Jump to content
Update
 
 
Gold
 
USD/THB
 
สมาคมฯ
 
Gold965%
 
Gold9999
 
CrudeOil
 
USDX
 
Dowjones
 
GLD10US
 
HUI
 
SPDR(ton)
 
Silver
 
Silver/Oz
 
Silver/Baht
 

นาตาลี มันแกว

Junior
  • Content Count

    42
  • Joined

  • Last visited

Community Reputation

0 medium

About นาตาลี มันแกว

  • Rank
    ขาประจำ

Profile Information

  • เพศ
    ไม่บอก

Recent Profile Visitors

The recent visitors block is disabled and is not being shown to other users.

  1. อายุที่มากขึ้น รวมถึงปัจจัยเสี่ยงต่าง ๆ อาจนำไปสู่การเป็นโรคกระดูกพรุน ซึ่งกระดูกมีโอกาสแตกหรือหักได้ง่ายกว่าคนทั่วไป ส่งผลเสียต่อการดำเนินชีวิตประจำวัน และก่อให้เกิดอันตรายกับตัวผู้ป่วยโรคกระดูกพรุนได้ มาดูกันว่า คุณมีความเสี่ยงแค่ไหนมีปัจจัยใดบ้างที่ทำให้เกิดโรคกระดูกพรุน สามารถดูแลหรือรักษาได้อย่างไร เกี่ยวอะไรกับแคลเซียมข้าวโพด วันนี้ 90 ปีแข็งแรง โดยแคล-ที มีคำตอบค่ะ ปัจจัยเสี่ยงกระดูกพรุน เพศ ผู้หญิงเป็นโรคกระดูกพรุนมากกว่าและเร็วกว่าผู้ชาย โดยเฉพาะเมื่อหมดประจำเดือน มีประวัติ กรรมพันธุ์ พ่อหรือแม่มีโรคกระดูกพรุน ลูกจะมีโอกาสเป็นโรคกระดูกพรุนแล้วกระดูกหักด้วย ชาวผิวขาวหรือเชื้อชาติและคนเอเชียมีโอกาสเป็นโรคกระดูกพรุนสูง สูบบุหรี่สารพิษนิโคตินเป็นตัวทำลายเซลล์สร้างมวลกระดูกทำให้กระดูกบางลง แอลกอฮอล์ การดื่มเหล้า เบียร์ ทำให้มีโอกาสเป็นโรคกระดูกพรุนเร็วขึ้น น้ำหนักลดลงอย่างรวดเร็ว คนที่ผอมเกินไปจะเป็นโรคกระดูกพรุนมากกว่า ใช้ยาสเตียรอยด์เกินขนาด เช่น กลุ่มยาสเตียรอยด์ในผู้ป่วยโรคข้ออักเสบรูมาตอยด์ ภาวะฮอร์โมนไม่สมดุล เช่น โรคต่อมไทรอยด์ เป็นโรคเรื้อรัง เช่น โรคตับ โรคทางเดินอาหารผิดปกติ ขาดการออกกำลังกาย คนไม่ออกกำลังกายมีโอกาสเป็นโรคกระดูกพรุนมากกว่า ขาดสารอาหาร โดยเฉพาะขาดแคลเซียม วิตามินดี และโปรตีน ดื่มเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีนมากเกินเป็นประจำ เนื่องจากอาหารและเครื่องดื่มดังกล่าวจะขัดขวางการดูดซึมแคลเซียม ส่วนอาหารเค็มจัดและคาเฟอีนยังทำให้ร่างกายขับแคลเซียมมากขึ้นอีกด้วย เมื่อทราบว่าตัวเองเป็นโรคกระดูกพรุน ควรทานอาหารที่มีแคลเซียมสูงเพื่อบำรุงกระดูก หรือเสริมด้วย แคล-ที แคลเซียมข้าวโพด (แคลเซียม แอล-ทรีโอเนต พลัส แมกนีเซียม) ช่วยดูแลและเสริมสร้างกระดูกและฟันให้แข็งแรง คุณสมบัติแคลเซียมข้าวโพด (แคลเซียม แอล-ทรีโอเนต พลัส แมกนีเซียม) ดูแลโรคกระดูกพรุน แคลเซียม แอล-ทรีโอเนต พลัส แมกนีเซียม ช่วยเสริมสร้างความแข็งแรงให้กับกระดูก ช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนในกระดูก และยับยั้งการสลายตัวของกระดูก ดูแลโรคข้อเสื่อม แคลเซียม แอล-ทรีโอเนต พลัส แมกนีเซียม จะกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนในกระดูก และกระดูกอ่อน รวมทั้งสร้างน้ำไขข้อ ส่งเสริมให้กระดูกและข้อแข็งแรง ดูดซึมได้ดี แคลเซียม แอล-ทรีโอเนต พลัส แมกนีเซียม ดูดซึมได้ด้วยตัวเองถึง 95 % เป็น passive transport ซึมผ่านระหว่างเซลล์ โดยไม่ต้องอาศัยวิตามินดี ซึ่งแคลเซียมชนิดอื่น ๆ ต้องใช้วิตามินดี เพื่อช่วยในการดูดซึม ไม่ทำให้ท้องผูก แคลเซียม แอล-ทรีโอเนต พลัส แมกนีเซียม แตกตัวและละลายได้ดีในน้ำ จึงไม่หลงเหลือให้ตกตะกอน หรือสะสมเกาะตามอวัยวะต่าง ๆ ในร่างกาย และไม่ทำให้ท้องอืด ท้องผูก แคลเซียมข้าวโพด จึงเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด สำหรับผู้ที่สนใจรับประทานแคลเซียม และต้องการบำรุงกระดูกให้แข็งแรงโดยไม่ทิ้งสารตกค้างในร่างกาย เพียงทานแคลเซียม แอล-ทรีโอเนต พลัส แมกนีเซียม ครั้งละ 2 แคปซูล วันละ 2 ครั้ง เท่านี้กระดูกของเราก็แข็งแรง ดูแลโรคกระดูกพรุนได้แล้วเพื่อสุขภาพกระดูกและข้อ อย่าลืมนึกถึง ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร แคล-ที หากท่านใดสนใจสินค้าหรืออยากทราบรายละเอียดเพิ่มเติมสามารถติดตามความรู้เกี่ยวกับการดูแลสุขภาพกับโครงการ 90 ปีแข็งแรง โดยแคล-ที ได้ที่ Website : https://www.cal-t.com/แคลเซียมจากข้าวโพด/ Facebook : https://www.facebook.com/CalTthailand Youtube : https://youtu.be/opDMHIvx_Pc
  2. อาการปวดหลังมีหลายแบบสังเกตด่วน !!! คุณกำลังมีอาการแบบนี้อยู่หรือไม่? ปวดหลัง ปวดบริเวณเอว เป็น ๆ หาย ๆ เดินได้ไม่ไกล มีอาการปวดชาลงไปถึงขาเหมือนเป็นตะคริวร่วมด้วย บางครั้งต้องหยุดพักก่อนแล้วจึงจะเดินต่อไปได้ บางทีมีอาการปวดหลังร้าวลงขารุนแรง อาจเป็นสัญญาณเสี่ยงหมอนรองกระดูกทับเส้นได้ แล้วจะรักษาอย่างไรดี? วันนี้เรามีความรู้ดี ๆ ที่เป็นประโยชน์กับคุณอย่างมาก จากทางโรงพยาบาลเปาโล สมุทรปราการ มาฝากกันค่ะ หมอนรองกระดูกสันหลัง กดทับเส้นประสาท กระดูกสันหลัง จะมีหมอนรองกระดูก และข้อต่อกระดูกสันหลังคอยเชื่อมต่อกับกระดูกหลายชิ้น โดยที่ตัวกระดูกสันหลังทำหน้าที่ปกป้องไขสันหลัง ส่วนหมอนรองกระดูกจะทำหน้าที่ให้กระดูกสันหลังยืดหยุ่นและสามารถรับแรงกระแทกของน้ำหนักตัวจากการเคลื่อนไหวได้ ดังนั้นการใช้งานหนักในชีวิตประจำวัน หรืออายุที่เพิ่มขึ้น ก็อาจเป็นสาเหตุที่ทำให้หมอนรองกระดูกเสื่อมสภาพได้ หมอนรองกระดูก ที่พบว่ามีปัญหาบ่อยที่สุดก็คือ หมอนรองกระดูกสันหลังในระดับเอวข้อที่ 4-5 เนื่องจากเป็นข้อต่อระดับที่มีการเคลื่อนไหว และรับน้ำหนักมากในร่างกาย ซึ่งเมื่อหมอนรองกระดูกมีสภาพเสื่อม ความสูงของหมอนรองกระดูกจะมีขนาดลดลง และมีการฉีกขาดของเนื้อเยื่อหมอนรองกระดูก ทำให้แกนหมอนรองกระดูกหลุดรอดมาภายนอก และกดทับเส้นประสาทไขสันหลังได้ อาการของ โรคหมอนรองกระดูกกดทับเส้นประสาท • ปวดหลัง สะโพกและปวดร้าวลงขาข้างใดข้างหนึ่งหรือทั้งสองข้างรุนแรง ซึ่งจะมีอาการปวดมากขึ้นเวลาไอ หรือจาม • กล้ามเนื้ออ่อนแรง โดยเฉพาะกล้ามเนื้อสะโพกและขาบางรายมีอาการชาปลายเท้าร่วมด้วย หากอาการรุนแรงมากจะไม่สามารถกระดกปลายเท้า หรือเดินได้ • ปลายเท้าชา โดยเฉพาะบริเวณง่ามนิ้วหัวแม่เท้า • ระบบขับถ่ายผิดปกติ ในกรณีที่มีอาการรุนแรงมาก จะมีความผิดปกติของระบบขับถ่ายร่วมด้วย เช่น ไม่สามารถควบคุมการอุจจาระ หรือ ปัสสาวะได้ ซึ่งจำเป็นต้องผ่าตัดรักษาอย่างเร่งด่วน เพื่อป้องกันระบบขับถ่าย ไม่สามารถฟื้นคืนได้ตามปกติ การรักษา โรคหมอนรองกระดูกสันทับเส้นประสาท 1. รักษาโดยการลดน้ำหนัก พร้อมทั้งหลีกเลี่ยงปัจจัยเสี่ยงที่อาจทำให้เกิดอาการหนักขึ้น • การยกของหนัก • การนั่งรถยนต์เป็นเวลานาน • หลีกเลี่ยงอาการท้องผูกหรือเบ่ง ถ่ายอุจจาระแรงเกินไป เป็นต้น เนื่องจากจะทำให้เกิดแรงดัน ในหมอนรองกระดูกสูง ซึ่งเป็นสาเหตุให้หมอนรองกระดูกทนแรงดันไม่ได้ ทำให้เกิดการแตกของหมอนรองกระดูกตามมา 2. ยาต้านการอักเสบ NSAIDS และ ยาคลายกล้ามเนื้อ 