Jump to content
Update
 
 
Gold
 
USD/THB
 
สมาคมฯ
 
Gold965%
 
Gold9999
 
CrudeOil
 
USDX
 
Dowjones
 
GLD10US
 
HUI
 
SPDR(ton)
 
Silver
 
Silver/Oz
 
Silver/Baht
 
tt2518

ขอเดา(ราคาทอง)กับเขาบ้าง

Recommended Posts

เฟดมีมติลด QE ลงอีก 1 หมื่นล้านดอลลาร์ เผยยังตรึงดอกเบี้ยระดับต่ำต่อไป

 

 

 

ข่าวเศรษฐกิจ สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ) -- พฤหัสบดีที่ 31 กรกฎาคม 2557 05:51:15 น.

คณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงิน (เอฟโอเอ็มซี) ของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) มีมติปรับลดขนาดมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ (QE) ลงอีก 1 หมื่นล้านดอลลาร์ ในการประชุมระยะเวลา 2 วันซึ่งเสร็จสิ้นเมื่อวานนี้ (30 ก.ค.) ส่งผลให้วงเงินการซื้อพันธบัตรปรับตัวลงมาอยู่ที่ระดับ 2.5 หมื่นล้านดอลลาร์ต่อเดือน จากระดับ 3.5 หมื่นล้านดอลลาร์ต่อเดือน ซึ่งบ่งชี้ว่าเฟดจะยังคงเดินหน้าปรับลด QE ไปจนจบโครงการในปีนี้

 

แถลงการณ์ภายหลังการประชุมของเฟดระบุว่า "ข้อมูลที่คณะกรรมการเฟดได้รับตั้งแต่การประชุมเมื่อเดือนมิ.ย. สะท้อนให้เห็นว่า กิจกรรมทางเศรษฐกิจยังคงมีอัตราการเติบโตที่ดีในไตรมาส 2 ขณะที่ภาวะในตลาดแรงงานฟื้นตัวขึ้น โดยอัตราว่างงานปรับตัวลงมาอยู่ที่ระดับ 6.1% ในเดือนมิ.ย. ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนก.ย.ปี 2551 ส่วนการใช้จ่ายภาคครัวเรือนปรับตัวขึ้นปานกลาง และการลงทุนในสินทรัพย์ถาวรของภาคธุรกิจก็ขยายตัวได้ดีเช่นกัน อย่างไรก็ตาม การฟื้นตัวในตลาดที่อยู่อาศัยยังคงเป็นไปอย่างล่าช้า"

 

ในการประชุมครั้งนี้ คณะกรรมการเฟดยังคงตรึงอัตราดอกเบี้ยระยะสั้น (fed fund rate) เอาไว้ที่ระดับ 0-0.25% พร้อมกับระบุว่า เฟดจะยังคงตรึงอัตราดอกเบี้ยระยะสั้นเอาไว้ที่ระดับใกล้ศูนย์ต่อไปอีก แม้ว่าโครงการซื้อพันธบัตรสิ้นสุดลงตามกำหนด

 

อินโฟเควสท์ แปลและเรียบเรียงโดย รัตนา พงศ์ทวิช โทร.02-2535000 ต่อ 327 อีเมล์: ratana@infoquest.co.th--

  • Like 1

Share this post


Link to post
Share on other sites

ลงแรง ขึ้นแรง เมื่อคืน

 

ขอบคุณป๋านะครับ

  • Like 1

Share this post


Link to post
Share on other sites

ขอขอบใจคุณเด็ดขายของหลายเด้อข้รน้อย

  • Like 1

Share this post


Link to post
Share on other sites

นักบริหารเงิน กล่าวว่า เงินบาทเปิดตลาดเช้านี้อยู่ที่ระดับ 31.99/32.01 บาท/ดอลลาร์ อ่อนค่าจากช่วงเย็นวานนี้ที่ปิดตลาดที่ระดับ 31.8/89 บาท/ดอลลาร์

 

เงินบาทวันนี้มีทิศทางอ่อนค่า เนื่องจากล่าสุดในการประชุมคณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงิน(FOMC) ธนาคารกลางสหรัฐ(FED) มีมติปรับลด QE ลงอีก 1 หมื่นล้านดอลลาร์ ซึ่งเป็นไปตามที่ตลาดคาดการณ์ไว้ ประกอบกับตัวเลข GDP ของสหรัฐไตรมาส 2/57 ออกมาดี โดยขยายตัว 4% ซึ่งสูงกว่าที่ตลาดคาดการณ์ ส่งผลให้ดอลลาร์สหรัฐปรับตัวแข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับสกุลเงินอื่นๆ

