deb99 290 Report post Posted February 26, 2013 ขอบคุณครับ Quote Share this post Link to post Share on other sites
หมีน้ำ 239 Report post Posted February 26, 2013 สื่อสายหลักก็มองว่า เบอนันเก้ ยังน่าจะคง QE ไว้นั่นล่ะครับ ถ้าไม่มีอะไรเปลี่ยน focus ตลาดน่าจะกลับมาเป็นเรื่อง Fiscal cliff อีกรอบในเดือนหน้าแทน 1 Quote Share this post Link to post Share on other sites
ส้มโอมือ 4,912 Report post Posted February 26, 2013 เฮดจ์ฟันด์ขนเงินหนีทอง-โภคภัณฑ์ ผวาราคาร่วง หลังคิวอีส่อยุติ 26 กุมภาพันธ์ 2556 เวลา 08:26 น. โดย...นงลักษณ์ อัจนปัญญา ทำเอาบรรดากองทุนเก็งกำไรต่างๆ ตอบสนองอย่างตื่นตัวเตรียมพร้อมแทบจะในทันที ภายหลังจากที่ผลการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (เอฟโอเอ็มซี) ของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) เมื่อวันที่ 20 ก.พ.ที่ผ่านมา ส่งสัญญาณบ่งชี้ชัดเจนว่าจะทบทวนแผนการกระตุ้นเศรษฐกิจของตนเอง หรือเรียกได้ว่า เฟดมีแผนที่จะชะลอการใช้สารพัดโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจต่างๆ ซึ่งรวมถึงการใช้มาตรการผ่อนคลายทางการเงิน (คิวอี) อย่างการทุ่มซื้อพันธบัตรชนิดไม่มีจำกัดเวลา ซึ่งเดิมกำหนดให้เฟดซื้อตราสารต่างๆ เดือนละ 8.5 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ เหตุผลสำคัญแรกสุดก็เพราะแผนการซื้อพันธบัตรข้างต้นทำให้การขาดดุลบัญชี ของเฟดมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นทุบสถิติจากเดิมที่ 1.02 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ มาอยู่ที่ 3.08 ล้านล้านเหรียญสหรัฐภายในสิ้นปีนี้ จนกระทั่ง เจโรมี พาวเวลล์ หนึ่งในคณะกรรมการเฟดต้องออกโรงเสนอแนะให้เฟดทบทวนแผนการทุ่มซื้อหลักทรัพย์ เพื่อหลีกเลี่ยงการไร้เสถียรภาพทางการเงินของเฟด และป้องกันการขาดทุนจากการขายสินทรัพย์ ความเห็นของพาวเวลล์ได้รับเสียงสนับสนุนจาก เจเรมี สไตน์ คณะกรรมการเฟดอีกรายที่งัดเอาหลักฐานขึ้นมายันว่า ขณะนี้ตลาดสินเชื่อบางแห่งรวมถึงตลาดตราสารหนี้และตราสารหนี้จำพวกขยะ (จังก์บอนด์) ที่ล้วนแล้วแต่เป็นสินทรัพย์ที่ธนาคารกลางสหรัฐถือครองอยู่ทั้งสิ้น เริ่มแสดงให้เห็นปริมาณการเก็งกำไรที่มากเกินไป นักวิเคราะห์หลายสำนักกล่าวว่ารูปการณ์ข้างต้นทำให้สถานะทางการเงินของ เฟดตกอยู่ในอันตรายไม่น้อย และอาจเสี่ยงต่อหายนะมากกว่าวิกฤตทางการเงินในปี 2550 ที่ผ่านมา ซึ่งในขณะนั้นเฟดมีการถือครองสินทรัพย์น้อยกว่า 9 แสนล้านเหรียญสหรัฐ นอกจากนี้ ประจวบเหมาะกับที่ตัวเลขทางเศรษฐกิจหลายประการในสหรัฐบ่งชี้ถึงการฟื้น ตัวอย่างช้าๆ โดยผลสำรวจล่าสุดของสมาคมเศรษฐกิจธุรกิจแห่งชาติคาดการณ์ว่า แม้จะเป็นไปอย่างเชื่องช้า แต่เศรษฐกิจของสหรัฐปีนี้จะค่อยๆ ฟื้นตัวและเติบโตได้ถึง 2.4% และตัวเลขการว่างงานมีแนวโน้มลดลงเหลือ 7.7% ขณะที่ปัญหาขัดแย้งทางการเมืองอย่างกรณีหน้าผาทางการคลังจะส่งผลต่อ ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) ซึ่งเป็นปัจจัยชี้วัดการเติบโตทางเศรษฐกิจเพียงเล็กน้อยเท่านั้น ดังนั้น จึงไม่น่าแปลกใจหากแนวโน้มทางบวกจะทำให้เฟดคิดพิจารณาทบทวนมาตรการกระตุ้น เศรษฐกิจของตนเอง เพื่อไม่ให้สถานภาพความเป็นธนาคารกลางของประเทศสหรัฐต้องสั่นคลอน จนกลายเป็นการส่งสัญญาณยุติที่ทำให้นักลงทุนหวั่นใจกับตลาดโภคภัณฑ์ไม่น้อย เพราะการหยุดมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ ทำให้นักวิเคราะห์และนักลงทุนส่วนใหญ่วิตกกังวลว่าจะส่งผลให้ราคาสินค้าใน ตลาดโภคภัณฑ์ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นวัตถุดิบที่ใช้สำหรับการก่อสร้างโครงสร้างสาธารณูปโภคขั้น พื้นฐานทำสถิติราคาดิ่งแรงครั้งใหญ่ที่สุดในปีนี้ ทั้งนี้ ข้อมูลจากคณะกรรมการกำกับดูแลการซื้อขายสินค้าโภคภัณฑ์ล่วงหน้าแห่งสหรัฐ (ซีเอฟทีซี) แสดงให้เห็นว่า บรรดาผู้จัดการกองทุนเพื่อการเก็งกำไร (เฮดจ์ฟันด์) ตลอดจนนักเก็งกำไรรายใหญ่ๆ ทั้งหลาย ต่างพร้อมใจปรับลดการถือครองทองคำ หนึ่งในสินค้าโภคภัณฑ์ที่สำคัญในตลาดล่วงหน้าถึง 40% เมื่อสิ้นสุดสัปดาห์ซื้อขายในวันที่ 19 ก.พ.ที่ผ่านมา หรือลงมาอยู่ที่ 4.2318 หมื่นจุด ซึ่งนับเป็นปรับลดที่ใหญ่ที่สุดตั้งแต่วันที่ 31 ก.ค. 2550 ขณะที่ก่อนหน้านี้เพียงไม่นาน กองทุนเฮดจ์ฟันด์ชื่อดังก้องโลกของมหาเศรษฐี จอร์จ โซรอส และ หลุยส์ มัวร์ เบคอน เพิ่งจะขายกองทุนอีทีเอฟทองคำทิ้งมากถึง 56% ของพอร์ตการลงทุนของตนเอง จนนักวิเคราะห์ในตลาดคาดการณ์ว่าราคาทองคำในตลาดปีนี้น่าจะปรับตัวลดลงเหลือ 1,600 เหรียญสหรัฐต่อออนซ์เลยทีเดียว ขณะเดียวกัน นักลงทุนยังได้ปรับลดการลงทุนในสินค้าโภคภัณฑ์อื่นๆ ด้วยเช่นกัน โดยข้อมูลจากซีเอฟทีซีแสดงให้เห็นว่า สินค้าจำพวกวัตถุดิบ 18 รายการทั่วสหรัฐลดลงอยู่ในระดับต่ำที่สุดนับตั้งแต่เดือน ธ.ค. 2554 โดยนักลงทุนส่วนหนึ่งคาดการณ์ไว้ว่า ราคาของสินค้าโภคภัณฑ์บางชนิด เช่น น้ำตาลและกาแฟจะปรับลดลง เนื่องจากมีปริมาณการผลิตสูงเกินกว่าความต้องการตลาดโลก แนวโน้มของตลาดโภคภัณฑ์ข้างต้นไม่มีเว้นแม้แต่ข้าวโพด สินค้าที่คาดว่าจะไปได้สวยก่อนหน้า แต่การเข้ามาลงทุนในปัจจุบันกลับปรับลดต่ำมากที่สุดนับตั้งแต่เดือน มิ.