3. ใช้กายภาพบำบัดและใช้เสื้อพยุงหลัง เพื่อช่วยในการลดอาการปวด และทำให้ผู้ป่วยสามารถกลับไป ใช้ชีวิตประจำวัน ได้ปกติเร็วขึ้น และทำให้หน้าท้องกระชับขึ้น เพื่อที่จะจะช่วยลดแรงดันในหมอนรองกระดูกสันหลังได้ นอกจากกนี้ยังต้องลดเคลื่อนไหวของ กระดูกสันหลัง ก็จะทำให้อาการปวดลดลง เช่นกัน 4. การผ่าตัด แพทย์จะพิจารณาตามเกณฑ์ดังนี้ • ผู้ป่วยที่มีอาการปวดมากจนทนไม่ได้ แม้จะรักษาโดยรับประทานยา พักและกายภาพบำบัดเต็มที่แล้วก็ยังไม่เป็นปกติ • มีอาการชา อ่อนแรง หรือกล้ามเนื้อขาลีบอย่างเห็นได้ชัด • มีปัญหาระบบขับถ่ายผิดปกติ ที่เกิดจากความผิดปกติของเส้นประสาท เช่น กลั้นอุจจาระหรือปัสสาวะไม่ได้ การผ่าตัดส่องกล้องส่องขยาย (Microscopic Spine Surgery) การผ่าตัดหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาทโดยทั่วไป ศัลยแพทย์กระดูกจะใช้เครื่องมือในการตัดกระดูก และเอ็นพังผืดเพื่อขยายโพรงประสาทคลายการกดรัดเส้นประสาท โดยในระหว่างทำการผ่าตัดบางตำแหน่งของโพรงประสาท อาจมีขนาดที่ตีบแคบมาก ทำให้มองเห็นเส้นประสาทได้ไม่ชัดเจนและมีข้อจำกัด ซึ่งการสอดใส่เครื่องมือผ่าตัดอาจเป็นอันตรายต่อเส้นประสาทได้ ซึ่งการผ่าหมอนรองกระดูกสันหลังโดยการส่องกล้องขยายนั้น จะสามารถลดขนาดแผลผ่าตัดให้เล็กลงได้ และที่กล้องขยายจะมาช่วยให้ศัลยแพทย์สามารถ ที่จะมองเห็นรายละเอียดในการผ่าตัดได้อย่างชัดเจนอีกด้วย ข้อดีของการผ่าตัดผ่านกล้อง 1. ช่วยลดการบาดเจ็บของเนื้อเยื่อและอวัยวะภายใน ทำให้มีความเจ็บปวดน้อย และลดการเสียเลือด 2. ขนาดของแผลนั้นเล็กเพียง 1-2 ซม. ซึ่งเทียบกับการผ่าตัดแบบเปิดจะทำให้มีแผลกว้างถึง 12-20 ซม. ดังนั้น การผ่าตัดแบบ MIS จะช่วยลดขนาดของแผลเป็นที่จะเกิดขึ้นจากการผ่าตัดแบบเปิด 3. พักฟื้นที่โรงพยาบาลเพียง 1-2 วัน ซึ่งในบางกรณีอาจจะกลับบ้านได้ทันทีหลังการผ่าตัด นับว่าเร็วกว่าการผ่าตัดแบบเปิด ที่ต้องเสียเวลาพักฟื้นนานเป็นสัปดาห์ 4. ช่วยลดการเกิดภาวะแทรกซ้อน และโรคแทรกซ้อนต่าง ๆ ถือว่าปลอดภัยกว่าการผ่าตัดแบบเปิด 5. ช่วยลดการเกิดพังผืดจากการผ่าตัดแบบเปิด 6. ทำให้แพทย์มองเห็นรายละเอียดของตำแหน่งที่ต้องการผ่าตัดได้อย่างชัดเจน ด้วยเทคโนโลยีกำลังขยายของกล้อง ซึ่งช่วยให้ผ่าตัดได้ตรงจุดจึงลดการกระทบต่ออวัยวะอื่น ๆ ข้อจำกัดของการผ่าตัดส่องกล้อง • มีค่าใช้จ่ายค่อนข้างสูง เนื่องจากต้องใช้อุปกรณ์ที่มีนวัตกรรมพิเศษ • ยังไม่สามารถใช้วิธีนี้กับผู้ป่วยในบางราย ได้แก่ ผู้ป่วยที่มีโรคปอดและหัวใจขั้นรุนแรง และผู้ที่เคยผ่าตัด หรือมีพังผืดจำนวนมาก วิธีการเตรียมตัว ก่อน-หลังการผ่าตัด ก่อนการผ่าตัดส่องกล้อง • เตรียมร่างกายให้พร้อม รับประทานอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการ รวมทั้งนอนหลับให้เพียงพอ • งดน้ำงดอาหาร อย่างน้อย 6 ชั่วโมง • แจ้งประวัติประจำตัว การแพ้ยา ให้แจ้งแพทย์เมื่อมีอาการป่วยก่อนการผ่าตัด • งดสูบบุหรี่ และแอลกอฮอล์ • กรณีผ่าตัดลำไส้ แพทย์จะทำการล้างลำไส้ โดยจะให้ยากระตุ้นการขับถ่ายออกมาให้หมด • ถอดเครื่องประดับเอาไว้ในที่ปลอดภัย เช่น แหวน สร้อยคอ ต่างหู หรือเครื่องประดับจากการเจาะตามร่างกาย เพื่อป้องกันการเสียหายใน ระหว่างการผ่าตัด หลังการผ่าตัด • งดน้ำงดอาหาร ประมาณ 12-24 ชั่วโมง ตามแพทย์สั่ง • งดสูบบุหรี่ และแอลกอฮอล์ นับว่าการผ่าตัดด้วย Minimal Invasive Surgery นั้นจำเป็นต้องอาศัยแพทย์และทีมงานที่มีความชำนาญพิเศษ โดยทางโรงพยาบาลเปาโล สมุทรปราการ มีทีมแพทย์ที่ผ่านการศึกษาอบรมการผ่าตัดด้วยวิธี Minimal Invasive Surgery จากสถาบันการแพทย์ทั้งในและต่างประเทศ ซึ่งพร้อมให้การดูแลรักษาสุขภาพของท่านเป็นอย่างดี ซึ่งหากแพทย์ตรวจพบโรคแล้วจำเป็นที่จะต้องเข้ารับการผ่าตัด ทางโรงพยาบาลเปาโลสมุทรปราการ ขอมอบสิทธิ์พิเศษเสริมความปลอดภัยให้ทุกท่านที่จะเข้ารับการผ่าตัดทุกประเภท ให้ได้รับการ ตรวจโรค COVID-19 ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย พร้อมนวัตกรรมการผ่าตัดแบบส่องกล้อง (Minimally Invasive Surgery - MIS) มาช่วยย่นระยะเวลาการพักฟื้น และลดรอยแผล และความเจ็บปวดได้อย่างมีประสิทธิภาพ หมอนรองกระดูกทับเส้นประสาทรักษาได้ หากคุณกำลังเผชิญปัญหาอาการปวดหลัง หรือภาวะเสี่ยงหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท แนะนำว่าให้รีบพบแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เพื่อดำเนินการรักษา อย่าปล่อยให้อาการเรื้อรังนาน คุณสามารถติดต่อขอคำปรึกษาจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เพื่อตรวจวินิจฉัยและวางแผนการรักษา กับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญโรงพยาบาลเปาโล สมุทรปราการ ด้านกระดูกสันหลังโดยเฉพาะได้ สอบถามรายละเอียดข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่เบอร์โทร 02-363-2000 ขอบคุณข้อมูลจากโรงพยาบาลเปาโล สมุทรปราการ https://bit.ly/2XulRUr
  3. ปัญหาเกี่ยวกับการบาดเจ็บหรือเอ็นไขว้หน้าเข่าฉีกขาด เป็นเรื่องน่าหนักใจเพราะสามารถเกิดขึ้นได้กับคนทุกเพศทุกวัย จากอุบัติเหตุหรือหลังจากเล่นกีฬา ซึ่งเส้นเอ็นไขว้หน้าข้อเข่า อยู่บริเวณจุดกึ่งกลางข้อเข่า ยาวไปตามแนวเฉียงจากด้านหลังของกระดูกต้นขาไปจนถึงกระดูกหน้าแข้ง เป็นเส้นเอ็นที่คอยทำหน้าที่ควบคุมการเคลื่อนไหวของกระดูกหน้าแข้ง ท่านใดที่กำลังเจอปัญหานี้อยู่หรือกำลังมองข้อมูลเพื่อทำการรักษาด้วยการผ่าตัดส่องกล้อง เรามีความรู้จากทางโรงพยาบาลเปาโลสมุทรปราการมาฝากกันค่ะ การผ่าตัดส่องกล้องซ่อมเอ็นเข่าและไหล่ เรื่องเล็กที่ไม่เล็ก เมื่อพูดถึงเรื่องการบาดเจ็บของเส้นเอ็นส่วนใหญ่จะพบในกลุ่มคนอายุน้อยและเกิดการบาดเจ็บหลังได้รับอุบัติเหตุหรือหลังจากเล่นกีฬาส่วนมากการบาดเจ็บที่พบบ่อยที่สุดคือการบาดเจ็บของเอ็นไขว้หน้าเข่าและการฉีกขาดของเอ็นไหล่ซึ่งการบาดเจ็บดังกล่าวจะส่งผลให้มีการปวดเรื้อรังรู้สึกข้อเข่าหลวมไม่มั่นคงหรือไหล่หลุดง่ายซึ่งหากปล่อยไว้นานอาการปวดจะรบกวนชีวิตประจำวันมากขึ้นเรื่อย ๆ จนทนไม่ไหว สาเหตุ 1. การบาดเจ็บของเอ็นเข่า ส่วนใหญ่เกิดจากการบาดเจ็บจากการเล่นกีฬาได้แก่กีฬาจำพวก contact sport หรือกีฬาที่ต้องเกิดการปะทะกันเช่น บาสเกตบอล วอลเลย์บอล เบสบอล ฟุตบอล เกิดจากการหมุนเข่าหรือเข่าพลิกอย่างฉับพลันทำให้เอ็นไขว้หน้าข้อเข่าฉีกขาด อุบัติเหตุจราจร 2. การบาดเจ็บของเอ็นข้อไหล่ อาการบาดเจ็บของข้อไหล่เกิดจากการได้รับการกระแทกโดยตรงเช่นกันล้มไหล่กระแทกกับพื้นหรือการล้มเอามือยันพื้นทำให้แรงดันพื้นส่งมากระทบที่ไหล่ หรือการเล่นกีฬาที่ผิดท่า อาการ มีอาการปวดบวมช้ำหรือเดินลงน้ำหนักไม่ได้ถ้าถึงขั้นเอ็นฉีกขาดก็จะมีเลือดออกในข้อซึ่งเขาจะบวมมากโดยส่วนใหญ่จะเดินลงน้ำหนักไม่ได้เลยใน 1-2 