Jump to content
Update
 
 
Gold
 
USD/THB
 
สมาคมฯ
 
Gold965%
 
Gold9999
 
CrudeOil
 
USDX
 
Dowjones
 
GLD10US
 
HUI
 
SPDR(ton)
 
Silver
 
Silver/Oz
 
Silver/Baht
 
chez

มือใหม่หัดวิเคราะห์

Recommended Posts

สรุปสภาวะตลาดทองคำแท่ง และโกลด์ฟิวเจอร์ส วันที่ 13 ธันวาคม 2555 โดย YLG

ข่าวเศรษฐกิจ ThaiPR.net -- พฤหัสบดีที่ 13 ธันวาคม 2555 17:05:52 น.

กรุงเทพฯ--13 ธ.ค.--PRdd

สภาวะตลาดวันที่ 13 ธันวาคม 2555 ราคาทองคำแกว่งตัวในกรอบที่ระดับ 1,694.73 — 1,711.50 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ขณะที่โกลด์ฟิวเจอร์ส GFZ12 อยู่ที่ 24,820 บาท โดยราคาปรับตัวลดลง 200 บาท จากวันก่อนหน้าที่ระดับ 25,020 บาท ขณะที่ซิวเวอร์ฟิวเจอร์ SVZ12 อยู่ที่ 1,008 บาท โดยราคาปรับตัวลดลง 10 บาท จากวันก่อนหน้าที่ระดับ 1,018 บาทemnb_18_18900.gif?1385092006emnb_1_370232.gif

(หมายเหตุ: ข้อมูลนี้จัดทำขึ้น ณ เวลา 16.26 น.ของวันที่ 13/12/12)ออกมา คือ ออกมา คือ

แนวโน้มวันที่ 14 ธันวาคม 2555

แม้นว่าธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด)ประกาศใช้มาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณรอบ 4 (QE4)โดยระบุว่าจะเข้าซื้อพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐรอบใหม่ในวงเงิน 4.5 หมื่นล้านดอลลาร์เพื่อทดแทนการซื้อพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐในโครงการ Operation Twist ในวงเงินเดียวกันที่จะหมดอายุลงในสิ้นปีนี้ โดยเฟดเข้าซื้อพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐและหลักทรัพย์ที่ได้รับการค้ำประกันจากสัญญาจำนอง (MBS) ในวงเงินรวมกัน 8.5 หมื่นล้านดอลลาร์ต่อเดือนต่อไป การเคลื่อนไหวของราคาทองคำมีการดีดตัวขึ้นในระยะสั้น แต่ยังไม่สามารถยืนเหนือโซน 1,720 ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้ จึงเกิดแรงขายออกมากดดันราคาทองคำให้อ่อนตัวลง ขณะที่แถลงการณ์ของประธานธนาคารกลางสหรัฐ นายเบน เบอร์นันเก้ (เฟด) กล่าวเตือนว่าการกระตุ้นเศรษฐกิจของเฟดไม่สามารถที่จะชดเชยความเสียหายทางเศรษฐกิจซึ่งเกิดจากภาวะหน้าผาการคลังได้ อย่างไรก็ตามเมื่อราคาทองคำอ่อนตัวลงยังคงมีแรงซื้อเก็งกำไรระยะสั้นเข้ามาพยุงราคาไว้ โดยใช้ปัจจัยทางด้านเทคนิคในการคาดการณ์แนวโน้มราคาในช่วงเวลานี้ ประกอบกับทางฝั่งยุโรปบรรดารัฐมนตรีคลังยูโรโซนได้บรรลุข้อตกลงในการจัดตั้งกลไกกำกับดูแลภาคธนาคารที่เป็นหนึ่งเดียวร่วมกับธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) ซึ่งถือเป็นปัจจัยบวกช่วยพยุงราคาทองคำไว้ ซึ่งวายแอลจีแนะนำว่า ในระยะสั้นราคาทองคำอาจเคลื่อนไหวในกรอบ โดยนักลงทุนสามารถซื้อและขายทำกำไรในกรอบราคา สำหรับนักลงทุนที่มีทองคำในมือ แนะนำให้ทำกำไรหากราคาดีดตัวขึ้นและไม่ผ่านแนวต้าน 1,711 หรือ 1,720 ดอลลาร์ต่อออนซ์ โดยหากราคามีการย่อตัวลงมาบริเวณแนวรับ 1,691 หรือ 1,680 ดอลลาร์ต่อออนซ์ โดยรักษาระดับไว้ได้ก็เป็นจุดที่เข้าซื้อเก็งกำไรจากการดีดตัวของราคา

กลยุทธ์การลงทุน วายแอลจีแนะนำ สำหรับผู้ที่ไม่มีทองคำในมือ แนะนำให้รอซื้อเมื่อราคาย่อตัวลงไปบริเวณแนวรับที่ 1,691 หรือ 1,680 ดอลลาร์ต่อออนซ์ และให้ขายทำกำไรเมื่อราคาดีดตัวขึ้น อย่างไรก็ตามนักลงทุนควรตั้งจุดตัดขาดทุนหากราคาหลุดบริเวณแนวรับ เพื่อลดความเสียหายของพอร์ทการลงทุน ในขณะที่นักลงทุนที่มีทองคำในมือ ให้ขายทำกำไรเมื่อราคาดีดตัวหรือบริเวณแนวต้าน 1,711 หรือ 1,720 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แล้วรอไปซื้อคืนบริเวณแนวรับสำคัญ ให้ขายทำกำไรทันทีหากไม่สามารถผ่านแนวต้าน 1,711 ดอลลาร์ต่อออนซ์ไปได้หากราคาดีดตัวขึ้นไปทดสอบบริเวณแนวต้านอีกครั้ง

ทองคำแท่ง (96.50%)

แนวรับ 1,691 (24,530บาท) 1,680 (24,370บาท) 1,672 (24,250บาท)