ย. 2553 นอกจากนี้ ความวิตกของตลาดยังลามไปถึงหลักทรัพย์ที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ทั่วโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลักทรัพย์ที่มีทองคำหนุน ปริมาณถือครองลดลงไปแล้ว 1.6% ในสัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งนับเป็นการปรับลดสูงที่สุดนับตั้งแต่เดือน ส.ค. 2554 สรุปได้ว่า โดยรวมแล้วสัปดาห์ที่ผ่านมา บรรดากองทุนเก็งกำไรทั้ง หลายขนเงินออกจากตลาดสินค้าโภคภัณฑ์แล้ว 828 ล้านเหรียญสหรัฐ โดยปริมาณเงินไหลออกจากตลาดทองคำและตลาดโลหะเงินจนถึงขณะนี้มีมูลค่ารวมสูง ถึง 870 ล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งคาเมรอน แบรนด์ท ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยแห่งเคมบริดจ์ชี้ว่า นับเป็นปริมาณเงินไหลออกที่ต่อเนื่องกันเป็นสัปดาห์ที่ 7 ถือว่ายาวนานที่สุดตั้งแต่ไตรมาสแรกของปี 2554 นอกจากนี้ ดัชนีสแตนดาร์ด แอนด์ พัวร์ จีเอสซีไอ สปอต ซึ่งเป็นดัชนีของสินค้าโภคภัณฑ์ 24 ชนิดในตลาดปรับตัวดิ่งลงแล้ว 2.6% สูงที่สุดนับตั้งแต่เดือน ธ.ค.ปีที่แล้ว หลังจากที่ดัชนีดังกล่าวเพิ่งจะปรับตัวสูงขึ้น85% ในรอบ 4 ปี เนื่องจากการขยายบัญชีงบดุลของเฟดมากกว่า 3 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ ยิ่งไปกว่านั้น การลงทุนในสินค้าโภคภัณฑ์จำพวกทองแดงและเงิน ยังทำสถิติลดลงตามราคาทองคำด้วยเช่นกัน โดยการลงทุนในทองแดงลดลงแล้ว 51% ซึ่งถือว่าต่ำที่สุดนับตั้งแต่ที่นักลงทุนเริ่มเก็งว่าราคาทองแดงจะปรับลดใน เดือน พ.ย.ที่ผ่านมา ขณะที่การถือครองเงินในตลาดของนักลงทุนก็ร่วงลงถึง 34% ดิ่งลงมากที่สุดตั้งแต่เดือน มิ.ย.ปีที่แล้ว เจมส์ เดลีย์ นักลงทุนจากกองทุนของทีม ไฟแนนเชียล แอสเซ็ท แมเนจเมนท์ แอลแอลซี ในรัฐเพนซิลเวเนีย ยอมรับว่า ท่าทีของเฟดที่บ่งชี้ว่าจะยุติการใช้มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจทำให้นักลงทุน ส่วนใหญ่รู้สึกหวาดผวาไม่น้อย เนื่องจากทำให้นักลงทุนอดคิดไม่ได้ว่าเฟดกำลังจะใช้มาตรการรัดเข็มขัดแทน ทั้งนี้ แม้เหตุผลส่วนหนึ่งที่ทำให้ราคาสินค้าในตลาดโภคภัณฑ์ลดลงเป็นเพราะสัญญาณ ยุติการใช้มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของเฟด แต่นักวิเคราะห์อีกส่วนหนึ่งระบุว่า ราคาสินค้าโภคภัณฑ์จำพวกสินค้าเกษตร เช่น ข้าวโพด น้ำตาล หรือกาแฟ มีแนวโน้มการลงทุนที่ลดลงโดยมีสาเหตุอีกส่วนหนึ่งมาจากปริมาณผลผลิตมีมาก เกินกว่าความต้องการบริโภคของตลาด จนมีความเป็นไปได้อย่างมากว่าราคาสินค้าดังกล่าวจะปรับตัวลงได้ ข้อมูลจากกระทรวงเกษตรสหรัฐยืนยันชัดเจนเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาว่า ผลผลิตข้าวโพดของสหรัฐจะเพิ่มขึ้น 35% เป็น 1.453 หมื่นล้านบุชเชล ภายในปีเก็บเกี่ยวที่กำลังจะมาถึงโดยจะเริ่มในเดือน ส.