019_336983473075239_2025043710_n.jpg

MERRY CHISMAS & HAPPY NEW YEAR FOR U ALL

HSH

 

 

 

Share this post


Link to post
Share on other sites

307655_336959629744290_897397497_n.jpg

ปีใหม่มีสุข

เรื่องราวดีๆ โชคลาภมากมี

สิ่งดีทั้งหลายเกื้อหนุนก้าวหน้า

เงินทองมากมาย ครอบครัวสบาย กายใจแข็งแรง

 

World Markets: สรุปภาวะตลาดหุ้น น้ำมัน ทองคำ และตลาดเงินต่างประเทศ

ข่าวต่างประเทศ สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ) -- จันทร์ที่ 24 ธันวาคม 2555 06:31:39 น.

ตลาดหุ้นยุโรปปิดลบเมื่อวันศุกร์ (21 ธ.ค.) หลังจากที่แกนนำพรรครีพับลิกันของสหรัฐได้เลื่อนการลงมตร่างกฎหมายภาษีที่จะเปิดทางให้มีการเก็บภาษีเพิ่มขึ้นจากผู้มีรายได้สูง ซึ่งข่าวดังกล่าวทำให้นักลงทุนกังวลว่าสหรัฐอาจจะไม่สามารถหลีกเลี่ยงภาวะหน้าผาการคลัง

ดัชนี Stoxx Europe 600 ลดลง 0.3% ปิดที่ 280.95 จุดemnb_18_18900.gif?1489285181emnb_1_370236.gif

ดัชนี CAC-40 ตลาดหุ้นฝรั่งเศสปิดที่ 3,661.40 จุด ลดลง 5.33 จุด ดัชนี DAX ตลาดหุ้นเยอรมันปิดที่ 7,636.23 จุด ลดลง 35.87 จุด ดัชนี FTSE 100 ตลาดหุ้นลอนดอนปิดที่ 5,939.99 จุด ลดลง 18.35 จุด

-- ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดร่วงลงเมื่อวันศุกร์ (21 ธ.ค.) หลังจากที่ข้อเสนอเพื่อหลีกเลี่ยงภาวะหน้าผาการคลังของนายจอห์น โบห์เนอร์ ประธานสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐ ได้ถูกเลื่อนการลงมติออกไป ซึ่งจุดปะทุความหวั่นวิตกว่าสหรัฐอาจหนีไม่พ้นวิกฤตงบประมาณที่กำลังใกล้เข้ามาทุกขณะ อันจะส่งผลกระทบอย่างหนักต่อแนวโน้มเศรษฐกิจของประเทศ

ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปรับตัวลง 120.88 จุด หรือ 0.91% ปิดที่ 13,190.84 จุด ดัชนี S&P 500 ลดลง 13.54 จุด หรือ 0.94% ปิดที่ 1,430.15 จุด และดัชนี Nasdaq ร่วงลง 29.38 จุด หรือ 0.96% ปิดที่ 3,021.01 จุด

-- สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดดีดขึ้นเมื่อวันศุกร์ (21 ธ.ค.) เนื่องจากนักลงทุนแห่ซื้อทองคำซึ่งเป็นสินทรัพย์ที่ปลอดภัย ท่ามกลางความวิตกกังวลว่าการเจรจาเพื่อหลีกเลี่ยงภาวะหน้าผาการคลังระหว่างรัฐบาลและรัฐสภาสหรัฐอาจล้มเหลว และจะฉุดรั้งเศรษฐกิจสหรัฐ รวมไปถึงเศรษฐกิจโลกให้เข้าสู่ภาวะถดถอยอีกครั้ง

สัญญาทองคำตลาด COMEX (Commodity Exchange) ส่งมอบเดือนก.พ.ปรับตัวขึ้น 14.2 ดอลลาร์ หรือ 0.86% ปิดที่ 1,660.1 ดอลลาร์/ออนซ์

สัญญาโลหะเงินส่งมอบเดือนมี.ค.ดีดขึ้น 52.5 เซนต์ ปิดที่ 32.203 ดอลลาร์/ออนซ์ และสัญญาโลหะทองแดงส่งมอบเดือนมี.ค.ดีดขึ้น 3.1 เซนต์ หรือ 0.9% ปิดที่ 3.567 ดอลลาร์/ปอนด์

สัญญาพลาตินัมส่งมอบเดือนม.ค.ปิดที่ 1,536.90 ดอลลาร์/ออนซ์ ลดลง 9.30 ดอลลาร์ และสัญญาพัลลาเดียมส่งมอบเดือนมี.ค.ปิดที่ 682.30 ดอลลาร์/ออนซ์ เพิ่มขึ้น 2.05 ดอลลาร์

-- สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดร่วงลงเมื่อวันศุกร์ (21 ธ.ค.) เนื่องจากความวิตกกังวลเกี่ยวกับภาวะหน้าผาการคลังของสหรัฐถูกจุดปะทุขึ้นมาอีกครั้ง หลังจากที่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากพรรครีพับลิกันเลื่อนการโหวตแผนขึ้นภาษีผู้มีรายได้สูง ซึ่งเป็นหนึ่งในความพยายามเพื่อหลีกเลี่ยงภาวะหน้าผาการคลัง

สัญญาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนก.พ.ปรับตัวลง 1.47 ดอลลาร์ หรือ 1.63% ปิดที่ 88.66 ดอลลาร์/บาร์เรล สำหรับตลอดสัปดาห์ น้ำมัน WTI พุ่งขึ้น 1.93 ดอลลาร์ หรือ 2.23% โดยส่วนใหญ่มาจากสัญญาเดือนม.ค.ที่ดีดตัวขึ้นก่อนที่สัญญาจะหมดอายุเมื่อวันพุธ

ส่วนสัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ (BRENT) ส่งมอบเดือนก.พ.ที่ตลาดลอนดอน ร่วงลง 1.23 ดอลลาร์ หรือ 1.12% ปิดที่ 108.97 ดอลลาร์/ออนซ์ ตลอดสัปดาห์ สัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ลดลง 18 เซนต์

-- ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับเกือบทุกสกุลเงินหลักในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กเมื่อวันศุกร์ (21 ธ.ค.) เนื่องจากความวิตกกังวลเกี่ยวกับภาวะหน้าผาการคลัง (fiscal cliff) ในสหรัฐได้กระตุ้นความต้องการสินทรัพย์ปลอดภัย

ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐปรับตัวขึ้น 0.53% เมื่อเทียบกับฟรังค์สวิสที่ 0.9162 จากระดับ 0.9114 ฟรังค์สวิสเมื่อวันพฤหัสบดี และแข็งค่าขึ้น 0.57% เมื่อเทียบกับดอลลาร์แคนาดา ที่ระดับ 0.9928 จากระดับ 0.9872 ดอลลาร์แคนาดา ขณะที่เมื่อเทียบกับเงินเยน ดอลลาร์สหรัฐขยับลง 0.13% แตะที่ 84.250 เยน จากระดับ 84.360 เยนเมื่อวันพฤหัสบดี

ค่าเงินยูโรร่วงลง 0.45% แตะที่ 1.3182 ดอลลาร์สหรัฐ จากระดับของวันพฤหัสบดีที่ 1.3242 ดอลลาร์สหรัฐ และร่วงลง 0.62% เมื่อเทียบกับเงินเยน ที่ระดับ 111.05 จากระดับ 111.74 เยน

ขณะที่เงินปอนด์ร่วงลง 0.66% แตะที่ 1.6169 ดอลลาร์สหรัฐ จากระดับ 1.6277 ดอลลาร์สหรัฐ

ค่าเงินดอลลาร์ออสเตรเลียร่วงลง 0.73% แตะที่ 1.0404 ดอลลาร์สหรัฐ จากระดับ 1.0480 ดอลลาร์สหรัฐ และค่าเงินดอลลาร์นิวซีแลนด์ร่วงลง 1.16% แตะที่ 0.8240 ดอลลาร์สหรัฐ จากระดับ 0.8337 ดอลลาร์สหรัฐ

-- ดัชนี FTSE 100 ตลาดหุ้นลอนดอนปิดลดลงเมื่อวันศุกร์ (21 ธ.ค.) หลังจากที่แกนนำพรรครีพับลิกันของสหรัฐเลื่อนการโหวตร่างกฎหมายภาษีที่จะเปิดทางให้มีการเก็บภาษีเพิ่มขึ้นจากผู้มีรายได้สูง ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการหลีกเลี่ยงภาวะหน้าผาการคลัง โดยข่าวดังกล่าวยิ่งเพิ่มความวิตกกังวลให้กับนักลงทุน เพราะหากสภาคองเกรสไม่สามารถบรรลุข้อตกลงเพื่อหลีกเลี่ยงภาวะหน้าผาการคลัง ซึ่งจะส่งผลให้มีการปรับขึ้นภาษีและลดค่าใช้จ่ายโดยอัตโนมัติในปีหน้าได้นั้น ก็อาจจะถ่วงให้เศรษฐกิจสหรัฐ รวมไปถึงเศรษฐกิจโลกเข้าสู่ภาวะถดถอยได้

ทั้งนี้ ดัชนี FTSE 100 ลดลง 18.35 จุด หรือ 0.3% ปิดที่ 5,939.99 จุด

อินโฟเควสท์ แปลและเรียบเรียงโดย รัตนา พงศ์ทวิช โทร.02-2535000 ต่อ 327 อีเมล์: ratana@infoquest.co.th

 

ภาวะตลาดสินค้าโภคภัณฑ์ CBOT: สัญญาธัญพืชปรับตัวสูงขึ้น แม้ดอลล์แข็ง

ข่าวต่างประเทศ สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ) -- จันทร์ที่ 24 ธันวาคม 2555 08:29:25 น.