วันแรกหลังจากได้รับการบาดเจ็บ การรักษา การรักษาด้วยวิธีการผ่าตัดแบบส่องกล้องซ่อมเอ็นใหม่ซึ่งข้อดีของการผ่าตัดส่องกล้องคือ ช่วยลดการบาดเจ็บของเนื้อเยื่อและอวัยวะภายในทำให้มีความเจ็บน้อยปวดน้อยและลดการเสียเลือด ขนาดของแผลมีขนาดเล็กเพียง 1-2 เซนติเมตรซึ่งเทียบกับการผ่าตัดแบบเปิดจะทำให้มีแผลกว้างถึง 12 ถึง 20 เซนติเมตร ดังนั้นการผ่าตัดแบบ MIS จะช่วยลดขนาดของแผลเป็น การพักฟื้นที่โรงพยาบาลหลังผ่าตัดเพียง 2-3 วัน ซึ่งเร็วกว่าการผ่าตัดแบบเปิดที่ต้องเสียเวลาพักฟื้นนานประมาณ 5-7 วัน ช่วยลดการเกิดภาวะแทรกซ้อนและโรคแทรกซ้อนต่าง ๆ ช่วยลดการเกิดพังผืดจากการผ่าตัดแบบเปิด แพทย์ผู้ผ่าตัดเห็นรายละเอียดของตำแหน่งที่ต้องการผ่าตัดได้อย่างชัดเจนด้วยเทคโนโลยีกำลังขยายของกล้องซึ่งช่วยให้ผ่าตัดได้ตรงจุดจึงลดการกระทบต่ออวัยวะอื่น ๆ ข้อจำกัดของการผ่าตัดส่องกล้อง มีค่าใช้จ่ายค่อนข้างสูงเนื่องจากต้องใช้อุปกรณ์ที่มีนวัตกรรมพิเศษ การผ่าตัดด้วย Minimally invasive surgery (MIS) นั้นจำเป็นต้องอาศัยแพทย์และทีมงานที่มีความชำนาญพิเศษโดยทางโรงพยาบาลเปาโล สมุทรปราการ มีทีมแพทย์ที่ผ่านการศึกษาอบรมการผ่าตัดด้วยวิธี Minimally invested surgery จากสถาบันการแพทย์ทั้งในและต่างประเทศ ซึ่งพร้อมให้การดูแลรักษาสุขภาพของท่านเป็นอย่างดี ซึ่งหากแพทย์ตรวจพบโรคแล้วจำเป็นที่จะต้องเข้ารับการผ่าตัดทางโรงพยาบาลเปาโลสมุทรปราการขอมอบสิทธิพิเศษเสริมความปลอดภัยให้ทุกท่านที่จะเข้ารับการผ่าตัดทุกประเภทให้ได้รับการตรวจโรค COVID -19 ฟรีไม่มีค่าใช้จ่าย พร้อมนวัตกรรมการผ่าตัดแบบส่องกล้อง Minimally invasive surgery มาช่วยลดระยะเวลาในการพักฟื้นและลดรอยแผลจากการผ่าตัดได้อย่างมีประสิทธิภาพ ในนักกีฬาหรือคนทั่วไปที่เกิดอุบัติเหตเกิดอาการเอ็นไขว้หน้าข้อเข่าฉีกขาดนั้นขณะเกิดการบาดเจ็บอาจรู้สึกได้ถึงการฉีกขาดอย่างชัดเจน จากนั้นจะมีอาการปวดบวมบริเวณหัวเข่าในทันที และไม่สามารถลงน้ำหนักตัวได้เหมือนปกติ หากพบอาการดังกล่าวแนะนำว่าควรรีบไปพบแพทย์เพื่อรับการรักษาโดยเร็วที่สุด หรือท่านใดจะติดต่อขอคำแนะนำเรื่องการผ่าตัดส่องกล้องกับทางโรงพยาบาลเปาโลสมุทรปราการ เราพร้อมให้คำปรึกษาและยินดีให้บริการ สอบถามรายละเอียดข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่เบอร์โทร 02-363-2000 ขอบคุณข้อมูลจากโรงพยาบาลเปาโล สมุทรปราการ https://bit.ly/3nJrV6p
  4. โอกาสสุดท้าย! วิทยาลัยเทคโนโลยีสยาม(สยามเทค) ขยายเวลารับสมัครถึง 31 พ.ค. นี้เท่านั้น สำหรับนักเรียนที่จบ ม3 ม.6 ปวช. หรือเทียบเท่าเรียนต่อ ปวช.หรือ ปวส. เลือกสาขาวิชาที่อยากเรียนได้แล้วอย่ารอช้า จองสิทธิ์รีบสมัครกันได้เลย สามารถสมัคเรียนด้วยตัวเองได้ทุกวัน (เว้นวันหยุดนักขัตฤกษ์) หรือสมัครเรียนผ่านระบบออนไลน์ สมัครเรียนสยามเทคการเดินทางสะดวกสบาย ใกล้รถไฟฟ้า MRT สายสีน้ำเงิน สามารถเดินจากสถานีจรัญฯ 13 ทางออกที่ 4 เพียง 30 เมตร ที่สำคัญหมดห่วงเรื่องค่าเทอม วิทยาลัยเทคโนโลยีสยาม(สยามเทค) สามารถเลือกชำระค่าเทอมแบบสบายกระเป๋าได้ 2 ทางเลือก ไม่ว่าจะเป็นเลือกผ่อนชำระสูงสุด 5 งวด หรือผ่อนผ่านบัตร KTB หรือ KBank 0% 3 งวด หรือจะยื่นกู้ กยศ. หรือ กรอ. ก็ได้เช่นกัน รีบมาสมัครกันเยอะ ๆ นะคะ วิทยาลัยเทคโนโลยีสยาม (สยามเทค) “เราสร้างคนสู่โลกอนาคต” เกือบห้าทศวรรษที่ได้ทุ่มเททั้งแรงกายและแรงใจในการจัดการศึกษาเพื่อพัฒนาเยาวชนไทย ให้เป็นบุคลากรที่มีคุณภาพของประเทศต้นกล้าที่ครูอาจารย์ได้อบรมบ่มเพาะในด้านทักษะวิชาชีพและคุณธรรม จริยธรรม ผลิดอกออกผลให้เห็นเป็นที่ประจักษ์มาหลายรุ่นนั้นเป็นเครื่องการันตีให้เราเห็นถึงศักยภาพและความพร้อมที่จะเป็นแม่ข่ายในการสร้างคนให้เป็นทั้งคนเก่ง และคนดีรวมไปถึงความมุ่งมั่นที่จะเป็นที่หนึ่งในระดับอาเซียนต่อไป ช่องทางการสมัครเรียนสยามเทค สมัครเรียนออนไลน์ http://siamtech.co/eEnrollment/ สมัครโดยตรง ที่วิทยาลัยเทคโนโลยีสยาม (สยามเทค) ณ อาคาร 12 ชั้น 3 website :https://www.siamtech.ac.th/ facebook : https://www.facebook.com/vrsiamtech สอบถามข้อมูลสมัครเรียนสยามเทคเพิ่มเติม โทร. 02-8640358-61
  5. เชื่อว่ายังมีผู้หญิงเป็นส่วนใหญ่ที่หลีกเลี่ยงการ “ตรวจภายใน” และผู้หญิงส่วนใหญ่ที่มาหาหมอด้วยอาการปวดท้องประจำเดือนหรือปวดท้องน้อยแบบเรื้อรัง มีประจำเดือนมามากผิดปกติ ถึงได้มาพบหมอ พอตรวจอย่างละเอียดกลับพบว่าเป็นเนื้องอกในมดลูก โดยเฉพาะในผู้หญิงวัยทำงานขึ้นชื่อว่าวัยทำงานส่วนใหญ่อาจทำงานยุ่งวุ่นวายจนลืมนึกถึงสุขภาพ ไม่ได้ตรวจร่างกายประจำปี โดยเฉพาะการตรวจภายใน ซึ่งผู้หญิงส่วนใหญ่เลือกที่จะเลี่ยงการตรวจไปจนกว่าจะมีอาการผิดปกติบางอย่างเสียก่อน บทความนี้จะพาคุณมาทำความรู้จักว่าเนื้องอกในมดลูกคืออะไร ลองพิจารณาดูว่าคุณกำลังอยู่ในกลุ่มเสี่ยงเป็นโรคทางนรีเวชนี้อยู่หรือไม่ ตามมาอ่านข้อมูลจากโรงพยาบาลนครธนกันได้เลยค่ะ เนื้องอกในมดลูก อีกหนึ่งโรคทางนรีเวชยอดฮิตที่พบบ่อยประมาณร้อยละ 25 ในผู้หญิงอายุ 35 ปีขึ้นไป และพบ 1 ใน 3 ของผู้หญิงวัยเจริญพันธุ์ สามารถพบได้ที่ตำแหน่งใดตำแหน่งหนึ่งในตัวมดลูก โดยมีขนาดต่างกันไป อาจมีก้อนเดียวหรือหลายก้อนก็ได้ บางชนิดโตช้า บางชนิดโตเร็ว แต่ที่น่าเป็นกังวลคือผู้หญิงหลายคนมักไม่รู้ว่าตัวเอง อยู่ในกลุ่มเสี่ยงหรือไม่รู้ตัวว่าเป็นโรคนี้ เนื่องจากเนื้องอกในมดลูกจะไม่มีอาการแสดงใด ๆ บอกชัดเจน มักทราบโดยบังเอิญจากการที่ตรวจสุขภาพประจำปีหรือมาปรึกษาแพทย์ด้วยโรคอื่น ๆ เนื้องอกมดลูก มีกี่ประเภท? เนื้องอกมดลูก มีทั้งชนิดธรรมดาและชนิดที่เป็นมะเร็ง โดยส่วนใหญ่เกิดจากชั้นกล้ามเนื้อของมดลูกที่เป็นเนื้องอกธรรมดามากกว่า ซึ่งมีเนื้องอก 2 แบบใหญ่ ๆ คือ เกิดจากกล้ามเนื้อโดยตรง หรือเกิดจากมีเนื้ออย่างอื่นแทรกเข้าไปในกล้ามเนื้อของมดลูก เยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่แทรกเข้ามาในมดลูก หรือมีหลายเม็ดเกาะกันเป็นกลุ่มจนใหญ่ขึ้น ประจำเดือนมามากผิดปกติ อาการบ่งชี้ของเนื้องอกในมดลูก ประจำเดือนมามากผิดปกติ คืออาการบ่งชี้หรือสัญญาณเตือนเนื้องอกในมดลูก อาจจะมีอาการปวดท้องหรือไม่ปวดก็ได้ ซึ่งอาการปวดท้อง มักมีสาเหตุมาจากการเปลี่ยนแปลงของเนื้องอก เช่น มีขนาดใหญ่ขึ้นจนเลือดไปเลี้ยงเนื้องอกไม่พอ ทำให้เนื้องอกขาดเลือด หรือปวดท้องเพราะเนื้องอกไปกดเบียดอวัยวะอื่น ๆ จนทำให้เกิดการปวดแบบหน่วงๆ เหมือนมีก้อนหนัก ๆ ในท้อง และทำให้ปัสสาวะบ่อย ท้องผูก รวมทั้งมีอาการปวดท้องขณะมีเพศสัมพันธ์อีกด้วย การรักษาเนื้องอกมดลูก การรักษาเนื้องอกมดลูกสามารทำได้หลายวิธี ขึ้นอยู่กับอาการ ลักษณะของเนื้องอก และปัจจัยโดยรวมของผู้ป่วย เช่น อายุ ความต้องการในการมีบุตร การตั้งครรภ์ ซึ่งผู้ป่วยบางรายสามารถรักษาได้ด้วยการรับประทานยา