แนวต้าน 1,711 (24,820บาท) 1,720 (24,950บาท) 1,728 (25,070บาท)

GOLD FUTURES (GFZ12)

แนวรับ 1,691 (24,720บาท) 1,680 (24,550บาท) 1,672 (24,440บาท)

แนวต้าน 1,711 (25,010บาท) 1,720 (25,140บาท) 1,728 (25,250บาท)

SILVER FUTURES (SVZ12)

แนวรับ 32.50 (995บาท) 32.20 (986บาท) 31.85 (975บาท)

แนวต้าน 33.15 (1,015บาท) 33.40 (1,023บาท) 33.70 (1,032บาท)

 

Share this post


Link to post
Share on other sites

ขอบคุณคุณขิงและทุกตนที่น่ารักนะคะ^____^

Share this post


Link to post
Share on other sites

สวัสดีครับคุณ.. Ginger กระต่ายทอง bmw2770 baskie30 TraderJunior Pasaya Pa’ree พวงชมพู fung ปุยเมฆ ตังเม ย่าหยา Moddang Chez เด็กสยาม Chinchilla Mr.Li Ohshikung แสงแดด put42 bbeam mateenee ลูกน้ำเค็ม เฟิร์ส dep99 GoldOfCourse Silver&Gold Goldbullish jojosung NOT4545 หัดเล่นgf firework SixMun ขุนศึกปทุม และทุกท่านครับ

กราฟรายวันตอนนี้เป็นแดงแท่งสองครับ

ล่าสุดราคาต่ำสุด 1689 ราคาสูงสุด1711

ราคาขณะนี้อยู่ที่ 1696.x ครับ

:17

สัญญานหลักแบลคคิง ทิศทาง side way up ครับ

RSI Price Line เส้นเขียว 46.26 วิ่งมา 40.10 ตอนนี้อยู่สูงกว่าเส้นแดงและสูงต่ำเส้นเหลืองครับ อยู่ต่ำกว่า50ทิศทางลง ครับ

Trade Signal Line เส้นแดง 42.35 มา43.20 ครับอยู่ต่ำกว่า 50 ครับทิศทางขึ้น

Market base Line เส้นเหลือง 46.53 มา 46.65 ครับ

เส้นแดงเพิ่มครับ

 

 

สัญญานรองQQE ทิศทาง sideway

เส้นฟ้า 45.24 มา 42.65 อยู่ใต้เส้นประเหลืองทิศลงครับ

เส้นประเหลือง 48.25 มา 48.25 คงที่ครับอยู่สูงกว่าเส้นฟ้าครับ

(ถ้าคงที่นานๆ จะแสดง side way และถ้าทิศทางลงจะเด้งไปอยู่สูงกว่าเส้นฟ้าทันทีถ้าขึ้นจะลงมาต่ำกว่าเส้นฟ้าทันที)

แนวต้าน 1704 1717 1724 1738

แนวรับ 1689 1684 1677 1664

ภาพรวมๆจากสัญญานราคา side way ครับ

 

 

ขอให้โชคดีครับ

:bye

post-1891-0-03683000-1355440996_thumb.gif

Edited by news
  • Like 1

Share this post


Link to post
Share on other sites

Good morning :Announce

 

เช้าวันศุกร์แล้วจ้าคุณ news ginger bmw bas+trader ย่าหยา ต่ายทอง พวงชมพู Pasaya Pa'ree fung wann gejen

 

แสงแดด เด็กสยาม เด็กอู่ทอง ขุนศึกปทุม ปุยเมฆ กบจ้า ตังเม bbeem Mr.Li Dr.Polar foo

 

deb Nice goldtoy Hong GoldLeng auntnextdoor natty Aiya Angkana Alan GoldOfCorse

 

B2B tiptip meng166 pps.aon modtanoiy......

Share this post


Link to post
Share on other sites

148248_364919650271658_941642974_n.jpg

วันศุกร์สวัสดี แฟนมือใหม่ สบายใจถ้วนหน้า นะคะ

 

World Markets: สรุปภาวะตลาดหุ้น น้ำมัน ทองคำ และตลาดเงินต่างประเทศ

ข่าวต่างประเทศ สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ) -- ศุกร์ที่ 14 ธันวาคม 2555 07:36:44 น.

ตลาดหุ้นยุโรปปิดลบเมื่อคืนนี้ (13 ธ.ค.) หลังจากเบน เบอร์นันเก้ ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ยอมรับว่า มาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณรอบที่ 4 (QE4) ด้วยการเข้าซื้อพันธบัตรรัฐบาลวงเงิน 4.5 หมื่นล้านดอลลาร์ต่อเดือนนั้น จะไม่สามารถบรรเทาผลกระทบที่รุนแรงของภาวะหน้าผาการคลัง (fiscal cliff) ของสหรัฐได้emnb_1_370236.gif

ดัชนี Stoxx Europe 600 ร่วงลง 0.4% ปิดที่ 279.63 จุด

ดัชนี CAC-40 ตลาดหุ้นฝรั่งเศสปิดที่ 3643.13 ลบ 3.53 จุด ดัชนี DAX ตลาดหุ้นเยอรมนีปิดที่ 7581.98 ลบ 32.81 จุด ดัชนี FTSE 100 ตลาดหุ้นลอนดอนที่ 5929.61 ลบ 16.24 จุด

-- ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดลบเมื่อคืนนี้ (13 ธ.ค.) หลังจากมีรายงานว่าการเจรจาระหว่างสภาคองเกรสและทำเนียบขาวของสหรัฐเพื่อหลีกเลี่ยงภาวะหน้าผาการคลัง (fiscal cliff) ยังไม่มีความคืบหน้า นอกจากนี้ ตลาดยังได้รับปัจจัยลบจากข่าวสแตนดาร์ด แอนด์ พัวร์ (S&P) ประกาศลดแนวโน้มความน่าเชื่อถือ AAA ของประเทศอังกฤษ เป็น "เชิงลบ"

ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปรับตัวลง 74.73 จุด หรือ 0.56% ปิดที่ 13,170.72 จุด ดัชนี S&P 500 ลดลง 9.03 จุด หรือ 0.63% ปิดที่ 1,419.45 จุด และดัชนี Nasdaq ลดลง 21.65 จุด หรือ 0.72% ปิดที่ 2,992.16 จุด

-- สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดลดลงเมื่อคืนนี้ (13 ธ.ค.) เนื่องจากนักลงทุนวิตกกังวลต่อข่าวที่ว่า ทำเนียบขาวและสภาคองเกรสสหรัฐยังไม่มีความคืบหน้าในเรื่องการเจรจาเพื่อหลีกเลี่ยงภาวะหน้าผาการคลัง (fiscal cliff) ซึ่งภาวะชะงักงันในเรื่องดังกล่าวอาจจะทำให้เศรษฐกิจสหรัฐมีความเสี่ยงที่จะเผชิญกับภาวะถดถอยครั้งใหม่

สัญญาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนม.ค.ลดลง 88 เซนต์ หรือ 1% ปิดที่ 85.89 ดอลลาร์/บาร์เรล หลังจากเคลื่อนตัวในช่วง 85.81-86.97 ดอลลาร์

ส่วนสัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ (BRENT) ส่งมอบเดือนม.ค.ที่ตลาดลอนดอนร่วงลง 1.59 ดอลลาร์ หรือ 1.5% ปิดที่ 107.91 ดอลลาร์/บาร์เรล หลังจากเคลื่อนตัวในช่วง 107.80-109.52 ดอลลาร์

-- สกุลเงินดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับยูโร ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กเมื่อคืนนี้ (13 ธ.ค.) เนื่องจากนักลงทุนยังคงวิตกกังวลว่าสหรัฐอาจจะไม่สามารถหลีกเลี่ยงภาวะหน้าผาการคลัง (fiscal cliff) หลังทำเนียบขาวและสภาคองเกรสสหรัฐยังไม่สามารถตกลงกันในเรื่องดังกล่าวได้

ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลง 0.03% เมื่อเทียบกับยูโรที่ 1.3076 ยูโร จากระดับของ 1.3072 ยูโร ขณะที่เงินปอนด์ร่วงลง 0.23% แตะที่ 1.6110 ปอนด์ จากระดับ 1.6147 ปอนด์

ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐพุ่งขึ้น 0.44% เมื่อเทียบกับเงินเยนที่ระดับ 83.620 เยน จากระดับ 83.250 เยน และร่วงลง 0.27% เมื่อเทียบกับฟรังค์สวิสที่ 0.9235 ฟรังค์ จากระดับ 0.9260 ฟรังค์

ค่าเงินดอลลาร์ออสเตรเลียร่วงลง 0.24% แตะที่ 1.0527 ดอลลาร์สหรัฐ จากระดับ 1.0552 ดอลลาร์สหรัฐ และค่าเงินดอลลาร์นิวซีแลนด์พุ่งขึ้นอ่อนตัวลง 0.02% แตะที่ 0.8432 ดอลลาร์สหรัฐ จากระดับ 0.8434 ดอลลาร์สหรัฐ

-- ดัชนี FTSE 100 ตลาดหุ้นลอนดอนปิดลบเมื่อคืนนี้ (13 ธ.ค.) เนื่องจากนักลงทุนกังวลว่าสหรัฐอาจจะได้รับผลกระทบอย่างหนักจากภาวะหน้าผาการคลัง (fiscal cliff) หลังจากเบน เบอร์นันเก้ ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ยอมรับว่า มาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณรอบที่ 4 (QE4) จะไม่สามารถบรรเทาผลกระทบที่รุนแรงของภาวะหน้าผาการคลังได้

ทั้งนี้ ดัชนี FTSE 100 ลดลง 16.24 จุด หรือ 0.27% ปิดที่ 5,929.61 จุด หลังจากเคลื่อนตัวในช่วง 5,918.57-5,947.85 จุด

อินโฟเควสท์ แปลและเรียบเรียงโดย รัตนา พงศ์ทวิช โทร.02-2535000 ต่อ 327 อีเมล์: ratana@infoquest.co.th--

 

ภาวะตลาดทองคำนิวยอร์ก: แรงขายทำกำไรฉุดทองคำปิดร่วง 21.1 ดอลลาร์

ข่าวต่างประเทศ สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ) -- ศุกร์ที่ 14 ธันวาคม 2555 06:33:06 น.

สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดร่วงลงเมื่อคืนนี้ (13 ธ.ค.) เนื่องจากนักลงทุนเข้ามาเทขายทำกำไร หลังจากสัญญาทองคำพุ่งขึ้นขานรับมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณรอบที่ 4 (QE4) ของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) เมื่อวันก่อน

สัญญาทองคำตลาด COMEX (Commodity Exchange) ส่งมอบเดือนก.พ.ร่วงลง 21.1 ดอลลาร์ หรือ 1.23% ปิดที่ 1,696.8 ดอลลาร์/ออนซ์emnb_1_370236.gif

สัญญาโลหะเงินส่งมอบเดือนมี.ค.ปิดที่ 32.355 ดอลลาร์/ออนซ์ ร่วงลง 1.427 ดอลลาร์ และสัญญาโลหะทองแดงส่งมอบเดือนมี.ค.ลดลง 5.60 เซนต์ ปิดที่ 3.6600 ดอลลาร์/ปอนด์

สัญญาพลาตินัมส่งมอบเดือนม.ค.ปิดที่ 1612.80 ดอลลาร์/ออนซ์ ร่วงลง 33.60 ดอลลาร์ และสัญญาพัลลาเดียมส่งมอบเดือนมี.ค.ปิดที่ 691.65 ดอลลาร์/ออนซ์ ร่วงลง 9.50 ดอลลาร์