ภาวะตลาดสินค้าโภคภัณฑ์ CBOT เมื่อวันศุกร์ (21 ธ.ค.) สัญญาสินค้าโภคภัณฑ์เกษตรต่างปรับตัวสูงขึ้น เนื่องจากเทรดเดอร์ปรับโพสิชันก่อนวันหยุดช่วงคริสต์มาส

สัญญาข้าวโพดส่งมอบเดือนมี.ค.ปรับตัวสูงขึ้น 5.5 เซนต์ หรือ 0.79% ปิดที่ 7.02 ดอลลาร์/บุชเชล ขณะที่สัญญาข้าวสาลีส่งมอบเดือนมี.ค.ขยับขึ้น 1.5 เซนต์ หรือ 0.19% ปิดที่ 7.92 ดอลลาร์/บุชเชล และสัญญาถั่วเหลืองส่งมอบเดือนมี.ค.ปรับตัวสูงขึ้น 24.5 เซนต์ หรือ 1.74% ปิดที่ 14.2925 ดอลลาร์/บุชเชลemnb_1_370236.gif

ตลาดสินค้าโภคภัณฑ์ CME ระบุว่า สัญญาข้าวโพดปิดปรับตัวสูงขึ้นเล็กน้อย แม้ว่าตลาดหุ้นสหรัฐร่วงลงอย่างมากและดอลลาร์แข็งค่าขึ้น โดยได้รับแรงหนุนจากความกังวลว่าปริมาณการผลิตข้าวโพดอาร์เจนตินาจะลดลงจากฝนที่ตกในสัปดาห์ที่ผ่านมา

ด้านตลาดข้าวสาลีดีดขึ้น โดยเทรดเดอร์ปรับโพสิชั่นก่อนวันหยุดช่วงคริสต์มาสในสัปดาห์นี้ โดยไม่ได้ให้ความสนใจกับวิตกกังวลเกี่ยวกับหน้าผาการคลัง หุ้นที่ปรับลง และดอลลาร์ที่แข็งค่าขึ้น

ทางด้านสัญญาถั่วเหลืองปิดปรับตัวสูงขึ้น โดยมีแรงซื้อเก็งกำไรภายหลังสัญญาถั่วเหลืองร่วงลงอย่างมากเมื่อ 2 วันก่อนหน้า เนื่องจากเทรดเดอร์ปรับโพสิชั่นก่อนวันหยุดช่วงคริสต์มาส สำนักข่าวซินหัวรายงาน

อินโฟเควสท์ แปลและเรียบเรียงโดย จงดี อำมฤคขจร/พันธุ์ทิพย์ โทร.02-2535000 อีเมล์: pantip@infoquest.co.t

 

ราคาทองคำฮ่องกงเปิดตลาดวันนี้ เพิ่มขึ้นแตะ 15,350 HKD/tael

ข่าวต่างประเทศ สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ) -- จันทร์ที่ 24 ธันวาคม 2555 08:48:23 น.

สมาคมแลกเปลี่ยนทองคำและเงินของจีน เปิดเผยว่า ราคาทองคำที่ตลาดฮ่องกงเพิ่มขึ้น 50 ดอลลาร์ฮ่องกง เปิดที่ระดับ 15,350 ดอลลาร์ฮ่องกง/ตำลึงในวันนี้

สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า ราคาดังกล่าวเทียบเท่ากับ 1,662.59 ดอลลาร์สหรัฐ/ทรอยออนซ์ เพิ่มขึ้น 5.42 ดอลลาร์สหรัฐ ที่อัตราแลกเปลี่ยน 1 ดอลลาร์สหรัฐ/ 7.750 ดอลลาร์ฮ่องกงในวันนี้

 

 

 

 

 

 

emnb_1_370236.gif

อินโฟเควสท์ แปลและเรียบเรียงโดย ศศิประภา อัครภูติ/

 

ผลสำรวจเผยชาวกรีกมุ่งหางานทำนอกประเทศ หวังหนีวิกฤติหนี้

ข่าวต่างประเทศ สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ) -- จันทร์ที่ 24 ธันวาคม 2555 09:36:51 น.

แบบสำรวจแนวโน้มการจ้างงานในกรุงเอเธนส์เปิดเผยว่า 1 ใน 2 ของชาวกรีกวัยทำงานมองหางานในต่างประเทศเนื่องจากประเทศประสบวิกฤติหนี้สินอย่างหนักหน่วงมาเป็นเวลา 3 ปีแล้ว

บริษัท Adecco ซึ่งเป็นบริษัทด้านทรัพยากรมนุษย์ เปิดเผยผลสำรวจว่า ผู้ตอบแบบสอบถาม 49% จากจำนวน 400 คน ระบุว่าพวกเขาตั้งใจทำงานในต่างประเทศอยู่แล้วemnb_1_370236.gif

ผู้ตอบแบบสอบถามจำนวน 4 ใน 10 อยู่ในภาวะว่างงาน ซึ่ง 1 ใน 3 ว่างงานมากว่า 2 ปี ขณะที่ส่วนใหญ่ (61%) มีงานทำ แต่กังวลว่าจะถูกปลดออกในอนาคตอันใกล้นี้

ผู้ว่างงานของกรีซในปี 2555 มีสัดส่วนกว่า 25% ซึ่งนับเป็นตัวเลขที่สูงที่สุดในประวัติการณ์ รัฐบาลกรีก และกลุ่มผู้ให้กู้ยืมทุนต่างประเทศเห็นพ้องกับการคาดการณ์ของสหภาพแรงงานที่ว่าอัตราการว่างงานในกรีซจะเพิ่มขึ้นอีกในปี 2556 ก่อนที่จะเศรษฐกิจจะฟื้นตัว

ทั้งนี้ ผู้ตอบแบบสำรวจจำนวน 4 ใน 10 มุ่งหางานในต่างประเทศเพราะไม่สามารถหางานทำในประเทศได้ และ 3 ใน 10 ให้เหตุผลว่าเป็นเพราะภาวะถดถอยของเศรษฐกิจ และมีทัศนคติเชิงลบต่ออนาคต โดย 70% กล่าวว่าต้องการทำงานในสหภาพยุโรป และจำนวน 1 ใน 2 ของผู้ตอบแบบสอบถามเต็มใจทำงานในประเทศพัฒนาแล้วนอกทวีปยุโรป ได้แก่ สหรัฐอเมริกา และออสเตรเลีย ขณะที่ 1 ใน 10 มองหางานในประเทศกำลังพัฒนาในภูมิภาคตะวันออกกลาง สำนักข่าวซินหัวรายงาน

อินโฟเควสท์ แปลและเรียบเรียงโดย วรัญญา อุดมกุศลศรี/พันธุ์ทิพย์ โทร.02-2535000 อีเมล์: pantip@infoquest.co.th--

Share this post


Link to post
Share on other sites

พยากรณ์อากาศประจำวันที่ 24 ธันวาคม 2555

ข่าวทั่วไป กรมอุตุนิยมวิทยา -- จันทร์ที่ 24 ธันวาคม 2555 07:08:51 น.

พยากรณ์อากาศประจำวัน

ประจำวันที่ 24 ธันวาคม 2555emnb_18_18900.gif?1750488425emnb_1_370238.gif

ลักษณะอากาศทั่วไปเมื่อเวลา 04:00 น. บริเวณความกดอากาศสูงกำลังแรงจากประเทศจีนได้แผ่ลงมาปกคลุมถึงประเทศไทยตอนบนแล้ว ประกอบกับจะมีคลื่นกระแสลมตะวันตกเคลื่อนเข้ามาปกคลุมภาคเหนือในวันนี้ ลักษณะเช่นนี้ทำให้ในช่วงวันที่ 24-26 ธันวาคม 2555 ประเทศไทยตอนบนจะมีอากาศหนาวเย็นโดยทั่วไปและอุณหภูมิจะลดลง 4-7 องศาเซลเซียส กับมีลมแรง โดยในภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบนมีอุณหภูมิลดต่ำกว่า 16 องศาเซลเซียสในหลายพื้นที่ ซึ่งบริเวณยอดเขาสูงจะมีอากาศหนาวจัดและมีน้ำค้างแข็งบางแห่งตามบริเวณยอดดอยในภาคเหนือ จึงขอให้ประชาชนบริเวณประเทศไทยตอนบนดูแลรักษาสุขภาพเนื่องจากอากาศที่หนาวเย็นลง

สำหรับ มรสุมตะวันออกเฉียงเหนือที่พัดปกคลุมอ่าวไทยและภาคใต้มีกำลังแรง ทำให้ภาคใต้มีฝนเพิ่มมากขึ้น และมีฝนตกหนักบางแห่ง ขอให้ประชาชนบริเวณจังหวัดชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส ระวังอันตรายจากฝนตกหนักในช่วงวันที่ 24-25 ธันวาคม 2555 ส่วนคลื่นลมบริเวณอ่าวไทยมีกำลังแรง ขอให้ประชาชนบริเวณชายฝั่งภาคใต้ฝั่งตะวันออกระวังอันตรายจากคลื่นลมแรงที่พัดเข้าหาฝั่ง และชาวเรือควรเพิ่มความระมัดระวังในการเดินเรือ โดยเรือเล็กบริเวณอ่าวไทยตอนล่างตั้งแต่จังหวัดสุราษฎร์ธานีลงไปควรงดออกจากฝั่งในช่วงเวลาดังกล่าวไว้ด้วย

พยากรณ์อากาศสำหรับประเทศไทยตั้งแต่เวลา 06:00 วันนี้ ถึง 06:00 วันพรุ่งนี้.

ภาคเหนือ มีหมอกในตอนเช้า โดยมีฝนบางแห่ง ร้อยละ 10 ของพื้นที่

ตอนบนของภาค อากาศหนาว อุณหภูมิต่ำสุด 12-18 องศาเซลเซียส

ส่วนทางตอนล่างของภาค อากาศเย็น อุณหภูมิต่ำสุด 18-21 องศาเซลเซียส

อุณหภูมิสูงสุด 28-34 องศาเซลเซียส สำหรับบริเวณยอดดอยอากาศหนาวถึงหนาวจัดและมีน้ำค้างแข็งบางแห่ง อุณหภูมิต่ำสุด 5-12 องศาเซลเซียส

ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ อากาศเย็นถึงหนาว กับมีหมอกบางในตอนเช้า

อุณหภูมิจะลดลง 3-7 องศาเซลเซียส และมีลมแรง

อุณหภูมิต่ำสุด 13-17 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 29-31 องศาเซลเซียส

สำหรับบริเวณยอดภูอากาศหนาว อุณหภูมิต่ำสุด 7-14 องศาเซลเซียส

ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 20-35 กม./ชม.

ภาคกลาง อากาศเย็น กับมีหมอกบางในตอนเช้า

อุณหภูมิจะลดลง 2-4 องศาเซลเซียส และมีลมแรง

อุณหภูมิต่ำสุด 20-22 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-33 องศาเซลเซียส

สำหรับบริเวณเทือกเขาอากาศเย็น อุณหภูมิต่ำสุด 16-22 องศาเซลเซียส

ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 15-35 กม./ชม.