ฉีดยา แต่ในบางรายแพทย์อาจจะพิจารณาให้ใช้การรักษาด้วยการผ่าตัด ซึ่งมีทั้งวิธีผ่าตัดเปิดหน้าท้องแบบมาตรฐาน และการผ่าตัดผ่านกล้องที่ได้รับความนิยมและมีข้อดีในหลาย ๆ ด้าน คือ แผลมีขนาดเล็ก คนไข้เสียเลือดน้อย เจ็บตัวน้อย ใช้เวลาพักฟื้นน้อยลง ฟื้นตัวได้เร็วขึ้น และช่วยลดการเกิดภาวะแทรกซ้อนหลังผ่าตัด หลังจากที่ได้อ่านบทความนี้คุณคงจะมีความเข้าใจเกี่ยวกับโรคเนื้องอกในมดลูกมากขึ้น และ คงจะหันมาใส่ใจกับเรื่องของสุขภาพและเห็นถึงความสำคัญของการตรวจภายในกันมากขึ้นแล้วนะคะ ดังนั้นหากคุณกำลังมีอาการปวดท้องประจำเดือนหรือปวดท้องน้อยแบบเรื้อรัง มีประจำเดือนมามากผิดปกติ หรือมีอาการบงชี้เนื้องอกในมดลูกดังกล่าว ควรรีบไปพบแพทย์ผู้เชี่ยวชาญของทางศูนย์สุขภาพสตรี โรงพยาบาลนครธน เพื่อรับการวินิจฉัยและการรักษาก่อนที่อาการจะลุกลามรุนแรงมากขึ้น ส่งผลให้การรักษายากขึ้นอีกด้วยนะคะ ต้องการข้อมูลเพิ่มเติมสามารถติดต่อสอบถามได้ที่ศูนย์สุขภาพสตรี โรงพยาบาลนครธน https://www.nakornthon.com/article/detail/เนื้องอกในมดลูก-โรคยอดฮิตของผู้หญิงทุกวัย
  6. ปัญหาโรคข้อเข่าเสื่อมส่วนมากพบได้บ่อยในผู้สูงอายุที่อายุมากกว่า 50 ปีขึ้นไป การรักษาโรคข้อเข่าเสื่อมนั้น หากยังไม่รุนแรงมากนัก สามารถรักษาด้วยการฉีดน้ำหล่อลื่นผิวข้อเข่าเพื่อลดการเสียดสีขณะเคลื่อนไหว แต่หากมีอาการปวดที่รุนแรงมานาน แพทย์ส่วนใหญ่จะแนะนำให้ผู้ป่วยผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียม ซึ่งผู้สูงอายุส่วนใหญ่หรือคุณพ่อคุณแม่เรา เมื่อได้ยินขั้นตอนการรักษาว่าจะต้องผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียมเพื่อทดแทนข้อเข่าที่เสื่อม ก็จะรู้สึกกลัวขึ้นมากับคำว่า “ผ่าตัด” ปัจจุบันนี้การผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียมไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิดด้วยเทคนิคและการผ่าตัดสมัยใหม่คุณภาพระดับสากล แผลจากการผ่าตัดเล็ก เจ็บน้อย ทำให้ผู้ป่วยสามารถฟื้นตัวได้เร็วมากขึ้น เรียกได้ว่า ออกจากโรงพยาบาลแล้วเก็บกระเป๋าพาแม่เที่ยวกันต่อได้เลยค่ะ สำหรับลูก ๆ บ้านไหนที่กำลังหาข้อมูลเกี่ยวกับการรักษาแก้ปัญหาโรคข้อเข่าเสื่อม ข้อสะโพกเสื่อม ให้กับคุณพ่อคุณแม่อยู่ เรามีข้อมูลดี ๆ จากโรงพยาบาลเปาโลสมุทรปราการ มาฝากกันค่ะ ข้อเข่าเสื่อม ข้อสะโพกเสื่อม ไม่แก่ก็เสื่อมได้ แม้ข้อเข่าจะเป็นเพียงส่วนประกอบของร่างกายที่หลายคนมองข้าม แต่ก็มีบทบาทต่อการเคลื่อนไหวของร่างกายมากเลยทีเดียว หลายคนมีพฤติกรรมการใช้ข้อเข่าที่ไม่เหมาะสม จนส่งผลให้ข้อเข่าเสื่อมก่อนวัยอันควร ข้อเข่าก็เปรียบเสมือนบานพับที่เชื่อมระหว่างหัวกระดูกต้นขา และเบ้ากระดูกหน้าแข้ง ซึ่งปลายกระดูกทั้งสองจะมีกระดูกอ่อนคลุมไว้ และจะมีน้ำเลี้ยงคอยหล่อลื่นเพื่อช่วยลดแรงกระแทกในขณะที่เราเคลื่อนไหว ดังนั้นการเสื่อมสลายของผิวกระดูกอ่อนบริเวณดังกล่าวนี่เอง จึงเป็นต้นเหตุสำคัญที่ทำให้ข้อเข่าติดขัด และเกิดการอักเสบ บวม และรู้สึกปวดตามมา อาการเหล่านี้คือ “อาการข้อเข่าเสื่อม” สาเหตุสำคัญ “อาการข้อเข่าเสื่อม” • อายุ โดยอาการข้อเข่าเสื่อมจะพบได้มากในผู้ที่อายุตั้งแต่ 50 ปีขึ้นไป • เพศ เพศหญิง จะมีโอกาสเป็นโรคข้อเข่าเสื่อมได้มากกว่าเพศชาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับวัยที่หมดประจำเดือน • น้ำหนักตัว ปกติเวลาเดินบนพื้นราบ ข้อเข่าแต่ละข้างของเราจะต้องแบกรับน้ำหนักประมาณ 3 เท่า ของน้ำหนักตัว ซึ่งหากเรามีน้ำหนักตัวที่มากเกินไป ก็จะส่งผลให้กระดูกอ่อนผิวข้อชำรุด สึกหรอ และเสื่อมสภาพก่อนวัยอันควร • การบาดเจ็บบริเวณข้อเข่า การเล่นกีฬาที่เกิดแรงกระแทกในข้อเข่า เช่น ฟุตบอล บาสเกตบอล รวมไปถึงการเกิดอุบัติเหตุ บริเวณข้อเข่า หรือเส้นเอ็นภายในข้อเข่า ก็จะส่งผลให้ความแข็งแรงของข้อเข่าลดน้อยลง และเพิ่มโอกาสเสี่ยงที่จะทำให้ผิวข้อเข่าชำรุดก่อนวัย การรักษา ข้อเข่าเสื่อม ปัจจุบันการรักษาข้อเข่าเสื่อม สามารถทำได้หลายวิธี โดยหากอาการของโรคยังไม่รุนแรง แพทย์อาจพิจารณาให้ใช้การรักษาด้วยการฉีดน้ำหล่อลื่นผิวข้อเข่า เพื่อลดการเสียดสีขณะเคลื่อนไหว โดยวิธีนี้จะสามารถทำได้กับเฉพาะผู้ที่ไม่เคยมีการติดเชื้อในข้อเข่าเท่านั้น อย่างไรก็ตามหากมีอาการปวดที่รุนแรงเรื้อรังมานาน แพทย์ส่วนใหญ่จะแนะนำให้ผู้ป่วยผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียมทดแทนข้อเข่าที่เสื่อม การผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียม การผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียม คือ การผ่าตัดเอาข้อที่เสื่อมสภาพออก จากนั้นแพทย์จะใส่ข้อใหม่ซึ่งทำมาจากวัสดุพิเศษทางการแพทย์ที่มีความแข็งแรงทนทาน นอกจากนี้ไม่เพียงการนำกระดูกที่เสื่อมออก แพทย์จะปรับความตึงหรือหย่อนของเนื้อเยื่อรอบข้อเข่า เพื่อให้ขามีรูปร่างปกติ ไม่โก่งผิดรูป ซึ่งการเปลี่ยนข้อเข่าเทียมจะได้ผลดีเพียงใดนั้นขึ้นอยู่กับ • ประสบการณ์และความชำนาญของศัลยแพทย์ผู้ทำการผ่าตัด • สภาพของข้อเข่าของผู้ป่วยก่อนผ่าตัด ถ้าข้อเข่าติดแข็งหรือผิดรูป เช่น เข่าโก่ง หรือกล้ามเนื้อข้อเข่า ลีบ ต้องมีการบริหารข้อเข่าหลังผ่าตัดเพื่อฟื้นฟูต่อไป • ความร่วมมือของผู้ป่วยหลังผ่าตัดในเรื่องของบริหารข้อเข่าหลังผ่าตัด ระยะเวลาของข้อเข่าเทียม ในผู้ป่วยกว่าร้อยละ 80 ข้อเข่าเทียมจะสามารถอยู่ได้นานกว่า 20 ปี อย่างไรก็ตาม สภาพของข้อเข่าเทียมจะขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย ทั้งการใช้งานของผู้ป่วย ความเชี่ยวชาญของศัลยแพทย์กระดูก และคุณสมบัติของข้อเทียม ซึ่งผู้ป่วยควรดูแลน้ำหนักตัวไม่ให้เพิ่มขึ้น หลีกเลี่ยงการนั่งแบบยอง ๆ โดยไม่จำเป็น ไม่วิ่งทางไกล ไม่เล่นกีฬาที่ต้องมีการปะทะ และหมั่นดูแลตัวเองไม่ปล่อยให้ตัวเองติดเชื้อที่ใดที่หนึ่งเป็นเวลานาน รวมทั้งไม่ปล่อยให้ฟันผุ เหงือกอักเสบ กระเพาะปัสสาวะอักเสบหรือเป็นแผลที่เล็บเท้า ก็จะช่วยให้ข้อเข่าเทียมมีอายุการใช้งานที่ยาวนานขึ้นได้ วิธีการเตรียมตัว ก่อน-หลังการผ่าตัด ก่อนการผ่าตัด • เตรียมร่างกายให้พร้อม รับประทานอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการ รวมทั้งนอนหลับให้เพียงพอ • งดน้ำงดอาหาร อย่างน้อย 8 ชั่วโมง • แจ้งประวัติประจำตัว การแพ้ยา ให้แจ้งแพทย์เมื่อมีอาการป่วยก่อนการผ่าตัด • งดสูบบุหรี่ และแอลกอฮอล์ • ถอดเครื่องประดับเอาไว้ในที่ปลอดภัย เช่น แหวน สร้อยคอ ต่างหู หรือเครื่องประดับจากการเจาะตามร่างกาย เพื่อป้องกันการเสียหายใน ระหว่างการผ่าตัด หลังการผ่าตัด • งดน้ำงดอาหาร ประมาณ 12-24 ชั่วโมง ตามแพทย์สั่ง • งดสูบบุหรี่ และแอลกอฮอล์ นับว่าการผ่าตัดนั้นจำเป็นต้องอาศัยแพทย์และทีมงานที่มีความชำนาญพิเศษ โดยทางโรงพยาบาลเปาโลสมุทรปราการ มีทีมแพทย์ที่ผ่านการศึกษาอบรมการผ่าตัดจากสถาบันการแพทย์ทั้งในและต่างประเทศ ซึ่งพร้อมให้การดูแลรักษาสุขภาพของท่านเป็นอย่างดี ซึ่งหากแพทย์ตรวจพบโรคแล้วจำเป็นที่จะต้องเข้ารับการผ่าตัด ทางโรงพยาบาลเปาโลสมุทรปราการ ขอมอบสิทธิ์พิเศษเสริมความปลอดภัยให้ทุกท่านที่จะเข้ารับการผ่าตัดทุกประเภท ให้ได้รับการตรวจโรค COVID-19 ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย ขอบคุณข้อมูลจากโรงพยาบาลเปาโล สมุทรปราการ https://bit.ly/39phvn0 สอบถามรายละเอียดข้อมูลเพิ่มเติมโรงพยาบาลเปาโล สมุทรปราการ โทร 02-363-2000