ค.นี้ ซึ่งจะส่งผลให้ปริมาณข้าวโพดในคลังเพิ่มขึ้นจากเดิมอีก 3 เท่ามาอยู่ที่ 2,177 ล้านบุชเชล โดนัลด์ เซลคิน นักกลยุทธ์จากเนชันแนล ซิเคียวริตี คอร์ป ในนิวยอร์ก กล่าวว่า หากสภาพภูมิอากาศไม่มีปัญหา ทั่วโลกน่าจะได้เห็นราคาข้าวโพดและราคาถั่วเหลืองลดลงแน่นอน อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์อีกส่วนหนึ่งยังไม่วายออกมาแย้งว่า ความตื่นตัวตื่นตระหนกของบรรดานักลงทุนเก็งกำไรรายใหญ่ๆ ที่เห็นได้ในขณะนี้ ค่อนข้างเกินจริงจากสถานการณ์ที่เกิดขึ้นไม่น้อย โดย เจฟฟรีย์ ซิกา ประธานและประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ ซิกา เวล์ธ แมเนจเมนท์ ในนิวเจอร์ซีย์ ให้เหตุผลว่าเป็นเพราะยังคงมีปริมาณความต้องการสินค้าโภคภัณฑ์ในตลาดโลกอยู่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากประเทศจีน ที่ความต้องการทองแดงและถั่วเหลืองมีแนวโน้มจะเพิ่มสูงขึ้น ทั้งนี้ ข้อมูลจากกระทรวงการเกษตรจีนระบุว่า แม้จีนจะสั่งซื้อถั่วเหลืองจากสหรัฐสูงถึง 4.1 แสนเมตริกตัน แต่จีนก็ยังประสบกับภาวะขาดแคลนถั่วเหลืองเนื่องจากความต้องการใช้ภายใน ประเทศสูงขึ้น ขณะเดียวกันผลจากการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ ทำให้ปริมาณความต้องการใช้ทองแดงของจีนเพิ่มขึ้นเช่นกัน โดยเว็บไซต์ของทางการระบุชัดว่า การนำเข้าทองแดงของจีนในเดือน ม.ค.ที่ผ่านมา เพิ่มขึ้นจากเดือนก่อนหน้าถึง 2.9% เอเดรียน เดย์ ประธานบริษัท เอเดรียน เดย์ แอสเซท แมเนจเมนท์ ในรัฐแมริแลนด์ แสดงความเห็นผ่านบลูมเบิร์กอย่างเชื่อมั่นว่า ราคาสินค้าโภคภัณฑ์ในปีนี้ไม่น่าจะลดลงอย่างที่นักลงทุนรายอื่นหวาดกลัวกัน เพราะยังมีความต้องการจากจีนเข้ามาเป็นแรงหนุนอยู่ ทั้งนี้ แม้ว่าแนวโน้มราคาของตลาดสินค้าโภคภัณฑ์ยังไม่สามารถสรุปได้อย่างชัดเจน แต่ผู้เชี่ยวชาญด้านเศรษฐศาสตร์บางส่วนก็สรุปตรงกันว่า ปีนี้น่าจะเป็นปีที่ราคาสินค้าโภคภัณฑ์ในตลาดผันผวนอย่างแรงและอย่างหนัก ชนิดที่ทำให้นักลงทุนทั่วโลกทั้งรายใหญ่รายย่อยใจหายใจคว่ำไปตามๆ กัน 1 Quote Share this post Link to post Share on other sites