ภาคตะวันออก อากาศเย็นกับมีหมอกบางในตอนเช้า

อุณหภูมิจะลดลง 2-4 องศาเซลเซียส และมีลมแรง

อุณหภูมิต่ำสุด 20-23 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33-34 องศาเซลเซียส

สำหรับบริเวณเทือกเขาอากาศเย็น อุณหภูมิต่ำสุด 16-22 องศาเซลเซียส

ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 20-35 กม./ชม.

ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร ห่างฝั่งมีคลื่นสูง ประมาณ 2 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก) มีฝนฟ้าคะนองเกือบทั่วไป ร้อยละ 80 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่งบริเวณจังหวัดชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส อุณหภูมิต่ำสุด 22-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 27-33 องศาเซลเซียส

อ่าวไทยตอนบนตั้งแต่จังหวัดสุราษฏร์ธานีขึ้นมา:

ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 20-35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูง ประมาณ 2 เมตร

ส่วนอ่าวไทยตอนล่างตั้งแต่จังหวัดนครศรีธรรมราชลงไป :

ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 20-45 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 2-4 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก) มีฝนฟ้าคะนองเกือบทั่วไป ร้อยละ 70 ของพื้นที่

ส่วนมากบริเวณจังหวัดระนอง พังงา ตรัง และสตูล

อุณหภูมิต่ำสุด 22-24 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30-31 องศาเซลเซียส

ลมตะวันออก ความเร็ว 15-35 กม./ชม.

ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร ห่างฝั่งคลื่นสูง 1-2 เมตร

กรุงเทพมหานครและปริมณฑล มีเมฆบางส่วน กับหมอกบางในตอนเช้า

อุณหภูมิจะลดลง 2-3 องศาเซลเซียส และมีลมแรง

อุณหภูมิต่ำสุด 22-23 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-34 องศาเซลเซียส

ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 15-35 กม./ชม.

 

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ กรมอุตุนิยมวิทยา 0-2399-4568-74

Share this post


Link to post
Share on other sites

สรุปราคาซื้อขายทองคำและ Gold Futures ภายในประเทศ ณ วันจันทร์ที่ 24 ธันวาคม พ.ศ. 2555 เวลา 09.00 น.

ข่าวเศรษฐกิจ ThaiPR.net -- จันทร์ที่ 24 ธันวาคม 2555 10:24:01 น.

กรุงเทพฯ--24 ธ.ค.--เอ็มทีเอส โกลด์ ฟิวเจอร์

ราคาทองคำเปิดตลาดที่ระดับ 1,635 เหรียญ/ออนซ์ และกลับมาปิดช่วงกลางคืนที่ระดับ 1,656 (22.30 น.) เหรียญ/ออนซ์ ค่าเงินบาทปิด 30.64 บาท/ดอลลาร์ ราคาสมาคมเปิดที่ 23,750 บาท กับ 23,850 บาท และกลับมาปิดที่ 23,900 บาท กับ 24,000 บาท ปริมาณการซื้อขาย Gold Futures 50 บาท อยู่ที่ 11,383 คู่สัญญา แบบ 10 บาท อยู่ที่ 21,632 คู่สัญญา และ Silver Futures อยู่ที่ 43 คู่สัญญา Open Interest แบบ 50 บาท ลดลง 8% แบบ 10 บาท ลดลง 5% Silver Futures ลดลง 0.7% GFZ12 ปิด 24,100 บาท และ GFG12 ปิด 24,280 บาท GF10Z12 ปิดที่ 24,090 บาท GF10G12 ปิดที่ 24,280 บาท SVZ12 ช่วงกลางคืนไม่มีการซื้อขายemnb_18_18900.gif?635172188emnb_1_370232.gif

สัญญา Comex ปิดเพิ่มขึ้น 14.2 ดอลลาร์ ปิดที่ระดับ 1,660.1 ดอลลาร์/ออนซ์ Silver ปิดเพิ่มขึ้น 52.5 เซ็นต์ ที่ระดับ 32.203 ดอลลาร์/ออนซ์ SPDR ถือครองทองคำ 1,350.82 ตัน (ซื้อเข้า 0.30 ตัน) น้ำมัน NYMEX ปิดลดลง 1.47 ดอลลาร์ ปิดที่ระดับ 88.66 ดอลลาร์/บาร์เรล ดาวโจนส์ลดลง 120.88 จุด ปิดที่ 13,190.84 จุด

Ratio Gold / Silver เท่ากับ 51.5 ต่อ 1

ข่าวที่สำคัญ

ที่มา Kitco, TheBullionDesk, Reuters, และ CNBC

ราคาทองคำสามารถยับยั้งการปรับตัวลดลงอย่างหนักที่เกิดขึ้นเมื่อต้นสัปดาห์ได้ โดยปรับตัวสูงขึ้น 14.2 เหรียญ มาปิดตลาด COMEX ที่ระดับ 1,660.1 เหรียญ

คอมเมิร์ซแบงก์ ได้กล่าวว่า ราคาทองคำได้ปรับตัวลดลงไปต่ำกว่าระดับเส้นค่าเฉลี่ย 200 วันเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา แต่จากข่าวที่มีกลุ่มธนาคารกลางจากประเทศต่างๆ เข้าสำรองทองคำเพิ่มเติมได้เพิ่มแรงสนับสนุนให้กับราคาทองคำ โดยบราซิลมีการสำรองทองคำเพิ่ม 14.7 ตันในเดือนพฤศจิกายน ซึ่งเป็นการซื้อเข้าเป็นครั้งที่สามในรอบเดือน ในขณะที่รัสเซียซื้อเพิ่ม 2.9 ตัน เบลารุส 1.4 ตัน และเกาหลีใต้ 14 ตัน นอกจากนี้ อิรักมีการเข้าซื้อทองคำเพื่อกักเก็บในคลังสำรองเป็นครั้งแรกนับตั้บแต่ปี 2004 จำนวน 25.2 ตันในช่วงระหว่างเดือนสิงหาคมและเดือนตุลาคม

เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา นายจอห์น โบห์นเนอร์ โฆษกสภารีพับลิกัน ได้ล้มเหลวในการลงมติแผนบี หลังจากสมาชิกพรรครีพับลิกันปฏิเสธที่จะให้กับสนับสนุนด้านกฎหมาย

นายเดนนิส การ์ทแมน บรรณาธิการการ์ทแมน เลทเธอร์ ได้กล่าวในรายงานว่า ปัญหาของนายโบห์นเนอร์ก็คือพรรคของเขาเอง รวมไปถึงสมาชิก Tea Party Republicans ที่ปฏิเสธแผนบี ตามที่สมาชิก Tea Party Republicans ได้ชนะการเลือกตั้งมาอย่างง่ายดายและไม่เกรงกลัวต่อการสูญเสียที่นั่งในอีก 2 ปีข้างหน้า ยกเว้นแต่จะมีผู้สมัครที่มีความสามารถมาจากฝั่งขวา เนื่องจากพวกเขาได้มีการเตรียมการณ์ที่คัดค้านแผนบีมาเป็นอย่างดีแล้ว ทั้งนี้ ทันทีที่มีการยกเลิกแผนบีของนายโบห์นเนอร์ ตลาดหุ้นทั่วโลกและราคาสินค้าโภคภัณฑ์ได้ปรับตัวลดลงอย่างมาก ในขณะที่ราคาทองคำปรับตัวลดลงในช่วงตลาดอิเล็กทรอนิกส์สู่ระดับต่ำสุดในรอบ 4 เดือนที่ 1,636 เหรียญ แต่สามารถกลับมาซื้อขายบริเวณ 1,650 เหรียญได้

นายโอบามาได้ออกมากระตุ้นให้ผู้นำทั้ง 2 พรรคเพื่อออกร่างกฎหมายชั่วคราวในสัปดาห์นี้เพื่อการยืดระยะเวลาการตัดลดภาษีในชนชั้นกลาง และสวัสดิการของผู้ว่างงานจำนวน 2 ล้านคนออกไป รวมถึงทำการตกลงด้านการตัดลดงบประมาณสำหรับปีหน้า ทั้งนี้รัฐสภาจะไม่มีการเปิดการประชุมจนถึงวันที่ 27 ธันวาคมเนื่องจากวันหยุด

นายมาริโอ มอนติ นายกรัฐมนตรีอิตาลี ลาออกอย่างเป็นทางการเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา หลังจากงบประมาณปีหน้าได้รับอนุมัติ ผลสำรวจเผยว่า พรรคประชาธิปไตยกลาง-ซ้าย จะชนะการเลือกตั้ง ขณะที่นายมอนติไม่ได้ชี้ชัดว่าจะลงสมัครเลือกตั้งหรือให้การสนับสนุนพรรคใดหรือไม่

ชาร์ป พิกสเล่ย์ ระบุว่า ราคาทองคำอาจมีการปรับตัวลดลงอีก หลังจากที่ล่าสุดหลุดเส้นค่าเฉลี่ย 200 วันที่ระดับ 1,669 เหรียญลงไป ซึ่งเมื่ออ้างอิงจากนักวิเคราะห์บางราย นายจิม โรเจอร์ส กล่าวว่า การที่ราคาอาจลงไปถึง 1,535 เหรียญไม่ใช่เรื่องที่น่าแปลกใจสำหรับการปรับฐานของราคาทองคำ ซึ่งอาจเห็นการปรับฐานนี้ยาวนานต่อเนื่องเป็นเวลา 15 — 16 เดือน ส่วนในระยะสั้น ดูเหมือนว่าการปรับฐานจะเกี่ยวพันกับการเทขายที่เกี่ยวกับเรื่องภาษีในช่วงสิ้นปี การปิดสถานะของกองทุนต่างๆ และความเชื่อมั่นทางยุโรปที่ฟื้นตัวในระยะสั้น รวมไปถึงทางตันในการเจรจาเรื่อง Fiscal Cliff

นายอดัม ซาร์ฮาน จากซาร์ฮาน แคปปิตอลในกรุงนิวยอร์ค มองว่า ราคาทองคำจะมีการฟื้นตัวได้ก็ต่อเมื่อราคากลับขึ้นมายืนเหนือเส้นค่าเฉลี่ย 200 วันได้ แต่ถ้าไม่เป็นเช่นนั้น ในทางเทคนิคอาจเห็นราคาลงไปทำจุดต่ำสุดถึงระดับ 1,523 เหรียญ ซึ่งทางธนาคารสวิสเซอร์แลนด์ UBS เห็นด้วยกับความเห็นดังกล่าวว่า หากราคาสามารถเบรกเส้นค่าเฉลี่ย 200 วันขึ้นมาได้จะเป็นการกระตุ้นความสนใจของนักลงทุนเป็นจำนวนมาก