 

"บาทวันนี้คงมีทิศทางอ่อนค่า เพราะเมื่อคืน FOMC ก็มีมติลด QE ลงตามคาด รวมทั้งตัวเลข GDP ไตรมาส 2 ของสหรัฐฯ ออกมาดีกว่าที่ตลาดคาด" นักบริหารเงิน ระบุ

 

นักบริหารเงิน คาดว่า วันนี้เงินบาทจะเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบ 31.95-32.10 บาท/ดอลลาร์

 

* ปัจจัยสำคัญ

 

- เปิดตลาดเช้านี้ เงินเยนอยู่ที่ระดับ 102.77/80 เยน/ดอลลาร์ จากช่วงเย็นวานนี้ที่ระดับ 102.20 เยน/ดอลลาร์

 

- ส่วนเงินยูโร เช้านี้อยู่ที่ระดับ 1.3396/3398 ดอลลาร์/ยูโร จากช่วงเย็นวานนี้ที่ระดับ 1.3399/3400 ดอลลาร์/ยูโร

 

- อัตราแลกเปลี่ยนบาท/ดอลลาร์ ถัวเฉลี่ยถ่วงน้ำหนักระหว่างธนาคารของธปท.อยู่ที่ระดับ 31.8640 บาท/ดอลลาร์

 

- หอการค้าไทย ยืนยันเศรษฐกิจไทยฟื้นตัว ชี้ตัวเลขการขยายตัวดีขึ้นไตรมาสต่อไตรมาส ขณะที่ความเชื่อมั่นภาคเอกชนเริ่มกลับมา ส่งผลภาคอุตสาหกรรมเริ่มลงทุนอีกครั้งหลังได้บีโอไอและใบอนุญาต รง. 4 สศค. ปรับประมาณการใหม่คาดปีนี้เศรษฐกิจไทยโต 2% มั่นใจครึ่งปีหลังพุ่งแตะ 4.3% ของจีพีดี

 

- นายแบงก์แนะผู้ประกอบการกู้ระยะยาวล็อกสภาพคล่องและต้นทุน หวั่นเฟดขึ้นดอกเบี้ยกลางปีหน้าเงินไหลออกดอกเบี้ยเพิ่ม ด้านกสิกรไทยห่วงปัญหาหนี้ครัวเรือน คุมสินเชื่อโตตามเป้า 6-9% ส่วนกรุงไทย ให้กู้สูงสุด 1 ล้านบาท ไม่ต้องมีหลักประกันดอกเบี้ย 18% ต่อปี

 

- ทีเอ็มบีเตือนสภาพคล่องในระบบจะลดลงในปีหน้าหลังโครงการลงทุนภาครัฐ-เอกชนฟื้นตัวชัดเจน แนะเตรียมพร้อมบริหารเงินทุน-ต้นทุน ขณะที่ค่าบาทจะยังผันผวนต่อจนกว่าสหรัฐฯ จะมีสัญญาณชัดเจนถึงระยะเวลาขึ้นดอกเบี้ย คาดปลายปีเงินฝากแข็งแรงขึ้น

 

- คณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงิน (FOMC) ของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) มีมติปรับลดขนาดมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ(QE) ลงอีก 1 หมื่นล้านดอลลาร์ ในการประชุมระยะเวลา 2 วันซึ่งเสร็จสิ้นเมื่อวานนี้ (30 ก.ค.) ส่งผลให้วงเงินการซื้อพันธบัตรปรับตัวลงมาอยู่ที่ระดับ 2.5 หมื่นล้านดอลลาร์/เดือน จากระดับ 3.5 หมื่นล้านดอลลาร์/เดือน บ่งชี้ว่าเฟดจะยังคงเดินหน้าปรับลด QE ไปจนจบโครงการในปีนี้

 

พร้อมกันนี้ คณะกรรมการฯ ยังคงตรึงอัตราดอกเบี้ยระยะสั้น(fed fund rate) เอาไว้ที่ระดับ 0-0.25% โดยระบุว่าจะยังคงตรึงอัตราดอกเบี้ยระยะสั้นเอาไว้ที่ระดับใกล้ 0% ต่อไปอีก แม้ว่าโครงการซื้อพันธบัตรสิ้นสุดลงตามกำหนด