MOR LEK 2,835 Report post Posted February 26, 2013 คืนนี้ลุงเหน่งจะพูดว่าอะไรยังไม่รู้ รู้แต่ว่ารองผู้ว่าธนาคารของอังกฤษออกมาบอกว่าถ้าจำเป็นก็พิม์เงินต่อ ไม่มีใครในคณะกรรมการแบ๊งค์คิดว่า QE ไม่มีประโยชน์และก็จะหยุดมัน หุหุ Tucker Says He’s Open to QE as BOE Stresses Flexibility: Economy “Nobody on this committee thinks that QE has reached the end of the road and that it’s not a useful instrument any more,” Tucker said. http://www.bloomberg.com/news/2013-02-26/boe-s-tucker-says-he-s-open-to-expanding-asset-purchase-program.html Quote Share this post Link to post Share on other sites
MOR LEK 2,835 Report post Posted February 26, 2013 French Industry Minister Calls for Lower Euro http://www.nasdaq.com/article/french-industry-minister-calls-for-lower-euro-20130226-00118#.USzMSKJ9ArI วันนี้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมฝรั่งเศสออกมาบอกว่าอยากให้ยูโรอ่อนลง หุหุ แบบนี้ไม่เรียกว่าสงครามค่าเงินจะเรียกว่าอะไรดีฮึ ถ้าคืนนี้ลุงเหน่งบอกว่ามีแววเลิกพิมพ์ ดอลล์ก็น่าจะแข็ง ยูโรก็จะอ่อน แต่ถ้าลุงเหน่งบอกว่าพิมพ์ต่อ ดอลล์ก็น่าจะอ่อน ยูโรก็จะแข็ง ...ก็ต้องสู้กันต่อไป 2 Quote Share this post Link to post Share on other sites
oasis 315 Report post Posted February 26, 2013 ดีดทีเดียว 20$ ไม่รู้ไอ้หัวเม่งพูดอะไร ยังไงซะ ก็ไม่มีใครอยากเป็นจิ๋ว อย่างมาก ก็งด QE ได้สักพัก พอเศรษฐกิจก็จะเจ้งแล้ว ยังไง มันก็ต้องกลับมา QE อีก Quote Share this post Link to post Share on other sites
MOR LEK 2,835 Report post Posted February 27, 2013 (edited) หยุด.... ใครว่าเราจะเลิกทำ QE เห็นมั้ยว่ามันลดความเสี่ยงที่จะทำให้เกิดภาวะเงินฝืด มันเวิร์คนะเฟ๊ย ยังไม่มีสาเหตุอะไรเลยที่จะทำให้เลิก เท่านี้แหละครับพี่น้อง ทองกระฉูด Edited February 27, 2013 by MOR LEK 4 Quote Share this post Link to post Share on other sites
jewjang40 5,712 Report post Posted February 27, 2013 Quote Share this post Link to post Share on other sites
milo 888 Report post Posted February 27, 2013 (edited) จะใกล้เวลาที่คุณ wgc ได้ยินคนบ่นว่า รู้งี้เอาเงินทีี่ซื้อหุ้นที่ไม่ไปไหนมาซื้อทองดีกว่า หรือยังน้า ยิ่งมีแต่คนมองลง ยิ่ง... ถึงไม่มีใครอยากเป็นจิ๋ว แต่บางทีอาจถึงจุดที่เลือกไม่ได้ เหมือนเล่นเก้าอี้ดนตรี ยังไงเพลงก็ต้องมีจบ Edited February 27, 2013 by milo Quote Share this post Link to post Share on other sites