Website FXEmpire ได้คาดการณ์ทองคำในวันที่ 24 ธ.ค. ว่าทองคำมีสัญญาณกลับตัวรูป "Hammer" ในระดับราคา 1,640 เหรียญ หลังจากปรับตัวลดลงในสัปดาห์ที่ผ่านมา จากความกังวล Fiscal Cliff ในคาดว่าจากการซื้อทองคำของธนาคารกลางต่างๆ จะทำให้ทองคำเป็นขาขึ้นในระยะยาว ซึ่งคาดว่าทองคำอาจแตะระดับ 1,800 เหรียญในช่วงมิ.ย. ปีหน้า

จากการที่สัปดาห์ที่ผ่านมามีการเทขายอย่างหนักในทองคำ มีการสำรวจนักวิเคราะห์จาก Kitco News Gold Survey ซึ่งจาก 19 คนมี 12 คนมองทองคำว่าจะมีการรีบาวน์ขึ้นมาในสัปดาห์นี้ เนื่องจากพวกเขาคาดการณ์ว่าทองคำจะลงไปทดสอบแนวรับรองที่จุดต่ำสุดของวัน พฤหัสบดีประมาณ 1,635 เหรียญ และจะมีการรีบาวน์ขึ้นมา รวมไปถึงพวกเขามองทองคำในปีหน้าเป็นขาขึ้นเช่นกันเมื่อนักลงทุนกลับเข้าสู่ ตลาดจากเหตุผลทางพื้นฐานในเรื่องการผ่อนคลายการเงินแบบพิเศษจากธนาคารกลาง ทั่วโลก

ในขณะที่นักวิเคราะห์ 3 รายที่คาดว่าราคาทองคำในสัปดาห์นี้จะเป็นแนวโน้มขาลงในระยะสั้น โดยมีความเสี่ยงจะมีอยู่ที่บริเวณ 1,520 เหรียญ และ 1,400 เหรียญ หากแพทเทิร์นในปัจจุบันยังคงอยู่

สำหรับกลุ่มที่มองว่าราคาทองคำในสัปดาห์นี้จะเคลื่อนตัวในทิศทาง Sideways ให้เหตุผลว่า ตลาดจะเข้าสู่ช่วงวันหยุดอย่างเป็นทางการ และจะมีปริมาณการซื้อขายที่เบาบาง

นอกจากนี้ ยังมีข่าวจากทาง Kitco News ที่ระบุว่า ในสัปดาห์นี้จะมีการซื้อขายที่เบาบาง เนื่องจากตลาดยุโรปได้หยุดทำการไปแล้วสำหรับเทศกาลคริสมาสต์อีฟ ตลาดญี่ปุ่นเช่นกันที่ปิดทำการในวันนี้ และตลาดส่วนใหญ่จะปิดทำการในวันอังคารสำหรับเทศกาลคริสมาสต์และตลาดแคนาดา อังกฤษ ออสเตรเลียจะปิดในวันพุธสำหรับวัน Boxing Day ส่วนตลาด COMEX จะเปิดทำการปกติในวันนี้ แต่ตลาดอิเล็กทรอนิกส์จะปิดเร็วกว่าปกติ และตลาด COMEX จะปิดทำการในวันอังคาร กลับมาเปิดอีกทีในวันพุธ

ตัวเลขเศรษฐกิจที่ประกาศเมื่อคืนวันศุกร์

- Core Durable Goods Orders m/m ตัวเลขจริงออกมาที่ 1.6% จากตัวเลขเดิมอยู่ที่ 1.9%

- Core PCE Price Index m/m ตัวเลขจริงออกมาที่ 0.0% จากตัวเลขเดิมอยู่ที่ 0.1%

- Durable Goods Orders m/m ตัวเลขจริงออกมาที่ 0.7% จากตัวเลขเดิมอยู่ที่ 1.1%

- Personal Spending m/m ตัวเลขจริงออกมาที่ 0.4% จากตัวเลขเดิมอยู่ที่ -0.1%

- Revised UoM Consumer Sentiment ตัวเลขจริงออกมาที่ 72.9% จากตัวเลขเดิมอยู่ที่ 74.5

ตัวเลขเศรษฐกิจวันนี้

- ไม่มีตัวเลขเศรษฐกิจที่สำคัญ เนื่องจากเป็นวันหยุด

วิเคราะห์ทางเทคนิค

Gold — ราคาทองคำมี Technical Rebound กลับขึ้นมาได้ในช่วงการซื้อขายวันศุกร์ โดยที่มีปริมาณการซื้อขายเบาบางลง ในขณะที่ SPDR ซื้อทองคำเพิ่มอีก 0.3 ตันมาถือครองที่ระดับ 1,350.82 ตัน และในช่วงที่ราคาทองตก SPDR มีขายแค่ 0.9 ตัน เมื่อวันที่ 17 ธันวาคมที่ผ่านมา สรุปได้ว่าโดยภาพรวมตัวเลขเศรษฐกิจที่ออกมาในวันศุกร์ออกมาค่อนข้างดีโดยที่ มีการคำนวณอัตราเงินเฟ้อใหม่ซึ่งเทียบกับเงินดอลลาร์เพิ่มขึ้นประมาณ 0.6% และตลาดโดยทั่วไปยังรอผล Fiscal Cliff ซึ่งจะมีการประชุมอีกทีในวันพฤหัสบดีที่ 27 ธ.ค. ซึ่งขึ้นกับผลของการประชุมว่าจะออกมาอย่างไร ถ้าตกลงกันไม่ได้เลยและเกิด Fiscal Cliff ขึ้นมาโดยภาพรวมดอลลาร์จะปรับตัวแข็งขึ้นในฐานะ Safe Haven ก่อนและทองคำน่าจะตก แต่ถ้า Fiscal Cliff คุยกันได้รู้เรื่องและสามารถตกลงกันได้ นักลงทุนก็คงจะลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยงต่อไป ทองคำน่าจะปรับตัวขึ้น ดังนั้นในคืนวันพฤหัสบดีนี้จึงน่าจะมีความสำคัญว่าจะ มีการออกมาแถลงหรือไม่อย่างไร สำหรับทางเทคนิคราคาทองคำเข้าสู่แนวโน้มขาลง เนื่องจากราคายังคงอยู่ใต้เส้นค่าเฉลี่ย 200 วัน Oscillator โดยทั่วไปยังอยู่ใต้ระดับ 0 บ่งบอกถึงภาวะที่ยังกดดันในทิศทางขาลงอยู่ อย่างไรก็ดีเนื่องจากเป็นการเล่นข่าวค่อนข้างมากในช่วงนี้จึงมีโอกาสเช่น เดียวกันที่ราคาอาจมีโอกาสขึ้นมาได้ จะเห็นได้ว่าเมื่อดูจากแพทเทิร์นปีที่แล้วจะมีลักษณะคล้ายคลึงกันกับปีนี้ สรุปได้ว่า ราคาทองคำ ณ ระดับ 1,656 เหรียญในขณะนี้โดยประมาณมีโอกาสทั้งขึ้นและลงได้ขึ้นอยู่กับผลของ Fiscal Cliff ยังแนะนำให้นักลงทุนติดตามตลาดอย่างใกล้ชิดและบริหารพอร์ทให้สมดุล ถ้าราคาลงไม่หลุด 1,635 เหรียญในช่วงจากนี้ไปจนถึงเย็นวันพฤหัสบดี เชื่อว่าราคาน่าจะทรงตัวและดีดกลับขึ้นได้ ขึ้นกับผลการเจรจา Fiscal Cliff แต่ถ้าราคาหลุดแนวดังกล่าวลงมาในช่วงระหว่าง 3 วันทำการที่เหลือนี้ มีโอกาสที่ราคาจะปรับลงต่อเนื่องเช่นเดียวกัน โดยในวันนี้นักลงทุนควรมี Stop Loss ที่ระดับ 1,645 เหรียญ ซึ่งราคาน่าจะเคลื่อนตัวในกรอบแคบ เนื่องจากตลาด London ปิดทำการในวันนี้ แต่ COMEX ยังคงเปิดทำการอยู่ เชื่อว่ามีปริมาณการซือขายที่เบาบา รวมทั้ง Factory Order เริ่มปิดทำการในต่างประเทศไปหมดแล้วอันจะทำให้ไม่มี Supply Physical Gold ในตลาด อาจเป็นส่วนหนึ่งที่ลดแรงกดดันทองทำในทิศทางขาลงได้

Gold Futures Z12 จะมีแนวรับที่ระดับ 24,080 บาท และแนวต้านที่ระดับ 24,250 บาท

Gold Futures G13 จะมีแนวรับที่ระดับ 24,250 บาท และแนวต้านที่ระดับ 24,420 บาท

Silver Futures Z12 จะมีแนวรับที่ระดับ 910 บาท และแนวต้านที่ระดับ 950 บาท

คำแนะนำ

สำหรับนักลงทุนเก็งกำไรรายวัน (Swing Trade)

เก็งกำไรในภาวะการแกว่งตัวในกรอบ 1,650 — 1,665 เหรียญในวันนี้ ถ้าหลุดกรอบ 1,650 เหรียญในระยะสั้นอาจจะลงไปที่ระดับ 1,645 เหรียญก่อน จึงแนะนำให้เก็งกำไรในระยะสั้นแบบรายวัน

นักลงทุนระยะสั้น 7 — 20 วัน (Weekly Trade)

หลังจากลดพอร์ทลงไปแล้ว ช่วงนี้ก็คงรอความชัดเจนของทิศทางตลาดมากกว่าที่จะทำอะไร หากมีสถานะ Short Position อยู่ แนะนำให้ปิด Short Position ออกไปก่อน

นักลงทุนระยะยาวทองคำแท่ง

รอความชัดเจนของข่าว Fiscal Cliff ถือครองพอร์ทเท่าเดิม ไม่แนะนำให้ซื้อเพิ่ม

Gold Future series Z จะหมดอายุในอีก 4 วันทำการ แนะนำให้นักลงทุนเปลี่ยน (Roll Over) ไปถือ series G โดยไม่แนะนำให้ซื้อเพิ่มใน Series ZและหาจังหวะปิดSeries Z

บทวิเคราะห์ข้างต้น ยึดหลักตาม Technical Analysis บริษัทไม่ได้มีส่วนรับผิดชอบใดๆ ต่อการวิเคราะห์ข้างต้นและโปรดระลึกเสมอว่าการลงทุนมีความเสี่ยงโปรดใช้วิจารณญาณในการลงทุนด้วยตัวของท่านเอง

Share this post


Link to post
Share on other sites

ภาวะตลาดทองคำ by Hua Seng Heng Gold Futures

ข่าวเศรษฐกิจ ThaiPR.net -- จันทร์ที่ 24 ธันวาคม 2555 09:30:38 น.