  7. หลวงปู่คำพันธ์ โฆสปัญโญ (พระสุนทรธรรมากร) วัดธาตุมหาชัย ต.มหาชัย อ.ปลาปาก จ.นครพนม นับเป็นพระเกจิอาจารย์อีกท่านหนึ่งที่มีวิชาอาคมอันเข้มขลัง มีปฏิปทาอันน่าเคารพศรัทธาเลื่อมใส มีลูกศิษย์ลูกหาทั่วประเทศ อีกทั้งยังเป็นพระนักพัฒนา ผู้สร้างความเจริญรุ่งเรืองมาสู่วัดธาตุมหาชัย รวมทั้งคณะสงฆ์ในจังหวัด และใกล้เคียงอีกจำนวนมาก นับเป็นพระเถราจารย์ที่น่ากราบไหว้อย่างที่สุด ตามประวัติ หลวงปู่คำพันธ์ โฆสปัญโญ ท่านเกิดเมื่อวันที่ 10 มกราคม 2458 บ้านหนองหอยใหญ่ ต.นาแก อ.นาแก จ.นครพนม ในตระกูล “ศรีสุวงศ์” เมื่ออายุ 17 ปี ได้เข้าบรรพชาเป็นสามเณรที่วัดศรีบุญเรือง อ.นาแก ต่อมาได้พบกับ พระอาจารย์เสาร์ กันตสีโล พระอาจารย์ใหญ่ฝ่ายกรรมฐานผู้มีชื่อเสียงมากในสมัยนั้น จึงฝากตัวเป็นศิษย์ รับแนวทางการสอนของพระอาจารย์เสาร์มาปฏิบัติตามหลวงปู่คำพันธ์ โฆสปัญโญ หลวงปู่ฯได้ละสังขารในกุฏิจำพรรษาด้วยโรคชราภาพ ได้มรณภาพลงดัวยอาการอันสงบ เมื่อวันอาทิตย์ที่ 24 เดือน พฤศจิกายน พ.ศ 2546 เวลาประมาณ 02.00 น.ที่วัดธาตุมหาชัย สิริรวมอายุ 88 ปี 71 พรรษาสร้างความเศร้าโศกเสียใจให้กับผู้ที่เคารพอย่างยิ่ง นับจากวันนั้นถึงปัจจุบันท่านละสังขารมาถึง 15 ปี ปัจจุบันร่างของท่านบรรจุอยู่ในหีบศพบนศาลาการเปรียญ โดยกำหนดการพระราชทานเพลิงศพสลายสรีระของหลวงปู่คำพันธ์ โฆสปัญโญจะมีขึ้นในปี ๒๕๖๔ ส่วนวันและเดือนยังไม่มีการกำหนดอย่างเป็นทางการ หากทราบวันแน่ชัดจะแจ้งให้ทราบในภายหลัง ขอเชิญศิษยานุศิษย์ พุทธศาสนิกชน และผู้มีจิตศรัทธราทุกท่าน ร่วมทำบุญเป็นเจ้าภาพก่อสร้างเมรุพระราชทานเพลิงศพ พระเดชพระคุณพระสุนทรธรรมมากร(หลวงปู่คำพันธ์ โฆสปัญโญ) ณวัดธาตุมหาชัย ต.มหาชัย อ.ปลาปากจ.นครพนม การทำบุญในครั้งนี้สามารถทำได้ด้วยการสั่งจองเหรียญ .................................................................. สำหรับท่านผู้มีจิตศรัทธาที่สนใจสั่งจองเหรียญสามารถทำได้ ดังนี้ จองออนไลน์ แบบฟอร์มการจอง : http://bit.ly/2DH6IrE Facebook พญานาค – พญาศรีสัตตนาคราช : https://bit.ly/2Ij6TIn Facebook วัดธาตุมหาชัย : https://bit.ly/2Q9QXLy Line ID : @phayanaga
  8. ปัญหาข้อเข่าเสื่อมเกิดจากการใช้ข้อเข่ามาอย่างยาวนาน อายุที่เพิ่มขึ้น น้ำหนักตัว เคยประสบอุบัติเหตุ ทำให้กระดูกผิวข้อสึกกร่อน น้ำเลี้ยงบริเวณข้อเข่าลดน้อยลง จะเกิดการเสียดสีกัน ทำให้เกิดอาการปวดข้อเข่าตามมา ซึ่งพบได้บ่อยในผู้สูงอายุ “การฉีดน้ำหล่อลื่นผิวข้อเข่า” เป็นอีกหนึ่งวิธีการรักษาโรคข้อเข่าเสื่อมได้โดยไม่ต้องผ่าตัด ผู้ป่วยที่เป็น โรคข้อเข่าเสื่อม จะมีอาการแรกเริ่มคือ ปวดเป็น ๆ หาย ๆ เมื่อพักการใช้เข่า อาการปวดจะทุเลา และปวดมากขึ้นเมื่อมีการใช้งานข้อมากขึ้น ในรายที่เป็นมากจะปวดตลอดเวลา ข้อฝืด ใช้งานไม่ถนัด ข้อผิดรูป ข้อเข่าจะเปลี่ยนรูปร่างไปจากเดิม เข่าบวมโต หรือบางรายมีขาโก่งออก แทนที่ผิวข้อเข่าเดิมที่เสื่อมชำรุดไป ส่งผลต่อคุณภาพชีวิตเป็นอย่างมากการรักษาโรคข้อเข่าเสื่อมนั้นมีหลายวิธีด้วยกันขึ้นอยู่กับอาการของคนไข้เป็นหลัก ซึ่งการฉีดน้ำหล่อลื่นผิวข้อเข่าเป็นหนึ่งวิธีการรักษา แล้วน้ำหล่อลื่นผิวข้อเข่าคืออะไร การรักษาเป็นอย่างไร สามารถช่วยได้มากน้อยแค่ไหน ไปหาคำตอบกัน รู้จักน้ำหล่อลื่นผิวข้อเข่า ตามปกติแล้ว น้ำไขข้อที่หล่อเลี้ยงข้อเข่าจะทำหน้าที่เหมือนน้ำมันที่ช่วยหล่อลื่นให้กระดูกเคลื่อนไหวได้ราบรื่น แต่ผู้ที่เป็นโรคข้อเข่าเสื่อม น้ำเลี้ยงข้อจะมีความผิดปกติ คือ มีความเข้มข้นและความยืดหยุ่นลดน้อยลง เนื่องจากสาร Hyaluronic เสื่อมคุณภาพ กระดูกอ่อนผิวข้อถูกทำลายลงเรื่อย ๆ ทำให้เกิดอาการปวด บวม อักเสบภายในข้อ และเคลื่อนไหวไม่สะดวก คุณสมบัติของการฉีดน้ำหล่อลื่นผิวข้อเข่า น้ำหล่อลื่นผิวข้อเข่า เป็นสารสกัดของ Hyaluronic Acid (HA) ซึ่งเป็นส่วนประกอบหลักในน้ำเลี้ยงข้อปกติ ด้วยเหตุนี้น้ำหล่อลื่นผิวข้อเข่า จึงมีคุณสมบัติใกล้เคียงกับสารที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติในเนื้อเยื่อของร่างกาย การฉีดน้ำหล่อลื่นผิวข้อเข่า จะช่วยปรับคุณภาพและสมดุลของปริมาณน้ำในข้อ ทำให้ข้อเคลื่อนไหวดีขึ้น มีฤทธิ์ลดการอักเสบทำให้อาการปวดข้อลดลง การใช้ยาชนิดนี้อาจชะลอการผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าออกไปได้ เมื่อไหร่ต้องฉีดน้ำหล่อลื่นผิวข้อเข่า แพทย์จะแนะนำให้ผู้ป่วยฉีดน้ำหล่อลื่นผิวข้อเข่า ในกลุ่มข้อเข่าเสื่อมระยะเริ่มต้น-ปานกลาง หรือผู้ที่ไม่ตอบสนองต่อการรักษาแบบใช้ยา แต่ยังไม่ถึงขั้นต้องเข้ารับการผ่าตัด โดยการฉีดน้ำหล่อลื่นผิวข้อเข่าจะมีประสิทธิภาพในการรักษาประมาณ 6 เดือน – 1 ปี ขึ้นอยู่กับความรุนแรงของโรคและการดูแลสุขภาพของผู้ป่วย การฉีดน้ำหล่อลื่นผิวข้อเข่าฉีดอย่างไร เมื่อแพทย์วินิจฉัยการรักษาแล้วว่าให้ฉีดน้ำหล่อลื่นผิวข้อเข่า โดยแบ่งเป็น 2 ประเภท แบบโมเลกุลเล็ก จะทำการฉีดยาเข้าข้อเข่าที่มีอาการปวดสัปดาห์ละ 1 ครั้ง ติดต่อกัน 3-5 สัปดาห์ โดยแบ่งเป็นสัปดาห์ละ 1 หรือ 2 เข็มต่อครั้ง ทั้งนี้ขึ้นกับอาการ ความรุนแรง หลังฉีดยาจะช่วยลดการปวดข้อผู้ป่วยสามารถขยับเคลื่อนไหวได้ดีขึ้น แบบโมเลกุลใหญ่ หรือฉีดน้ำหล่อลื่นผิวข้อเข่าแบบ Single Shot โดยฉีดเพียงครั้งเดียว แต่สามารถลดอาการปวด อักเสบได้นาน 3-6 เดือน ซึ่งมีความสะดวกต่อคนไข้ในการเดินทาง ลดความเสี่ยงในการติดเชื้อ หรือผลข้างเคียงจากการฉีดได้เป็นอย่างดี คำแนะนำหลังฉีดน้ำหล่อลื่นผิวข้อเข่า หลังฉีดน้ำหล่อลื่นผิวข้อเข่าแล้ว สามารถทำกิจวัตรประจำวันได้ตามปกติ แต่ควรหลีกเลี่ยงการเดินมาก ๆ ประมาณ 2-3 วัน เนื่องจากเป็นช่วงที่เรากำลังดูแลฟื้นฟูข้ออยู่ จึงควรดูแลข้อให้เต็มที่ โดยปกติแล้วการฉีดน้ำหล่อลื่นผิวข้อเข่าจะไม่มีผลข้างเคียงที่เป็นอันตราย อาจพบเพียงอาการปวด บวม แดง เหมือนการฉีดยาทั่วไป ซึ่งจะหายได้เอง หรืออาจใช้การประคบเย็นเพื่อช่วยให้หายเร็วขึ้น และหลังฉีดยาควรพักการใช้ข้อเข่าอย่างน้อย 2 วัน ข้อยกเว้นสำหรับการฉีดน้ำหล่อลื่นผิวข้อเข่า การรักษาแบบนี้ไม่ได้เหมาะกับทุกคน เพราะหากข้อเข่าของคนไข้มีการติดเชื้อมาก่อน หรือเป็นโรคผิวหนังในบริเวณที่จะต้องฉีดยา แพทย์ก็จะพิจารณาเป็นการรักษาด้วยวิธีอื่นแทน รวมทั้งไม่แนะนำให้ผู้ป่วยข้อเข่าเสื่อมในระยะรุนแรงฉีด เพราะผลจากการรักษาจะออกมาได้ไม่ดีเท่าที่ควร เมื่อผู้ป่วยได้รับการรักษาข้อเข่าเสื่อมด้วยการฉีดน้ำหล่อลื่นผิวข้อเข่าแล้ว สามารถทำกิจวัตรประจำวันได้ตามปกติ แต่ควรหลีกเลี่ยงการเดินมาก ๆ ประมาณ 2-3 วันแรก และอาจจะดูแลในส่วนอื่น ๆ เพิ่มเติมด้วย เช่น การลดน้ำหนัก การออกกำลังกายเพื่อฟื้นฟูหัวเข่า เพื่อให้การรักษามีประสิทธิภาพสูงสุดทำให้กลับมามีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ขอบคุณข้อมูลจาก นพ. นิธิวุฒิ ปิ่นสิรานนท์ ศูนย์กระดูกและข้อ โรงพยาบาลนครธน : https://www.nakornthon.com/Article/Detail/ปวดเข่า-ข้อเข่าเสื่อม-ซ่อมได้ด้วยการฉีดน้ำหล่อลื่นผิวข้อเข่า
