ton 21 Report post Posted April 24, 2011 ผมเคารพในความคิดเห็นของเพื่อนๆทุกคนและ ผมขอขอบคุณเพื่อนๆทุกคนในความหวังดีในบอร์ดแห่งนี้น่ะคับ ผมคงหวังว่ากาลเวลาจะเป็นตัวพิสูจน์เรื่องราวต่างๆที่จะเกิดขึ้นกับราคาทองคำและค่าเงินดอลล่าจากปัจจุบันต่อไปถึงอนาคตต่อไปครับ Quote Share this post Link to post Share on other sites
leo_attack 579 Report post Posted April 24, 2011 (edited) JIP เป็นคนนึงที่เคยถือ USD ค่ะเพราะมีความเชื่อในตัวมันว่ามันเป็นสกุลหลักของโลก แต่เมื่อได้อ่านบทความคุณเน็กซ์บวกกับเหตุการณ์ที่ดอลล่าร์เริ่มเผยธาตุแท้ออกมา จึง stop loss โดยขายทิ้งออกจนหมดหยุดขาดทุนไปประมาณ 30,000 กว่าบาท บางครั้งคำพูดคมๆ ของคนดังๆ ก็ใช้ไม่ได้ในชีวิตจริงค่ะ เคารพความเห็นของทุกคน แต่แค่อยาก share ประสบการณ์ตรงค่ะ ผมว่าความจริงคำพูดคนดังเค้าใช้ได้ในชีวิตจริงนะครับ เพียงแต่ว่าคนดังมักใช้ได้ถูกจังหวะ แต่เรามันใช้ผิดจังหวะ....ก็เค้าเก่งกว่าเราเค้าถึงดังได้นะผมว่า T^T อันนี้ก็คำพูดของคนดังครับ เค้าบอกให้ซื้อ Silver ตั้งแต่ปี 2009(2ปีที่แล้ว) ส่วนเราก็ใช้คำพูดของคนดัง....แต่เมื่อ 2 ปีถัดมา !_02 ตอนนั้น 10 กว่าเหรียญ ตอนนี้ 47 เหรียญ !_09 Timeline ของเซียนกับ เหล่าแมงเม่า เคดดิตคุณ Mao-Investor ครับ คิดดูรึยังครับ ตอนนี้ทุกท่านอยู่ไม้ไหนกัน โชคดีกับการลงทุนครับ ปล.ความจริงผมก็พึ่งไปค้นกรุดอลล่าที่บ้านไปขายซื้อเงินเหมือนกันครับ ดองไว้ตั้งแต่ดอลละ 38 บาทจนลืมแล้วพึ่งนึกได้ เสียหายนะเนี่ย Edited April 24, 2011 by leo_attack 1 Quote Share this post Link to post Share on other sites
leo_attack 579 Report post Posted April 24, 2011 ผมเคารพในความคิดเห็นของเพื่อนๆทุกคนและ ผมขอขอบคุณเพื่อนๆทุกคนในความหวังดีในบอร์ดแห่งนี้น่ะคับ ผมคงหวังว่ากาลเวลาจะเป็นตัวพิสูจน์เรื่องราวต่างๆที่จะเกิดขึ้นกับราคาทองคำและค่าเงินดอลล่าจากปัจจุบันต่อไปถึงอนาคตต่อไปครับ อยากทราบข้อมูลครับ เพราะเหตุใดจึงคิดว่าดอลล่าจึงจะขึ้นครับ เผื่อว่ามีข้อมูลอะไรที่น่าสนใจที่มองข้ามกันไป จะได้นำมาแชร์กันครับ ถ้าดอลล่ามีสัญญานว่าจะขึ้น เผื่อว่าจะได้ไปซื้อคืน ตอนนี้มันถูกกว่าตอนผมขายแล้ว !10 โหลดกระสุนรอครับ Quote Share this post Link to post Share on other sites