 

- ดอลลาร์สหรัฐปรับตัวขึ้นเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักอื่นๆเมื่อคืนนี้ (30 ก.ค.) หลังจากมีข้อมูลที่แสดงให้เห็นว่าเศรษฐกิจสหรัฐขยายตัว 4% ในช่วงไตรมาส 2 ปีนี้ ซึ่งสูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ว่าจะขยายตัว 3%

 

- สมาคมแลกเปลี่ยนทองคำและเงินของจีน เปิดเผยว่า ราคาทองคำที่ตลาดฮ่องกงลดลง 30 ดอลลาร์ฮ่องกง เปิดที่ระดับ 11,980 ดอลลาร์ฮ่องกง/ตำลึงในวันนี้ โดยราคาดังกล่าวเทียบเท่ากับ 1,297.58 ดอลลาร์สหรัฐ/ทรอยออนซ์ ลดลง 3.25 ดอลลาร์สหรัฐ ที่อัตราแลกเปลี่ยนล่าสุด 1 ดอลลาร์สหรัฐ/ 7.75 ดอลลาร์ฮ่องกง

 

- สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดลบเมื่อคืนนี้ หลังจากสำนักงานสารสนเทศด้านการพลังงานของรัฐบาลสหรัฐ (EIA) เปิดเผยว่า สต็อกน้ำมันเบนซินปรับตัวเพิ่มขึ้นในสัปดาห์ที่แล้ว ซึ่งทำให้นักลงทุนวิตกกังวลเกี่ยวเกี่ยวกับการชะลอตัวของอุปสงค์พลังงาน โดยสัญญาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนก.ย.ลดลง 70 เซนต์ ปิดที่ 100.27 ดอลลาร์/บาร์เรล ส่วนสัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ (BRENT) ส่งมอบเดือนก.ย.ที่ตลาดลอนดอน ร่วงลง 1.21 ดอลลาร์ ปิดที่ 106.51 ดอลลาร์/บาร์เรล

 

- นักลงทุนจับตาดูตัวเลขจ้างงานนอกภาคการเกษตรประจำเดือนก.ค.ของสหรัฐในวันศุกร์นี้ โดยนักวิเคราะห์คาดว่าตัวเลขจ้างงานจะเพิ่มขึ้นราว 230,000 ตำแหน่ง ซึ่งชะลอลงจากเดือนมิ.ย.ที่เพิ่มขึ้น 288,000 ตำแหน่ง และคาดว่าอัตราว่างงานจะทรงตัวที่ระดับ 6.1% ในเดือนก.ค.

 

ที่มา : สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (วันที่ 31 กรกฎาคม 2557)

Share this post


Link to post
Share on other sites

สำนักงานสถิติแห่งชาติของยูเครนเปิดเผยว่า ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) ของยูเครนในไตรมาส 2 ของปี 2557 หดตัวลง 4.7% จากปีก่อน โดยเป็นไตรมาสสองติดต่อกันที่เศรษฐกิจยูเครนหดตัวลง ท่ามกลางสถานการณ์บ้านเมืองที่ยังคงไม่สงบ และส่งผลเลวร้ายกว่าที่คาดการณ์ไว้

 

ก่อนหน้านี้กระทรวงการพัฒนาเศรษฐกิจและการค้าของยูเครนคาดการณ์ไว้ว่า จีดีพีในช่วงเดือนเมษายน-มิถุนายนจะลดลง 3% เมื่อเทียบเป็นรายปี

 

ขณะเดียวกัน ตัวเลขอย่างเป็นทางการจากสำนักงานสถิติชี้ว่า จีดีพีของยูเครนดิ่งลง 2.3% เมื่อเทียบรายไตรมาส

 

ที่มา สำนักข่าวอินโฟเควสทื (30/07/57)

 

 

 