  9. การเรียนในสายอาชีพ เป็นอีกหนึ่งสายการเรียนที่เรียนจบแล้วสามารถหางานทำได้ง่าย มีงานรองรับเยอะ เรียกได้ว่า เรียนจบมาแล้ว ไม่มีคำว่าตกงาน เพราะเป็นการศึกษาเฉพาะทางที่เน้นความรู้เฉพาะทางและความเชี่ยวชาญ ชำนาญเป็นพิเศษมากขึ้น เน้นให้สามารถนำความรู้ความสามารถไปใช้ประกอบอาชีพ หางาน หรือสมัครงานในอนาคตได้ วันนี้วิทยาลัยเทคโนโลยีสยาม(สยามเทค) ขอแนะนำศิษย์เก่าที่เรียนสาขาช่างไฟฟ้ากำลัง ที่สำเร็จการศึกษาแล้ว ประสบความสำเร็จในสายงานอาชีพ และได้นำความรู้ที่ได้ ไปปรับใช้ในการทำงานกันค่ะ นาย กิตติศักดิ์ โซเกาะ ตำแหน่ง Robotic Technician หน่วยงาน Zinc Process Engineeringผมเป็นศิษย์เก่าวิทยาลัยเทคโนโลยีสยาม(สยามเทค) รุ่น 48 สาขาช่างไฟฟ้ากำลัง หลักสูตร 5 ปี ผมรักสถาบันการศึกษาและรักอาจารย์ผู้สอนมาก เลือกเรียนที่วิทยาลัยเทคโนโลยีสยาม(สยามเทค) เพราะมีความเชื่อมั่นกับที่นี่ และที่นี่มีชื่อเสียงยาวนาน ตอนที่เรียนผมบอกเลยที่ได้เรียน Microcontroller PLC คอนโทรล ไฟฟ้าภายในภายนอกอาคาร ที่อาจารย์สอน ได้ใช้หมด ตั้งใจเรียน พอมาอยู่หน้างาน ก็จะเข้าใจได้ง่ายกว่า อยู่ที่ตัวเราเองจะประยุกต์ใช้ หรือเอาไปต่อยอดได้มากน้อยแค่ไหน ส่วนค่าเทอมแพงหรือเปล่าผมไม่ทราบ มันคือความรู้สึกของแต่ละคน แต่สำหรับผมเกินคุ้มจริง ๆ ผมทำงานได้เงินคืนทุนค่าเทอมแล้วครับ จับจุดได้ ไล่ทางถูกคืนทุนไว ตอนนี้ทำงานอยู่ บริษัท โกรเฮ่ สยาม ทีม Engineer Pre-Process ตำแหน่ง Robotic Technician ฝากถึงน้อง ๆ วิทยาลัยเทคโนโลยีสยาม(สยามเทค) ทุกวันนี้วิวัฒนาการและเทคโนโลยีในโลก เราก้าวไปไวมาก ตามให้ทัน เรียนแค่ในห้องเรียนสมัยนี้ เด็กยุค 4.0 ไม่พอแล้วต้องหาความรู้ข้างนอกเพิ่มเติมด้วย แล้วที่สำคัญไม่ว่าอายุแค่ไหนก็สามารถเรียนรู้ได้ ไม่มีคำว่าแก่เกินเรียน วิชาที่เรียนก็สำคัญมากเช่นกัน ไม่อยากให้กลับมารู้สึกเสียดายทีหลัง ว่าน่าจะตั้งใจเรียนวิชานั้น นี่ โน่น อย่าได้มีคำว่า "รู้อย่างงี้..." เพราะตอนมาลงสนามจริงการแข่งขัน หรือการทำงานจริงเราจะรู้สึกเสียดาย เพราะไม่สามารถย้อนกลับไปได้ เราต้องเดินหน้า และหาความรู้เพิ่ม ผมรักสถาบันวิทยาลัยเทคโนโลยีสยาม(สยามเทค) และขอขอบคุณอาจารย์ที่ทำให้ผมมีวันนี้ ครับ อยากสมัครเรียนสยามเทคอยู่ที่ไหนก็สมัครได้ ผ่านระบบออนไลน์ได้แล้วตั้งแต่วันนี้ หายห่วงเรื่องค่าเล่าเรียน เบาใจสบายกระเป๋า เรียนที่วิทยาลัยเทคโนโลยีสยาม(สยามเทค) เดินทางง่าย สะดวกสบาย มีทั้งรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน และรถประจำทาง ไม่เพียงเท่านั้นยังมีทุนการศึกษาให้กู้ยืมทั้งกยศ.และกรอ. ไม่ต้องมานั่งกังวลเรื่องค่าเทอม สอบถามข้อมูลสมัครเรียนสยามเทคเพิ่มเติมได้ที่ website :https://www.siamtech.ac.th/ facebook : https://www.facebook.com/vrsiamtech โทร. 02-8640358-61
  10. การส่องกล้องทางเดินอาหารส่วนบน เป็นการส่องกล้องตั้งแต่ปาก ลำคอ หลอดอาหาร กระเพาะอาหารและลำไส้เล็กส่วนต้น เป็นวิธีการตรวจวินิจฉัยที่ดีที่สุด สามารถมองเห็นพยาธิสภาพของหลอดอาหาร ทำการวินิจฉัยได้อย่างรวดเร็ว และแม่นยำ โดยทั่วไปจะทำการส่องกล้องทางเดินอาหารส่วนบนในผู้ป่วยที่มีอาการดังต่อไปนี้ อาการปวดจุกแน่นท้องหรือแสบร้อนบริเวณท้องส่วนบน หน้าอก หรือบริเวณลำคอ อาการท้องอืดท้องเฟ้อเหมือนอาหารไม่ย่อย มีอาการเรอหรือคลื่นไส้อาเจียนบ่อย ๆ อาการกลืนติด กลืนลำบาก หรือกลืนแล้วเจ็บ อาการเจ็บคอ คอแห้ง เสียงแหบหรือไอบ่อย ๆ โดยไม่ทราบสาเหตุ อาการเหล่านี้ล้วนเป็นอาการแสดงอันเนื่องมาจากความผิดปกติของทางเดินอาหารส่วนบน ซึ่งได้แก่ หลอดอาหาร กระเพาะอาหารและลำไส้เล็กส่วนต้น ส่วนใหญ่เรามักจะคิดว่าอาการเหล่านี้เกิดจากการรับประทานอาหารรสจัด รับประทานอาหารผิดประเภท หรือรับประทานอาหารไม่เป็นเวลา แต่ในความจริงแล้วมีโรคทางเดินอาหารส่วนบนอีกมากที่เป็นสาเหตุให้เกิดอาการเหล่านี้ เช่น โรคแผลในกระเพาะอาหาร โรคกรดไหลย้อนในหลอดอาหาร โรคหลอดอาหารอักเสบ โรคเนื้องอกในหลอดอาหาร หรือกระเพาะอาหาร นอกจากนี้ การติดเชื้อแบคทีเรียเฮลิโคแบคเตอร์ไพโลไล (Helicobacter pylori) ในกระเพาะอาหารยังเป็นสาเหตุสำคัญของการเกิดแผลในกระเพาะอาหาร และยังสามารถก่อให้เกิดโรคมะเร็งของกระเพาะอาหารได้ ดังนั้น การตรวจพบโรคในระยะเริ่มต้นย่อมส่งผลดีต่อการรักษา และสามารถป้องกันการเกิดภาวะแทรกซ้อนที่เป็นผลร้ายแรงได้ ข้อบ่งชี้ในการตรวจส่องกล้องทางเดินอาหารส่วนบน ผู้ที่มีอาการของระบบทางเดินอาหารส่วนบนดังกล่าวข้างต้นที่ไม่ตอบสนองต่อการรักษาเบื้องต้น ในกรณีที่พบแผล ในกระเพาะอาหาร แพทย์สามารถทำการตรวจพิสูจน์เนื้อเยื่อ (Tissue Biopsy) เพื่อแยกสาเหตุของการเกิดแผล รวมทั้งสามารถตรวจหาเชื่อแบคทีเรียเฮลิโคแบคเตอร์ ไพโลไล (Helicobacter pylori) ได้ในเวลาเดียวกัน นอกจากนี้ ยังสารมารถทำการผ่าตัดผ่านกล้องในกรณีพบติ่งเนื้องอกในทางเดินอาหารได้อีกด้วย ผู้ที่มีอาการของระบบทางเดินอาหารส่วนบนร่วมกับการมีอาการที่เป็นสัญญาณเตือนภัย ได้แก่ ผู้ที่มีอายุเกิน 40 ปี ท้องอืดท้องโตเป็นเวลานาน คลำได้ก้อนบนท้อง เบื่ออาหาร น้ำหนักลด กลืนอาหารติด กลืนลำบาก มีอาการอาเจียนบ่อยๆ มีประวัติครอบครัวของโรคมะเร็งในระบบทางเดินอาหาร ซึ่งล้วนเป็นสัญญาณเตือนภัยที่แสดงถึงความเสี่ยงต่อการเกิดโรคมะเร็ง เพื่อตรวจติดตามการการรักษาแผลในกระเพาะอาหาร (Gastric Ulcer) เพื่อยืนยันการหายของแผล และช่วยขจัดข้อสงสัย สาเหตุของแผลที่อาจเกิดจากมะเร็งกระเพาะอาหาร และติดตามการหายของเชื้อแบคทีเรีย เฮลิโคแบคเตอร์ ไพโรไล หลังได้รับยาปฏิชีวนะเพื่อกำจัดเชื้อโรค ผู้ที่มีอาการถ่ายอุจาระเป็นสีดำ ถ่ายเป็นเลือดปนดำ หรือมีภาวะโลหิตจาง ซึ่งบ่งบอกว่ามีภาวะเลือดออกในทางเดินอาหารส่วนบน (Upper Gastro Intestinal Bleeding: UGIB) การส่องกล้องตรวจทางเดินอาหารส่วนบนสามารถให้การวินิจฉัยโรค และสามารถทำการรักษาห้ามเลือดได้ทันที