ton 21 Report post Posted April 24, 2011 คุณ leo_attack ลองพิมพ์คำว่า พิชัย จาวลา ใน youtube ดูสิครับ Quote Share this post Link to post Share on other sites
leo_attack 579 Report post Posted April 24, 2011 (edited) คุณ leo_attack ลองพิมพ์คำว่า พิชัย จาวลา ใน youtube ดูสิครับ บทความอันนี้ที่คุณเน็กได้เขียนไว้ก็น่าสนใจนะครับ คือพอดีผมได้ดูรายการแล้วและได้มาอ่านบทความคุณเน็ก มีอยู่ตรงนึงที่ผมเห็นด้วยกับคุณเน็กมากกว่านะครับคือตรงทฏษฏี Mass ที่ผมมองกับกับคุณ พิชับ....ผมมองว่าตอนนี้คนซื้อดอลล่านี่ยังเป็นแมสอยู่นะครับ เป็นแมสด้วยบทบาทของมันที่เป็นเงินสกุลหลักของโลก เป็นเงินที่ต้องใช้ค้าขาย ในขณะที่ทองตอนนี้มีราคาสูงไปสำหรับหลายคนแล้วจนหลายคนหันมาเริ่มซื้อเงินกันมากขึ้นเพราะราคาถูกกว่า แต่ข้อนึงที่น่ากลัวนิดๆสำหรับผมเกี่ยวกับทองตอนนี้คือ เห็นว่าคนปรับตัวกับราคาทองได้เร็วมาก เมื่อก่อนพอทอง 19000 คนก็ว่าทองแพง ใช้เวลาเกือบ 1 ปีกว่าที่คนจะรู้สึกว่าเป็นราคาที่ไม่แพง แต่ตอนนี้ละ 21000 กว่า...คนทั่วไปกลับมองว่าเฉยๆ ถ้าเป็นเมื่อก่อนหลายคนคงเอาไปขายกันแล้วแต่ตอนนี้ทุกคนเก็บครับ.....ยกเว้นคนที่เง็นช็อตจริงๆ.....คอยดูสัญญานอย่างเฝ้าระวัง เพราะทุกโอกาศย่อมมีวิกฤตใช่มั้ยครับ http://www.thaigold.info/Board/index.php?//topic/383-%C3%A0%C2%B9%EF%BF%BD%C3%A0%C2%B8%C2%AD%C3%A0%C2%B8%EF%BF%BD%C3%A0%C2%B8%C2%B2%C3%A0%C2%B8%C2%AA%C3%A0%C2%B8%EF%BF%BD%C3%A0%C2%B8%C2%AD%C3%A0%C2%B8%EF%BF%BD-%C3%A0%C2%B8%EF%BF%BD%C3%A0%C2%B8%C2%A3%C3%A0%C2%B8%C2%B4%C3%A0%C2%B8%EF%BF%BD%C3%A0%C2%B9%EF%BF%BD-%C3%A0%C2%B8%C2%A3%C3%A0%C2%B8%C2%B0%C3%A0%C2%B8%C2%A2%C3%A0%C2%B8%C2%B0%C3%A0%C2%B8%EF%BF%BD%C3%A0%C2%B8%C2%A3%C3%A0%C2%B8%C2%B0%C3%A0%C2%B8%EF%BF%BD%C3%A0%C2%B8%C2%B4%C3%A0%C2%B8%EF%BF%BD/page__st__4380__p__109554 Edited April 24, 2011 by leo_attack Quote Share this post Link to post Share on other sites
seam888 2,911 Report post Posted April 24, 2011 (edited) บทเรียน 2 นิสัยเเมงเม่า สวัสดีนักลงทุนทุกท่าน ต่อจากเรื่องเมื่อวานนี้ กฎหลักๆของผมคือ Stop loss เเละ Let’s profit run กฎ 2 ตัวนี้สำคัญที่สุดเเละทุกท่านต้องระลึกอยู่ในใจเสมอนะครับ บางท่านคงยังคิดไม่ออกคำว่า stop loss คืออะไร Stop loss คือ การตัดการขาดทุน เหมือน การตัดเนื้อร้ายมะเร็งออกจากร่ากายเพื่อรักษาชีวิตเอาไว้ เช่นกัน การตัดการขาดทุนของการลงทุน คือ ขายทิ้ง เพื่อรักษางินใน portfolio ของเราเอาไว้ ส่วนนี้มือใหม่หรือมือเก่าที่จิตใจไม่นิ่งจะทำได้ยาก เพราะในใจของคุณจะเข้าข้างตัวเองว่าราคาน่าจะดีดขึ้นมาบ้างเเล้วค่อยขาย บางท่านยิ่งไปกันใหญ่คือซื้อถัวเฉลี่ยเพื่อลดต้นทุนให้ต่ำลง ผมจะบอกให้นั้นคือหนทางไปสู่นรกอย่างเเท้จริง จุดนี้ถึงจุด stop loss เราก็ต้องขายทิ้งหมดครับไม่มีข้อยกเว้น เป็นกฎที่สำคัญที่สุดของนักลงทุนด้วยระบบ การ Stop loss นั้นไม่ได้มีเเค่การขายขาดทุนเท่านั้น ยังมีการ stop loss ในขาขึ้นเมื่อเราได้กำไรครับ จุดนี้เป็น เทคนิคขั้นสูงขึ้นมาหน่อย เรียกกันว่า การตาม stop loss ขาขึ้นเพื่อรักษากำไรของเราให้ได้มากที่สุดหรือเค้าเรียกว่า การ protect profit ส่วนนี้เป็นขั้นสูงเเล้วจะยังไม่พูดถึงส่วนนี้ก่อน เดี่ยวมือใหม่อาจจะงงได้ Let’s profit run คือ การปล่อยผลกำไรวิ่งไปเรื่อยๆนี้คือหนทางเเก่ผู้ที่จะมั่งคั่งในอนาคต รอเเค่ตลาดมีเทรนคือ ตลาดมีการขึ้นลงอย่างต่อเนื่อง การ let’s profit run จะได้ผลกำไรที่มหาศาล เช่นตลาด ยางพารา ตลาดหุ้นไทย ตลาดทอง ในช่วงที่ผ่านๆมาหลายคนที่ตามระบบได้คงได้กำไรที่เกินคำว่า “พอเพียง” นิสัยนักลงทุนหน้าใหม่หรือหน้าเก่าที่คิดว่าเป็นเเมงเม่า คนกลุ่มนี้จะมีนิสัยที่เเปลกอย่างหนึ่งคือ กลัว เเละ โลภ จะหาซื้อที่จุดต่ำสุดเเละจะขายที่จุดสูงสุด คนกลุ่มนี้มีอยู่มากมายในตลาด คุณลองคิดดูมันจะเป็นไปได้ไหม ที่จะรู้ว่าจุดนี้เป็นจุดต่ำสุด เพราะมันมีเเค่ จุดเดียวเท่านั้น จุดสูงสุดก็เช่นกันมันมีเเค่จุดเดียวเท่านั้น การลงทุนด้วยระบบข้อนี้ตัดทิ้งไปได้เลย ใครที่มองว่าไม่จริงก็ไม่สามารถทำตามระบบได้เเน่นอน เพราะระบบไม่สามารหาซื้อที่จุดต่ำสุด เเละ ขายที่จุดสูงสุดได้ ระบบทำได้เเค่กินในส่วนของ กลางๆ เท่านั้น นั้นคือการลงทุนที่ พอเพียง ทั่วไปเเล้วจ้องราคาลงเเล้วรอซื้อหลายต่อหลายคนตอนนี้คงจ้องว่าทองจะย่อจะปรับฐานเเล้วยัง เเต่ถ้าใครตามระบบจะไม่มีคำถามนี้อยู่ในหัวเเน่นอน ระบบไม่มีคำว่า ติดดอย ตกรถ เเมงเม่าพวกที่ 1 เมื่อราคาลงมาเเล้วไม่ยอมขายขาดทุน นี้คือ จุดน่ากลัวถ้ามันมีเทรนขาลงเเรงๆ กลุ่มนี้หมดตัวได้เเบบง่ายๆในเวลาอันรวดเร็วเเต่ถ้าคุณโชคดีหน่อย ตลาดอยู่ในช่วง sideway คือไม่ไปไหนขึ้นๆลงๆ คุณก็อาจจะคิดในใจว่าราคาขึ้นมาเกินกว่าที่เราซื้อเเล้ว นั้นคือ กำไร ทำไมเราต้อง stop loss