Share this post


Link to post
Share on other sites

ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ได้ออกแถลงการณ์ภายหลังการประชุมคณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงิน (FOMC) ซึ่งเสร็จสิ้นลงเมื่อคืนนี้ว่า ข้อมูลที่ได้รับนับตั้งแต่ที่คณะกรรมการ FOMC ประชุมกันในเดือนมิ.ย.บ่งชี้ว่า การขยายตัวของกิจกรรมทางเศรษฐกิจได้ฟื้นตัวขึ้นในช่วงไตรมาส 2 ภาวะตลาดแรงงานได้ปรับตัวดีขึ้น โดยอัตราว่างงานลดลงต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม ปัจจัยชี้วัดต่างๆเกี่ยวกับตลาดแรงงานบ่งชี้ว่ายังคงมีการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรแรงงานในระดับที่ต่ำเกินไปอย่างมาก การใช้จ่ายภาคครัวเรือนดูเหมือนจะเพิ่มขึ้นปานกลางและการลงทุนในสินทรัพย์ถาวรของภาคธุรกิจได้ปรับตัวขึ้นอีกครั้ง ขณะที่การฟื้นตัวในภาคที่อยู่อาศัยยังคงชะลอลง นโยบายการคลังกำลังสกัดการขยายตัวทางเศรษฐกิจ แม้ว่าผลกระทบกำลังลดน้อยลง ส่วนเงินเฟ้อได้ปรับตัวต่ำกว่าเป้าหมายระยะยาวของคณะกรรมการ แต่การคาดการณ์เงินเฟ้อระยะยาวยังคงทรงตัว

 

คณะกรรมการ FOMC พยายามที่จะสนับสนุนการจ้างงานให้ขยายตัวในระดับสูงสุดและสร้างเสถียรภาพด้านราคา ซึ่งสอดคล้องกับขอบเขตอำนาจหน้าที่ของเฟด คณะกรรมการคาดว่า ด้วยการผ่อนคลายนโยบายอย่างเหมาะสม กิจกรรมทางเศรษฐกิจจะขยายตัวปานกลาง และภาวะตลาดแรงงานจะยังคงปรับตัวดีขึ้นอย่างค่อยเป็นค่อยไป สู่ระดับที่คณะกรรมการพิจารณาว่าสอดคล้องกับเป้าหมายหลัก 2 ประการ คณะกรรมการเล็งเห็นความเสี่ยงต่อแนวโน้มสำหรับกิจกรรมทางเศรษฐกิจและตลาดแรงงาน ซึ่งเกือบจะมีความสมดุล และประเมินว่าความเป็นไปได้ที่เงินเฟ้อจะปรับตัวต่ำกว่า 2% อย่างต่อเนื่องนั้น ได้ลดลงไปบ้าง

 

ในปัจจุบันนี้ คณะกรรมการพิจารณาว่ามีเศรษฐกิจโดยรวมมีความแข็งแกร่งอย่างมีนัยสำคัญเพียงพอที่จะช่วยหนุนการปรับตัวดีขึ้นต่อเนื่องของภาวะตลาดแรงงาน และหลังจากมีความคืบหน้ามากขึ้นสู่การจ้างงานในระดับสูงสุดและการปรับตัวดีขึ้นของแนวโน้มสำหรับตลาดแรงงาน นับตั้งแต่เริ่มโครงการซิ้อสินทรัพย์ในปัจจุบันนั้น คณะกรรมการได้ตัดสินใจที่จะปรับลดขนาดการซื้อสินทรัพย์ลงอย่างระมัดระวังต่อไป ซึ่งจะเริ่มในเดือนส.ค. โดยคณะกรรมการจะซื้อหลักทรัพย์ที่มีสัญญาจำนองค้ำประกัน (MBS) ของหน่วยงานที่รัฐบาลให้การสนับสนุนในวงเงิน 1.0 หมื่นล้านดอลลาร์ต่อเดือน จากเดิม 1.5 หมื่นล้านดอลลาร์ต่อเดือน และจะซื้อพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐที่มีอายุการไถ่ถอนนานขึ้นในวงเงิน 1.5 หมื่นล้านดอลลาร์ต่อเดือน จากเดิม 2.0 หมื่นล้านดอลลาร์ต่อเดือน คณะกรรมการยังคงดำเนินนโยบายที่มีอยู่ในปัจจุบันต่อไปในการนำเงินต้นที่ได้รับจากการถือครองตราสารหนี้ของหน่วยงานที่รัฐบาลให้การสนับสนุนและ MBS ของหน่วยงานที่รัฐบาลให้การสนับสนุน ไปลงทุนใหม่ใน MBS ของหน่วยงานที่รัฐบาลให้การสนับสนุน และเข้าซื้อพันธบัตรชุดใหม่เมื่อพันธบัตรเดิมครบกำหนดไถ่ถอนในการประมูล การที่คณะกรรมการยังคงถือครองตราสารหนี้ระยะยาวขึ้นในจำนวนมากและยังคงเพิ่มจำนวนขึ้นนั้น น่าจะสร้างแรงกดดันช่วงขาลงต่ออัตราดอกเบี้ยระยะยาว ช่วยหนุนตลาดจำนอง และช่วยทำให้ภาวะทางการเงินในวงกว้างมีความผ่อนคลายมากขึ้น ซึ่งต่อจากนั้นก็น่าจะช่วยส่งเสริมการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจให้แข็งแกร่งขึ้น และช่วยสร้างความมั่นใจว่า เมื่อเวลาผ่านไป เงินเฟ้อจะอยู่ในอัตราที่สอดคล้องมากที่สุดกับเป้าหมายหลัก 2 ประการของคณะกรรมการ