เพื่อให้การรักษาในกรณีที่มีการกลืนสิ่งแปลกปลอมลงในหลอดอาหาร (Foreign Body) เช่น เหรียญ ถ่านแบตเตอรี่ เข็ม กระดูกสัตว์ กางปลา เป็นต้น เพื่อให้การวินิจฉัย และประเมินความรุนแรงในกรณีที่มีการกลืนสารกัดกร่อน (Corrosive Ingestion) เช่น กรดหรือ ด่าง น้ำยาล้างห้องน้ำ เพื่อทำการรักษา แก้ไขภาวะตีบตันของทางเดินอาหาร (Stricture) อันเป็นผลมาจากเนื้องอกทางเดินอาหาร การเกิดแผลในทางเดินอาหาร หรือการตีบตันเป็นผลจากกลืนสารกัดกร่อน การปฏิบัติตัวก่อนส่องกล้องทางเดินอาหารส่วนบน ผู้ป่วยจะได้รับคำแนะนำจากแพทย์ผู้ดูแลถึงความจำเป็นในการตรวจ และประเมินความพร้อมก่อนการตรวจส่องกล้อง ผู้ที่มีโรคประจำตัว โรคความดันโลหิตสูง โรคเลือดหรือทานยาใดๆ อยู่ประจำหรือแพ้ยาควรแจ้งให้แพทย์ทราบ กล้องส่องตรวจทางเดินอาหารส่วนบน (Gastroscope) เป็นกล้องขนาดเล็กที่มีลักษณะเป็นสายยาว และมีกล้องติดอยู่ที่ปลายสายซึ่งกล้องจะถูกเชื่อมโยงด้วยสายใยนำแสงความละเอียดสูง และถูกถ่ายทอดไปยังจอภาพซึ่งแพทย์ สามารถที่จะดูการตรวจได้อย่างต่อเนื่อง ผู้รับการตรวจจำเป็นต้องงดน้ำงดอาหารอย่างน้อย 6 ชั่วโมง ก่อนเวลาส่องกล้อง และก่อนเริ่มตรวจส่องกล้องผู้รับการตรวจบางรายจะได้รับการพ่นยาชาที่บริเวณลำคอเพื่อป้องกันการระคายเคือง และกล้องจะถูกสอดผ่านทางปาก และลำคออย่างนุ่มนวลในท่าตะแคง เพื่อทำการตรวจอวัยวะสำคัญ 3 ส่วน คือ หลอดอาหาร กระเพาะอาหาร และลำไส้เล็กส่วนต้น โดยผู้ได้รับการตรวจจะได้รับยาคลายกังวล หรือยานอนหลับ เพื่อให้รู้สึกผ่อนคลายขณะได้รับการตรวจด้วย การตรวจส่องกล้องเฉลี่ยใช้เวลาประมาณ 10-15 นาที หลังจากนั้น ผู้ได้รับการตรวจจะได้พักผ่อนในห้องพักฟื้น(Recovery Room) ประมาณ 1-2 ชั่วโมง และสามารถทราบผลการตรวจส่องกล้องได้ในวันเดียวกัน การปฏิบัติตัวหลังการส่องกล้องทางเดินอาหารส่วนบน สามารถรับประทานอาหารได้ตามปกติ และงดเว้นการดื่มแอลกอฮอล์เป็นเวลา 24 ชั่วโมง อาจมีอาการระคายคอประมาณ 1-2 วัน หลังการส่องกล้อง ซึ่งสามารถบรรเทาอาการได้โดยกลั้วคอด้วยน้าเกลืออุ่น หรืออมยาอมเพื่อช่วยบรรเทาอาการระคายคอ อาจจะรู้สึกท้องอืด ปวดมวนท้อง หรือ มีแก๊ส ซึ่งเป็นอาการปกติ และการผายลมจะช่วยให้รู้สึกดีขึ้นได้ ไม่ควรทำกิจกรรมที่ต้องออกแรงมากในช่วงวันที่ 1-2 หลังการส่องกล้อง (เช่น วิ่ง ยกของน้ำหนักมากกว่า 5 กิโลกรัม หรือ ขี่จักรยาน) แพทย์จะให้ยาผ่านทางเส้นเลือด หากบริเวณที่เจาะเส้นเลือดมีอาการเจ็บ แดง หรือบวม สามารถใช้ผ้าชุบน้ำอุ่นวางบริเวณดังกล่าวประมาณ 15-20 นาที และทำวันละ 4 ครั้ง เป็นเวลา 2 วัน นอกจากนี้ การวางแขนบนหมอนหนุน จะช่วยให้อาการดังกล่าวลดลงได้ หากอาการดังกล่าว ไม่หายไปภายใน 2 วัน ควรปรึกษาแพทย์ กรุณาหยุดใช้ยาชั่วคราว และปรึกษากับแพทย์ทางเดินอาหารและตับ หรือแพทย์ที่สั่งยาให้ ก่อนที่จะกลับไปใช้ยาดังกล่าวอีก ไม่ควรขับขี่ยานพาหนะ หรือ ทำงานเกี่ยวกับการควบคุมเครื่องจักรขนาดใหญ่ในช่วง 24 ชั่วโมง หลังส่องกล้อง หากมีอาการดังต่อไปนี้ ควรพบแพทย์ทันที เจ็บหน้าอกหรือปวดท้องรุนแรง อุจจาระเป็นสีดำเข้ม และ/หรือ อาเจียนเป็นเลือด มีลิ่มเลือดสีแดงสด หรือลิ่มเลือดจานวนมากออกมาทางทวารหนัก หนาวสั่นหรือมีไข้สูงกว่า 38 องศาเซลเซียส คนไข้ส่วนใหญ่ ยังมีความกังวลในการส่องกล้องทางเดินอาหารอยู่ ถึงแม้ว่าจะศึกษาข้อมูลมาพอสมควรแล้ว การปรึกษาแพทย์ผู้เชียวชาญจะช่วยให้เกิดความมั่นใจและช่วยคลายความกังวลได้มากขึ้น ซึ่งแพทย์จะเป็นผู้ให้คำแนะนำเพื่อเลือกแนวทางการรักษาที่เหมาะสมและดีที่สุดสำหรับคนไข้แต่ละราย ขอบคุณข้อมูลจาก : https://www.nakornthon.com/Article/Detail/การตรวจส่องกล้องทางเดินอาหารส่วนบน-Esophagogastroduodenoscopy-EGD
  11. ผู้หญิงเรากว่าจะออกจากบ้าน พร้อมความสวยมั่นใจได้ในแต่ละวันไม่ใช่เรื่องง่าย โดยเฉพาะการแต่งหน้า มีหลายคนที่ไม่ชอบการลงอะไรบนหน้าเยอะๆ เพราะนอกจากจะทำให้เสียเวลาแล้วนั้น ก็คงจะรู้สึกหนักหน้าไม่น้อย และอาจทำให้เกิดสิวอุดตันตามมาด้วยเช่นกัน วันนี้เราจะพามาเปิดวาร์ปเคล็ดลับการลงแป้งพัฟผสมรองพื้นติดทนนานสำหรับ “สาวผิวมัน” กันค่ะ 1.ล้างหน้า ก่อนที่เราจะไปแต่งหน้านั้น ผิวของเราจะต้องสะอาดหมดจดก่อนเป็นอันดับแรกค่ะ ล้างหน้าให้สะอาดด้วยน้ำอุ่น เพื่อให้ผิวเปิดรูขุมขนและชะล้างสิ่งสกปรกและแบคทีเรียได้อย่างหมดจด จากนั้นตามด้วยโทนเนอร์ปิดท้าย ก็จะช่วยให้ผิวพร้อมรับการบำรุงในขั้นตอนถัดไป 2.เติมความชุ่มชื้นให้ผิว จากนั้นลงสกินแคร์เพื่อบำรุงผิวหน้าให้ชุ่มชื้นและสุขภาพดี ทาให้ทั่วใบหน้า โดยใช้ปลายนิ้วมือนวดเป็นวงกลมเบาๆ สำหรับผู้ที่มีผิวมันแนะนำให้เลือกใช้มอยส์เจอไรเซอร์แบบเจล หรือซีรั่ม ก็จะช่วยให้ผิวชุ่มชื้น โดยไม่เพิ่มความมันให้แก่ผิว และแต่งหน้าติดทนอีกด้วยค่ะ 3.ลงครีมกันแดด ขั้นตอนนี้สำคัญมากๆ เลยค่ะ ไม่ว่าจะแต่งหน้าหรือไม่แต่งก็ตาม ควรทาครีมกันแดดทุกวันก่อนออกจากบ้าน เพื่อปกป้องผิวจากรังสี UV ที่มีอยู่ในแสงแดด ซึ่งเป็นตัวการที่ทำให้ผิวหมองคล้ำ เหี่ยวย่น มีริ้วรอยได้ 4.ลงแป้งพัฟผสมรองพื้น ขั้นตอนสุดท้ายก็คือ ลงแป้งพัฟผสมรองพื้น โดยการใช้พัฟค่อยๆ กดเบาๆ เพื่อเกลี่ยแป้งให้ถูกกระจายอย่างสม่ำเสมอ และไม่เป็นคราบระหว่างวัน แค่นี้เราก็จะได้ผิวหน้าสวยโกลสุขภาพดีพร้อมที่จะแต่งเติมแก้ม ตา ปากและคิ้วให้สวยสมบูรณ์แล้ว เราขอแนะนำไอเทมเด็ด แป้งที่จะทำให้คุณไม่ต้องเสียเวลาลงรองพื้นให้ยุ่งยากอีกต่อไป ด้วย FT powder แป้งผสมรองพื้นนวัตกรรม BI-Pact ใหม่ล่าสุด แบรนด์แรกในประเทศไทยที่ได้กรรมสิทธิ์เฉพาะจากเกาหลีใต้ ทั้งยังเป็นมากกว่าแป้งผสมรองพื้นด้วย 𝐂-𝐖𝐚𝐭𝐞𝐫 𝐂𝐚𝐩𝐬𝐮𝐥𝐞 สารบำรุงที่สกัดจากธรรมชาติ ดูแลผิวคุณให้สวยจากภายใน ไม่อุดตันและก่อให้เกิดสิวอีกด้วย แต่งได้ทั้งแบบลุคเบาๆ สไตล์สาวเกาหลีหรือลุคออกงานแบบแน่นๆ ก็เอาอยู่ แม้ผิวมันขนาดไหน ตบครั้งเดียวก็ล็อคหน้าได้ตลอดทั้งวัน เหมาะสำหรับทุกสภาพผิว ทั้งผิวมัน ผิวผสม หรือผิวแห้ง ไม่ทิ้งคราบระหว่างวันและไม่ต้องเติมบ่อยๆ FT powder มีเฉดสีให้เลือกถึง 3 เฉดด้วยกัน FT-01 : ผิวขาวอมชมพู FT-02 : ผิวขาวเหลือง - ผิวสองสี FT-03 : ผิวสองสี ผิวสีน้ำผึ้ง เรามีข่าวดีมาบอก สำหรับผู้ที่อยากมีรายได้เสริม FT powder เปิดรับสมัครตัวแทนจำหน่ายรุ่นที่ 1 ไม่ต้องสต๊อกสินค้า ไม่มีเป้าขายพร้อมของแจกไม่อั้น พร้อมทีมการตลาดดูแลแน่นมาก แถมยังสมัครฟรี! สนใจสมัครตัวแทนจำหน่ายได้ที่ 𝐋𝐢𝐧𝐞@ https://lin.ee/4IePySK หรือ 𝐈𝐧𝐛𝐨𝐱 มาได้ที่ http://m.me/Fonthipcosmetics.official สอบถามและศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ Website: https://www.worldsuperdeal.com/our-product/fontip-powder/ Instragram : https://www.instagram.com/fonthipcosmetics.official/ Facebook : https://www.facebook.com/Fonthipcosmetics.official/