สัญญาทองคำพุ่งขึ้น 8.3 ดอลลาร์เมื่อวันพุธ หลังจากเฟดประกาศใช้มาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณรอบที่ 4 (QE4) โดยระบุว่าจะเข้าซื้อพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐรอบใหม่ในวงเงิน 4.5 หมื่นล้านดอลลาร์ต่อเดือน พร้อมกับให้คำมั่นสัญญาว่าจะตรึงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ระดับต่ำเป็นพิเศษที่ 0-0.25% ไปจนกว่าอัตราว่างงานจะลดลงต่ำกว่า 6.5%

แต่สัญญาทองคำร่วงลงอย่างหนักในวันพฤหัสบดี เนื่องจากนักลงทุนเข้ามาเทขายทำกำไร ขณะที่นักวิเคราะห์หลายคนคาดว่าทองคำอาจจะได้รับแรงกดดันจากคำสั่งขายในอีก 2 วันทำการข้างหน้า

อินโฟเควสท์ แปลและเรียบเรียงโดย รัตนา พงศ์ทวิช โทร.02-2535000 ต่อ 327 อีเมล์: ratana@infoquest.co.th--

 

ภาวะตลาดเงินนิวยอร์ก: ดอลล์อ่อนเทียบยูโร เหตุวิตกปัญหาการคลังสหรัฐ

ข่าวต่างประเทศ สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ) -- ศุกร์ที่ 14 ธันวาคม 2555 07:23:04 น.

สกุลเงินดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับยูโร ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กเมื่อคืนนี้ (13 ธ.ค.) เนื่องจากนักลงทุนยังคงวิตกกังวลว่าสหรัฐอาจจะไม่สามารถหลีกเลี่ยงภาวะหน้าผาการคลัง (fiscal cliff) หลังทำเนียบขาวและสภาคองเกรสสหรัฐยังไม่สามารถตกลงกันในเรื่องดังกล่าวได้

ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลง 0.03% เมื่อเทียบกับยูโรที่ 1.3076 ยูโร จากระดับของ 1.3072 ยูโร ขณะที่เงินปอนด์ร่วงลง 0.23% แตะที่ 1.6110 ปอนด์ จากระดับ 1.6147 ปอนด์emnb_1_370236.gif

ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐพุ่งขึ้น 0.44% เมื่อเทียบกับเงินเยนที่ระดับ 83.620 เยน จากระดับ 83.250 เยน และร่วงลง 0.27% เมื่อเทียบกับฟรังค์สวิสที่ 0.9235 ฟรังค์ จากระดับ 0.9260 ฟรังค์

ค่าเงินดอลลาร์ออสเตรเลียร่วงลง 0.24% แตะที่ 1.0527 ดอลลาร์สหรัฐ จากระดับ 1.0552 ดอลลาร์สหรัฐ และค่าเงินดอลลาร์นิวซีแลนด์พุ่งขึ้นอ่อนตัวลง 0.02% แตะที่ 0.8432 ดอลลาร์สหรัฐ จากระดับ 0.8434 ดอลลาร์สหรัฐ

สกุลเงินดอลลาร์ยังคงอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับยูโรเนื่องจากความวิตกกังวลเกี่ยวกับปัญหาการคลังของสหรัฐ โดยนายจอห์น โบห์เนอร์ ประธานสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐกล่าวว่า ความคิดเห็นของเขาและประธานาธิบดีบารัค โอบามา ในเรื่องการคลังนั้น "ยังแตกต่างกันอยู่มาก" และข้อเสนอล่าสุดของประธานาธิบดีโอบามาในการจัดเก็บภาษีใหม่วงเงิน 1.4 ล้านล้านดอลลาร์นั้น ไม่สอดคล้องกับคำสัญญาของเขาในเรื่องการใช้วิธีการที่สมดุลในการปรับลดยอดขาดดุลงบประมาณ ซึ่งเขามองว่าข้อเสนอนี้จะไม่ผ่านความเห็นชอบของสภาคองเกรส

ด้านเบน เบอร์นันเก้ ประธานธนาคารกลางสหรัฐ เตือนว่า การดำเนินการใดๆของเฟดในการกระตุ้นเศรษฐกิจ รวมถึงมาตรการ QE4 นั้นไม่สามารถที่จะชดเชยความเสียหายทางเศรษฐกิจซึ่งเกิดจากภาวะหน้าผาการคลัง หรือมาตรการการปรับขึ้นภาษีและปรับลดงบประมาณค่าใช้จ่ายของรัฐบาลซึ่งจะเริ่มมีผลในเดือนหน้า หลังจากที่ประธานาธิบดีโอบามาและเจ้าหน้าที่นิติบัญญัตของพรรครีพับลิกันมีความเห็นไม่ลงรอยกัน

ค่าเงินยูโรได้รับแรงหนุนหลังจากนายปิแอร์ มอสโควิซี รมว.คลังฝรั่งเศส กล่าวว่าบรรดารัฐมนตรีคลังยูโรโซนได้บรรลุข้อตกลงในการจัดตั้งกลไกกำกับดูแลภาคธนาคารที่เป็นหนึ่งเดียว ร่วมกับธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) ซึ่งจะมีบทบาทสำคัญในการดำเนินการดังกล่าว

อินโฟเควสท์ แปลและเรียบเรียงโดย รัตนา พงศ์ทวิช โทร.02-2535000 ต่อ 327 อีเมล์: ratana@infoquest.co.th-

 

ภาวะตลาดน้ำมัน: วิตกปัญหาการคลังสหรัฐ ฉุดน้ำมัน WTI ปิดลบ 88 เซนต์

ข่าวต่างประเทศ สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ) -- ศุกร์ที่ 14 ธันวาคม 2555 06:57:29 น.

สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดลดลงเมื่อคืนนี้ (13 ธ.ค.) เนื่องจากนักลงทุนวิตกกังวลต่อข่าวที่ว่า ทำเนียบขาวและสภาคองเกรสสหรัฐยังไม่มีความคืบหน้าในเรื่องการเจรจาเพื่อหลีกเลี่ยงภาวะหน้าผาการคลัง (fiscal cliff) ซึ่งภาวะชะงักงันในเรื่องดังกล่าวอาจจะทำให้เศรษฐกิจสหรัฐมีความเสี่ยงที่จะเผชิญกับภาวะถดถอยครั้งใหม่emnb_18_18900.gif?2087419600

สัญญาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนม.ค.ลดลง 88 เซนต์ หรือ 1% ปิดที่ 85.89 ดอลลาร์/บาร์เรล หลังจากเคลื่อนตัวในช่วง 85.81-86.97 ดอลลาร์

ส่วนสัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ (BRENT) ส่งมอบเดือนม.ค.ที่ตลาดลอนดอนร่วงลง 1.59 ดอลลาร์ หรือ 1.5% ปิดที่ 107.91 ดอลลาร์/บาร์เรล หลังจากเคลื่อนตัวในช่วง 107.80-109.52 ดอลลาร์

สัญญาน้ำมันดิบร่วงลงหลังจากนายจอห์น โบห์เนอร์ ประธานสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐกล่าวว่า ความคิดเห็นของเขาและประธานาธิบดีบารัค โอบามา ในเรื่องการคลังนั้น "ยังแตกต่างกันอยู่มาก" และประธานาธิบดีโอบามาก็ยังไม่ได้เสนอเรื่องการปรับลดงบประมาณการใช้จ่าย

นายโบห์เนอร์กล่าวว่า ข้อเสนอล่าสุดของประธานาธิบดีโอบามาในการจัดเก็บภาษีใหม่วงเงิน 1.4 ล้านล้านดอลลาร์นั้น ไม่สอดคล้องกับคำสัญญาของเขาในเรื่องการใช้วิธีการที่สมดุลในการปรับลดยอดขาดดุลงบประมาณ และข้อเสนอนี้จะไม่ผ่านความเห็นชอบจากสภาคองเกรส นอกจากนี้ นายโบห์เนอร์กล่าวว่า การเจรจาต่อรองในเรื่องนี้อาจดำเนินต่อไปตลอดช่วงวันหยุด และอาจยืดเยื้อต่อไปจนถึงเส้นตายในช่วงสิ้นปี

นอกจากนี้ สัญญาน้ำมันดิบยังได้รับแรงกดดันจากความวิตกกังวลเกี่ยวกับอุปทานน้ำมันที่เพิ่มขึ้น โดยสำนักงานสารสนเทศด้านการพลังงานของรัฐบาลสหรัฐ (EIA) เปิดเผยว่า สต็อกน้ำมันดิบในรอบประจำสัปดาห์สิ้นสุดวันที่ 7 ธ.ค. เพิ่มขึ้น 843,000 บาร์เรล แตะที่ 372.6 ล้านบาร์เรล ตรงข้ามกับที่นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่คาดว่าจะร่วงลง 2.2 ล้านบาร์เรล

ขณะที่สต็อกน้ำมันกลั่นเพิ่มขึ้น 3 ล้านบาร์เรล แตะที่ 118.1 ล้านบาร์เรล มากกว่าที่นักวิเคราะห์คาดว่าจะเพิ่มขึ้นเพียง 1.5 ล้านบาร์เรล และสต็อกน้ำมันเบนซินพุ่งขึ้น 5 ล้านบาร์เรล แตะระดับ 217.1 ล้านบาร์เรล มากกว่าที่คาดว่าจะเพิ่มขึ้น 2.2 ล้านบาร์เรล

ส่วนประชุมกลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน (โอเปค) นั้น ที่ประชุมมติคงเป้าหมายการผลิตน้ำมันไว้ที่ 30 ล้านบาร์เรลต่อวัน ในการประชุมที่กรุงเวียนนาเมื่อวานนี้ ส่งสัญญาณว่าโอเปคพอใจกับราคาน้ำมันในขณะนี้ ด้านโฆษกของกลุ่มโอเปคกล่าวว่า โอเปคตัดสินใจคงเป้าหมายการผลิตน้ำมันไว้เท่าเดิม โดยพิจารณาจากความผันผวนและซบเซาของเศรษฐกิจโลกในปี 2556

อินโฟเควสท์ แปลและเรียบเรียงโดย รัตนา พงศ์ทวิช โทร.02-2535000 ต่อ 327 อีเมล์: ratana@infoquest.co.th-

Share this post


Link to post
Share on other sites

Good morning :Announce

 

เช้าวันศุกร์แล้วจ้าคุณ news ginger bmw bas+trader ย่าหยา ต่ายทอง พวงชมพู Pasaya Pa'ree fung wann gejen

 

แสงแดด เด็กสยาม เด็กอู่ทอง ขุนศึกปทุม ปุยเมฆ กบจ้า ตังเม bbeem Mr.Li Dr.Polar foo

 

deb Nice goldtoy Hong GoldLeng auntnextdoor natty Aiya Angkana Alan GoldOfCorse

 

B2B tiptip meng166 pps.aon modtanoiy......

ดีจ้าเพื่อนๆ put วันศุกร์ ใครก็รอ เย็นนี้ได้พักจากงาน

ใครค้าขายทำมาค้าขึ้น น้กลงทุนต้องว่องไว ใจเย็น

 

 

S&P ลดแนวโน้มความน่าเชื่อถือของอังกฤษเป็น เชิงลบ จาก มีเสถียรภาพ

 

 

 

 

 

ข่าวต่างประเทศ สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ) -- ศุกร์ที่ 14 ธันวาคม 2555 05:52:40 น.