กรุงเทพฯ--24 ธ.ค.--ฮั่วเซ่งเฮง โกลด์ ฟิวเจอร์ส

- บีโอเจประกาศอัดฉีดเม็ดเงินเพิ่มเติมอีก 10 ล้านล้านเยน

- ทองคำถูกแรงเทขายกระหน่ำจากเฮดจ์ฟันด์

- คาดราคาทองจะซบเซาต่อเนื่องใกล้เทศกาลคริสต์มาส

- ราคาทองคำเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมาเริ่มฟื้นตัว หลังจากถูกแรงเทขายอย่างกระหน่ำจากกองทุนเฮดจ์ฟันด์ โดยฟื้นตัวขึ้นจากแนวรับที่บริเวณ 1,636 ดอลลาร์ แต่ยังติดแนวต้านที่ 1,660 ดอลลาร์ ทองคำได้รับปัจจัยหนุนจากการฟื้นตัวทางเทคนิคหลังจากที่สามารถยืนเหนือแนวรับที่บริเวณ 1,636 ดอลลาร์ และสัญญาณทางด้านเทคนิคบ่งบอกว่าเกิดภาวะขายมากเกินไป (Oversold) รวมทั้งการเจรจาเพื่อแก้ไขปัญหา Fiscal cliff ของสหรัฐที่เริ่มมีปัญหาตั้งแต่ปลายสัปดาห์ที่ผ่านมาส่งผลให้มีความต้องการทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัยกลับเข้ามาemnb_18_21074.gif?564075560

- สัปดาห์นี้เข้าสู่เทศกาลคริสต์มาส ซึ่งตลาดการเงินสหรัฐจะปิดทำการเร็วกว่าปกติในวันที่ 24 ธ.ค.และปิดทำการในวันที่ 25 ธ.ค. ส่วนตลาดการเงินที่ลอนดอนปิดทำการ 2 วันในวันที่ 24 ธ.ค.และวันที่ 25 ธ.ค. ทำให้การซื้อขายทองคำในช่วงต้นสัปดาห์อาจเบาบางลง

- สำหรับการเจรจาเพื่อแก้ไขปัญหา Fiscal cliff ของสหรัฐจำเป็นต้องเจรจาต่อไปหลังวันคริสต์มาส จากเดิมที่คาดจะบรรลุข้อตกลงก่อนวันคริสต์มาส เนื่องจากแผนสองของพรรครีพับลิกันที่เสนอโดยจอห์น โบห์เนอร์ไม่ได้รับเสียงสนับสนุนที่มากพอจากสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพรรครีพับลิกัน โดยข้อเสนอนี้ระบุให้มีการปรับขึ้นภาษีกับผู้ที่มีรายได้สูงกว่า 1 ล้านดอลลาร์ต่อปี

- แนวโน้มราคาทองคำคาดสดใสขึ้นในกรณีที่สามารถทะลุและยืนเหนือแนวต้านที่ 1,660 ดอลลาร์ ซึ่งจะมีแนวต้านถัดไปที่ 1,680 ดอลลาร์ ขณะที่การเจรจาเพื่อแก้ไข Fiscal cliff ของสหรัฐที่ปัญหาเป็นปัจจัยหนุนต่อราคาทองคำ แต่นักลงทุนยังเลือกที่จะเข้าลงทุนในเงินดอลลาร์ที่มีความปลอดภัยสูงมากกว่าทองคำ ขณะที่แนวรับยังอยู่ที่ 1,636 ดอลลาร์

โกลด์ฟิวเจอร์สเดือนก.พ.56

Close chg. Support Resistance

24,280 +110 24,000/23,900 24,300/24,400

 

แนวโน้มราคาทองคำคาดแกว่งตัวในกรอบ 1,640-1,660 ดอลลาร์ ในกรณีที่นักลงทุนถือครองสถานะซื้ออยู่อาจถือครองสถานะซื้อต่อไป อาจทยอยปิดสถานะซื้อบางส่วนที่แนวต้าน 1,660 ดอลลาร์ สำหรับการเปิดสถานะซื้อรอบใหม่แนะนำเข้าเปิดสถานะซื้อสัญญาเดือนก.พ.56 หรือสัญญาเดือน G แนวรับสำหรับการเก็งกำไรฝั่งซื้ออยู่ที่ 1,636-1,640 ดอลลาร์

ซิลเวอร์ฟิวเจอร์สเดือนก.พ.56

Close chg. Support Resistance

925 - 910/900 930/950

 

สำหรับราคาโลหะเงินมีแนวโน้มที่จะอ่อนตัวลงได้ เนื่องจากโลหะเงินเป็นทั้งโลหะมีค่าและโลหะพื้นฐาน ที่อาจอ่อนตัวลงได้ตามราคาโลหะพื้นฐานที่พึ่งพิงกับภาวะเศรษฐกิจด้วย การฟื้นตัวของราคาโลหะเงินที่บริเวณ 31.0- 31.20 ดอลลาร์อาจเลือกเปิดสถานะขาย

Share this post


Link to post
Share on other sites

ภาวะตลาดทองคำ Gold Futures by Classic Gold Futures

ข่าวเศรษฐกิจ ThaiPR.net -- จันทร์ที่ 24 ธันวาคม 2555 09:41:54 น.

กรุงเทพฯ--24 ธ.ค.--คลาสสิก โกลด์ ฟิวเจอร์ส

Price Movement

ราคาทองคำในตลาด COMEX ปิดที่ 1,660.10 USDต่อออนซ์เพิ่มขึ้น 14.20 USDต่อออนซ์ มีความเคลื่อนไหวในกรอบ 1,636.30 - 1,660.50 USDต่อออนซ์ โดยในสัปดาห์ที่ผ่านมาราคาทองคำปรับตัวลดลงแรง 38 USDต่อออนซ์หรือ 2.2% จากความกังวลในเรื่อง Fiscal Cliff และการที่ตัวเลข GDP ไตรมาสที่ 3 ที่ออกมาดีเกินคาด ทำให้คาดว่าเฟดจะไม่มีมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติม สำหรับในวันศุกร์ราคาปิด rebound ขึ้นมาได้ แต่ในช่วงเช้าวันนี้ราคาเคลื่อนไหวบริเวณ 1,653 ซึ่งในสัปดาห์นี้ตลาดสำคัญหลายตลาด เช่น ตลาดในยุโรป และตลาดญี่ปุ่น ปิดทำการเนื่องในวันคริสต์มาสอีฟ และวันคริสต์มาส ทำให้ปริมาณการซื้อขายเบาบางมาก โดยประเด็นที่สร้างความกังวลให้กับนักลงทุนยังเป็นเรื่อง Fiscal Cliff และเพดานหนี้ของสหรัฐ คาดว่าในสัปดาห์นี้ราคาทองคำมีแนวรับบริเวณ 1,636 ถ้าหากหลุดแนวรับนี้จะลงไปที่บริเวณ 1,600/1,550 ส่วนแนวต้านมีที่บริเวณ 1,670/1,685 กรอบความเคลื่อนไหวในสัปดาห์หากไม่หลุด 1,636 คาดว่ากรอบจะอยู่ระหว่าง 1,636 — 1,685 แต่ถ้าหากหลุด 1,636 คาดว่ากรอบจะอยู่ระหว่าง 1,550 — 1,670 ส่วนวันนี้คาดว่าทองคำมีแนวรับบริเวณ 1,648/1,636 แนวต้านบริเวณ 1,660/1,670 แนะนำนักลงทุนระยะสั้นเปิด Short ถ้าราคา rebound ขึ้บริเวณแนวต้าน ส่วนนักลงทุนระยะกลาง — ยาว สะสม Long เพิ่มเมื่อราคาลงมาบริเวณแนวรับ 1,636/1,600/1,550emnb_1_370232.gif

Spot Gold

Technical Analysis

ภาพกราฟทางเทคนิคในรายสัปดาห์ราคามีแนวรับบริเวณเส้นกรอบล่างของ Up trend line บริเวณ 1,636 ถ้าหลุดบริเวณนี้จะมีแนวรับบริเวณ 1,600/1,550 indicator ต่างๆยังส่งสัญญาณเชิงลบ ส่วนแนวต้านมีที่บริเวณ 1,670/1,685 ส่วนในวันนี้คาดว่ามีแนวรับบริเวณ 1,648/1,636 แนวต้านบริเวณ 1,660/1,670 แนะนำนักลงทุนระยะสั้น เปิด Short เมื่อราคา rebound ขึ้นสู่แนวต้าน ส่วนนักลงทุนระยะกลาง — ยาว สะสม Long เพิ่มเมื่อราคาลงมาบริเวณแนวรับ 1,636/1,600/1,550

Key Point in Precious Market

- ปัจจัยที่มีผลกระทบต่อราคาทองคำ ค่าเงิน USD แข็งค่าขึ้น ( - ) ราคาน้ำมันอ่อนตัวลง ( - ) ความต้องการทองคำในฐานะสินทรัพย์ป้องกันเงินเฟ้อลดลง ( - ) การลด Position ของนักลงทุนในช่วงปลายปี ( - ), ความไม่แน่นอนในเรื่อง Fiscal Cliff ( +/- ), ตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐส่วนใหญ่ออกมาดี ( - ) ฟิทช์?เตือนสหรัฐอาจสูญ?เสียอันดับ?เครดิต ( + )

- ประเด็นที่ต้องติดตาม การแก้ปัญหา Fiscal Cliff ของสหรัฐ

- การรายงานข้อมูลเศรษฐกิจที่สำคัญของสหรัฐ วันจันทร์/วันอังคาร ไม่มีการรายงานข้อมูลเศรษฐกิจ วันพุธ ราคาบ้านเดือนต.ค. วันพฤหัสบดี จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ ดัชนีการผลิตเขตมิดเวสต์ เดือนพ.ย. ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคสหรัฐเดือนธ.ค. ยอดขายบ้านใหม่เดือนพ.ย. วันศุกร์ ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) เขตชิคาโกเดือนธ.ค. ยอดทำสัญญาซื้อบ้านที่รอปิดการขาย (Pending home sales) เดือนพย. ตัวเลขสต็อกน้ำมันรายสัปดาห์

- SPDR ซื้อ 0.30 ตัน ถือทองจำนวน 1,350.82 ตัน

Spot Silver

ราคาโลหะเงินปิดที่ 30.20 USDต่อออนซ์ โดยมีความเคลื่อนไหวระหว่าง 29.67 - 30.33 USDต่อออนซ์ ishares silver trust ซื้อ 150.48 ตันถือโลหะเงินจำนวน 10,045.85 ตัน คาดว่าวันนี้มีแนวรับบริเวณ 29.5/29.0 แนวต้านบริเวณ 30.3 /30.6 แนะนำนักลงทุน Trading ในกรอบแนวรับ แนวต้าน

Share this post


Link to post
Share on other sites

mts.jpg

สรุปราคาซื้อขายทองคำและ Gold Futures ภายในประเทศ ณ วันจันทร์ที่ 24 ธันวาคม พ.ศ. 2555 เวลา 09.00 น.