ด้วยผมบอกเลยครับนั้นคือ ความฟลุก ชีวิตคุณยังโชคดีอยู่ในช่วงนั้น เเต่ในระยะยาวไม่รอดเเน่นอน ขอให้โดนเเค่ครั้งเดียว หมดตัวได้สบายๆ นิสัยคนกลุ่มนี้ เมื่อราคาลงไม่ยอม stop loss พอราคาขึ้นมากำไรนิดหน่อยรีบขาย เพราะกลัวมันลงเเล้วขาดทุน นั้นคือ ไม่มีกฎทั้ง 2 ข้อที่ผมเขียนมาเลย ทั้ง stop loss เเละ let’s profit run เเมงเม่ากลุ่มที่ 2 เเมงเม่ากลุ่มนี้เเรงกว่ากลุ่มที่เเล้วมาก กล่าวคือไม่ยอมที่จะ stop loss เเล้วยังถัวซื้อเฉลี่ยเพื่อลดต้นทุนอีก ผมถึงบอกเป็นหนทางสู่นรกที่เเท้จริงน่ากลัวมากมายครับ เพราะไม่มีสติเเล้วเล่นด้วยอารมณ์เท่านั้น ยิ่งถ้ามาเล่นในตลาดฟิวเจอร์(future market) โดยมีการนำ leverage มาใช้อีกยิ่งเป็นหนทางปูพรมสู่นรกที่เร็วมากขึ้น ยิ่งลงยิ่งซื้อเพื่อ ถั่วเฉลี่ยให้ราคาต้นทุนมันต่ำลง คนกลุ่มที่ 3 คือคนที่ตามระบบ มีหลักการยึดมั่นที่มั่นคง จิตใจที่เเน่วเเน่ ไม่ใช้อารมณ์ในการเทรด คือคนที่ตามระบบได้ หนทางที่จะนำท่านประสบความสำเร็จในระยะยาว ด้วยผลกำไรที่พอเพียงเเค่ คุณรู้ว่า เขียวเเรกมาซื้อ เเดงเเรกมาขายเท่านั้นใช้เวลาต่อวันในการตัดสินใจไม่เกิน 20 นาทีต่อวัน ง่ายไหมครับ เอาเวลาไปทำอย่างอื่นที่เป็นประโยชน์เเละมีคุณค่ากับส่วนรวมดีกว่าหมกหมุนดูราคากราฟทั้งวันทั้งคืน เเล้วยังขาดทุนอีก เเล้วจะทำไปเพื่ออะไรครับ !!! ผู้เขียน เสม 24/04/2011 12:20 Edited April 24, 2011 by seam888 7 Quote Share this post Link to post Share on other sites
seam888 2,911 Report post Posted April 24, 2011 เห็นคุณเสมจัดกลุ่มอยู่ใน fb พอดีมีข่าวเรื่องนี้ครับ จะได้ระวังกัน ภัยใหม่ Facebook!! อย่าคลิก “How to see who viewed your profile?” มาอีกหนึ่งมหันตภัยขโมยข้อมูลกันอีกแล้วใน Facebook Spam ที่จะสามารถขโมยข้อมูลของเราทั้งหมดได้ http://www.compgamer.com/home/?p=93221 ขอบคุณมากๆครับ คุณหมอ Quote Share this post Link to post Share on other sites
ตังเม 24 Report post Posted April 24, 2011 ขอบคุณสำหรับบทเรียนที่ 2 ค่ะ คุณเสม Quote Share this post Link to post Share on other sites