สแตนดาร์ด แอนด์ พัวร์ (S&P) ประกาศลดแนวโน้มความน่าเชื่อถือ AAA ของประเทศอังกฤษ เป็น "เชิงลบ" จากเดิม "มีเสถียรภาพ" ซึ่งบ่งชี้ว่า มีโอกาส 1 ใน 3 ที่ S&P จะปรับลดอันดับความน่าเชื่อถือของอังกฤษ หากภาวะเศรษฐกิจและการคลังของอังกฤษย่ำแย่ลงemnb_1_370236.gif

อินโฟเควสท์ แปลและเรียบเรียงโดย รัตนา พงศ์ทวิช โทร.02-2535000 ต่อ 327 อีเมล์: ratana@infoquest.co.th--

 

 

(เพิ่มเติม) S&P ลดแนวโน้มความน่าเชื่อถือของอังกฤษเป็น เชิงลบ จาก มีเสถียรภาพ

 

 

 

 

ข่าวต่างประเทศ สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ) -- ศุกร์ที่ 14 ธันวาคม 2555 08:13:20 น.

สแตนดาร์ด แอนด์ พัวร์ (S&P) ประกาศลดแนวโน้มความน่าเชื่อถือ AAA ของประเทศอังกฤษ เป็น "เชิงลบ" จากเดิม "มีเสถียรภาพ" ซึ่งบ่งชี้ว่า มีโอกาส 1 ใน 3 ที่ S&P จะปรับลดอันดับความน่าเชื่อถือของอังกฤษ หากภาวะเศรษฐกิจและการคลังของอังกฤษย่ำแย่ลงอีก

แถลงการณ์ของ S&P ระบุว่า "จากการคำนวณของเราพบว่า หากอัตราการฟื้นตัวของเศรษฐกิจอังกฤษเชื่องช้าลงมากกว่าที่เราคาดการณ์ในปัจจุบัน จะส่งผลให้หนี้สินสุทธิของรัฐบาลพุ่งขึ้นแตะระดับ 100% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) จากปัจจุบันที่เราประมาณการอยู่ที่ 85% ของจีดีพีในปี 2555 "emnb_1_370236.gif

"เราคาดว่า หนี้สินสุทธิของรัฐบาลอังกฤษจะเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในปี 2558 ก่อนที่จะปรับตัวลดลงอีกครั้ง" S&P แถลง จากเดิมที่คาดว่าหนี้สินของรัฐบาลจะทรงตัวจากปี 2557

นอกจากนี้ S&P คาดว่า จีดีพีที่แท้จริงของอังกฤษจะหดตัวลง 0.3% ในปีนี้ เมื่อเทียบกับที่คาดการณ์ไว้ก่อนหน้านี้ว่าจะหดตัวเพียง 0.1% และ S&P ยังได้ปรับลดแนวโน้มความน่าเชื่อถือที่ระดับ AAA ของธนาคารกลางอังกฤษลงมาอยู่ใน "เชิงลบ" จากเดิมที่ "มีเสถียรภาพ"

อินโฟเควสท์ แปลและเรียบเรียงโดย รัตนา พงศ์ทวิช/พันธุ์ทิพย์ โทร.02-2535000 อีเมล์: pantip@infoquest.co.th

 

 

ญี่ปุ่นเผยดัชนีความเชื่อมั่นของผู้ผลิตรายใหญ่ปรับลงต่อเนื่องใน Q4/2555

 

 

 

 

ข่าวต่างประเทศ สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ) -- ศุกร์ที่ 14 ธันวาคม 2555 07:48:28 น.

ธนาคารกลางญี่ปุ่นเปิดเผย(บีโอเจ) เปิดเผยว่าผลสำรวจความเชื่อมั่นทางธุรกิจของกลุ่มผู้ผลิตรายใหญ่ของญี่ปุ่น (ทังกัน) ประจำไตรมาส 4 ปีนี้ย่ำแย่ลงจากไตรมาสก่อนหน้า โดยเป็นการปรับตัวลงเป็นไตรมาสที่ 2 ติดต่อกัน

ทั้งนี้ ดัชนีความเชื่อมั่นของกลุ่มผู้ผลิตรายใหญ่ลดลงมาอยู่ที่ -12 จาก -3 ในไตรมาสที่แล้ว และเทียบกับโพลล์ของเกียวโดที่คาดว่าดัชนีจะอยู่ที่ -10 ส่วนดัชนีความเชื่อมั่นผู้ประกอบการนอกภาคการผลิตอยู่ที่ +4 ซึ่งลดลงจากเดิมที่ +8

นอกจากนี้ บีโอเจยังระบุว่าบริษัทรายใหญ่ในทุกภาคอุตสาหกรรมวางแผนจะใช้จ่ายด้านทุนเพิ่มขึ้น 6.8% ในปีงบการเงิน 2555 ซึ่งจะสิ้นสุดในเดือนมี.ค.ปีหน้า เมื่อเทียบกับปีก่อน ซึ่งสูงกว่าตัวเลข 6.4% ที่ระบุไว้ในผลสำรวจเดือนก.ย. สำนักข่าวเกียวโดรายงานemnb_18_18900.gif?1169491912

อินโฟเควสท์ แปลและเรียบเรียงโดย พันธุ์ทิพย์ คำเพิ่มพูล/รัตนา โทร.02-2535000 ต่อ 327 อีเมล์: ratana@infoquest.co.th-

 

 

ยอดค้าปลีกสหรัฐเพิ่มขึ้นในเดือนพ.ย. บ่งชี้ผู้บริโภคจับจ่ายมากขึ้น

 

 

 

 

ข่าวต่างประเทศ สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ) -- ศุกร์ที่ 14 ธันวาคม 2555 08:16:14 น.