ราคาทองคำเปิดตลาดที่ระดับ 1,635 เหรียญ/ออนซ์ และกลับมาปิดช่วงกลางคืนที่ระดับ 1,656 (22.30 น.) เหรียญ/ออนซ์ ค่าเงินบาทปิด 30.64 บาท/ดอลลาร์ ราคาสมาคมเปิดที่ 23,750 บาท กับ 23,850 บาท และกลับมาปิดที่ 23,900 บาท กับ 24,000 บาท ปริมาณการซื้อขาย Gold Futures 50 บาท อยู่ที่ 11,383 คู่สัญญา แบบ 10 บาท อยู่ที่ 21,632 คู่สัญญา และ Silver Futures อยู่ที่ 43 คู่สัญญา Open Interest แบบ 50 บาท ลดลง 8% แบบ 10 บาท ลดลง 5% Silver Futures ลดลง 0.7% GFZ12 ปิด 24,100 บาท และ GFG12 ปิด 24,280 บาท GF10Z12 ปิดที่ 24,090 บาท GF10G12 ปิดที่ 24,280 บาท SVZ12 ช่วงกลางคืนไม่มีการซื้อขาย

สัญญา Comex ปิดเพิ่มขึ้น 14.2 ดอลลาร์ ปิดที่ระดับ 1,660.1 ดอลลาร์/ออนซ์ Silver ปิดเพิ่มขึ้น 52.5 เซ็นต์ ที่ระดับ 32.203 ดอลลาร์/ออนซ์ SPDR ถือครองทองคำ 1,350.82 ตัน (ซื้อเข้า 0.30 ตัน) น้ำมัน NYMEX ปิดลดลง 1.47 ดอลลาร์ ปิดที่ระดับ 88.66 ดอลลาร์/บาร์เรล ดาวโจนส์ลดลง 120.88 จุด ปิดที่ 13,190.84 จุด

Ratio Gold / Silver เท่ากับ 51.5 ต่อ 1

ข่าวที่สำคัญ

ที่มา Kitco, TheBullionDesk, Reuters, และ CNBC

ราคาทองคำสามารถยับยั้งการปรับตัวลดลงอย่างหนักที่เกิดขึ้นเมื่อต้นสัปดาห์ได้ โดยปรับตัวสูงขึ้น 14.2 เหรียญ มาปิดตลาด COMEX ที่ระดับ 1,660.1 เหรียญ

คอมเมิร์ซแบงก์ ได้กล่าวว่า ราคาทองคำได้ปรับตัวลดลงไปต่ำกว่าระดับเส้นค่าเฉลี่ย 200 วันเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา แต่จากข่าวที่มีกลุ่มธนาคารกลางจากประเทศต่างๆ เข้าสำรองทองคำเพิ่มเติมได้เพิ่มแรงสนับสนุนให้กับราคาทองคำ โดยบราซิลมีการสำรองทองคำเพิ่ม 14.7 ตันในเดือนพฤศจิกายน ซึ่งเป็นการซื้อเข้าเป็นครั้งที่สามในรอบเดือน ในขณะที่รัสเซียซื้อเพิ่ม 2.9 ตัน เบลารุส 1.4 ตัน และเกาหลีใต้ 14 ตัน นอกจากนี้ อิรักมีการเข้าซื้อทองคำเพื่อกักเก็บในคลังสำรองเป็นครั้งแรกนับตั้บแต่ปี 2004 จำนวน 25.2 ตันในช่วงระหว่างเดือนสิงหาคมและเดือนตุลาคม

เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา นายจอห์น โบห์นเนอร์ โฆษกสภารีพับลิกัน ได้ล้มเหลวในการลงมติแผนบี หลังจากสมาชิกพรรครีพับลิกันปฏิเสธที่จะให้กับสนับสนุนด้านกฎหมาย

นายเดนนิส การ์ทแมน บรรณาธิการการ์ทแมน เลทเธอร์ ได้กล่าวในรายงานว่า ปัญหาของนายโบห์นเนอร์ก็คือพรรคของเขาเอง รวมไปถึงสมาชิก Tea Party Republicans ที่ปฏิเสธแผนบี ตามที่สมาชิก Tea Party Republicans ได้ชนะการเลือกตั้งมาอย่างง่ายดายและไม่เกรงกลัวต่อการสูญเสียที่นั่งในอีก 2 ปีข้างหน้า ยกเว้นแต่จะมีผู้สมัครที่มีความสามารถมาจากฝั่งขวา เนื่องจากพวกเขาได้มีการเตรียมการณ์ที่คัดค้านแผนบีมาเป็นอย่างดีแล้ว ทั้งนี้ ทันทีที่มีการยกเลิกแผนบีของนายโบห์นเนอร์ ตลาดหุ้นทั่วโลกและราคาสินค้าโภคภัณฑ์ได้ปรับตัวลดลงอย่างมาก ในขณะที่ราคาทองคำปรับตัวลดลงในช่วงตลาดอิเล็กทรอนิกส์สู่ระดับต่ำสุดในรอบ 4 เดือนที่ 1,636 เหรียญ แต่สามารถกลับมาซื้อขายบริเวณ 1,650 เหรียญได้

นายโอบามาได้ออกมากระตุ้นให้ผู้นำทั้ง 2 พรรคเพื่อออกร่างกฎหมายชั่วคราวในสัปดาห์นี้เพื่อการยืดระยะเวลาการตัดลดภาษีในชนชั้นกลาง และสวัสดิการของผู้ว่างงานจำนวน 2 ล้านคนออกไป รวมถึงทำการตกลงด้านการตัดลดงบประมาณสำหรับปีหน้า ทั้งนี้รัฐสภาจะไม่มีการเปิดการประชุมจนถึงวันที่ 27 ธันวาคมเนื่องจากวันหยุด

นายมาริโอ มอนติ นายกรัฐมนตรีอิตาลี ลาออกอย่างเป็นทางการเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา หลังจากงบประมาณปีหน้าได้รับอนุมัติ ผลสำรวจเผยว่า พรรคประชาธิปไตยกลาง-ซ้าย จะชนะการเลือกตั้ง ขณะที่นายมอนติไม่ได้ชี้ชัดว่าจะลงสมัครเลือกตั้งหรือให้การสนับสนุนพรรคใดหรือไม่

ชาร์ป พิกสเล่ย์ ระบุว่า ราคาทองคำอาจมีการปรับตัวลดลงอีก หลังจากที่ล่าสุดหลุดเส้นค่าเฉลี่ย 200 วันที่ระดับ 1,669 เหรียญลงไป ซึ่งเมื่ออ้างอิงจากนักวิเคราะห์บางราย นายจิม โรเจอร์ส กล่าวว่า การที่ราคาอาจลงไปถึง 1,535 เหรียญไม่ใช่เรื่องที่น่าแปลกใจสำหรับการปรับฐานของราคาทองคำ ซึ่งอาจเห็นการปรับฐานนี้ยาวนานต่อเนื่องเป็นเวลา 15 – 16 เดือน ส่วนในระยะสั้น ดูเหมือนว่าการปรับฐานจะเกี่ยวพันกับการเทขายที่เกี่ยวกับเรื่องภาษีในช่วงสิ้นปี การปิดสถานะของกองทุนต่างๆ และความเชื่อมั่นทางยุโรปที่ฟื้นตัวในระยะสั้น รวมไปถึงทางตันในการเจรจาเรื่อง Fiscal Cliff

นายอดัม ซาร์ฮาน จากซาร์ฮาน แคปปิตอลในกรุงนิวยอร์ค มองว่า ราคาทองคำจะมีการฟื้นตัวได้ก็ต่อเมื่อราคากลับขึ้นมายืนเหนือเส้นค่าเฉลี่ย 200 วันได้ แต่ถ้าไม่เป็นเช่นนั้น ในทางเทคนิคอาจเห็นราคาลงไปทำจุดต่ำสุดถึงระดับ 1,523 เหรียญ ซึ่งทางธนาคารสวิสเซอร์แลนด์ UBS เห็นด้วยกับความเห็นดังกล่าวว่า หากราคาสามารถเบรกเส้นค่าเฉลี่ย 200 วันขึ้นมาได้จะเป็นการกระตุ้นความสนใจของนักลงทุนเป็นจำนวนมาก

Website FXEmpire ได้คาดการณ์ทองคำในวันที่ 24 ธ.ค. ว่าทองคำมีสัญญาณกลับตัวรูป "Hammer" ในระดับราคา 1,640 เหรียญ หลังจากปรับตัวลดลงในสัปดาห์ที่ผ่านมา จากความกังวล Fiscal Cliff ในคาดว่าจากการซื้อทองคำของธนาคารกลางต่างๆ จะทำให้ทองคำเป็นขาขึ้นในระยะยาว ซึ่งคาดว่าทองคำอาจแตะระดับ 1,800 เหรียญในช่วงมิ.ย. ปีหน้า

จากการที่สัปดาห์ที่ผ่านมามีการเทขายอย่างหนักในทองคำ มีการสำรวจนักวิเคราะห์จาก Kitco News Gold Survey ซึ่งจาก 19 คนมี 12 คนมองทองคำว่าจะมีการรีบาวน์ขึ้นมาในสัปดาห์นี้ เนื่องจากพวกเขาคาดการณ์ว่าทองคำจะลงไปทดสอบแนวรับรองที่จุดต่ำสุดของวัน พฤหัสบดีประมาณ 1,635 เหรียญ และจะมีการรีบาวน์ขึ้นมา รวมไปถึงพวกเขามองทองคำในปีหน้าเป็นขาขึ้นเช่นกันเมื่อนักลงทุนกลับเข้าสู่ ตลาดจากเหตุผลทางพื้นฐานในเรื่องการผ่อนคลายการเงินแบบพิเศษจากธนาคารกลาง ทั่วโลก