 

คณะกรรมการจะจับตาดูข้อมูลที่กำลังจะมีการเปิดเผยเกี่ยวกับความคืบหน้าทางเศรษฐกิจและการเงินในช่วงหลายเดือนข้างหน้าอย่างใกล้ชิด และจะยังคงเข้าซื้อพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐและ MBS ของหน่วยงานที่รัฐบาลให้การสนับสนุน รวมทั้งใช้เครื่องมือด้านนโยบายอื่นๆตามความเหมาะสมจนกว่าแนวโน้มของตลาดแรงงานจะปรับตัวดีขึ้นอย่างมากในบริบทของความมีเสถียรภาพด้านราคา หากข้อมูลที่กำลังจะมีการเปิดเผยโดยรวมได้ช่วยหนุนการคาดการณ์ของคณะกรรมการในประเด็นเกี่ยวกับการปรับตัวดีขึ้นอย่างต่อเนื่องของภาวะตลาดแรงงานและการที่เงินเฟ้อปรับตัวกลับมาอยู่ใกล้เป้าหมายระยะยาว คณะกรรมการก็มีแนวโน้มจะปรับลดขนาดการซื้อสินทรัพย์ในอัตราที่ระมัดระวังต่อเนื่องในการประชุมครั้งต่อๆไปในอนาคต อย่างไรก็ตาม การซื้อสินทรัพย์ไม่ได้เป็นแนวทางที่กำหนดไว้ล่วงหน้า และการตัดสินใจของคณะกรรมการเกี่ยวกับขนาดการซื้อสินทรัพย์จะยังคงขึ้นอยู่กับแนวโน้มสำหรับตลาดแรงงานและเงินเฟ้อของทางคณะกรรมการ รวมทั้งการประเมินเกี่ยวกับประสิทธิภาพและต้นทุนที่มีความเป็นไปได้ของการซื้อดังกล่าว

 

ในส่วนของการสนับสนุนให้มีความคืบหน้าอย่างต่อเนื่องสู่การจ้างงานสูงสุดและความมีเสถียรภาพด้านราคานั้น คณะกรรมการได้ยืนยันอีกครั้งในวันนี้ถึงมุมมองที่ว่าท่าทีที่ผ่อนคลายอย่างมากด้านนโยบายการเงินจะยังคงมีความเหมาะสม และในการที่จะตัดสินใจว่าจะคงอัตราดอกเบี้ยระยะสั้น (federal funds rate) ไว้ในระดับปัจจุบันที่ 0-0.25% ต่อไปนานเพียงใดนั้น คณะกรรมการจะประเมินความคืบหน้าสู่เป้าหมายของการจ้างงานในระดับสูงสุดและเงินเฟ้อที่ 2% ทั้งในแง่ความเป็นจริงและคาดการณ์ การประเมินนี้จะพิจารณาข้อมูลในวงกว้าง ซึ่งรวมถึงการประเมินภาวะตลาดแรงงาน, ปัจจัยชี้วัดแรงกดดันด้านเงินเฟ้อและการคาดการณ์เงินเฟ้อ และการพิจารณาถึงความคืบหน้าทางการเงิน เมื่ออิงกับการประเมินปัจจัยเหล่านี้ คณะกรรมการยังคงคาดว่ามีแนวโน้มที่จะมีความเหมาะสมในการคงช่วงเป้าหมายในปัจจุบันสำหรับอัตราดอกเบี้ยระยะสั้นต่อไปอีกเป็นระยะเวลานานหลังจากโครงการซื้อสินทรัพย์สิ้นสุดลง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง หากเงินเฟ้อที่คาดไว้จะยังคงปรับตัวต่ำกว่าเป้าหมายระยะยาวที่ 2% ของคณะกรรมการ และหากการคาดการณ์เงินเฟ้อระยะยาวยังอยู่ในระดับที่เหมาะสม