sbrmaya 37 Report post Posted April 24, 2011 (edited) บทเรียน 2 นิสัยเเมงเม่า สวัสดีนักลงทุนทุกท่าน ต่อจากเรื่องเมื่อวานนี้ กฎหลักๆของผมคือ Stop loss เเละ Let’s profit run กฎ 2 ตัวนี้สำคัญที่สุดเเละทุกท่านต้องระลึกอยู่ในใจเสมอนะครับ บางท่านคงยังคิดไม่ออกคำว่า stop loss คืออะไร Stop loss คือ การตัดการขาดทุน เหมือน การตัดเนื้อร้ายมะเร็งออกจากร่ากายเพื่อรักษาชีวิตเอาไว้ เช่นกัน การตัดการขาดทุนของการลงทุน คือ ขายทิ้ง เพื่อรักษางินใน portfolio ของเราเอาไว้ ส่วนนี้มือใหม่หรือมือเก่าที่จิตใจไม่นิ่งจะทำได้ยาก เพราะในใจของคุณจะเข้าข้างตัวเองว่าราคาน่าจะดีดขึ้นมาบ้างเเล้วค่อยขาย บางท่านยิ่งไปกันใหญ่คือซื้อถัวเฉลี่ยเพื่อลดต้นทุนให้ต่ำลง ผมจะบอกให้นั้นคือหนทางไปสู่นรกอย่างเเท้จริง จุดนี้ถึงจุด stop loss เราก็ต้องขายทิ้งหมดครับไม่มีข้อยกเว้น เป็นกฎที่สำคัญที่สุดของนักลงทุนด้วยระบบ การ Stop loss นั้นไม่ได้มีเเค่การขายขาดทุนเท่านั้น ยังมีการ stop loss ในขาขึ้นเมื่อเราได้กำไรครับ จุดนี้เป็น เทคนิคขั้นสูงขึ้นมาหน่อย เรียกกันว่า การตาม stop loss ขาขึ้นเพื่อรักษากำไรของเราให้ได้มากที่สุดหรือเค้าเรียกว่า การ protect profit ส่วนนี้เป็นขั้นสูงเเล้วจะยังไม่พูดถึงส่วนนี้ก่อน เดี่ยวมือใหม่อาจจะงงได้ Let’s profit run คือ การปล่อยผลกำไรวิ่งไปเรื่อยๆนี้คือหนทางเเก่ผู้ที่จะมั่งคั่งในอนาคต รอเเค่ตลาดมีเทรนคือ ตลาดมีการขึ้นลงอย่างต่อเนื่อง การ let’s profit run จะได้ผลกำไรที่มหาศาล เช่นตลาด ยางพารา ตลาดหุ้นไทย ตลาดทอง ในช่วงที่ผ่านๆมาหลายคนที่ตามระบบได้คงได้กำไรที่เกินคำว่า “พอเพียง” นิสัยนักลงทุนหน้าใหม่หรือหน้าเก่าที่คิดว่าเป็นเเมงเม่า คนกลุ่มนี้จะมีนิสัยที่เเปลกอย่างหนึ่งคือ กลัว เเละ โลภ จะหาซื้อที่จุดต่ำสุดเเละจะขายที่จุดสูงสุด คนกลุ่มนี้มีอยู่มากมายในตลาด คุณลองคิดดูมันจะเป็นไปได้ไหม ที่จะรู้ว่าจุดนี้เป็นจุดต่ำสุด เพราะมันมีเเค่ จุดเดียวเท่านั้น จุดสูงสุดก็เช่นกันมันมีเเค่จุดเดียวเท่านั้น การลงทุนด้วยระบบข้อนี้ตัดทิ้งไปได้เลย ใครที่มองว่าไม่จริงก็ไม่สามารถทำตามระบบได้เเน่นอน เพราะระบบไม่สามารหาซื้อที่จุดต่ำสุด เเละ ขายที่จุดสูงสุดได้ ระบบทำได้เเค่กินในส่วนของ กลางๆ เท่านั้น นั้นคือการลงทุนที่ พอเพียง ทั่วไปเเล้วจ้องราคาลงเเล้วรอซื้อหลายต่อหลายคนตอนนี้คงจ้องว่าทองจะย่อจะปรับฐานเเล้วยัง เเต่ถ้าใครตามระบบจะไม่มีคำถามนี้อยู่ในหัวเเน่นอน ระบบไม่มีคำว่า ติดดอย ตกรถ เเมงเม่าพวกที่ 1 เมื่อราคาลงมาเเล้วไม่ยอมขายขาดทุน นี้คือ จุดน่ากลัวถ้ามันมีเทรนขาลงเเรงๆ กลุ่มนี้หมดตัวได้เเบบง่ายๆในเวลาอันรวดเร็วเเต่ถ้าคุณโชคดีหน่อย