ในขณะที่นักวิเคราะห์ 3 รายที่คาดว่าราคาทองคำในสัปดาห์นี้จะเป็นแนวโน้มขาลงในระยะสั้น โดยมีความเสี่ยงจะมีอยู่ที่บริเวณ 1,520 เหรียญ และ 1,400 เหรียญ หากแพทเทิร์นในปัจจุบันยังคงอยู่

สำหรับกลุ่มที่มองว่าราคาทองคำในสัปดาห์นี้จะเคลื่อนตัวในทิศทาง Sideways ให้เหตุผลว่า ตลาดจะเข้าสู่ช่วงวันหยุดอย่างเป็นทางการ และจะมีปริมาณการซื้อขายที่เบาบาง

นอกจากนี้ ยังมีข่าวจากทาง Kitco News ที่ระบุว่า ในสัปดาห์นี้จะมีการซื้อขายที่เบาบาง เนื่องจากตลาดยุโรปได้หยุดทำการไปแล้วสำหรับเทศกาลคริสมาสต์อีฟ ตลาดญี่ปุ่นเช่นกันที่ปิดทำการในวันนี้ และตลาดส่วนใหญ่จะปิดทำการในวันอังคารสำหรับเทศกาลคริสมาสต์และตลาดแคนาดา อังกฤษ ออสเตรเลียจะปิดในวันพุธสำหรับวัน Boxing Day ส่วนตลาด COMEX จะเปิดทำการปกติในวันนี้ แต่ตลาดอิเล็กทรอนิกส์จะปิดเร็วกว่าปกติ และตลาด COMEX จะปิดทำการในวันอังคาร กลับมาเปิดอีกทีในวันพุธ

ตัวเลขเศรษฐกิจที่ประกาศเมื่อคืนวันศุกร์

- Core Durable Goods Orders m/m ตัวเลขจริงออกมาที่ 1.6% จากตัวเลขเดิมอยู่ที่ 1.9%

- Core PCE Price Index m/m ตัวเลขจริงออกมาที่ 0.0% จากตัวเลขเดิมอยู่ที่ 0.1%

- Durable Goods Orders m/m ตัวเลขจริงออกมาที่ 0.7% จากตัวเลขเดิมอยู่ที่ 1.1%

- Personal Spending m/m ตัวเลขจริงออกมาที่ 0.4% จากตัวเลขเดิมอยู่ที่ -0.1%

- Revised UoM Consumer Sentiment ตัวเลขจริงออกมาที่ 72.9% จากตัวเลขเดิมอยู่ที่ 74.5

ตัวเลขเศรษฐกิจวันนี้

- ไม่มีตัวเลขเศรษฐกิจที่สำคัญ เนื่องจากเป็นวันหยุด

วิเคราะห์ทางเทคนิค

Gold – ราคาทองคำมี Technical Rebound กลับขึ้นมาได้ในช่วงการซื้อขายวันศุกร์ โดยที่มีปริมาณการซื้อขายเบาบางลง ในขณะที่ SPDR ซื้อทองคำเพิ่มอีก 0.3 ตันมาถือครองที่ระดับ 1,350.82 ตัน และในช่วงที่ราคาทองตก SPDR มีขายแค่ 0.9 ตัน เมื่อวันที่ 17 ธันวาคมที่ผ่านมา สรุปได้ว่าโดยภาพรวมตัวเลขเศรษฐกิจที่ออกมาในวันศุกร์ออกมาค่อนข้างดีโดยที่ มีการคำนวณอัตราเงินเฟ้อใหม่ซึ่งเทียบกับเงินดอลลาร์เพิ่มขึ้นประมาณ 0.6% และตลาดโดยทั่วไปยังรอผล Fiscal Cliff ซึ่งจะมีการประชุมอีกทีในวันพฤหัสบดีที่ 27 ธ.ค. ซึ่งขึ้นกับผลของการประชุมว่าจะออกมาอย่างไร ถ้าตกลงกันไม่ได้เลยและเกิด Fiscal Cliff ขึ้นมาโดยภาพรวมดอลลาร์จะปรับตัวแข็งขึ้นในฐานะ Safe Haven ก่อนและทองคำน่าจะตก แต่ถ้า Fiscal Cliff คุยกันได้รู้เรื่องและสามารถตกลงกันได้ นักลงทุนก็คงจะลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยงต่อไป ทองคำน่าจะปรับตัวขึ้น ดังนั้นในคืนวันพฤหัสบดีนี้จึงน่าจะมีความสำคัญว่าจะ มีการออกมาแถลงหรือไม่อย่างไร สำหรับทางเทคนิคราคาทองคำเข้าสู่แนวโน้มขาลง เนื่องจากราคายังคงอยู่ใต้เส้นค่าเฉลี่ย 200 วัน Oscillator โดยทั่วไปยังอยู่ใต้ระดับ 0 บ่งบอกถึงภาวะที่ยังกดดันในทิศทางขาลงอยู่ อย่างไรก็ดีเนื่องจากเป็นการเล่นข่าวค่อนข้างมากในช่วงนี้จึงมีโอกาสเช่น เดียวกันที่ราคาอาจมีโอกาสขึ้นมาได้ จะเห็นได้ว่าเมื่อดูจากแพทเทิร์นปีที่แล้วจะมีลักษณะคล้ายคลึงกันกับปีนี้ สรุปได้ว่า ราคาทองคำ ณ ระดับ 1,656 เหรียญในขณะนี้โดยประมาณมีโอกาสทั้งขึ้นและลงได้ขึ้นอยู่กับผลของ Fiscal Cliff ยังแนะนำให้นักลงทุนติดตามตลาดอย่างใกล้ชิดและบริหารพอร์ทให้สมดุล ถ้าราคาลงไม่หลุด 1,635 เหรียญในช่วงจากนี้ไปจนถึงเย็นวันพฤหัสบดี เชื่อว่าราคาน่าจะทรงตัวและดีดกลับขึ้นได้ ขึ้นกับผลการเจรจา Fiscal Cliff แต่ถ้าราคาหลุดแนวดังกล่าวลงมาในช่วงระหว่าง 3 วันทำการที่เหลือนี้ มีโอกาสที่ราคาจะปรับลงต่อเนื่องเช่นเดียวกัน โดยในวันนี้นักลงทุนควรมี Stop Loss ที่ระดับ 1,645 เหรียญ ซึ่งราคาน่าจะเคลื่อนตัวในกรอบแคบ เนื่องจากตลาด London ปิดทำการในวันนี้ แต่ COMEX ยังคงเปิดทำการอยู่ เชื่อว่ามีปริมาณการซือขายที่เบาบา รวมทั้ง Factory Order เริ่มปิดทำการในต่างประเทศไปหมดแล้วอันจะทำให้ไม่มี Supply Physical Gold ในตลาด อาจเป็นส่วนหนึ่งที่ลดแรงกดดันทองทำในทิศทางขาลงได้

Gold Futures Z12 จะมีแนวรับที่ระดับ 24,080 บาท และแนวต้านที่ระดับ 24,250 บาท

Gold Futures G13 จะมีแนวรับที่ระดับ 24,250 บาท และแนวต้านที่ระดับ 24,420 บาท

Silver Futures Z12 จะมีแนวรับที่ระดับ 910 บาท และแนวต้านที่ระดับ 950 บาท

คำแนะนำ

สำหรับนักลงทุนเก็งกำไรรายวัน (Swing Trade)

เก็งกำไรในภาวะการแกว่งตัวในกรอบ 1,650 – 1,665 เหรียญในวันนี้ ถ้าหลุดกรอบ 1,650 เหรียญในระยะสั้นอาจจะลงไปที่ระดับ 1,645 เหรียญก่อน จึงแนะนำให้เก็งกำไรในระยะสั้นแบบรายวัน

นักลงทุนระยะสั้น 7 – 20 วัน (Weekly Trade)

หลังจากลดพอร์ทลงไปแล้ว ช่วงนี้ก็คงรอความชัดเจนของทิศทางตลาดมากกว่าที่จะทำอะไร หากมีสถานะ Short Position อยู่ แนะนำให้ปิด Short Position ออกไปก่อน

นักลงทุนระยะยาวทองคำแท่ง

รอความชัดเจนของข่าว Fiscal Cliff ถือครองพอร์ทเท่าเดิม ไม่แนะนำให้ซื้อเพิ่ม

Gold Future series Z จะหมดอายุในอีก 4 วันทำการ แนะนำให้นักลงทุนเปลี่ยน (Roll Over) ไปถือ series G โดยไม่แนะนำให้ซื้อเพิ่มใน Series ZและหาจังหวะปิดSeries Z

บทวิเคราะห์ข้างต้น ยึดหลักตาม Technical Analysis บริษัทไม่ได้มีส่วนรับผิดชอบใดๆ ต่อการวิเคราะห์ข้างต้นและโปรดระลึกเสมอว่าการลงทุนมีความเสี่ยงโปรดใช้วิจารณญาณในการลงทุนด้วยตัวของท่านเอง

Share this post


Link to post
Share on other sites

สวัสดีคะเพื่อนๆทุกท่าน :01 สวัสดีวันX'masด้วยมีความสุขในการลงทุนนะคะวันนี้เอ๋กลับมาทำหน้าที่เดิมแล้วคะ :17 หายไปหลายวันประชุมงานหลายเรื่องเลยวันนี้สามีส่งมา1กราฟนะคะ"24-12-2012-1.gifจากกราฟจะเห็นว่าทองเริ่มรีบาวขึ้นมาบ้างแล้วเป้าหมายในการรีบาวขึ้นน่าจะอยู่ที่แนวต้านสีเหลืองสีส้มและเเนวต้านสีเขียวอินดี้donchainแถวๆ1660-1675โดยประมาณครับ :aa หากเป็นการเล่นคลื่น1h3จริงๆและตอนนี้กำลังรีบาว1h4น่าจะขึ้นไม่เกินแนวต้านสีส้มแถวๆ1675จากนั้นก็ลงต่อมาที่1614-1595-1578 :aa ตามลำดับแต่ส่วนตัวด้วยความเป็นขาลงและดูๆแล้วแนวรับสำคัญ1600ไม่น่าหลุดลงไปไกลนักจึงมองแค่อาจทดสอบ1614-1595เท่านั้นส่วนขณะทที่อินดี้ฟิชเชอร์บีบีก็เริ่มยกตัวแล้วดูแล้วไม่น่ามีแรงไปได้ไกลไปได้อีกนิดหน่อยและอาจจะมีย่อตัวสักเล็กน้อยแต่ตรงนี้ก้สามารถกลับตัวเป็นจุดขึ้นได้เหมือนกันมุมมองวันนี้หากย่อมาแถวๆ1640อีกครั้งสำหรับgs&gfค่อยเข้าbuyและcutlossหากหลุด1635เป้าปิดแถวๆ1675-1684 :aa รอดูว่าผ่าน1684รึไม่ถ้าไม่ผ่านมารอbuyใหม่ที่1614-1595แต่ถ้าผ่านรอดูสถานการณ์ให้ขึ้นให้สุดแล้วรอย่อค่อยเก็บส่วนทองแท่ง :Announce หากได้เก็บแถวๆ1640ถือต่อไปโลดรอย่อต่ำกว่าตรง1640ที่เก็บสัก250ค่อยซื้อเพิ่มเป้าหมายปิดระยะสั้น1800ระยะยาว2000ขึ้นไปตรง1640เป็นจุดที่สวยเลยทีเดียวพร้อมกลับตัวได้หากผ่าน1684มาลุ้นให้ผ่าน1684กันดีกว่า :57 ชาวดอยจะได้มีเฮก่อนปีใหม่