 

เมื่อ

สำหรับผู้ที่ออกเสียงสนับสนุนการดำเนินนโยบายการเงินของ FOMC ได้แก่ เจเน็ต แอล. เยลเลน ประธานเฟด, วิลเลียม ซี. ดัดลีย์ รองประธานเฟด, เลล เบรนาร์ด, สแตนลีย์ ฟิสเชอร์, ริชาร์ด ดับเบิลยู. ฟิชเชอร์, นารายานา โคเชอร์ลาโคตา, ลอเร็ตตา เจ. เมสเตอร์, เจอโรม เอช. เพาเวล และ แดเนียล เค. ทารุลโล

 

ส่วนผู้ที่ไม่เห็นด้วยกับการดำเนินนโยบายดังกล่าว คือ ชาร์ลส์ ไอ. พลอสเซอร์ ซึ่งคัดค้านแนวทางที่ระบุว่ามีแนวโน้มจะมีความเหมาะสมที่จะคงอัตราดอกเบี้ยระยะสั้นไว้ในช่วงเป้าหมายในปัจจุบันเป็น “ระยะเวลานานหลังจากโครงการซื้อสินทรัพย์สิ้นสุดลง" เนื่องจากการใช้ภาษาดังกล่าวเป็นการขึ้นอยู่กับเวลา และไม่ได้สะท้อนถึงความคืบหน้าอย่างมากทางเศรษฐกิจ ซึ่งได้เดินหน้าใกล้เป้าหมายของคณะกรรมการ

 

ที่มา สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (31/07/57)

 

สรุปคือ คณะกรรมการตัดสินใจที่จะเริ่มยกเลิกนโยบายผ่อนคลาย ก็จะใช้วิธีการที่มีความสมดุล ซึ่งสอดคล้องกับเป้าหมายระยะยาวว่าด้วยการจ้างงานในระดับสูงสุดและเงินเฟ้อที่ 2% โดยในปัจจุบันนี้ คณะกรรมการคาดว่า แม้ว่าหลังจากการจ้างงานและเงินเฟ้อปรับตัวใกล้ระดับที่สอดคล้องกับเป้าหมายหลักแล้ว แต่เมื่อพิจารณาถึงภาวะเศรษฐกิจ คณะกรรมการอาจต้องใช้เวลาสักระยะหนึ่งในการคงเป้าหมายอัตราดอกเบี้ยระยะสั้นไว้ต่ำกว่าระดับที่คณะกรรมการมองว่าเป็นระดับปกติในระยะเวลาที่นานขึ้น

  • Like 2

Share this post


Link to post
Share on other sites

สแตนดาร์ด แอนด์ พัวร์ (S&P) ได้ปรับลดความน่าเชื่อถือพันธบัตรสกุลเงินต่างประเทศของอาร์เจนติน่าสู่ระดับผิดนัดชำระหนี้บางส่วน ซึ่งความเคลื่อนไหวดังกล่าวเท่ากับเป็นการประกาศว่า อาร์เจนตินาผิดนัดชำระหนี้ ภายหลังจากที่การเจรจาระหว่างรัฐบาลอาร์เจนตินาและสถาบันการเงินที่เป็นเจ้าหนี้ไม่ประสบความสำเร็จ ส่งผลให้รัฐบาลอาร์เจนตินาไม่สามารถจ่ายดอกเบี้ยพันธบัตรวงเงิน 539 ล้านดอลลาร์ให้แก่กลุ่มผู้ถือครองพันธบัตรได้ตามขีดเส้นตาย

ความล้มเหลวดังกล่าวส่งผลให้อาร์เจนติน่าผิดนัดชำระหนี้เป็นครั้งที่ 2 ในรอบ 13 ปี ในขณะที่อาร์เจนตินามีตราสารหนี้สกุลเงินต่างประเทศอยู่ประมาณ 2 แสนล้านดอลลาร์ ซึ่งรวมถึงพันธบัตรที่ได้มีการปรับโครงสร้างมูลค่า 3 หมื่นล้านดอลลาร์