กระทรวงพาณิชย์สหรัฐรายงานว่า ยอดค้าปลีกเพิ่มขึ้นเล็กน้อยในเดือนพ.ย. หลังจากลดลงในเดือนต.ค. ซึ่งเป็นสัญญาณบ่งชี้ครั้งใหม่ว่าชาวอเมริกันใช้จ่ายมากขึ้นในช่วงการจับจ่ายในเทศกาลวันหยุดemnb_1_370236.gif

กระทรวงระบุว่า ยอดค้าปลีกเดือนพ.ย.เพิ่มขึ้น 0.3% แตะ 4.124 แสนล้านดอลลาร์ และพุ่งขึ้น 3.7% เมื่อเทียบรายปี

สำหรับยอดค้าปลีก ที่ไม่รวมรถยนต์ ในเดือนพ.ย.มีมูลค่าทั้งสิ้น 3.368 แสนล้านดอลลาร์ ซึ่งแทบไม่เปลี่ยนแปลงจากเดือนต.ค. และพุ่งขึ้น 3.3% จากปีก่อน

ทั้งนี้ การใช้จ่ายของผู้บริโภคคิดเป็นสัดส่วนราว 70% ของกิจกรรมทางเศรษฐกิจสหรัฐ ขณะที่ข้อมูลของกระทรวงพาณิชย์แสดงให้เห็นว่าการขยายตัวทางเศรษฐกิจในไตรมาส 3 ปีนี้ ได้รับการปรับเพิ่มขึ้นสู่ระดับ 2.7% เมื่อเทียบรายปี จากเดิมที่ประเมินไว้ที่ 2% สำนักข่าวซินหัวรายงาน

อินโฟเควสท์ แปลและเรียบเรียงโดย พันธุ์ทิพย์ คำเพิ่มพูล/รัตนา โทร.02-2535000 ต่อ 327 อีเมล์: ratana@infoquest.co.th--

 

 

ภาวะตลาดสินค้าโภคภัณฑ์ CBOT: สัญญาธัญพืชปิดปรับตัวไร้ทิศทาง

 

 

 

 

ข่าวต่างประเทศ สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ) -- ศุกร์ที่ 14 ธันวาคม 2555 08:30:45 น.

ภาวะตลาดสินค้าโภคภัณฑ์ CBOT เมื่อคืนนี้ (13 ธ.ค.) สัญญาสินค้าโภคภัณฑ์เกษตรปิดปรับตัวไร้ทิศทาง โดยสัญญาข้าวโพดและข้าวสาลีปรับตัวลง ขณะที่สัญญาถั่วเหลืองปรับตัวสูงขึ้น โดยข้อมูลการส่งออกสุทธิรายสัปดาห์ส่งผลต่อการซื้อขายในระหว่างวัน

สัญญาข้าวโพดส่งมอบเดือนมี.ค.ปรับตัวลง 5.25 เซนต์ หรือ 0.72% ปิดที่ 7.2025 ดอลลาร์/บุชเชล ขณะที่สัญญาข้าวสาลีส่งมอบเดือนมี.ค.ปิดขยับลง 3.5 เซนต์ หรือ 0.43% แตะ 8.085 ดอลลาร์/บุชเชล และสัญญาถั่วเหลืองส่งมอบเดือนม.ค.ปรับตัวสูงชึ้น 3 เซนต์ หรือ 0.2% ปิดที่ 14.765 ดอลลาร์/บุชเชลemnb_18_18900.gif?1741343484

ตลาดสินค้าโภคภัณฑ์ CME ระบุว่า ตลาดธัญพืชได้รับแรงกดดันจากดอลลาร์ที่แข็งค่า และการเปิดเผยข้อมูลอุปสงค์ที่ย่ำแย่ตลอดทั้งสัปดาห์อย่างต่อเนื่อง โดยยอดขายข้าวโพดเพื่อส่งออกประจำสัปดาห์ ณ วันที่ 6 ธ.ค.มีจำนวนรวมทั้งสิ้นอยู่ที่ 272,600 ตัน เพิ่มขึ้นจากระดับ 51,600 ตันในสัปดาห์ที่แล้ว ซึ่งยังคงสอดคล้องคาดการณ์ในตลาด

ทางด้านสัญญาข้าวสาลีปรับตัวลง โดยดอลลาร์แข็งค่า ขณะที่ปัจจัยภายนอกตลาดเป็นไปในเชิงลบ ซึ่งสร้างแรงกดดันให้แก่ตลาดสินค้าโภคภัณฑ์ส่วนใหญ่ ยอดขายข้าวสาลีเพื่อส่งออกประจำสัปดาห์ถึงวันที่ 6 ธ.ค. อยู่ที่ 573,500 ตัน สอดคล้องการประเมินของตลาด และเพิ่มขึ้นจากระดับ 353,000 ตันในสัปดาห์ที่แล้ว

สำหรับสัญญาถั่วเหลืองปิดปรับตัวขึ้นเล็กน้อย หลังมีรายงานอุปสงค์การส่งออกที่น่าพึงพอใจอีกครั้ง โดยยอดขายถั่วเหลืองเพื่อส่งออกสุทธิในรายสัปดาห์ถึงวันที่ 6 ธ.ค. อยู่ที่ระดับ 1,319,400 ตัน สำหรับปีการตลาดปัจจุบัน นับเป็นการรายงานยอดส่งออกที่เกิน 1 ล้านตันติดต่อกันเป็นสัปดาห์ที่ 2 อีกทั้งยังปรับตัวดีเกิดคาดการณ์ของตลาด และมากกว่ายอดขายในสัปดาห์ที่แล้ว 176,700 ตัน สำนักข่าวซินหัวรายงาน

อินโฟเควสท์ แปลและเรียบเรียงโดย จงดี อำมฤคขจร/พันธุ์ทิพย์ โทร.02-2535000 อีเมล์: pantip@infoquest.co.th--

Edited by ginger
  • Like 1

Share this post


Link to post
Share on other sites

:01

ดีค่ะ nelo โชคดี

 

สเปนเผยอัตราเงินเฟ้อลดลงในเดือน พ.ย.หลังต้นทุนเชื้อเพลิงปรับลง

ข่าวต่างประเทศ สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ) -- ศุกร์ที่ 14 ธันวาคม 2555 09:31:21 น.