:17 แต่ว่าวันนี้อเมริกาหยุดป่าวครับ"จบการรายงานข่าวคะ :Announce

ปล.ขอให้เพื่อนๆโชคดีในวันคริสมาสนะคะ :bye

  • Like 4

Share this post


Link to post
Share on other sites

น้ำมัน WTI ปรับลบ 14 เซนต์ เหตุวิตกเจรจาเลี่ยงหน้าผาการคลังสหรัฐ

ข่าวต่างประเทศ สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ) -- จันทร์ที่ 24 ธันวาคม 2555 10:32:58 น.

สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) เดือนก.พ.ปรับตัวลง 14 เซนต์ แตะที่ 88.52 ดอลลาร์/บาร์เรลในการซื้อขายทางระบบอิเล็กทรอนิกเมื่อเวลา 09.31 น.ตามเวลาสิงคโปร์ในวันนี้ จากความวิตกที่ว่าสหรัฐอาจไม่สามารถเลี่ยงภาวะหน้าผาทางการคลัง (fiscal cliff) ได้ ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจของประเทศ

ราคาน้ำมันปรับตัวใกล้ระดับต่ำสุดในรอบราว 1 สัปดาห์ ท่ามกลางความเป็นไปได้ที่ว่าพรรครีพับลิกันและเดโมแครตอาจไม่สามารถบรรลุข้อตกลงเพื่อสกัดการปรับขึ้นภาษีและลดรายจ่ายวงเงินกว่า 6 แสนล้านดอลลาร์ได้ภายในสิ้นปีนี้ หลังจากที่เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา บรรดาผู้นำของพรรครีพับลิกันในสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐได้ประกาศเลื่อนการลงมติร่างกฎหมายภาษี ซึ่งเป็นร่างกฎหมายที่มีวัตถุประสงค์เพื่อหลีกเลี่ยงภาวะหน้าผาการคลัง เนื่องจากร่างกฎหมายดังกล่าวไม่ได้รับเสียงสนับสนุนมากพอจากภายในพรรคที่จะทำให้ผ่านการลงคะแนนได้emnb_18_18900.gif?581336532emnb_1_370236.gif

อินโฟเควสท์ แปลและเรียบเรียงโดย พันธุ์ทิพย์ คำเพิ่มพูล โทร.02-2535000 อีเมล์: pantip@infoquest.co.th--

 

ภาวะตลาดหุ้นนิวยอร์ก: ดาวโจนส์ปิดร่วง 120.88 จุด เหตุวิตกหน้าผาการคลัง

ข่าวหุ้น-การเงิน สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ) -- เสาร์ที่ 22 ธันวาคม 2555 06:52:05 น.

ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดร่วงลงเมื่อคืนนี้ (21 ธ.ค.) หลังจากที่ข้อเสนอเพื่อหลีกเลี่ยงภาวะหน้าผาการคลังของนายจอห์น โบห์เนอร์ ประธานสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐ ได้ถูกเลื่อนการลงมติออกไป ซึ่งจุดปะทุความหวั่นวิตกว่าสหรัฐอาจหนีไม่พ้นวิกฤตงบประมาณที่กำลังใกล้เข้ามาทุกขณะ อันจะส่งผลกระทบอย่างหนักต่อแนวโน้มเศรษฐกิจของประเทศemnb_18_18900.gif?1678069428emnb_1_370235.gif

ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปรับตัวลง 120.88 จุด หรือ 0.91% ปิดที่ 13,190.84 จุด ดัชนี S&P 500 ลดลง 13.54 จุด หรือ 0.94% ปิดที่ 1,430.15 จุด และดัชนี Nasdaq ร่วงลง 29.38 จุด หรือ 0.96% ปิดที่ 3,021.01 จุด

ข้อเสนอ "แผนสอง" ของนายโบห์เนอร์ ซึ่งครอบคลุมการขึ้นภาษีสำหรับครัวเรือนที่มีรายได้สูงกว่า 1 ล้านดอลลาร์ ไม่ได้รับการสนับสนุนจากบรรดาสมาชิกสภานิติบัญญัติมากพอ ซึ่งดับความหวังก่อนหน้านี้ที่ว่าสภาคองเกรสสหรัฐจะสามารถบรรลุข้อตกลงงบประมาณได้อย่างรวดเร็ว

"พระเจ้าเท่านั้นที่รู้ว่าเราจะทำสำเร็จหรือไม่" สื่อสหรัฐรายงานคำกล่าวของโบห์เนอร์เกี่ยวกับการบรรลุข้อตกลงก่อนถึงกำหนดเส้นตายในวันที่ 1 ม.ค.2556

ออตโต เวเซอร์ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการลงทุนของรีเสิร์ช แอนด์ แอสเส็ท แมเนจเมนท์ ในซูริคกล่าวว่า เรายังไม่สามารถตัดความเป็นไปได้ในเรื่องที่ว่าวิกฤตการคลังอาจฉุดรั้งเศรษฐกิจสหรัฐลง 2% ในช่วงครึ่งแรกของปี 2556

เมื่อต้นสัปดาห์นี้ ดัชนีหุ้นสหรัฐเดินหน้าขึ้นคึกคัก เนื่องจากนักลงทุนเชื่อว่าทำเนียบขาวและสภาคองเกรสจะบรรลุข้อตกลงงบประมาณได้ก่อนกำหนดเส้นตายในปีหน้า ซึ่งจะช่วยให้สหรัฐไม่ต้องเผชิญกับภาวะที่จะมีการปรับลดรายจ่ายและขึ้นภาษีโดยอัตโนมัติ หรือที่รู้จักกันโดยทั่วไปว่าภาวะหน้าผาการคลัง (fiscal cliff)

สำหรับข้อมูลเศรษฐกิจที่มีการเปิดเผยเมื่อวันศุกร์นั้น ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคโดยรอยเตอร์/มหาวิทยาลัยมิชิแกนลดลงแตะ 72.9 ในเดือนธ.ค. ซึ่งนับว่าอ่อนแอที่สุดนับตั้งแต่เดือนก.ค.ที่ผ่านมา และต่ำกว่ารายงานช่วงต้นเดือน

อย่างไรก็ดี วอลล์สตรีทยังได้รับแรงหนุนบางส่วนจากข้อมูลเศรษฐกิจอื่นๆที่สดใส ซึ่งช่วยกระตุ้นให้มีแรงซื้อเข้ามาพยุงตลาดได้อยู่บ้าง โดยสำนักสถิติแรงงานเผยว่า อัตราว่างงานเดือนพ.ย.ร่วงลงใน 45 รัฐและดิสทริก ออฟ โคลัมเบีย

ขณะที่ยอดสั่งซื้อสินค้าคงทนเพิ่มขึ้น 0.7% ในเดือนพ.ย. บ่งชี้ว่าบริษัทต่างๆกำลังวางแผนขยายธุรกิจในปีหน้า ส่วนรายได้ส่วนบุคคลของชาวอเมริกันเพิ่มขึ้น 0.6% ในเดือนที่แล้ว ซึ่งนับว่ามากสุดตั้งแต่เดือนก.พ. หลังจากที่ลดลง 0.3% ในเดือนก่อนหน้า ด้านการใช้จ่ายของผู้บริโภคสหรัฐเพิ่มขึ้น 0.4% ในเดือนพ.ย.

ในส่วนของหุ้นที่โดดเด่นนั้น หุ้น Halozyme Therapeutics พุ่ง 27.36% หลังจากที่บริษัทประกาศในช่วงเช้าวันศุกร์ว่า บริษัทได้ทำข้อตกลงความร่วมมือและใบอนุญาตทั่วโลกกับไฟเซอร์ เพื่อพัฒนาและทำตลาดผลิตภัณฑ์ต่างๆที่รวมชีวสารของไฟเซอร์กับเทคโนโลยี Enhanz ของ Halozyme

ส่วนหุ้นรีเสิร์ช อิน โมชั่น ผู้ผลิตแบล็กเบอร์รีร่วง 22.73% เนื่องจากนักลงทุนกังวลเกี่ยวกับโครงสร้างการเก็บค่าบริการใหม่ที่อาจส่งผลกระทบต่อรายได้ของบริษัท

หุ้นกลุ่มธนาคารเป็นแกนนำหุ้นลบเมื่อวันศุกร์ โดยซิตี้กรุ๊ปร่วง 1.69% แตะ 39.49 ดอลลาร์ ขณะที่แบงก์ ออฟ อเมริกา ลดลง 2.00% แตะที่ 11.29 ดอลลาร์

ทั้งนี้ ตลาดหุ้นสหรัฐจะเปิดทำการครึ่งวันในวันจันทร์นี้ และจะปิดทำการซื้อขายในวันอังคาร เนื่องในวันคริสต์มาส

อินโฟเควสท์ แปลและเรียบเรียงโดย ปนัยดา ปัทมโกวิท โทร.02-2535000 ต่อ 323 อีเมล์: panaiyada@infoquest.co.th--

Share this post


Link to post
Share on other sites

Join the conversation

You can post now and register later. If you have an account, sign in now to post with your account.

Guest
Reply to this topic...

×   Pasted as rich text.   Paste as plain text instead

  Only 75 emoji are allowed.

×   Your link has been automatically embedded.   Display as a link instead

×   Your previous content has been restored.   Clear editor

×   You cannot paste images directly. Upload or insert images from URL.

Loading...

  • Recently Browsing   0 members

    No registered users viewing this page.

×
×
  • Create New...