ทั้งนี้ การเจรจาระหว่างอาร์เจนติน่าและกลุ่มเฮดจ์ฟันด์ ซึ่งมีเอลเลียต เมเนจเมนท์ คอร์ป เป็นแกนนำเมื่อวานนี้นั้น ไม่สามารถตกลงกันได้ แม้ว่า ศาลสหรัฐจะระบุว่า อาร์เจนตินายังไม่สามารถจ่ายชำระหนี้ได้หากไม่มีการจ่ายหนี้ให้กับกลุ่มเฮดจ์ ฟันด์

 

ที่มา: ทันหุ้น(31/07/2557)

Share this post


Link to post
Share on other sites

นักบริหารเงิน กล่าวว่า เงินบาทเปิดตลาดเช้านี้ (31 กรกฎาคม 2557) อยู่ที่ระดับ 31.99/32.01 บาท/ดอลลาร์ อ่อนค่าจากช่วงเย็นวานนี้ที่ปิดตลาดที่ระดับ 31.8/89 บาท/ดอลลาร์

เงินบาทวันนี้มีทิศทางอ่อนค่า เนื่องจากล่าสุดในการประชุมคณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงิน(FOMC) ธนาคารกลางสหรัฐ(FED) มีมติปรับลด QE ลงอีก 1 หมื่นล้านดอลลาร์ ซึ่งเป็นไปตามที่ตลาดคาดการณ์ไว้ ประกอบกับตัวเลข GDP ของสหรัฐไตรมาส 2/57 ออกมาดี โดยขยายตัว 4% ซึ่งสูงกว่าที่ตลาดคาดการณ์ ส่งผลให้ดอลลาร์สหรัฐปรับตัวแข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับสกุลเงินอื่นๆ

"บาทวันนี้คงมีทิศทางอ่อนค่า เพราะเมื่อคืน FOMC ก็มีมติลด QE ลงตามคาด รวมทั้งตัวเลข GDP ไตรมาส 2 ของสหรัฐฯ ออกมาดีกว่าที่ตลาดคาด" นักบริหารเงิน ระบุ

นักบริหารเงิน คาดว่า วันนี้เงินบาทจะเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบ 31.95-32.10 บาท/ดอลลาร์

สำหรับอัตราแลกเปลี่ยนที่สำคัญ เช้านี้เงินเยนอยู่ที่ระดับ 102.77/80 เยน/ดอลลาร์ จากช่วงเย็นวานนี้ที่ระดับ 102.20 เยน/ดอลลาร์ ส่วนเงินยูโร เช้านี้อยู่ที่ระดับ 1.3396/3398 ดอลลาร์/ยูโร จากช่วงเย็นวานนี้ที่ระดับ 1.3399/3400 ดอลลาร์/ยูโร

อัตราแลกเปลี่ยนบาท/ดอลลาร์ ถัวเฉลี่ยถ่วงน้ำหนักระหว่างธนาคารของธปท.อยู่ที่ระดับ 31.8640 บาท/ดอลลาร์

 

ที่มา: ทันหุ้น(31/07/2557)

  • Like 1

Share this post


Link to post
Share on other sites

รายงานการขยายตัวของเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่ออกมาดีกว่าที่ตลาดประเมินกดดันราคาทองอ่อนตัวลงต่อเนื่องเป็นวันที่ 3 แม้ว่าจะมีรายงานข่าวเกี่ยวกับสถานการณ์ความตึงเครียดทางการเมืองระหว่าง ประเทศซึ่งเป็นปัจจัยบวกต่อราคาทองก็ตาม...

 

ส่วนผลการประชุมของธนาคารกลางสหรัฐฯโดยรวมแล้วไม่มีประเด็นที่อยู่นอก เหนือการคาดการณ์ของนักลงทุน จึงมีผลต่อการเคลื่อนไหวของราคาทองค่อนข้างน้อย โดยราคาทองปิดตลาดเมื่อวานนี้ที่ 1,295.78 ดอลลาร์ ลดลง 3.07 ดอลลาร์ ราคาทำจุดต่ำสุดและจุดสูงสุดที่ 1,291 และ 1,303 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ตามลำดับ ส่วนราคาซื้อขายทองคำแท่งในประเทศชนิด 96.5% เมื่อวานนี้ ขายออกที่บาทละ 19,650 บาท และรับซื้อคืนที่บาทละ 19,550 บาท กองทุน SPDR ไม่มีรายงานการเปลี่ยนแปลงปริมาณการถือครองทองคำ โดยปัจจุบันกองทุนถือครองทองคำรวม 801.84 ตัน