สำนักงานสถิติแห่งชาติของสเปน (INE) ระบุว่า อัตราเงินเฟ้อของประเทศในเดือน พ.ย. ลดลง 0.6% สู่ระดับ 2.9% เมื่อเปรียบเทียบกับที่ระดับ 3.5% ในเดือนก่อนหน้า โดยส่วนใหญ่เป็นผลมาจากค่าขนส่งที่ลดลง 3.1% จากการปรับตัวลงของราคาเชื้อเพลิงและยานพาหนะใหม่emnb_1_370236.gif

อัตราเงินเฟ้อในเดือนนี้มีความสำคัญต่อการปรับเปลี่ยนอำนาจซื้อของผู้เกษียณอายุให้เหมาะสมกับการเพิ่มขึ้นของราคาสินค้าทั่วไป

อย่างไรก็ตาม รัฐบาลสเปนได้ประกาศแล้วว่าไม่สามารถปรับเงินบำนาญปี 2556 ตามอัตราเงินเฟ้ออย่างเต็มที่ได้ แต่ระบุว่าเงินบำนาญส่วนใหญ่จะมีการปรับขึ้น 1% ส่วนผู้ที่ได้รับเงินบำนาญน้อยกว่า 1,000 ยูโร (1,306 ดอลลาร์สหรัฐ) ต่อเดือน จะมีการปรับเพิ่ม 2% สำนักข่าวซินหัวรายงาน

อินโฟเควสท์ แปลและเรียบเรียงโดย วรัญญา อุดมกุศลศรี/พันธุ์ทิพย์ โทร.02-2535000 อีเมล์: pantip@infoquest.co.th-

 

HSBC เผยดัชนี PMI ภาคการผลิตเบื้องต้นของจีนเพิ่มแตะ 50.9 ในเดือนธ.ค.

ข่าวต่างประเทศ สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ) -- ศุกร์ที่ 14 ธันวาคม 2555 09:04:36 น.

เอชเอสบีซี โฮลดิงส์เผย ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิตเบื้องต้นของจีนในเดือนธ.ค. เพิ่มขึ้นแตะ 50.9 โดยตัวเลขที่สูงกว่า 50 บ่งชี้ว่ากิจกรรมภาคการผลิตมีการขยายตัวจากเดือนก่อนหน้า

ดัชนี PMI เบื้องต้นของจีนในเดือนธ.ค.ปรับตัวขึ้นต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 5 ติดต่อกัน ซึ่งส่งสัญญาณถึงการปรับตัวทางเศรษฐกิจที่มีแนวโน้มสดใสemnb_1_370236.gif

อินโฟเควสท์ แปลและเรียบเรียงโดย พันธุ์ทิพย์ คำเพิ่มพูล/ปนัยดา โทร.02-2535000 ต่อ 323 อีเมล์: panaiyada@infoquest.co.th--

 

เงินบาทเปิด 30.64/66 ทรงตัว แรงซื้อดอลล์กดดันแต่เงินภูมิภาคหนุน

ข่าวเศรษฐกิจ สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ) -- ศุกร์ที่ 14 ธันวาคม 2555 08:59:27 น.

นักบริหารเงินจากธนาคารซีไอเอ็มบี ไทย เปิดเผยว่า เงินบาทเปิดตลาดเช้านี้อยู่ที่ระดับ 30.64/66 บาท/ดอลลาร์ ทรงตัวในระดับเดียวกันกับปิดตลาดเย็นวานนี้ตามแรงซื้อดอลลาร์ ขณะที่ค่าเงินในภูมิภาคมีแนวโน้มแข็งค่า

"เงินบาททรงตัว มี flow ไหลเข้ามาในตลาดหุ้น แต่มีแรงซื้อดอลลาร์เข้ามา ขณะที่ภูมิภาคค่อนข้างแข็ง" นักบริหารเงิน กล่าว

ปัจจัยที่ตลาดให้ความสนใจติดตามยังคงเป็นประเด็นเดิมๆ เกี่ยวกับการแก้ปัญหาเศรษฐกิจถดถอยของกลุ่มสหภาพยุโรป และสหรัฐว่าจะมีมาตรการเพิ่มเติมออกมาอีกหรือไม่ หลังสหรัฐเพิ่งประกาศใช้มาตรการ QE4

สำหรับความเคลื่อนไหวของค่าเงินสกุลหลักต่างประเทศที่สำคัญ เงินเยนอยู่ที่ระดับ 83.70/71 เยน/ดอลลาร์ ปรับตัวอ่อนค่าจากระดับ 83.30/35 เยน/ดอลลาร์ ส่วนเงินยูโรอยู่ที่ระดับ 1.3073/3075 ดอลลาร์/ยูโร ปรับตัวแข็งค่าจากระดับ 1.3060/3066 ดอลลาร์/ยูโร

นักบริหารเงิน ประเมินกรอบการเคลื่อนไหวของเงินบาทในวันนี้ไว้ระหว่าง 30.60-30.70 บาท/ดอลลาร์emnb_18_18900.gif?708139542emnb_1_370232.gif

อินโฟเควสท์ โดย ธนวัฏ เสือแย้ม/รัชดา โทร.02-2535000 ต่อ 317 อีเมล์: rachada@infoquest.co.th-

Share this post


Link to post
Share on other sites

post-4992-0-56941400-1349396522.gifอรุณสวัสดิ์จ้า ginger ย่าหยา กุ้งนาง กัปตัน baskie news bmw put wann Pasaya อัยยา พวงชมพู กบจ๊า นุชบา&เพื่อนๆ :32

post-4992-0-98128800-1349433574.jpgpost-4992-0-16604900-1346290809.jpg

Edited by กระต่ายทอง
  • Like 2

Share this post


Link to post
Share on other sites

Join the conversation

You can post now and register later. If you have an account, sign in now to post with your account.

Guest
Reply to this topic...

×   Pasted as rich text.   Paste as plain text instead

  Only 75 emoji are allowed.

×   Your link has been automatically embedded.   Display as a link instead

×   Your previous content has been restored.   Clear editor

×   You cannot paste images directly. Upload or insert images from URL.

Loading...

  • Recently Browsing   0 members

    No registered users viewing this page.

×
×
  • Create New...