ตลาดอยู่ในช่วง sideway คือไม่ไปไหนขึ้นๆลงๆ คุณก็อาจจะคิดในใจว่าราคาขึ้นมาเกินกว่าที่เราซื้อเเล้ว นั้นคือ กำไร ทำไมเราต้อง stop loss ด้วยผมบอกเลยครับนั้นคือ ความฟลุก ชีวิตคุณยังโชคดีอยู่ในช่วงนั้น เเต่ในระยะยาวไม่รอดเเน่นอน ขอให้โดนเเค่ครั้งเดียว หมดตัวได้สบายๆ นิสัยคนกลุ่มนี้ เมื่อราคาลงไม่ยอม stop loss พอราคาขึ้นมากำไรนิดหน่อยรีบขาย เพราะกลัวมันลงเเล้วขาดทุน นั้นคือ ไม่มีกฎทั้ง 2 ข้อที่ผมเขียนมาเลย ทั้ง stop loss เเละ let’s profit run เเมงเม่ากลุ่มที่ 2 เเมงเม่ากลุ่มนี้เเรงกว่ากลุ่มที่เเล้วมาก กล่าวคือไม่ยอมที่จะ stop loss เเล้วยังถัวซื้อเฉลี่ยเพื่อลดต้นทุนอีก ผมถึงบอกเป็นหนทางสู่นรกที่เเท้จริงน่ากลัวมากมายครับ เพราะไม่มีสติเเล้วเล่นด้วยอารมณ์เท่านั้น ยิ่งถ้ามาเล่นในตลาดฟิวเจอร์(future market) โดยมีการนำ leverage มาใช้อีกยิ่งเป็นหนทางปูพรมสู่นรกที่เร็วมากขึ้น ยิ่งลงยิ่งซื้อเพื่อ ถั่วเฉลี่ยให้ราคาต้นทุนมันต่ำลง คนกลุ่มที่ 3 คือคนที่ตามระบบ มีหลักการยึดมั่นที่มั่นคง จิตใจที่เเน่วเเน่ ไม่ใช้อารมณ์ในการเทรด คือคนที่ตามระบบได้ หนทางที่จะนำท่านประสบความสำเร็จในระยะยาว ด้วยผลกำไรที่พอเพียงเเค่ คุณรู้ว่า เขียวเเรกมาซื้อ เเดงเเรกมาขายเท่านั้นใช้เวลาต่อวันในการตัดสินใจไม่เกิน 20 นาทีต่อวัน ง่ายไหมครับ เอาเวลาไปทำอย่างอื่นที่เป็นประโยชน์เเละมีคุณค่ากับส่วนรวมดีกว่าหมกหมุนดูราคากราฟทั้งวันทั้งคืน เเล้วยังขาดทุนอีก เเล้วจะทำไปเพื่ออะไรครับ !!! ผู้เขียน เสม 24/04/2011 12:20 + 10 ไปเลยดีกว่าครับ แก้ไข : โดยเฉพาะข้อความบรรทัดสุดท้ายครับ Edited April 24, 2011 by sbrmaya Quote Share this post Link to post Share on other sites
ส้มโอมือ 4,912 Report post Posted April 24, 2011 (edited) และในความคิดของผม อาจจะสวนทางคนอื่นในบอร์ดแห่งนี้น่ะครับ ผมอยากเสนอให้ลองซื้อดอลล่าเก็บไว้สิครับช่วงนี้ เพราะเงินเราแข็งเกินไป เป็นโอกาสที่ดีในการซื้อดอลล่าเก็งกำไร ผมอยากจะบอกว่าคนส่วนน้อยในตอนนี้ที่จะคิดเหมือนผม แต่ในความเป็นจริงแล้วเพื่อนๆคิดดูสิครับว่า ในตลาดเก็งกำไร คนส่วนน้อย หรือ คนส่วนใหญ่ที่จะชนะตลาด เคยได้ยิดคำพูดของวอร์เรนบัฟเฟตที่พูดไว้ว่า "จงกล้าในสิ่งที่ทุกคนกลัว และจงกลัวในสิ่งที่ทุกคนกล้า" ผมเลยคิดว่าช่วงนี้น่าจะเป็นช่วงที่เราน่าจะขายทองมากกว่าน่ะครับ เพื่อนๆลองพิมพ์คำว่า พิชัย