 

ธนาคารกลางสหรัฐฯมีมติลดขนาดมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณลง 1 หมื่นล้านดอลลาร์ ส่งผลให้วงเงินการซื้อพันธบัตรคงเหลือที่ 2.5 หมื่นล้านดอลลาร์ต่อเดือน ซึ่งเป็นสัญญาณว่าธนาคารกลางสหรัฐฯจะปรับลด QE ไปจนจบโครงการในปีนี้ นอกจากนี้ธนาคารกลางสหรัฐฯ ยังคงมีมติให้ตรึงอัตราดอกเบี้ยระยะสั้นที่ระดับ 0-0.25% และระบุว่าจะยังคงตรึงอัตราดอกเบี้ยระยะสั้นต่อไปอีก แม้ว่าโครงการซื้อพันธบัตรสิ้นสุดลงตามกำหนด ส่วนการประมาณการครั้งแรกของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศประจำไตรมาส 2/2557 ของสหรัฐฯนั้น ปรากฏว่าขยายตัวขึ้น 4% เทียบกับผลสำรวจที่ประเมินว่าจะขยายตัวขึ้น 3.5% ส่วนรายงานการจ้างงานทั่วประเทศเดือนกรกฎาคมของสหรัฐฯ มีจำนวนเพิ่มขึ้น 2.18 แสนตำแหน่ง เทียบกับผลสำรวจที่ประเมินไว้ที่ 2.34 แสนตำแหน่ง นักลงทุนต่างยังรอติดตามการรายงานข้อมูลการจ้างงานนอกภาคเกษตรและอัตราการ ว่างงานของสหรัฐฯในช่วงค่ำของวันศุกร์

 

ส่วนการเคลื่อนไหวของราคาทองคำในทางเทคนิคซึ่งพบว่าราคาทองปรับตัวลดลง ต่อเนื่องติดต่อกัน 3 วัน แต่ยังไม่กลับลงไปเคลื่อนไหวต่ำกว่าแนวรับซึ่งเป็นจุดต่ำสุดที่ทำไว้ในการ ซื้อขายของสัปดาห์ก่อนบริเวณ 1,285-1,290 ดอลลาร์ต่อออนซ์ จึงยังสามารถเก็งกำไรการฟื้นตัวกลับขึ้นเคลื่อนไหวที่แนวต้านบริเวณ 1,310 และ 1,325 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แต่กรณีที่ราคาทองไม่สามารถประคองตัวเหนือแนวรับบริเวณ 1,285 ดอลลาร์ต่อ ออนซ์ ควรระวังแรงขายที่คาดว่าจะมีออกมามากขึ้น.

 

 

 

ที่มา : ไทยรัฐออนไลน์ (31/07/2557)

 

  • Like 2

Share this post


Link to post
Share on other sites

ขอบคุณค่ะ คุณป๋า วันนี้วันหวยแห่งชาติ แต่แม่ทองไม่ยินดียินร้ายเลย ดูซึมๆพิกล

Share this post


Link to post
Share on other sites

ฝรั่งเดาทองยามบ่าย กล่าวว่า ราคาทองมีแนวรับที่ดี ตรง 1292-1293 และร้ายที่สุดของแนวรับตอนนี้ 1277 มาหรือไม่มา ไม่ทราบ แต่ถ้ามา ก็ซื้ออีก ส่วนขาพนันก็แทง Long แต่หวังว่า ไม่ต้องมานะ ขึ้นต่อไปเลยเถอะ ไหนๆ ช่วงนี้ บาทก็อ่อน สนับสนุนราคาทองคำในประเทศขยับราคาสูงขึ้นได้ พร้อมขาเสี่ยง ดังนี้

 

LONG GOLD above 1292 SL 1289 TP 1298-1305-1308-1315-1322

SHORT GOLD below 1288 SL 1292 TP 1278-1272

  • Like 4

Share this post


Link to post
Share on other sites

Join the conversation

You can post now and register later. If you have an account, sign in now to post with your account.

Guest
Reply to this topic...

×   Pasted as rich text.   Paste as plain text instead

  Only 75 emoji are allowed.

×   Your link has been automatically embedded.   Display as a link instead

×   Your previous content has been restored.   Clear editor

×   You cannot paste images directly. Upload or insert images from URL.

Loading...

  • Recently Browsing   0 members

    No registered users viewing this page.

×
×
  • Create New...