mdaddy 2,443 Report post Posted February 27, 2013 (edited) ... วันนี้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมฝรั่งเศสออกมาบอกว่าอยากให้ยูโรอ่อนลง ... หึหึ หาเรื่องไปรวมกันเป็นยูโรก็งี้แหละ เสียเอกราช ไปให้พวกนายแบงค์ อยากลดค่าเงินที่ก็ต้องไปกราบเท้าที่บรัสเซล ว่าพิมพ์เงินหน่อยเถอะน๊าาาาาาา... ขอร้องเต๊อะ... Edited February 27, 2013 by wcg 4 Quote Share this post Link to post Share on other sites
คนหลงอ่าง 51 Report post Posted February 27, 2013 ยังรวบรวม สาเหตุทองลง....ยังไม่เสร็จเลย...ป๋าเบนจะขึ้นราคาทองแล้วเหรอ.... Quote Share this post Link to post Share on other sites
หมีน้ำ 239 Report post Posted February 27, 2013 หึหึ หาเรื่องไปรวมกันเป็นยูโรก็งี้แหละ เสียเอกราช ไปให้พวกนายแบงค์ อยากลดค่าเงินที่ก็ต้องไปกราบเท้าที่บรัสเซล ว่าพิมพ์เงินหน่อยเถอะน๊าาาาาาา... ขอร้องเต๊อะ... เมื่อทุกประเทศอยากให้เงินอ่อน ทองในหนองจะไปไหน O.o Quote Share this post Link to post Share on other sites
MOR LEK 2,835 Report post Posted February 27, 2013 (edited) อิอิ คิดว่ามีอินดี้อีกตัวครับที่บ่งบอกว่าทองน่าจะขึ้นก็คือหนึ่งในเจ้ามือ(โกล์ดแมน ซัค)ออกมาประกาศปรับลดคาดการณ์ราคาทองลงราว 200 $ โดยปรับลดราคา 3 เดือนหน้าเหลือ 1615 จากเดิม 1825 6 เดือนหน้าเหลือ 1600 จากเดิม 1805 12เดือนหน้าเหลือ 1550 จากเดิม 1800 The bank cut its three-month target to $1,615 an ounce from $1,825 and lowered the six- and 12-month forecasts to $1,600 and $1,550 from $1,805 and $1,800. Goldman reversed an assumption exchange-traded products holdings will expand in 2013, analysts Damien Courvalin and Jeffrey Currie wrote in a Feb. 25 report. http://www.bloomberg...s-collapse.html Edited February 27, 2013 by MOR LEK Quote Share this post Link to post Share on other sites
Alan 1,136 Report post Posted February 27, 2013 ขอบคุณคุณหมอเล็ก คุณwcg คุณส้มโอมือ และทุกท่านมากๆค่ะ Quote Share this post Link to post Share on other sites
MOR LEK 2,835 Report post Posted February 27, 2013 อ่านข่าวเจอตรงนี้แล้วมันเจ็บจี๊ดเลย โอบามา กล่าวว่า "การตัดลดงบประมาณเหล่านี้เป็นสิ่งผิด ไม่ฉลาด และไม่ยุติธรรม โดยการตัดงบประมาณเหล่านี้เป็นการสร้างบาดแผลให้แก่ตัวเองโดยไม่จำเป็น" ใช่แล้วสู้ไม่ตัดแล้วพิมพ์เงินเข้าไป ให้เจ้าหนี้มีแผลดีกว่า....นี่แหละนิสสัยของไอ้กัน 3 Quote Share this post Link to post Share on other sites