จาวลา ใน youtube ดูสิครับ แล้วเพื่อนๆอาจจะเริ่มเปลี่ยนความคิดน่ะครับ จงกล้าในสิ่งทุกคนกลัว และจงกลัวในสิ่งที่ทุกคนกล้า ไม่ใช่ทุกคนทำตามนี้แล้วจะรอดนะครับ(คนกล้าทำตามประโยคนี้ใน100คนสำเร็จกี่คนและไม่สำเร็จกี่คน) คนเก่งจริงมากๆเท่านั้นที่จะประสพความสำเร็จด้วยวิธีนี้ เพราะคนที่เก่งมากๆจะมองออกว่ามีสัญญาณฟื้นตัวแล้วเขาถึงเข้า ตอนเกิดวิกฤตต้มยำกุ้ง หุ้นจากสูงสุดประมาณ1700ตกลงมาเหลือแค่200กว่าจุด ถามว่าผู้กล้าที่ไปช้อนซื้อ1600 1500 1400 1300 1200 1000 900 800 700 600 จำนวนเท่าไหร่ที่หมดตัว ส่วนคนที่มีเงินมาช้อนซื้อตอน200กว่าจุดหรือหลังจากเริ่มขึ้นแล้วถึงค่อยซื้อคงไม่ใช่ผู้กล้ากลุ่มแรกๆ ผู้กล้ากลุ่มแรกเงินหมดไปนานแล้ว กล้าแต่ต้องมีความรู้มีข้อมูลครับถ้าบอกว่าใจกล้าแล้วลงมือทำโดยไม่มีข้อมูลไม่รู้จังหวะพูดได้คำเดียวหนาว น้ำมันตอนขึ้นไปถึง147แล้วเศรษฐกิจทั่วโลกสะดุดไปหมด ผมมองว่างวดนี้น้ำมันอาจลงไปถึง75% จาก147อาจลงไปเหลือประมาณ40ก็ได้ ที่ผมมองแบบนี้เพราะช่วงเกิดต้มยำกุ้งราคาน้ำมันยังลงไปถึง75%ได้ ช่วงที่น้ำมันลงไปประมาณ40เหรียญ(น่าจะมีต่ำกว่า40เหรียญ) ตอนนั้นคนส่วนมากไม่กล้าซื้อแต่ผมอยากซื้อมาก ที่ผมอยากซื้อเพราะผมมีข้อมูลผมถึงกล้า(แต่ตอนนั้นในประเทศเรายังไม่มีกองทุนน้ำมัน กองแรกน่าจะเป็นทิสโก้แต่ตอนเปิดราคาขึ้นมาพอสมควรแล้ว) ณเวลานั้นต้นทุนการผลิตน้ำมันเฉลี่ยประมาณ40เหรียญ บางประเทศต้นทุนแพงกว่า40มากบางประเทศต้นทุนต่ำกว่า40เหรียญนิดหน่อย รู้ต้นทุนการผลิตน้ำมันทำไมผมจะไม่กล้าซื้อ วอร์เรนบัฟเฟตเขากล้าโดยมีข้อมูลมาประกอบมากพอว่าตัวนี้มีอนาคต ราคาตอนนี้น่าซื้อสุดๆ แนวโน้มใกล้เป็นขาขึ้นแล้ว อย่ารับมีดช่วงกำลังหล่น หล่นจนชัดเจนว่าเริ่มไม่ลงแล้ว(เริ่มขึ้นแล้วดีกว่าถึงน่าซื้อ ขึ้นบ้างแล้วค่อยซื้อแพงหน่อยแต่ปลอดภัย) ในโลกนี้ผูกล้าส่วนมากไม่ลอดครับ ผู้กล้าที่ลอดคือผู้กล้าที่เก่งจริงมีข้อมูลแม่นมากๆ ในโลกนี้คนเก่งแบบวอร์เรนบัฟเฟตมีกี่คน สุภาษิตไทยมีคำว่าเห็นช้างขี้ อย่าขี้ตามช้าง วอร์เรนบัฟเฟตเขาเก่งมาก เขาหาข้อมูลอย่างละเอียดยิบแล้วถึงกล้าครับ ถ้ามีคำพูดคำไหนไม่เหมาะสมผมขอโทษด้วยครับ แต่เป็นความเห็นแบบห่วงใยครับ รอดอลลาร์ขึ้นก่อนค่อยซื้อหรือมีสัญญาณชัดเจนเช่นมีตำแหน่งงานเพิ่มขึ้น(ไม่ใช่งานชั่วคราวที่รัฐบาลจัดขึ้นเพราะงานแบบนี้ไม่ยั่งยืน) อเมริกาเริ่มขาดดุลการค้าน้อยลงแล้ว คนยังตกงานมากมายแล้วเศรษฐกิจฟื้นได้ไง ช้าๆได้พร้าเล่มงามครับ Edited April 24, 2011 by ส้มโอมือ 1 Quote Share this post Link to post Share on other sites