  12. "มะเร็งปากมดลูก" ถือเป็นมะเร็งระบบสืบพันธุ์เพศหญิงที่พบมากเป็นอันดับต้นๆ และเป็นสาเหตุการตายอันดับหนึ่งของหญิงไทย จากสถิติเราพบว่าผู้ป่วยส่วนใหญ่จะไม่มีสัญญาณเตือนให้รู้ล่วงหน้า หรือบางรายแม้จะมีการเปลี่ยนแปลงให้เห็นแต่เลือกที่จะมองข้าม เพราะกลัวการเข้าพบแพทย์ จนทำให้โรคมะเร็งนั้นได้เข้าสู่ในระยะลุกลามแล้ว การรักษาจึงเป็นไปได้ยาก มะเร็งปากมดลูก เป็นมะเร็งที่ทราบสาเหตุการเกิดอย่างชัดเจน โดยสาเหตุสำคัญเกิดจากการติดเชื้อไวรัส HPV (Human Papilloma Virus) สายพันธุ์เสี่ยงสูง ซึ่งสามารถติดต่อกันได้ทางการมีเพศสัมพันธ์กับผู้ที่มีเชื้อนี้อยู่ หรือจากการสัมผัส โดยเชื้อไวรัสจะเข้าไปเปลี่ยนแปลงเนื้อเยื่อหรือเซลล์จากปากมดลูกปกติกลายเป็นเซลล์มะเร็งปากมดลูก เเละอาจลุกลามไปบริเวณรอบข้าง เช่น ผนังช่องคลอด ตัวมดลูก เนื้อเยื่อข้างมดลูก ต่อมน้ำเหลืองในอุ้งเชิงกราน เป็นต้น ซึ่งเมื่อเชื้อเข้าสู่ร่างกายจนกระทั่งก่อให้เกิดมะเร็งปากมดลูกได้นั้น ใช้เวลานานประมาณ 5-10 ปี นอกจากนี้ยังมีปัจจัยอื่น ๆ ที่ทำให้ผู้หญิงมีโอกาสเป็นโรคมะเร็งปากมดลูกมากขึ้น เช่น มีเพศสัมพันธ์ตั้งแต่อายุยังน้อย เปลี่ยนคู่นอนบ่อย ๆ มีคู่นอนหลายคน สูบบุหรี่หรือคนรอบข้างสูบบุหรี่ อาการแสดงของ “มะเร็งปากมดลูก” จะมีอาการผิดปกติในมะเร็งระยะลุกลามเท่านั้น เช่น มีตกขาวผิดปกติ เลือดออกผิดปกติทางช่องคลอด ประจำเดือนมามาก มีเลือดออกหลังการมีเพศสัมพันธ์ ดังนั้นการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกจึงเป็นสิ่งจำเป็น เพื่อค้นหาสตรีที่มีความผิดปกติของเซลล์ปากมดลูกในระยะก่อนมะเร็ง หรือ มะเร็งในระยะต้น ปัจจุบันการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกที่ถือว่ามีความแม่นยำสูง ได้แก่ การตรวจทางเซลล์วิทยา (Pap smear, Liquid base cytology) และการตรวจหาไวรัส HPV การรักษา “มะเร็งปากมดลูก” มะเร็งในทุกระยะสามารถรักษาให้หายขาดได้ แต่เป้าหมายในการรักษาจะแต่แตกต่างกันในแต่ละระยะ ระยะ 1 และ 2 (ขั้นต้น) ผู้ป่วยจะได้เข้ารับการรักษาด้วยการผ่าตัดเอาตัวต้นต่อของมะเร็งออก หรือที่เรียกว่าแบบ "ถอนรากถอนโคน" ทำให้มีโอกาสหายมากขึ้น และโอกาสที่จะกลับไปเป็นซ้ำ หรือการกระจายของเชื้อมะเร็งก็จะน้อยลง ปัจจุบันได้มีการพัฒนาการรักษามะเร็งปากมดลูก สามารถรักษาด้วยการผ่าตัดมดลูกผ่านกล้องได้ ซึ่งเราอาจจะเคยได้ยินในเรื่องของแผลเล็ก เจ็บน้อย ฟื้นตัวได้ไว การผ่าตัดผ่านกล้องทำให้สามารถมองเห็นรอยโรคได้อย่างชัดเจนเห็นอวัยวะ ต่างๆ ได้อย่างชัดเจนทำให้การผ่าตัดปลอดภัยได้มากยิ่งขึ้น ระยะ 3 และ 4 เป็นระยะที่มะเร็งลุกลามออกนอกปากมดลูกแล้ว ดังนั้นจะเป็นแนวทางการรักษาแบบประคับประคองประกอบด้วยเคมีบำบัดร่วมกับรังสีรักษาในเวลาเดียวกัน เพื่อควบคุมไม่ให้มะเร็งลุกลามไปยังอวัยวะใกล้เคียงและเนื้อเยื่อชั้นในรอบๆ มดลูก การป้องกัน “มะเร็งปากมดลูก” มะเร็งปากมดลูกเป็นมะเร็งชนิดแรกที่มีการนำวัคซีนมาใช้ในการป้องกันโรค ได้แก่ วัคซีนป้องกันไวรัส HPV โดยวัคซีนชนิดนี้จะป้องกันการติดเชื้อ ไวรัส HPV สายพันธุ์ที่ 16,18 ซึ่งเป็นสาเหตุการเกิดมะเร็งปากมดลูกถึง 70% ดังนั้น จากการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกอย่างสม่ำเสมอ และการรับวัคซีนป้องกันการติดเชื้อไวรัส HPV จะช่วยลดความเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งปากมดลูกได้อย่างมีประสิทธิภาพ “มะเร็งปากมดลูก”สามารถป้องกันและรักษาได้ หากตรวจพบตั้งแต่เนิ่นๆ เพื่อความ ไม่ประมาทแนะนำให้สตรีไทยที่มีอายุมากกว่า 21 ปี เข้ารับการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง เพื่อค้นหาความผิดปกติของเซลล์ปากมดลูก และหมั่นสังเกตความผิดปกติของร่างกาย หากมีอาการผิดปกติควรรีบพบแพทย์ทันที โรงพยาบาลนนทเวช พร้อมให้การดูแลรักษา “โรคมะเร็งปากมดลูก” ด้วยทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านมะเร็งทางนรีเวช พร้อมทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางการผ่าตัดผ่านกล้องทางนรีเวชและมะเร็งทางนรีเวช ที่มีประสบการณ์มากกว่า 15 ปี ภายใต้มาตรฐาน JCI ที่ทั่วโลกยอมรับ สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม ได้ที่โรงพยาบาลนนทเวช ขอบคุณข้อมูลจาก : https://www.nonthavej.co.th/cervical-cancer-1.php
  13. อาการแพ้นม จัดเป็นภูมิแพ้ชนิดหนึ่งที่เกิดขึ้นกับเด็กบ่อยที่สุด เนื่องจากร่างกายเกิดปฏิกิริยาต่อต้านโปรตีนในนม ทำให้เกิดอาการแพ้ ซึ่งร่างกายจะแสดงอาการแพ้ต่าง ๆ วิธีสังเกตได้ง่าย ๆ ว่าลูกแพ้นมหรือไม่นั้น ให้ดูหลังจากที่ดื่มนมเข้าไปแล้ว มีอาการแพ้ทันทีเลยหรือไม่ เช่น ลมพิษ หายใจเสียงดังและติดขัด อาเจียน หรืออาจไม่แสดงอาการในทันที เพิ่งจะกำเริบในภายหลัง เช่น มีอาการอุจจาระเหลว ท้องเสีย บางรายรุนแรงถึงขั้นมีเลือดปน ไอ หายใจดังวี้ด มีน้ำมูกน้ำตาไหล มีผดผื่นคัน แล้วเราจะรับมืออย่างไร... อย่างแรกควรเป็นการหลีกเลี่ยงนมหรืออาหารที่มีส่วนผสมของนม และต้องอ่านฉลากอาหารให้ชัดเจน แต่ในวัยเด็กการขาดสารอาหารจำพวกนมถือเป็นเรื่องที่สำคัญ เพราะนอกจากนมจะให้แคลเซียม เพื่อไปเสริมสร้างกระดูกแล้ว ยังมีส่วนของโปรตีนที่ช่วยในการเสริมกล้ามเนื้อ ให้ร่างกายเจริญเติมโตสมวัย เราขอแนะนำนมข้าวออร์แกนิก ทางเลือกที่จะช่วยเติมเต็มสารอาหารและคุณประโยชน์ที่ขาดหายไป ด้วย Balance Organic น้ำนมข้าวกล้องออร์แกนิก ที่ผลิตจากข้าวกล้องหอมมะลิออร์แกนิกแท้มาตรฐานสากล USDA (สหรัฐอเมริกา) และ EU (สหภาพยุโรป) การันตีไม่มีสารเคมีเจือปน ยังมีแคลเซียมที่มาจากแหล่งพิเศษเป็นแหล่งแคลเซียมจากพืชที่ร่างกายดูดซึมได้ง่าย มีความบริสุทธิ์ ปราศจากสารเคมีและสารก่อภูมิแพ้ 8 ชนิดที่เด็ก ๆ แพ้บ่อย เหมาะเป็นพิเศษสำหรับเด็กที่แพ้นม แพ้อาหาร หรือคุณแม่ตั้งครรภ์ คุณแม่หลังคลอดที่ให้นมบุตรก็สามารถรับประทานได้อย่างปลอดภัย ลดโอกาสเสี่ยงและป้องกันลูกเป็นภูมิแพ้ได้อีกด้วย สั่งออนไลน์ได้ที่ Lazada : https://discover.4care.co.th/ORD-pb1 ขอบคุณข้อมูลจาก : http://www.4care.co.th/
  14. “คารถแห่” ผลงานเพลงสุดม่วนจากค่ายเพลง M.STAR RECORDS ถูกถ่ายทอดผ่านเสียงร้องของ “หงสา ประภาพร” ผู้สาวแววับนักร้องดาวเด่นคนสวย ที่ถ่ายทอดออกมาได้อย่างสดใสสมวัย ใครได้ยินเป็นต้องลุกขึ้นเต้น เพราะได้มือดีอย่าง “อาจารย์สวัสดิ์ สารคาม” มาทำดนตรีเพลงนี้ให้ออกมาอย่างสนุกสนาน รวมถึงเนื้อเพลงที่ฮิตติดหูจากปลายปากกาของ “สุริยันต์ ปากศรี” ที่ร้อยเรียงออกมาได้อย่างลงตัว ใครที่ยังไม่ได้ฟังระวังจะคุยกับคนอื่นไม่รู้เรื่อง เตือนแล้วนะ! (สามารถฟังเพลงคารถแห่ผ่านทางช่องทางข้างล่างนี้ได้เลยค่ะ)
×
×
  • Create New...