ngoodin 12,920 Report post Posted April 24, 2011 เอ่อ ผมก็ไม่ค่อยกล้าพูดมากครับ มันอายยยย ผมเฉลี่ยซื้อดอลลาร์ตั้งแต่ตอนที่มันลงมาจาก 37-38 บาท มานิ่งๆ อยู่ที่ 34 บาทอยู่เป็นนาน เพราะคิดว่ามันต่ำแล้ว น่าจะขึ้นได้สักที จากนั้น มันก็ลงมาที่ 33 บาท ผมก็คิดว่ามันคงลงต่ออีกนิดก่อนขึ้น ผมก็เลยซื้อเพิ่มอีก แล้วมันก็ลงทีเดียวรูดมาที่ 30 บาท ผมก็เห็นว่า มันลงมาตั้งเยอะแยะแล้ว สมควรขึ้นได้แล้ว เพราะตั้งแต่ซื้อที่ 34 บาท โน่น ก็ลงมาร่วม 10% กว่าแล้ว ก็เลยซื้อเพิ่มอีก และตอนนี้ มันกำลังจะลงต่ออีกแล้ว อิอิ ส่วนยูโร ผมเล่นอีกแบบหนึ่ง คือปล่อยมันลงไปเรื่อย ๆ ๆ ๆ ๆ ไม่ต้องไปสนใจมัน จนมันไปต่ำสุดแถว 38 บาท มั้ง แล้วมันก็เริ่มดีดขึ้นไปที่ 40 บาท ผมก็เข้าซื้อแถวใกล้ ๆ 41 บาท มันก็ขึ้นต่อไปเรื่อย ๆ แล้วก็เริ่มลง มาอีก ผมก็ไม่ไปยุ่งกับมัน แล้วมันก็กระเด้งแถว ๆ 40 บาท แล้วก็กำลังขึ้นไปเรื่อยๆ จนตอนนี้ผ่าน 43 บาท แล้ว ผมก็ว่าถ้ามันผ่านไปที่ 44 บาท แล้วก็คงจะเข้าซื้อเพิ่มอีกสักหน่อย Quote Share this post Link to post Share on other sites
deb99 290 Report post Posted April 24, 2011 ขอบคุณครับ Quote Share this post Link to post Share on other sites
kingdom1234 21 Report post Posted April 24, 2011 น่าอ่านทั้งนั้นเลย คืนนี้ติดไว้ก่อน เด่วพุ่งนี้มาอ่านย้อน ปล.ยังอ่านไม่หมด แต่ส่วนตัวผมคิดว่าเป็นเรื่องดีนะคับที่จะมีคนคิดต่างจะได้ข้อมูลรอบด้านดี Quote Share this post Link to post Share on other sites
ton 21 Report post Posted April 24, 2011 นี่แหล่ะครับ ความคิดเห็นต่างกัน การซื้อขายจึงเกิด ถ้าคนเราคิดเหมือนกัน การแมทชิ่งคงไม่เกิดขึ้นอย่างแน่นอน ใช้เวลาเป็นเครื่องพิสูจน์ดีกว่าครับ Quote Share this post Link to post Share on other sites
leo_attack 579 Report post Posted April 24, 2011 นี่แหล่ะครับ ความคิดเห็นต่างกัน การซื้อขายจึงเกิด ถ้าคนเราคิดเหมือนกัน การแมทชิ่งคงไม่เกิดขึ้นอย่างแน่นอน ใช้เวลาเป็นเครื่องพิสูจน์ดีกว่าครับ เพราะความคิดเห็นต่างกัน การซื้อขายจึงเกิด ผมชักชอบคำนี้แล้วสิ !_08 Quote Share this post Link to post Share on other sites